โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 22 : พ่ายแพ้...อีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

บทที่ 21 – พ่ายแพ้...อีกครั้ง

ในมือทั้งสองข้างของโนอาห์มีดาบอยู่สองเล่ม ข้างซ้ายถือดาบดำ ข้างขวาถือดาบแสงอาทิตย์ เขาสงบมากกว่าทุกครั้งที่ต่อสู้มา เสียงลมหายใจของโนอาห์สั้นและยาวเท่ากันราวกับจิตกับร่างกายอยู่ในช่วงเตรียมพร้อมที่สุดแล้ว

เบื้องหน้าของโนอาห์คือเทพในตำนานผู้เป็นอมตะ มิคาเอล ถึงแม้ตัวมิคาเอลเองจะแข็งแกร่งมาก ๆ แต่ก็ต้องสั่นไปด้วยความเกรงกลัวนักดาบผู้เป็นศัตรูของเผ่าเทพโดยธรรมชาติคนนี้

ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างกายของโนอาห์ ทำให้มิคาเอลถามโนอาห์ออกไปว่า

“นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร...นายเป็นเพียงมนุษย์ผู้ต่ำต้อยไร้เวทมนตร์---”

มิคาเอลยังพูดไม่จบร่างกายของเขาก็ขาดออกเป็นสองส่วนภายในพริบตา ทุกคนที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ต่างมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของโนอาห์เลย พวกเขาเห็นแค่โนอาห์ยืนอยู่เฉย ๆ เพียงเท่านั้น แต่ไม่นานนักร่างกายที่ขาดไปของมิคาเอลก็กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง

จากนั้นมิคาเอลก็ยืนขึ้นมาแล้วหัวเราะ

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!! เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว~ อย่างนี้นี่เอง นายใช้วิธีการขยับดาบเพียงเล็กน้อยแล้วใช้พลังจิตแบบภายในอัดไว้ที่ปลายดาบพร้อมกับสร้างคลื่นสุญญากาศออกไปด้วยความเร็วสูงใช่ไหม”

“…”

โนอาห์ไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากเก็บดาบแสงอาทิตย์ลงในฝักดาบ แล้วตั้งท่าร่ายรำโดยใช้ดาบสีดำต่อไป

พอมิคาเอลเห็นแบบนั้นเขาก็พุ่งไปหาโนอาห์ด้วยความเร็วสูงและเริ่มโจมตีเขาทันที

แกร้ง แกร้ง แกร้ง แกร้ง ~

มิคาเอลใช้เวทห่อหุ้มแขนทั้งสองข้างให้แข็งเหมือนเพชรแล้วรับกระบวนท่าของโนอาห์ได้ทุกท่า จนทำให้โนอาห์เกิดความแปลกใจ พอเขาแปลกใจมันก็เลยมีช่องว่างให้มิคาเอลร่ายเวทลำแสงสีแดงอัดกลางลำตัวของโนอาห์ แต่ภายในพริบตาโนอาห์ก็ระเบิดออร่าพลังจิตออกมาเพื่อตอบโต้เวทลำแสงสีแดงทันที

ตู้ม!!!

ลำแสงสีแดงโดนคลื่นกระแทกของพลังจิตจนหายไปแล้วตัวมิคาเอลเองก็กระเด็นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ระหว่างที่มิคาเอลกำลังกระเด็นไปอยู่นั้น โนอาห์ก็ใช้ความเร็วขั้นสูงที่สุดวิ่งตามร่างที่ลอยละลิ่วไปจนทันและใช้ดาบสีดำฟันไปที่กลางลำตัวด้วยกำลังแขนที่แข็งแกร่ง

ฉึบ~~ ตู้ม!!!!

การฟันของโนอาห์เพียงแค่ครั้งเดียวนั้นก็ทำให้มิคาเอลขาดเป็นสองท่อนอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดันทำให้พื้นที่บริเวณนั้นถูกหั่นออกเป็นสองส่วนด้วยเช่นกัน

“เหวอ~ แผ่นดินแยกเลยเหรอครับ” จิลถาม

มิกะมองไปที่การต่อสู้นั้นแล้วพูดว่า

“นั่นไม่ใช่พลังทั้งหมดของโนอาห์หรอกนะ” มิกะพูดจบก็หันมาบอกทุกคนว่า “ฉันว่าพวกเราออกไปจากตรงนี้ก่อนดีกว่า”

“ไม่ค่ะ!!” วินดี้ค้านขึ้นมา จากนั้นเธอก็ยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปในสนามรบด้วยความใจเย็นจนเร็นต้องวิ่งไปจับข้อมือไว้แล้วพูดว่า

“ไม่ได้นะวินดี้”

“ขอโทษนะคะอาจารย์” วินดี้พูดจบก็เปิดผ้าปิดตาขึ้นมา ทันใดนั้นเองเร็นก็ตกใจกับสิ่งที่เห็นภายใต้ผ้าปิดตานั้นจนต้องพูดออกมาว่า

“วินดี้...นี่เธอคือ...”

