โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 10 : เวทมนตร์ล้างสงคราม Clean World

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 มี.ค. 63

บทที่ 10 – เวทมนตร์ล้างสงคราม Clean World

หลังจากที่มิกะปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ เธอยืนมองหน้าโนอาห์ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับคนที่ไร้ความรู้สึกนึกคิด

โนอาห์เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ให้ตายสิ”

“อืม...จะว่าไปนายดูแปลก ๆ ไปนะโนอาห์”

“แปลกงั้นเหรอ”

มิกะพยักหน้า “ใช่ ใช่ นายผมสั้นแล้วก็ดูดีกว่าแต่ก่อนเยอะเลย”

“หึหึหึ~ ฉันน่ะเป็นผู้ชายประเภทยิ่งแก่ยิ่งหล่อยังไงล่ะ”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้น มิกะก็ทำหน้าเฉย ๆ ออกมาแล้วก็ส่ายหัว

“ไม่ ไม่ นายไม่หล่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

“อะ...อ้าว โดนเธอว่าแบบหน้าตายทีไรฉันล่ะเจ็บปวดทุกที”

มิกะได้ยินแบบนั้นเธอก็ไม่สนใจแล้วหันไปมองพายุหิมะที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับพูดว่า

“พายุหิมะตรงนั้นเป็นเวทที่สุดยอดไปเลยว่ามั้ยโนอาห์~”

“อืม...เธอต้องการจะพูดอะไรกันแน่มิกะ”

“เปล่า...ฉันกำลังคิดอยู่ว่าควรปล่อยให้มันมาที่นี่ดีไหม”

“หา!! ก็ต้องไม่ควรสิฟะ”

“นั่นไง โนอาห์เปลี่ยนไปจริง ๆ ด้วย...ตอนที่ยังเป็นดอกไม้สังหารด้วยกันนายยังไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้เลย”

พอมิกะพูดออกมาแบบนั้น โนอาห์ก็ตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะยืนกอดอกแล้วบอกมิกะไปว่า

“ฉันไม่ใช่คนเดิมที่เธอรู้จักแล้วล่ะมิกะ”

“นั่นสินะ” มิกะยิ้มออกมา นั่นทำให้โนอาห์แปลกใจเป็นอย่างมากที่มิกะแสดงสีหน้าแบบอื่นได้ด้วย

จากนั้นมิกะก็เดินไปข้างหน้าโนอาห์แล้วยื่นแขนทั้งสองข้างพร้อมกับแบมือออกไปทางพายุหิมะ โนอาห์เห็นแบบนั้นก็ถามมิกะไปว่า

“นี่เธอ...เธอจะทำอะไร”

“ปกป้องคนที่ทำให้นายยิ้มได้น่ะ”

“หา?...เฮ้ย! อย่าใช้เวทมนตร์นะมิกะ ห้ามใช้นะเว้ย!!”

โนอาห์ตะโกนออกไปไม่ทันขาดคำ มิกะก็ปล่อยลำแสงสีขาวขนาดใหญ่ออกไปทางพายุหิมะที่กำลังมุ่งหน้ามาด้วยความเร็วสูงทันที

ฟูม~~~

ลำแสงที่ถูกปลดปล่อยออกไปมีรัศมีมากกว่าหนึ่งร้อยเมตรและยาวมากกว่าสิบกิโลเมตร ด้วยความยิ่งใหญ่ของพลังเวทนี้ ทำให้พื้นที่ที่ลำแสงพาดผ่านลุกไหม้ไม่เหลือซากอะไรเลย และลำแสงนั้นก็เข้าปะทะกับพายุหิมะขนาดนั้นจนเกิดแรงต้านและแรงกระแทกอย่างรุนแรง

ขณะที่มิกะยังปล่อยพลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่นั้น โนอาห์ก็พยายามเดินต้านแรงกระแทกเข้าไปหาตัวมิกะด้วยความยากลำบาก

“มิกะ!! หยุดได้แล้ว”

“หืม~ แต่พายุหิมะยังไม่ละลายเลยนะ”

“ช่างมันไปเถอะมิกะ ปล่อยมันไป ขืนเธอทำแบบนี้ต่อไปหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่แถบนั้นจะเดือดร้อนเอานะ”

“งั้นเหรอ” มิกะกล่าวออกมาแล้วก็หยุดปล่อยพลังเวททันที

พอทุกอย่างกลับสู่ความสงบแล้ว โนอาห์ก็ถอนหายใจ

“เฮ้อ~ นี่มิกะฟังให้ดีนะ ถ้าเธอไม่อยากเข้าคุกพันปีอีกก็อย่าใช้เวทจนกว่าฉันจะสั่งเข้าใจไหม”

“อื้ม เข้าใจก็ได้” มิกะพยักหน้า

....

หลังจากที่พายุหิมะโดนพลังของมิกะเข้าไป มันก็ทำให้ความเร็วลมอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ตอนนี้เมืองซันชายเริ่มอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมีหิมะตกอยู่ดีเพราะพายุหิมะแค่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ลงเท่านั้น

และในตอนนี้โนอาห์กับมิกะก็เดินทางมาถึงเมืองซันชายเรียบร้อยแล้ว พอวินดี้เห็นก็รีบวิ่งมากอดโนอาห์พร้อมกับร้องไห้ทันที

“ฮือ~~ ฮือ~~ ฉันคิดว่านายตายไปแล้วซะอีก”

“เอ่อ...ฮ่า ๆ ๆ ไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่า”

“ไม่ต้องพูดแบบนี้เลยนะ...นายกำลังทำให้คนอื่นเป็นห่วงรู้ไหม คนบ้า!!”

