โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 20 : แผนการที่ยากเกินจะคาดเดาได้ของโนอาห์ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 เม.ย. 63

บทที่ 20 - แผนการที่ยากเกินจะคาดเดาได้ของโนอาห์ (2)

หลังจากที่โนอาห์สันนิษฐานออกมาแบบนั้น บรรยากาศรอบ ๆ ตัวของโนอาห์ก็หนักอึ้ง

และท่ามกลางแรงกดดันอันมหาศาลนั้น เฟียร์ได้แต่ยืนมองนักดาบชายคนนี้ด้วยสายตาที่หวาดกลัว เพราะตอนนี้โนอาห์กำลังโกรธและโมโหมาก ๆ ที่รู้ว่าเพื่อนรักเพียงไม่กี่คนของเขากำลังหักหลังเขาอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้...

แต่สุดท้ายโนอาห์ก็ถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า

“ขอให้ยายนั่นทำลายดาบด้วยเถอะ เอาล่ะเธอไปได้แล้ว”

โนอาห์บอกเฟียร์ เฟียร์ก็พยักหน้าแล้วพูดว่า

“รับทราบหัวหน้า”

“ดะ..เดี๋ยวก่อนเฮ้ย!!” โนอาห์ยังไม่ทันได้บอกอะไรเฟียร์ก็หายตัวไปทันที “โถ่~ ใครเป็นหัวหน้าของเธอฟะ”

โนอาห์บ่นออกไปแล้ว จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วพูดออกมาเบา ๆ เพียงคนเดียวว่า

“ไดแมนชั่น...รีบกลับมาสักทีสิวะ” โนอาห์พูดจบภาพบรรยากาศของกลุ่มดอกไม้สังหารที่เคยได้อยู่ร่วมกันก็แวบเข้ามาในหัวจนทำให้เขาต้องเอาดาบไม้ปักลงบนพื้นดินแล้วถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ...ยายมาส...หวังว่าช่วงเวลาดี ๆ ทั้งหมดมันจะไม่ใช่เรื่องโกหกนะ”

----------------

...

..

.

ทางด้านของไดแมนชั่นที่กำลังวาปหาตัวแวนเจินทั่วเมืองหลวงอยู่ ตอนนี้เขาวาปไปวาปมาอย่างไม่ลดละ ภายในใจของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นอย่างหาที่สุดมิได้ และทุก ๆ ที่ที่เขาวาปไป ไดแมนชั่นก็ไม่ได้ควบคุมพลังเวทของตัวเอง จึงทำให้พื้นที่ที่เขาโผล่ไปนั้นระเบิดเป็นวงกว้างกินพื้นที่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรทันที

และในตอนนี้ถ้ามองจากมุมสูงของเมืองหลวงก็จะเห็นหลุมที่เกิดจากการระเบิดของการปรากฏตัวของไดแมนชั่นอยู่เป็นหย่อม ๆ

ซึ่งระหว่างที่เขากำลังวาปไปวาปมาอยู่นั่นเอง เขาก็ต้องตกใจที่อยู่ดี ๆ เวทขอบเขตของโลกแห่งดวงดาวถูกหยุดลง ไดแมนชั่นก็เลยหยุดวาปแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่มีเวทกระจกห่อหุ้มอยู่ทั่วน่านฟ้าของเมืองหลวงแล้วพูดว่า

“ฝีมือเจ้าโนอาห์แน่ ๆ ”

ถึงแม้ไดแมนชั่นจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ในใจของเขาก็มีแต่คิดเรื่องของเพื่อนตัวเองอยู่เต็มอก เขาเลยเลือกที่จะไม่สนใจแผนการของโนอาห์และเตรียมตั้งท่าจะใช้เวทมิติวาปหาแวนเจินต่อ แต่ทันใดนั้นเองมิกะที่ถือดาบแสงอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นมาต่อหน้าไดแมนชั่น

“ได...หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน”

ไดแมนชั่นตกใจที่มิกะตามหาเขาได้ เพราะเวทมิติของไดแมนชั่นถูกเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสามเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในเอ็นโดร่าแล้ว แต่มิกะกลับตามรอยของเขาได้อย่างง่ายดาย

ถึงไดแมนชั่นจะหยุดชะงักไปแบบนั้น แต่เขาก็เลือกเส้นทางแห่งความแค้นของเขาต่อไปด้วยการร่ายเวทมิติกักบริเวณของมิกะไว้จนมิกะไปไหนไม่ได้แล้วบอกเธอไปว่า

“ขอโทษนะมิกะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะต้องฆ่ามันให้ได้”

แต่มิกะกลับทำลายเวทมิติของไดแมนชั่นลงได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเธอก็เปลี่ยนดาบแสงอาทิตย์ให้อยู่ในรูปแบบคทาไม้ยาวพร้อมกับชี้ไปที่ไดแมนชั่นแล้วพูดว่า

“กฏข้อที่หนึ่งของดอกไม้สังหารคือต้องเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าไม่ใช่เหรอได”

“...”

