ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 8 : ไม่ชอบหวาน : 07 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 843 ครั้ง
    31 ต.ค. 61


ไม่ชอบหวาน
07








          เป็นเช้าอีกหนึ่งวันที่ไม่อยากให้มาถึงเลย รู้สึกว่าได้พักไปเอง ทำไมวันจันทร์ถึงเดินทางมาถึงเร็วอย่างนี้ แล้วก็เช่นเดิมเหมือนทุกวัน ผมตื่นมาทำข้าวกล่องแต่เช้า สำหรับสองที่ วันหยุดที่ผ่านมาแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง แล้วก็เดินขึ้นเดินลงจากบ้านแบบเรื่อยเปื่อย

          แต่ว่านะ...ทุกอย่างมันกลับไม่ได้เหมือนเดิมไปเสียหมด โดยเฉพาะหัวใจของผม มันก็ยังเต้นแรงทุกครั้งที่คน ๆ นั้นมาอยู่ใกล้ ๆ มันไม่ควรเป็นอย่างนี้ ผมยังต้องอยู่ที่นี่ไปอีกตั้งสองปี

          ควรจะทำยังไงดีนะ...

          ระหว่างที่รอเจ้าของบ้านก็ล้มตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มไปพลาง ๆ ไม่นาน พี่ภูมิก็เดินหอบเครื่องไม้เครื่องมือพะรุงพะรังออกมาเต็มไปหมด ผมเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นก่อนจะเดินไปช่วยพี่เขา

          "ของทำงานเหรอครับ?"

          "อืม วันนี้น่าจะกลับดึก " 

          ผมพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนคนตัวสูงตรงหน้าจะใช้กุญแจปลดล็อคมินิคูเปอร์คันสวย พร้อมกับยัดอุปกรณ์ทำโครงงานทั้งหลายแหล่ลงที่เบาะด้านหลัง

          ว่าแต่วันนี้จะได้นั่งมินิแล้ว ดีจัง...เกิดมาเพิ่งเคยได้นั่งรถแพงขนาดนี้

          "ทำหน้าอะไรอย่างนั้น

          "ก็คนมันดีใจนี่นา ตื่นเต้นด้วย"  ผมตอบพร้อมกับส่งยิ้มแหยะๆไปให้กับคนตรงหน้า

          "ตื่นเต้นเสร็จแล้วก็ขึ้นมา" 

          ไม่รอช้า ผมรีบตรงดิ่งไปเปิดประตูอีกฝั่งนึงทันที เบาะนุ่ม ๆ กับแอร์เย็น ๆ นั่นชวนให้ตื่นตาตื่นใจเป็นไหน ๆ การมีรถแพง ๆ มันก็ดีอย่างนี้นี่เองเนอะ
     





          รถยนต์สีดำสนิทออกวิ่งมาตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ผมลองสังเกตดู ในรถพี่ภูมิไม่มีของตกแต่งอย่างอื่นเลยสักชิ้นนอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับรถ แม้แต่ตุ๊กตาสักตัวก็ยังไม่มี

          ชีวิตช่างปราศจากความมุ้งมิ้งอะไรเช่นนี้


Errrrr

          แรงสั่นสะเทือนของอะไรบางอย่าง ผละให้ผมต้องละสายตาจากการสำรวจภายในมินิคูเปอร์คันงามของอีกคน ไปเป็นเจ้าตัวปัญหาที่กำลังกรีดร้องจากกระเป๋ากางเกงเพื่อมากดรับสาย 

          "ฮัลโหล" 

          ไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนคนแรกและคนเดียวของผมนั่นเอง

          'ไปเรียนยังอะ'

         "กำลังไปไป อยู่บนรถพี่ชาย"  ผมพูดพร้อมหันไปมองบุคคลที่กำลังทำหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ 

         'วันนี้ไม่ได้ไปนะ มาธุระ'

          ทันทีที่ได้ฟังคำของเพื่อน ก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น ไม่มีไนซ์แล้วผมจะอยู่ยังไงล่ะเนี่ย เครียดเลย

          'แต่ฝากสมุดบัญชีที่ยืมไปอ่านไว้กับพี่ชายแล้วนะ' 

          "จริง ๆ เจอกันเมื่อไรค่อยให้เราก็ได้นะไนซ์" 