วินดี้เงยหน้าขึ้นมามองโนอาห์ทั้งน้ำตา พอเขาเห็นวินดี้แบบนั้นโนอาห์ก็ลูบหัววินดี้แล้วมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมกับพูดว่า

“คราวหลังฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้นะ”

“อื้ม...รักษาคำพูดด้วยล่ะ”

“โอเค” โนอาห์ยิ้มให้วินดี้

จากนั้นวินดี้ก็ถอนกอดออกไปแล้วรีบบอกโนอาห์ไปว่า

“โนอาห์ฟังให้ดีนะ...สถานการณ์ในตอนนี้เร็นกับซันบาดเจ็บสาหัส ส่วนจิลก็อยู่เมืองร้างเพื่อคุ้มกันชาวบ้าน และจอมเวททางการก็โดนกำจัดไปมากกว่าครึ่งแล้ว”

“งั้นเหรอ...แย่แล้วสิ”

ระหว่างที่โนอาห์กับวินดี้กำลังคุยกันอยู่ มิกะที่เดินมาด้วยก็ถามขึ้นมาว่า

“นี่คือพรรคพวกคนใหม่ของนายเหรอโนอาห์~”

“อ๋อ...เออใช่ วินดี้ ยายนี่คือมิกะหนึ่งในสี่ดอกไม้สังหารนะ”

วินดี้ทำหน้างง ๆ แล้วโค้งคำนับไป มิกะก็โค้งคำนับตอบกลับมา จากนั้นมิกะก็พูดว่า

“เหมือนราเชลเลยแฮะ~”

“เหมือน...ท่านราเชลเหรอคะ หมายความว่าอะไรเหรอคะ” วินดี้ถามมิกะกลับไป

มิกะก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่ตอบอะไรกลับไป จากนั้นโนอาห์ก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“เออใช่...พวกเราต้องรีบตามหาจอมเวทที่รังแกพวกเร็นไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ค่ะ...แต่ว่าจอมเวทคนนั้นใช้เวทแรงโน้มถ่วงด้วยนะโนอาห์” วินดี้กล่าว

“อ๋อ...ถึงว่าล่ะตอนฉันออกมาจากน้ำแข็งก็เห็นปิ่นปักผม....เดี๋ยวก่อนนะ....”

พอโนอาห์คิดถึงเรื่องปิ่นปักผม เขาก็พูดในใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีว่า

“ปิ่นปักผมของอาริสา ซึ่งอาริสาอยู่ที่เมืองแถบชายแดนทางทิศใต้ของเอ็นโดร่า จากนั้นเราก็เจอฟรอเซ่นที่หมู่บ้านน้ำตกซึ่งก็อยู่ระหว่างทางไปเมืองซันชายนับรวมกันเป็นทิศตะวันตกเลยได้ไหมนะ...ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...”

มิกะเห็นโนอาห์คิดมากอยู่แบบนั้นเธอก็กระซิบวินดี้ว่า

“เธอชอบโนอาห์ใช่ไหม”

“วะ...วะ...วะ...ว่าไงนะคะ” วินดี้เขิน

“เธอชอบโนอาห์ใช่ไหม” มิกะถามคำถามเดิมเป๊ะ ๆ

“มะ...ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ ฉันก็แค่...แค่แอบหลอกใช้เขาเพื่อแก้แค้นพวกจอมเวทที่ทำลายหมู่บ้านของฉันก็แค่นั้นแหละค่ะ”

“อืม อืม~ เธอชอบเขาจริง ๆ ด้วยสินะ” มิกะพยักหน้าด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

จากนั้นมิกะก็เลิกกระซิบและในตอนนั้นเองโนอาห์ก็คิดอะไรบางอย่างออกขึ้นมา จนทำให้เขาต้องรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเรือนของชาวบ้านแล้วหยิบแผนที่เอ็นโดร่าพร้อมกับหมึกและไม้จุ่มหมึกออกมา

โนอาห์วาดรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดจากจุดแรกคือทิศใต้ของเอ็นโดร่าลากไปจุดที่สองคือเมืองซันชายทิศตะวันตก จากนั้นจุดต่อไปคือเมืองสายรุ้งทิศเหนือ และจากนั้นก็ลากไปที่ทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองท่าเรือเอเดนเวอร์ และสุดท้ายก็มาบรรจบที่หมู่บ้านกรีนวิลซึ่งอยู่ทิศใต้และเป็นที่พักอาศัยของเร็นกับอาริสา

“เข้าใจแล้ว...ฉันเข้าใจสิ่งที่ไดแมนชั่นกำลังจะทำแล้ว”

โนอาห์พูดขึ้นมา จากนั้นเขาก็หันไปหาพวกวินดี้กับมิกะแล้วพูดว่า

“เราจะปล่อยให้พายุหิมะพัดเข้ามา”

“หา!! ว่าไงนะ” วินดี้อุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่มิกะกลับเข้าใจแล้วพูดขึ้นมาว่า

“ภาพที่โนอาห์วาดรอบ ๆ แผนที่เอ็นโดร่ากำลังสื่อถึงเวทมนตร์ขั้นสูงชนิดหนึ่งสินะ~”

โนอาห์พยักหน้า “อื้ม ใช่แล้ว...มันคือเวทมนตร์ที่เคยเกิดขึ้นในสงครามเมื่อสิบปีก่อน ชื่อของมันก็คือ [Clean World]”

วินดี้ได้ยินชื่อเวทมนตร์อันนั้นก็ทำหน้าสงสัย มิกะก็พยักหน้าแล้วพูดต่อไปว่า

“งั้นก็แย่แล้วล่ะโนอาห์ Clean World เป็นเวทมนตร์ที่รุนแรงมาก ๆ ถึงมันจะทำให้สงครามยุติลงได้ทันที แต่นั่นหมายความว่าจะต้องมีคนเสียสละชีวิตตัวเองเหมือนราเชลด้วยไม่ใช่เหรอ”