“ค่ะ ฉันไม่อยากปิดบังอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อทุกอย่างมันเลวร้ายลงฉันก็ต้องรับผิดชอบค่ะ”

วินดี้พูดจบก็เดินเข้าไปในสนามรบของพวกเขาต่อไป เร็นก็ได้แต่ยืนค้างด้วยความตกใจอยู่แบบนั้นจนมิกะเดินเข้ามาแล้วถามไปว่า

“วินดี้เป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองปีศาจสินะ”

“อื้ม...เธอปกปิดพวกเรามาตลอดเลย” เร็นตอบ

“ว่าแล้วเชียว...นัยน์ตาสีเขียวแบบนั้นมีแค่ตระกูล [รีรีล่า] หนึ่งในสามตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกเท่านั้น” มิกะพูดจบก็รีบวิ่งไปหาวินดี้แล้วดึงข้อมือเธอไว้พร้อมกับพูดว่า “วินดี้ ถ้าเธอคิดจะใช้เวทมนตร์ [ดวงตามรกต] เหมือนที่แม่ของเธอใช้ล่ะก็ ฉันขอบอกเลยว่าไม่คุ้มหรอก”

“ทะ...ทำไมล่ะคะ”

“เธอลองมองดูการต่อสู้อันเกินจินตนาการตรงนั้นดี ๆ สิ เธอเห็นอะไรไหม”

มิกะชี้ไปที่มิคาเอลและโนอาห์ ที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีใครยอมใครจนพื้นที่แถวนั้นถูกทำลายจนพินาศไปหมด และพอวินดี้มองเห็นใบหน้าที่ยิ้มด้วยความสะใจของโนอาห์เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า

“โนอาห์...กำลังสนุกอยู่งั้นเหรอ”

“ใช่...นั่นแหละคือที่มาของนักดาบทะเลสีเลือด...โนอาห์เป็นนักดาบที่เกิดมาเพื่อต่อสู้และฆ่าคนเพียงเท่านั้น ราวกับว่าเขาได้วนเวียนว่ายอยู่ในทะเลแห่งความมืดมิดที่แสนสนุกหาทางออกไม่ได้และความสุขที่แท้จริงของเขาก็คือตอนที่อยู่บนสนามรบกับคนที่แข็งแกร่ง ขืนเธอเดินเข้าไปก็ต้องโดนลูกหลงแน่นอน”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มออกมาแล้วบอกมิกะไปว่า

“ถ้าโนอาห์ต้องมายิ้มให้กับสิ่งที่เขาเกลียดล่ะก็...งั้นรอยยิ้มนั้นก็ไม่ใช่รอยยิ้มที่แท้จริงหรอกค่ะ”

พอมิกะได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจกับสิ่งที่วินดี้พูดออกมาจนทำให้เธอเผลอปล่อยมือวินดี้ และจากนั้นวินดี้ก็วิ่งเข้าไปในสนามรบของโนอาห์กับมิคาเอลทันที

....

มิคาเอลกับโนอาห์ต่อสู้กันมาได้สักพักแล้ว ถึงแม้โนอาห์จะฟันเขาให้ขาดไปกี่ครั้งมิคาเอลก็ไม่ตาย และถึงแม้มิคาเอลจะใช้เวทมนตร์ของตัวเองมากแค่ไหนโนอาห์ก็ยังไม่ยอมแพ้

เสียงหอบด้วยความเหนื่อยล้าของทั้งสองคนก็ดังขึ้นไล่เลี่ยกัน มิคาเอลก็พยุงตัวเองขึ้นแล้วชี้นิ้วไปที่โนอาห์พร้อมกับปล่อยเลเซอร์ออกไป แต่โนอาห์ก็ใช้ดาบเบี่ยงวิถีลำแสงออกไปได้

“หึหึหึ~ สมกับเป็นคนที่ท่านเทพสูงสุดกังวลจริง ๆ ด้วย” มิคาเอลพูดออกไป

“...” โนอาห์ยังคงไม่พูดอะไร กลับกันเขาดันเอาดาบสีดำเก็บเข้าไปในฝักดาบแล้วชักดาบแสงอาทิตย์ออกมาแทน พอมิคาเอลเห็นความผิดปกติของโนอาห์แบบนั้นเขาก็ถามโนอาห์ขึ้นมาว่า

