[EXO] Lumin : Change! [ Boy to Girl ] :: [END]

ตอนที่ 7 : Special Short Fic :: Met at Halloween Night ~ (Lumin)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 พ.ย. 57


 

 

 

 

 

   ปล. อ่านให้ถึง [The End] ก่อนนะจ๊ะ เพราะตอนจบมัน...กว่าที่คิด อิอิ :)

 

 

 

 

ณ สวนสาธารณะใจกลางเมือง ผู้คนบางตาเพราะตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้วบวกกับอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ หิมะที่ค่อยๆตกลงมาเนื่องจากตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังมีเด็กหนุ่มตากวางคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้เพื่อรอคนสำคัญที่สุดอยู่ที่จุดนัดพบของพวกเขาทั้งสอง รอทุกวันไม่เคยมีวันไหนขาด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยได้เจอ คนสำคัญที่ชื่อว่า ‘คิม มินซอก

 

...ย้อนไปเมื่อวันฮาโลวีนเมื่อปีที่แล้ว...

 

“ให้ตายสิ! ชวนใครต่อใครก็ไม่มีใครมาเลย หาว่าเราปัญญาอ่อน ทำตัวเป็นเด็ก! เซ็งชะมัด!!” ‘ลู่หาน นักเรียนแลกเปลี่ยนจากจีนบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เนื่องจากวันนี้เป็นวันฮาโลวีน เขาจึงชวนบรรดาเพื่อนๆและรุ่นน้องมาแต่งตัวแฟนซีเพื่อไปงานเทศกาลที่เมืองจัดขึ้น แต่ทว่า...

 

“ปัญญาอ่อนว่ะเชี่ยลู่! โตจนป่านนี้แล้วมึงจะแต่งตัวแฟนซีไปงานคืนวันฮาโลวีนอีกเนี่ยนะ! กูไม่ไปล่ะ บาย! นอนกกเมียฟินกว่าเยอะ!” ‘คริส เพื่อนสนิทด่าเขาทันทีที่เขาชวนไปงานเลี้ยง

“ขอโทษนะ เพราะว่าวันนี้มีโปรโมชั่นดูหนังผีครึ่งราคาก็เลยนัดจงแดไปดูหนังแล้ว” เลย์หรือ จางอี้ชิง เพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคนเอ่ยปฏิเสธคำชวน เอาวะ! อย่างน้อยมันก็ไม่ด่าเขาเหมือนคริส พอเห็นว่าเพื่อนทั้งสองต่างก็ปฏิเสธ จึงหันไปชวนรุ่นน้องคนสนิทอย่าง โอ เซฮุนและฮวาง จื่อเทา แทน แต่ทว่า...

“ความจริงผมก็อยากไปนะเฮีย แต่เฮียก็น่าจะรู้นะว่าเทาน่ะกลัวผียังกะอะไรดี เทาไม่ปล่อยให้ผมไปแน่นอน ขอโทษนะเฮีย” น้องชายตัวขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด มันก็จริงแหล่ะนะ เพราะเทาติดเซฮุนมาก และยิ่งวันปล่อยผีแบบนี้คงจะเกาะติดเซฮุนไม่ยอมให้น้องชายตัวขาวออกไปไหนแน่ๆ

 

จนในที่สุดลู่หานก็ต้องออกมาเที่ยวงานนี้คนเดียว ต่อให้ไม่มีคนมาด้วยเขาก็จะมา จากหนุ่มตากวางได้กลายสภาพเป็นมนุษย์หมาป่าสุดเท่ที่สาวๆเห็นเป็นต้องกรี๊ด บ้างก็เข้ามาขอถ่ายรูป ลู่หานเดินเล่นอยู่ในงานสักพักก็รู้สึกเมื่อยจึงเดินไปที่สวนสาธารณะใกล้ๆเพื่อหาม้านั่งพักผ่อนและหาที่กินคัพเค้กฟักทองที่มีขายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ซึ่งเมื่อเดินไปถึงสวนสาธารณะก็เจอม้านั่งว่างๆอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถูกประดับประดาไปด้วยหลอดไฟเล็กๆน่ารักๆ ลู่หานจึงตัดสินใจเลือกเก้าอี้ตัวนั้น ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งและหยิบเอาคัพเค้กฟักทองขึ้นมากิน แต่ทว่า...

 

“ว้ากกกกก~!!

 

พรึบ!

 

ตุ้บ!

 

“โอ๊ย!! เจ็บชะมัดเลยให้ตายสิ!” เสียงเล็กๆดังขึ้นจากทางด้านหลังเก้าอี้ ลู่หานจึงหันไปมองก่อนที่จะพบกับเด็กชายในชุดพ่อมดสีเงินนอนคว่ำหน้าอยู่

“เป็นอะไรมากไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย?”

“ก็จุกนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า เอ๊ะ! ฮะ...เฮ้ย!! มะ...มนุษย์หมาป่า?!! =[]=!!” พ่อมดตัวเล็กตอบกลับไปโดยที่ไม่หันมามองอีกฝ่าย และเมื่อหันไปเห็นลู่หานก็ร้องลั่นด้วยความตกใจทำเอาลู่หานงงเล็กน้อย

“จะตกใจทำไมน่ะ? นายเองก็เป็นพ่อมดเหมือนกันนั่นแหล่ะน่า และอีกอย่างวันนี้ใครๆก็แต่งตัวกันแบบนี้ทั้งนั้น? = =;

“ตะ...แต่งแบบนี้?” พ่อมดตัวเล็กเอ่ยก่อนจะหันไปมองบริเวณรอบๆก็พบกับแวมไพร์ พ่อมดแม่มด นางฟ้า และสารพัดสารเพเต็มไปหมด

“มาทำเป็นมึนไปได้ ก็วันนี้มันวันฮาโลวีนนิ ใครๆก็แต่งตัวแบบนี้กันทั้งนั้น นายเองก็แต่งมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? ว่าแต่จะนั่งอยู่ที่พื้นอีกนานไหมล่ะนั่น ลุกขึ้นมาสิ” มนุษย์หมาป่าตากวางเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมือไปให้พ่อมดตัวน้อยเพื่อช่วยให้ลุกได้ง่ายขึ้น

“ขอบใจ” พ่อมดตัวเล็กเอ่ยขอบคุณเมื่อยืนขึ้นมาได้ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆลู่หานที่กำลังกินคัพเค้กอยู่ ตากลมๆจ้องมองไปที่คัพเค้กด้วยความสนใจ ลู่หานจึงยื่นคัพเค้กอีกชิ้นไปตรงหน้าของพ่อมดตัวน้อย

“ยื่นมาทำไมอ่ะ?”

“ก็เห็นมองนึกว่าอยากกิน กินสิ! คัพเค้กฟักทองของที่นี่อร่อยนะ”

“ขอบใจนะ” ว่าแล้วก็รับคัพเค้กของอีกฝ่ายมากิน ก่อนที่ตากลมโตจะเป็นประกาย “ว้าวววว~! อร่อยอ่ะ! *0*

“ก็บอกแล้วว่าอร่อย ตอนนี้น่าจะยังมีขายอยู่ จะไปซื้อกินอีกไหมล่ะ?” ลู่หานเอ่ยถามคนข้างๆที่กินคัพเค้กของเขาอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งพอได้ยินประโยคของลู่หานก็ทำเอาสีหน้าของพ่อมดตัวเล็กเปลี่ยนไป

“คือฉันไม่มีเงินน่ะ ได้กินแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ไม่ต้องห่วง ฉันเลี้ยงเองก็ได้” ลู่หานเอ่ยอย่างไม่คิดมาก แหม่~ ก็บ้านเขารวยนี่นา ตัวเล็กแค่นี้จะกินสักเท่าไหร่กันเชียว

“จริงหรอ? *0*” ตากลมโตเป็นประกายอีกครั้ง

“ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ?”

“ขอบคุณนะ แล้วนายไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนหรอกหรอ?” และเพราะคำถามนี้ทำเอาลู่หานถึงกับเซ็ง โคตรจี้ใจดำเขาเลย แล้วไหนพ่อมดตัวเล็กนี่ยังจะเรียกเขาห้วนๆอีก อย่างน้อยช่วยเรียกเขาว่า พี่ หน่อยก็ดีนะ

“ถ้าฉันมาเที่ยวกับเพื่อนก็คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวหรอก แล้วอีกอย่างนะ...ฉันก็ 18 แล้ว เรียกว่าพี่ก็ดีนะตัวเล็ก เดี๋ยวก็ไม่เลี้ยงหรอก = =

“ถ้านายอายุ 18 ล่ะก็ มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ฉันต้องเรียกนายว่าพี่นะ เพราะว่า...”

“นี่!” เพราะประโยคของพ่อมดตัวเล็กทำเอาลู่หานถึงกับของขึ้น ทั้งๆที่เจ้าตัวยังพูดไม่จบเลยแท้ๆ “ฟังก่อนสิ! เพราะว่าฉันเองก็ 18 แล้วเหมือนกัน

“ฮะ! นายเนี่ยนะ 18 แล้ว!! =[]=!” ตัวก็เล็ก แถมหน้าก็เด็ก ใครจะไปคิดวะว่าจะอายุเท่ากัน!

“ใช่ ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ? ว่าแต่ว่านายจะพาฉันไปที่ร้านขายคัพเค้กหรือยังอ่ะ? แล้วนายจะยังเลี้ยงฉันอยู่ไหม?” พ่อมดตัวเล็กรัวมาเป็นชุด ก็แหม...คัพเค้กมันอร่อยสุดยอด แต่ตัวเขาเองก็ดันไม่มีตังค์ แล้วมนุษย์หมาป่าตากวางตัวนี้ก็บอกเขาเองว่าจะเลี้ยง ซึ่งเมื่อได้ยินคำถามของพ่อมด มนุษย์หมาป่าตัวนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก็ช่วยไม่ได้ ตัวเองดันออกปากไปแล้วว่าจะเลี้ยง ผู้ชายแมนๆอย่างเขาไม่ผิดคำพูดอยู่แล้ว

“เลี้ยงอยู่แล้วน่าไม่ต้องห่วง ฉันพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว จะไปยังล่ะ?”

“ไปๆ ขอบใจนายมาก ^^” พ่อมดตัวน้อยยิ้มร่า ทำเอาใจลู่หานเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

ตึกตัก... ตึกตัก...

 

“มะ...ไม่เป็นไร” ใจเย็นๆไว้ลู่หาน ใจเย็นๆ แค่พ่อมดตัวเล็กยิ้มแค่นั้นเอง จะใจเต้นทำไมวะเนี่ย?

“จริงสิๆ คุยมาสักพักแล้ว นายชื่ออะไรหรอ? ฉัน คิม มินซอก ยินดีที่ได้รู้จัก ^^” พ่อมดตัวน้อยเอ่ยถามชื่อพร้อมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ

“ฉัน ลู่หาน

“ลู่...หาน?” มินซอกเอ่ยทวนก่อนจะทำสีหน้างงๆกับชื่อของอีกฝ่าย ยิ่งลู่หานเห็นใบหน้าของคนตัวเล็ก ใบหน้าก็ร้อนผ่าว ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม

 

ทำไมกัน? ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าแบบไหนเขาก็รู้สึกว่าน่ารักไปหมด ใจเย็นๆนะลู่หาน =/ / /=

 

“คือว่าฉันน่ะ...”

“แล้ววันเกิดล่ะ?” ยังไม่ทันที่ลู่หานจะได้พูดอะไรออกมา มินซอกก็ถามถึงวันเกิดต่อทันที

“ฮะ?” เดี๋ยวนะ!? มันเกี่ยวอะไรกับวันเกิดของเขากัน? จะเอาไปแทงหวยหรือไง? = =

“วันเกิดของนายล่ะ?” พ่อมดตัวเล็กถามย้ำอีกรอบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังงงๆอยู่

“เออ...ก็วันที่ 20 เมษาน่ะ

“ลู่หาน? วันที่ 20 เมษา?

 

เป๊าะ!

 

“นายเป็นคนจีนที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่สินะ” ทำเอาลู่หานอึ้งกับคำพูดของมินซอก รู้ได้ไงวะ? แค่บอกชื่อกับวันเกิดเนี่ยนะ? เป็นหมอดูหรือไงน่ะ? =[]=;

“นายรู้ได้ไงเนี่ย?!!

“นายไม่เคยได้ยินหรอว่า หากบอกชื่อให้คนอื่นรู้ก็เท่ากับยอมให้เขาจับปลายของวิญญาณเรา แถมยิ่งปล่อยให้รู้วันเกิดก็เท่ากับบอกให้เขารู้อดีต ความเป็นมาเป็นไปของตัวเองน่ะJ น้ำเสียงที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำเอามนุษย์หมาป่าถึงกับต้องกลืนน้ำลายเมื่อหันไปมองก็พบกับดวงตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“นะ...นายว่าไงนะ?! =[]=!?

 

บางทีลู่หานก็คิดนะว่า...ประโยคนี้มันคุ้นๆ

นึกออกละ...นี่มันตอนที่วาตานุกิเจอกับยูโกะครั้งแรกในเรื่อง xxxHolic เลยนี่หว่า!!