“อื้ม...ถูก เพราะงั้นฉันเลยต้องการปล่อยให้หิมะผ่านเข้ามาที่เมืองนี้ยังไงล่ะ”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ถามโนอาห์ไปว่า

“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยโนอาห์ น้ำแข็งของฟรอเซ่นแข็งแกร่งมาก ๆ เลยนะ ขืนเมืองนี้โดนเข้าไปมีหวังหาทางละลายไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน”

“ได้สิวินดี้...เธอลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าที่นี่มีอะไรสถิตอยู่”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็นึกออกทันที

“อ๋อ...เทพแห่งดวงอาทิตย์สินะ”

“ใช่แล้ว...เอาล่ะ มาดูกันว่าระหว่างเทพแห่งดวงอาทิตย์ กับ พายุหิมะใครจะโผล่หน้าขึ้นมาก่อนกัน”

-----------

...

..

.

พายุหิมะกำลังคืบคลานมาเรื่อย ๆ แล้ว โนอาห์ได้บอกให้วินดี้พาเร็นกับซันพร้อมทั้งพวกจอมเวททางการที่สังกัดอยู่ที่นี่ให้หนีออกไปจากเมืองซันทันที ... เพราะที่ประตูเมืองด้านหลังในตอนนี้ได้กลายเป็นน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว

โนอาห์เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าก็เห็นดวงอาทิตย์จำลองกำลังจะมอดดับลงไป

“เฮ้ย เฮ้ย~ เวทระดับสูงของซันก็เอาไม่อยู่เหรอเนี่ย”

“เวทกระจอก”

มิกะพูดออกมาท่ามกลางแรงลมหิมะที่โหมกระหน่ำ ทำเอาโนอาห์ตกใจที่เธอพูดแบบนั้น แต่ว่าโนอาห์ก็ชินแล้ว เขาก็เลยบอกมิกะไปว่า

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะมิกะ”

“ก็มันกระจอกจริง ๆ นี่นา~ เวทของฉันดีกว่าเยอะ”

“เออ เออ ที่ฉันให้เธออยู่ที่นี่ก็เพราะงี้แหละ แต่ห้ามใช้เวทก่อนได้รับอนุญาตนะเข้าใจไหม”

“ค่า~”

มิกะก็ตอบมาด้วยใบหน้าที่เฉยชาเช่นเดิม จากนั้นไม่นาน น้ำแข็งก็ลามเข้ามาเรื่อย ๆ จนมันจะครอบคลุมสามสิบเปอร์เซ็นต์ของเมืองไปแล้ว

“ทำไมยายเอริสยังไม่ยอมโผล่หัวออกมาอีกนะ”

“เอริส...อ๋อ เทพแห่งดวงอาทิตย์จอมซึนคนนั้นน่ะเหรอ”

“เฮ้อ~ ทีอย่างนี้ดันจำได้นะมิกะ”

“จำได้สิ ก็เอริสมักจะ----”

มิกะยังพูดไม่จบ เอริสก็โผล่ออกมายืนอยู่ตรงหน้ามิกะแล้วปิดปากของเธอไว้พร้อมกับพูดว่า

“หยุด ... หยุดเลยนะยายมิกะ” เอริสกล่าวด้วยความโมโหนิดหน่อย จากนั้นเธอก็หันไปหาโนอาห์ที่ยิ้มระรื่นอยู่แล้วพูดต่อไปว่า “นายจงใจปล่อยให้พายุหิมะพัดเข้ามาใช่ไหม”

“ใช่แล้ว”

เอริสมองหน้าโนอาห์ด้วยความโมโหสักพัก จากนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ก็ได้ ก็ได้ ฉันยอมแพ้นายแล้ว...” เอริสเสกดาบแสงอาทิตย์ออกมาแล้วยื่นให้โนอาห์“ดาบเล่มนี้เป็นของนาย”

โนอาห์ยื่นมือไปรับไว้แล้วก็ตอบเอริสไปว่า

[ดาบเล่มนี้มันไม่ใช่ของทวยเทพ] ท่านเทพสูงสุดพูดงี้ใช่ไหมล่ะ ฮ่า ๆ ๆ”

“เชอะ~ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมดาบแสงอาทิตย์ถึงไม่ใช่ของทวยเทพ ทั้ง ๆ ที่ตามตำนานสี่หมื่นปีก็บอกไว้ว่าดาบแสงอาทิตย์คือหนึ่งในเจ็ดดาบสวรรค์แท้ ๆ”

เอริสบ่นออกมาแบบนั้น แต่โนอาห์ก็ไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากชักดาบออกมา ทันใดนั้นเองมิกะกับเอริสก็สัมผัสพลังเวทได้จากร่างกายของโนอาห์ ทำให้เอริสตกใจเป็นอย่างมาก จนต้องพูดออกมาว่า

“เป็น...เป็นไปได้ยังไง นักดาบเป็นมนุษย์จำพวกเดียวที่ไร้พลังเวทไม่ใช่เหรอ”

มิกะได้ยินแบบนั้นก็ตอบเอริสไปว่า

“จริงอยู่ที่โนอาห์ไม่มีพลังเวท แล้วเธอรู้หรือเปล่าล่ะว่าเพราะเหตุใดนักดาบถึงไร้พลังเวท?”