“นี่นาย...อย่าบอกนะว่าใช้ดาบคู่ไม่ได้แล้ว”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจเล็กน้อยจนทำให้มิคาเอลหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

“ฮ่า ๆ ๆ!! นักดาบทะเลสีเลือดใช้ดาบคู่ไม่ได้จริง ๆ ด้วย นี่มันบ้าชัด ๆ ” มิคาเอลหัวเราะด้วยความสะใจ

“จะดาบเดี่ยวหรือดาบคู่มันก็ไม่จำเป็นหรอกมิคาเอล...เข้ามาได้แล้ว” โนอาห์พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เฮ้อ~ โนอาห์...นายก็รู้นี่ว่าทักษะการใช้ดาบคู่ของนายเป็นที่โจษจันขนาดไหน แล้วตอนนี้ดันใช้ไม่ได้ซะงั้น”

“ฉันบอกให้เข้ามาได้แล้วยังไงล่ะวะ!!” โนอาห์ตะโกนออกไป และภายในพริบตามิคาเอลก็วาปมาอยู่ข้างหลังของโนอาห์แล้วถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่ตอนแรกฉันคงไม่เสียเวลามานานขนาดนี้หรอกจริงไหม”

โนอาห์รีบหันกลับไปแต่มิคาเอลก็ใช้สันมือฟาดไปที่ต้นคอของโนอาห์ด้วยความรุนแรงจนพื้นยุบลึกลงไปหลายเมตรทันที

“อั่ก~”

ด้วยความรุนแรงนั้นทำให้สติของโนอาห์กำลังถูกลบเลือนไป และในตอนนี้โนอาห์ก็ขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

“จุดอ่อนของนักดาบคือการทำให้ขยับไม่ได้…โนอาห์นายแข็งแกร่งก็จริงแต่นายขาดความเด็ดขาดเหมือนเมื่อสิบปีก่อน...” มิคาเอลพูดจบก็ถอนหายใจออกมา “เฮ้อ~ จริง ๆ นายสามารถฆ่าฉันได้ตามที่นายพูดแต่นายก็จงใจไม่ฆ่าฉันซะงั้น ถามจริง ๆ นายทำแบบนั้นไปทำไม?”

มิคาเอลถามโนอาห์ด้วยความสงสัย แต่โนอาห์ก็พูดเพียงแค่ว่า

“การจะฆ่าใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องยากหรอกแค่เอาดาบแทงไปที่หัวใจหรือตัดคอคนคนนั้นก็ตายแล้ว แต่สำหรับแก...ฉันอยากจะทรมานแก ฉันอยากจะแก้แค้นให้มาส ฉันจะฆ่าแกให้ตายอย่างช้า ๆ แน่ไม่ต้องห่วง!!”

โนอาห์พูดจบก็ตวัดดาบไปที่คอของมิคาเอลอีกครั้ง พอคอของมิคาเอลหลุดลงไปแล้วเขาก็หัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่คือการฆ่าที่นายพูดถึงงั้นเหรอโนอาห์”

“เออ...นี่แหละคือการฆ่า มันไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกนะมิคาเอล”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้นเขาก็ยืนขึ้นมา และคอที่หลุดไปของมิคาเอลก็ลอยกลับมาเชื่อมต่อกันเหมือนเดิม

“เฮ้อ...มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่วันยังค่ำ” มิคาเอลบ่นออกมา

“หยุดพล่ามแล้วมาฆ่ากันต่อได้แล้ว”

“ไม่เอาล่ะ ฉันเสียเวลากับนายไปมากแล้วขอทำภารกิจต่อเลยก็แล้วกัน” มิคาเอลพูดจบก็ชี้ไปที่มิกะและซากุระพร้อมกับปล่อยเลเซอร์ออกไปจากนิ้วชี้

ฟูม~~

เลเซอร์สองเส้นก็พุ่งไปหาทั้งสองคนนั้น แต่ในตอนนั้นเองวินดี้ก็กระโดดเข้าไปรับแทนจนทะลุกลางหัวใจของเธอพอดิบพอดี และพอเลเซอร์ทะลุหัวใจของวินดี้ไปแล้วมันก็หายไปทันที พอมิคาเอลเห็นแบบนั้นเขาก็ตกใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“อ้าว...นี่ฉันฆ่าปีศาจน้อยไปงั้นเหรอ โอ๊ะ! ไม่สิดวงตานั่นตระกูลรีรีล่าในตำนานไม่ใช่เหรอ วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า โชคดีชะมัด---”

ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ ~~

มิคาเอลยังไม่ทันพูดจบเขาก็โดนฟันสี่ครั้งในดาบเดียวจนร่างกายขาดออกเป็นชิ้น ๆ จากนั้นโนอาห์ก็รีบวิ่งไปหาวินดี้ด้วยความร้อนรน