 

“ฉันล้อเล่นน่า~! อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ก็ชื่อนายเป็นชื่อภาษาจีนนินา และเท่าที่ดูจากชื่อก็จะแปลว่า กวางแห่งรุ่งอรุณ ใช่ไหมล่ะ? ซึ่งฉันว่าชื่อนี้ก็เหมาะกับนายดีนะ พ่อหนุ่มตากวาง ^^” มินซอกพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ซึ่งสิ่งที่มินซอกพูดมาไม่ใช่คำตอบของสิ่งที่เขาสงสัยอยู่แม้แต่น้อย ที่ตนสงสัยน่ะคือ... มินซอกรู้ได้ไงว่าเขาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างหาก

“อ๋อ! แล้วก็เรื่องที่ฉันรู้ว่านายเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนก็เพราะว่า นายออกจะพูดเกาหลีได้คล่องขนาดนี้แสดงว่าต้องเรียนภาษาเกาหลีมาพอสมควร แถมช่วงนี้ก็เป็นช่วงเปิดเทอมด้วย การที่เด็กม.ปลายของจีนมาอยู่เกาหลีช่วงนี้ก็น่าจะมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน” มินซอกอธิบายต่อ ยิ่งทำให้ลู่หานสงสัยยิ่งกว่าเดิม

“แต่ฉันก็อาจจะมาเที่ยวหรือมาทำธุระที่นี่ก็ได้นี่”

“ไม่หรอก”

“ทำไมนายถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ?” ลู่หานเอ่ยถาม มินซอกที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มขำเล็กน้อย ก่อนที่จะเฉลยออกมาว่า “ก็เพราะว่าถ้านายไม่ใช่นักเรียนแลกเปลี่ยนล่ะก็ ประโยคที่นายพูดเมื่อกี้ก็ไม่ควรเป็น นายรู้ได้ไงเนี่ย แต่ควรแย้งในสิ่งที่ฉันพูดต่างหาก”

 

เออว่ะ! มันก็จริงของเขาล่ะนะ = =

 

“ว่าแต่ว่าจะไปได้ยังอ่ะ ฉันอยากไปซื้อคัพเค้กมากินแล้ว แถมในงานก็ดูน่าสนใจดีด้วย อยากไปเดินเล่นแล้ว เราไปกันเถอะนะ ^^” ว่าแล้วก็คว้ามือของมนุษย์หมาป่าตากวางให้เดินไปในงาน ใจของลู่หานนั้นเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าเขาคงจะหลงมนต์เสน่ห์ของพ่อมดน้อยคนนี้เข้าให้แล้วสินะ

“นายเดินนำฉันแบบนี้รู้หรือไงว่าร้านขายคัพเค้กมันอยู่ตรงไหน?”

“เออ...จริงด้วย! ไม่รู้อ่ะ นายนำทางไปหน่อยสิ *^*” น้ำเสียงและสายตาอ้อนๆทำเอาลู่หานใจเต้นหนักกว่าเก่า เมื่อได้ยินแบบนั้นลู่หานจึงพามินซอกเดินไปที่ร้านขายคัพเค้ก ซื้อคัพเค้กตามที่พ่อมดตัวเปี๊ยกอยากได้ ก่อนจะตามมาด้วยของกินต่างๆที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น เห็นตัวเล็กๆแบบนี้ก็กินจุไม่ใช่น้อย ซื้อของกินเต็มไปหมด แถมยังเดินไปเล่นเกมซุ้มนู่นซุ้มนี้ตลอดทางที่เดินผ่าน เนี่ยนะอายุ 18 แล้ว ยังเล่นเป็นเด็กๆอยู่เลย ซึ่งลู่หานก็มองว่ามันน่ารักดี

และเวลาแห่งความสุขก็มักจะผ่านไปเร็วเสมอ...เพราะตอนนี้ร้านค้าในงานเริ่มเก็บร้าน หรือจะพูดง่ายๆก็คือเทศกาลเลิกแล้ว

“งานเลิกแล้ว ได้ของกลับไปเต็มไม้เต็มมือเลย ดีจัง ^^” มินซอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงจนลู่หานมองด้วยสีหน้าหมั่นไส้เล็กน้อย ก็แหงล่ะ! ก็ของทั้งหมดน่ะเขาเป็นคนจ่ายทั้งนั้นเลยนี่นา

“แล้วว่าแต่นายจะกลับยังไงล่ะ? ดึกป่านนี้แล้ว ตังค์ก็ไม่มีด้วยไม่ใช่หรอ?”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวน้องชายฉันก็มารับแล้ว นายกลับไปเถอะ ฉันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” เมื่อลู่หานได้ยินแบบนั้นก็ยังอดกังวลไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าน้องชายของมินซอกจะมาเมื่อไหร่ แต่ถึงแม้งานจะเลิกแล้วแต่คนก็ยังเดินกันอยู่เยอะพอสมควร คงไม่มีอะไรน่าห่วงเท่าไหร่หรอกมั้ง

“ว่าแต่ว่าเราจะได้เจอกันอีกไหม?”

“แน่นอน งั้นวันพรุ่งนี้เจอกันที่นี่เวลาเดิมก็แล้วกัน” เมื่อนัดแนะเวลาเรียบร้อยแล้ว ลู่หานจึงขอตัวกลับก่อน แต่พอลู่หานเดินไปสักพักก็หันกลับไปหาตรงที่มินซอกยืนอยู่แต่ก็ไม่เจอกับมินซอกแล้ว หายตัวไวเว่อร์!!

 

 

หลังจากวันนั้น ลู่หานกับมินซอกก็นัดเจอกันที่ม้านั่งที่สวนสาธารณะตัวนั้นตลอด ทั้งสองคุยเล่นอย่างถูกคอ บางวันทั้งสองก็พากันไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่รอบเมือง และแน่นอนว่าเป็นลู่หานที่จ่าย หลังๆมินซอกจึงมักจะทำของว่างมาให้เพื่อตอบแทนที่ลู่หานคอยเลี้ยงตนอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

“แหมๆๆ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอยู่กับเพื่อนกับฝูงเลยนะลู่หาน” คริสเอ่ยแซวเพื่อนของตัวเอง ก็ตั้งแต่ไปงานฮาโลวีนคนเดียววันนั้น ลู่หานก็ติดนิสัยที่ชอบหายไปตอนเย็นๆค่ำๆคนเดียวทุกวันเลย ต่อให้มีงานเยอะแค่ไหน แต่ลู่หานก็จะรีบทำให้เสร็จก่อนตอนเย็นทุกครั้ง แต่ไม่ว่าทั้งคริส อี้ชิง หรือใครๆถามลู่หานก็ไม่ยอมบอก ซึ่งพวกเพื่อนๆของเขาก็พอจะเดาได้ว่าลู่หานคงกำลังมีความรักอยู่แน่นอน

“นั่นดิเฮีย...วันๆเอาแต่นั่งมองนาฬิกา พอถึงเวลาปุ๊บ ก็หายตัวไปทันที” ตามมาด้วยจื่อเทาที่เอ่ยแซว ซึ่งลู่หานก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ นั่งเคลียร์งานของตนไปเรื่อยๆ

“เฮียๆ”

“มีอะไรเซฮุน ถ้าไม่มีเฮียจะทำงานต่อ”

“อันนี้สีอะไรหรอ?” เซฮุนเอ่ยถามพร้อมยื่นปากกาไปให้ดู

“ก็สีเขียวน่ะสิ ตาบอดสีหรือไง?” ลู่หานตอกกลับมา ไอ้เด็กนี่นิ วันนี้งานยิ่งเยอะๆอยู่ ถ้าเขาเคลียร์เสร็จไม่ทันล่ะน่าดู

“อ้าวหรอ? สีเขียวหรอ? นึกว่าเฮียจะมองเป็นสีชมพูซะอีก เพราะเขาว่าคนมีความรักเวลามองอะไรจะเห็นเป็นสีชมพูไปเสียหมด ^^” ซึ่งพอเซฮุนพูดจบก็เรียกเสียงฮาของทุกคนได้เป็นอย่างดี

“โอ เซฮุน! -*-”

“เอาน่าเฮีย...ผมล้อเล่นน่ะ ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่เฮียจะพามาเปิดตัวซะทีล่ะ? พวกผมอยากเจอ”

“เรื่องอะไรล่ะ?” เรื่องอะไรจะพามา ก็มินซอกน่ะออกจะน่ารัก เดี๋ยวไอ้พวกนี้เห็นแล้วเกิดชอบขึ้นมาทำไง ถึงจะเห็นลู่หานนิ่งๆแบบนี้ แต่เรื่องขี้หึงขี้หวงนี้ขอให้บอก ลู่หานน่ะติดอันดับต้นๆเลยทีเดียว

“แหมๆ หวงก็บอก” คริสแซวเล็กน้อย ซึ่งลู่หานก็ไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ เมื่อคริสเห็นเพื่อนของตัวเองเงียบๆเลยถามต่อ “ว่าแต่ว่า หวงแบบนี้ นายขอคนๆนั้นของนายเป็นแฟนหรือยังน่ะ?”

“เรื่องนั้น...”

“ยังไม่ได้ขอสินะ” คริสเอ่ยอย่างรู้ทัน ท่าทีอึกอักแบบนั้นของลู่หาน แม้ไม่บอกก็รู้ได้ในทันที

“แล้วทำไมไม่ขอล่ะ?” ก่อนจะตามมาด้วยอี้ชิงที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

“เดี๋ยวก็ขอเองแหล่ะน่า ขอให้มั่นใจอีกหน่อย” ลู่หานเอ่ยขึ้นก่อนจะมองนาฬิกาแล้วพบว่าใกล้เวลานัดเต็มทนแล้ว “ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวฉันไปก่อนนะ ไปล่ะ!

“อ้าวเอ้ย! แล้วงานของนายล่ะ?” คริสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวดีของตนเตรียมตัวจะไปทั้งๆที่งานของตัวเองยังไม่เสร็จ

“เดี๋ยวค่อยกลับมาทำต่อ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้ทั้งคริส อี้ชิง เซฮุน และจื่อเทามองตาม เอาเถอะ! คนกำลังมีความรัก ปล่อยๆไปก่อน...

 

 

“แฮ่กๆ ขอโทษที่ให้รอนะ” ลู่หานเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ไม่รู้วันนี้เกิดอะไรขึ้น อยู่ๆรถก็ติดซะงั้น ทำเอาเขาเลยเวลานัดมาพอสมควร มินซอกที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ตัวเดิมหันมามองลู่หานด้วยรอยยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร ฉันเองก็พึ่งมาได้ไม่นานเอง”

“อย่างงั้นหรอ? แต่ก็แปลกนะ ปกติถ้าฉันมาสายนายจะต้องโวยวายแล้วนี่นา เป็นอะไรหรือเปล่าเปาจื่อ?” สรรพนามที่เปลี่ยนไปเมื่อทั้งสองสนิทกัน ลู่หานจึงมักเรียกมินซอกว่า เปาจื่อก็เพราะมินซอกชอบทำหน้ากลมๆ แก้มป่องๆ แถมหน้าก็ขาวเหมือนซาลาเปาไม่มีผิด เขาก็เลยมักจะเรียกมินซอกว่าเปาจื่อเสมอ ถึงแม้คนตัวเล็กจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ยังยอมให้เขาเรียกอยู่ตลอด

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ว่าแต่วันนี้เราไปไหนกันดีล่ะ? ^^

“วันนี้มีร้านกาแฟที่พึ่งเปิดใหม่ เห็นเขาบอกกันว่าอร่อย เราไปกินกันไหมล่ะ?”

“อืม เอาสิ ^^” มินซอกยิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อเดินไปตามทาง

เมื่อถึงที่ร้านทั้งลู่หานและมินซอกก็ต่างสั่งเครื่องดื่มและเค้กมากิน ต่างฝ่ายต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเวลาแห่งความสุขก็มักผ่านไปเร็วเสมอ เพราะถึงเวลาที่ลู่หานต้องกลับไปทำงานต่อที่หอแล้ว

“ป่านนี้แล้วหรอเนี่ย? งั้นพวกเรากลับกันเถอะเปาจื่อ”

“เดี๋ยวสิลู่หาน...” มินซอกเรียกลู่หานที่กำลังจะเดินกลับไป ทำให้ลู่หานหันมามอง “หืม?”

“ไปเดินเล่นด้วยกันได้ไหม? แล้วอีกสักพักค่อยกลับ” น้ำเสียงอ้อนๆของมินซอกเอ่ยขึ้น แต่ลู่หานกลับรู้สึกถึงความเศร้าที่ส่งผ่านดวงตาของมินซอก

“ก็ได้แหล่ะ...ว่าแต่เปาจื่อเป็นอะไรหรือเปล่า? มีอะไรก็บอกได้นะ” ลู่หานถามขึ้นอีกครั้ง มินซอกส่ายหน้าเป็นคำตอบ “ไม่มีอะไรหรอกหน่า”

“งั้นหรอ?”

“อืม! เราไปเดินเล่นกันเถอะ มินซอกพูดพร้อมจูงมือของลู่หานเดินเล่นในสวนสาธารณะที่เป็นจุดนัดพบของทั้งสอง ทั้งคู่เดินเล่นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงม้านั่งใต้ต้นไม้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งสอง

“ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องแย่ที่ตกลงมา เจ็บก็เจ็บ แต่เพราะฉันตกลงมาถึงได้เจอนาย”

“มินซอก...” ลู่หานไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ดีๆมินซอกถึงได้พูดแบบนั้น

“ฉันมีความสุขมากเลยที่ได้เจอนาย ได้ไปเที่ยว ได้รู้จักนาย โคตรโชคดีเลยที่ได้เจอกัน”

“...”