ไดแมนชั่นเงียบและไม่ตอบอะไรมิกะกลับไปนอกจากถอนหายใจออกมา

“นี่ได...ฉันไม่รู้ว่าทำไมโนอาห์จะต้องทำอะไรซับซ้อนด้วย แต่สิ่งที่นายกำลังทำอยู่มันกำลังจะทำให้สิ่งที่โนอาห์ทำมันซับซ้อนยิ่งขึ้นนะ”

พอมิกะพูดอะไรที่มันยุ่งยากออกไปแบบนั้น ไดแมนชั่นก็หลุดยิ้มออกมานิดหน่อย จากนั้นเขาก็หันไปหามิกะแล้วยิ้มให้พร้อมกับพูดว่า

“ถ้าเธอพูดอะไรยาก ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดก็ได้นะมิกะ”

“ก็ปกตินายจะเป็นคนแปลคำพูดของฉันให้ทุกคนในดอกไม้สังหารฟังไม่ใช่เหรอ”

“ก็จริงอยู่...แต่ว่า” พอไดแมนชั่นพูดจบเขาก็กวาดมือไปทางมิกะอย่างรวดเร็วแล้วใช้ทักษะการร่ายเวทเร็วที่สุดในเอ็นโดร่า ร่ายเวทมิติวาปตัวมิกะออกไปนอกเมืองหลวงทันที

แวบ~

พอมิกะหายไป ไดแมนชั่นก็เข่าทรุดลงไปกับพื้นเพราะการเคลื่อนย้ายกะทันหันแบบนั้นทำให้เสียมานาไปเยอะมาก ๆ นั่นเอง แต่ไม่นานนักเขาก็ลุกขึ้นมาแล้วพูดออกมาว่า

“ขอโทษนะมิกะ...พวกเราไม่ใช่ดอกไม้สังหารเหมือนในอดีตอีกแล้ว...”

ไดแมนชั่นพูดจบเขาก็ใช้เวทมิติวาปตัวเองไปหาแวนเจินต่อไป

--------------------

....

..

.

ทางด้านของโนอาห์

“เลยสามสิบนาทีแล้วสินะ” โนอาห์กล่าวพร้อมกับดึงดาบไม้ที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วพูดต่อไปว่า “น่าจะได้เวลาแล้ว”

พอโนอาห์พูดจบไดแมนชั่นก็โผล่มายืนข้างหน้าเขาทันที ไดแมนชั่นแปลกใจว่าทำไมเขาถึงวาปมาหาโนอาห์เหมือนเดิมด้วย แต่ถึงแม้เขาจะประหลาดใจแค่ไหนเขาก็ยังจะร่ายเวทวาปหนีโนอาห์ต่อไป และในตอนนั้นเองเรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น

จู่ ๆ ไดแมนชั่นก็ใช้เวทมิติไม่ได้

“นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

ไดแมนชั่นกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ โนอาห์ก็เลยตอบเขาไปว่า

“เป็นเพราะดาบประกายดาวน่ะ”

ไดแมนชั่นหันมาหาโนอาห์แล้วพูดว่า

“ดาบของนายงั้นเหรอ”

“ใช่...นายน่าจะจำได้ไม่ใช่เหรอว่าเอฟเฟคลับของดาบประกายดาวคืออะไร”

พอโนอาห์ถามออกไปแบบนั้น ไดแมนชั่นก็รู้สึกตัวได้ทันที เขาก็เลยเดินเข้ามาแล้วดึงคอเสื้อของโนอาห์ด้วยความฉุนเฉียว

“รีบดึงดาบบ้า ๆ ของนายออกไปซะ”

“ใจเย็น ๆ ก่อนไดแมนชั่น...ฉันอยู่วังหลวงนะ จุดที่ดาบปักอยู่มันไกลตั้งห้ากิโลเมตรแน่ะ”

“ได้...ถ้านายไม่ดึงเดี๋ยวฉันจะดึงเอง”

ไดแมนชั่นพูดจบก็ปล่อยคอเสื้อของโนอาห์แล้วเอามือทั้งสองข้างประกบกับพื้นพร้อมกับร่ายเวทมิติออกไป แตทันใดนั้นเองวิถีมานาก็ตีกลับจนทำให้ไดแมนชั่นกระอักเลือดออกมาทันที

“อั่ก~”

“ฉันเคยเตือนนายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามใช้เวทตอนที่ดาบประกายดาวปักอยู่บนพื้น”

“หน็อย~ กะ...แก ปล่อยฉันซะ!!”

ไดแมนชั่นตะโกนออกมา แต่โนอาห์ก็นั่งยอง ๆ ลงไปแล้วพูดกับเขาด้วยสายตาเย็นชาว่า

“ฉันบอกให้แกใจเย็น ๆ ไม่เข้าใจหรือไงวะไดแมนชั่น”

ด้วยจิตสังหารนั้นของโนอาห์ ก็ทำให้ไดแมนชั่นขนลุกซู่ขึ้นมาแล้วทำให้ความรู้สึกเก่า ๆ ในตอนที่เจอกับโนอาห์ครั้งแรกที่เมืองปีศาจกลับคืนมา และด้วยเหตุนั้น ไดแมนชั่นก็เลยยอมอยู่เฉย ๆ และบอกโนอาห์ไปว่า

“ชิ! รีบไปดึงดาบประกายดาวกันได้แล้ว”

“อืม...ดีแล้วล่ะที่นายใจเย็นลงได้” โนอาห์พูดพร้อมกับยืนขึ้นแล้วส่งมือมาให้ไดแมนชั่น “เอ้า ลุกขึ้นได้แล้ว”