“มะ...ไม่รู้”

“เฮ้อ~ ” มิกะถอนหายใจออกมาจากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรต่ออีกเลย ... เอริสก็เลยหันไปถามโนอาห์แทน

“โนอาห์ ทำไมนายถึงใช้พลังเวทได้ล่ะ”

“อ๋อ...ที่นักดาบไร้พลังเวทก็เพราะว่าพวกเขาไม่ใช้มันต่างหาก เพราะการใช้พลังเวทจะทำให้กระบวนท่าของดาบถูก
มานาสกัดกั้นไว้จนไม่สามารถใช้ดาบได้นั่นเอง จึงเป็นเหตุทำให้นักดาบจะใช้มานาไม่ได้ในขณะที่ใช้กระบวนท่าอยู่นั่นเอง”

“อ๋องั้นก็แปลว่า...จริง ๆ แล้วนักดาบใช้เวทมนตร์ได้อยู่...งั้นเหรอ” เอริสถามอีกครั้ง

โนอาห์ส่ายหัว “ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ สิ่งที่นักดาบใช้คือ [พลังจิต] ต่างหาก”

“พลังจิต...เดี๋ยวก่อนนะ นั่นมันทักษะของพวกทวยเทพไม่ใช่เหรอ” เอริสพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

มิกะก็พยักหน้า “อืม อืม~ ตามนั้นแหละ นักดาบคือพวกใช้พลังจิตได้แต่เป็นพลังจิตแบบภายใน ไม่เหมือนพลังจิตแบบภายนอกของทวยเทพหรอก”

เอริสได้ยินแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่นักดาบเป็นแล้ว จากนั้นเธอก็ถามคำถามหนึ่งไปที่โนอาห์ว่า

“งั้นก็แปลว่าเมื่อสามสิบปีก่อน...วันที่หมู่บ้านนักดาบสาปสูญไปก็เป็นเพราะว่า...”

“นี่เอริส!” โนอาห์หันกลับมามองเอริสด้วยสายตาดุร้ายจนเอริสตัวสั่นไปหมด “ถ้าเธอจะพูดถึงเรื่องนั้นอีกล่ะก็ ฉันจะฆ่าเธอซะ”

โนอาห์เอาดาบแสงอาทิตย์ไปจ่อที่คอของเอริส จนเอริสเหงื่อตกและดวงตาเบิกโพลงด้วยความกลัว ในขณะเดียวกันมิกะก็ยิ้มออกมาแล้วปรบมือ

“ฮะ ฮะ ฮะ โนอาห์กลายเป็นปีศาจแล้ว เย่~~ แบบนี้แหละ แบบนี้ถึงจะสุดยอด~”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ดึงดาบออกจากคอของเอริสแล้วเบือนหน้าหนีพร้อมกับพูดว่า

“ขอโทษด้วยนะเอริส...คราวหน้าช่วยอย่าพูดถึงเรื่องนั้นอีกเป็นครั้งที่สองจะได้ไหม”

“อะ...อื้ม ขอโทษทีนะ” เอริสสำนักผิด จากนั้นมิกะก็กลับไปทำหน้าเฉยชาเหมือนเดิมพร้อมกับพูดออกมาหนึ่งประโยคว่า

“น่าเบื่อจัง นึกว่าจะได้เห็นปีศาจทะเลสีแดงอีกครั้งซะแล้ว”

....

เวลาผ่านไป ตอนนี้น้ำแข็งก็ลามมาถึงครึ่งเมืองแล้ว และในตอนนั้นเองฟรอเซ่นก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับรุย

โนอาห์เห็นแบบนั้นก็เก็บดาบสีเหลืองลงในฝักดาบแล้วเจรจากับพวกนั้นไปว่า

“นี่สองปีศาจ ฉันขอให้พวกนายกลับไปก่อนได้ไหม”

“ไม่!! วันนี้ฉันจะฆ่านายให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม” ฟรอเซ่นตะโกนออกมา

“เฮ้อ~ สงสัยฉันจะเจรจากับยายนั่นไม่ได้สินะ” โนอาห์พูดจบก็หันไปทางรุยแล้วถามว่า“ถ้าจำไม่ผิดนายชื่อว่ารุยเป็นหนึ่งในสี่ปีศาจแห่งโกมุนโต้ด้วยใช่ไหม”

“ใช่ครับ” รุยตอบกลับมาอย่างมีมารยาท

“อื้ม นายดูเป็นคนที่เจรจาได้งั้นช่วยทำตามคำขอของฉันได้ไหมล่ะ”

รุยส่ายหัว “ไม่ได้ครับ การเปิดผนึกของ Clean World ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องครับ”

“นี่รุย...เรื่อง Clean World ฉันเองก็เคยเห็นด้วยนะแต่เอาจริง ๆ มันไม่ช่วยให้สงครามหยุดลงอย่างแท้จริงหรอก”

“ผมทราบครับ แต่ถ้าหญิงนักดาบคนนั้นไม่หยุดยั้งมันก่อน พวกคุณจะรู้ได้ยังไงว่ามันได้ผลดีแค่ไหน จริงไหมครับ”

พอรุยถามออกมาแบบนั้น โนอาห์ก็พยักหน้า

“อื้ม จริงอย่างที่นายพูดนั่นแหละ ถ้าปล่อยให้ Clean World ทำงานต่อไป ป่านนี้ผลลัพธ์ของมันก็คงถูกเปิดเผยไปแล้ว...แต่ว่า!” โนอาห์พูดจบก็ก้มหน้าต่ำลงแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “...ฉันเชื่อภรรยาของฉัน ฉันเชื่อราเชล เธอคือแสงสว่างของทุกคนและเธอก็ตัดสินใจหยุด Clean World ไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง...ด้วยรอยยิ้มสุดท้ายนั้นทำให้ฉันเชื่อสุดใจเลยว่า Clean World จะนำพาหายนะมาสู่เอ็นโดร่าแน่นอน!!”