“ทั้งๆที่ไม่ได้เกิดประเทศเดียวกัน แต่ก็มีโอกาสได้เจอกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โคตรโชคดีเลย ^^

“นายเป็นอะไรมากหรือเปล่าเปาจื่อ? วันนี้ดูแปลกๆนะ” ลู่หานถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งมินซอกก็ได้แต่ส่ายหน้าเหมือนเดิม

“ไม่มีอะไรหรอกหน่า อย่าคิดมากสิ”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเปาจื่อเอาไหม?” ลู่หานถามทั้งๆที่ก็พอเดาคำตอบได้อยู่แล้วว่า “ไม่ต้องหรอก”

“ว้าาา~ จะถามกี่ทีๆก็ไม่เคยได้ไปส่งบ้านเปาจื่อเลย”

“ไม่ต้องมาทำหน้าประหลาดๆแบบนั้นเลยนะ คิดว่าทำแล้วน่ารักหรือไง?” มินซอกพูดเมื่อเห็นลู่หานทำหน้าประหลาดๆ

“เปาจื่อ! -*-”

“โอ๋ๆๆ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ คราวหน้าค่อยไปส่งที่บ้าน ^^

“อือ! งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ ^^” ลู่หานพูดพร้อมโบกมือให้กับมินซอกก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไป

“อืม ลาก่อนนะลู่หาน” ถึงแม้เสียงจะแผ่วเบา แต่ลู่หานก็ได้ยินชัดเจน น้ำเสียงเศร้าๆที่เอ่ยทำเอาลู่หานต้องหันกลับไป แต่ก็ไม่เห็นมินซอกแล้ว

 

 

“อ้าวไอ้ลู่? ทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ? เศร้ามาเชียว เป็นไรอ่ะ แมตเมื่อวานแมนยูแข่งแพ้หรอ?” คริสเอ่ยถามเมื่อเจอหน้าของลู่หาน ปกติตอนเช้าเวลาเจอกันหน้าของลู่หานมันดูมีความสุขนี่หว่า ทำไมวันนี้มันดูเศร้าแปลกๆ

“จะบ้าหรอ?! เมื่อวานแมนยูไม่ได้แข่งเว้ย!”

“แล้วเฮียเป็นไรอ่ะ?” จื่อเทาถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

“ก็แค่รู้สึกว่าเมื่อวานเปาจื่อแปลกๆไปก็เท่านั้นเอง”

“เปาจื่อ?” จื่อเทาทวนชื่อเล็กน้อย “อ๋ออออ~! เปาจื่อนี่คือคนสำคัญของเฮียใช่ป่ะ?”

“อือ”

“แปลกยังไงล่ะ?” เป็นอี้ชิงที่ถามต่อ ลู่หานถอนหายใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ก็ดูซึมๆเศร้าๆยังไงก็ไม่รู้”

“บางทีเขาอาจจะเบื่อหรือเปล่า?”

“เบื่ออะไรวะคริส?”

“ก็เบื่อกับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนแบบนี้ไง” คำพูดของคริสทำเอาลู่หานชะงัก “คุยกันมาตั้งหลายเดือน ไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ เจอกันทุกวัน แต่อยู่ในสถานะอะไรยังไม่รู้เลย”

“...”

“ระวังมันจะสายเกินไปนะลู่หาน” อี้ชิงเตือนลู่หาน ทำให้ลู่หานคิดได้ว่าควรจะรีบบอกออกไปก่อนที่มันจะสายเกินไป

 

แต่หารู้ไม่ว่า...

 

มันสายเกินไป...

 

หลังจากวันนั้น ลู่หานก็ไม่เคยได้เจอมินซอกอีกเลย ไม่ว่าจะรอนานขนาดไหนก็ตาม แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นลู่หานก็ยังคงรอต่อไป รออยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ตัวนั้นตลอด ได้แต่โทษตัวเองที่ไม่เคยขอเบอร์ ไลน์ หรืออีเมลของมินซอกเอาไว้ ไม่สิ! ถ้าจะพูดให้ถูกคือ พอลู่หานจะขอทีไรมันต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นจนลู่หานลืมที่จะขอ พอนึกได้ก็มักจะเป็นตอนที่แยกจากมินซอกไปแล้ว

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นลู่หานก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงนั่งรอต่อไปเพื่อหวังที่จะได้เจอมินซอก อย่างน้อยอีกสักครั้งก็ยังดี ลู่หานจึงนั่งรอ จนถึงวันนี้...

“เมื่อไหร่นายจะมาสักทีนะมินซอก...”

“ฉันรอมานานแล้วนะ...”

“เมี๊ยว~” อยู่ดีๆลู่หานที่นั่งรอที่ม้านั่งก็ได้ยินเสียงลูกแมวร้อง จึงลองหันไปตามเสียง ก่อนจะพบกับลูกแมวสีขาวที่กำลังสั่นเพราะความหนาว

“มาอยู่ตรงนี้ได้ไงเนี่ย? แล้วแม่แกไปไหนล่ะเนี่ย?” ลู่หานอุ้มเจ้าแมวน้อย ซึ่งก็แปลกที่ยอมให้เขาอุ้มโดยง่าย ก่อนจะมองหาแม่แมวแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอ

“ถ้าทิ้งแกไว้ตรงนี้แกคงต้องหนาวตายแน่เลย เอากลับไปเลี้ยงที่หอก็แล้วกัน” ลู่หานพูดกับตัวเองก่อนจะหันไปพูดกับแมวน้อยว่า “ไปอยู่ห้องของฉันนะเจ้าเหมียว”

“เมี๊ยวววว~” เจ้าแมวน้อยขานรับก่อนจะพยายามซุกตัวไปอยู่ในอ้อมกอดของลู่หาน

“ขี้อ้อนเสียด้วยนะเราเนี่ย ^^

“เมี๊ยว~”

ซึ่งลู่หานก็ได้ตั้งชื่อให้เจ้าลูกแมวน้อยว่า สโนว์ เพราะเจอในวันที่หิมะเริ่มตกบวกกับเจ้าลูกแมวตัวนี้มีขนสีขาว ซึ่งหลังจากวันที่เก็บเจ้าแมวน้อยมาเลี้ยงลู่หานก็มักจะพาเจ้าเหมียวไปที่สวนสาธารณะเสมอ และคอยเล่าเรื่องราวของมินซอกให้กับสโนว์ฟังเสมอ เพียงแต่วันนี้เจ้าแมวน้อยดูอ่อนแรง เขาจึงไม่คิดที่จะพามันไปด้วย

“สโนว์...”

“เมี๊ยว~”

“เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเปาจื่อเสียทีนะ” ลู่หานถามเจ้าเหมียวที่นอนอยู่บนโซฟาของเขา

“เมี๊ยว~”

“ทั้งๆที่เรื่องที่ฉันไม่สบายใจ ปัญหาต่างๆ แค่ฉันระบายให้นายฟัง เรื่องทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีแท้ๆ”

ทุกๆครั้งที่ลู่หานมีเรื่องไม่สบายใจมีเรื่องราวร้ายๆเข้ามาแต่พอมีเจ้าสโนว์อยู่ด้วย เรื่องร้ายๆเหล่านั้นก็มักจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเสมอ เช่น

 

“ให้ตายสิ! กระเป๋าสตางค์ไปไหนวะ? ในนั้นมีพาสปอร์ตอยู่ด้วย ทำไงดีวะเนี่ย?” ลู่หานได้แต่หัวเสียเมื่อหากระเป๋าสตางค์ของตัวเองไม่เจอ หาทั่วห้องก็ยังไม่เจอ จนเจ้าสโนว์ตื่นจากนอนกลางวัน เดินมาหาอ้อนเขาเล็กน้อยตามนิสัยของแมว

“ทำไงดีๆๆ” หรือว่าเขาจะไปลืมวางทิ้งไว้ที่อื่น แล้วที่อื่นนี่ที่ไหนกันนะ? ลู่หานล่ะอยากจิคราย T^T

“เมี๊ยว~”

“อย่าพึ่งมาอ้อนน่า -*- ขอหาของก่อน...แปบ... O[]O! เฮ้ย! มาอยู่ตรงนี้ได้ไงวะเนี่ย? เมื่อกี้ยังไม่เห็นเลย” เจอกระเป๋าสตางค์พร้อมพาสปอร์ตวางอยู่บนโต๊ะที่สโนว์พึ่งกระโดดขั้นไปทั้งๆที่เขาพึ่งจะหาตรงนั้นไปแต่ก็ไม่เจอ

 

หรือแม้แต่...

 

“ว่าไงนะแม่? บ้านเราโดนขโมยขึ้นบ้านหรอ?”

(อือ มันเอาข้าวของมีค่าของเราไปเยอะเลย) ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“แล้วมันเข้ามาขโมยของในบ้านเราได้ยังไง พวกแม่บ้านล่ะ?” ลู่หานถามต่อ บ้านเขาก็ใหญ่นะ คนก็เยอะ ทำไมโจรถึงเข้ามาปล้นได้

(มันมากันหลายคนน่ะลูก พวกมันจับพวกแม่บ้านมามัดไว้ก่อนที่จะช่วยกันขนของมีค่าออกไป ยังดีที่พ่อกับแม่กลับมาบ้านพร้อมกับเพื่อนของพ่อที่เป็นสารวัตรก็เลยรอดตัวไป เพราะพวกมันรีบหนีออกไปก่อน แต่จนป่านนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้เลย)

“ค่อยยังชั่วหน่อยที่พ่อกับแม่ไม่เป็นไร แล้วมันได้อะไรไปเยอะไหมครับ?”

(ก็พอสมควรเลยลูก ของบางอย่างเป็นของที่พ่อเราให้แม่เอาไว้ เป็นของที่มีค่าทางใจ แต่พวกมันก็เอาไป)

“คุณแม่...ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” น้ำเสียงเป็นห่วงถูกส่งผ่านไปหาทางปลายสาย

(ไม่เป็นไรหรอกลูก ไม่ต้องเป็นห่วงแม่นะ ตั้งใจเรียนไปก็แล้วกัน)

“ครับแม่ ดูแลตัวเองดีๆนะครับ ผมไปทำงานต่อแล้วนะครับ”

(จ้า แม่ไม่กวนล่ะ แค่นี้นะลูก แม่รักลูกนะ)

“ผมก็รักแม่ครับ” ลู่หานวางมือถือลงข้างงานที่ตัวเองกำลังทำค้างไว้อยู่ก่อนจะถอนหายใจ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้นะ แต่ก็ค่อยยังชั่วหน่อยที่พ่อกับแม่ไม่เป็นอะไร

“เมี๊ยว...”

“เป็นอะไรหรือเปล่าสโนว์? มาอ้อนทำไมเอ่ย?” ลู่หานเอ่ยถามเจ้าแมวน้อยที่กระโดดขึ้นมาบนโต๊ะทำงานแล้วเอาหัวและตัวมาคลอเคลียกับมือและแขนของเขา

“เมี๊ยว~”

“หรือว่าแกเป็นห่วงฉัน? ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย ก็ได้แต่หวังว่าจะจับโจรพวกนั้นได้ และได้ของคืนเท่านั้นแหล่ะ” ลู่หานเอ่ยพร้อมเอามือลูบหัวเจ้าสโนว์ก่อนที่จะเริ่มทำงานต่อ ซึ่งเขาก็ทำงานของตัวเองไปได้สักพักใหญ่จนกระทั่งมีสายเรียกเข้าอีกครั้ง ลู่หานมองไปที่มือถือก่อนจะพบว่าเป็นแม่ของเขาโทรมา หนุ่มตากวางจึงรีบรับสายทันที

“มีอะไรครับแม่?”

(เมื่อกี้นี้สารวัตรโทรมาบอกแม่ว่าจับโจรที่ขึ้นบ้านเราได้แล้ว)

“ฮะ?! ว่าไงนะแม่ เมื่อกี้แม่บอกว่าอะไรนะครับ? ลู่หานแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ปลายสายบอก หรือว่าเขาฟังผิด?

(แม่บอกว่าโจรที่ปล้นบ้านเราน่ะถูกจับได้แล้ว ของที่มันขโมยไปเราก็ได้คืนมาหมดเลย) ปลายสายเอ่ยอย่างมีความสุขที่ได้ของคืน

“แล้วจับได้ไงอ่ะ?”

(ก็เท่าที่สารวัตรเล่าให้ฟังคือโจรขับรถเร็วเพราะหนีตำรวจจนเกิดอุบัติเหตุน่ะสิ)

“อุบัติเหตุ? =[]=

(ใช่! เพราะเกิดอุบัติเหตุรถชนเสาไฟข้างทางก็เลยมีคนโทรแจ้งรถพยาบาลกับตำรวจ และพอตำรวจเข้าตรวจที่เกิดเหตุก็เจอของๆเราที่เราไปแจ้งไว้น่ะสิก็เลยจับได้) คุณพระ! ขอลู่หานช็อกแปบ บทจะจับได้ก็ง่ายแบบนี้เลยหรอ? แถมของก็ได้คืนหมดด้วย เงิบกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

“โคตรโชคดีเลย...”

(ใช่ไหมล่ะ? แม่ได้ของสำคัญของแม่คืนแล้ว ดีใจที่สุดเลย แม่โทรมาเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ เราทำงานต่อเถอะ แค่นี้นะลูก บาย~) ว่าแล้วแม่ก็วางสายไป ทิ้งให้ลู่หานยังอึ้งอยู่จนกระทั่งเจ้าสโนว์เอาหัวมาคลอเคลียที่มือต่อ

“เมี๊ยว~”

“นี่พวกฉันโชคดีหรือโจรมันโชคร้ายเนี่ยสโนว์?” ลู่หานหันไปถามเจ้าเหมียวที่เอาแต่อ้อนเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มทำงานต่อ

 

ซึ่งนี่เป็นเพียงบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาหลังจากที่ได้เจ้าเหมียวนี่มาเลี้ยง เรื่องร้ายๆมักกลายเป็นดี จนลู่หานคิดว่าสโนว์คือแมวนำโชคของเขา จะมีอยู่แค่เรื่องเดียวเท่านั้นคือเรื่องของมินซอกที่ไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ก็แปลก เพราะทุกครั้งที่เรื่องร้ายๆกลายเป็นดี เจ้าแมวน้อยก็มีท่าทีที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ ซึ่งลู่หานก็เคยพาเจ้าสโนว์ไปหาหมอ แต่หมอก็ตรวจไม่พบอะไร ทุกอย่างปกติดี ช่วงหลังๆมานี้เจ้าสโนว์ก็พยายามอ้อนเขามากกว่าเดิมทั้งๆที่แรงของตัวเองก็ไม่ค่อยจะมีจนลู่หานอดเป็นห่วงไม่ได้

“สโนว์...”

