โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 19 : แผนการที่ยากเกินจะคาดเดาได้ของโนอาห์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

บทที่ 19 – แผนการที่ยากเกินจะคาดเดาได้ของโนอาห์ (1)

ท้องฟ้าด้านบนนั้นเต็มไปด้วยวงแหวนเวทขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่โนอาห์กำลังคิดอยู่ในใจนั้นไม่ใช่ความน่ากลัวของเวทขอบเขตโลกของดวงดาวหรอก แต่เป็นสิ่งที่ไดแมนชั่นเป็นเมื่อครู่นี้ต่างหาก

โนอาห์เลิกเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วหันไปหามิกะที่กำลังฟื้นตัวอยู่พร้อมกับพูดว่า

“มิกะถ้าเธอหายดีแล้วก็เอานี่ไป” โนอาห์โยนดาบแสงอาทิตย์ให้มิกะ “เอาดาบเล่มนี้ไปใช้แล้วไปช่วยไดแมนชั่นซะ”

“อื้ม” มิกะพยักหน้าด้วยสายตาที่จริงจัง ส่วนมาสเองก็หันมาถามโนอาห์ว่า

“แล้วฉันล่ะ”

“เธอรักษาซากุระกับมิกะให้เรียบร้อยแล้วค่อยตามฉันมาทีหลัง”

“ไปไหนงั้นเหรอ”

“วังหลวง”

พอโนอาห์พูดออกมาแบบนั้นเขาก็ปักดาบประกายดาวลงบนพื้นแล้วบิดมันหนึ่งครั้ง เฟียร์มองสิ่งที่โนอาห์ทำด้วยความสงสัย แต่โนอาห์ก็ไม่ดึงดาบขึ้นมา กลับกันเขาดันเดินไปหยิบดาบไม้ฝึกซ้อมของพวกทหารฝึกหัดแถว ๆ นั้นแล้วเหน็บไว้ที่เอวพร้อมกับถามเฟียร์ไปว่า

“ราชายังอยู่ที่วังหลวงใช่ไหม?”

“นี่นายคิดจะทำอะไรโนอาห์” เฟียร์ถาม

“ไปคุยกับท่านราชายังไงล่ะ”

เฟียร์มองหน้าโนอาห์ด้วยความไม่เชื่อใจ แต่เธอก็เลือกตอบเขาไปว่า

“ได้สิ...แต่ฉันจะไปกับนายด้วย”

“ไม่มีปัญหา”

หลังจากที่โนอาห์ตอบออกไปแบบนั้น มาสก็รีบถามโนอาห์ไปว่า

“แล้วดาบประกายดาวล่ะ”

“อ๋อ...ถ้าอีกสามสิบนาทีฉันไม่กลับมาให้เธอ [ทำลายมันทิ้งได้เลย]

“หา?”

มิกะกับมาสต่างมองหน้าโนอาห์ด้วยความงุนงง แต่โนอาห์ก็ยิ้มให้แล้วเดินจากพวกเธอไปแล้วมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงทันที

--------------------

...

..

.

ทางด้านของไดแมนชั่น

ไดแมนชั่นวาปมายังเขตชุมชนของเมืองหลวงด้วยความหวาดกลัว ใช่...เขากำลังหวาดกลัวว่าเพื่อนของเขากำลังจะหายไป ด้วยสัญชาตญาณที่ปีศาจมีนั้น มันแหลมคมซะจนทำให้สัมผัสถึงจิตที่สื่อถึงกันได้

และแน่นอนภาพเบื้องหน้าที่ไดแมนชั่นเห็นก็มีเพียงแค่ซากศพของเชอร์รีนและแม็กหนึ่งในสี่ปีศาจเพื่อนรักของเขานั่นเอง

ไดแมนชั่นขาสั่นและเข่าทรุดลงไปร้องไห้ออกมาจนเสียเชิงชายไปหมด เขาละทิ้งถึงความละอายที่จะร้องไห้ออกมา เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ เขาแค่อยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจเพียงเท่านั้น

พอเวลาผ่านไปสักพัก ไดแมนชั่นก็หยุดร้องไห้แล้วเดินไปร่ายเวทเพลิงเผาศพของพวกพ้องด้วยมือของตัวเองพร้อมกับทำสีหน้าที่เขาไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต

ไดแมนชั่นโกรธ เคียดแค้น และพร้อมที่จะทำลายทุกอย่างบนโลกนี้ได้ทันที

เขายืนขึ้นมาแล้วกำหมัดขวาแน่นพร้อมกับพูดว่า

“แวนเจิน...ฝีมือของมันแน่นอน!!”