“วินดี้!! ยะ...อย่าเป็นอะไรไปนะ”

โนอาห์พยายามปฐมพยาบาลด้วยการฉีกแขนเสื้อมาอุดปากแผลไว้ แต่วินดี้ก็นอนกระอักเลือดออกมาอยู่ดี

“แค่ก แค่ก~ นะ...โนอาห์ ฉัน...ฉันมาช่วยแล้ว”

“ไม่นะ...เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้นะ ขอร้องล่ะหยุดไหลสักทีสิเว้ย!!!” โนอาห์ตะโกนออกมาพร้อมน้ำตา

“มะ...ไม่เป็นไรโนอาห์ ชะ...ช่วยบอกฉันทีได้ไหมว่ามิกะกับซากุระยังไม่ตาย”

“ยัง...พวกเธอยังไม่มีใครตาย”

“ดะ...ดีแล้ว ในที่สุดปีศาจที่ไร้ประโยชน์อย่างฉันก็ได้ทำประโยชน์ให้นายได้สักที”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ทำให้เขาหวนนึกถึงวันที่ราเชลสละชีวิตให้ทุกคนรอดจาก Clean World โดยคำพูดของราเชลวันนั้นช่างเหมือนกับคำพูดของวินดี้ในวันนี้ นั่นจึงทำให้โนอาห์ร้องไห้โฮออกมาทันที

“ไม่นะ!!! ไม่เอาอีกแล้ว อย่า...อย่าเป็นแบบนี้เลย ฮือ~~ หยุดไหลสิไอ้เลือดบ้า โถ่เว้ย!!”

โนอาห์คร่ำครวญออกมา พวกมิกะต่างมองดูโนอาห์กับวินดี้ด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย จากนั้นโนอาห์ก็เห็นว่าเขาช่วยอะไรวินดี้ไม่ได้อีกแล้ว เขาก็เลยกอดวินดี้ไว้จนแก้มของเขาเปื้อนเลือดจากปากของวินดี้เต็มไปหมด น้ำตาที่ไหลจากดวงตาของเขาก็หยดลงไปโดนแก้มของวินดี้ วินดี้เลยใช้แรงเฮือกสุดท้ายของเธอเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้โนอาห์พร้อมกับพูดว่า

“โนอาห์...ฉันรักเธอนะ ได้โปรดยิ้มให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้น โลกของเขาก็เหมือนกำลังดับลงไปอย่างช้า ๆ ภาพการผจญภัยระหว่างกลุ่มพ่อค้าเร่ที่มีวินดี้อยู่ด้วยก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่เดือนแต่มันก็ล้ำค่าสำหรับโนอาห์มาก ๆ เมื่อภาพเหล่านั้นไหลเวียนจนถึงภาพวินดี้ที่กำลังนอนยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้า โนอาห์ก็นิ่งเงียบไปเพราะช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที

ใช่...โนอาห์พ่ายแพ้อีกครั้งแล้ว...เขาไม่สามารถช่วยใครได้เลย เขาไม่สามารถรักษาสัญญาที่มีให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว...มือของโนอาห์ก็อ่อนแรงลงจนไม่มีแรงที่จะจับดาบอีกต่อไป...

และในตอนนั้นเองมิคาเอลก็เดินมายืนอยู่ข้างหลังของโนอาห์พร้อมกับร่ายเวทสังหารทั้งคู่

“ฉากแบบนี้มันคุ้น ๆ แหะ...แค่ครั้งนี้นายต้องตายตามผู้หญิงที่นายรักไปด้วยล่ะนะ”

มิคาเอลพูดจบก็ร่ายเวทระเบิดออกไป

ตู้ม!!!!

เวทของมิคาเอลนั้นระเบิดอย่างรุนแรงจนแรงกระแทกลอยมาไกลถึงจุดที่พวกมิกะยืนอยู่ทันที

“อ้า!!!”

