ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 6 : ไม่ชอบหวาน : 05 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 870 ครั้ง
    30 ต.ค. 61


ไม่ชอบหวาน
05






          เกือบอาทิตย์นึงแล้วกับชีวิตนักศึกษาของผม พอได้มาสัมผัสกับบัญชีขั้นสูงแบบนี้ ก็เห็นชัดเลยว่าสิ่งที่เคยเรียนผ่านมาดูซอฟต์ลงไปทันที

          อาทิตย์หน้าวิทยาลัยจะทำการรับน้อง ตามประเพณีที่สืบต่อกันมาทุกหย่อมเหย้า ผมไม่ได้เครียดเท่าไรเพราะตอนนี้ ผมมีเพื่อนตัวสูงอยู่ข้าง ๆ แล้ว เขาเหมือนเป็นจอแสดงผลของผมเลยทีเดียว โดยมีผมเป็นซีพียูที่ทำหน้าที่ประมวลผลก่อนจะส่งไปให้เขาอีกที
    
          "อะน้ำ"  

          อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เมื่อผ่านการดูดด่ำกับวิชามารที่อาจารย์พร่ำสอนอย่างหนักหน่วง นี่ก็เป็นเวลาพักสมองพร้อมกับมื้อเที่ยง เขาก็ทำหน้าที่เป็นเลขาคอยซื้อข้าวซื้อน้ำให้ ผมบอกเขาแล้วนะว่าผมทำเองได้ แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าผมดูนุ่มนิ่มเกินไปไม่อยากใช้

          จะอะไรกันนัก?

          "ขอบคุณนะ"  

          ผมกับไนซ์เลือกทานเป็นอาหารตามสั่งธรรมดาอย่างข้าวผัดกระเพราไข่ดาว เน้นที่ได้ทานเร็ว ๆ มากกว่า เพราะเวลาพักไม่ได้ยาวนานนัก

          "จะอยู่ชมรมอะไรดีวะ" 

          พูดถึงชมรม ไม่น่าเชื่อว่าเรียนสายนี้ยังจะต้องมาเจออีก ก็ดีแล้ว ถือว่ามีคาบรีแลกซ์เพิ่มอีกตั้งคาบนึง

          "ยังไม่รู้เลย แต่เราชอบทำขนมนะ"

          "หน้าหวาน นิสัยก็หวานไม่พอ ยังชอบทำแต่อะไรหวาน ๆ อีก จะหวานไปถึงไหนฮะ?"  

          ไนซ์เอื้อมมือมายีหัวผมจนฟูฟ่อง ผมจึงรีบคว้ามือนั่นไว้ก่อนที่ผมจะเสียทรงไปมากกว่านี้ "อะไร เราไม่ได้หวานเหอะ"

          ก็เข้าครัวกับม้ามาตั้งแต่เด็ก ก็เลยชอบทำขนมมาตั้งแต่ตอนนั้น ม้าก็ไม่ได้ห้ามด้วยทั้งที่คนทั่วไปก็เอาแต่บอกว่า ไม่มีลูกชายบ้านไหนถูกสอนให้ทำงานบ้านงานเรือน ทั้งที่มันก็ควรจะต้องเรียนรู้ไว้ ผู้ชายไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานหนัก ๆ อย่างเดียวนี่

          "แล้วไนซ์ล่ะจะเข้าชมรมอะไร?" 

          "ผู้ชายแมน ๆ ก็ต้องอยู่ชมรมแมน ๆ สิวะ "

          "ชมรมอะไร?"

          "ทำขนม" 

          "ฮะ?"  

          ถอนหายใจออกมาเหนื่อย ๆ อีกครั้ง เกริ่นมาซะดีก็คิดว่าเขาจะเลือกชมรมแมน ๆ อย่างที่พูด แต่ไหงกลายเป็นชมรมเดียวกันเสียอย่างนั้น


          เวลาพักเที่ยงสิ้นสุดลงพร้อมกับหนังท้องที่ตึงและหนังตาที่เริ่มหย่อนของผม การเรียนในคาบบ่ายเป็นไปอย่างราบเรียบ เพราะเป็นศุกร์สุดสัปดาห์ และจะมีคาบชมรมต่อ ตารางเรียนจึงไม่ได้อัดวิชาชวนเครียดเข้ามาเท่าไรนัก

          สิ้นเสียงบอกเลิกคลาสของอาจารย์ประจำวิชา เพื่อนๆในห้องต่างแยกย้ายกันไปตามชมรมที่ตนได้เลือกไว้ หลังจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ประกาศชี้แจงว่าชมรมไหนอยู่อาคารไหน ให้กับนักศึกษาได้ทราบ ผมกับไนซ์ก็เริ่มออกตัวเดินมายังตึกคณะคหกรรม ที่เป็นสถานที่ตั้งของชมรมทำขนมที่เราทั้งสองตัดสินใจเลือก