ไดแมนชั่นพูดจบเขาก็มองไปที่วังหลวงแล้วใช้เวทมิติวาปตัวเองไปที่นั่นทันที

.....

ณ หน้าวังหลวง

ไดแมนชั่นโผล่ขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็เห็นโนอาห์กำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน แต่เขาก็ไม่สนใจ

ไดแมนชั่นเดินเข้าไปในวังหลวงแล้วถามทหารเวทข้างในว่า

“แวนเจินอยู่ไหน...”

ทหารเวทไม่ตอบอะไรนอกจากจะเตรียมโจมตีเขาอยู่ท่าเดียว พอไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นเขาก็ขู่ทุกคนไปว่า

“ถ้าไม่บอก ฉันจะฆ่าพวกแกซะ!!”

แม้พวกทหารจอมเวทจะถูกข่มขู่แค่ไหนพวกเขาก็ไม่ยอมปริปากออกมาเลย จึงทำให้ไดแมนชั่นร่ายเวทมิติตัดคอทหารเวททุกคนที่อยู่ที่นี่ทันที

ฉึบ~

ศีรษะของทหารเวทจำนวนร้อยกว่าคนก็หลุดออกจากบ่าพร้อม ๆ กัน จากนั้นร่างกายของพวกเขาก็ล้มตึงลง แต่ภายในใจไดแมนชั่นกลับไม่รู้สึกสบายใจเลยสักนิดเพราะความโกรธแค้นยังคงอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจของเขาอยู่นั่นเอง

“โถ่เว้ย!!! โผล่หัวออกมาได้แล้วแวนเจิน!! ฉันจะฆ่าแก!! อ๊า!!!!”

ไดแมนชั่นตะโกนออกไปพร้อมกับแรงกระแทกของเวทมนตร์จำนวนมหาศาลจนภายในวังพังพินาศไปหมด

โนอาห์ที่กำลังเดินมาที่วังหลวงเขาก็เห็นถึงความผิดปกติของวังหลวง โนอาห์ก็เลยมองหน้าเฟียร์แล้วพยักหน้าหนึ่งครั้ง ก่อนที่ทั้งสองคนจะใช้ความเร็วขั้นสูงดีดตัวเองมาที่หน้าวังหลวงภายในพริบตา

....

พอโนอาห์กับเฟียร์เห็นทะเลเลือดที่ไหลออกมาจากซากศพทหารนับร้อยพร้อมกับไดแมนชั่นนั่งคุกเข่าอยู่กลางโถงใหญ่ตรงนั้น

“ไดแมนชั่น...นายทำอะไรลงไป” โนอาห์ถามออกไป

ไดแมนชั่นค่อย ๆ หันมาหาโนอาห์ด้วยน้ำตาที่ไหลไม่หยุดพร้อมกับพูดว่า

“ฉันจะฆ่ามัน...ฉันจะฆ่าแวนเจิน”

ไดแมนชั่นพูดจบก็เตรียมจะลุกขึ้นยืน แต่โนอาห์ก็ใช้ความเร็วของท่าอิไอพุ่งไปหาไดแมนชั่นพร้อมกับเอาดาบไม้จ่อคอเขาไว้แล้วพูดว่า

“นายฆ่ามันได้ แต่ต้องฆ่าตอนที่นายมีสติเท่านั้นไดแมนชั่น”

“หลบไปซะโนอาห์” ไดแมนชั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ฉันไม่หลบ นายนั่นแหละที่---” โนอาห์ยังพูดไม่ทันจบ ไดแมนชั่นก็ใช้หมัดที่อาบเวทมิติขั้นสูงเอาไว้แล้วชกไปที่กลางลำตัวของโนอาห์อย่างรุนแรงทันที

ตู้ม!!!!

ร่างของโนอาห์ปลิวกระเด็นทะลุกำแพงวังออกไปชนตึกสูงใหญ่พังพินาศไปสองตึกทันที เฟียร์เห็นแบบนั้นก็เตรียมร่ายเวทสังหารใส่ไดแมนชั่น แต่พอไดแมนชั่นหันมาหาเฟียร์เธอก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหวาดกลัวทันที

ไดแมนชั่นไม่สนใจเฟียร์เลยสักนิด เขาเดินสวนเฟียร์ออกไปแล้ววาปหาตัวแวนเจินต่อไป

พอไดแมนชั่นหายตัวไปแล้วเฟียร์ก็ได้สติแล้วรีบใช้เวทสายลมทำให้ตัวเองบินได้ชั่วคราวออกตามหาโนอาห์ทันที

...

