[EXO] Lumin : Change! [ Boy to Girl ] :: [END]

ตอนที่ 4 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ก.ย. 57

 

 

 

 

 
 




 

 

 

 

 

“พี่มินซอก ผมว่าจะไปซื้อช็อกโกแลตเย็นที่คาเฟ่สักหน่อย พี่จะเอาอะไรไหม?” ผู้ช่วยตัวกลมอย่างพยอน แบคฮยอนถามขึ้น หลังจากที่เดินแยกกับนักเขียนหน้าเหี่ยวร้อยตีนกาที่มินซอกชอบเรียกอย่างลู่หานและผู้ช่วยที่ที่แสนจะเจ้าเล่ห์และกวนประสาทอย่างโอเซฮุน คอยแต่จะทำให้พี่ลู่และพี่หมินมีเรื่องกัน ส่วนตัวเองคอยดูอย่างสนุกสนาน -*-

 

 

“งั้นพี่เอาคาปูชิโน่เย็นก็แล้วกัน ว่าแต่นายเถอะ...กินแต่ช็อกโกแลตเย็นไม่เบื่อหรือไง?”

 

 

“พี่เองก็ดื่มแต่คาปูชิโน่เหมือนกันนั่นแหละน่า L

 

 

“ช่างฉันเถอะน่า ไปซื้อมาให้ก็พอ พี่ไปรอที่ห้องนะ = =” ก่อนที่จะยื่นเงินไปให้แบคฮยอน เพื่อให้ผู้ช่วยตัวกลมไปซื้อเครื่องดื่มมาให้เหมือนทุกครั้ง

 

 

ใช่แล้ว...ทุกครั้งที่ประชุมเสร็จแบคฮยอนจะต้องไปซื้อช็อกโกแลตเย็นมาดื่ม เพื่อเพิ่มน้ำตาลและพลังงานให้กับร่ายกาย นอกจากนี้ช็อกโกแลตยังช่วยคลายเครียดอีกด้วย โคตรมีประโยชน์แถมยังอร่อยอีกต่างหาก แบคฮยอนชอบดื่มช็อกโกแลตเย็นเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับมินซอกผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟ ซึ่งเมนูกาแฟเมนูโปรดของเขาก็คือ คาปูชิโน่ ทำให้ในทุกๆครั้งที่แบคฮยอนจะไปคาเฟ่ก็มักจะถามมินซอกเสมอว่าจะเอาอะไรที่คาเฟ่หรือเปล่า และก็จะได้รับคำตอบแบบเดิมคือคาปูชิโน่เย็นหนึ่งแก้ว จนพนักงานประจำคาเฟ่เห็นแบคฮยอนทีไรก็แทบจะทำช็อกโกแลตเย็นและคาปูชิโน่เย็นให้ทันทีโดยที่แบคฮยอนไม่ต้องอ้าปากสั่งอะไร เพียงแค่พยักหน้าเมื่อพนักงานถามว่า วันนี้เอาเหมือนเดิมหรือเปล่า? แค่นั้นเอง

 

 

หลังจากแบคฮยอนเดินแยกไปซื้อเครื่องดื่ม มินซอกก็เดินกลับไปที่ห้องทำงานของตนทันที นี่ยังดีนะที่บก.ตัวขาวโอโม่อย่างคิม จุนมยอนยังใจดีและปราณีที่จัดให้ห้องทำงานของเขากับลู่หานอยู่กันคนละมุม เพราะถ้าจัดให้อยู่ห้องติดกันล่ะก็ คิม มินซอกคนนั้นคงจะต้องปวดประสาทตายแน่นอน

 

 

เมื่อถึงหน้าห้องทำงานของมินซอก นักเขียนตัวเปี๊ยกก็ต้องพบกับเรื่องน่าสงสัย เพราะตอนนี้ไฟในห้องทำงานของตนเปิดอยู่ และเขาเองก็จำได้ว่าตอนที่ตัวเองเข้ามาเอาของที่ห้องก็ปิดไฟแล้วเรียบร้อยก่อนที่จะไปประชุม หรือว่าจะลืมปิดตอนที่เขากลับเข้ามาเอาของก่อนที่จะไปประชุม? แต่เขาจำได้ว่าปิดแล้วจริงๆ เพราะตัวเขาเองก็พึ่งจะครึ่งห้าสิบ ไม่ได้แก่ถึงขั้นที่จะเป็นโรคขี้หลงขี้ลืมได้ แต่พอเปิดเข้าไปให้ห้อง เขาพบกับคำตอบที่ว่าทำไมไฟในห้องทำงานของตนถึงได้เปิดอยู่

 

 

“ไง...ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ? คิม มินซอก J” หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของมินซอกเอ่ยทักเมื่อเห็นเจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามา พร้อมรอยยิ้มที่ไม่ว่ามินซอกจะเห็นมันกี่ทีก็ไม่เคยรู้สึกสบายใจเลยที่เห็น

 

 

 

 

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้...ปาร์ค โซวอน?!!

 

 

 

 

 

 

 

 

กริ้ง~!