          'เฮ้ย ไม่ได้ เผื่อต้องใช้ไง เราบอกพี่มันไว้แล้วอะว่าเดี๋ยวเพื่อนจะเข้าไปเอา'

          เมื่อเห็นว่าการปฏิเสธไม่เป็นผล ผมจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย "แล้วจะให้เราไปเอาที่ไหน"

           'ตึกคอมฯนั่นแหละ มันเรียนคาบเช้าอยู่ที่ห้องหนึ่งสองศูนย์สองทั้งคาบอะ'  

          "อืม ๆ เดี๋ยวเราไป มีอะไรเดี๋ยวโทรหานะ" 
          
          เพื่อนปลายสายขานรับก่อนที่ผมจะกดตัดสายไป เป็นเวลาเดียวกับที่มินิคูเปอร์คันงามเคลื่อนตัวมาถึงวิทยาลัยที่แสนคุ้นเคย
          
          "วันนี้กลับดึกแค่ไหนเหรอครับ?" ผมเอ่ยถาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้า พี่ชายตัวสูงหอบงานมาทำพร้อมกับบอกว่าวันนี้น่าจะเลิกดึก 

          "งานเสร็จมั้ง"  คำตอบนั้นก็ทำให้ผมพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอาถุงข้าวกล่องของตัวเองจากทางเบาะหลังมาถือไว้

          "งั้นให้ผมกลับเอง..."

          "เลิกก็โทรมา เดี๋ยวมารับ"  พี่ชายตัวสูงเอ่ยขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ เล่นเอาคำพูดที่เตรียมไว้ในคอ ถูกกลืนหายไปหมด

          "แต่ว่าพี่มีงาน" 

          "กลับเป็นเหรอ?"   
 
          ได้ยินแบบนั้นก็ต้องส่ายหัวเล็กน้อย จะให้กลับเป็นได้ยังไง ตั้งแต่มาก็มีใครอีกคนคอยรับคอยส่งตลอด กะจะหาออกเที่ยวอยู่ แต่เพื่อนที่มีคนเดียวดันเป็นไนซ์ บุคคลที่ไม่ชอบที่แออัดเสียงดังเป็นที่สุดอีก
          
          "ผมกลับแท็กซี่ได้นะ"

          "รวยมากมั้ง" พี่ภูมิเอื้อมมือมาผลักหัวผมเบา ๆ หนึ่งที ก่อนจะเตรียมตัวออกสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง "เลิกแล้วโทรมา โอเคไหม"

          พูดขนาดนั้นจะปฏิเสธอะไรได้อีก พยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมกับก้าวขาลงจากรถ ก่อนมินิคูเปอร์สีดำสนิทจะเคลื่อนตัวหายไปจากตรงนี้

          เอาล่ะทีนี้ก็ตึกคอมพิวเตอร์...มาเจอกันสักตั้งหน่อยเป็นไง






          สูดหายใจเข้าจนเต็มปอด เพราะตอนนี้กำลังมายืนอยู่ด้านหน้าตึกสีน้ำเงินเข้มแล้ว แหล่งรวมคนสายโปรแกรมไว้เพียบ จะก้าวเข้าไปด้วยขาข้างซ้ายก็แล้วกันนะ ถือคติขวาร้ายซ้ายดี รีบไปหาให้เจอ รีบกลับออกมา

          สองเท้าก้าวผ่านทีละห้องมาเรื่อย ๆ ซึ่งขนาดของห้องแต่ละห้องนั้นไม่ได้เล็กเลย เนื่องจากตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงสิบห้า คาบแรกที่จะเริ่มเรียนก็ตั้งแปดโมงครึ่ง เลตเวลาให้กับคนมาสายหน่อยก็อาจจะเก้าโมง ตึกทั้งตึกมันเลยดูเงียบกริบจนน่ากลัว

          ผมเดินเล่นมาช้า ๆ ก่อนที่หูจะไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ดังแว่วออกมาจากห้องตรงหน้า เมื่อหยุดเงยหน้าขึ้นดูก็พบว่าเป็นห้องหนึ่งสองศูนย์สอง

          เจอแล้ว!