เฟียร์บินอยู่เหนือน่านฟ้าแล้วมองลงไปข้างล่างเพื่อค้นหาโนอาห์ ท่ามกลางความพังพินาศของตึกใหญ่สองตึก ไม่นานนักเธอก็เห็นโนอาห์กำลังนั่งเกาหัวอยู่บนกองซากปรักหักพังที่เคยเป็นศูนย์บัญชาการหลักของเมืองหลวง เฟียร์เห็นแบบนั้นเธอก็รีบร่อนลงไปหาเขาแล้วถามไปว่า

“นายเป็นอะไรไหม?”

“หา? คนโดนต่อยด้วยหมัดที่หนักกว่าหมื่นตันก็ต้องมีเจ็บแปล๊บ ๆ บ้างแหละ”

“เฮ้อ~ ฉันผิดเองแหละที่คิดว่านายตายไปแล้ว” เฟียร์ถอนหายใจเพราะโล่งอก

โนอาห์ได้ยินเฟียร์พูดแบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้วยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยก่อนจะบอกเธอไปว่า

“เราต้องหยุดไดแมนชั่นให้ได้ก่อนเพราะการฆ่าเจ้าแวนเจินตอนนี้มีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปเรื่อย ๆ”

“หืม? ...ไหนบอกว่าจะฆ่าเขาเลยไม่ใช่เหรอ” เฟียร์ถาม

“ฉันฆ่าหมอนั่นแน่ถ้ามันไม่ยอมยกเลิกเวทขอบเขตของโลกแห่งดวงดาวล่ะนะ”

“อ้าว งั้นนายก็ไม่ตั้งใจจะมาฆ่าแวนเจินตั้งแต่แรกแล้วสิ”

โนอาห์พยักหน้า “ใช่...สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การฆ่าใครหรอกนะ แต่เป็นการทำความเข้าใจต่างหาก”

“ความเข้าใจงั้นเหรอ” เฟียร์ถามด้วยความแปลกใจ

“ใช่ ... เธอจำเรื่องของแวนเจินเมื่อสิบปีก่อนได้ไหม”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้น เฟียร์ก็พยักหน้า

“อื้มจำได้สิ ใคร ๆ ก็จำได้ทั้งนั้น”

“นั่นแหละ เรื่องนั้นแหละที่พวกเราเข้าใจผิดกันหมดเลย”

เฟียร์มองหน้าโนอาห์ด้วยความงุนงงก่อนที่จะถามไปว่า

“นี่นาย...กำลังพูดอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

“เฮ้อ~ เฟียร์...เธอลองคิดดี ๆ สิว่า ทำไมจอมเวทอันดับหนึ่งอย่างแวนเจินที่รักเอ็นโดร่าไม่แพ้ใครถึงต้องสร้างเวทระเบิดเมืองที่ตัวเองรักขึ้นมาด้วย?”

เฟียร์ได้ยินคำถามอันนั้นของโนอาห์ เธอก็ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอคิดไปคิดมาอย่างหนักจนสุดท้ายเธอก็นึกถึงท่าทางที่แปลกประหลาดของชายนิ่งได้ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเหล่าพวกพ้องของเธอได้ทันทีเช่นกัน

“เข้าใจแล้ว...อย่างนี้นี่เอง โถ่เว้ย!! ทำไมฉันไม่ยอมนึกออกตั้งแต่แรกนะ” เฟียร์กล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด

“ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจแล้วสินะ”

“อื้ม...งั้นนายก็รู้มานานแล้วสิโนอาห์” เฟียร์ถาม

“ใช่...” โนอาห์ตอบกลับไปพร้อมกับหันหน้าไปหาเฟียร์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังต่อไปว่า “ฟังให้ดีนะเฟียร์...เราจะทำสงครามกับอาสะไม่ได้เด็ดขาด [เพราะพวกที่ต้องการให้พวกเราแตกคอกันเองมันต้องการแบบนั้น] เธอเข้าใจที่ฉันพูดแล้วใช่ไหม”

“อื้ม...เข้าใจแล้ว”

จากนั้นโนอาห์ก็ยิ้มออกมาแล้วหยิบดาบไม้พร้อมกับจ้องมองมัน

“เฟียร์...เธอคิดว่าใครเหมาะสมกับเป็นหัวหน้าของสิบสองจอมเวทที่สุดล่ะ”

“หืม? อยู่ดี ๆ นายมาถามแบบนี้ทำไม”

“เอาน่า ตอบมาเถอะ”

“ก็คงเป็นคุณสกาเล็ตล่ะมั้ง ถึงเธอจะอยู่อันดับต่ำกว่าฉันก็ตาม แต่เธอก็ทำงานแทนทุกคนได้หมดเลย”

“อ่า~ คิดเหมือนกันเลยสินะ” โนอาห์พูดจบก็ตะโกนออกไปดัง ๆ ว่า “สกาเล็ต ตาเธอแล้ว!! จัดการเลย!!”