 

 

 

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อประตูคาเฟ่ถูกเปิด เรียกความสนใจของเหล่าพนักงานที่อยู่ในร้านได้เป็นอย่างดี แบคฮยอนเดินเข้ามาในร้านก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ติดกับที่ทำเครื่องดื่ม

 

 

“ไงแบคฮยอน? วันนี้ก็เหมือนเดิมอีกสินะ” พนักงานสาวสวยประจำคาเฟ่อย่าง ซน นาอึน เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นแบคฮยอน น้องชายคนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งลูกค้าประจำเดินเข้ามาในร้าน

 

 

“ครับ ^^

 

 

“โอเค เดี๋ยวพี่ทำให้นะ รอแปบนึงนะ ^^” ทันทีที่ได้รับการยืนยันออเดอร์จากแบคฮยอน พนักงานประจำคาเฟ่ก็ลงมือทำซ็อกโกแลตเย็นกับคาปูชิโน่เย็นทันที ส่วนแบคฮยอนก็นั่งมองนาอึนทำเครื่องดื่มอย่างเพลินๆ

 

 

“ว่าแต่ว่าวันนี้ประชุมเป็นยังไงบ้างล่ะ? บก.คิมบ่นอะไรพวกนายหรือเปล่า?” เพื่อไม่ให้น้องชายตัวกลมรอจนเบื่อ ในระหว่างที่ทำเครื่องดื่มนาอึนจึงเริ่มเปิดประเด็นการสนทนา แต่ดูเหมือนว่าจะเปิดผิดเรื่องไปนิดนึง

 

 

“ก็แค่ประชุมถึงกำหนดการของหนังสือเล่มใหม่น่ะครับ ว่าแต่ทำไมพี่ถามแบบนั้นล่ะ?”

 

 

“ก็พี่เห็นว่าประชุมเสร็จนานแล้ว เพราะพวกพนักงานแต่ละฝ่ายกลับเข้าแผนกกันหมดแล้ว แถมก่อนหน้าที่เราจะมา คยองซูก็พึ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง เขามานั่งดื่มมอคค่าตั้งนานแหนะแถมยังคุยกับเรียวอุคว่าวันนี้ทั้งลู่หานและมินซอกดูเข้าขากันผิดปกติ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นทั้งสองก็ยังโดนเรียกคุยต่อพร้อมกับแบคและเซฮุน พี่ก็เลยพอจะเดาได้ว่าเราคงต้องโดนอะไรมาไม่มากก็น้อยล่ะนะ ว่าไงล่ะ...พี่เดาถูกหรือเปล่า?” นาอึลวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ในห้องประชุมที่ตนฟังมาอย่างคร่าวๆ

 

 

“พี่นาอึลวิเคราะห์เก่งแบบนี้ ผมว่ารับงานพิเศษเป็นนักสืบก็น่าจะเวิร์คนะพี่ ^^

 

 

ป็อก!

 

 

“โอ๊ย! ผมเจ็บนะ เคาะมาได้!

 

 

“ช่วยไม่ได้อยากมากวนประสาทพี่เองนิ -*-

 

 

หากถามว่าเมื่อกี้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับแบคฮยอนล่ะก็ เพราะเมื่อกี้ผู้ช่วยนักเขียนตัวกลมดันไปกวนโอ๊ยพนักงานคาเฟ่จนได้รับมะเงกมาแทนคำตอบ

 

 

ถามจริง! แบคฮยอนผิดตรงไหน? ก็เห็นพี่นาอึลออกจะฉลาด แถมวิเคราะห์เก่งอีกต่างหาก เขาก็เลยแนะนำงานใหม่ให้ก็เท่านั้นเอง มั่นใจว่ารายได้ดีกว่าการเป็นพนักงานคาเฟ่อีก ไม่ได้กวนสักหน่อย! (  =^=)

 

 

“ไม่ต้องมาทำหน้าทำตาแบบนั้นเลย ว่าแต่ตกลงโดนบ่นมาหรือเปล่าล่ะ?” นาอึลถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แบคฮยอนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะตอบคำถาม “ตัวผมน่ะก็แค่โดนถามอะไรนิดหน่อย คนที่โดนจริงๆน่ะคือพี่ลู่กับพี่หมินต่างหาก เพราะว่าวันนี้ตอนที่ไปอัดรายการดันโดนถามเรื่องความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งสอง”

 

 

“จริงดิ?! แล้วความแตกหรือเปล่า เรื่องที่ว่าความจริงแล้วสองคนนั้นไม่ถูกกันน่ะ =[]=!

 

 

“โถ่พี่! ระดับสองคนนั้นแล้วไม่มีพลาด ขนาดพ่อกับแม่ของพวกพี่ๆเขาก็ไม่มีใครรู้ แสดงละครได้เนียนขนาดนั้น คนที่จับได้น่ะก็มีแค่บก.คิมเท่านั้นแหละ = =

 

 

“ก็จริงล่ะนะ อะ...ช็อกโกแลตเย็น เหลือคาปูชิโน่เย็นอีกแก้วสินะ” นาอึลยื่นแก้วช็อกโกแลตเย็นให้ ก่อนจะเริ่มทำคาปูชิโน่เย็นต่อ

 

 

“ความจริงนะ...เรื่องจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเซฮุนคอยช่วยกันห้ามไม่ให้พี่สองคนนั้นมีเรื่องกันนะ ไม่ช่วยห้ามไม่ว่านะยังจะพยายามทำให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันอีก ก็รู้อยู่ว่าสองคนนั้นอยู่ด้วยกันทีไรมีเรื่องแน่นอน!” แบคฮยอนบ่นไป พอเริ่มคอแห้งก็ดื่มช็อกโกแลตเย็นสักนิดแล้วค่อยบ่นต่อ