พอโนอาห์ตะโกนออกไปแบบนั้น ฟรอเซ่นกับรุยก็แปลกใจเล็กน้อย แต่รุยก็พูดตอบไปว่า

“งั้นก็ไม่มีทางเลือก เรามาสู้กันแล้วตัดสินกันดีกว่าครับว่าเหตุผลของใครจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน”

ฟรอเซ่นกับรุยก็ตั้งท่าแล้วปลดปล่อยพลังเวทออกมา จนมิกะกับเอริสต่างตกใจแล้วพูดออกมาพร้อม ๆ กันว่า

“แย่แล้ว!”

โนอาห์หันไปบอกมิกะกับเอริสว่า

“พวกเธออย่าเข้ามายุ่งนะ นี่คือการต่อสู้ของฉัน”

มิกะกับเอริสก็พยักหน้าพร้อม ๆ กันทันที จากนั้นโนอาห์ก็ชักดาบแสงอาทิตย์ออกมา พร้อมกับพูดให้ทั้งมิกะกับเอริสฟังว่า

“รู้หรือเปล่าว่าทำไมดาบแสงอาทิตย์ถึงมีรูปร่างเหมือนดาบคาตานะธรรมดา ๆ”

“ไม่รู้ / ไม่รู้เหมือนกัน” มิกะกับเอริสตอบกลับมา

จากนั้นโนอาห์ก็ตั้งท่าอิไอแล้วเฉลยให้พวกนั้นฟังว่า

“เพราะดาบแสงอาทิตย์ที่แท้จริงอยู่ข้างบนหัวของพวกเรายังไงล่ะ...วิชาดาบตัดแสงอาทิตย์กระบวนท่าอิไอที่เจ็ด : ยามรุ่งอรุณมาเยือน

ภายในพริบตาที่โนอาห์ชักดาบออกมาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นทุกอย่างก็เงียบลงไป พายุหิมะก็ขนาดใหญ่ก็หายไปทันทีเช่นกัน นอกจากนั้นดวงอาทิตย์จำลองก็ถูกฟันขาดเป็นสองซีกและในที่สุดความมืดครื้มที่ปกคลุมเมืองซันชายก็มลายหายไป หิมะที่ปกคลุมหลังคาบ้านเรือนก็ค่อย ๆ ละลายไปทีละนิด ทีละนิดจนหมดในที่สุด

ถึงทุกอย่างจะมลายหายไปในพริบตา แต่ฟรอเซ่นกับรุยกลับไม่เป็นอะไรเลย ด้วยความแปลกใจรุยก็ถามโนอาห์ออกไปว่า

“มะ...มันเกิดอะไรขึ้น คุณทำอะไรลงไป”

“หืม? อ๋อ...ก็แค่ใช้ท่าอิไอธรรมดา ๆ ออกไปหนึ่งครั้งเท่านั้นเอง”

“อิไอ...ไม่จริง...แค่อิไอธรรมดา ๆ ไม่สามารถผ่าพายุหิมะกับดวงอาทิตย์จำลองได้พร้อม ๆ กันหรอก” ฟรอเซ่นเถียงกลับมา

และในตอนนั้นเองก็มีเสียงของผู้ชายดังออกมาจากข้างหลังของพวกรุยว่า

“อัดพลังจิตแบบภายในไว้ที่ปลายดาบแล้วฟันแสงอาทิตย์อันเล็กน้อยที่ลอดผ่านก้อนเมฆและพายุหิมะจนแตกออกเป็นเส้นแสงจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นเส้นแสงที่แตกออกไปก็ทะลุขึ้นไปตัดดวงอาทิตย์จำลองและในตอนนั้นเองเส้นแสงพวกนั้นก็หลอมรวมกับพลังเวทของดวงอาทิตย์จำลองแล้วแตกกระจายออกไปทั่วเมืองซันชายภายในพริบตา จนทำให้พายุหิมะหายไปในที่สุด...ถูกไหมโนอาห์”

“อ่า~ ถูกต้องแล้วล่ะ...ไดแมนชั่น”

พอรุยกับฟรอเซ่นได้ยินแบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็หันกลับหลังไปก็เห็นไอแมนชั่นกำลังยิ้มให้อยู่ จากนั้นรุยก็ถามไดแมนชั่นไปว่า

“ทะ...ท่านรู้ได้ยังไงครับ”

ไดแมนชั่นชี้ไปที่พื้นเพื่อให้รุยกับฟรอเซ่นได้สังเกตเห็นรูไหม้เล็ก ๆ สีดำ พอรุยเห็นแบบนั้นเขาก็เข้าใจทันทีว่า
“โนอาห์สร้างระเบิดแสงด้วยประกายแสงที่ลอดผ่านก้อนเมฆเพียงเล็กน้อยด้วยความเร็วสูงจนสายตาของพวกเขามองไม่ทัน”

จากนั้นไดแมนชั่นก็โบกมือทักทายมิกะพร้อมกับพูดว่า

“เฮ้~ มิกะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“หวัด~ ดี~ ได” มิกะโบกมือทักทายกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จากนั้นไดแมนชั่นก็หันไปหาโนอาห์แล้วพูดว่า

“ดาบที่ตัดแสงสว่างได้ ไม่ว่าจะมองมันกี่ครั้งก็ช่างงดงามเสียจริง ๆ”

“ใช่ไหมล่ะ” โนอาถามด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ ๆ” พอไดแมนชั่นตอบไปเขาก็หันกลับไปหารุยกับฟรอเซ่นแล้วพูดว่า “พวกนายกลับไปก่อนเถอะ เราไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้ว”