ไดแมนชั่นจับมือของโนอาห์แล้วพยุงตัวเองขึ้นพร้อมกับไอแค่ก แค่ก เล็กน้อยจากนั้นโนอาห์ก็อธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ให้ไดแมนชั่นฟังไปว่า

“ฟังให้ดีนะไดแมนชั่น...ตอนนี้พวกเร็น จิล และวินดี้กำลังเตรียมการขั้นสุดท้ายอยู่และพลังมิติของนายเป็นสิ่งจำเป็นต่อแผนการขั้นสุดท้าย ดังนั้นนายห้ามไปไหนจนกว่าจะถึงเวลาเข้าใจไหม”

“เออ เออ ฉันขอโทษก็แล้วกัน”

“อืม...เอาล่ะต่อไปก็...” โนอาห์พูดจบก็หันไปมองรอบ ๆ ตัว แต่ไม่ว่าจะหันไปมองทางไหนก็มีแต่ซากปรักหักพังเต็มไปหมด “...ดูฝีมือนายซะไดแมนชั่น” โนอาห์พูดออกไป ไดแมนชั่นก็เริ่มหมุนตัวแล้วมองไปรอบ ๆ

“บ้าจริง...นี่ฉันบ้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“ใช่...นายมันบ้ามาก ๆ ”

“แต่ว่า! แวนเจินมันฆ่าพวกพ้องของฉันนะเว้ยโนอาห์ จะให้ฉันยืนอยู่เฉย ๆ แบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่กันห๊ะ!!”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ชี้ดาบไม้ขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวจำลองและวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่พร้อมกับพูดว่า

“จนกว่าเราจะจัดการสิ่งนั้นได้”

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมของนายหรอกนะโนอาห์”

ไดแมนชั่นพูดจบก็เตรียมจะขัดคำสั่งของโนอาห์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้โนอาห์กลับไม่ปล่อยจิตสังหารออกไป ... แต่โนอาห์กลับพูดออกมาเพียงประโยคเดียวว่า

“ฉันคิดว่ามาสคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

ไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นก็หยุดชะงักและหันกลับมาหาโนอาห์ด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมทั้งวิ่งมาชกหน้าของโนอาห์ด้วยความรุนแรงจนโนอาห์ล้มลงไปบนพื้นแล้วด่าทอโนอาห์ไปว่า

“แก...ฉันจะให้โอกาสแกพูดอีกครั้ง รีบถอนคำพูดซะ”

โนอาห์พยุงตัวเองขึ้นมาแล้วทำหน้าหมองเศร้า

“ไดแมนชั่น...นายลองคิดตามฉันดี ๆ นะ เมื่อสิบปีก่อนดอกไม้สังหารมีแค่ฉันและนายเพียงสองคนเท่านั้น ต่อมาเราก็เจอมิกะและสุดท้ายเราก็เจอมาส นายคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า”

ไดแมนชั่นพยายามคิดตามที่โนอาห์พูด แต่สุดท้ายเขาก็คิดได้แค่ว่า

“มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญอยู่แล้ว”

“คิดดูดี ๆ แล้วเหรอไดแมนชั่น” โนอาห์ถามย้ำอีกครั้ง

“นี่นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่”

เมื่อโนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ยืนขึ้นมาแล้วบอกไดแมนชั่นด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ลำดับการพบเจอยังไงล่ะ”

“ลำดับการพบเจองั้นเหรอ?”

โนอาห์พยักหน้า “ใช่...ถ้านายจำได้ เมื่อสิบปีก่อนตอนเจอมาสครั้งแรกมาสได้พูดไว้ว่า [นายมีเพื่อนอยู่สามคนใช่ไหม] เธอพูดประโยคนี้ออกมาทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมีเราอยู่กันแค่สองคน แล้วมาสรู้ได้ยังไงว่าพวกเรามีมิกะอยู่เป็นพวกก่อนหน้านี้แล้ว?”

พอไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบโนอาห์ไปว่า

“มันแปลกตรงไหน บางทีมาสอาจจะแอบตามดูเรา...เดี๋ยวก่อนนะ!!” พอไดแมนชั่นพูดออกมาแบบนั้น โนอาห์ก็พยักหน้า

“นั่นแหละคือจุดที่แปลกที่สุด...หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือ [มาสแอบตามสอดแนมเราอยู่ตลอดเวลาก่อนที่จะเข้ามาเป็นดอกไม้สังหารซะอีก] ”

“ไม่จริง...มาสไม่มีเหตุผลอะไรในการทำแบบนั้นหรอก โนอาห์...นายกำลังพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดอยู่นะ”

โนอาห์ได้ยินสิ่งที่ไดแมนชั่นบอกแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจแล้วนั่งลงไปบนพื้นพร้อมกับพูดว่า

“จริงอย่างที่นายพูดนั่นแหละ ฉันกำลังพูดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเพื่อนอยู่ แต่ว่าอีกไม่นานสิ่งที่ฉันคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าก็จะเกิดขึ้นแล้ว...”