 

 

 

 

กริ้ง~

 

 

 

 

เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นอีกครั้ง เรียกความสนใจของพนักงานคาเฟ่คนอื่นๆได้รวมทั้งนาอึลก็ด้วย แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจของแบคฮยอนได้เลย เนื่องจากว่ากำลังบ่นติดลม จึงไม่รู้เลยว่าใครที่กำลังเดินเข้ามาในคาเฟ่และทิ้งตัวนั่งที่ที่นั่งด้านหลังใกล้ๆกับตน

 

 

“ยินดีต้อนรับค่าาา~! อ้าว! ซะ... ว่าแต่วันนี้จะดื่มอะไรเอ่ย? ^^” นาอึลที่กำลังจะเรียกชื่อของอีกฝ่ายต้องชะงักเพราะน้องชายร่างสูงเอานิ้วมาวางไว้ตรงปากเป็นสัญญาณว่าไม่ให้เรียกชื่อตัวเอง และเงียบๆเรื่องที่เขามา ก่อนที่พนักงานสาวสวยจะเอ่ยถามถึงเมนูที่น้องชายตัวสูงต้องการ

 

 

“ผมขอชานมไข่มุกแก้วนึงครับ”

 

 

“โอเคจ้า รอแปปนึงนะ ^^ พี่อึนจี~! มาทำชานมไข่มุกให้ลูกค้าหน่อย” ยิ้มทักทายน้องชายตัวสูงเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนเรียกพนังงานสาวอีกคนให้มาช่วยตนทำเครื่องดื่ม

 

 

“จ้าาาา~ มาแล้วๆ ชานมไข่มุกใช่ไหม? รอแปบนะ ^^” สิ้นเสียงเรียกของนาอึล จอง อึนจี พนักงานอีกคนของคาเฟ่ก็รีบวิ่งมาจากด้านหลังร้าน ก่อนจะหันไปถามย้ำเมนูกับเซฮุน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ อึนจีจึงเริ่มลงมือทำชานมไข่มุก

 

 

“พี่นาอึล ฟังที่ผมเล่าอยู่เปล่าเนี่ย? -*-” แบคฮยอนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนๆ เพราะรู้สึกว่านาอึลไม่ได้ฟังในสิ่งที่ตัวเองกำลังเล่า เอาแต่มองไปทางด้านหลังเขา ทำเอานาอึลถึงกับถอนหายใจเล็กน้อย

 

 

ทำไงได้ล่ะ? ทางนั้นก็ลูกค้าเหมือนกันนินา จะให้สนใจแต่แบคฮยอนก็คงไม่ได้

 

 

“ฟังอยู่ๆ แหมมม~ ก็มีลูกค้าคนใหม่มาก็ต้องสนใจเขาก่อนสิ เมื่อกี้พี่อยู่คนเดียวนี่นา ^^;

 

 

“เอาน่าๆ อย่างน้อยตอนนี้มีพี่แล้ว นาอึลไม่สนใจลูกค้าคนใหม่หรอก เล่าต่อเลยแบคฮยอน พี่อยากฟังว่าคุยกันเรื่องอะไร? เมื่อกี้มาไม่ทัน ^^” อึนจีกล่อมลูกค้าคนสนิทตัวกลม พร้อมบอกให้แบคฮยอนเล่าเรื่องที่ค้างไว้เมื่อกี้ต่อ

 

 

“ก็เรื่องของพี่ลู่พี่หมินกับไอ้โย่งเจ้าเล่ห์อย่างเซฮุนนั่นแหละพี่ ผมขอเล่าต่อเลยก็แล้วกันนะ พอผมจะขอให้มันเข้ามาช่วยห้ามนะ ฝ่ายนั้นก็เอาแต่บอกว่าห้ามทำไมให้เหนื่อย ดูพี่ลู่กับพี่หมินทะเลาะกันสนุกกว่าเยอะ ต้องขอร้องหรือไม่ก็ติดสินบนก่อนถึงจะเข้ามาช่วย ถามจริงเถอะนะว่าเป็นผู้ช่วยภาษาอะไร? ทำไมไม่คอยห้ามพี่ลู่ไม่ให้มีเรื่องกับพี่หมิน! ดูก็รู้ว่าใครเป็นนักเขียนของใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน บอกเลยว่าร้อยละ 90 ของเวลาที่มีเรื่องกันก็เป็นพี่ลู่เนี่ยแหละ”

 

 

“เออ...แบคฮยอน...” อึนจีพยายามจะเตือนไม่ให้แบคฮยอนบ่นต่อ เพราะไอ้คนที่น้องชายตัวกลมกำลังบ่นเนี่ย ดันนั่งอยู่ทางด้านหลัง แถมยังตั้งใจฟังแบบสุดๆอีกต่างหาก

 

 

“พี่อึนจีไม่ต้องห้ามเลย ขอผมบ่นอีกหน่อย ผมนะต้องทำตัวเป็นคนกลาง นั่นก็นักเขียนที่เราต้องดูแล อีกคนก็ญาติ มีเรื่องกันทีทั้งพี่ลู่ทั้งพี่หมินก็เอาแต่บ่นๆๆๆ ฟังพี่หมินบ่นนี่ไม่เท่าไหร่หรอกนะ เพราะเป็นฝ่ายที่โดนหาเรื่อง แต่ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะว่าโอเซฮุนไม่เคยห้ามพี่ลู่ไม่ให้มาหาเรื่องพี่หมินเลย รู้ทั้งรู้ว่าพี่ลู่นิสัยยังไง? กวนตีนสุดๆ หาเรื่องพี่หมินได้ตลอดเวลา ถามจริง! โอเซฮุนวันๆทำอะไรบ้างนอกจากยิ้มเจ้าเล่ห์กับกวนประสาทไปวันๆ คิดว่าหล่อมากหรือไง?”