“ครับ / ค่ะ”

จากนั้นรุยกับฟรอเซ่นก็หายตัวไปทันที ไดแมนชั่นก็เดินมาใกล้ ๆ โนอาห์แล้วพูดว่า

“ฉันชอบนายตอนที่ยังไม่เจอราเชลมากกว่านะ”

“เฮ้ย เฮ้ย~ เล่นมาสารภาพรักกันตอนนี้เลยงั้นเหรอ”

“ฮ่า ๆ ๆ อย่าพูดอะไรที่น่าขำเลยน่าโนอาห์”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

ทั้งสองคนก็หัวเราะกันออกมาแบบนั้นอยู่สักพัก จู่ ๆ โนอาห์ก็ฟาดดาบไปที่ไดแมนชั่นด้วยความเร็วสูง แต่ไดแมนชั่นก็ใช้เวทมิติบังคับให้ตัวเองโผล่ไปข้างหลังของโนอาห์แล้วชกไปที่กลางหลังของเขาอย่างรุนแรงจนปลิวกระเด็นไปไกลกว่าสองร้อยเมตร

จากนั้นไดแมนชั่นก็หายตัวไปโผล่ดักรอโนอาห์ที่ปลิวไปพร้อมทั้งอัดพลังเวทไว้ที่มือทั้งสองข้างแล้วปล่อยออกไปหาโนอาห์เป็นลำแสงสีดำขนาดใหญ่

ตู้ม~~~~

ด้วยการปล่อยลำแสงปีศาจเพียงครั้งเดียวก็ทำให้มิกะกับเอริสต้องสร้างบาเรียระดับสูงขึ้นมาป้องกันตัวเอง แต่ระหว่างที่ไดแมนชั่นกำลังปล่อยลำแสงปีศาจอยู่นั้น จู่ ๆ ลำแสงของเขาก็ขาดออกเป็นสองท่อนอย่างน่าแปลกใจและภายในพริบตาโนอาห์ก็หายตัวมาโผล่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับตั้งท่าอิไอ

แต่...เมื่อโนอาห์ยืนต่อหน้าไดแมนชั่นแล้วเขาก็โดนเวทกับดักที่ไดแมนชั่นทำไว้ก่อนหน้านี้พอดี

ตู้ม~~~

ลำแสงสีดำก็พุ่งขึ้นจากพื้นดินมากระแทกร่างกายของโนอาห์อย่างรุนแรงจนทำให้โนอาห์โดนผลักขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร

ร่างของโนอาห์ลอยอยู่บนฟ้า แต่ไดแมนชั่นกลับโผล่ขึ้นมาเหนือโนอาห์ไปอีก โนอาห์หันกลับไปก็โดนไดแมนชั่นฟาดพลังเวทสีดำใส่จนพุ่งลงมากระแทกกับพื้นโลกและเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง บ้านเรือนแถว ๆ นั้นก็พังระเนระนาดทันที

มิกะกับเอริสต่างตกใจกับการต่อสู้ของสี่ดอกไม้สังหาร พอกลุ่มควันคละคลุ้งค่อย ๆ หายไปแล้ว ภาพที่เอริสและมิกะเห็นก็คือภาพของโนอาที่ยืนข้างหน้าพร้อมกับเอาปลายดาบจ่อคอไดแมนชั่นอยู่ และไดแมนชั่นก็ร่ายเวทไว้ที่นิ้วชี้พร้อมจะยิงไปที่กลางหน้าผากของโนอาห์เช่นกัน

พอโนอาห์และไดแมนชั่นต่างจนมุมซึ่งกันและกันแบบนั้น โนอาห์ก็ปลดดาบออกจากคอ ส่วนไดแมนชั่นก็ยกเลิกการร่ายเวททันที จากนั้นโนอาห์ก็พูดขึ้นมาว่า

“ครั้งนี้...เสมอกันสินะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเป็นนายเมื่อก่อนก็อาจจะเอาชนะฉันได้แท้ ๆ เดี๋ยวนี้นายแก่ลงเยอะนะโนอาห์” ไดแมนชั่นพูด

“นั่นสินะ ปกติฉันสามารถเอาชนะนายโดยไม่ต้องใช้ดาบได้แท้ ๆ ”

โนอาห์พูดจบก็เก็บดาบลงในฝัก จากนั้นไดแมนชั่นก็พูดทิ้งท้ายว่า

“โนอาห์...เวลาต่อสู้ก็ช่วยเอาจริงด้วยนะ ขืนนายยังทำตัวแบบนี้อยู่มีหวังต้องโดนคนอื่นฆ่าตายก่อนแน่ ๆ ”

ฟุ่บ~

พอไดแมนชั่นพูดจบเขาก็หายตัวไปทันที...จากนั้นมิกะกับเอริสก็วิ่งมาหาโนอาห์

“ได~ ยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนเลย มีแต่โนอาห์นั่นแหละที่กระจอก” มิกะพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เฮ้อ~ มิกะ ถ้าเธออยากจะด่าฉันจริง ๆ ก็ช่วยแสดงอารมณ์บ้างสิฟะ เห็นแบบนี้แล้วหงุดหงิดชะมัด”

“ทะ...ทำไมบนเอ็นโดร่าถึงมีคนที่แข็งแกร่งอยู่เยอะขนาดนี้เลยล่ะ” เอริสพูดลอย ๆ ขึ้นมา

“เอริส...เธอยังไม่กลับโลกแห่งเทพอีกงั้นเหรอ” โนอาห์ถาม

“ก็ยังสิยะ พวกนายเล่นต่อสู้กันจนไม่มีจังหวะให้กลับเลย”