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของพวกมิกะที่โดนแรงกระแทกของระเบิดก็ดังขึ้น และไม่นานนักระเบิดที่รุนแรงเทียบเท่านิวเคลียร์หนึ่งลูกก็สงบลง

มิคาเอลยืนอยู่ในหลุมลึกขนาดใหญ่และตรงหน้าของเขาก็มีแค่เพียงร่างของสองคนที่ดำเป็นตอตะโกไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป

“เฮ้อ~ จบสักทีต่อไปก็มิโกะสินะ”

มิคาเอลพูดและกระโดดขึ้นไปที่ปากหลุมพร้อมกับเดินตรงไปหามิกะและซากุระที่นอนสลบอยู่ จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปที่ซากุระและมิกะพร้อมกับพูดว่า

“จงดีใจซะเถอะมิโกะเอ๋ย ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการชำระล้างโลกใบนี้”

พอมิคาเอลพูดจบเขาก็ร่ายเวทเลเซอร์ออกไป แต่ในตอนนั้นเองเลเซอร์ของเขาก็ถูกเบี่ยงเบนออกไปอย่างน่าแปลกใจ และจากนั้นก็มีเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลังของมิคาเอลว่า

“พอแค่นั้นแหละมิคาเอล”

มิคาเอลได้ยินเสียงนั้นเขาก็ตกใจและรีบหันกลับไปทันที และในตอนนั้นเองมิคาเอลก็เห็นชายหนุ่มใส่ชุดสีขาว ผ้าคลุมสีขาวพร้อมกับมีสัญลักษณ์ของทวีปไออ้อนวอล

“ชิ!! พวกกองกำลังเหล็กกล้า... [เควิล] งั้นเหรอ”

เควิลพยักหน้า “ใช่...ได้โปรดหยุดการกระทำที่แกกำลังจะทำด้วย”

“หา? จะให้ฉันเชื่อฟังมนุษย์อย่างนาย---” มิคาเอลกำลังพูดอยู่ดี ๆ ก็โดนแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลกดร่างกายของเขาลงไปแนบกับพื้น จากนั้นเควิลก็พูดว่า

“ฉันจะไม่ยอมให้เกิดสงครามอีกต่อไปแล้ว เอ็นโดร่าอ่อนแอเกินไปพวกเรากองกำลังเหล็กกล้าจะจัดการพวกแกเอง”

“หน็อย กะ...แก!!” มิคาเอลพยายามเร่งพลังของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเร่งแค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานเวทแรงโน้มถ่วงของเควิลได้เลย จนในที่สุดเควิลก็พยายามจะสังหารมิคาเอลด้วยเวทแรงโน้มถ่วง แต่ในตอนนั้นเองอยู่ดี ๆ ลูกศรแสงก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าใส่เควิลทันที

ฉึบ ฉึบ ฉึบ

แต่เควิลก็ใช้แรงโน้มถ่วงหลบได้อย่างทันท่วงที และพอเควิลคาดสายตาจากมิคาเอลไปเขาก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว เควิลก็เลยบ่นออกมาเบา ๆ ว่า

“เฮ้อ~ รอดไปได้งั้นเหรอสมกับเป็นพวกกล่องดำจริง ๆ ”

พอทุกอย่างจบลง เควิลก็เดินไปหาพวกมิกะที่นอนอยู่บนพื้นกันระเนระนาดพร้อมกับนั่งยอง ๆ ลงไปหาซากุระแล้วอุ้มเธอขึ้นมา ในตอนนั้นเองเร็นก็ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นเควิลกำลังอุ้มซากุระอยู่เขาก็เลยถามไปว่า

“นาย...กำลังจะทำอะไร”

“หืม?” เควิลหันกลับไปหาเร็นที่นอนอยู่แล้วตอบไปว่า “ก็พากลับอาสะไง”

“ยะ...หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” เร็นพูดจบก็พยุงตัวเองขึ้นแล้วตั้งท่าจะร่ายเวทสังหาร “ปล่อยเธอซะ”

“...” เควิลมองเร็นด้วยสายตาเบื่อหน่ายก่อนที่จะหันกลับไปข้างหน้าแล้วหายตัวไปพร้อมซากุระทันทีโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรเร็นไป

“โถ่เว้ย!!” เร็นตะโกนออกมาแล้วล้มลงไปอีกครั้งก่อนที่จะเงยหน้าที่แนบพื้นมองไปข้างหน้า “โนอาห์...วินดี้...” เร็น
กล่าวออกมาด้วยความเสียใจที่ตัวเองอ่อนแอและช่วยใครไว้ไม่ได้เลย

------------------

....

..

.

เวลาผ่านไปกลุ่มจอมเวททั้งสิบสองอันดับที่สองก็กลับมาจากการทำสงครามชายแดน เมื่อเธอเห็นว่าเมืองหลวงพังพินาศย่อยยับขนาดนี้ เธอก็เลยออกตามหาแวนเจินกันยกใหญ่

และในที่สุดเธอก็เห็นกลุ่มจอมเวทนอนสลบกันระเนระนาดอยู่บริเวณหน้าวังหลวงพร้อมกับหลุมระเบิดขนาดใหญ่กินพื้นที่มากกว่าห้าร้อยเมตร