 

 

“แน่นอน J

 

 

“ถ้าอย่างโอเซฮุนเรียกว่าหล่อนะ ก็คงไม่มีใครขี้เหล่แล้วล่ะ!” แบคฮยอนย้อนโดยไม่ทันสังเกตว่าเสียงที่ตอบนั้นเป็นเสียงทุ้มนุ่ม ไม่ใช่เสียงใสๆของนาอึลหรืออึนจี

 

 

“จริงดิ? ^^

 

 

“จริงแท้แน่นอน! พี่นาอึลคาปูชิโน่ได้ยังอ่ะพี่? เดี๋ยวพี่หมินรอนาน แล้วว่าแต่ทำไมพี่นาอึลกับพี่อึนจีทำหน้าอย่างนั้นอ่ะ?” แบคฮยอนถามขึ้นเมื่อตนเห็นสีหน้าของนาอึลกับอึนจี ซึ่งพี่สาวทั้งสองก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มเจื่อนๆให้แบคฮยอนก่อนจะหันไปมองที่นั่งที่อยู่ทางด้านหลังตน ทำเอาแบคฮยอนต้องหันมองตามแล้วก็พบกับคำตอบที่ว่าทำไมสีหน้าของพี่นาอึลกับพี่อึนจีถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น

 

 

 

 

มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...โอ เซฮุน!!

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศภายในห้องทำงานของนักเขียนตัวเปี๊ยกอย่างคิม มินซอกเต็มไปด้วยความอึดอัด นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังก็แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย มินซอกยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ส่วนผู้มาเยือนอย่างปาร์ค โซวอนก็เอาแต่นั่งยิ้มอยู่บนโต๊ะทำงานของมินซอก

 

 

“ไง...เห็นฉันอยู่ในห้องนายถึงกับเงียบเลยหรอ?”

 

 

“...”

 

 

“ฉันล่ะแปลกใจจริงๆที่ยังเห็นพวกนายทำงานอยู่ด้วยกัน ทำตัวสนิทสนมกัน ทั้งๆที่ความจริงนั้น...”

 

 

“ต้องการอะไรกันแน่ถึงได้มาหาฉันที่นี่” มินซอกถามตัดบทสนทนาของสาวสวย หญิงสาวทำเป็นไม่สนใจคำถามก่อนที่จะพูดต่อ “แหมๆ รับความจริงไม่ได้หรือไง?”

 

 

“...”

 

 

“มิตรภาพกับแก้วนี่ก็เป็นสิ่งที่คล้ายกันดีนะ เปราะบาง ถึงแม้ว่าเพราะเปราะบางจึงคอยมอบความอบอุ่นในใจให้อีกฝ่ายได้เสมอ แต่ก็เพราะมันเปราะบางเนี่ยแหละ พอมีเรื่องมากระทบมันเข้าหน่อยก็เกิดรอยร้าว รอยร้าวที่ซึ่งก็คือความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในตัวของอีกฝ่าย แม้จะเป็นรอยร้าวที่เล็ก แต่หากทิ้งไว้ไม่รีบรักษามันก็จะทำให้ความสัมพันธ์แตกสลายไปในที่สุด เหมือนอย่างเรื่องของนายกับลู่หานเลย...จริงไหม? J

 

 

“ปาร์ค โซวอน!” มินซอกตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดอยู่เต็มประดา เพราะคำพูดของหญิงสาวนั้นคือความจริง และเป็นสิ่งที่จี้ใจดำเขาเป็นที่สุด

 

 

ใช่! เขากับลู่หานนั้นเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กกันมาก่อน เป็นเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง เรียนอยู่ที่เดียวกันมาโดยตลอด แถมทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็สนิทกันเป็นอย่างดี และเพราะสนิทกันมากเกินไป มินซอกจึงรู้สึกกับลู่หานเกินกว่าคำว่าเพื่อน ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับความรู้สึกนั้นสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากตนคิดว่ามันไม่ถูกต้องที่รู้สึกแบบนั้นกับเพื่อนสนิทอย่างลู่หาน และทั้งเขากับลู่หานต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ด้วย มินซอกจึงพยายามจะกลับไปคิดกับลู่หานแค่เพื่อนสนิทต่างเดิมแต่ก็ทำไม่ได้จึงพยายามทำตัวออกห่างลู่หานบ้างเป็นบางที ซึ่งการกระทำเหล่านั้นก็เป็นเหมือนฉนวน เป็นเหมือนรอยร้าวเล็กๆในความสัมพันธ์ของเขากับลู่หาน ซึ่งถึงจะมีรอยร้าว แต่ลู่หานก็ยังคงทำตัวแบบเดิมกับมินซอก จึงเหมือนคอยรักษารอยราวนั้นไม่ให้ขยายใหญ่ขึ้น เป็นแบบนี้มาโดยตลอด และก็คงจะเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ

