โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 17 : ความจริงของดาบสีดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

บทที่ 17 - ความจริงของดาบสีดำ

โนอาห์และไดแมนชั่นกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงเพื่อไปที่สะพานดวงดาวก่อนหกโมงเย็น เพราะหากไปช้ากว่านั้นสะพานแห่งดวงดาวจะหายไปและทำให้ไม่สามารถขึ้นไปยังทุ่งแสงจันทร์ได้นั่นเอง

ระหว่างที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังวิ่งอยู่นั้น โนอาห์ก็ถามไดแมนชั่นขึ้นมาว่า

“นายยังห่วงมิกะอยู่สินะ”

“เรื่องของฉัน”

“เฮ้~ ชอบมิกะงั้นเหรอ”

พอโนอาห์ถามแบบนั้นออกไปไดแมนชั่นก็เตะไปที่ลำตัวของโนอาห์อย่างรุนแรงทันที

ตู้ม~~~

ร่างของโนอาห์ปลิวไปชนบ้านเรือนแถวนั้นจนพังไปหมด จากนั้นโนอาห์ก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งตามไดแมนชั่นไปพร้อมกับหัวเราะออกไปว่า

“ฮ่า ๆ โอย~ นายชอบมิกะจริง ๆ ด้วยสินะ”

“หยุดพูดได้แล้วโนอาห์”

“ก็ได้ ก็ได้ เฮ้อ~”

โนอาห์ยอมถอดใจแล้วก็วิ่งตามไดแมนชั่นต่อไป

.....

ณ สะพานดวงดาว

โนอาห์กับไดแมนชั่นกำลังยืนอยู่หน้าสะพานดวงดาวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าแล้วมองเกาะลอยฟ้าขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่มาก รอบ ๆ เกาะลอยฟ้านั้นก็มีคลื่นพลังเวทอันมหาศาลห้อมล้อมมันไว้อยู่

ไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นก็บอกโนอาห์ไปว่า

“ดาบประกายดาวอยู่ตรงนั้นสินะ”

“อื้ม...แต่ว่า” โนอาห์พูดจบเขาก็ถอนหายใจออกมา “เฮ้อ~ ฉันไม่รู้จะเอามันมาได้ยังไงเหมือนกัน”

“ฮ่า ๆ ๆ นั่นสิ ปกตินายต้องจูบกับหญิงที่นายรักนี่”

“เออ เออ...นั่นแหละคือปัญหา แต่ก็ได้ยินมาว่ามันถูกเรียกออกมาแล้วล่ะ”

“หืม~ เป็นไปไม่ได้หรอก นักดาบรุ่นที่สามแบบนายก็ตายไปหมดแล้วนี่ แล้วใครมันจะเรียกดาบประกายดาวออกมาได้อีกล่ะเจ้าบ้า”

โนอาห์พยักหน้าตอบไดแมนชั่นไป แต่ไม่นานนักโนอาห์ก็เงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งแล้วพูดว่า

“ช่างเถอะ ตอนนี้มิกะสำคัญกว่าพวกเรารีบไปเอาดาบประกายดาวกันเถอะ”

ไดแมนชั่นเห็นแววตาที่มั่นคงและหนักแน่นของโนอาห์เปล่งประกายออกมา เขาก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นมาว่า

“หึ~ บางทีฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องช่วยนายด้วยนะ”

“หืม ว่าไงนะ”

“ไม่มีอะไรหรอก...ไปต่อกันเถอะ”

โนอาห์ยืนเกาหัวแกร่ก ๆ ด้วยความงุนงง แต่เขาก็เดินตามไดแมนชั่นไปอย่างนั้นต่อไป ...

....

การที่จะขึ้นไปที่ทุ่งแสงจันทร์ได้ต้องขึ้นสะพานดวงดาวที่ทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่าสามกิโลเมตร ซึ่งถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาย่อมมาที่ทุ่งแสงจันทร์ไม่ได้แน่นอน จึงทำให้มีแต่จอมเวทเก่ง ๆ หรือนักผจญภัยที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้เท่านั้น

แต่ในขณะที่เดินทางกันอยู่นั้น ไดแมนชั่นก็สัมผัสถึงพลังแปลก ๆ จากบนทุ่งแสงจันทร์ได้

“โนอาห์ นายสัมผัสพลังเวทแปลก ๆ ได้ไหม”

“หืม...ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่”

“อ่า~ ลืมไป”

ไดแมนชั่นพูดจบก็ร่ายเวทใส่โนอาห์เพื่อทำให้ประสาทสัมผัสด้านพลังเวทของนักดาบเฉียบคมขึ้นและทันใดนั้นเองโนอาห์ก็สัมผัสพลังเวทแปลก ๆ ที่ว่านั่นได้ทันที

“นะ...นี่มันพลังอะไรกัน” โนอาห์ถามออกมาด้วยความตกใจ

“อื้ม...เป็นพลังที่แปลกมาก ๆ ราวกับเป็นพลังของโลกหลังความตายอะไรทำนองนั้นเลย”

“เดี๋ยวก่อนนะ ... สัมผัสแบบนี้มัน!!”