          "ถ้ามันต้องพยายามมากนักก็เลิกกันไปเถอะ"

          เสียงที่ดังแว่วออกมาจากในห้องปลุกผมให้ตื่นขึ้นจากความคิดของตัวเอง เนื่องจากว่าเดินมาอยู่ใกล้มาก จึงทำให้ได้ยินคำพูดจากข้างในได้อย่างชัดแจ๋ว

          เดี๋ยว ก่อนจะคิดว่าผมเป็นคนขี้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ให้เรียกว่านี่เป็นการดูเชิงดีกว่าครับ เพราะจากที่ฟังน้ำเสียงแล้ว มันคล้าย ๆ กับคนร้องไห้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาผมจะช่วยได้ทันไง เป็นคนดีนะเนี่ย

          "คนเราถ้าคบกันด้วยใจทุกอย่างมันไม่มีคำว่าพยายามหรอกเสือ" 

          พยายามยืนนิ่งพิงกับผนังห้องด้านหน้า พอจะรู้ว่ากำลังมีคนทะเลาะกันอยู่ข้างใน น่าจะเป็นแฟนกัน

          "พ่อแม่ฟางก็ไม่ชอบเราอยู่แล้วนี่ เรามันเด็กช่างนี่นะ"

          "มันไม่เกี่ยวกันเลยเสือ เสือไม่เคยสนใจเราเลย วันๆอยู่แต่กับร้านซ่อมบ้าบอนั่น วันหยุดไม่เคยมาหา ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยอยากไป มันเหมือนเสือพยายามจะคบกับเรามากกว่าใช้ใจคบจริงๆ" 

          บทสนทนาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนผมเองเริ่มจะสงสารทั้งสองคนนั้น ถ้าเป็นคนรู้จักก็คงจะบอกว่าค่อยๆคุยกันดี ๆ แต่นี่ไม่รู้จักไง แถมมาถือวิสาสะฟังด้วย อยู่เงียบ ๆ ต่อไปนะข้าว

          "อืม เอาที่ฟางว่าดีอะ ร้านซ่อมเราทิ้งไม่ได้หรอก ถ้าฟางว่าไม่ไหวก็ไป แค่นั้น" 

          เสียงสนทนาจากในห้องเงียบหายไป ผมได้ยินแต่เสียงสะอื้นที่ดังออกมาอย่างหอบเหนื่อย สักพักก็มีร่างของผู้หญิงคนนึงวิ่งออกมาจากในห้องพร้อมกับใช้สองมือปาดน้ำตา และวิ่งพรวดออปไปอีกทาง

          ตอนนั้นเองที่เผลอถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอบคุณใครคนนั้นไม่เลือกจะวิ่งมาทางนี้ ไม่งั้นต้องเห็นผมเข้าแน่ ๆ เป็นผลพวงมาจากการก้าวเท้าซ้ายเห็น ๆ

          "ทำอะไร" 

          !!!

          งานเข้าแล้วข้าว...

          ค่อย ๆ หันไปมองต้นทางของเสียงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะพบเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผิวเข้ม กำลังยืนมองมาทางผมด้วยสายตาที่พร้อมฆ่ามาก

          ตายแน่ ๆ ...

          เลือกที่จะส่งยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้คนตรงหน้า ก่อนจะรีบหมุนตัวเตรียมพร้อมจะวิ่งออกไปจากตรงนั้นแต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยุ้มเข้าที่คอเสื้อด้านหลัง ก่อนที่ร่างทั้งร่างของผมจะต้องหยุดชะงักอยู่ตรงนั้นเพราะหนีไปไหนไม่ได้

          "ถามว่าทำอะไร" 

          เขาใช้สองมือหมุนตัวผมให้กลับมายืนเผชิญหน้าก่อนจะส่งสายตาดุ ๆ มาให้อีกครั้ง

         "เอ่อ...ผมจะไป...ไป..." 

         ไปไหนดีล่ะทีนี้ ก็จะมาห้องหนึ่งสองศูนย์สอง แต่ตอนนี้ห้องนั้นอยู่ตรงหน้าแล้วนี่ไง 

          "ไปไหน?"

          "อ๋อ ปะ...ไปห้องน้ำครับ! ไปก่อนนะ!"

          จะรอดแล้ว!

