โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 16 : พลาดพลั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

บทที่ 16 – พลาดพลั้ง

โนอาห์ยกดาบขึ้นมาชี้หน้าชายนิ่งที่ทำหน้าเรียบเฉยไม่ยอมตอบโนอาห์

“นายเลือกจะไม่ตอบสินะ”

โนอาห์ถามออกไปแบบนั้น แต่ชายนิ่งก็เอาแต่จ้องหน้าของโนอาห์ ก่อนที่เขาจะหลับตาลงแล้วพูดออกมาแค่
หนึ่งคำว่า

“ลง”

ทันใดนั้นเองก็มีเสาแสงหล่นลงมาปักไว้รอบ ๆ โนอาห์

“เวทแสง : พันธนาการมืด”

สิ้นเสียงของชายนิ่ง เสาแสงที่ปักรอบ ๆ โนอาห์ก็กลายเป็นบาเรียห่อหุ่มร่างกายของโนอาห์ไว้ จากนั้นชายนิ่งก็แบมือขึ้นไปเหนือหัวของตัวเองแล้วเสกหอกแสงออกมาพร้อมกับเหวี่ยงไปหาโนอาห์ด้วยความเร็วระดับแสงทันที

ฟิ้ว~~

หอกแสงพุ่งเข้าไปหาโนอาห์ แต่โนอาห์กลับใช้มือซ้ายจับหอกแสงไว้ได้ทัน ชายนิ่งเห็นแบบนั้นเขาก็ทำหน้าตกใจ และร่ายเวทหอกแสงอีกครั้งหนึ่ง แต่โนอาห์ก็อาศัยจังหวะที่ชายนิ่งกำลังร่ายเวทอยู่ ปาหอกแสงที่เขาจับไว้ได้กลับไปหาชายนิ่งทันที

เพล้ง~ สวบ~

หอกแสงพุ่งทะลุบาเรียจนแตกละเอียดแล้วก็ไปปักที่ไหล่ขวาของชายนิ่งทันที จากนั้นโนอาห์ก็ไม่รอช้าที่จะใช้กระบวนท่าร่ายรำที่แปดออกไป

“วิชาดาบตัดแสงอาทิตย์กระบวนท่าร่ายรำที่แปด : แสงรำไร”

โนอาห์กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วทำการหมุนตัวกลางอากาศแล้วฟาดคลื่นดาบแสงอาทิตย์จำนวนนับไม่ถ้วนลงมาข้างล่างจนทำให้ร่างแยกของชายนิ่งหายไปหมดทันที

พอโนอาห์ลงมาถึงพื้นแล้วเขาก็พุ่งไปหาชายนิ่งตัวจริงแล้วเหวี่ยงดาบออกไป แต่ทันใดนั้นเองโนอาห์ก็สัมผัสถึงพลังที่เหนือจินตนาการได้จากบนท้องฟ้า

โนอาห์ยั้งดาบไว้แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า เขาก็เห็นดวงดาวเจ็ดดวงกำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้ายามที่แดดยังจ้าอยู่

จากนั้นก็มีเสียงของผู้ชายนุ่ม ๆ ดังก้องกังวานขึ้นมาว่า

“เวทแห่งดวงดาว : ราศีทั้งเจ็ด”

พอเขาร่ายเวทจบ ดวงดาวทั้งเจ็ดดวงก็ส่องแสงออกมาและทันใดนั้นท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืน และแสงที่ส่องสว่างออกมาจากดวงดาวนั้นก็ทำให้โนอาห์ขยับไปไหนไม่ได้ พอชายนิ่งเห็นแบบนั้น เขาก็เดินไปหาซากุระกับมิกะที่สลบอยู่แล้วใช้ผ้าอะไรสักอย่างที่สามารถขยายตัวได้ คลุมร่างของทั้งสองคนแล้วห่อพวกเธอจากนั้นผ้าก็ลดขนาดลงเท่าถุงใส่เงิน ชายนิ่งจึงหยิบขึ้นมาแล้วหันไปหาโนอาห์พร้อมกับพูดไปประโยคเดียวไปว่า

“เอ็นโดร่าจำเป็นต้องมีสงคราม”

ชายนิ่งพูดจบเขาก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที จากนั้นแสงแห่งดวงดาวก็หายไป ร่างกายของโนอาห์ก็ขยับมาได้อีกครั้งหนึ่ง...