โนอาห์ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองนึกคิดขึ้นมาได้ เขาก็ไม่รอช้าที่จะใช้ความเร็วขั้นสูงที่สุดดีดตัวเองขึ้นไปเพื่อร่นระยะทางในการเดินบนสะพาน โดยที่ไดแมนชั่นตะโกนตามหลังโนอาห์ไปว่า

“หยุดก่อนโนอาห์!! ...เจ้าบ้าเอ๊ย!!”

แต่โนอาห์ก็ไม่ฟัง เขาวิ่งขึ้นไปด้วยความร้อนรนและกระวนกระวาย และในที่สุดโนอาห์ก็ขึ้นมาที่ทุ่งแสงจันทร์สำเร็จ

“แฮ่ก แฮ่ก~ สัมผัสแบบนั้นเราจำได้” โนอาห์พูดขึ้นมาในใจ พร้อมกับหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ทุ่งหญ้าที่มีประกายแสงฟุ้งออกมา

โนอาห์วิ่งออกไปตามสัมผัสนั่นจนในที่สุดเขาก็ต้องหยุดยืนมองสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจและตื่นตา

“ระ...ราเชล”

ภาพที่โนอาห์กำลังเห็นอยู่ตรงหน้าคือภาพของนักดาบหญิงราเชลกำลังร่ายรำดาบที่มีละอองของดวงดาวแผ่กระจายออกมาทุกกระบวนท่า เธอร่ายรำอย่างสวยงามและพลิ้วไหวราวกับว่าเทพธิดาแห่งดาบกำลังเต้นรำอยู่ในทุ่งหญ้าที่สวยงามก็ไม่ปาน

โนอาห์จ้องมองอยู่แบบนั้น น้ำตาของเขาก็ไหลไปด้วยจนกระทั่งในที่สุดการร่ายรำของราเชลก็จบลง

ราเชล หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาล ตาโต ใบหน้าขาวผ่อง ชุดที่เธอใส่ก็เป็นชุดที่เหมือนโนอาห์ใส่ เธอสวมเสื้อแขนสั้นโปร่งสบายและใส่ถุงมือสีดำ กางเกงขายาวพร้อมกับใส่รองเท้าหนังทำให้เธอดูทะมัดทะแมงสมกับเป็นนักดาบมาก ๆ เธอกำลังถือดาบคาตานะสีฟ้าอ่อนไม่ยาวมากและตอนนี้เธอก็กำลังมองมาที่โนอาห์ด้วยรอยยิ้มที่สดใส

พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยความดีใจว่า

“ราเชล...ราเชลจริง ๆ ด้วย ราเชล!!”

โนอาห์วิ่งเข้าไปหาราเชลทันที แต่ในตอนนั้นเองราเชลก็ตั้งท่าแล้วฟันเป็นแนวขวางออกไปใส่โนอาห์ทันที ด้วยความที่โนอาห์มีสัมผัสที่แม่นยำเขาก็เอนตัวไปข้างหลังเพื่อหลบวิถีดาบภายในเสี้ยววิที่ดาบจะฟันโดนคอของเขา

ฟึ่บ~ โนอาห์กระโดดไปตั้งหลักแล้วถามราเชลออกไปว่า

“ราเชล ถะ...เธอกำลังทำอะไร....”

โนอาห์ถามออกมาด้วยความตกใจ และในตอนนั้นเองไดแมนชั่นก็ใช้เวทมิติวาปมาแล้วบอกโนอาห์ไปว่า

“เจ้าบ้าเอ้ย!! ของแค่นี้ก็ดูไม่ออกเหรอไงโนอาห์”

“นายว่ายังไงนะ...”

“แหกตาดูดี ๆ สิโนอาห์!!”

สิ้นเสียงตะโกนของไดแมนชั่น โนอาห์ก็ลองมองดูราเชลดี ๆ อีกที ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นออร่าสีม่วงลอยออกมาจากร่างกายของราเชล

เวทมนตร์ในตำนาน : ควบคุมวิญญาณ ... ใคร ใครเป็นคนทำแบบนี้กับราเชลวะ!!”

โนอาห์ตะโกนออกไป แต่ท่ามกลางทุ่งแสงจันทร์ที่สวยงามแห่งนี้ก็ไม่มีใครนอกเหนือไปจากไดแมนชั่น ราเชล และโนอาห์อีกเลย

พอไดแมนชั่นสัมผัสได้ว่าจิตใจของโนอาห์กำลังอ่อนแอ เขาก็เลยเสนอไปว่า

“โนอาห์...ให้ฉันจัดการเองเถอะ”

“หยุดนะไดแมนชั่น!!”

ผลั๊วะ!!