ไดแมนชั่นกำลังงุนงงกับสิ่งที่โนอาห์พ่นออกมา ถึงแม้เขาจะงุนงงแค่ไหนแต่โนอาห์ก็เคยได้รับฉายานักดาบทะเลปีศาจผู้อยู่เหนือสมรภูมิรบและยังเป็นนักดาบรุ่นที่สามที่เก่งและมีไหวพริบที่สุดในรุ่นอีกด้วย

นั่นคือความจริง และส่วนมากสิ่งที่โนอาห์คิดมักจะเป็นจริงเสมอ ไดแมนชั่นหลงใหลในความสามารถของเขาจนติดตามมาเป็นดอกไม้สังหารร่วมกับเขานั่นเอง

แต่ในตอนนี้...ทุกอย่างมันเริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว สิ่งที่กำลังทำให้จิตใจของโนอาห์และไดแมนชั่นเริ่มมีจุดบอดนั่นก็คือ [คำว่าเพื่อนและการหักหลัง] นั่นเอง

พอไดแมนชั่นได้ไตร่ตรองถึงสิ่งต่าง ๆ ที่โนอาห์บอกมารวมกับความคิดพิจารณาของตนเองแล้ว เขาก็เลยถามโนอาห์เป็นคำถามสุดท้ายไปว่า

“ถ้าเกิดมาสหักหลังพวกเราจริง ๆ นายจะทำยังไง”

โนอาห์รีบตอบทันทีว่า

“ก็คงลงโทษเธอล่ะมั้ง”

“งั้นเหรอ...สมกับเป็นนายดีนะโนอาห์ พอเอาเข้าจริงแล้วนายก็ไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย แต่ว่า...”

พอไดแมนชั่นพูดจบเขาก็ระเบิดพลังออร่าจำนวนมหาศาลออกมาจนทำให้โนอาห์ตกใจและพูดออกไปว่า

“หืม นายยังมีก๊อกสองอีกงั้นเหรอ”

“ใช่...ฉันไม่ได้มีแหล่งมานาแค่ที่เดียวสักหน่อย เอาล่ะ...” ไดแมนชั่นพูดจบก็ควบคุมออร่ามานาจำนวนมหาศาลมาไว้ที่มือสองข้าง พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็นึกออกได้ทันทีว่าปรากฏแมนชั่นกำลังจะเอาจริง

พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็หยิบดาบไม้ขึ้นมาแล้วตั้งท่าเตรียมรับมือ แต่ทันใดนั้นเองมิกะก็วาปมาพร้อมกับปีกดาบแสงอาทิตย์ลงไปบนพื้นแล้วตะโกนออกไปว่า

“หยุดได้แล้วเจ้าพวกบ้า!!”

ไดแมนชั่นกับโนอาห์ต่างตกใจกับภาพที่เห็น เพราะจู่ ๆ มิกะก็โผล่ขึ้นมานั่นไม่ใช่เวทของมิกะแน่นอน ทำให้โนอาห์กลับหลังหันไปและในที่สุดเขาก็เห็นมาสกำลังลากร่างของเฟียร์ที่หมดสติอยู่แล้วเดินมาหาพวกโนอาห์ด้วยความใจเย็น

พอมิกะกับไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นพวกเขาก็ตกใจกับสิ่งที่มาสทำไปพร้อม ๆ กันทันที จากนั้นมาสก็ยิ้มให้โนอาห์แล้วถามว่า

“นายรู้มานานแล้วสินะ”

โนอาห์พยักหน้า “อื้ม...แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ จนกระทั่งเห็นวงแหวนเวทบนท้องฟ้าที่ [ถูกห่อหุ้มด้วยเวทของภูติ] นั่นแหละ”

“เฮ้อ~ น่าเสียดายจัง...แต่ว่าฉันก็มีความสุขที่ได้ร่วมเดินทางกับทุกคนจริง ๆ นะโนอาห์”

มาสยิ้มและน้ำตาซึมออกมาจนมิกะต้องตะโกนถามไปว่า

“มาส!! เธอเป็นเพียงผู้หญิงหื่น ๆ ที่ชอบแอบเข้าห้องนอนของโนอาห์ไม่ใช่เหรอ นี่เธอกำลังพูดบ้าอะไรอยู่”

“ฮะ ฮะ ฮะ มิกะ...เธอเนี่ยชอบพูดตรง ๆ จังเลยนะ แต่ว่า...ขอโทษนะมิกะฉันไม่สามารถกลับไปยืนอยู่ตรงนั้นกับพวกนายได้แล้ว”

มาสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เสียใจสุดขีด ไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นเขาก็ใจหล่นลงไปอยู่กับเท้าด้วยความตกใจและอึ้งเพราะสิ่งที่โนอาห์พูดมันคือเรื่องจริงทั้งหมด

แต่ในตอนนั้นเองโนอาห์กลับพูดไปว่า

“เธอจำได้หรือเปล่ามาสว่ากฎข้อสุดท้ายของดอกไม้สังหารคืออะไร”

“จำได้สิ...ถ้าหักหลังกันคนคนนั้นจะต้องตาย ใช่ไหม”

“อื้ม” โนอาห์ตอบออกไป จากนั้นมาสก็โยนดาบประกายดาวมาให้โนอาห์พร้อมกับปลดพลังเวทออกทั้งหมดแล้วพูดว่า

“ฉันเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดรวมไปทั้งการตายของราเชลอีกด้วย ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้ไปหาพวกนายเพื่อสอดแนมให้ [องค์กรกล่องดำ(Black Box)] ราเชลก็คงไม่ตายและเมืองหลวงในตอนนี้ก็คงจะไม่ระเบิด เพราะฉะนั้นช่วยฆ่าฉันด้วยมือของนายเถอะโนอาห์”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็กำดาบประกายดาวแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มิกะกับไดแมนชั่นทำได้แค่ยืนมองโนอาห์เดินไปหามาสที่กำลังคุกเข่าและหลับตายอมรับความตายอย่างช้า ๆ

และในตอนนั้นเองโนอาห์ก็เดินไปยืนอยู่ต่อหน้าของมาสพร้อมกับง้างดาบประกายดาวขึ้นมาเตรียมจะฟันไปที่คอของมาส แต่แล้ว...มิกะก็ตะโกนคัดค้านออกไปว่า

“อย่าทำนะโนอาห์ ขอร้องล่ะ...”