 

 

 

 

หากไม่มี ปาร์ค โซวอน เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ? ตกใจมาเลยหรอที่เห็นฉันนั่งอยู่ที่นี่น่ะ ^^” รอยยิ้มปีศาจถามขึ้นเมื่อเห็นแบคฮยอน ญาติของเฮียลู่ นักเขียนที่ตนดูแลอยู่เอาแต่นั่งอึ้ง ก่อนจะหันไปหาพี่นาอึลกับพี่อึนจีที่ทำกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำคาปูชิโน่กับชานมไข่มุก พร้อมส่งสายตาถามว่า ทำไมพี่ไม่บอกผมอ่ะ? ซึ่งพี่สาวทั้งสองเมื่อเห็นสายตาของแบคฮยอนก็ทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองหน้าแบคฮยอน

 

 

“พึ่งรู้นะเนี่ยว่านอกจากนายจะนินทาฉันแล้วนายยังนินทาเฮียลู่ด้วย” เซฮุนเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจของแบคฮยอนจากพี่สาวประจำคาเฟ่ทั้งสอง

 

 

“ไม่ได้นินทาโว้ย! แค่พูดความจริงตอนที่พี่ลู่ไม่อยู่แค่นั้นเอง” แบคฮยอนเถียงกลับ ทำเอานาอึลและอึนจีที่ทำเครื่องดื่มกับเซฮุนกลั้นขำกันแทบไม่อยู่

 

 

 

 

คือเอาจริงๆ สิ่งที่แบคฮยอนแก้ตัวความหมายมันก็ไม่ได้ต่างจากคำว่า นินทา เท่าไหร่นักหรอก

 

 

 

 

และถ้าจะพูดแบบนี้ไม่ต้องเถียงกลับก็ได้นะ แบคฮยอน ^^;

 

 

 

 

“เอาเถอะๆ ไม่ได้นินทาก็ไม่ได้นินทา แต่ถ้าเฮียลู่ได้ยินสิ่งที่นายพูดมันจะเป็นยังไงเน้อออ~? ไหนจะบอกว่าพี่ลู่กวนตีน ชอบหาเรื่องพี่มินซอก แค่สองประโยคนี้ก็น่าจะโดนหนักอยู่นะ จริงไหม? ^^” เซฮุนเอ่ยขึ้นอย่างเป็นต่อ สำหรับทั้งลู่หานและมินซอกน่ะ การที่ได้ยินประโยคที่คนอื่นเอ่ยชมหรือเข้าข้างอีกฝ่าย แม้จะน้อยนิดก็เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ มินซอกน่ะไม่เท่าไหร่ เพราะโวยวายอย่างเดียว แต่สำหรับลู่หานน่ะ ไม่ใช่แค่โวยวาย แต่สันแข้งพี่มาเต็ม! บอกเลยว่าถึงจะเป็นญาติที่สนิทกันแค่ไหนแต่แบคฮยอนก็เคยโดนอยู่ครั้งนึง ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยคิดที่จะพูดจาไม่เข้าหูลู่หานอีกเลย อย่างมากก็แอบบ่นตอนที่พี่แกไม่อยู่เท่านั้นแหละ

 

 

“อย่ามาขู่! ไม่มีหลักฐานสัก...”

 

 

 

 

(ฟังพี่หมินบ่นนี่ไม่เท่าไหร่หรอกนะ เพราะเป็นฝ่ายที่โดนหาเรื่อง แต่ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะว่าโอเซฮุนไม่เคยห้ามพี่ลู่ไม่ให้มาหาเรื่องพี่หมินเลย รู้ทั้งรู้ว่าพี่ลู่นิสัยยังไง? กวนตีนสุดๆ หาเรื่องพี่หมินได้ตลอดเวลา)

 

 

 

 

ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะพูดจบ เสียงบทสนทนาของตนก็ดังขึ้นจากสมาทโฟนของเซฮุน ทำเอาทั้งแบคฮยอนถึงกับอ้าปากตาค้าง ส่วนพี่พนังงานสาวทั้งสองที่กำลังทำเครื่องดื่มก็ถึงกับหยุดชะงัก เพราะไม่คิดว่าเซฮุนจะอัดคลิปเสียงของแบคฮยอนเอาไว้

 

 

“บอกเลยว่าการเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยายสืบสวนน่ะไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอกนะ ทักษะการช่างสังเกตมันต้องมีด้วย หูตาต้องไว ต้องมีการคาดการณ์ที่ดีด้วย J 

 

 

“นาย!” แบคฮยอนรีบเข้าไปแย่งเอาสมาทโฟนของเซฮุนมา แต่เซฮุนก็ยกมือถือขึ้นสูง ซึ่งแน่นอนว่าส่วนสูงที่แตกต่างระหว่างแบคฮยอนกับเซฮุนนั้นมีมากพอสมควร ทำให้ถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะพยายามเขย่งหรือกระโดดยังไงก็เอื้อมไม่ถึง

 

 

“โอ๋ๆ น่าสงสารจริงๆ ไม่ต้องพยายามหรอกน่า ยังไงก็กระโดดไม่ถึง J

 

 

“ก็บอกให้เอามาไง!” กระโดดไปกระโดดมา

 

 

ทั้งนาอึลกับอึนจีเงยหน้าขึ้นมามองก็รู้สึกว่าอารมณ์มันเหมือนกับลูกหมากำลังโดดแย่งขนมจากเจ้านายยังไงก็ไม่รู้แฮะ ว่าแล้วก็ก้มลงไปทำเครื่องดื่มต่อ และปล่อยให้ทั้งสองคนเล่น(?)กันต่อไป

 

 

 

 

จนกระทั่ง...