“เมี๊ยว~” เจ้าลูกแมวน้อยค่อยๆลืมตาเงยหน้าขึ้นมามองลู่หาน หนุ่มตากวางลูบหัวของเจ้าแมวน้อยอย่างแผ่วเบา “วันนี้ฉันจะไปที่สวนสาธารณะคนเดียวนะ นายนอนพักอยู่ที่นี่เถอะนะ”

“เมี๊ยว~” เจ้าแมวตัวน้อยพยายามจะลงจากโซฟาเพื่อไปยังตะกร้าที่ลู่หานมักจะเอาเจ้าแมวน้อยใส่เพื่อพาออกไปข้างนอก

“ไม่ดื้อสิ! ไปไม่นานหรอก เราน่ะไม่ค่อยจะมีแรง นอนพักอยู่ที่นี่เถอะ ลู่หานอุ้มสโนว์ไปที่เบาะนอนของมันพร้อมลูบหัวเล็กน้อย ก่อนจะเตรียมเก็บข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋า ซึ่งยังไม่ทันที่จะเก็บของ โทรศัพท์ของลู่หานก็ดังขึ้น เรียกความสนใจของลู่หานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวเห็นว่าปลายสายนั้นคือแม่ของตน

“ครับแม่?”

(ละ...ลู่หาน...) น้ำเสียงร้อนรนทำให้ลู่หานใจคอไม่ดี

“มีอะไรครับแม่ เกิดอะไรขึ้น?”

(คือพ่อเราน่ะ...คือว่าพ่อ...)

“พ่อเป็นอะไรครับแม่?” ลู่หานเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่เอาแต่อึกๆอักๆ

(คะ...คือว่ารถทัวร์ที่พ่อนั่งไปประสบอุบัติเหตุน่ะสิ! และตอนนี้แม่ก็ยังติดต่อพ่อเขาไม่ได้เลย ด้วยข่าวทุกช่องต่างก็ออกข่าวเรื่องนี้กันหมด! แม่ทำอะไรไม่ถูกเลยลู่หาน! แม่เป็นห่วงพ่อเหลือเกิน...)

“ว่าไงนะครับ?!” ลู่หานแทบไม่อยากเชื่อใจสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “แม่ใจเย็นๆไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบหาตั๋วเครื่องบินแล้วจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดนะครับ แต่ตอนนี้แม่อย่าพึ่งคิดอะไรมากนะครับ!”

(ลู่หาน แม่กลัว...)

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมเชื่อว่าพ่อต้องไม่เป็นไร” ลู่หานได้แต่ปลอบผู้เป็นแม่

(แม่จะพยายามคิดให้ได้แบบนั้นนะ พ่อจะไม่เป็นอะไรแน่ๆใช่ไหม?)

“พ่อต้องไปเป็นอะไรแน่นอนครับ เชื่อผม! เดี๋ยวผมเก็บขอบก่อนแล้วจะรีบบินกลับไปหาแม่นะครับ ตอนนี้แม่ทำใจดีๆไว้ก่อนนะ อย่าพึ่งไปคิดถึงเรื่องแย่ๆนะครับ”

(จ่ะๆ ไว้มีอะไรคืบหน้าแล้วแม่จะติดต่อไปนะลูก) ว่าแล้วก็วางสายลง ก่อนจะหันไปเตรียมตัวเก็บข้าวของ ดูท่าวันนี้คงจะไม่ได้ไปนั่งรอมินซอก ลู่หานได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มินซอกกลับมาวันนี้เลย

“เมี๊ยว~” เสียงของสโนว์ร้องขึ้น ทำให้ลู่หานนึกขึ้นได้ว่าหากเขากลับไปจีนจะไม่มีใครดูแล้วเจ้าสโนว์ ดูท่าคงต้องเอาไปฝากให้เซฮุนเลี้ยงซะละมั้ง ซึ่งขณะที่ลู่หานกำลังจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรก็ดันมีสายเข้ามา และเมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็นแม่ของเขาโทรมา

“มีอะไรครับแม่ แม่ติดต่อพ่อได้แล้วหรอ?”

(ลู่หานไม่ต้องมาจีนแล้วนะลูก)

“ว่าไงนะครับ?! มะ...หมายความว่ายังไง? ลู่หานอึ้งกับน้ำเสียงและคำพูดของแม่ หมายความว่าไงว่าไม่ต้องให้เข้าไปจีนแล้ว

(ก็เพราะว่าพ่อเขากลับมาบ้านแล้วน่ะสิ!)

“ฮะ?!” เงิบกว่าเดิม เดี๋ยวนะ? ไหนบอกว่ารถทัวร์ที่พ่อนั่งไปประสบอุบัติเหตุ แล้วพ่อจะกลับมาที่บ้านได้ยังไง?

(อาลู่...) เสียงของปลายสายที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แม่แต่เป็นเสียงของพ่อ!

“พ่อ!! ไหนว่ารถทัวร์ที่พ่อนั่งไปประสบอุบัติเหตุไง? แล้วพ่อกลับมาบ้านได้ไงเนี่ย?”

(คือว่าพ่อตกรถน่ะ) ผู้เป็นพ่ออธิบายให้ลูกฟัง

“ฮะ?! แล้วถ้าแค่ตกรถทำไมแม่ถึงติดต่อไม่ได้ล่ะครับ?”

(คือพ่อโดนล้วงกระเป๋าด้วย ดีนะที่โจรมันเอาไปได้แค่มือถือ พ่อก็เลยมีตังค์เรียกแท็กซี่กลับมาบ้าน ฮ่าๆๆ) ผู้เป็นพ่ออธิบายด้วยน้ำเสียงร่าเริง หวังให้ลูกของตนคลายกังวล ก่อนที่จะได้ยินเสียงของแม่แทรกขึ้นมา (เพราะคุณแท้ๆเลย ทำเอาฉันกับลูกตกอกตกใจหมด รีบไปเลยนะคุณ! ไปซื้อมือถือใหม่เดี๋ยวนี้เลย!)

(คร้าบๆ)

“...”

(งั้นแค่นี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวพ่อต้องไปง้อแม่ก่อน แค่นี้นะ บาย~)

“บะ...บายครับ” ว่าแล้วก็กดวางสาย ลู่หานนี่ยังเงิบไม่หาย แต่ก็เอาเถอะ! พ่อไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ^^

“งะ...งั้นฉันไปที่สวนสาธารณะก่อนนะสโนว์ แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับมา” ลู่หานที่ตั้งใจว่าจะไปสวนสาธารณะต่อ ไหนๆเขาก็ไม่ต้องกลับจีนแล้วนิจึงหันไปบอกเจ้าแมวน้อยของเขา แต่ก็ต้องพบว่ามันหลับแล้ว “หลับไปแล้วหรอเนี่ย? ไปก่อนนะ” ลูบหัวสักทีสองทีแล้วจึงเดินออกจากห้องไป

 

 

“พี่มินซอก ผมรู้นะว่าพี่ตื่นอยู่ ตื่นมาคุยกับผมเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงทุ้มๆเอ่ยก่อนจะปล่อยเจ้าแมวน้อยที่ยังนอนอยู่บนเบาะ

“...”

“พะ...พี่มินซอก...ตื่นก่อนสิพี่! ผมขอร้อง ฮึก... เสียงสะอื้นทำเอาเจ้าแมวน้อยที่นอนอยู่รู้สึกตัวตื่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วเจอกับพ่อมดแห่งสายน้ำ น้องชายเพียงคนเดียวและญาติเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ คิม จุนมยอน

“จุนจุน...”

“พี่มินซอก...ทำไมนะพี่? ทำไม? ทั้งๆที่รู้ว่าถ้ารักพ่อมดแม่มดหลงรักกับมนุษย์จะต้องถูกสาป และถ้ายังฝ่าฝืนใช้เวทย์มนตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและอนาคตของมนุษย์ร่างกายจะต้องอ่อนแอลงเรื่อยๆจนกระทั่ง...”

“จุนจุน...พี่ขอโทษนะ...” เจ้าแมวน้อยได้แต่เอ่ยคำขอโทษออกมา

“ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ผมขอแค่พี่ยอมกลับไปกับผมก็พอ!

“จุนมยอน เราก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“ตลอดที่ผ่านมาผมเคารพการตัดสินใจของพี่เสมอ แต่คราวนี้...ผมขอเถอะนะพี่ กลับไปกลับผมเถอะ อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว” น้ำตาของพ่อมดแห่งสายน้ำไหลออกมา เขาหวังแต่เพียงว่าจะได้ตัวพี่ชายกลับไป อย่างน้อยก็น่าจะยืดเวลาได้อีกหน่อย อีกสักนิดก็คงดี

“มัน...ไม่ทันแล้วล่ะ พี่ได้ใช้เวทมนตร์ครั้งสุดท้ายของพี่ไปแล้ว พี่ขอโทษนะ” เจ้าแมวน้อยเอ่ยต่อ ทำเอาหัวใจของน้องชายอย่างจุนมยอนถึงกับแตกสลาย เขามาช้าไปอย่างนั้นหรอ?

“มะ...ไม่จริงน่า ฮึก...พี่มินซอก พี่บอกผมสิว่าพี่โกหก”

“จุนจุน...” มินซอกในร่างเจ้าแมวตัวน้อยพยายามเอาเท้ามาแตะๆที่มือของน้องชายเป็นเชิงปลอบใจ “พี่ขอโทษนะ”

“งะ...งั้นเราย้อนเวลากลับไปในอดีต ผมจะไปห้ามพี่ไม่ให้มาที่นี่! ฮึก! เพราะว่า...เพราะว่าพี่ต้องอยู่กับผม พี่จะทิ้งผมแบบนี้ไปไม่ได้!” จุนมยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น แต่ความมุ่งมั่นนั้นก็ต้องพังทลาย ทันที่ที่มินซอกหรือเจ้าแมวน้อยเอ่ยประโยคนี้ออกมา “จุนจุน...พี่ขอโทษนะ แต่ถึงแม้...จะย้อนเวลากลับไปได้ พี่ก็ยังเลือกที่จะมาที่โลกมนุษย์ เลือกที่จะมาเจอลู่หานอยู่ดีนั่นแหละ”

“พี่มินซอก!”

“ก็เพราะว่าพี่รักลู่หานนี่นา”

 

เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันนั้น

 

ณ โลกเวทย์มนตร์

 

“พี่มินซอก! พี่จะไปไหนน่ะ? วันนี้มีเรียนวิชาปรุงยานะพี่!” คิม จุนมยอนตะโกนโวกเวกโวยวายเมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนกำลังจะโดดเรียน

“ก็มันน่าเบื่อนิ L” มินซอกที่นั่งอยู่บนไม้กวาดวิเศษตอบผู้เป็นน้อง

“น่าเบื่อก็ต้องเรียนนะพี่ มันเป็นศาสตร์พื้นฐานของพ่อมดนะ!”

“แล้วไงอ่ะ? พี่ไม่เรียนพี่ก็ปรุงได้” มินซอกเอ่ยอย่างเป็นต่อ ถึงจะเห็นแบบนี้แต่มินซอกก็จัดได้ว่าเป็นพ่อมดที่เก่งในลำดับต้นๆของโรงเรียนเชียวนะ เผลอๆจะเก่งอันดับต้นๆของโลกเวทย์มนตร์เลยด้วยซ้ำ!

“พี่มินซอก!”

“เราก็เรียนไปแล้วกันนะ พี่ไปล่ะ” ว่าแล้วพ่อมดมินซอกก็ขี่ไม้กวาดออกไปทิ้งให้จุนมยอนหัวเสียอยู่คนเดียวที่ไม่สามารถทำให้พี่ชายของตัวเองเรียนวิชานี้ได้ ถึงแม้ว่าพี่ของตนต่อให้ไม่เรียนก็ปรุงได้ก็เถอะ!

มินซอกขี่ไม้กวาดออกไปเรื่อยๆจนกระทั้งถึงประตูทางแยกมิติ ซึ่งสามารถไปได้ทุกที่ รวมถึงโลกมนุษย์ โลกที่ค่อนข้างสงบที่สุด (ถ้าเทียบกับบรรดาโลกอื่นๆล่ะก็นะ = =) และแน่นอนมินซอกไปมาหมดแล้วทุกที่ จะมีก็แต่โลกมนุษย์เท่านั้นแหละที่ไม่เคยไป

“ช้าก่อนพ่อมดน้อย” เสียงพ่อมดเฒ่าที่เฝ้าประตูมิติทักขึ้นเมื่อเห็นว่ามินซอกกำลังจะไปโลกมนุษย์ เรียกความสนใจของพ่อมดน้อยได้เป็นอย่างดี “มีอะไรหรอครับท่านผู้เฒ่า?”

“หากเจ้ามีความประสงค์ที่จะไปโลกมนุษย์ข้าก็ไม่ขัด แต่ขอให้เจ้าทำตามกฎด้วยก็แล้วกัน”

“กฎ?” มินซอกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงุนงง

“ใช่การเดินทางไปที่โลกมนุษย์นั้นมีข้อห้าม เพราะโลกมนุษย์นั้นไม่รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเรา ดังนั้นข้อแรกที่เจ้าต้องจำไว้คือห้ามเปิดเผยเรื่องราวของโลกเวทย์มนตร์และโลกอื่นๆโดยเด็ดขาด สอง...ห้ามพ่อมดแม่มดหลงรักมนุษย์โดยเด็ดขาด”

“ทำไมต้องห้ามรักมนุษย์ด้วยล่ะครับ?” พ่อมดตัวน้อยถามอย่างสงสัย ไอ้ข้อแรกนี่ก็พอเข้าใจได้หรอกนะ แต่เรื่องความรักนี่ไม่เข้าใจจริงๆ

“นั่นเพราะว่าเวลาชีวิตของเรานั้นต่างจากพวกมนุษย์นัก หากรักกันก็จะมีแต่เจ็บปวดและที่สำคัญคือเพราะช่วงชีวิตที่ต่างกันในขณะที่มนุษย์แก่ลงตามวัยแต่เรายังคงหนุ่มสาวอยู่เหมือนเดิม ทำให้ดูแปลกประหลาดและยังเสี่ยงที่การมีอยู่ของโลกเวทย์มนตร์จะถูกเปิดเผย”

“...”