          แค่เกือบน่ะนะ...เพราะคน ๆ นั้นเอื้อมมาล็อกคอผมเอาไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ ดิ้นยังไงก็ไม่หลุดแถมยังหายใจไม่ออกอีก

          ไอ้ข้าวตายแน่ ๆ เลยแม่จ๋า

          "ห้องน้ำชั้นนี้อยู่ทางนู้น ไม่เนียนนะไอ้หนู" คนตรงหน้าพูดพร้อมกับชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามกับทางที่ผมกำลังจะเดินไปเมื่อกี้ ขอล้มเลิกทฤษฎีเท้าซ้ายแล้วนะ มันไม่ได้ผลแล้ว

          "ก...ก็ผมไม่รู้นี่ครับ ผมเรียนบัญชี ไม่ได้เรียนคอมฯ" 

          แรงตบป้าบเข้าที่หัวทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองผล็อยๆด้วยความเจ็บ 

          ไม่เคยมีใครกล้าตบหัวผมเลยนะ !

          "แล้วสะเออะขึ้นมาทำอะไร มาแอบดูโปรเจครับน้องเหรอ?"
          
          "เปล่านะ ! ผมมาเอาสมุดบัญชีจากพี่ชายเพื่อนต่างหาก แล้วบังเอิญเดินผ่านมาได้ยิน..."

          "เลยแอบฟัง?" 
          
          ถามตรง ๆ แบบนี้ผมก็ไปไม่เป็นน่ะสิ...ก็มันเป็นความจริงทั้งนั้น

          "เอ่อผม..."

          "ช่างเถอะ ยังไงก็เลิกไปแล้ว" 

          งงนิดหน่อย เพราะคนตรงหน้าที่ดูจะโกรธผมมากๆในตอนแรก อยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไปกะทันหันจนไม่ทันได้ตั้งรับ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่รู้สึกปลอดภัยเอามาก ๆ ก็คือ เขาลากสายตาลงมาจ้องที่ถุงข้าวกล่องในมือผมราวกับเสือผู้หิวโหย

          อย่ามายุ่งกับมื้อเช้าของผมเชียวนะ !

          เมื่อเห็นว่าเขาจ้องมาแปลก ๆ ผมที่สัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยของข้าวผัดไข่ม้วนที่อยู่ในกล่อง ก็รีบเอาถุงไปซ่อนไว้ข้างหลังทันที

          "หวงเหรอ?" 

          คนตรงหน้าพูดพร้อมเอื้อมมือมาฉุดกระชากลากถูถุงในมือผมอย่างจริงจัง ส่วนตัวผมเองก็ไม่ยอมหรอก จะเสียมื้อเช้าให้คนอื่นไม่ได้ เพราะมันออกไปซื้อใหม่ไม่ทันแล้วนะ !

          "ถ้าไม่ยอมให้ กูก็จะไม่ยอมลืมว่ามึงมาแอบฟังกูคุยกับแฟน"

          คำนั้นเล่นเอาผมชะงักค้างไปเลย เหมือนโดนจี้ใจดำไปหนึ่งที ก็มาแอบฟังเขาจริง ๆ นี่นะ

          "ว่าไง จะให้ไม่ให้" 

          เอายังไงดี มื้อเช้าหนึ่งมื้อแลกกับการชดใช้ความผิดของตัวเอง

          "แต่ต้องแบ่งกันนะ"

          ยอมก็ได้...

          "นั่นก็เรื่องของกู ส่วนเรื่องของมึงคือตามกูมา"

          ไม่รอให้ผมได้ตอบอะไรทั้งนั้น ชายตรงหน้าหันหลังเดินไปที่ไหนสักที่ ผมจึงรีบวิ่งตามกล่องข้าวมื้อเช้าฝีมือตัวเองออกไปทันที

          จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากเราไปเด็ดขาด !

          ผ่านไปไม่นาน คน ๆ นั้นพาผมเดินมานั่งตรงม้าหินอ่อนข้างๆตึกสาขาคอมพิวเตอร์ พร้อมกับเปิดกล่องข้าวผัดขึ้น โดยมีเจ้าของมันที่นั่งมองอยู่ตรงนี้ตาละห้อย

          "จะกินแล้วนะ " 

          ยัง...ยังจะมาซ้ำเติมกันอีก ใจต้นข้าวจะขาดอยู่รอนรอน...