“โถ่เว้ย!!!”

โนอาห์ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บใจที่ช่วยมิโกะทั้งสองไว้ไม่ได้ เขาเอากำปั้นทุบพื้นรัว ๆ ด้วยความผิดหวัง ไม่นานนักริเสะก็กลับมาหาโนอาห์

“โนอาห์...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

ริเสะมองไปรอบ ๆ พื้นที่แถว ๆ นี้ที่ไม่มีตึกรามบ้านช่องอีกแล้ว มันเกลี้ยงเกลาซะจนเหมือนกับปรมาณูห่าใหญ่พึ่งแวะมาแล้วผ่านไป

“ริเสะ...เธอไม่เป็นไรใช่ไหม” โนอาห์ลุกขึ้นถามทันที

“มะ...ไม่ค่ะ แต่เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“พวกสิบสองจอมเวทมันจับมิกะกับซากุระไปแล้ว”

“ว่าไงนะคะ!!” ริเสะกล่าวออกมาด้วยความตกใจ

จากนั้นไม่นาน อาเทอร์ กับ สกาเล็ตพร้อมกับจอมเวทของทางการก็วิ่งมาที่เกิดเหตุ พวกเขาเห็นโนอาห์อยู่ในสภาพยับเยินพร้อมกับริเสะ

สกาเล็ตเดินไปหาโนอาห์แล้วมองดูรอบ ๆ ตัวเขา เธอก็เห็นแต่ความพังพินาศราบเป็นหน้ากอง จากนั้นเธอก็หันไปหาโนอาห์แล้วถามเขาไปว่า

“นายเจอกับแวนเจินมาสินะ”

“อืม...” โนอาห์พยักหน้าตอบ

“ทำไมจอมเวทอันดับหนึ่งอย่างแวนเจินถึงมาที่นี้ได้นะ...” สกาเล็ตถามลอย ๆ ออกมา

“สกาเล็ต...แวนเจินไม่ได้มาที่นี่หรอก เขาร่ายเวทอยู่ที่เมืองหลวงน่ะ”

“หา!!” สกาเล็ตตกใจทันที

ไม่นานนักโนอาห์ก็ลุกขึ้นแล้วเก็บดาบเข้าไปในฝักพร้อมกับเดินไปหาอาเทอร์แล้วพูดว่า

“นายเป็นคนเรียกพวกสิบสองจอมเวทมาใช่ไหม”

“ใช่”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ชักดาบออกมาจ่อที่คออาเทอร์ทันที ด้วยความที่อาเทอร์เป็นขุนนางชั้นสูงที่สุดริเสะก็ตะโกนไปหาโนอาห์ว่า

“ลดดาบลงเถอะคุณโนอาห์”

โนอาห์หันไปหาริเสะ “เธอรู้อะไรไหมริเสะ...ที่ลูกน้องของเธอต้องมาตายก็เพราะอาเทอร์เรียกพวกนั้นมานี่แหละ”

“ว่าไงนะ...คะ?” ริเสะถามด้วยความตกใจ

“ก็ลองให้ท่านอาเทอร์ผู้สูงส่งอธิบายดูสิ”

โนอาห์ยิงคำถามออกไป อาเทอร์ก็ถอนหายใจออกมาแล้วตอบไปว่า

“เป็นเรื่องจริงที่ฉันเรียกสิบสองจอมเวทมาเพราะมีคนทำร้ายขุนนาง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้นั้น มันอยู่นอกเหนือคำสั่งของฉัน ฉันไม่ได้ให้พวกเขามาจับคนของอาสะแน่นอน”

ริเสะได้ยินแบบนั้นก็ถามอาเทอร์ไปว่า

“แล้วทำไมพวกเขาถึงฆ่าคนของอาสะด้วยคะ”