ไดแมนชั่นต่อยหน้าโนอาห์เพื่อเรียกสติทันที

“นายนั่นแหละหยุดซะโนอาห์...นั่นไม่ใช่ราเชลอีกต่อไปแล้ว ราเชลตายไปแล้ว เธอคนนั้นเป็นแค่ซากศพที่ทำตามคำสั่งของจอมเวทเพียงเท่านั้น”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจและลุกขึ้นมาจับแขนขวาของไดแมนชั่นไว้พร้อมกับพูดว่า

“ไดแมนชั่น...” พอเขาเรียกชื่อเสร็จ โนอาห์ก็เงยหน้าขึ้นมา “...ขอร้องล่ะอย่าทำอะไรราเชลเลยนะ” โนอาห์ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด

ไดแมนชั่นมองโนอาห์ด้วยความเจ็บใจแล้วคิดในใจว่า

“แย่แล้ว...เจ้าหมอนี่กลายเป็นคนไม่มีเหตุผลไปแล้ว”

ด้วยเหตุนั้น ไดแมนชั่นเลยตัดสินใจชิงลงมือสังหารราเชลโดยอาศัยทักษะการร่ายเวทเร็วที่สุดในเอ็นโดร่าของเขา ร่ายเวทมิติใส่ร่างกายของราเชลแล้วตัดเธอออกเป็นสองส่วนทันที

และ...พอโนอาห์เห็นร่างของหญิงสาวอันเป็นที่รักเป็นแบบนั้น เขาก็ตกใจจนจิตหลุดยืนค้างนิ่งไปทันที

“มะ...ไม่จริง ระ...ราเชล อ๊ากกกกกกกกกก!!!!”

ฟูม!!!!!!

ออร่าสีแดงผสมสีดำก็ปะทุออกมาจากร่างกายของโนอาห์จนทำให้ไดแมนชั่นโดนแรงกระแทกของพลังจิตปลิวกระเด็นออกไปกว่าหลายเมตรทันที

“เฮ้ย!! โนอาห์ใจเย็น ๆ ก่อนสิวะ”

ไดแมนชั่นพยายามตะโกนเพื่อเรียกสติ แต่โนอาห์ก็ยังยืนตาค้างพร้อมกับร้องไห้ออกมาอยู่แบบนั้น โนอาห์ค่อย ๆ เดินไปหาร่างของราเชลแล้วก็คุกเข่าลงไป เขานั่งมองร่างที่ขาดเป็นสองส่วนอยู่แบบนั้นสักพัก จากนั้นโนอาห์ก็หยิบดาบประกายดาวขึ้นมาแล้วลุกขึ้น

โนอาห์หันไปหาไดแมนชั่นแล้วฟาดดาบลงไปที่พื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง

ด้วยความที่ไดแมนชั่นเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขาก็ร่ายเวทมิติค้างไว้ตั้งแต่โนอาห์ระเบิดพลังออกมาแล้ว ซึ่งภายในใจของไดแมนชั่นก็คิดว่า

“ทุ่งแสงจันทร์จบสิ้นแล้ว ไม่สิ...เมืองนี้ทั้งเมืองอาจจะต้องจบสิ้นแล้วล่ะ...บ้าเอ๊ย ปีศาจทะเลสีแดงออกมาแล้ว”

และหลังจากนั้นไดแมนชั่นก็วาปกลับมาหาพวกวินดี้ทันที

-----------------

....

..

.

ณ ลานกว้างของเมืองสายรุ้ง

พวกวินดี้กำลังรอทั้งสองคนอยู่ที่ลานกว้าง เร็นก็มองไปที่ทุ่งแสงจันทร์ที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับพูดกับทุกคนไปว่า

“พวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ”

“คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ ดูเหมือนไดแมนชั่นจะช่วยคุณโนอาห์อีกแรงด้วย” จิลกล่าว

“ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นล่ะนะ” เร็นกล่าวออกมาด้วยความอึดอัดใจแปลก ๆ

และในตอนนั้นเองไดแมนชั่นก็โผล่ขึ้นมากลางวงสนทนาของพวกวินดี้และบอกทุกคนไปว่า

“รีบหนีไปเร็วเข้า!!”

วินดี้ จิล เร็น และสกาเล็ตต่างงุนงงกับสิ่งที่ไดแมนชั่นบอก แต่ไดแมนชั่นไม่มีเวลามากขนาดนั้นเขาก็เลยร่ายเวทมิติส่งทั้งสามคนออกไปจากเมืองนี้แบบสุ่มทันที

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ~

จากนั้น...ทุ่งแสงจันทร์ที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอย่างสวยงามก็ถูกตัดออกเป็นสองส่วนและร่วงหล่นลงมายังพื้นดินทันที นั่นทำให้ชาวเมืองต่างแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้า และไม่นานนักเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจก็ดังขึ้น

“อร้าย~~~ ทุ่งแสงจันทร์ถล่มแล้ว!!”

ชาวบ้านพากันแตกตื่น แต่ไดแมนชั่นก็เอาสองมือไปประกบบนพื้นพร้อมกับพูดว่า

“เวทมิติขนาดใหญ่ : เคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิต!!”

พอเขาพูดจบ ก็มีวงแหวนเวทขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาทั้งเมืองสายรุ้ง และจากนั้นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในเมืองสายรุ้งซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ก็ถูกเวทเคลื่อนย้ายออกไปแบบสุ่มเช่นกันทันที

จากนั้นไดแมนชั่นก็ยืนขึ้นแล้วมองไปรอบ ๆ พร้อมกับพูดว่า

“ต้องทำให้เจ้าหมอนั่นหยุดอยู่กับที่ให้ได้ก่อน...แต่ว่า...”