          "มึงชื่ออะไร"  

          คนผิวเข้มละความสนใจจากกล่องข้าวตรงหน้าก่อนจะหันมาถามผม "ต้นข้าว"

          "ชื่ออย่างตุ๊ด"  

          ตอนนั้นเองที่ผมเริ่มรู้สึกร้อนที่หัว อยากจะเข้าไปกระชากกล่องข้าวกลับมาแล้ววิ่งออกไปจากตรงนี้เต็มทน แต่ก็ทำไม่ได้

          "อยู่ปีไหน?"

          "ปีหนึ่งครับ"

          "เหรอ หน้าอย่างกับเด็กปอหก"

          "แล้วแต่จะพูดเถอะครับ"  ผมพูดออกไปอย่างนั้นเพราะคิดว่ายังไงเราก็คงจะไม่มีทางได้เจอกันอีกแน่นอน ต้องไม่เจออีกแน่ ๆ ไม่มีทางที่จะได้เจอแน่นอน

          "แล้วคุณล่ะอยู่ปีไหน?"

          "ปีสอง"

          "เหรอครับ เห็นหน้าก็นึกว่าเป็นอาจารย์แล้ว"

          แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอเอาคืนหน่อยเถอะ คน ๆ นั้นวางช้อนในมือลงพร้อมกับมองมาที่ผมด้วยแววตานิ่ง ๆ ใจกลัวมันก็กลัว เผลอกำมือแน่นแล้วเนี่ย แต่อีกใจก็อยากจะเอาคืนบ้าง คนแบบนี้ปล่อยไว้ยิ่งได้ใจ

          "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง แล้วนี่ไม่ไปเอาสมุดแล้วเหรอ? "

          !!!

          ใช่ ผมลืมไปเลย ป่านนี้พี่ชายไนซ์รอแย่แล้ว นึกขึ้นมาได้ก็เลยหันไปมองคนตรงหน้าตาขวาง ก่อนจะรีบคว้าเอากล่องข้าวมาถือไว้ในมืออย่างรวดเร็ว 

          "หมดเวลาของพี่แล้วครับ ผมถือว่าแบ่งแล้วนะ เพราะฉะนั้นช่วยลืมมันไปด้วย ขอตัวก่อนครับ"

          พูดเท่านั้นก่อนจะหันหลังให้คนผิวเข้ม พร้อมกับรีบวิ่งกลับขึ้นไปยังชั้นสองของตึกคอมพิวเตอร์อีกรอบ ข้าวเช้าก็ไม่ได้กินแถมยังโดนแย่งอีก วันนี้จะมีอะไรซวยไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย !

   

      



























          เวลาล่วงเลยมาจนเหลือสิบนาทีสุดท้ายของคาบในวันนี้ ผมรีบเก็บหนังสือใส่กระเป๋าพร้อมกับกดเบอร์เพื่อโทรหาอีกคนที่บอกว่าเลิกแล้วจะมารับ 

         วันวุ่นวายอีกหนึ่งวันที่ไม่มีไนซ์นั่นก็คือการที่ผมนั่งนิ่งไม่ได้คุยกับใครเลย แม้แต่ตอนกินข้าวเที่ยง หลังจากที่กลับขึ้นไปเอาสมุดจากพี่ชายของเพื่อนแล้วผมก็ไม่มีเวลาได้กินมื้อเช้าที่ไปฉุดกระชากลากถูมาจากใครก็ไม่รู้เลยสักคำ คิดแล้วมันเศร้า

          สองเท้าก้าวเดินไปหน้าวิทยาลัยตรงที่มองเห็นมินิคูเปอร์จอดอยู่ตรงนั้น ทันทีที่มาถึงมันผมก็ปีนขึ้นนั่งข้างคนขับทันที 

         "พี่ได้กินข้าวบ้างไหมครับ?" ผมเอ่ยถามหลังจากเห็นว่าอีกคนมีท่าทางอิดโรย เหนื่อยล้า ประหนึ่งไม่ได้รับสารอาหารอะไรเข้าไปในร่างกายเลย

          "กะจะกินที่ทำให้นั่นแหละ แต่ไอ้พีทแย่งไปเกือบครึ่งกล่อง" 