“เรื่องนั้นฉันไม่รู้” อาเทอร์ตอบออกมาอย่างใจเย็น

“คุณก็รู้ใช่ไหมคะ ถ้ามีคนนอกทวีปมาตายที่นี่มันอาจจะกระทบไปถึงสัมพันธไมตรีก็ได้นะคะ

“รู้...แต่นั่นมันเป็นเรื่องที่ฉันก็คาดไม่ถึงเหมือนกันริเสะ” อาเทอร์ตอบริเสะไปพร้อมกับหลับตาลงยอมรับผิดทุกอย่าง

พอริเสะเห็นแบบนั้น เธอก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ แบบนี้แย่แน่ ๆ องค์หญิงที่หนึ่งต้องประกาศสงครามกับเอ็นโดร่าแน่นอน”

ริเสะพูดออกไปแบบนั้น สกาเล็ตที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ถามทุกคนไปว่า

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที”

โนอาห์มองหน้าอาเทอร์ด้วยแววตาดุดันอยู่แบบนั้น ก่อนที่จะเอาดาบออกจากคอของอาเทอร์แล้วเก็บลงไปในฝักพร้อมกับหันไปบอกสกาเล็ตว่า

“พวกสิบสองจอมเวทบางคนกำลังรวมหัวกันจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่สามอยู่”

“อย่ามาพูดพล่อย ๆ นะโนอาห์” สกาเล็ตตวาดโนอาห์

“ฉันไม่ได้พูดเล่นสกาเล็ต...เธอน่ะทำงานกันยังไงถึงปล่อยให้พวกพ้องของตัวเองแอบทำลับหลังแบบนี้ได้ห๊ะ!”

“...” สกาเล็ตโดนโนอาห์ตะโกนใส่จนพูดอะไรไม่ออก

จากนั้นโนอาห์ก็เดินหนีทุกคนทันที โดยที่ริเสะก็วิ่งตามโนอาห์ไป...

------------------

...

..

.

ณ ห้องพักของโนอาห์

โนอาห์กลับมาที่ห้องพักแล้วเก็บของที่จำเป็นอย่างเร่งรีบ ในตอนนั้นเองริเสะที่ตามโนอาห์มาก็ตะโกนถามโนอาห์ไปว่า

“คุณจะไปไหน”

“ฉันจะไปช่วยพวกมิกะ”

“แล้วคุณรู้เหรอว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน”

“เมืองหลวง”

โนอาห์ตอบออกมาอย่างใจเย็นพร้อม ๆ กับเก็บข้าวของจนเสร็จ จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากห้องพักโดยที่หันไปบอกริเสะเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“รีบกลับอาสะเถอะ”

ริเสะได้ยินแบบนั้นเธอก็เดินไปดึงแขนโนอาไว้ให้เขาหยุด

“เดี๋ยวก่อนคุณโนอาห์...ให้ฉันไปด้วย”

“อย่าเลยริเสะ แวนเจินคือจอมเวททั้งสิบสองอันดับหนึ่งเขาแข็งแกร่งมาก ฉันไม่อยากจะเสียใครไปอีกแล้ว---”

เพี๊ยะ!!

ริเสะตบหน้าโนอาห์ทันทีที่เขาพูดจบ โนอาห์ตกใจที่ริเสะทำแบบนั้น จากนั้นริเสะก็บอกโนอาห์ไปว่า

“ฉันไม่รู้ว่าอดีตคุณกับพวกสิบสองจอมเวทบ้าอะไรนั่นมีอะไรกัน แต่เมื่อสามปีก่อนฉันรู้จักคุณในฐานะพ่อค้าที่อารมณ์ดีและคิดถึงแต่คนที่ตัวเองรัก แต่ดูตอนนี้สิ...คุณกำลังจะไปฆ่าตัวตายโดยที่ไม่คิดว่าคนที่อยู่ข้างหลัง คนที่รักคุณอย่างฉันจะเสียใจบ้างเลยงั้นเหรอ”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันไปยิ้มให้ริเสะแล้วพูดว่า