“ถ้าพ่อมดแม่มดคนใดทำผิดกฏก็จะถูกลงโทษ ซึ่งข้าก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่เจ้านะพ่อมดน้อย” ท่านผู้เฒ่าเตือนด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง มินซอกเห็นแบบนั้นจึงรับปากก่อนที่จะเดินทางมายังที่โลกมนุษย์ แต่เพราะพึ่งมาเป็นครั้งแรกจึงไม่สามารถระบุทิศทางที่แน่นอนได้ เลยถูกอุโมงค์ทะลุมิติสุ่มให้ไปที่นอกตัวเมืองโซล และเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว พ่อมดตัวน้อยจึงตกลงมาใต้ต้นไม้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

“โอ๊ย!! เจ็บชะมัดเลยให้ตายสิ!

“เป็นอะไรมากไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย?” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น พ่อมดน้อยจึงตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ “ก็จุกนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า เอ๊ะ! ฮะ...เฮ้ย!! มะ...มนุษย์หมาป่า?!! =[]=!!

ทำไมที่นี่มีมนุษย์หมาป่าได้ล่ะ? แต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่แปลกที่จะมีคนจากโลกต่างๆมาที่นี้ แต่จะไม่ปิดบังตัวเองหน่อยเลยหรือไง? เดี๋ยวความก็แตกหรอก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนเท่าไหร่เลยนี่สิ

“จะตกใจทำไมน่ะ? นายเองก็เป็นพ่อมดเหมือนกันนั่นแหละน่า และอีกอย่างวันนี้ใครๆก็แต่งตัวกันแบบนี้ทั้งนั้น? = =;” ไม่สิ! จะว่าไปแล้วการแต่งกายของตัวเองตอนนี้ก็เป็นพ่อมดเหมือนกันนี่หว่า? =[]=;;

 

แต่เดี๋ยวนะ? วันนี้ใครๆก็แต่งแบบนี้? หมายความว่าไงวะ?

 

“ตะ...แต่งแบบนี้?” ว่าแล้วก็หันไปมองบริเวณรอบๆก็พบกับแวมไพร์ พ่อมดแม่มด นางฟ้า และสารพัดสารเพเต็มไปหมด

 

เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย? ทำไมถึงมีพวกนี้เต็มไปหมด?!

 

“มาทำเป็นมึนไปได้ ก็วันนี้มันวันฮาโลวีนนิ ใครๆก็แต่งตัวแบบนี้กันทั้งนั้น นายเองก็แต่งมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? ว่าแต่จะนั่งอยู่ที่พื้นอีกนานไหมล่ะนั่น ลุกขึ้นมาสิ”

“ขอบใจ” พ่อมดตัวเล็กเอ่ยขอบคุณเมื่อยืนขึ้นมาได้ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเจ้ามนุษย์หมาป่าตากวางที่กำลังกินคัพเค้กอยู่ ตากลมๆจ้องมองไปที่คัพเค้กด้วยความสนใจ อีกฝ่ายจึงยื่นคัพเค้กอีกชิ้นไปตรงหน้าของพ่อมดตัวน้อย

“ยื่นมาทำไมอ่ะ?”

“ก็เห็นมองนึกว่าอยากกิน กินสิ! คัพเค้กฟักทองของที่นี่อร่อยนะ”

“ขอบใจนะ” ว่าแล้วก็รับคัพเค้กของอีกฝ่ายมากิน ก่อนที่ตากลมโตจะเป็นประกาย “ว้าวววว~! อร่อยอ่ะ! *0*

ซึ่งเมื่อมินซอกกินคัพเค้กของมนุษย์หมาป่าเสร็จ ทั้งสองคนก็มีการพูดคุยกันมากขึ้น จนเขารู้ชื่อของมนุษย์หมาป่าว่าชื่อ ลู่หาน แถมยังรู้ถึงความเป็นมาเป็นไปของอีกฝ่ายด้วย (แน่นอนเพราะเขาเป็นพ่อมด แค่รู้ชื่อและวันเกิดของอีกฝ่ายก็รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว) นอกจากไปเดินเที่ยวในงานด้วยกัน และเขาเองก็ได้ของฝากเต็มไปหมด

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา มินซอกก็มักจะมาหาลู่หานเสมอ และแน่นอนในทุกครั้งที่มาก็มักจะโดนน้องชาย (ที่มักทำตัวเหมือนเป็นพ่อของเขา = =) ว่าอยู่เป็นประจำ ก็เขาดันโดดเรียนมานี่นา จะไม่ให้โดนบ่นได้ยังไง ถึงแม้ว่าเวลาสอบเขาก็ได้คะแนนดีเสมอเถอะ! -*-

“เดี๋ยวก่อนพ่อมดน้อย” พ่อมดเฒ่าที่เฝ้าประตูเชื่อมแต่ละโลกเอ่ยเรียกมินซอกที่กำลังจะเดินทางไปที่โลกมนุษย์

“มีอะไรหรอครับท่าน?”

“ข้าว่าเจ้าไม่ควรไปนะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยเตือน เขาพอดูออกว่าพ่อมดน้อยตนนี้กำลังจะมีความรัก หากไม่ห้ามไม่เตือนไว้อีกไม่นานมินซอกจะต้องตกหลุมรักมนุษย์คนนั้นจริงๆ

“หมายความว่าไงครับท่าน?”

“ข้าว่าเจ้าเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูด เพราะตัวเจ้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ...” พ่อมดเฒ่าไม่ตอบคำถามของมินซอก แต่เลือกที่จะพูดต่อ แววตาของมินซอกเปลี่ยนไปจากที่สดใสเป็นเศร้าแทน พ่อมดตัวเปี๊ยกยิ้มบางๆ “ขอบคุณที่เตือนนะครับ”

“ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว แต่ถึงแม้ข้าจะเตือนเจ้า แต่เจ้าก็ได้เลือกทางเดินของเจ้าไว้แล้วสินะ”

“แน่นอนครับ เพราะว่ามันเป็นชีวิตของผม ต่อให้รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม แต่ผมก็ไม่เสียใจที่ได้เลือกมัน” ก่อนที่จะขอตัวเดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อเจอกับลู่หานและเพื่อยืนยันความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหนุ่มตากวางคนนั้น

ความรู้สึกที่มีต่อลู่หานนั้น ก็เปรียบเสมือนยาพิษของมินซอก เพราะวันต่อมาก็มีทหารมาเต็มหน้าบ้านของบ้านพ่อมดตระกูลคิม จุนมยอนผู้เป็นน้องตกใจมากเมื่อเห็นทหาร ผิดกับมินซอกที่รู้ชะตากรรมของตัวเองดี

“นี่มันหมายความว่าไงอ่ะพี่? ทำไมถึงได้มีทหาร...” จุนมยอนเอ่ยถามผู้เป็นพี่ที่มีสีหน้านิ่งเรียบ มินซอกได้แต่ยิ้มบางๆให้กับน้อง “พี่ขอโทษนะ แต่ที่ทหารมาก็เพราะว่าพี่...”

“พี่ทำไม?!”

“เพราะพี่ของเจ้าตกหลุมรักมนุษย์ มันผิดกฎของโลกเวทย์มนตร์” พ่อมดผู้ที่คอยเฝ้าประตูแต่ละมิติเอ่ยตอบแทนพ่อมดตัวเล็กที่ไม่ยอมตอบผู้เป็นน้อง ก่อนจะหันไปหามินซอกพร้อมพูดต่อว่า “ข้าเตือนเจ้าแล้วใช่หรือไหม?”

“ใช่...แต่ผมก็ได้เลือกทางของผมแล้วเช่นเดียวกัน”

“พี่มินซอก! นะ...นี่มันไม่จริงใช่ไหม? จุนมยอนเอ่ยถามผู้เป็นพี่พร้อมทั้งเขย่าตัวพี่ไปมา หวังให้พี่ชายตัวเล็กปฏิเสธ แต่สิ่งที่พ่อมดแห่งสายน้ำได้รับคือ...

“พี่ขอโทษนะ...” คำขอโทษพร้อมแววตาที่เศร้าสร้อย

“พี่มินซอก!” ทำไมกัน? ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้? นอกจากพี่มินซอกเขาก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว...

“เอาล่ะ...ไปรับโทษกับเราได้แล้ว”

“เดี๋ยวก่อน ผมขออะไรอย่างจะได้ไหม?” มินซอกเอ่ยกับท่านพ่อมดด้วยแววตาอ้อนวอน

“มีอะไรอย่างนั้นหรอ?”

“ขอให้ผมได้ไปลาเขาก่อนจะได้หรือไม่? ขอแค่วันนี้เท่านั้น...” สายตาอ้อนวอนถูกส่งผ่าน จุนมยอนที่เห็นพี่ชายของตนมีท่าทางแบบนี้ก็ได้แต่อึ้ง เขาไม่เคยเห็นพี่มินซอกรักใครมาก่อน ดูท่าคงจะรักคนๆนี้มากจริงๆ และพี่มินซอกเองก็เป็นคนที่หากตัดสินใจทำอะไรแล้วก็จะไม่มีทางเปลี่ยน เขาคงได้แต่เคารพการตัดสินใจของพี่จริงๆ

“ก็ได้...” เมื่อได้ยินดังนั้น มินซอกจึงรีบขี่ไม้กวาดออกไปเพื่อเดินทางไปยังโลกมนุษย์

“ท่านครับ...ปล่อยไปแบบนี้มันจะดีหรอครับท่าน? หากเด็กนั่นหนี...”

“เขาไม่หนีหรอก” พ่อมดเอ่ยขัดนายทหารที่มาด้วย “เพราะเขาเตรียมใจรับผลนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว”

มินซอกรีบไปที่สถานที่นัด พยายามทำตัวให้เป็นปกติทุกอย่าง ใช้เวลากับลู่หานให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงยังไงก็ตามเวลาก็ไม่เคยหยุดนิ่ง เดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเวลาที่ต้องแยกจากก็มาถึง...มินซอกพาลู่หานมาที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งสอง

 

ในเมื่อเริ่มที่นี่...ก็ควรจะจบลงที่นี่...

 

“ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องแย่ที่ตกลงมา เจ็บก็เจ็บ แต่เพราะฉันตกลงมาถึงได้เจอนาย”

“มินซอก...”

“ฉันมีความสุขมากเลยที่ได้เจอนาย ได้ไปเที่ยว ได้รู้จักนาย โคตรโชคดีเลยที่ได้เจอกัน”

 

ใช่! โชคดีจริงๆที่ได้พบ...

 

“...”

“ทั้งๆที่ไม่ได้เกิดประเทศเดียวกัน แต่ก็มีโอกาสได้เจอกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โคตรโชคดีเลย ^^

“นายเป็นอะไรมายหรือเปล่าเปาจื่อ วันนี้ดูแปลกๆนะ” ลู่หานถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งมินซอกก็ได้แต่ส่ายหน้าเหมือนเดิม วันนี้ลู่หานถามเขาเรื่องนี้กี่รอบกันนะ?

“ไม่มีอะไรหรอกหน่า อย่าคิดมากสิ”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเปาจื่อเอาไหม?”

“ไม่ต้องหรอก”

 

ถึงแม้อยากให้นายไปส่งมากแค่ไหนก็ตาม แต่นายไม่สามารถไปได้อยู่ดี...

 

“ว้าาา~ จะถามกี่ทีๆก็ไม่เคยได้ไปส่งบ้านเปาจื่อเลย T^T

“ไม่ต้องมาทำหน้าประหลาดๆแบบนั้นเลยนะ คิดว่าทำแล้วน่ารักหรือไง?” มินซอกพูดเมื่อเห็นลู่หานทำหน้าประหลาดๆ

“เปาจื่อ! -*-”

“โอ๋ๆๆ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ คราวหน้าค่อยไปส่งที่บ้าน ^^

 

ซึ่งคงไม่มีวันนั้น แต่ถ้าได้มีก็คงจะดีล่ะนะ...

 

“อือ! งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ ^^” ลู่หานพูดพร้อมโบกมือให้กับมินซอกก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไป

“อืม ลาก่อนนะลู่หาน” น้ำตาที่กักเก็บมานานก็ไหลออกมา

 

ลาก่อน...ความรักของฉัน รักนายนะลู่หาน...

 

“กลับมาแล้วอย่างนั้นหรอ?” พ่อมดเฒ่าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นมินซอกที่ปากทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และโลกเวทย์มนตร์ “ทำหน้าแบบนั้นคือพร้อมรับโทษแล้วสินะ”

“ครับท่าน...” มินซอกได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมของตน

"งั้นก็ไปที่ห้องตัดสินกันเถอะ น้องชายของเจ้ารออยู่นานแล้ว” สิ้นประโยคนั้นทหารก็จับตัวมินซอกไว้เพื่อพาไปที่ห้องตัดสิน ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยพ่อมดแม่มดที่มาฟังคำตัดสินจากพ่อมดเฒ่าซึ่งรวมจุนมยอนอยู่ในนั้นด้วย

“พ่อมดคิมมินซอก”

“ครับท่าน”

“เจ้าทำผิดกฏของเรารู้ใช่หรือไม่?”