          คำสารภาพนั้นทำให้ผมหัวเราะออกมานิดๆ หลังจากคนพูดเอ่ยน้ำเสียงออกมาแบบเหนื่อยหน่าย พลางนึกไปถึงเรื่องที่ตัวเองก็โดนแย่งข้าวไปเหมือนกัน แถมยังไม่ใช่เพื่อนด้วยแต่เป็นใครก็ไม่รู้

          คนที่ทำให้ต้นข้าวไม่ได้กินมื้อเช้าในวันนี้ .. ฝากไว้ก่อน

          "แล้วนี่เราจะไปไหนเหรอครับ" 

          เนื่องจากเส้นทางที่ไม่คุ้นตา บวกกับถนนเส้นนี้ไม่ใช่ทางที่ใช้สัญจรกลับบ้านในทุกวัน จึงทำให้ผมสงสัยและเอ่ยถาม

          "รอสักชั่วโมงก่อนได้ไหม กำลังจะเสร็จแล้ว เหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อย"

          พี่ชายตัวสูงหันมาตอบอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่เข้าใจว่าที่พี่ภูมิพูดคงจะหมายถึงให้ผมไปรอที่มหาลัยเพราะวันนี้เขาหอบงานมาทำด้วยอย่างนั้นสินะ ดีเลยสิ ! 

          "ได้สิครับ เดี๋ยวผมเล่นอยู่แถวนั้นก็ได้"

          จะได้เข้าไปในมหาลัยของกรุงเทพแล้ว ! 

          หลังจากที่พี่เขาพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนรถยนต์จะเคลื่อนตัวลงมาจอดในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ที่นี่ใหญ่มาก ๆ จนเบญจอมรดูเล็กลงไปเลย ข้างทางมีตึกคณะมากมายเต็มไปหมด ต่างจากเบญจอมรที่มีแค่ห้าตึก

          แหงสินะ ก็สถานศึกษาระดับปริญญานี่เนอะ

          "โห ตึกเรียนที่นี่ใหญ่จัง"  

          พี่ชายคนนั้นไม่ได้สนใจผมที่ยืนอ้าปากเหวออยู่ตรงนี้ เขาแค่จูงแขนผมให้เดินตามไปที่ไหนสักที่ ซึ่งผมก็ทำได้แค่เดินตามร่างสูงๆของใครอีกคนเงียบ ๆ เราเดินขึ้นมายังชั้นที่สามของคณะวิศวะ ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็ได้พบเข้ากับ บรรดาเพื่อนสนิทของพี่ภูมิที่เคยเจอกันที่ผับวันนั้น 

          "อ้าวน้องชายภูมิที่เจอที่ผับนี่นา ไปรับคนนี้มาเองเหรอ "

          และพี่สาวที่เจอในผับวันนั้นด้วย...

          "เอ่อ...สวัสดีครับ " ผมยกมือขึ้นสวัสดีให้กับผู้ที่อาวุโสกว่า ถ้าจำไม่ผิดตรงนี้น่าจะเป็นเพื่อนพี่เขาหมดเลย พอจะจำชื่อได้ลาง ๆ แต่ก็ไม่ชัวร์เลยไม่กล้าทักขึ้นไป

          "ไงครับน้องต้นข้าว หลังจากวันนั้นเป็นไงบ้าง ?" พี่ชายตัวอวบที่ผมจำได้ว่าน่าจะชื่อพี่พีทเอ่ยขึ้น

          "อย่าพูดถึงมันเลยครับพี่ ผมนี่ไม่อยากจะจำเลย" 

          ผมพูดด้วยน้ำเสียงแบบขอไปที ก่อนพี่ๆจะหัวเราะกันออกมายกใหญ่ นึกถึงตอนไหนก็อาย ไม่อยากจะนึกถึงมันอีกเลยจริง ๆ 

          "เรานี่คออ่อนนะ อย่าเผลอไปดื่มกับกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่พวกพี่ล่ะ"

          "คงไม่ดื่มอีกแล้วล่ะครับ ตอนเมาหายใจไม่ออกเหมือนจะตายเลย"

          "ฮ่า ๆ ใช่แล้ว คนน่ารักแบบน้องไม่เหมาะกับที่แบบนั้นหรอก"