ไดแมนชั่นพูดจบก็เตรียมรับมือโนอาห์ทันที ... ความเงียบสงัดของเมืองที่สวยงามแต่ไร้ผู้คนมันก็ทำให้ไดแมนชั่นเริ่มสั่นกลัวเมืองนี้ขึ้นมา และทันใดนั้นเองโนอาห์ที่อยู่ในสภาพจิตหลุดพร้อมกับถือดาบสองเล่มก็โผล่ขึ้นมาจากข้างหลังของไดแมนชั่นด้วยความน่าแปลกใจ

ไดแมนชั่นก็ไม่รอช้าที่จะหันกลับหลังไปแล้วร่ายเวทมิติใส่เขาทันที แต่ถึงแม้ความเร็วในการร่ายเวทของไดแมนชั่นจะสูงมากเท่าไหร่แต่ก็ยังไม่สู้ความเร็วของโนอาห์ได้เลย เพราะภายในพริบตาโนอาห์ก็เบี่ยงตัวหลบเวทมิติแล้วใช้ดาบประกายดาวฟันเวทของไดแมนชั่นขาดเป็นสองส่วนทันที

ดาบประกายดาวสามารถฟันเวทมนตร์ให้ขาดได้ จนทำให้ไดแมนชั่นต้องตกที่นั่งลำบากและพูดออกมาว่า

“ดาบนั่น...แย่แล้วสิ”

ไดแมนชั่นพูดออกมาเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าดาบประกายดาวมีคุณสมบัติในการต้านพลังเวทขั้นสูง แต่ด้วยความที่ไดแมนชั่นไม่ได้มีแค่ท่านี้ท่าเดียว เขาก็เลยเอามือไขว้กันแล้วร่ายเวทออกไปว่า

“เวทมิติผนึกต่อเนื่อง!!”

วิ้ง~~

เสียงดังวิ้งขึ้นมารอบ ๆ ตัวโนอาห์พร้อมกับประตูมิติจำนวนสี่บาน และจากนั้นไม่ว่าโนอาห์จะเดินไปทางนั้น เขาก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ โนอาห์พยายามใช้ดาบประกายดาวฟันออกไปมันก็ถูกทำลาย แต่ภายในพริบตาไดแมนชั่นก็เสกมันขึ้นมาใหม่ เปรียบเสมือนมีประตูมิติที่อยู่รอบ ๆ ตัวโนอาห์เลยในตอนนี้

แต่ด้วยการร่ายเวทแบบนี้มันทำให้ไดแมนชั่นต้องสูญเสียมานาไปเรื่อย ๆ จนทำให้เขาเกิดอาการเหนื่อยหอบขึ้นมา

แฮ่ก ~ แฮ่ก ~ มาส...ถ้ามีเวทของยายนั่นโนอาห์ต้อง----”

ไม่ทันได้พูดจบ โนอาห์ก็ใช้วิธีฟันอย่างรวดเร็วจนไดแมนชั่นมองตามไม่ทันจึงทำให้เวทผนึกของไดแมนชั่นถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์แบบทันที ไดแมนชั่นตกใจกับสิ่งที่เห็นจนลืมมองไปเลยว่าโนอาห์กำลังจะฟันไปที่คอของเขาแล้ว แต่ทันใดนั้นเอง….

จู่ ๆ โนอาห์ก็ยั้งมือเอาไว้แล้วมองมาที่ไดแมนชั่นด้วยสีหน้าแปลก ๆ ไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นก็อาศัยช่องว่างตรงนี้ปล่อยเวทมิติใส่ไปกลางลำตัวของโนอาห์จนทำให้ดาบที่โนอาห์ถือไว้ร่วงลงมาที่พื้นและร่างกายของเขาก็ถูกวาปไปข้างหน้าสามร้อยเมตรทันที

จากนั้นไดแมนชั่นก็พยุงตัวเองขึ้นแล้วแบมือทั้งสองข้างไปทางที่โนอาห์หายไป แล้วคิดในใจว่า

“ขอร้องล่ะ อย่าพยายามโผล่มาอีกนะเว้ยไม่งั้น...”

แต่สุดท้ายคำภาวนาของไดแมนชั่นก็ไม่เป็นจริง โนอาห์ลุกขึ้นมาแล้ววิ่งตรงมาหาไดแมนชั่นด้วยสภาพสะบักสะบอม เขาเดินเซไปเซมา มาทางไดแมนชั่นแล้วพูดออกมาว่า

“แก...ฆ่าราเชลทำไม”

“ชิ!”