โนอาห์ได้ยินแต่เขาก็ไม่ฟัง และสุดท้ายโนอาห์ก็ลงดาบไปที่มาสด้วยความรวดเร็ว...

เพล้ง!!!

ไดแมนชั่น มิกะ และมาสต่างตกใจกับภาพที่เห็น ... โนอาห์ไม่ฟันคอของมาสแต่กลับโยนดาบประกายดาวลงพื้นด้วยกำลังแขนที่แข็งแกร่งจนดาบแตกหักไปหมดทันที

มาสตกใจจนดวงตาเบิกโพลง แต่โนอาห์ก็บอกมาสไปว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอไม่ใช่ดอกไม้สังหารอีกต่อไปแล้วมาส...แล้วก็” โนอาห์หันไปหาพวกมิกะกับไดแมนชั่นพร้อมกับพูดว่า “พวกนายก็เหมือนกัน”

ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่คาดไม่ถึงที่โนอาห์ทำ และในตอนนั้นเองโนอาห์ก็ยื่นมือให้มาสเพื่อให้เธอจับและพยุงตัวเองขึ้น มาสเห็นใบหน้าของโนอาห์ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็พูดกับมาสว่า

“เรื่องดอกไม้สังหารน่ะมันจบลงแล้ว ฉันไม่คิดอะไรกับเรื่องในอดีตหรอกนะ แต่ว่า...สิ่งที่เธอทำมันส่งผลต่อมายังปัจจุบันเพราะงั้นเธอต้องรับผิดชอบสิ่งที่ก่อซะ แล้วพอเรื่องราวทั้งหมดจบลง...พวกเราทั้งสี่คนไปกินเหล้าด้วยกันนะ”

มาสได้ยินแบบนั้น น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอรีบโผเข้ากอดโนอาห์ทันทีพร้อมกับร้องไห้งอแงแล้วพูดว่า

“ขะ...ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ยังเหลือพื้นที่ให้ฉันอยู่ ฉัน...ฉัน...”

โนอาห์ลูบหัวมาสแล้วพูดว่า

“ไม่ต้องเสียใจไปหรอก...ถึงแม้เราจะไม่ใช่ดอกไม้สังหารกันอีกต่อไปแล้ว แต่คำว่าเพื่อนยังคงมีอยู่ จริงไหม?” โอนาห์หันไปหามิกะกับไดแมนชั่น จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็วิ่งมาหามาสพร้อมกับพูดว่า

“เฮ้อ ใจหายใจคว่ำเลยนะ ไม่คิดว่าโนอาห์จะทำเรื่องแบบนี้” มิกะถอนหายใจ

“นั่นสิ...ปกตินายฆ่าคนไม่เลือกหน้าอยู่แล้วนี่” ไดแมนชั่นถาม

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันสัญญาไว้กับราเชลและวินดี้แล้วว่าจะไม่ฆ่าใครอีก โดยเฉพาะเพื่อนของฉัน”

โนอาห์กล่าวออกมาด้วยแววตาที่อ่อนโยนมาก ๆ จนทำให้พวกมิกะ ไดแมนชั่นและมาสต่างแปลกใจกับท่าทางของโนอาห์

และในตอนนั้นเองโนอาห์ก็เปลี่ยนแววตาเป็นแววตาจริงจังขึ้นมาพร้อมกับบอกทุกคนไปว่า

“ดาบประกายดาวคือต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด และฉันก็ทำลายมันลงไปแล้ว ตอนนี้มาสไม่จำเป็นต้องเอามันกลับไปที่องค์กล่องดำแล้วสินะ”

“อื้ม...ฉันมีหน้าที่ติดตามพวกนายทั้งสามคนในฐานะสปายขององค์กรกล่องดำ เป้าหมายของฉันคือดาบประกายดาว เพราะพวกเบื้องบนเชื่อว่าดาบประกายดาวจะสามารถปลดล็อกแพนดอร่าได้”

พอมาสเปิดเผยออกมาด้วยตัวเองแบบนั้น มิกะก็ถามไปว่า

“แล้วแบบนี้เธอจะไม่ถูกตามล่างั้นเหรอ”

“ถูกตามล่าแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะกลับไปที่องค์กรแล้วจัดการเรื่องราวด้วยตัวเอง”

“ให้ฉันไปช่วยไหม” ไดแมนชั่นถาม

“ไม่ต้องหรอก เมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากผลพวงที่ฉันสร้างมันขึ้นมา ฉันก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง” มาสยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเองต่อไป

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าแล้วพูดต่อไปว่า

“อื้ม เรื่องนั้นเอาไว้หลังจบศึกนี้ก่อนนะ” พอโนอาห์พูดจบเขาก็หันไปมองเฟียร์แล้วถามมาสไปว่า “นี่เธอจัดหนักเลยงั้นเหรอ”