 

 

 

 

“พยายามไปก็เท่านั้นแหละนะ... 0x0

 

 

“ก็บอกว่าให้เอามางะ! OxO

 

 

“คาปูชิโน่เย็น...ได้...แล้ว...อุ้ย! O / / / O << นาอึล

 

 

“ชานมไข่มุก...ได้แล้ว...จ้า...คะ...คุณพระ! >/ / /< << อึนจี

 

 

ถ้าจะถามว่าทำไมทั้งนาอึลและอึนจีถึงได้อุทานแบบนั้นก็เพราะว่า เมื่อสองสาวทำเครื่องดื่มของทั้งแบคฮยอนกับเซฮุนเสร็จ และกำลังเงยหน้าจากเคาน์เตอร์ขึ้นมาเพื่อเรียกให้ทั้งสองมาเอาเครื่องดื่มที่ตนสั่งไว้ก็พบว่า แบคฮยอนที่พยายามกระโดดแย่งมือถือของเซฮุนดันกระโดดสูงเกินกว่าที่คาดพอดีกับพี่เซฮุนก้มหน้ามาแหย่ลูกค้าตัวกลม ทำให้ปากของทั้งสองชนกันพอดิบพอดีเป๊ะๆ แต่อาจจะชนแรงไปนิด เล่นซะทั้งสองหนุ่มปากแตก

 

 

“นะ...นาย! =/ / /=” แบคฮยอนถึงกับทำตัวไม่ถูกพูดไม่ออก ก่อนจะเอามือเช็ดเลือดที่ปากของตน ส่วนเซฮุนก็เอาแต่ยืนนิ่งๆ ใช้ลิ้นเลียเลือดตรงบริเวรปากที่แตก แต่นาอึลก็แอบเห็นหน้าของเซฮุนเป็นสีแดงระเรื่อๆ แต่ไม่ชัดเท่ากับของแบคฮยอน ผู้ช่วยนักเขียนตัวกลมได้สติจึงกะจะต่อยเซฮุนแก้เขิน แต่เซฮุนก็รับหมัดนั้นเอาไว้ได้

 

 

“ฉันว่าเอาเวลาที่นายคิดจะต่อยฉันไปเช็ดเลือดที่ปากนายหน่อยดีกว่าไหม?”

 

 

“ที่ปากฉันแตกมันเพราะนายไม่ใช่หรือไง?! =/ / /=*

 

 

“แล้วนายจะโวยวายทำไม? ฉันไม่ผิดนะเพราะนายกระโดดขึ้นมาเอง และอีกอย่าง...”

 

 

“...?”

 

 

นายก็ไม่ได้แตกคนเดียวด้วย เพราะฉันเองก็แตกเหมือนกัน J

 

 

“นาย!! หุบปากไปเลยนะ! และก็ปล่อยได้แล้ว!” แบคฮยอนโวยวายพร้อมพยายามสะบัดจนมือของเซฮุนหลุดออกจากหมัดของตน ก่อนจะคว้าแก้วช็อกโกแลตกับคาปูชิโน่แล้วเดินออกจากร้านคาเฟ่ไปทันที

 

 

 

 

จนลืมเรื่องอะไรไปบางอย่าง...

 

 

 

 

“ดะ...เดี๋ยวสิ! แบคฮยอน! นายยังไม่ได้จ่ายค่าเครื่องดื่มสองแก้วนั้นเลยนะ!

 

 

“หึ! ไม่เป็นไรหรอกครับพี่นาอึล รวมราคาของสองแก้วนั้นกับผมก็ได้” เซฮุนเอ่ยขึ้น ทำเอาสองสาวประจำคาเฟ่ทำหน้างงเล็กน้อย

 

 

“จะดีหรอ? พี่ว่าเดี๋ยวพอแบคฮยอนนึกได้ก็มาจ่ายเองแหละ”

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่นาอึล เดี๋ยวเกิดแบคฮยอนลืมขึ้นมาพวกพี่ก็ต้องจ่ายแทน แล้วอีกอย่าง...ค่าเครื่องดื่มที่ต้องจ่ายเมื่อกี้ตัวกลมก็พึ่งจ่ายให้ผมมาเอง ถึงแม้ว่าจะรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ J” เซฮุนตอบ ซึ่งประโยคสุดท้ายตัวเองก็พูดพึมพัมเบาๆกับตัวเอง แต่ถึงจะเบายังไงตอนนี้ทั้งคาเฟ่ก็เงียบจนทั้งนาอึลและอึนจีได้ยินสิ่งที่เซฮุนพูด ทำเอาทั้งสองสาวถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเป็นอึนจีที่เอ่ยถามขึ้นเมื่อได้สติ “เมื่อกี้นี้เซฮุนพูดว่าไงนะ? พี่ฟังไม่ชัดน่ะ”

 

 