ไดแมนชั่นเริ่มมีความรู้สึกอยากจะฆ่าโนอาห์ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว แต่ว่าในตอนนั้นเองจู่ ๆ ก็มีดาบสีดำร่วงลงมาจากท้องฟ้าแล้วปักลงตรงกลางระหว่างทั้งสองคนทันที

แกร๊ง~~

และไม่นานนักวินดี้ก็โผล่ขึ้นมาแล้วดึงดาบขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่โนอาห์

“หยุดได้แล้วโนอาห์”

โนอาห์จ้องวินดี้ด้วยสายตาที่เย็นชา จากนั้นเขาก็ทำมือซ้ายเป็นอุ้งเหมือนกำลังจะตักอะไรบางอย่างและเหวี่ยงไปทางขวาเบา ๆ

พอไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นเขาก็ใช้เวทมิติสลับตำแหน่งกับวินดี้ทันที

ฟุ่บ~

เมื่อทั้งสองคนสลับตำแหน่งกันแล้วทันใดนั้นเองก็มีลมอัดแน่นกระแทกร่างกายด้านซ้ายของไดแมนชั่นอย่างรุนแรงทันที

“อั่ก~”

ร่างของไดแมนชั่นปลิวกระเด็นไปกระแทกกับบ้านเรือนแถวนั้นจนพังไปหมด วินดี้ได้แต่ตกใจกับพลังแขนอันมหาศาลของ โนอาห์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่...ถึงแม้วินดี้จะมือสั่น ขาสั่น ใจสั่นมากแค่ไหน เธอก็พยายามกำดาบแน่นแล้วตั้งท่าจะร่ายรำวิชาดาบไร้เงา

โนอาห์เดินเข้าใกล้วินดี้เรื่อย ๆ ระหว่างทางเขาก็ก้มลงไปหยิบดาบทั้งสองเล่มของเขา และพอโนอาห์ยิ่งเข้าใกล้วินดี้มากเท่าไหร่ วินดี้ก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น

สุดท้าย...โนอาห์ก็อยู่ในรัศมีโจมตีของวินดี้แล้ว แต่วินดี้ก็ไม่ยักจะออกอาวุธแต่อย่างใดเพราะเธอกำลังกลัวโนอาห์อยู่นั่นเอง

โนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็ง้างดาบขึ้นมาเตรียมจะฟันวินดี้ ไม่ว่าวินดี้จะร้องไห้แค่ไหนหรือจะเรียกชื่อโนอาห์มากเท่าไหร่ โนอาห์ก็มีแต่ร้องไห้ออกมาแล้วพูดว่า

“รา...เชล...เป็นเพราะทุกคน ทุกคนบังคับเธอให้ตาย ฉัน...ฉันจะฆ่าทุกคนซะ!!”

เขาพูดอยู่แบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในตอนสุดท้ายที่เขาจะเหวี่ยงดาบลงไป ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาว่า

“สาม เจ็ด แปด หนึ่ง”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักและค้างเหมือนถูกแช่แข็งทันที ไดแมนชั่นที่อยู่ใต้ซากปรักหักพังก็กระโดดออกมาแล้วตะโกนออกไปว่า

“มาส!! เธออยู่ไหน!!”

สิ้นเสียงตะโกนเรียกของไดแมนชั่น มาสก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วร่ายเวทเถาวัลย์มัดแขนและขาของโนอาห์เอาไว้ โนอาห์ก็สิ้นฤทธิ์ทันใด

วินดี้ทรุดลงไปต่อหน้าโนอาห์ เธอร้องไห้ โนอาห์ร้องไห้ออกมาเช่นกัน ทางด้านมาสและไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันว่า

“ใครเป็นคนทำลายผนึกควบคุมจิตใจของโนอาห์” มาสถามไดแมนชั่น

“อีฟน่ะ”

“หา!! ยายนั่นอยู่ที่นี่งั้นเหรอ” มาสอุทานด้วยความตกใจ

ไดแมนชั่นส่ายหัว "ไม่...เธอใช้เวทควบคุมศพของราเชลเพื่อมาเอาดาบประกายดาวน่ะ ฉันเลยคิดว่าตอนนั้นแหละที่เวทผนึกควบคุมจิตใจของโนอาห์ถูกทำลายไปด้วย”

มาสได้ยินแบบนั้นเธอก็ค้านไดแมนชั่นไปทันที

“ไม่จริง...ศพของราเชลยังอยู่ที่หมู่บ้านน้ำตกนะ”

“วะ...ว่าไงนะ...เธอแน่ใจแล้วเหรอมาส!!”

“ก็เออสิ...ที่หมู่บ้านน้ำตกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

ไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ช่วงหนึ่ง ไม่ทันไรเขาก็นึกถึงเรื่องอันตรายที่สุดขึ้นมา จนทำให้ไดแมนชั่นเข่าทรุดลงไปทันที

“ยะ...แย่แล้ว นี่มันเกินความคาดหมายของฉันไปแล้ว” ไดแมนชั่นกล่าวออกมาด้วยความตกใจ

“นาย...นายเป็นอะไรไป ได?” มาสถามด้วยความสงสัย

ไดแมนชั่นไม่ตอบอะไรออกไป แต่เขากลับใช้เวทมิติวาปดาบสีดำของวินดี้มาแล้วทำลายมันทิ้งทันที

ฟุ่บ~ เพล้ง~~

ดาบสีดำของวินดี้โดนเวทมิติหั่นเป็นชิ้น ๆ แต่แล้ว...ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เพราะจู่ ๆ เศษดาบสีดำที่หักไปก็กลับมาหลอมรวมตัวกันใหม่จนเป็นดาบเล่มเดิมทันที

มาสเห็นแบบนั้นเธอก็ตกใจแล้วถามไดแมนชั่นไปว่า

“หรือว่าดาบสีดำนั่นจะเป็น?”