“อ๋อ...ยายนี่ยังไม่ตายหรอกฉันแค่ทำให้สลบเฉย ๆ ”

“อื้มดีแล้ว...เอาล่ะ ไดแมนชั่นช่วยโทรจิตไปหาวินดี้ให้หน่อยสิ”

“ได้”

พอไดแมนชั่นพูดจบเขาก็ร่ายเวทโทรจิตใส่โนอาห์ จากนั้นโนอาห์ก็สามารถติดต่อทางไกลกับวินดี้ได้ทันที

“วินดี้ทางนั้นเป็นไงบ้าง”

“นะ..โนอาห์งั้นเหรอ”

“ใช่”

“อ๋อ...ทางนี้ก็พร้อมแล้ว”

“ดีมาก ถ้าเห็นสัญญาณที่ฉันส่งไปบนฟ้าพวกเธอก็เตรียมใช้ [สิ่งนั้นเลยนะ] ”

“อื้ม...หวังว่ามันจะได้ผลนะโนอาห์”

“ฮ่า ๆ ๆ ได้ผลอยู่แล้ว แค่นี้ก่อนนะ...” ปิ๊บ~

พอโนอาห์เลิกคุยกับวินดี้แล้ว เขาก็หันไปบอกทั้งสามคนว่า

“ตอนนี้ไม่มีดาบประกายดาวแล้วการต่อสู้กับแวนเจินจะไม่มีทางรู้ผลแพ้ชนะแน่นอน”

“ขะ..ขอโทษนะโนอาห์ เป็นเพราะฉันแท้ ๆ นายเลยต้องเสียอาวุธชิ้นสุดท้ายที่เอาไว้จัดการแวนเจิน” มาสก้มหน้ายอมรับผิด

“ก็บอกแล้วไงว่าช่างมันเถอะ” โนอาห์พูดจบเขาก็ยิ้มออกมาแล้วพูดต่อไปว่า “ถ้าต้องแลกกับการที่ต้องเสียเธอไปเพื่อให้ดาบประกายดาวยังคงอยู่ ฉันยอมทำลายมันเพื่อให้เธอได้อยู่กับพวกเราอีกครั้งจะดีกว่า”

มาสได้ยินแบบนั้นเธอก็ซึ้งกับคำพูดของโนอาห์ทันที มิกะกับไดแมนชั่นก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าดอกไม้สังหารได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหม่ก็กำเนิดขึ้นแทน

แต่ว่า...ไดแมนชั่นก็ยังคงเคียดแค้นในสิ่งที่แวนเจินทำกับพวกพ้องของเขาอยู่ เขาก็เลยเดินไปหาโนอาห์แล้วถามว่า

“ถ้าแผนการของนายสามารถจบทุกอย่างลงได้แล้ว นายจะทำยังไงกับแวนเจินต่อ?”

โนอาห์ได้ยินที่ไดแมนชั่นถามเขาก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ก็คงทำความเข้าใจกับเขาก็แค่นั้น ส่วนชีวิตของเขาจะเลือกเส้นทางไหนต่อไปนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเขาเองฉันไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดชีวิตของใครหรอกนะ”

“งั้น...ถ้าฉันจะฆ่าเขาล่ะนายจะมาห้ามอีกไหม”

พอไดแมนชั่นถามออกไปแบบนั้นโนอาห์ก็ส่ายหัว

“ไม่ห้ามหรอก...แต่พอถึงตอนนั้นนายได้รู้ความจริงทั้งหมดไปพร้อม ๆ กันกับแวนเจิน บางที...บางทีนะ นายอาจจะไม่อยากฆ่าเขาก็ได้”

“ชิ! ไอ้คนพรรค์นั้นจะทำให้ฉันไม่อยากฆ่างั้นเหรอ เหอะ! ฝันไปเถอะ!”

โนอาห์ได้แต่มองไปที่ไดแมนชั่นแล้วจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นใจ แต่สิ่งที่โนอาห์รับรู้มานั้นมันยากเกินที่จะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้

----------

....

...

..

.

ทางด้านของแวนเจิน ณ ที่ไหนสักแห่งในเมืองหลวง

ระหว่างที่แวนเจินกำลังซ่อนตัวอยู่นั้น เขาก็เห็นว่าวงแหวนเวทมนตร์ที่อยู่บนฟ้าถูกรบกวนจากพลังของนักดาบ นั่นทำให้แวนเจินยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“ใกล้ถึงจุดจบของเรื่องนี้แล้วสินะ”

จากนั้นแวนเจินก็คลายเวทซ่อนตัวออก ทันใดนั้นเองทุกคนที่อยู่ในเมืองหลวงก็สัมผัสพลังเวทเจ็ดรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแวนเจินได้ทันที

โนอาห์ ไดแมนชั่น มาสและมิกะต่างสัมผัสได้ถึงพลังเวทอันไร้ขีดจำกัดของแวนเจินได้ พวกเขาก็เลยแยกย้ายกันออกไปประจำจุดที่โนอาห์ได้วางแผนไว้

และทันใดนั้นแวนเจินก็วาปตัวเองมาโผล่ต่อหน้าของโนอาห์ เขามองไปที่เศษดาบประกายดาวแล้วพูดว่า

“ดาบเจ้าปัญหาพังแล้วสินะ”

“หืม? ...นี่แวนเจิน นักดาบน่ะไม่ยึดติดกับตัวดาบหรอกนะ แค่ดาบไม้เล่มนี้ก็เอาชนะนายได้สบาย ๆ อยู่แล้ว”

แวนเจินได้ยินแบบนั้นเขาก็พอจะเข้าใจอยู่เพราะในใจเขากำลังคิดว่า

“แน่ล่ะ...พลังแขนของโนอาห์เป็นของจริงขืนโดนแค่ครั้งเดียวก็อาจจะไปโลกหน้าได้ทันทีแต่ว่า...”