“ผมหมายถึง เดี๋ยวผมไปตามเอากับแบคฮยอนทีหลังนะครับ คิดเงินรวมกับผมไปได้เลย J” เสียงทุ้มนุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม พนักงานทั้งสองจึงทำตามที่เซฮุนบอกโดยการรวมสองแก้วที่แบคฮยอนสั่งเข้าไปในใบเสร็จของเซฮุนด้วย ซึ่งพอเคลียร์เรื่องราคาที่ต้องจ่ายเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าตัวสูงก็เดินออกจากร้านไปทันที

 

 

“นาอึลได้ยินเหมือนที่พี่ได้ยินไหม? ประโยคที่เซฮุนพูดเสียงเบาน่ะ” อึนจีเริ่มเปิดประเด็นเมื่อเห็นว่าเซฮุนเดินออกจากคาเฟ่ไปแล้ว

 

 

“ที่ว่า ค่าเครื่องดื่มที่ต้องจ่ายเมื่อกี้ตัวกลมก็พึ่งจ่ายให้ผมมาเอง ใช่ไหมพี่? หนูได้ยินชัดเลยล่ะพี่ คือฟินนน~!! >w<

 

 

“นั่นแหละๆ ได้ยินเหมือนพี่เลย พี่ว่าสองคนนี้เขาแลดูมีซัมติ่งกันยังไงก็ไม่รู้เนอะ ^^

 

 

“ใช่พี่! หนูเองก็รู้สึกได้ เจ้าน้องชายตัวสูงชอบเข้ามาแกล้งเจ้าตัวกลมอยู่เรื่อยเลย แบคฮยอนจะรู้ไม่นั่นน่ะว่าเซฮุนเข้ามาแกล้งตนบ่อยๆน่ะแกล้งเพราะอะไร”

 

 

“พี่ว่าไม่รู้หรอก ก็แบคน่ะออกจะซื่อๆ พี่ว่าไม่ทันเล่ห์อย่างเซฮุนหรอก เชื่อพี่!” อึนจีพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจสุดๆ

 

 

ก็แหมมม~ แบคฮยอนน่ะเป็นลูกค้าประจำของคาเฟ่เลยนี่นา ตอนแรกๆน่ะเซฮุนไม่ได้เป็นลูกค้าประจำของที่นี่หรอก แต่หลังๆน่ะเข้ามาที่นี่บ่อยๆเพราะเข้ามาแกล้งลูกค้าตัวกลมของตนจนกลายเป็นลูกค้าประจำของทางคาเฟ่ไปแล้ว แถมตอนนี้ทางคาเฟ่เองก็มี ชานมไข่มุก เมนูโปรดของเซฮุนอีก ขานั้นก็เลยมาบ่อยยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ใช่ว่านาอึลกับอึนจีจะสังเกตอยู่สองคน บอกเลยว่าคิดผิด เพราะพนักงานของคาเฟ่ทุกคนก็สังเกตหมด

 

 

 

 

บอกเลยว่าเป็นคู่ที่น่าลุ้น พอๆกับคู่ของลู่หานกับมินซอกเลยทีเดียว แต่ลุ้นกันคนละอย่างนะ ^^;

 

 

 

 

เพราะว่า...

 

 

 

 

คู่ของผู้ช่วยนักเขียนอย่างเซฮุนกับแบคฮยอนน่ะ ทางร้านลุ้นมากเลยว่าเมื่อไหร่คู่นี้จะลงเอยกันเสียที เซฮุนก็เอาแต่แกล้งแบคฮยอน ส่วนแบคฮยอนก็ซื่อ คิดว่าที่อีกฝ่ายแกล้งเนี่ยเพื่อแค่กวนประสาทตนเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าเซฮุนต้องการจะเข้ามาคุยมาเล่นด้วยก็เลยไม่เคยสนใจเซฮุนเลยแม้แต่น้อย บางทีก็แอบเห็นใจเซฮุนล่ะนะ ^^;

 

 

แต่คู่ของนักเขียนอย่างลู่หานกับมินซอกน่ะ ทางร้านลุ้นมากเลยว่าอย่าได้มาที่ร้านพร้อมกันเลย เพราะสองคนนี้เคยมาเจอกันที่ร้านครั้งนึง บอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่บรรลัยสุดๆ สภาพร้านเหมือนผ่านสงครามมายังไงยังงั้น คือแย่ คือไม่ดีงาม #นี่พูดเลย T^T









:: Talk - 23/9/2014 ::
หลังจากที่หายไปสักพัก และผ่านการรีเฟชรหน้าฟิคมานาน
ในที่สุดไรต์ก็ได้ฤกษ์อัพอีก 34% ที่เหลือแล้ว ตบมือๆ 5555
ครบ 100% เสียที สาบานได้ว่านี่คือฟิค Lumin 
นี่นึกว่าตัวเองกำลังแต่ง Hunbaek อยู่ 555
แต่อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวลู่หมินจะเริ่มมีบทมากขึ้น
รอกันหน่อยน้าาา ขอไรต์ปั่นแปป >w<
ปล.บอกแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฟิคใสๆ ถถถถ