          พี่ชายคนนั้นเอื้อมมือมายีหัวผมเล่น ตอนนั้นเองที่ใครบางคนเดินตรงมาทางนี้ ก่อนจะจับมือพี่เขาออกไปแล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุ ๆ 

          "ทำงาน รีบกลับบ้าน ง่วงนอน"

          พวกพี่ ๆ เขาผละออกไปแล้ว พี่ภูมิยื่นมือถือมาไว้กับผมก่อนจะเดินไปรวมกับเพื่อน หลังจากนั้นก็เริ่มพูดคุยกันด้วยภาษาทางวิศวะที่ผมไม่อาจจะฟังเข้าใจด้วยได้

          หันไปมองพี่สาวอีกคนนั่งสวย ๆ กดมือเล่นอยู่ตรงมุมนั้น ผมจึงเดินเข้าไปบ้าง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งพร้อมกับหยิบมือถือเครื่องเล็กขึ้นมากดเข้าเกมส์สุดโปรดเพื่อเล่นไปพลาง ๆ ระหว่างรอคนตัวโตทำงาน






          เวลาล่วงเลยมานานแค่ไหนแล้วไม่รู้ เพราะเมื่อหลุดเข้าไปโลกของเกมส์แล้วผมก็ไม่ได้สนใจสิ่งต่างๆภายนอกเลย เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่าพี่สาวคนนั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แถมท้องฟ้าด้านนอกยังกลายเป็นสีดำสนิท 

          "ไป กลับบ้าน" มือของใครบางคนสะกิดที่หัวยิก ๆ  เมื่อเงยหน้าขึ้นไปดูก็พบว่าเป็นเพื่อนของพี่ชายนั่นเอง

          "เสร็จแล้วเหรอครับ?"

          "อืม" 
 
          ได้ยินอย่างนั้นจึงเก็งมือถือทั้งสองเครื่องลงในกระเป๋าเป้ ก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นไแยืนอยู่ข้าง ๆ พี่เขา

          "วันนี้กินไรดี.."

          "ภูมิคะ มันดึกแล้ว ลลิลขอติดรถไปลงที่คอนโดด้วยคนนะคะ" 
  
          ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบคำถามของพี่ชายตัวสูง พี่สาวที่ชื่อลลิลก็เดินเข้ามาควงแขนคนตรงหน้าพร้อมกับเกยคางไว้ที่ไหล่กว้าง ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมต้องยืนเคว้งก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้ทั้งสองคน

          "ได้ครับ งั้นไปกันเถอะ"

          พี่ชายกับพี่สาวเดินนำออกไปแล้ว มีแค่ผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ มองดูแผ่นหลังทั้งสองค่อย ๆ ไกลออกไป ถึงจะบอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกันยังไง การกระทำที่แสดงออกมามันก็ชัดกว่าอยู่ดี

          ทำไมโหวงแบบนี้ล่ะ...เป็นอะไรไปเนี่ยข้าว


          "ไปครับน้องต้นข้าว กลับบ้านกัน" พี่บาสเพื่อนสนิทของพี่ภูมิเดินมาคว้าที่ไหล่ผมเบา ๆ ก่อนที่เราจะเดินตามร่างทั้งสองนั่นไป

          "สวยอะดิ นั่นน่ะอดีตดาวคณะเลยนะ" 

          คำพูดที่พูดขึ้นมากลางอากาศทำให้ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย ผมไม่เข้าใจว่าพี่ชายตรงหน้าจะสื่อถึงอะไร แต่คงจะกำลังพูดถึงหญิงสาวที่เพิ่งเดินควงแขนพี่ภูมิออกไปข้างนอกเมื่อสักครู่นี้ล่ะมั้ง

          "ดาวคณะเลยเหรอครับ?"