พอแวนเจินคิดในใจเสร็จเขาก็ระเบิดออร่าเจ็ดรูปแบบออกมาอันได้แก่ ออร่าของไฟ น้ำ ดิน ลม สายฟ้า ความมืดและแสงสว่าง จากนั้นเขาก็พูดออกไปว่า

“หึหึหึ~ มาดูกันว่าดาบไม้กับออร่าของทวยเทพอะไรจะแข็งแกร่งกว่ากัน”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วบอกแวนเจินไปว่า

“จริงอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ ด้วย”

“หืม? นายว่าไงนะ”

“นายไม่ใช่แวนเจินตัวจริงแต่เป็น... [มิคาเอลหนึ่งในสี่ผู้นำทัพล้างบางปีศาจในตำนาน] ”

พอแวนเจินได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจและหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!! สุดยอดไปเลยเจ้านักดาบ...” พอเขาพูดจบปีกขนนกสีขาวก็โผล่ขึ้นมาที่กลางหลังของมิคาเอล นัยน์ตาสีดำของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าและรูปร่างที่แท้จริงก็ปรากฏขึ้นมา

จากนั้นมิคาเอลก็พูดต่อไปว่า

“มีแค่นักดาบรุ่นสามเท่านั้นที่สามารถทำให้ทวยเทพมีบาดแผลได้ นั่นคือคำพูดของเทพสูงสุดที่ฉันได้ยินมาตั้งแต่เด็ก”

“อืม แล้วไงต่อ” โนอาห์กล่าว

“ก็นะ...ฉันไม่น่าปล่อยให้พวกนายรอดเลยแต่ว่าเมื่อสิบปีก่อนฉันก็ทำให้ราเชลตายได้---”

มิคาเอลยังพูดไม่จบเขาก็โดนโนอาห์หายตัวไปด้วยท่าอิไอแล้วใช้ดาบไม้ฟาดที่กลางลำตัวของมิคาเอลอย่างรุนแรงจนเขาปลิวไปไกลกว่าสามร้อยเมตรทันที

ตู้ม ตู้ม ตู้ม~

ร่างกายมิคาเอลปลิวไปกระแทกกับตึกรามบ้านช่องสามช่วงตึกจนตึกพวกนั้นถล่มลงมาทันที แต่ภายในพริบตาระหว่างที่ตึกกำลังถล่มอย่างสโลว์โมชั่นอยู่นั้น มิคาเอลก็ดีดตัวกลับมาชกไปที่หน้าของโนอาห์จนปลิวกระเด็นไปกว่าสามช่วงตึกเช่นกัน

ตู้ม ตู้ม ตู้ม~

ท่ามกลางการต่อสู้ของนักดาบและเผ่าเทพ พวกมิกะ ไดแมนชั่น และมาสต่างแปลกใจกับสิ่งที่เห็นจนไดแมนชั่นที่ซ่อนตัวอยู่ต้องโผล่ออกมาแล้วร่ายเวทมิติใส่มิคาเอลด้วยความเกรี้ยวโกรธ

“เวทมิติขัดแย้ง : ตัดสามมิติ”

ฉึบ ฉึบ ฉึบ ~

เวทมิติตัดร่างกายของมิคาเอลแยกออกเป็นสามส่วนทันที แต่ภายในพริบตาร่างที่ขาดไปของเขาก็กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้งและจากนั้นมิคาเอลก็กะพริบตาใส่ไดแมนชั่นหนึ่งครั้งจนทำให้เขาโดนคลื่นที่มองไม่เห็นกระแทกจนทำให้ไดแมนชั่นปลิวกระเด็นไปไกล แต่มิกะก็ใช้เวทรับได้ทัน

มาสเห็นแบบนั้นเธอก็ออกมาเผชิญหน้ากับมิคาเอลร่วมกับมิกะและไดแมนชั่น

ซึ่งพอมิคาเอลเห็นมาสที่เป็นภูติพันปีมีทีท่าจะต่อกรกับเขา เขาก็พูดขึ้นมาว่า

“มาส นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างไหม”

“รู้...แต่องค์กรกล่องดำคือสิ่งเลวร้ายที่ทำร้ายชีวิตฉันเพราะงั้นฉันจึงต้อง---” มาสยังพูดไม่จบอยู่ดี ๆ เธอก็กระอักเลือดออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

มิกะกับไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปรอรับตัวเธอก่อนที่จะล้มลงบนพื้นทันที มิกะเห็นรูขนาดใหญ่ที่กลางลำตัวของมาสเธอก็ร้องไห้ออกมา

“ฮือ~~ มาส อย่าเป็นอะไรไปนะ ฉันจะช่วยเธอเอง”