“รู้ครับ”

“งั้นก็ดี โทษของเจ้าคือการที่เจ้าจะถูกสาปเป็นสัตว์ที่เจ้าเกลียด ซึ่งในที่นี้คือ แมว เจ้าสามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่แลกกับอายุไขของเจ้า ยิ่งเวทย์ที่ใช้เป็นเวทย์ชั้นสูง อายุไขจะถูกลดมากเท่านั้น หากอายุไขเจ้าหมดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเจ้าจะตาย” เมื่อได้ฟังคำตัดสิน จุนมยอนได้แต่โล่งอก อย่างน้อยพี่เขาก็ยังอยู่ หากไม่ใช่เวทมนตร์ก็จะอยู่กับเขาได้นาน

“งั้นก็เตรียมตัวรับโทษได้”

 

เปาะ!

 

พรึบ!

 

ควันพวยพุ่งรอบตัวของพ่อมดน้อย เมื่อควันหายก็พบกับร่างของเจ้าลูกแมวน้อยขนสีขาวบริสุทธิ์ จุนมยอนรีบวิ่งไปหาพี่ชายของตน ก่อนจะอุ้มเอามาไว้ในอ้อมกอด

“ผมสัญญาจะดูแลพี่อย่างดีที่สุด พี่มินซอก อย่าทิ้งผมไปอีกนะ”

“เข้าใจแล้ว ขอบใจนะจุนจุน ^^”

หลังจากวันที่มินซอกถูกสาปให้กลายเป็นแมว จุนมยอนก็เลี้ยงดูพี่ชายของตนอย่างดี ทุกๆครั้งที่เขาเล่นด้วยเจ้าแมวเหมียวพี่ชายของเขาก็มักจะร่าเริงอยู่เสมอ แต่หากอยู่คนเดียวมินซอกก็มักจะเหม่อ ซึ่งจุนมยอนก็รู้ถึงสาเหตุนั้นดี

 

คงจะคิดถึงมากสินะ... พี่มินซอก...

 

จนเวลาผ่านไปเป็นปี จุนมยอนทนเห็นสีหน้าที่เศร้าสร้อยของพี่ไม่ได้อีกต่อไป ความเศร้าที่พี่ต้องปิดบังเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง

“พี่มินซอก”

“ว่าไง?” พี่ชายในร่างลูกแมวน้อยหันมามองเมื่อได้ยินเสียงเรียก

“พี่คิดถึงคนๆนั้นอยู่ใช่ไหม?”

“เรื่องนั้น...”

“ถ้าผมไม่พูดกับพี่ว่า อย่าทิ้งผมไปไหนอีกนะ พี่จะยังอยู่กับผมหรือว่าจะกลับไปที่โลกมนุษย์” เพราะคำถามของจุนมยอนทำเอามินซอกคิดหนัก แต่ถ้าหากว่าน้องไม่พูด และเขาไม่ได้รับปาก คำตอบก็คงจะเป็น...

“พี่จะไปที่โลกมนุษย์ จะกลับไปหาเขาคนนั้นของพี่ใช่ไหม?” คำตอบตรงตามใจของมินซอกแต่ถูกเอ่ยขึ้นโดยจุนมยอน ทำเอาผู้เป็นพี่รู้สึกผิดเล็กน้อย

“พี่...”

“ใช่จริงๆด้วยสินะ”

“จุนจุน พี่ขอโทษ...” มินซอกได้แต่เอ่ยคำว่าขอโทษ จุนมยอนได้แต่ส่ายหน้า “พี่ไม่ต้องขอโทษหรอกน่า ไปเถอะครับพี่”

“ไปไหน?” ถามทั้งๆที่ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

“ก็โลกมนุษย์ยังไงล่ะ เท่าที่ผมดูจากลูกแก้วเวทมนตร์ คนๆนั้นยังคงรอพี่อยู่ที่เดิมตลอดเลยนะ”

“ลู่หาน...”

“ไปเถอะครับ แต่ขออย่างเดียวเท่านั้นแล้วผมจะยอมให้พี่ไป”

“อะไรหรอ?” เจ้าแมวน้อยเอ่ยถาม สีหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วง “อย่าใช้เวทมนตร์นะพี่”

“เข้าใจแล้ว...ขอบคุณนะ”

เมื่อคุยกันเรียบร้อย จุนมยอนก็อาสาพามินซอกไปส่งถึงที่โลกมนุษย์ ซึ่งมินซอกได้ใช้ชีวิตในฐานะแมวของลู่หาน ลู่หานเก็บมินซอกไปเลี้ยงและตั้งชื่อให้ว่า สโนว์ เพราะเจอในวันที่มีหิมะ ถึงแม้ว่าชื่อจะดูสิ้นคิดในสายตาของเพื่อนๆลู่หาน แต่มินซอกก็ชอบชื่อนี้ เจ้าแมวน้อยมีความสุข ซึ่งตลอดที่ผ่านมามินซอกก็ไม่เคยใช้เวทมนตร์เลย

 

จนกระทั่ง...

 

กระเป๋าสตางค์ของลู่หานหาย...มินซอกก็ใช้เวทมนตร์ให้กระเป๋าสตางค์กลับมา

 

บ้านลู่หานถูกขโมยขึ้น...มินซอกก็เสกให้ตำรวจจับขโมยได้

 

รวมถึงเรื่องแย่ๆต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น มินซอกก็ใช้เวทมนตร์ช่วยลู่หานอยู่เสมอ ทั้งๆที่รู้ว่า ยิ่งใช้มากขึ้นเท่าไหร่ อายุไขก็จะเหลือน้อยลงมากเท่านั้น จนครั้งสุดท้าย...มินซอกใช้เวทมนตร์ขอให้พ่อของลู่หานปลอดภัย

 

ซึ่งทั้งหมด...ลู่หานไม่เคยได้รับรู้...

 

แต่ไม่ใช่กับคราวนี้...

 

“หมายความว่ายังไง? ที่ว่าสโนว์คือมินซอก?” ลู่หานที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องถามขึ้น ทำเอาสองพี่น้องตกใจกับการมาของลู่หาน นี่ยังไม่ถึงเวลาที่ลู่หานจะกลับมานิ?

“ถ้าฉันไม่บังเอิญลืมกระเป๋าสตางค์ก็คงไม่ก็คงไม่รู้เรื่องนี้สินะ...” ลู่หานเดินมาทางจุนมยอนก่อนจะถามต่อว่า “นายรู้เรื่องนี้ใช่ไหม? สโนว์คือมินซอกจริงๆน่ะหรอ?”

“เรื่องนั้น...” จุนมยอนทำสีหน้าไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ยังไงดี?

“เดี๋ยวพี่ตอบเอง” เจ้าสโนว์พูดได้! เจ้าแมวน้อยทำปากขมุบขมิบสักพักก่อนที่จะมีควันล้อมรอบตัวจนกลายร่างกลับไปเป็นพ่อมดมินซอกตามเดิม

“พะ...พี่มินซอก!

“ไหนๆพี่ก็ต้องตายแล้ว ให้โทษมันมาลงอยู่ที่พี่เถอะ”

“พี่มินซอก...”

“มะ...มินซอก” ลู่หานแทบไม่เชื่อสายตา คนที่เขารอคอยอยู่ตลอดกลับกลายเป็นแมวที่เขาเลี้ยงมานาน งั้นเรื่องที่เขาได้ยินทั้งหมดก็เป็นความจริง!

“ขอโทษที่ปิดบังนะลู่หาน ความจริงแล้วฉันเป็นพ่อมดที่มาเที่ยวเล่นที่นี่ แต่ฉันก็ทำผิดกฏก็เลยถูกสาปให้กลายเป็นแมว” มินซอกเริ่มอธิบายเรื่องราวให้ลู่หานฟัง

“กฏที่ห้ามหลงรักมนุษย์ใช่ไหม?” มินซอกอึ้งกับคำถามของลู่หาน นี่หรือว่าลู่หานได้ยินเรื่องทั้งหมด?

“และถ้าใช้เวทมนตร์ อายุไขจะสั้นลงด้วยใช่หรือเปล่า? ที่มินซอกอ่อนแอ่ก็เพราะใช้เวทมนตร์ช่วยฉันใช่ไหม?”

“ลู่หาน...”

“ทั้งเรื่องกระเป๋าสตางค์ของฉัน เรื่องที่จับโจรปล้นบ้านได้”

“...”

“รวมทั้งที่ทำให้พ่อฉันไม่ได้นั่งรถทัวร์คันนั้น...ฝีมือนายทั้งหมดสินะ” น้ำตาค่อยๆไหลจากดวงตากวาง “ทั้งๆที่นายทำให้ฉันขนาดนี้แต่ฉันก็ไม่เคยรู้”

“ลู่หาน...”

 

หมับ!

 

ลู่หานคว้าตัวของมินซอกเข้ามากอด แต่พอลองสังเกตดีๆก็พบว่าร่างของมินซอกค่อยๆจางขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าจะหายไปได้ตลอดเวลา

“มะ...มินซอก!

“พี่มินซอก!

“ดูเหมือนว่าจะได้เวลาแล้วแฮะ...” มินซอกเอ่ยทั้งน้ำตา “ฉันคงต้องไปแล้วสินะ...”

“มินซอก” ลู่หานกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

“ขอโทษที่ปล่อยให้นายต้องรอมาตลอดนะ”

“ฉันเต็มใจที่จะรอ...”

“แต่เลิกรอได้แล้วล่ะ” ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดของลู่หานเอ่ยขึ้น

“ฉันจะรอ...ไม่ว่ายังไงฉันก็จะรอ...เพราะว่าฉันรักนายนะมินซอก เปาจื่อของลู่หาน” ลู่หานพูดทั้งน้ำตา เมื่อมินซอกได้ยินคำว่า รัก จากลู่หานก็ยิ้มทั้งน้ำตา หลากหลายความรู้สึกทั้งเศร้าทั้งมีความสุข

“ฉันเองก็รักนาย”

“ไม่ว่ายังไงฉันก็จะรอ นายต้องกลับมานะ” อ้อมกอดของลู่หานดูหลวมขึ้น เพราะในตอนนี้เขาไม่สามารถสัมผัสได้อีกแล้ว เห็นเพียงแค่ร่างลางๆของมินซอกเพียงเท่านั้น

“จะพยายามนะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมารักกับนายอีก” ก่อนจะหันไปทางจุนมยอน น้องชายของตนที่เอาแต่มองมาทางเขาด้วยน้ำตา

“พะ...พี่มินซอก...”

“พี่ขอโทษนะ พี่ดีใจที่มีน้องอย่างเรา ต้องอยู่ตัวคนเดียวให้ได้นะรู้ไหม?” รอยยิ้มบางๆมอบให้กับน้องชาย

“ฮึก...”

“ลาก่อนคนที่ฉันรักทั้งน้องชาย...และคนรักของฉัน...”

“พี่มินซอก!”

“มินซอก!

ในที่สุดร่างของพ่อมดก็สลายหายไป ทิ้งไว้แต่ความเศร้าโศกเสียใจ...

 

 

“ไงลู่หาน? งานที่สั่งทำไปถึงไหนแล้ว?” อี้ชิงเพื่อนสมัยเรียนซึ่งตอนนี้เป็นประธานบริษัทเกมชื่อดังและเป็นหัวหน้าของเขาเอ่ยถามถึงโปรแกรมเกมที่ได้มอบหมายให้เขาออกแบบ ถึงจะเป็นเพื่อนกัน แต่เวลางานก็ส่วนงาน ทั้งเขาและอี้ชิงต่างก็แยกแยะได้เป็นอย่างดี

“อันนี้คือตัวเกมที่ได้ออกแบบมาครับ หากไม่พอใจตรงไหนก็บอกได้นะครับ ผมจะได้แก้ให้” ลู่หานส่งงานที่เขานั่งทำตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำให้กับอี้ชิงตรวจดูว่าไม่พอใจอะไรตรงไหนหรือไม่ ซึ่งตอนนี้อี้ชิงเองก็มีงานล้นมือเหมือนกัน

“โอเค เดี๋ยวจะดูให้” อี้ชิงรับปากก่อนที่จะก้มลงมาเคลียร์งานของตัวเองต่อ ลู่หานที่เห็นว่าอี้ชิงกำลังทำงานอยู่ก็กะว่าจะชวนเพื่อนของเขาไปหาอะไรกินเสียหน่อยจึงนั่งรอที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย

“มานั่งตรงนี้ทำไมล่ะ? บ้านช่องไม่มีให้กลับหรือไง?”

“มี แต่ยังไม่อยากกลับ...”

“แล้วทำไมไม่ไปเที่ยงงานฮาโลวีนล่ะ? ถ้าไม่อยากกลับบ้านน่ะ” อี้ชิงเอ่ยถาม

“ไม่ล่ะ ฉันไม่ใช่เด็ก อายุจะเข้าเลขสี่อยู่แล้ว” ลู่หานตอบคำถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ตั้งแต่เรื่องของมินซอก เขาก็ไม่เคยไปงานวันฮาโลวีนอีกเลย ไม่ว่าเพื่อนๆของเขาจะชวนยังไงก็ตาม

ซึ่งหลังจากที่เกิดเรื่องของมินซอก เวลาก็ได้ผ่านไปนานถึง 20 ปีเข้าไปแล้ว จนตอนนี้ลู่หานกลายเป็นหนุ่มวัย 38 ปี ซึ่งอายุก็จะเข้าเลขสี่เขาไปทุกทีๆ แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ค่อยมีริ้วรอยเพิ่มจากสมัยเรียนสักเท่าไหร่ (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน้าเขาตอนนั้นก็เป็นรอยอยู่แล้ว) หน้าที่การงานก็เป็นถึงหัวหน้าของโปรแกรมเมอร์เกมในบริษัทจางเกมเมอร์ บริษัทของครอบครัวอี้ชิง ซึ่งในตอนแรกเขาถูกมองว่าเป็นเด็กฝากเพราะสนิทกับอี้ชิง แต่ความสามารถและประสบการณ์ก็ได้พิสูจน์ว่าเขาเองก็มีฝีมือที่มากพอ ไม่ได้พึ่งบารมีเพื่อนอย่างอี้ชิงแต่อย่างใด ส่วนเรื่องความรักนั้น แม้จะมีสาวๆมากหน้าหลายตามาให้เลือก แต่เขาก็ไม่เคยเลือกใคร เพราะลู่หานยังคงไม่ลืมมินซอกและยังคงรอมินซอกตลอดมา

“งั้นหรอ? แล้วนี่นั่งรออะไร?”