“ความผิดของฉันว่างั้น”

“ก็เออสิ ชิ~” เอริสเบือนหน้าหนี

จากนั้นโนอาห์ก็เอาดาบแสงอาทิตย์ไปให้มิกะถือแล้วพูดว่า

“ต่อไปนี้หน้าที่ของเธอคือดูแลดาบของฉัน เข้าใจไหมมิกะ”

“อื้ม เข้าใจ ทำเหมือนเมื่อก่อนเลยใช่ไหม” มิกะถามกลับมา

“อืม ทำเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ”

พอโนอาห์พูดจบเขาบอกเอริสไปว่า

“รีบกลับโลกของเธอได้แล้ว เดี๋ยวเทพสูงสุดก็ว่าเอาหรอก”

“อื้ม...ขอบคุณที่ช่วยเมืองซันชายไว้ด้วยนะ”

“เล็กน้อย อย่าใส่ใจเลย”

เอริสพยักหน้าแล้วยิ้มให้หนึ่งครั้ง จากนั้นเธอก็หายตัวไปทันที

“เอาล่ะ!! ได้เวลาออกตามหาดาบเล่มที่สองแล้ว”

“โอ้~~” มิกะชูแขนขวาขึ้นมาเหนือหัวพร้อมกับทำหน้าเฉยชาเช่นเคย จากนั้นด้วยความสงสัยของมิกะเธอก็เลยถามโนอาห์ไปว่า “ดาบเล่มที่สองที่นายจะไปเอามันอยู่ที่ไหนเหรอ~”

“อ๋อ...เมืองลอยฟ้าสกายคลาสน่ะ”

“หืม~ พอดีเลย เย่~~~” มิกะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

ส่วนโนอาห์ก็ทำหน้างง ๆ ที่มิกะดีใจ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามิกะจะดีใจไปทำไมเหมือนกัน...

----------

...

..

.

ณ เมืองลอยฟ้าสกายคลาส

เมืองลอยฟ้าสกายคลาสเป็นเมืองทางตอนเหนือของเอ็นโดล่าและอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณสองกิโลเมตร ว่ากันว่าเมืองลอยฟ้านั้นเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาจากอวกาศ และยังมีตำนานเรื่องเล่ากันปากต่อปากอีกว่า

“ณ สถานที่ที่ไร้บรรยากาศได้มีหินลึกลับที่ส่องประกายเป็นแสงสีเขียวขจีสถิตอยู่ หากใครได้ครอบครองไปแล้วจะสามารถลอยกลางอากาศได้ไม่จำกัด”

....

ณ สำนักงานจอมเวทประจำสาขาสกายคลาส

“หัวหน้าคะ งานประลองเวทมนตร์ทัวนาเม้นท์ประจำปีของขุนนางสูงสุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้าแล้วนะคะ”

“งั้นเหรอ...เฮ้อ~ ทำไมพวกคนรวยต้องชอบดูคนทำร้ายกันด้วยนะ”

....

แอร์ หัวหน้าหน่วยประจำสาขาสกายคลาส รูปร่างสูงใหญ่ ผมสั้นสีเทา ถึงอายุจะมากแล้วแต่ร่างกายของเขาก็ยังแข็งแรงเหมือนหนุ่ม ๆ เลย

....

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่ามีใบสมัครแปลก ๆ แนบเข้ามาด้วยนะคะ”

“ใบสมัครแปลก ๆ งั้นเหรอ...ไหนขอดูหน่อย” แอร์ยื่นมือไป เลขาของเขาก็ยื่นใบสมัครแปลก ๆ อันนั้นให้แอร์ไป

พอแอร์อ่านดูแล้วเขาก็ตกใจแล้วพูดว่า

“เป็นไปไม่ได้...[เมจิค] รีบติดต่อสิบสองจอมเวทให้มาควบคุมการแข่งร่วมกับพวกเราด้วยทันที”

“ได้ค่ะท่านแอร์”

....

เมจิค เลขานุการสาวสวยใส่แว่น เป็นจอมเวทระดับสูงของหน่วยสกายคลาส และยังเป็นรองหัวหน้าของหน่วยนี้อีกด้วย

....

จากนั้นเมจิคเลขาของแอร์ก็ทำการเขียนจดหมายปิดผนึกอย่างรวดเร็วทันที แอร์ก็หันกลับมามองใบสมัครแปลก ๆ นั่นอีกทีแล้วพูดว่า

“ให้ตายสิ ใครเป็นคนเลือกยายนี่เข้ามาแข่งด้วยนะ เวรกรรมแท้ ๆ แบบนี้มีหวังสกายคลาสได้หายไปอีกที่แน่ ๆ ”

แอร์มองใบสมัครที่มีรูปของ [มิกะ] กำลังชูสองนิ้วติดลงในใบสมัครอยู่ พร้อมกับส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจทันที

-------------------------

บทที่ 10 จบ

คุยกันท้ายตอนครับ (ยาวหน่อยนะครับและอาจจะเกี่ยวกับอนาคตของซี่รี่ย์นี้ด้วย)

สวัสดีครับ ในที่สุดเรื่องนี้ก็ดำเนินมาถึงตอนที่สิบแล้ว ผมอยากถามท่านผู้อ่านว่า

“มีอะไรที่ท่านผู้อ่านไม่ชอบในซีรี่ย์นี้บ้างครับ”