“ขอบคุณนะริเสะ...แต่ว่าฉันไม่สามารถพาเธอไปได้จริง ๆ ”

“โนอาห์...แต่คุณกำลังจะไปตายนะ”

โนอาห์ส่ายหัวแล้วบอกริเสะไปว่า

“ไม่หรอก...ต้องขอบคุณเธอที่เตือนสติฉันเมื่อกี้นี้นะ ฉันจะไม่ไปตายแน่นอนฉันสัญญา”

หลังจากที่โนอาห์พูดออกไปแบบนั้น ริเสะก็จ้องมองโนอาห์ด้วยความเป็นห่วง ไม่นานนักเธอก็เดินเข้ามากอดโนอาห์

“โนอาห์...ฉันรู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้แต่ว่า...ขอกอดสักหนึ่งนาทีจะได้ไหม”

“ได้สิ”

โนอาห์ปล่อยให้ริเสะที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงได้กอดเขาอยู่สักพัก และแล้ว...ริเสะก็ถอนกอดออกไปแล้วบอกโนอาห์ไปว่า

“ฉันจะยังไม่กลับวังของอาสะจนกว่าคุณจะช่วยมิโกะของพวกเราไว้ได้นะ”

“อื้ม ขอบคุณที่ยังไม่ไปบอกองค์หญิงที่หนึ่งนะ ฉันจะรีบพามิโกะทั้งสองกลับมาให้ได้เลย!!”

โนอาห์พูดจบก็สะพายกระเป๋าแล้วหันหน้าไปที่ทางออกของบ้านพัก ก่อนที่โนอาห์จะเดินออกไปเขาก็หันกลับมาหาริเสะแล้วพูดว่า

“ถ้าทุกอย่างจบลง ฉันจะแวะไปหาที่อาสะนะ”

ริเสะยิ้มและตอบกลับไปว่า “อื้ม ฉันจะรอคณะพ่อค้าเร่ของคุณนะคะ”

โนอาห์ยิ้มและพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากบ้านพักของเขาทันที...

-----------------

 

ณ หน้าเมืองสกายคลาส

โนอาห์หันกลับไปมองเมืองสกายคลาสพร้อมกับพูดในใจว่า

“เมืองลอยฟ้าที่วุ่นวายและสงครามที่กำลังจะมาถึง บางที...ไดแมนชั่นอาจจะพูดถูกก็ได้”

โนอาห์ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ไดแมนชั่นพยายามจะทำ แต่ในขณะเดียวกันความคิดของราเชลก็แวบแทรกเข้ามาในหัวของเขา

“แต่ว่า...การทำอะไรสุดโต่งแบบนั้นมันก็คงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องใช่ไหม...ราเชล”

โนอาห์พูดออกมาคนเดียวพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้า ไม่ทันไรนักสกาเล็ตที่เดินตามโนอาห์มาก็ถามเขาไปว่า

“โนอาห์...สิ่งที่อาเทอร์บอกคือเรื่องจริงใช่ไหม”

“หืม...เรื่องสิบสองจอมเวทงั้นเหรอ”

“ใช่...นายรู้อะไรมางั้นเหรอโนอาห์”

สกาเล็ตมองหน้าโนอาห์ด้วยความจริงจัง โนอาห์ก็บอกสกาเล็ตไปตรง ๆ ว่า

“ในสิบสองจอมเวทมีพวกที่อยากจะทำสงครามอยู่ตลอดอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าพวกมันจะทำไปทำไม แต่ที่แน่ ๆ มันต้องเกี่ยวกับแพนดอร่าแน่นอน”

“แพนดอร่างั้นเหรอ ... ถ้าเรื่องที่นายพูดเป็นเรื่องจริง งั้นสิบสองจอมเวทมีไว้เพื่ออะไรล่ะ”

“นั่นคือเรื่องที่เธอต้องคิดเอาเองไม่ใช่เหรอ แม่สาวจอมเวทกระจก”