“ใช่...มันเป็นดาบประจำตัวของราเชล”

“งั้น…ที่วินดี้ถืออยู่ตลอดเวลาก็คือ [ดาบเขี้ยวมังกร] สินะ...แย่แล้วสิ นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ ” มาสกัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ แม้แต่ไดแมนชั่นก็เจ็บใจไปด้วย แต่สุดท้ายถึงแม้สถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนแต่ไดแมนชั่นก็ตะโกนไปหาวินดี้ว่า

“ยายปีศาจน้อย หยิบดาบสีดำขึ้นมาแล้วแทงไปที่หัวใจของโนอาห์ซะ เร็วเข้า!!”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ส่ายหัวปฏิเสธ มาสได้ยินที่ไดแมนชั่นตะโกนออกไปแบบนั้น เธอก็คิดตามได้ทันทีว่าไดแมนชั่นกำลังต้องการทดลองอะไรบางอย่างเธอก็เลยตะโกนบอกวินดี้ไปอีกว่า

“นั่นไม่ใช่โนอาห์อีกต่อไปแล้ว เขาเป็นเพียงเครื่องจักรสังหาร เธอต้องใช้ดาบสีดำปลิดชีพเขาซะ!!”

“ไม่ค่ะ!! ฉันทำไม่ได้!!” วินดี้ตอบกลับมา

“วินดี้!! ลุกขึ้นแล้วหยิบดาบขึ้นมาซะ” มาสพยายามตะโกนบอกอยู่เรื่อย ๆ ระหว่างที่พวกเขามัวแต่ตะโกนใส่กันอยู่ เถาวัลย์ที่มัดขาโนอาห์ก็เริ่มขาดไปทีละเส้น ทีละเส้น

ไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นก็วาปตัววินดี้ออกมาแล้วบีบคอเธอพร้อมกับขู่ว่า

“ยายบ้า!! รีบฆ่าหมอนั่นซะ”

“แค่ก แค่ก~ ฉะ...ฉันไม่ทำค่ะ”

ไดแมนชั่นมองเข้าไปในดวงตาของวินดี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนแอที่เกินคณานับหาที่สุดมิได้ภายในจิตใจของเธอ ไดแมนชั่นก็เลยถอนหายใจออกมาแล้วปล่อยวินดี้ลงไปพร้อมกับพูดว่า

“ฉันจะพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ฟังให้ดีนะปีศาจน้อย...”

ไดแมนชั่นพูดจบเขาก็ร่ายเวทมิติตัดแขนขวาของตัวเองออก มาสเองก็ตัดแขนขวาของตัวเองออกมาทันทีเช่นกัน วินดี้เห็นแบบนั้นเธอก็ตกใจจนดวงตาเบิกโพลงออกมา

“ปีศาจน้อย...การที่จะหยุดยั้งความเคียดแค้นของโนอาห์ได้มีแต่ต้องใช้เลือดของฉันกับมาสแล้วก็มิกะในการทำพิธีผนึกจิตใจ เพราะงั้นถ้าเธอไม่ฆ่าเขาพวกเราก็จะต้องตาย ไม่สิ ทุกคนที่อยู่ที่นี่และที่อื่นจะต้องตายแน่ เอาล่ะ ปีศาจน้อย...ฉันอาจจะเป็นศัตรูของเธอ เธอจะปล่อยให้ฉันกับมาสตายไปก็ได้ แต่ว่า...ถ้าเธอเป็นลูกน้องของโนอาห์จริง ๆ เธอคิดว่าโนอาห์จะเลือกทางไหนล่ะ ระหว่างปล่อยให้พวกเราทุกคนตายกับยอมให้ตัวเองตายเพื่อทุกคน?”

ไดแมนชั่นถามออกมาแบบนั้น เลือดของพวกเขาก็ไหลออกมาอย่างกับเวลาที่กำลังนับถอยหลัง วินดี้เริ่มเครียดกับสถานการณ์ที่เจออยู่ตรงหน้า

“ฉัน...ฉัน...ฮือ~~ ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องตาย ไม่ว่าจะโนอาห์หรือพวกนาย---”

“อย่าเห็นแก่ตัวหน่อยเลยปีศาจน้อย!! เลิกร้องไห้แล้วรีบตัดสินใจซะ!!”