“ก็ว่าจะชวนไปหาอะไรกินน่ะ”

 

กริ้งงงงง~

 

“ขอรับโทรศัพท์แปบนะ” อี้ชิงหันมาบอกลู่หานก่อนที่จะกดรับและหันไปคุยกับปลายสาย “ว่าไงครับเฉินเฉิน?”

ลู่หานมองอย่างยิ้มๆ ผ่านมา 20 ปีแล้วแต่อี้ชิงกับเฉินก็ยังคงความมุ้งมิ้งได้เป็นอย่างดี น่าอิจฉาจริงๆ

(พอดีว่าหลานผมหนีพี่สาวผมมาเที่ยวงานฮาโลวีนกันและขอให้ผมไปรับ)

“หลาน? หมายถึง ซิ่วหมินกับไคน่ะหรอ?” อี้ชิงเอ่ยถาม เพราะเขาเคยเจอกับทั้งสองคนมาก่อนตอนที่ไปเยี่ยมบ้านของเฉิน

(อือ... แต่ผมมีงานด่วนไปรับไม่ได้ และทั้งสองคนนั้นก็ไม่รู้จักทางมาบ้านผม ไม่สิ! ไม่รู้จักถนนหนทางของเมืองนี้ด้วย อี้ช่วยไปรับแทนได้ไหม?)

“ผมเองก็มีงานเหมือนกันนี่สิ เอาไงดีนะ?” อี้ชิงคิดอยู่สักพักก่อนจะหันมาเห็นลู่หานที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตน ลู่หานที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกได้ว่างานอาจจะเข้าเขาในเร็วๆนี้

“ลู่หาน...” นั่นไง! ซื้อหวยทำไมไม่ถูกแบบนี้มั่ง! “ช่วยไปรับหลานของเฉินให้หน่อยได้ไหม?”

“ก็ได้แหละ แต่ฉันไม่รู้จักหน้าตาของหลานนายนิ”

(เดี๋ยวฉันบอกให้หลานๆไปรอนายที่ซุ้มทางเข้างานก็ได้) เสียงของปลายสายดังแทรกเข้ามา (นะลู่หาน ช่วยไปรับหลานให้ฉันหน่อยนะ)

“โอเคได้ๆ เดี๋ยวไปรับให้” เอาวะ! หลานเพื่อนก็เหมือนหลานตัวเอง อีกอย่างเขาเองตอนนี้ก็ว่างอยู่ด้วย เพราะพึ่งออกแบบตัวเกมเสร็จและยังไงก็ต้องรออี้ชิงตัดสินใจอยู่แล้วว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

(ขอบคุณมาก ไว้เดี๋ยวจะทำขนมอร่อยๆมาให้กินนะ) ปลายสายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง ทำเอาอี้ชิงทำหน้าเซ็งๆ ส่วนลู่หานที่เห็นสีหน้าของอี้ชิงก็ยิ้มเล็กๆ

 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังขี้หวงเหมือนเดิมเลยนะเพื่อน J

 

“ไม่ต้องทำหรอก เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

(งั้นหรอ? งั้นแค่นี้นะ บายอี้~ ไว้เจอกันนะครับ)

“ครับ...” อี้ชิงพูดกับปลายสายก่อนที่จะกดวาง

“งั้นฉันไปก่อนนะ” ว่าแล้วลู่หานก็เดินออกจากห้องไปเพื่อไปรับหลาน ลู่หานขับรถมาสักพักก็ถึงบริเวณที่จัดงานวันฮาโลวีน เขาต้องนำรถไปจอดที่ลานจอดรถก่อน แล้วจึงค่อยเดินไปรอที่ซุ้มทางเข้างาน งานยังคงครึกครื้นเหมือนเดิม มีทั้งของขายไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของที่ระลึก ซุ้มเล่นเกมต่างๆมากมาย บรรยากาศที่ทำให้ลู่หานนึกถึงวันแรกที่เขาได้เจอกับพ่อมดตัวเปี๊ยกและพากันเดินเที่ยวเล่นในงาน ดวงตากวางมองงานรอบๆด้วยสายตาเศร้าๆ เขาไม่รู้ว่าตัวเองเหม่อนานมากขนาดไหน แต่เขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีคนมาสะกิดเรียก และเมื่อหันไปตนก็เจอกับมนุษย์หมาป่าหนุ่ม

“คุณคือคนที่อาเฉินให้มารับผมกับพี่สินะ” มนุษย์หมาป่าเอ่ยถาม

“งั้นนายก็คงเป็นไม่ ซิ่วหมิน ก็ ไค สินะ”

“ผม ไค ส่วน ซิ่วหมิน เป็นพี่ชายของผม” หนุ่มผิวแทนตอบก่อนที่จะมองพินิจพิจารณาใบหน้าของลู่หาน จนเขาต้องเอ่ยถาม “นายจะมองหน้าพี่อีกนานไหม? แล้วพี่ชายนายไปไหนล่ะ?”

“พี่ชายผมเห็นว่าไปซื้อคัพเค้กฟักทองแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ สงสัยคงไปหาที่นั่งกิน เพราะผมมัวแต่เล่นเกมที่ซุ้มเพลินไปหน่อย ส่วนเรื่องที่ทำไมผมถึงได้มองหน้าคุณก็เพราะว่า...”

“ว่า...”

“คุณเหมือนรูปที่พี่ชายผมวาดมากเลยนี่สิ ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนแท้ๆ ผมบอกไว้ก่อนเลยนะว่าผมหวงพี่ชายผมมาก! ถ้าคิดจะจีบต้องผ่านด่านผมไปก่อน!” ไคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ลู่หานส่ายหน้าเล็กน้อย เขาจะไปจีบพี่ชายของเด็กนี่ได้ไงกัน ในเมื่อใจของเขายังคงรักแต่มินซอกคนเดียว

“นายไม่ต้องห่วงหรอกน่า ว่าแต่นายไม่ลองโทรตามพี่นายให้มาที่นี่ล่ะ?”

“ผมลองโทรดูแล้ว แต่พี่เขาไม่รับสายผมเลย”

“งั้นเราคงต้องเดินตามหาพี่ชายของนายแล้วล่ะ? พี่ชายนายหน้าตายังไงล่ะ?”

“ก็สูงไม่เกิน 170 ซม. ตัวขาวๆหน่อย ตาชั้นเดียว หน้าเด็กๆ ผมสีน้ำตาลทองแต่ตอนนี้อาจจะมองลำบากหน่อยเพราะว่ามันมืดแถมพี่หมินเองก็ใส่หมวก เพราะพี่หมินแต่งตัวเป็นพ่อมด ไคอธิบายลักษณะของพี่ชายของตนให้ลู่หานฟัง ทำเอาลู่หานอึ้งไปเล็กน้อย เพราะสิ่งที่ไคอธิบายมานั้นทำให้ลู่หานนึกถึงมินซอกตอนที่เจอกันวันแรก

หลังจากที่ไคอธิบายลักษณะของซิ่วหมินเสร็จสรรพ ทั้งสองก็พากันเดินหาซิ่วหมิน แต่เดินทั้งงานแล้วก็หาไม่ยักกะเจอ ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงที่สวนสาธารณะ เป็นสวนเดียวกันกับที่ลู่หานเจอมินซอกเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาที่นี่นาน แต่ที่นี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวผมจะลองไปหาทางนั้นนะ คุณลองหาแถวๆนี้ก็แล้วกัน” ไคบอกกับลู่หานก่อนที่จะเดินออกไป ลู่หานเดินตามทางมาเรื่อยๆ สายตาก็คอยสอดส่องหาคนที่น่าจะเป็นซิ่วหมิน แต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งถึงม้านั่งใต้ต้นไม้ จุดนัดพบของทั้งลู่หานและมินซอก ยิ่งเห็นก็ยิ่งโหยหา

 

คิดถึงเหลือเกินมินซอก.... เมื่อไหร่นายจะกลับมาเสียทีนะ...

 

“ว้ากกกกก~!!

 

พรึบ!

 

ตุ๊บ!

 

“โอ๊ย!! เจ็บชะมัดเลยให้ตายสิ!” ร่างๆนึงหล่นลงมาจากต้นไม้ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเล็กๆ ลู่หานที่กำลังยืนเหม่อถึงความหลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อตั้งสติได้ก็เดินไปที่ใต้ต้นไม้ก่อนที่จะพบกับเด็กชายในชุดพ่อมดสีเงินนอนคว่ำหน้าอยู่

 

เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด...

 

“เป็นอะไรมากไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย?” เอ่ยถามออกไปเหมือนเมื่อตอนนั้น เด็กหนุ่มในชุดพ่อมดๆค่อยๆลุกขึ้นนั่งในท่าคุกเข่า “เจ็บนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ^^”

ลู่หานแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พ่อมดน้อยที่ตกลงมาจากต้นไม้หน้าเหมือนมินซอกไม่มีผิดเพี้ยน เหมือนกันราวกับแกะ ไหนจะการแต่งตัวอีก แต่ถึงจะเหมือนแค่ไหน เด็กตรงหน้าก็ไม่ใช่มินซอก

“พี่หมิน!!” เสียงของมนุษย์หมาป่าร่างแทนตะโกนโวยวายเมื่อเขาเห็นพี่ชายของตนนั่งอยู่บนพื้น ดูท่าคงต้องเกิดอุบัติเหตุอะไรแน่ๆ

 

งั้นเด็กคนนี้ก็คือ ซิ่วหมิน สินะ...

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าพี่?” น้องชายผิวแทนถามด้วยความเป็นห่วง คนเป็นพี่ได้แต่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ “พี่ตกลงมาจากต้นไม้น่ะ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ไคไม่ต้องเป็นห่วง”

“ค่อยยังชั่วหน่อย” ไคโล่งอกที่เห็นว่าคนเป็นพี่ไม่เป็นอะไรมาก “งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ!

“อือ!” ซิ่วหมินรับคำ ก่อนจะหันไปพูดกับลู่หานด้วยประโยคที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินมัน “ในที่สุดก็มีโอกาสได้ไปส่งที่บ้านแล้วสินะ ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านของอาเฉินก็เถอะ”

 

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเปาจื่อเอาไหม?”

“ไม่ต้องหรอก”

“ว้าาา~ จะถามกี่ทีๆก็ไม่เคยได้ไปส่งบ้านเปาจื่อเลย T^T

“ไม่ต้องมาทำหน้าประหลาดๆแบบนั้นเลยนะ คิดว่าทำแล้วน่ารักหรือไง?”

“เปาจื่อ! -*-”

“โอ๋ๆๆ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ คราวหน้าค่อยไปส่งที่บ้าน ^^

 

เรื่องราวและประโยคต่างๆค่อยๆโพล่ขึ้นมาในหัว ทั้งลู่หานและไคต่างก็งงกับคำพูดของซิ่วหมิน ที่ไคงงเป็นเพราะตนไม่รู้เรื่อง แต่ที่ลู่หานงงเพราะเขากำลังสับสนไปหมด หรือว่าเด็กคนนี้คือมินซอกที่กลับชาติมาเกิดใหม่? แต่เรื่องแบบนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือ? แต่ยังไม่ทันที่ลู่หานจะได้ถามอะไรต่อ ซิ่วหมินก็ยื่นถุงมาให้ ซึ่งภายในเป็นคัพเค้กฟักทอง ทำเอาลู่หานอึ้งยิ่งกว่าเดิม

“ใช้คืนที่เคยแย่งของนายกิน และที่เคยให้นายเลี้ยงเมื่อตอนนั้น”

 

“ยื่นมาทำไมอ่ะ?”

“ก็เห็นมองนึกว่าอยากกิน กินสิ! คัพเค้กฟักทองของที่นี่อร่อยนะ”

“ขอบใจนะ... ว้าวววว~! อร่อยอ่ะ! *0*

“ก็บอกแล้วว่าอร่อย ตอนนี้น่าจะยังมีขายอยู่ จะไปซื้อกินอีกไหมล่ะ?”

“คือฉันไม่มีเงินน่ะ ได้กินแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ไม่ต้องห่วง ฉันเลี้ยงเองก็ได้”

“จริงหรอ? *0*”

“ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ?”

 

“พี่หมินพูดอะไรของพี่? ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย อ้าวเฮ้ย!” ไคถามผู้เป็นพี่ก่อนจะร้องเสียงหลง เมื่ออยู่ดีๆลู่หานที่ยืนนิ่งๆก็คว้าตัวพี่ชายของเขาไปกอดแน่น เกิดอะไรขึ้น? สองคนนี้ไปเจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่? ใครก็ได้ช่วยตอบที? แต่จะว่าไปตั้งแต่ที่จำความได้ พี่หมินเองก็ดูเหมือนจะมีความทรงจำของชาติเก่าติดมาด้วย และที่รู้ก็เป็นเพราะซิ่วหมินวาดภาพของลู่หานอยู่เสมอจึงได้ถามพี่ชายตัวเล็กว่า...

 

“ทำไมพี่ถึงวาดแต่คนๆนี้ เขาเป็นใครหรอ?”

“เป็นคนในความทรงจำของพี่ เป็นคนรัก เป็นคนสำคัญของพี่เอง”

“แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนิ!

“ถ้าพี่บอกว่าเป็นคนที่พี่รักเมื่อชาติที่แล้วล่ะ? เราจะเชื่อพี่ไหม?”