โนอาห์ยิ้มและถามออกไปแบบนั้น สกาเล็ตก็มองหน้าโนอาห์ด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายสกาเล็ตก็เดินมายืนข้าง ๆ โนอาห์ที่กำลังรอเรือบินอยู่พร้อมกับพูดว่า

“ฉันต้องการรู้ความจริง”

โนอาห์หันกับมองหน้าสกาเล็ตแล้วถามว่า

“เอาจริงงั้นเหรอ”

“อื้ม”

“ความจริงมันอาจจะทำให้เธอที่รักการเป็นสิบสองจอมเวทต้องเจ็บปวดก็ได้นะ”

“ฉันไม่สน...ฉันแค่อยากทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดก็แค่นั้น”

ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังของสกาเล็ต โนอาห์ก็ไม่ถามอะไรต่อเพียงแต่บอกสกาเล็ตไปว่า

“ฉันจะทำลายระบบสิบสองจอมเวททิ้งซะ”

สกาเล็ตได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจ แต่โนอาห์ก็พูดต่อไปว่า

“พอฉันทำลายเสร็จแล้ว เธอจะดูแลเอ็นโดร่าต่อไปยังไงก็ไปคิดต่อเอาเองก็แล้วกัน”

โนอาห์พูดจบเรือบินก็มาพอดี เขาก็เลยเดินขึ้นไปบนเรือพร้อมกับหันมาหาสกาเล็ตแล้วยื่นมือไป

“เธอจะมาด้วยกันไหม”

สกาเล็ตมองเห็นโนอาห์เปรียบเสมือนชายที่มีแต่ความหวังเต็มไปหมดและก็มีภาพของราเชลทับซ้อนกับชายคนนี้อยู่ เธอจึงยิ้มออกมาแล้วไม่รอช้าที่จะเอื้อมมือไปจับมือของโนอาห์ไว้

“ไปสิ...ฉันอยากเห็นเอ็นโดร่าที่ราเชลชอบเหมือนกัน”

จากนั้นสกาเล็ตกับโนอาห์ก็ขึ้นเรือบินแล้วมุ่งหน้าไปที่เมืองสายรุ้งที่ว่ากันว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของทวีปเอ็นโดร่าและมีสายรุ้งเกิดขึ้นบนท้องฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนต่อไป....

-------------------------

....

..

.

ณ เมืองสายรุ้ง

การเดินทางจากเมืองสกายคลาสมาที่เมืองสายรุ้งโดยใช้เรือบินมันใช้เวลาไปแค่สามชั่วโมงเพียงเท่านั้น และในตอนนี้สกาเล็ตกับโนอาห์ก็ลงมาจากเรือบินเรียบร้อยแล้ว

“โนอาห์...นายมาที่นี่ทำไมเหรอ”

“อ๋อ...ฉันมีสองอย่างที่ต้องเตรียมก่อนจะไปสู้กับพวกแวนเจินน่ะ”

“สองอย่างงั้นเหรอ” สกาเล็ตถามด้วยความสงสัย

“ใช่”

หลังจากที่โนอาห์ตอบสกาเล็ตไปแล้ว เขาก็เดินเข้าไปในเมืองสายรุ้งทันที เมืองสายรุ้งเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ตรงที่ชาวบ้านที่นี่มีแต่รอยยิ้ม ทักทายกันด้วยคำพูดคำจาที่น่ารัก สวยงาม และที่สำคัญที่นี่ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่นักผจญภัยทุกคนต้องมาให้ได้

สถานที่นั้นคือ ทุ่งแสงจันทร์

เดิมทีทุ่งแสงจันทร์จะคือส่วนหนึ่งของสกายคลาสแต่ที่เมืองสายรุ้งจะมีสะพานดวงดาวที่เป็นสะพานไร้แรงโน้มถ่วง ถ้าใครต้องการไปเมืองสกายคลาสก็สามารถเดินผ่านสะพานดวงดาวได้โดยตรงจากเมืองสายรุ้งได้ทันทีแต่จะใช้เวลานานกว่าเรือบินสี่เท่า และระหว่างทางนั้นก็จะมีทุ่งแสงจันทร์ลอยอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณสามร้อยเมตรตั้งอยู่ เปรียบเสมือนเกาะลอยฟ้าอีกเกาะหนึ่งเลย ว่ากันว่าที่ทุ่งแสงจันทร์นั้นมีดาบประกายดาวซ่อนอยู่ และยังมีประกฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวกับท้องฟ้าอีกมากมายนับไม่ถ้วนให้นักผจญภัยได้พบเห็น

นั่นคือจุดหมายของโนอาห์และพรรคพวก แต่ในขณะเดียวกัน...ไดแมนชั่นก็ต้องการไปที่นั่นเช่นกัน

....