การที่ได้ไปคอนนี่คือมันฟินมากกกก ไปมาสองวัน ก็ฟินทั้งสองวันเลย
ยิ่งของวันนี้ยิ่งฟิน บอกเลยว่า #EXOเป็นวงตลก
ชานยอลเกรียนมากกกก แซวดีโอเรื่อง ฮันคังวู ด้วย
เลยโดนดีโอตบหัวเบย โอ๋นะ ตบดังมากอ่ะ เพราะออกไมค์ ลองไปหาในทวีตได้ 555
หมินน่ารักได้อีก #นี่พูดเลย ไม่ได้อวยเมนตัวเองแต่อย่างใดนะ 555
แต่คือแบบจ็อกมีโลกส่วนตัวสูงไปนิดนึงนะ หรือเพราะว่าไม่มีพี่ลู่ก็ไม่รู้
แอบเศร้าเบาๆ อยากเห็น Gee ของลู่หมินมากนี่พูดเลย
แต่วันนี้ Gee เฉินหมินเด็ดมากนะ ไหนจะโมเม้นต์ฮุนหมินอีก คือฟินอ่ะ
#กบฎพี่ลู่แปป 5555


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

511 ความคิดเห็น

  1. #234 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 00:25
    แม่นางผู้นี้เป็นใคร รู้แต่ นางคือผู้นำมาแต่ความร้าวฉาน
    #234
    0
  2. #174 Steamed Dumpling (ซาลาเปา) (@lovetomyh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 16:29
    โซวอน คือใคร!!!
    #174
    0
  3. #109 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 22:11
    เขินฮุนแบค กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เขินฟสกหหาดเ่า้เฟหกดเาสวงฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหก่าสวฟหกดาสวหกดาสวหกดาหไกะเื่ยาร้เะกำกแเายนส ก่อนหน้านี้ลู่หมินเกิดไรขึ้นนนนนนนน
    #109
    0
  4. #105 foonsehan89 (@supapit051240) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:15
    เธอคือใคร โซวอนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน???
    #105
    0
  5. #60 Diary 2000 (@kuannalux) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 00:22
    เข้ามากรี๊ดดดดดดXD
    ฮุนแบคคือมุ้งมิ้งงงงงง>_<
    ไรท์แต่งได้น่ารักเฟ่ออออ ชอบฮุนเจ้าเล่ห์จรุง555
    ว่าแต่พี่หมินกับพี่ลู่เนี่ยเมื่อไหร่จะคืนดีกันซักที้>____<
    #60
    0
  6. #58 minihun (@baiifungii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 10:17
    ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
    ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร
    นึกอยู่แล้วอะ มินซอกต้องชอบลู่ น่าสงสารอะ ชอบแต่ทำได้แค่เพื่อน
    เอาใจช่วยนะมินซอก แล้วไหงแตกหักกันขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นทำอะไร
    #58
    0
  7. #56 Mint Manica (@mintdelaquince) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 11:32
    รีบๆอัพน๊าาา รออยู่ค่าา สนุกมากกกก ><~
    #56
    0
  8. วันที่ 24 กันยายน 2557 / 09:55
    เห็นใจพี่นาอึลและพี่อึนจีแบบแปลกๆ 5555555555555555555
    โอ๊ย ฮุนแบคคือดีงามนะคะ
    #55
    0
  9. #54 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 22:29
    แน่ะ ฮุนกับแบคก็มีแนวโน้มจะกุ๊กกิ๊กกันนะเนี่ยยย อิอิ
    #54
    0
  10. #53 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 15:50
    โอยยยยย อิฮุนเจ้าเล่ห์ได้อีก>< ว่าแต่ลู่หมินมีเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย ถึงได้เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทมากัดกันแบบนี้~
    #53
    0
  11. #52 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 21:03
    โอ๊ยย ฮาแบคอ่ะ เวลาพูดนี่คือไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยจริงๆ ขนาดนาอึลเกือบเรียกชื่อฮุนออกมาแล้วนะ ยังไมทันสังเกตอ่ะ เป็นไงโดนอัดคลิปเสียงเข้าให้จนได้ โถววว 5555555555 ปาร์ค โซวอนท่าทางร้ายจริงๆ เป็นฉนวนที่ทำให้หมินกับพี่ลู่แตกหักกันมาจนถึงทุกวันนี้เลยสินะ
    #52
    0
  12. #51 I\'Mpupe Ko (@pupetae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 17:59
    ไรท์รีบมาต่อนะอย่าทำให้อยากเเล้วจากไป
    #51
    0
  13. #50 Luminfever (@mikellumin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 16:31
    เซฮุนชัว แล้วใครผญ.คนนั้นเป็นใคร -*-
    #50
    0
  14. #44 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 20:49
    ฮุนรึเปล่าน้อออ สั่งชานมมาแต่ไกลเลย อิอิ ปาร์ค โซวอนคือใครกัน แลดูน่ากลัวแฮะ หรือเราคิดไปเอง5555 รอๆนะคะ^^
    #44
    0
  15. #43 Diary 2000 (@kuannalux) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 18:15
    วรั้ยยยยย>_<ไรท์ไปคอนด้วยเหรอออ
    เค้าก็อยากไปง่ะแต่ตังค์ไม่มีT^T
    มาอัพเร็วๆเน้อออ รออยู่รออยู่ >3<
    #43
    0
  16. #42 Mint " (@kompnn12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 20:56
    อะไรรรรรรร ?!!!!!><
    #42
    0
  17. #40 minihun (@baiifungii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 16:14
    อะไร ใครมาาาาาา? ยังไง ทำไมมีคนสตั้น จะคลี่คลายไหมหนิ ปัญหาพระนาง ๕๕๕ รอมะหวายแล้วค่า อัพไวๆเน่อ
    #40
    0
  18. #39 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 09:38
    ไรท์รีบมาต่อเลยนะ อิอิ
    #39
    0