มิกะพูดจบจะพยายามร่ายเวทรักษาโดยใช้พลังชีวิตของตัวเอง แต่มาสก็ใช้เวทครั้งสุดท้ายในชีวิตของเธอผลักเวทรักษาของมิกะแล้วหยุดยั้งการร่ายเวทของมิกะไว้ พร้อมกับยิ้มให้มิกะและไดแมนชั่นด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยเลือด

และจากนั้นมาสก็จากไปโดยที่ไม่ได้บอกลาใครเลย...มิกะร้องไห้โฮออกมา ไดแมนชั่นก็น้ำตาไหลพวกเขาทั้งสองคนต่างเสียใจอย่างหาที่สุดมิได้

มิคาเอลมองมาที่กลุ่มมนุษย์และปีศาจพวกนั้นแล้วพูดว่า

“เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอหักหลังพวกเราความตายก็ต้องมาเยือนแน่นอน ช่างน่าสงสารเสียจริง”

ไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นเขาก็ยืนขึ้นแล้วกำหมัดด้วยความโกรธ แต่มิคาเอลก็ถอนหายใจออกมา

“นายอยู่เฉย ๆ เถอะไดแมนชั่น...เวทมนตร์ของนายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“ถึงจะทำไม่ได้ฉันก็จะล้างแค้นให้มาส ย้า!!!!”

ไดแมนชั่นวิ่งเข้าไปหามิคาเอลด้วยพลังทั้งหมดที่มี แต่มิคาเอลก็ได้แต่ส่ายหัวกับความโง่ของเขา แต่ในตอนนั้นเองโนอาห์ก็พุ่งมาที่มิคาเอลด้วยความรวดเร็วพร้อมกับดาบสีดำ

“ย้า!!!!”

โนอาห์ฟันดาบสีดำลงไปที่แขนขวาของมิคาเอลจนขาด ไดแมนชั่นที่กำลังพุ่งไปฆ่าตัวตายก็ต้องหยุดชะงัก จากนั้นไม่นานพวกวินดี้ก็วิ่งมาหามิกะและไดแมนชั่นพร้อมกับพูดว่า

“ทุกคนไม่เป็นไรนะคะ...ไม่นะ...” วินดี้เห็นศพของมาสเธอก็ตกใจขึ้นมาทันที

เร็น จิล และสกาเล็ตพร้อมกับแวนเจินตัวจริงและชายนิ่งก็เดินตามมา ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นศพของมาสทันทีเช่นกัน

“ไม่จริง...คุณมาส...” จิลกล่าวขึ้นมาด้วยโศกเศร้า

“ทุกคนได้โปรดใจเย็น ๆ ก่อน” เร็นตะโกนขึ้นมาแล้วจากนั้นเขาก็ชี้ไปที่โนอาห์พร้อมกับพูดว่า “แผนการต้องดำเนินต่อไป แวนเจิน!! นายแก้เวทมนตร์ข้างบนท้องฟ้าจากตรงนี้ได้ไหม”

แวนเจินตัวจริงก็พยักหน้า “ครับ...ผมจะลองดู แค่ก แค่ก~”

“อื้ม เอาล่ะวินดี้ จิล...พามิกะกับไดแมนชั่นออกมาจากตรงนั้นซะ”

“ค่ะ / ครับ”

จากนั้นจิลกับวิ้นดี้ก็พยุงตัวของมิกะที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วก็ไดแมนชั่นออกมาปฐมพยาบาลก่อนระหว่างที่วินดี้กำลังปฐมพยาบาลอยู่เธอก็หันไปมองโนอาห์ด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง

ทางด้านของโนอาห์กำลังกำดาบแสงอาทิตย์และดาบสีดำอย่างแน่นหนาด้วยความโกรธ แต่มิคาเอลก็หยิบแขนที่ขาดขึ้นมาต่อเหมือนเดิมพร้อมกับพูดว่า

“นายอาจจะทำดาเมจกับเผ่าเทพได้ แต่นายก็ฆ่าฉันไม่ได้หรอกนะโนอาห์”

“ได้สิ...ฉันฆ่านายได้แน่”

“ว่าไงนะ!!” มิคาเอลตกใจกับคำพูดที่แสนเย็นชาของโนอาห์ ไม่นานนักบรรยากาศรอบ ๆ ตัวของโนอาห์ก็เปลี่ยนไป

และในตอนนั้นเองวินดี้ก็ตกใจกับสัมผัสแบบนี้พร้อมกับยืนขึ้นมาแล้วพูดว่า

“สัมผัสแบบนั้นมัน...แบบเดียวกันกับวันที่หมู่บ้านแห่งสายลมถูกทำลายเลยไม่ใช่เหรอ”

มิกะได้ยินวินดี้พูดแบบนั้นเธอก็บอกวินดี้ไปว่า

“นักดาบทะเลสีเลือดยังไงล่ะ...โนอาห์...เขากำลังกลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้งแล้ว” มิกะพูดออกมาด้วยสายตาอันเศร้าสร้อย

------------------------------

บทที่ 20 จบ

ตอนต่อไปจะเป็นตอนจบของภาคเมืองหลวงนะครับ บทสรุปของการต่อสู้ระหว่างโนอาห์และมิคาเอลจะเป็นอย่างไร และสิ่งที่วินดี้สงสัยนั้นมันคืออะไร ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกไหม ตอนหน้ามาติดตามอ่านบทสรุปที่จะนำไปสู่ภาคต่อไปกันนะครับ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น