 

ดูท่า...เรื่องที่พี่หมินพูดวันนั้นจะเป็นเรื่องจริงแฮะ

 

“มะ...มินซอก” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนตรงหน้า น้ำตาไหลออกมาจากตากวางไม่ขาดสาย มินซอก คนที่เขารอคอยมาตลอด คนที่เขารักหมดใจไม่เคยลืมได้กลับมาแล้ว ถึงแม้จะกลับมาในฐานะหลานของเฉินที่ชื่อ ซิ่วหมิน ก็เถอะ

“ขอโทษที่ให้นายต้องรอนานนะลู่หาน” ร่างเล็กในอ้อมกอดเอ่ยทั้งน้ำตา

“ไม่เป็นไร...แค่นายกลับมาก็พอแล้ว” ลู่หานพูดก่อนที่จะคลายอ้อมกอด มือหนาค่อยๆเอานิ้วไปเกลี่ยน้ำตาของร่างเล็กออก

“แต่ดูเหมือนว่านายอาจต้องรออีกสักพักล่ะ” มินซอก ไม่สิ! ซิ่วหมินพูดขึ้น ทำเอาคิ้วของลู่หานขมวดเป็นปม ร่างเล็กจึงรีบเฉลย “ก็เพราะว่าตอนนี้ฉันพึ่ง 18 เองนี่นา อีก 4 ปีอย่างต่ำกว่าฉันจะเรียนจบ ^^

“ในเมื่อฉันรอมานานตั้ง 20 ปีแล้ว รออีก 4 ปีกว่าๆก็ไม่เท่าไหร่หรอก ขอแค่เราได้เจอกันแบบนี้เรื่อยๆก็พอแล้ว ^^”

“ลู่หาน...”

“เปาจื่อ...ฉันรักนายนะ”

“ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน มนุษย์หมาป่าตากวาง ^^” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนที่ลู่หานจะดึงตัวซิ่วหมินเข้ามากอดอีกครั้ง จนลืมไปว่าตอนนี้น่ะ...พวกเขาไม่ได้อยู่กันสองคน

 

ลืมไคคนนี้ไปแล้วสินะ...

 

#เรื่องมันเศร้าขอโกโก้เข้มๆ #น้ำตาจิไหลขอแชร์นะครับ T^T

 

 

“ในที่สุดก็เสร็จเสียที เฮ้ออออ~” แบคฮยอน ผู้ช่วยนักเขียนของมินซอกเอ่ยขึ้น เมื่อมองไปที่โน้ตบุ๊คที่เปิดโปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ด ซึ่งเนื้อหานั้นเป็นฟิคของคู่ลู่หมิน มีความยาวกว่า 30 หน้า ว่าแล้วก็กดเซฟให้เรียบร้อย ที่เหลือก็เอาไปลงในเว็บบอร์ดเพื่อให้แฟนคลับสกรีมกันเล่นๆ

ถ้าถามว่าทำไมถึงได้แต่งฟิคคงเป็นเพราะเรื่องทั้งหมดมันเริ่มตอนที่เขากำลังหาเช็กเรตติ้งของทั้งลู่หานและมินซอกว่าเป็นอย่างไรบ้างก็ดันไปเจอเข้ากับฟิคคู่จิ้นลู่หมินเข้าโดยบังเอิญ แถมเรื่องก็เยอะมากมายเต็มไปหมด มีทั้งคนที่แต่งเก่งๆ มีคนคอยแนะนำเรื่องการเขียนด้วย แบคฮยอนจึงเริ่มแต่งฟิค ฝึกทักษะการแต่งนิยายของเขาไปในตัว รู้ตัวอีกทีเขาก็กลายเป็นนักเขียนฟิคลู่หมินดังๆในบอร์ดใหญ่แห่งนึง มีคนติดตามเขาเยอะมาก แฟนคลับก็เยอะ คนเม้นให้กับฟิคก็เพียบ!

 

แบคฮยอนล่ะช๊อบ~ ชอบ~! คือดีงามอ่ะ อิอิ >w<

 

แต่ว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาเป็นนักเขียนฟิคคู่ลู่หมิน เกิดมีคนรู้เข้างานอาจงอกได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นพี่หมินและพี่ลู่ แค่คิดก็หนาวแล้ว T^T

“ทำอะไรอยู่น่ะ? ใกล้เวลาที่จะต้องไปถ่ายรายการ I talk แล้วไม่ใช่หรือไง?” บก.จุนมยอนเดินเข้ามาถามแบคฮยอนที่นั่งแต่งฟิคอยู่ที่ร้านกาแฟของทางสำนักพิมพ์

“ฮะ?” ผู้ช่วยนักเขียนร่างกลมร้องขึ้น ก่อนจะหันมองนาฬิกาแล้วพบว่ามันใกล้เวลาแล้วเต็มทน! ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของลงกระเป๋า ท่าทีลนลานของแบคฮยอนทำเอาบก.ตัวขาวยิ้ม ยิ่งรีบก็ยิ่งรน ยิ่งรนก็ยิ่งช้า

 

~   Yes, you are my baby baby baby baby baby baby... ยัก โซ คัล เก นา มอม ชู จี อา นึล เก... คือ เด มัน โบ มยอ... ~ 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้แบคฮยอนต้องวางมือจากการเก็บของแล้วมารับโทรศัพท์ ซึ่งปลายสายก็คือนักเขียนที่เขาต้องดูแลนั่นเอง

“ครับพี่หมิน”

(นี่มันกี่โมงแล้วฮะ? ตอนนี้อยู่ไหน? เมื่อไหร่จะมารับพี่เสียที! ห๊าาา~!!) ปลายสายโวยขึ้น จนร่างกลมเอามือถือห่างจากหูแทบไม่ทัน

“ตอนนี้ผมอยู่ที่บริษัท เดี๋ยวจะไปรับพี่เดี๋ยวนี้แหละครับ ขอผมเก็บของก่อน แล้วเดี๋ยวจะไปรับที่บ้าน”

(ให้มันไวด้วย แค่นี้นะ!) ก่อนที่จะตัดสายใส่แบคฮยอน

“งั้นผมไปก่อนนะครับ” หันไปพูดกับบก.ตัวขาว ก่อนที่จะกดลงบนมือถือสักพักแล้วจึงรีบออกไปรับนักเขียนที่ตนดูแลเพื่อไปอัดรายการตามตารางงานที่ได้รับมา

 

สูงน้อยแต่ไม่เตี้ยนะ @SmallButNotShot

ถึงฟลว.ทุกคน รอไปก่อนก็แล้วกันนะ เดี๋ยวเสร็จงานทั้งหมดของวันนี้แล้วเค้าจะอัพให้อ่าน ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเจอกัน #SFhalloweenLM ^^;









 

[ The End ]

 

 

 

:: Talk 31 - 10 - 14 ::
 

Happy Halloween Day !! เย่ๆ

อ่าน SF เรื่องนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้าง? โอเคหรือเปล่า...กับตอนจบน่ะ? 5555

หวังว่าจะไม่มีใครมาปารองเท้าใส่เค้านะ T^T //เตรียมตัวหลบรองเท้าเต็มที่

เพราะตอนจบมันค่อนข้างจะกวนXXXพอสมควร

ในที่สุดหมินกับลู่ก็ได้กลับมาเจอกันและรักกันเหมือนเดิม

แต่!

สุดท้ายเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แบคแต่งมันขึ้นมาเพื่อเอาลงบอร์ดให้แม่ยกลู่หมินฟินกันเล่นๆ

ก็แหม~ แบคเขาเป็นผู้ช่วยนักเขียนนี่นา ก็ต้องอยากลองแต่งบ้างอะไรบ้าง

ฝึกฝีมือ เผื่อบก.จุนมยอนจะเห็นแวว จะได้เป็นนักเขียนกับเขาเสียที อิอิ

ส่วน hastag #SFhalloweenLM อันนี้เล่นได้นะ ตั้งไว้เผื่อมีคนอยากแท็ก

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นล่วงหน้า รักคนอ่านนะ จุ๊บๆ >w<

 

ปล.ส่วนเรื่องหลัก คงอีกสักพัก เพราะเค้าเอาเวลาว่างมาแต่ SF ไปแล้ว

และอาทิตย์หน้ามีสอบภาษาญี่ปุ่นคงจะไม่ได้แต่งอีก

แล้วเจอกันน้าาา~ >w<

===============================

:: Talk 29 - 10 - 14 ::

เค้าอยากบอกว่าปั่น SF ตอนนี้เสร็จแล้วนะ
วันที่ 31 นี้เจอกันแน่นอน
(ถ้าไม่มีอีเวนต์แบบด่วนพิเศษล่ะก็นะ)
ปล. ถ้าอ่าน SF จบอย่าปารองเท้าหรือสิ่งอื่นใดๆมานะ T^T
ถ้าอยากรู้เหตุผลต้องอ่านดู #เดี๋ยวรู้เลย 5555

===============================

นี่มันสปอยอะไรเนี่ยยยย~
!! ดราม่ามาแต่ไกลเลย 555

อย่าพึ่งตัดสินเรื่องนี้จากสปอย ขอไรต์ปั่นอีกสักพัก ใกล้จะจบแล้วมั้ง

น่าจะเสร็จทันวันที่ 31 แหละ มั้งนะ 555

SF อันนี้จะเกี่ยวกับเรื่องหลักไหมต้องติดตาม อิอิ

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

511 ความคิดเห็น

  1. #509 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:44
    อ่านแล้วร้องไห้เลยยย สงสารลู่หมิน
    พออ่านมาๆ อ่อๆ แบคแต่งฟิค เอิ่มมม ยอมมม
    #509
    1
    • #509-1 First's Love (@first1209) (จากตอนที่ 7)
      26 มกราคม 2559 / 13:29
      ต้องยอมจริงๆ แบคผุ้แต่งฟิคลู่หมิน 55555555
      #509-1
  2. #237 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 00:58
    มันแจ่ม ตรง แบคแต่งนี่แหละ ถ้าเขารู้ ซวยยยยยยยยยย
    #237
    0
  3. #127 PiiProud (@papraw9) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 04:57
    สนุกสุดๆอ่ะค่ะไรต์
    #127
    0
  4. #126 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 22:57
    ตอนแรกที่พี่ลู่เจอมินซอกคือแบบฮามากกก ทีแรกเราคิดว่ามินซอกจะเป็นrพ่อมดจริงๆรึเปล่า ไปๆมาๆ ก็อ้าววว มนุษย์ธรรมดาเหรอ คือแบบข้ออ้างเนียนมากเลยตอนที่บอกเรื่องราวของพี่ลู่ถูกต้อง สุดท้ายแล้วก็พ่อมดจริงๆสินะ อ่านแล้วยิ้มตามตลอด ชอบมากเลยค่ะ แล้วก็ชอบมุกฮุนตอนให้พี่ลู่มองปากกาสีเขียวด้วย โอ๊ยย นี่คือแบบอ่านแล้วมีอะไรอยากเม้นท์เต็มไปหมด แต่คือลืมซะแล้ว555 ตอนมินซอกตกลงมาที่โลกมนุษย์แล้วมองว่าพี่ลู่เป็นมนุษย์หมาป่าที่ไม่ปิดบังตัวเองนี่คือแบบฮาจริงๆ ดูไร้เดียงสายังไงไม่รู้ อิอิ ตอนจากลากันเศร้ามากเลย เพราะมินซอกในร่างแมวสโนว์กำลังหมดอายุขัย ฮืออ ตอนนี้จะร้องไห้ตาม แล้วก็พอตอนพี่ลู่ไปเจอมินซอกในร่างเกิดใหม่ที่ชื่อซิ่วหมินก็แบบแฮปปี้ทันทีเลย เจอกันครั้งแรกอีกครั้งก็ตกลงมาอีกแล้วแต่ตกมาจากต้นไม้55555
    #126
    0
  5. #124 sora.k (@sorastar33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:27
    ใจหายใจคว่ำ ยังดีท่ได้เจอกันสักทีㅠㅠ แต่ห่างกัน20ปีเลยนะเนี่ยอายุสองคน ไม่เปนไรเนอะ ใจตรงกันก้พอ อิอิ
    #124
    0
  6. #123 bzhjump (@bzhjump) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 15:45
    สนุกมากค่ะเราชอบมากอ่ะ ><
    #123
    0
  7. #122 sakapo50 (@sakapo50) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 14:34
    อยากบอกว่ากวนมาก



    ที่แท้ก็..................... เอง
    #122
    0
  8. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 10:44
    นั่งอ่านไปนี่ลุ้นไป คิดว่าพี่ลู่กับมินซอกจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว ดีจายยยย ตอนสุดท้ายนี่แอบสงสารไค 5555555 รออ่านเรื่องหลักต่อน๊าา สนุกมากก ไรต์สู้ๆ
    #121
    0
  9. #120 Mint " (@kompnn12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 16:09
    สนุกมากกกกกกก ><
    #120
    0
  10. #119 Wiphawee Pukkawong (@nato_tolu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 11:55
    สนุกมากเลยค่ะ
    #119
    0
  11. #117 tenari (@tenari) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 04:56
    แต่งแนวนี้บ่อยๆนะคะ อิอิ ลู่ดูละมุน
    #117
    0
  12. #116 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 03:04
    กรี๊ดดดดดดดดด เรื่องเต็มๆมาซะที ลงไวมากเลยค่า^^ นึกว่าลู่หานจะไม่เจอพ่อมดน้อยอีกตลอดชีวิตซะแล้ว แต่กลายเป็นคนแก่เลี้ยงต้อยเด็กไปซะงั้น55555
    #116
    0
  13. #113 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 21:08
    ว้าววว ต้อนรับฮาโลวีนจริงๆ อิอิ ดูลึกลับมาแต่ไกล
    #113
    0
  14. วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 18:26
    โอ้ยยย เมื่อไหร่จะถึงวันที่31 รออ่าน sfก็อยากอ่านเรื่องหลักก็อยากอ่าน สนุกกก รออ่านน๊า ไรต์สู้ๆ
    #112
    0