ด้วยความตกใจเธอก็เลยรีบสั่งทหารให้พาทุกคนไปรักษาตัวทันที หลังจากที่ทหารพาทุกคนไปแล้วเธอก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มกับปีศาจสาวกำลังนอนกอดกันอยู่ใต้หลุมขนาดใหญ่

“นั่นมัน...ยังไม่ตายใช่ไหม” จอมเวทอันดับสองพูดขึ้นมา แล้ววิ่งไปดูที่ก้นหลุมทันที

พอเธอถึงก้นหลุมแล้วเธอก็ปัดทรายออกก็พบว่าปีศาจสาวบาดเจ็บสาหัสแต่ยังหายใจอยู่ แต่คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดก็คือผู้ชายคนที่กอดเธอไว้อยู่ บาดแผลของผู้ชายที่กอดเธอไว้นั้นเป็นรอยไหม้ลึกเต็มแผ่นหลัง พอเธอเห็นที่มือขวาของเขาถือด้ามดาบแสงอาทิตย์ที่แตกหักอยู่นั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า

“ดาบนั้นมัน...ไม่จริง โนอาห์!!”

เธอรีบตะโกนเรียกโนอาห์ทันทีแต่ไม่ว่าจะตะโกนเท่าไหร่โนอาห์ก็ไม่ตื่น แต่กลับเป็นปีศาจน้อยคนนั้นที่ตื่นขึ้นมาแทน

“แค่ก แค่ก~”

“นี่ปีศาจน้อย...เธอเป็นไงบ้าง” จอมเวทอันดับสองถาม

“ชะ...ช่วยโนอาห์...ด้วยค่ะ”

“อื้ม ช่วยแน่นอน...ทหาร!! ลงมาเร็วเข้า” จอมเวทอันดับสองก็เรียกทหารลงมาช่วยจำนวนหนึ่ง พวกทหารก็รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ปีศาจสาว พอทหารตรวจดูบาดแผลของวินดี้ จอมเวทอันดับสองก็มองเห็นนัยน์ตามรกตของปีศาจสาวคนนั้น เธอก็เลยพูดชื่อของหล่อนขึ้นมาว่า

“วิน..ดี้ รีรีล่า งั้นเหรอ”

“แค่ก แค่ก~ ค่ะ” วินดี้พยายามจะตอบจอมเวทอันดับสองไป

“มะ...ไม่ต้องฝืนตัวเองก็ได้ค่ะองค์หญิง”

ระหว่างที่วินดี้กับจอมเวทอันดับสองคุยกันอยู่นั้น ทหารแพทย์ที่ตรวจโนอาห์อยู่ก็ตะโกนบอกเธอว่า

“ท่านมาเรียครับ ทางนี้ก็ปลอดภัยแล้วครับ”

“ดีมาก เอาล่ะทุกคนพาพวกเขาไปห้องพยาบาลก่อน” มาเรียสั่งการลงไป

“รับทราบครับ!!”

จากนั้นทหารก็ใช้เปลสนามแบกร่างทั้งสองคนไปที่วังหลวงทันที

“เฮ้อ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!!!”

มาเรียตะโกนออกมาด้วยความงุนงงอยู่คนเดียวใต้ก้นหลุมนั้น

----------------

...

..

.

เจ็ดวันผ่านไป...

ณ ห้องพยาบาลของวังหลวง

วินดี้ฟื้นไข้มาได้ตั้งแต่สองวันแรกแล้วซึ่งในตอนนี้เธอกำลังนั่งเฝ้าไข้โนอาห์อยู่ข้าง ๆ เตียงไม่ไปไหน ซึ่งตอนนี้วินดี้กำลังเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันอยู่ จากนั้นมาเรียก็เปิดประตูเข้ามาแล้วถามวินดี้ไปว่า

“เอ่อ...ฉันมารบกวนหรือเปล่าคะองค์หญิง”

“ฮะ ฮะ ฮะ ช่วยเรียกว่าวินดี้ก็พอค่ะคุณมาเรีย”

“อ๋อ...ค่ะ” มาเรียตอบไปด้วยความประหม่า จากนั้นเธอก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียงโนอาห์พร้อมกับถามวินดี้ไปว่า “ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วก็ยังไม่ฟื้นเลยเหรอคะ?”