          ก็สวยขนาดนั้นนี่เนอะ

          "ใช่ บอกใครว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกัน เขาก็เชื่อกันหมด"

          "แต่พี่ภูมิบอกผมว่าไม่ใช่แฟนนี่ครับ"

          "ก็ไม่ใช่จริง ๆ นั่นแหละ แต่ไอ้ภูมิแม่งเป็นพวกขี้เกรงใจ ไม่ชอบปฏิเสธคน เขาให้ไปส่งบ้านก็ไป เขาโทรให้ไปรับก็ไป"

          อย่างนี้นี่เอง ก็ไม่แปลกใจเลยเพราะว่าที่พี่บาสพูดมาน่ะจริงทั้งหมด คน ๆ นั้นน่ะเป็นจำพวกนั้นจริง ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่ยอมให้ผมมาอยู่บ้านด้วยหรอก

          "แต่ไม่แน่นะ พอมันมีแฟนจริง ๆ มันก็อาจจะเลิกทำแบบนี้"

          มีแฟนจริง ๆ งั้นเหรอ คงจะยากกว่ารอให้ถั่วงอกโตบนโอเอซิส คน ๆ นั้นสนใจโลกซะที่ไหนกัน ยังนึกภาพตอนจีบสาวไม่ออกเลย

          "ว่าแต่ พี่ภูมิเขาชอบคนแบบไหนเหรอครับ?" 

          นึกสงสัยขึ้นมาก็เลยเอ่ยถาม ในขณะที่พาร่างตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้ามินิคูเปอร์คันงาม ที่ตอนนี้ใครบางคนกำลังเดินอ้อมไปเปิดประตูให้กับพี่สาวคนสวย

          "พี่ไม่รู้หรอก ไม่เคยเห็นมันคบใคร รู้แค่..."

          "..."

          "มันน่ะ ไม่ชอบความหวานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานๆ หรือแม้แต่คนหวาน ๆ"  

          พี่บาสพูดเท่านั้นก่อนจะหันไปเอ่ยลาเพื่อนสนิทแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้แค่ผม ที่จมอยู่กับคำพูดพวกนั้นแต่เพียงลำพัง
 
          ทุกสิ่งที่พี่เขาไม่ชอบ .. 

          คือทุกสิ่งที่เป็นผมเลยนี่นา ..
















TBC.
#ไม่ชอบหวาน
-Lafinz-


     

     




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 843 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #437 ์๊N U M B . (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 05:21
    เจ็บจี๊ดดดดดเลย
    #437
    0
  2. #409 0984363270 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 19:46
    พี่บาส!!ต่อยกันมะ
    #409
    0
  3. #399 PJMinn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 02:50
    อ้าวพี่บาส ไหนมีอะไรมาคุยกันหน่อบย
    #399
    0
  4. #387 tukta_zero (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 10:52
    อ้าวบาส แกต้องการอะไรจากลูกชั้น หะ

    (พร้อมบวกแทนลูก555)
    #387
    0
  5. #353 millmess28 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:25
    โถ่วววว เว้นน้องไว้คนน่าพี่ภูมิ
    #353
    0
  6. #334 narananaraa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:25
    น้องงงง
    #334
    0
  7. #315 TTSRLN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 17:25
    เป็นตะเส้าาาา
    #315
    0
  8. #312 。ikz♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 13:47
    เอื้ออ จี๊ดตรงประโยคสุดท้าย

    ทุกสิ่งที่พี่เขาไม่ชอบ คือทุกสิ่งที่เป็นผมหมดเลยนี่นา

    เจ๋บปวดดดด
    #312
    0
  9. #273 Windysep (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 16:21
    แงงงง น้องข้าววว ;-;
    #273
    0
  10. #247 Babymygib (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:08
    สงสารน้องง่า
    #247
    0
  11. #201 cloudy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 16:32
    แงงงง น้องงงง
    #201
    0
  12. #132 pcy921 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 07:13
    พี่ภูมิอาจจะชอบคนเค็มๆเปรี้ยวๆ

    คนไม่อาบน้ำ
    #132
    8
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #132-8 HomTT3(จากตอนที่ 8)
      17 กรกฎาคม 2562 / 15:49
      เห็นเม้นนี้แล้วหลุดก๊ากเลย โอ้ยย555
      #132-8
  13. #121 ratchani1738 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:09
    โอ้เส้า
    #121
    0
  14. #79 SexyYugyeomMi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 06:25
    5555ข้าวตลกอะ
    #79
    0
  15. #70 B2uty+LoveMblEast (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:58
    มหาลัยอีก????
    #70
    0
  16. #47 Naries (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:08
    โถ่วว หนูลูกกก
    #47
    0
  17. #41 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 17:12
    นี่มุกหรือเปลือกหอยอ่ะลูกกกกกก
    #41
    0