ไดแมนชั่นตะโกนออกไป วินดี้ก็สั่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก แต่ในตอนนั้นเองวินดี้ก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาในห้วงความคิดของเธอว่า

“เธอชอบโนอาห์สินะ”

“เอ๋~ นั่นเสียงของใคร” วินดี้ถามออกไป

ทันใดนั้นเองช่วงเวลาก็หยุดลงทันที และในตอนนั้นเธอก็เห็นเทพธิดาใส่ชุดเดรสยาวสีดำพร้อมกับใส่ตุ้มหูรูปดาบสีดำเหมือนกับดาบที่วินดี้ครอบครองอยู่

เทพธิดาสวมเดรสสีดำคนนั้นก็ตอบวินดี้ไปว่า

“ฉันเองที่ถามเธอไป”

“คุณ...คุณคือ...”

“อ๋อ...ฉันคือภูติมังกรที่สถิตอยู่ในดาบสีดำ มีนามว่า [โซเนีย] ค่ะ”

“ภูติแห่ง..ดาบ โซเนีย งั้นเหรอคะ”

โซเนียพยักหน้า “ค่ะ ... แล้วที่ฉันถามไปว่ายังไงคะ”

โซเนียยิ้มแล้วถามออกไปแบบนั้น วินดี้ก็เขินนิดหน่อยแต่เธอก็ไม่ยอมตอบออกไป โซเนียเลยบอกวินดี้ไปว่า

“แหม~ ชอบโนอาห์จริง ๆ ด้วย เอาล่ะคุณวินดี้หยิบดาบสีดำขึ้นมาแล้วแทงไปที่หัวใจของโนอาห์ได้เลยค่ะ”

“วะ...ว่าไงนะคะ!!”

“ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะ ตอนนี้ได้โปรดทำตามที่ฉันบอกด้วยนะคะ เพราะว่าคุณไดแมนชั่นกับคุณมาสยังต้องมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้นค่ะ”

“ตอนนั้น...เหรอคะ”

“อะ...อ๋อ ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ แฮะ ๆ เอาเป็นว่าใช้ดาบสีดำแทงไปที่หัวใจของโนอาห์ได้เลยค่ะ ถ้าเป็นวินดี้ต้องทำได้แน่นอน”

โซเนียพูดจบเธอก็หายไปทันทีและเวลาก็กลับมาเดินอีกครั้งหนึ่ง ไดแมนชั่นกับมาสก็เสียเลือดไปเรื่อย ๆ

วินดี้ยังคงสับสนอยู่ แต่เธอก็หยิบดาบสีดำขึ้นมาแล้วก็ตั้งท่าไปทีโนอาห์พร้อมกับพูดว่า

“คุณโซเนียคะ...ได้โปรดมอบพลังให้ฉันด้วย”

วิ้ง~~

พอวินดี้พูดจบออร่าสีดำก็แผ่พุ่งขึ้นมารอบ ๆ ตัวของวินดี้ มาสและไดแมนชั่นเห็นแบบนั้นพวกเขาก็พูดพร้อมกันว่า

“ออกมาแล้วสินะ”

“ว่าแล้วเชียว วินดี้ต้องทำได้แน่นอน” มาสพูดขึ้นมา

“ชิ~ เป็นดาบที่น่ารำคาญไม่เปลี่ยนเลย” ไดแมนชั่นก็บ่นลอย ๆ ออกไป

จากนั้นวินดี้มองไปที่โนอาห์แล้วพูดว่า

“โนอาห์ ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องทุกคนบนโลกนี้ ขอโทษนะ ฉัน...ฉันรักนายนะ ย้า!!”

วินดี้พุ่งเข้าไปแทงที่กลางหน้าอกของโนอาห์ทันที

ฉึก~~

ดาบสีดำแทงเข้าที่หัวใจของโนอาห์ทันทีวินดี้ก็ได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจที่เธอต้องฆ่าคนที่เธอรักด้วยมือของตัวเอง แต่ในตอนนั้นเองสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น

ดาบสีดำกลายเป็นสีขาวและส่องแสงกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ไดแมนชั่นและมาสที่อาบแสงสีขาวนั่นเลือดของพวกเขาก็หยุดไหล มิหนำซ้ำแขนที่ขาดไปก็กลับมาต่อกันเหมือนเดิม

ไม่ใช่แค่นั้น โนอาห์ที่กำลังถูกแทงอยู่ก็ได้สติและพูดขึ้นมาว่า

“วินดี้...ขอบใจนะที่ช่วยทุกคนไว้...ขอบใจ...จริง...จริง...~”

“นะ...โนอาห์” วินดี้กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ

และจากนั้นดาบสีขาวก็หายไป ร่างของโนอาห์ก็ค่อย ๆ ล้มลงไปกับพื้น มาสกับไดแมนชั่นรีบวิ่งมาหาโนอาห์แล้วทำการร่ายเวทรักษาให้ทั้งสองคน

ระหว่างที่มาสร่ายเวทอยู่นั้นเธอก็บอกวินดี้ไปว่า

“เธอทำสำเร็จแล้ววินดี้ เธอช่วยโนอาห์ไว้ได้แล้ว”

“มะ...มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ”

วินดี้กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ไดแมนชั่นก็อธิบายสั้น ๆ ไปว่า