“ค่ะ ปกติแค่ไม่กี่วันก็น่าจะตื่นขึ้นมาแท้ ๆ ”

“อืม...น่าตกใจจังเลยนะคะที่โนอาห์ยังไม่ตายแถมยังช่วยแวนเจินจากการถูกควบคุมโดยพวกกล่องดำอีกต่างหาก”

“ค่ะ...ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาแท้ ๆ แต่เขาก็ดันทุรังมาถึงเมืองหลวงจนได้”

พอวินดี้พูดออกไปแบบนั้นมาเรียก็ยืนขึ้นแล้วโค้งขอโทษ

“ขอโทษด้วยนะคะที่พวกเราสร้างปัญหาให้”

“มะ..ไม่เป็นไรค่ะ โถ่~ ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำเหมือนฉันเป็นองค์หญิงได้ไหมคะคุณมาเรีย”

“แหะ ๆ ก็นะ...” มาเรียหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา และในตอนนั้นเองแวนเจินก็เข้ามาในห้องพักของโนอาห์ด้วยสีหน้าสำนึกผิด

“สวัสดีครับองค์หญิง” แวนเจินโค้งคำนับวินดี้ด้วยความนอบน้อม

“....” วินดี้ไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากส่งสายตาโมโหพร้อมกับชักดาบออกมาแล้วจ่อไปที่คอของแวนเจิน

“ถ้าองค์หญิงอยากจะฆ่าผมก็เชิญได้เลยครับ” แวนเจินคุกเข่าแล้วหลับตาลง แต่วินดี้กลับพูดออกไปว่า

“จริงอยู่ที่เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากคุณ...แต่มันก็เป็นเพราะคุณโดนพวกกล่องดำหลอกมาอีกทีเพราะงั้น...” วินดี้เก็บดาบลงในฝักพร้อมกับพูดต่อไปว่า “ฉันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้กับหมู่บ้านสายลม ไม่ได้มาฆ่าใคร เพราะโนอาห์ได้สอนให้ฉันเรียนรู้ว่าการฆ่าคนไม่ได้ทำให้ความแค้นลดลง เพราะงั้นฉันจะสานต่อเจตนารมณ์ของเขาโดยการฆ่าระบบสิบสองจอมเวทที่เป็นต้นตอแห่งปัญหาทั้งหลายทั้งปวงทิ้งซะ!!”

แวนเจินและมาเรียต่างตกใจที่ได้ยินวินดี้พูดแบบนั้น จากนั้นมาเรียก็เดินมาคุกเข่าต่อหน้าวินดี้พร้อมกับพูดว่า

“การจะลบล้างระบบที่ฝังรากลึกแบบนี้ได้ คุณวินดี้จำเป็นต้องเชิญขุนนางขั้นสูงของเอ็นโดร่าอีกสองคนมาร่วมลงนามสัญญาใหม่ที่เมืองหลวงนะคะ”

“อืม...ถ้าคุณมาเรียสะดวกก็ช่วยดำเนินการแทนฉันด้วยนะคะ”

“รับทราบค่ะ”

จากนั้นมาเรียก็เดินออกไปดำเนินการเชิญขุนนางชั้นสูงในเอ็นโดร่าอีกสองคนทันที แต่แวนเจินก็ยังคงคุกเข่าอยู่แบบนั้น วินดี้เห็นก็เลยบอกแวนเจินไปว่า

“แวนเจินลุกขึ้นเถอะ...ฉันอายุน้อยกว่าคุณมาก โลกใบนี้ฉันยังไปไม่ทั่วเลย แต่ฉันก็ได้ยินมาจากคุณมาเรียแล้วว่าคุณเป็นจอมเวทที่รักเอ็นโดร่ามาก ๆ ท่านแม่ก็เคยเล่าเรื่องของคุณให้ฉันฟังอยู่บ่อย ๆ เลยล่ะ”

แวนเจินยืนขึ้น “องค์หญิงต้องการจะพูดอะไรหรือครับ?” แวนเจินถาม

“ฉันต้องการจะบอกคุณว่าถ้าคุณยังรักเอ็นโดร่าอยู่ก็จงก้าวข้ามความเสียใจจากเรื่องอดีตให้ได้ซะ สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้มันคือความผิดพลาดค่ะ”

แวนเจินได้ยินแบบนั้นเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจทันที จากนั้นแวนเจินก็ถามวินดี้กลับไปอีกครั้งว่า

“ถ้าไม่มีสิบสองจอมเวทแล้ว ผมก็ไม่มีสิ่งที่จะต้องทำอีกต่อไปแล้วล่ะครับ”

“มีสิคะ” วินดี้พูดจบก็หันไปมองแวนเจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังพร้อมกับพูดต่อไปว่า “สิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อไถ่โทษในหัวใจของตัวเองมันต้องมีแน่นอนค่ะ”

“มะ...มีงั้นเหรอครับ”

“อื้ม...” วินดี้เดินไปหาแวนเจินแล้วพูดว่า “...ฉัน คุณ และคุณมาเรีย เราสามคนจะเดินทางไปที่ไออ้อนวอลกันหลังจากที่การประชุมยุบสิบสองจอมเวทจบลงค่ะ”