เพราะผมอยากรู้เพื่อนำไปพิจารณาต่อว่าจะแต่งต่อดีไหม เนื่องจากผมเขียนนิยายมาหนึ่งปีแล้วแต่ก็ไม่ค่อยมีคอมเม้นแนวแนะนำติชมเลย จะมีก็แบบคอมเม้นเชิงด่าทอให้เสียกำลังใจซะส่วนมาก ซึ่งผมก็อดทนไว้ตลอดมาและมองไปที่คำด่าพวกนั้นเป็นคำแนะนำอยู่เสมอ

ผมขัดเกลาตัวเองอยู่ทุกครั้งที่โดนด่า แต่สุดท้ายนิยายของผมก็ไม่ค่อยมีคนอ่าน ผมอาจจะไม่ได้โฆษณาด้วยแหละครับ ซึ่งผมก็ลองโฆษณาแล้วแต่มันก็มีค่าเท่าเดิม คนเข้ามาก็จากไป พอรู้แบบนั้นผมก็เอาเวลาที่เสียไปจากการโฆษณามาลงทุนแต่งให้มันดีจะดีกว่า เผื่อมีคนหลงกดเข้ามาแล้วอ่านแบบจริงจังสักคน

ซึ่งพอผมเลิกโฆษณาแล้วมาจริงจังกับงานเขียน มันก็ได้ผลดีกว่าเยอะเลยครับ มีคนเข้ามาอ่านมาติดตามเยอะขึ้น แต่ก็ไม่มีคอมเม้นเหมือนเดิม

คราวนี้ผมอยากได้คอมเม้นบ้างครับ ผมอยากรู้ Feedback จากผู้อ่านบ้างครับ ขอแค่สักตอนก็ยังดี ผมเลยถือโอกาสเอาตอนที่สิบนี้ เชิญชวนนักอ่านเงา นักอ่านที่ติดตามทุกท่านช่วยคอมเม้นทั้งเรื่องตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุดให้หน่อยได้ไหมครับ

ถ้าที่สุดแล้วสิ่งผมขอไปมันไม่ได้ผลตอบรับกลับมา ผมก็คงหยุดเขียนเรื่องนี้ไปก่อนแล้วจะไปควานหาข้อบกพร่องด้วยตัวเองก่อนครับ อาจจะใช้เวลาสักพักแล้วค่อยกลับมาอัพใหม่ จริง ๆ ผมอยากเขียนต่ออยู่ครับเพราะวางพล็อตและเขียนตอนจบไว้แล้ว แต่ถ้ามันไม่ได้ผลอะไรตอบรับกลับมา ผมเองก็ไม่รู้จะไปแก้ไขตรงไหน หากผมยังมีข้อบกพร่องที่มองไม่เห็นแล้วยังเขียนต่อไปเรื่อย ๆ บางทีนิยายเรื่องนี้อาจจะกลายเป็นนิยายที่พังพินาศไปเลยก็ได้

สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวของโนอาห์และผองเพื่อนของเขาจะทำให้ทุกท่านได้สนุก ตื่นเต้น และร่วมลุ้นไปด้วยกันพร้อมกับผมนะครับ ผมยังยืนยันความตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่เขียนนิยายว่า

“ผมเขียนนิยายไม่ได้หวังชื่อเสียง เงินทอง ผมหวังแค่ผู้คนที่แวะมาอ่านได้ผ่อนคลาย สนุกไปกับนิยายของผมเหมือนที่ผมมีความสุขตอนที่ได้เขียนมันก็แค่นั้นครับ”

ผมไม่ได้อยากเป็นนักเขียนนิยายที่โด่งดังมีคนติดตามเป็นหมื่นเป็นพัน ผมแค่อยากเป็นนักเขียนนิยายที่ดีคนหนึ่งก็เท่านั้น ผมไม่อยากเขียนนิยายที่ไม่ดีออกไป ซึ่งตรงนี้เพื่อน ๆ ช่วยแนะนำให้ผมได้ครับว่าตรงไหนไม่ดีบ้าง บอกมาตรง ๆ ได้เลยครับผมก็จะได้เอาไปพัฒนาเพื่อเพื่อน ๆ ทุกคนต่อไปครับ ขอบคุณนะครับที่ติดตามกันมาตลอด ขอบคุณจริง ๆ ครับ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 manmania1980 (@manmania1980) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:47
    อ่านมาถึงตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นนิยายที่อ่านสนุกแต่ติดที่ตอนอ่านแล้วรู้สึกว่าเหมือนจะเร็วและรวบรัดไปนิดเพิ่มน้ำหน่อยใส่มุขนิดพยายามให้มีคำหรือประโยคซ้ำที่น้อยลงประโยคพูดยังขาดสีสันอยู่บ้าง กับคำว่าอ๋อ ถ้าปรับปรุงได้นิยายจะสนุกขึ้นอีกมาก ติดตามครับ
    #2
    1
    • #2-1 Nonnoi01 (@firstmaxmin007) (จากตอนที่ 10)
      30 มีนาคม 2563 / 21:10
      ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับที่ให้คำแนะนำกับผม ผมก็คิดว่ามันเร็วไปเหมือนกันครับเดี๋ยวจะนำไปปรับปรุงในตอนต่อไปนะครับ ^^
      #2-1
  2. #1 manmania1980 (@manmania1980) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:46
    อ่านมาถึงตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นนิยายที่อ่านสนุกแต่ติดที่ตอนอ่านแล้วรู้สึกว่าเหมือนจะเร็วและรวบรัดไปนิดเพิ่มน้ำหน่อยใส่มุขนิดพยายามให้มีคำหรือประโยคซ้ำที่น้อยลงประโยคพูดยังขาดสีสันอยู่บ้าง กับคำว่าอ๋อ ถ้าปรับปรุงได้นิยายจะสนุกขึ้นอีกมาก ติดตามครับ
    #1
    0