โนอาห์กับสกาเล็ตเดินเข้ามาจนถึงจุดที่ได้นัดไว้กับพวกพ้องของเขาแล้ว

วินดี้ เร็น จิล เห็นโนอาห์กับสกาเล็ตเดินมาพวกเขาก็รีบวิ่งมาหาโนอาห์ทันที

“โนอาห์~”

วินดี้เรียกชื่อโนอาห์พร้อมกับวิ่งมา แต่ทันใดนั้นเองเธอก็เห็นสกาเล็ตเดินมาข้าง ๆ โนอาห์ด้วย

จิลเห็นสกาเล็ตเขาก็คุกเข่าลงไปพร้อมกับพูดว่า

“เอ่อ...สวัสดีครับท่านสกาเล็ต”

“จิลงั้นเหรอ...อ๋อที่แท้นายก็อยู่กับโนอาห์นี่เอง” สกาเล็ตถามจิลด้วยความเป็นห่วง

“ขออภัยด้วยครับที่ผมไม่สามารถพาคุณโนอาห์กลับไปได้”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกจิล เดี๋ยวเขาก็จะกลับไปเมืองหลวงแล้วล่ะ”

พอสกาเล็ตพูดออกมาแบบนั้นทุกคนก็ทำหน้างง ๆ พร้อมกันทันที แต่ในตอนนั้นเองโนอาห์ก็ถามทุกคนไปว่า

“งานที่ฉันสั่งไปเป็นยังไงบ้าง”

เร็นได้ยินแบบนั้นก็ตอบโนอาห์ไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

“มีอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับทุ่งแสงจันทร์จริง ๆ ด้วย แต่ว่า...”

เร็นพูดทิ้งช่วงไป วินดี้เลยพูดแทนเร็นไปว่า

“ไดแมนชั่นต้องการพบกับนายเป็นการส่วนตัวน่ะ”

“หืม...งั้นเหรอ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ”

พอโนอาห์ถามออกไปแบบนั้น ไดแมนชั่นก็เดินออกมาจากโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“เฮ้อ~ วินดี้เป็นหญิงสาวที่ใช้ดาบเก่งจังเลยนะ”

พวกทุกคนได้ยินแบบนั้น ก็หันไปทางต้นเสียงทันที จากนั้นวินดี้ก็ชักดาบสีดำขึ้นมาแล้วตะโกนใส่ไดแมนชั่นไปว่า

“ฉันจะฆ่าแกไดแมนชั่น”

“หืม...ไม่เอาน่า~”

โนอาห์รู้สึกแปลก ๆ กับบรรยากาศรอบ ๆ ตัวของไดแมนชั่นที่ไม่มีจิตสังหารเลย เขาก็เลยตบบ่าของวินดี้แล้วพูดว่า

“หยุดก่อนวินดี้ เจ้าบ้านั่นไม่ได้มายึดเมืองสายรุ้งหรอกนะ”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็เก็บดาบลงแล้วงอนนิดหน่อย โนอาห์ก็เดินไปหาไดแมนชั่นแล้วถามว่า

“นายต้องการอะไร”

“ฉันไม่มีอะไรทำแล้วน่ะ”

“งั้นก็แปลว่านายตั้งข่ายเวท Clean World ไว้ก่อนหน้านี้แล้วสินะ”

ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ตกใจทันที แต่ไดแมนชั่นก็บอกโนอาห์ไปว่า