แวนเจินได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจกับสิ่งที่วินดี้สั่ง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับคำสั่งนั้นด้วยจิตใจที่อยากสำนึกผิด

“ครับ รับทราบแล้วครับ แล้วดาบสีดำเล่มนั้นองค์หญิงไม่เอาไปด้วยเหรอครับ” แวนเจินถามเพราะเห็นโซ่สีดำล่ามตัวดาบเอาไว้

วินดี้ได้ยินสิ่งที่แวนเจินถามแบบนั้นเธอก็เหม่อลอยไปพักหนึ่งก่อนที่จะเดินเอาไปวางไว้ข้าง ๆ เตียงของโนอาห์พร้อมกับพูดว่า

“เอาวางไว้ตรงนี้แหละค่ะ พอเขาตื่นขึ้นมาเขาจะได้มีอาวุธใช้ แหะ ๆ” วินดี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน จากนั้นเธอก็หันมาหาแวนเจินแล้วทำหน้าจริงจังขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า

“ไปกันเถอะค่ะ คุณแวนเจิน...”

“ครับองค์หญิง”

แวนเจินลุกขึ้นมาแล้วเดินตามวินดี้ออกไป ระหว่างที่วินดี้กำลังเดินอยู่ตามทางเดินภายในวังหลวงเธอก็คิดในใจขึ้นมาว่า

“ท่านแม่คะ สิ่งที่ท่านแม่ให้หนูทำตอนนี้หนูทำมาได้ครึ่งทางแล้วนะคะ”

---------------------------

บทที่ 21 จบ

ตอนต่อไปเริ่มภาคใหม่

[การเผชิญหน้ากับสี่จตุรเทพแห่งกองกำลังเหล็กกล้าไออ้อนวอล]

.....

คุยกันท้ายตอน

ในที่สุดภาคเมืองหลวงและการตามหาดาบของโนอาห์ก็จบลง ในภาคแรกนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าโนอาห์ วินดี้ และหลาย ๆ ตัวละครของเราเป็นใครและมาจากไหน แต่ก็อาจจะยังไม่เคลียร์เท่าไหร่

ซึ่งภาคต่อไปจะเน้นโฟกัสไปที่สามตัวละครหลักนั่นก็คือ วินดี้ มาเรีย และแวนเจิน โดยทั้งสามคนนี้จะเดินทางไปที่ไออ้อนวอลส่วนจะไปทำไมนั้น...ต้องติดตามกันต่อไปแล้วล่ะครับ

สุดท้ายนี้ผมอยากจะอธิบายเรื่องฉายาของโนอาห์นิดหน่อย เพราะมีบางคนผมก็เขียนว่า [นักดาบทะเลปีศาจ] บางตอนก็เขียนว่า [นักดาบทะเลสีเลือด] ซึ่งผมไม่ได้หลงลืมหรือเขียนผิดนะครับ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังถึงสาเหตุการเขียนแบบนั้นนะครับ

เรื่องฉายาของโนอาห์นั้นจะในกลุ่มปีศาจพวกเขาจะเรียกโนอาห์ว่า นักดาบปีศาจ แต่ในกลุ่มจอมเวทจะเรียกโนอาห์ว่านักดาบสีเลือด ซึ่งในเรื่องนี้มีปีศาจที่โผล่มาแค่ไม่กี่ตนเท่านั้นและปีศาจเหล่านั้นก็ไม่ค่อยได้เรียกฉายาของโนอาห์สักเท่าไหร่ ผมก็เลยจงใจเขียนกระจายออกไปแบบนั้น

แต่!! ที่เล่ามาทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ผมร่างไว้ตอนจะเขียนเรื่องนี้ครับ พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วผมคิดว่ามีแค่ฉายาเดียวก็พอแล้วมั้ง นั่นแหละครับ ตอนต่อ ๆ ไปผมจะขออนุญาตเขียนฉายาของโนอาห์ว่า [นักดาบทะเลสีเลือด] เพียงอย่างเดียวก็พอ และตอนเก่า ๆ ผมก็จะตามไปปรับต้องคำพูดและบทบรรยายใหม่ครับซึ่งไม่ได้เปลี่ยนเนื้อเรื่องแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ผมขอแจ้งเรื่องการหยุดพักผ่อนหน่อยนะครับ สำหรับตอนที่ 22 จะมาช้าประมาณหนึ่งอาทิตย์นะครับ ดังนั้นอาจจะรอนานหน่อยกระผมก็ขออภัยด้วยนะครับ เอาล่ะ ทั้งหมดก็มีเท่านี้หากมีอะไรแนะนำหรือติชมก็คอมเม้นไว้ด้านล่างได้เลยนะครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น