“ดาบที่เธอถืออยู่มีชื่อว่าเขี้ยวมังกร เมื่อเธอกลายเป็นที่ยอมรับของดาบแล้วดาบนั่นจะเปลี่ยนเป็นสีขาวและจะไม่สามารถพรากชีวิตใครได้ หรือพูดง่าย ๆ ดาบนั่นคือดาบแห่งการปฏิเสธความจริง

วินดี้ได้ยินแบบนั้น เธอก็เริ่มจะเข้าใจ แต่ดาบสีขาวก็หายไปด้วย ไดแมนชั่นเลยบอกต่อไปว่า

“มันไม่ได้หายไปไหนหรอก เธอลองดูที่ฝักดาบของเธอสิ”

วินดี้หันไปมองฝักดาบที่วางทิ้งไว้ข้างหลังเธอ เธอก็เห็นตัวดาบอยู่ในฝักอยู่แล้วและพอชักออกมาดาบมันก็กลายเป็นสีดำอีกครั้ง ไดแมนชั่นก็พูดต่อไปว่า

“จงจำไว้ในปีศาจน้อย ดาบนั่นไม่ได้มีไว้ฆ่าคนแต่มีไว้ปกป้องคนต่างหาก จงใช้มันอย่างถูกวิธีด้วยล่ะ”

พอวินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมา จนมาสถามไดแมนชั่นด้วยความโมโหไปว่า

“เฮ้ย ได!! นายแกล้งผู้หญิงงั้นเหรอ”

“เปล่า เปล่าสักหน่อย...” ไดแมนชั่นรีบปฏิเสธไปทันที

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันร้องไห้ออกมาเพราะดีใจค่ะ แฮะ แฮะ ~”

มาสกับไดแมนชั่นได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้างุนงงและสงสัย แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงที่รอยยิ้มของวินดี้พร้อมกับรอยยิ้มของทุกคน

---------------

....

...

..

ณ เมืองหลวง เขตชุมชนที่เจ็ด

ตอนนี้...กลุ่มสิบสองจอมเวททั้งหกคนได้มาประจำการอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว แวนเจินชายหนุ่มผู้ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวเป็นชีวิตจิตใจก็กำลังเดินอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินของเขตที่เจ็ดซึ่งเป็นเขตที่มีบ้านเรือนอยู่หนาแน่น

เขามองไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตพฤติกรรมของชาวเมืองอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนสุดท้ายแวนเจินก็ปิดหนังสือลงแล้วโทรจิตไปหาอีกห้าคนที่เหลือว่า

“เตรียมอพยพชาวเมืองภายในสิบนาที”

“รับทราบค่ะ / รับทราบครับ”

แวนเจินลดมือลงแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า ภาพเมืองหลวงเมื่อสิบปีก่อนก็แวบเข้ามาจนทำให้เขาต้องปวดหัวและย่อตัวลงไปด้วยความเจ็บปวด แวนเจินค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมาแล้วพูดออกมาว่า

“โนอาห์...ไม่ว่าอย่างไรก็ตามฉันจะทำให้สงครามเกิดขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้นายไม่มีราเชลอีกต่อไปแล้ว” เขาพูดจบก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง

แป๊ก~

จากนั้น...ท้องฟ้าของเมืองหลวงก็กลายเป็นกลางคืนทันที ชาวเมืองแปลกใจกับสิ่งที่เห็นแต่ทหารเวทก็รีบอพยพทุกคนออกไป ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นมีปีศาจสองคนยืนอยู่ต่อหน้าแวนเจินพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาที่ดุดัน

แวนเจินเห็นแบบนั้นก็พูดออกไปว่า

“หืม? สี่ปีศาจแห่งโกมุนโต้งั้นเหรอ...ถ้าจำไม่ผิดพวกนายคือ [เชอร์รีน] กับ [แม็ก] ไม่ใช่เหรอ”

เชอร์รีน หญิงสาวผมยาวรูปร่างดี และ แม็ก ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่พร้อมกับถือหนังสือเวท ก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าแวนเจิน

เชอร์รีนจึงบอกแวนเจินไปว่า

“ท่านไดแมนชั่นคิดถูกสินะที่ให้พวกฉันมาแอบดูพวกนายอยู่ที่นี่ จริงมั้ย แม็ก…”

“…” แม็กไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากอ่านหนังสือเวทของเขา

พอเชอร์รีนเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาแล้วหันไปหาแวนเจินพร้อมกับบอกว่า

“แวนเจิน...หยุดร่ายเวทนั่นซะ ก่อนที่ฉันจะฆ่านายทิ้ง”

“โอ๊ะ แปลกจังที่สี่ปีศาจกล้าพูดแบบนี้กับผมด้วย ฮะ ๆ ๆ”

เชอร์รีนได้ยินแบบนั้นเธอก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ฝนก็ตกลงมาทันที พอแวนเจินเห็นแบบนั้นเขาก็ทำหน้าเจ็บใจเล็กน้อยแล้วมองไปที่เชอร์รีนพร้อมกับพูดว่า

“หืม~ นี่เธอคิดจะสู้กับฉันจริง ๆ งั้นเหรอ เชอร์รีน~”

-------------------------

บทที่ 17 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น