“ใช่...ตอนนี้ฉันเบื่อ ๆ ซะด้วยสิ นายมีอะไรให้ฉันทำไหมล่ะ”

โนอาห์ชักดาบออกมาแล้วบอกไดแมนชั่นไปว่า

“ไปลบข่ายเวทแล้วไปทุ่งแสงจันทร์กับฉันซะ”

ไดแมนชั่นมองไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของโนอาห์อยู่สักพัก จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ไปเจออะไรมาอีกล่ะโนอาห์”

“มิกะถูกพวกสิบสองจอมเวทจับตัวไปแล้ว”

พอโนอาห์พูดออกมาแบบนั้น ไดแมนชั่นก็ชะงักขึ้นมา และทันใดนั้นเองไดแมนชั่นก็ส่งโทรจิตออกไปเพื่อบอกพรรคพวกของตัวเองว่า

“ทำลายข่ายเวทก่อนแล้วมุ่งหน้าไปเมืองหลวง”

พอไดแมนชั่นพูดโทรจิตจบ เขาก็บอกโนอาห์ไปว่า

“หลังจากที่ช่วยมิกะเสร็จแล้ว ฉันจะฆ่านายซะ”

“อื้ม ขอโทษทีที่ปล่อยให้มิกะอยู่ในอันตราย”

“พอเถอะ...เอาล่ะไปทุ่งแสงจันทร์กันได้แล้ว” ไดแมนชั่นพูดจบก็เดินนำหน้าโนอาห์ไป

พรรคพวกของโนอาห์ต่างอยู่ในความสับสนเพราะตามเรื่องราวไม่ทัน แต่โนอาห์ก็หันมาหาพวกเขาแล้วพูดว่า

“ช่วยรออยู่ตรงนี้สักครู่นะ”

โนอาห์พูดจบก็เดินตามไดแมนชั่นไป...ระหว่างทางที่เขาเดินไปกับไดแมนชั่น โนอาห์ก็พูดขึ้นมาว่า

“สี่ดอกไม้สังหารกำลังจะเบ่งบานอีกครั้งสินะ”

“หึ~ ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ....มิกะ...ฉันจะไปช่วยเธอให้ได้”

สิ้นเสียงของไดแมนชั่น โนอาห์กับไดแมนชั่นก็วิ่งตรงไปที่สะพานดวงดาวด้วยความเร็วสูงทันที

------------------------------

บทที่ 16 จบ

เกร็ดน่ารู้ของตอนที่ 16

1.สิบสองจอมเวทที่โนอาห์เจอในตอนนี้ได้แก่ ชายนิ่ง ชายหนุ่มที่ใช้เวทร่างแยกและเวทแสงได้ และอีกคนคือแวนเจินที่มาแค่เสียง เขาคือจอมเวทอันดับหนึ่งที่ใช้เวทเกี่ยวกับดวงดาว???

2.ทุ่งแสงจันทร์จะตั้งอยู่บนท้องฟ้าระหว่างสกายคลาสและเมืองสายรุ้ง ซึ่งเมืองสายรุ้งจะอยู่บนพื้นดิน สกายคลาสจะอยู่บนท้องฟ้า ดังนั้นทุ่งแสงจันทร์จะอยู่เหนือเมืองสายรุ้งแต่อยู่ต่ำกว่าเมืองสกายคลาส ... งงไหมครับ ฮ่า ๆ

3.จุดอ่อนของโนอาห์คือการถูกผนึกไม่ใช่ขยับได้ กล่าวคือ ถ้าโดนล็อกขาไว้โนอาห์ก็จะเสียท่าได้ง่าย ๆ ทันที

ช่วงนี้อาจจะอับช้าหน่อยนะครับเพราะงานเยอะบวกกับใกล้จบ ภาคแรกของเรื่องแล้ว รอติดตามกันต่อไปว่าโนอาห์จะหยุดยั้งเหล่าสิบสองจอมเวทได้หรือไม่ และ ภาคต่อไปพวกโนอาห์จะเจออะไรบ้าง มาติดตามพร้อม ๆ กันนะครับ ^^

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบขออภัยด้วยนะครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น