เฟียร์ตกใจที่โนอาห์ตะโกนออกมาด้วยความกะทันหัน แต่ไม่นานนักหลังจากที่โนอาห์ตะโกนออกไปจู่ ๆ ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยกระจกใส ๆ เต็มไปหมดทันที

“นะ...นี่มันเวทกระจกของคุณสกาเล็ตไม่ใช่เหรอ” เฟียร์เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วถาม

“ใช่...เอาล่ะในเมื่อราชาไม่ได้อยู่ที่วังหลวงแล้ว งั้นเราก็ใช้กระจกพวกนี้ตามหาต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดนี่ซะก็สิ้นเรื่อง”

เฟียร์ได้แต่แปลกใจกับการกระทำที่ไร้ที่มาที่ไปของชายที่ชื่อโนอาห์ เธอได้แต่มองไปที่โนอาห์โดยไม่กะพริบตาเลยสักครั้ง และในตอนนี้เธอก็เห็นโนอาห์หยิบดาบไม้ขึ้นมาแล้วตั้งท่าอิไอที่แสนจะธรรมดาพร้อมกับเล็งไปที่เวทกระจกบนท้องฟ้า

จากนั้นก็...

“เพลงดาบแห่งกระแสเสียงกระบวนท่าอิไอลับ : คลื่นเสียงแห่งความมืด”

โนอาห์ฟันออกไปอย่างรวดเร็วจนเกิดคลื่นเสียงกับคลื่นแสงที่จำเพาะออกมาแล้วคลื่นเสียงที่ถูกคลื่นแสงโอบอุ้มพวกนั้น ก็กระทบกับเวทกระจกจนทำให้คลื่นเสียงแตกกระเจิงออกไปทั่วทั้งเมืองหลวงทันที

วือ~~ วือ~~ วือ~~~

เสียง วือ~~ ดังอยู่สามครั้งจากนั้นเวทแห่งดวงดาวที่แวนเจินร่ายอยู่ก็หยุดชะงักลงชั่วคราว เฟียร์ได้แต่แปลกใจที่นักดาบผู้ไร้เวทมนตร์กลับทำให้มหาเวทที่ยิ่งใหญ่หยุดทำงานได้แม้จะเพียงชั่วคราวก็เถอะ

จากนั้นโนอาห์ก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ภารกิจที่หนึ่งสำเร็จ!!”

“นี่นายเป็นนักดาบหรือนักเวทกันแน่...โนอาห์” เฟียร์ถามด้วยความตกใจ

“ก็ต้องเป็นนักดาบสิ...เอาล่ะเฟียร์ต่อไปตาเธอแล้วนะ”

“เห~ ตาฉันงั้นเหรอ”

“อื้ม”

“แล้วไดแมนชั่นล่ะ นายไม่ตามเขาไปแล้วงั้นเหรอ”

“ตามสิ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกอีกสักพักเขาก็จะกลับมาหาเราเอง”

เฟียร์จ้องมองไปที่ดวงตาของโนอาห์ มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความศรัทธาอยู่เต็มเปี่ยมจนทำให้จิตใจของเธอหายเคลือบแคลงในตัวของเขาและเปิดใจพร้อมกับพูดออกไปว่า

“จะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลย...นักดาบ”

“วิ่งกลับไปที่ดาบประกายดาวแล้วช่วยดูให้หน่อยว่ามาสทำลายดาบประกายดาวไปหรือยัง”

"หืม? ทำไมเหรอ?"

พอเฟียร์ถามออกไปแบบนั้นโนอาห์ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังทันที จากนั้นเขาก็หันมาบอกเฟียร์ด้วยสายตาที่น่ากลัวแล้วพูดว่า

"ถ้ามาสยังไม่ทำลายดาบนั่น...ให้เธอกักบริเวณยายนั่นไว้ด้วยเวทคุกลมของเธอไว้ จนกว่าฉันจะพาไดแมนชั่นกลับไป เข้าใจไหม?"

“หา!! นะ...นี่มันเรื่องอะไรกันโนอาห์” เฟียร์ทำหน้าแปลกใจออกมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

โนอาห์ถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า

"ถ้าทุกอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่ผิดนะ...มาสก็คือศัตรูที่แท้จริงของศึกครั้งนี้ไม่ใช่แวนเจิน"

----------------------

บทที่ 19 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น