          "สวัสดีค่ะนักศึกษา ชมรมของเราก็ตอบโจทย์วิชาชีพนะคะ มีห้องคหกรรมไว้ให้ทำขนมด้วย ส่วนวันนี้ก็เชิญตามสบายเลย อุปกรณ์กับวัตถุดิบก็มีพอทำเค้กได้ ใครอยากทำสูตรอยู่ด้านนี้นะคะ" 

          สิ้นเสียงของอาจารย์ เราทั้งหมดกรูกันเข้ามาดูข้าวของมากมายที่อยู่ในห้องนี้ มันใหญ่แล้วก็กว้างมาก กว้างกว่าครัวที่บ้านผมเป็นไหน ๆ เลย

          "นี่" เสียงของไนซ์ดังขึ้นที่ข้างหู ผมจึงหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนุ่มนั้น "ทำเค้กเป็นไหม?"

          "จะเหลือเหรอ นี่เชฟต้นข้าว ณ เชียงใหม่เลยนะ " ควงตะหลิวให้ดูด้วย เผื่อไม่เชื่อ

          "โอเค ๆ งั้นวันนี้เราต้องได้กินนะ"  

          ผมยักคิ้วให้เพื่อนตัวสูงไปหนึ่งทีก่อนจะเดินไปหาอุปกรณ์สำหรับทำเค้ก หลังจากที่ไปขวานขวายหาวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัวนี้ทั้งหมด ผมก็ได้ของที่ต้องการมาจนครบ เนื่องจากเค้กเป็นตัวเอกของขนมทุกชนิด พวกวัตถุดิบจึงต้องมีไว้ประดับครัวของหวานทุกครัว

          "เนื่องจากว่าเรามีเวลาไม่มาก วันนี้เอาเป็นชิฟฟ่อนธรรมดาแล้วกันเนาะ" ผมหันกลับไปบอกเพื่อนตัวสูง ที่ตอนนี้กำลังยืนลุ้นอยู่ข้างๆประหนึ่งกำลังแข่งโอลิมปิก

          "เดี๋ยวไนซ์เดินไปเปิดเตาอบให้หน่อยนะ" 

          "โอเคครับ"

          ที่ทำขนมเป็น สาเหตุก็เพราะว่าผมชอบทานของหวานทุกชนิด หม่าม้าก็เลยต้องทำให้กินบ่อย จนกลายเป็นของว่างตบท้ายกับข้าวทุกมื้อ ต้องมีขนมไม่ต่ำกว่าหนึ่งชนิดเสริฟมาพร้อม

          ผมร่อนแป้งเค้กลงในอ่างผสม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบน้ำตาลทรายป่นเพื่อนำมาร่อนเช่นเดียวกัน แต่พอมองเห็นน้ำตาลแล้วก็เผลอนึกถึงผู้ชายตัวสูงคนนึงที่ไม่ยอมเอาขนมหวานเข้าปากเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงไม่ชอบ 

          เพราะอย่างนั้น จากปริมาณน้ำตาลที่ตั้งใจจะใส่ทั้งหมด หนึ่งถ้วย ผมจึงลดให้เหลือแค่หนึ่งส่วนสี่ของถ้วยตวงเท่านั้น เลือกที่จะใช้ความหวานและเปรี้ยวจากน้ำส้มเป็นตัวช่วยชูรสแทน ก่อนจะร่อนแป้งลงในอ่างผสมอีกครั้ง

          "ไนซ์แยกไข่ดาวกับไข่แดงเป็นไหม?"

          "สบายมาก"  ไนซ์พูดก่อนจะเดินไปหยิบไข่และถ้วยขนาดเล็กเพื่อแยกไข่ขาวกับไข่แดงออกจากกันตามที่ผมบอก
     
          เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมมัวแต่สนใจกับเมนูตรงหน้า หันมาสนใจโลกอีกทีก็พบว่า ทั้งเพื่อนทั้งพี่ในชมรมต่างมายืนออกันอยู่ข้าง ๆ เพื่อนหนุ่มที่ยืนให้กำลังผมอยู่ห่าง ๆ

          ไนซ์ชูสองนิ้วมาทางผมเป็นเชิงว่าสู้ ๆ  ผมส่ายหัวเล็กน้อยให้กับท่าทางเด็กน้อยนั้น ก่อนจะเดินไปที่เตาอบเพื่อนำชิฟฟ่อนเข้าตู้อบนั่นคือขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับตั้งเวลาในมือถือเครื่องเล็กให้เดินถอยหลังเป็นเวลาอีกประมาณสี่สิบห้านาที




          ทันทีที่เสียงของมือถือกรีดร้อง เพื่อน ๆ ในห้องต่างกรูกันเข้ามาดูอีกครั้งหลังจากชิฟฟ่อนถาดใหญ่ถูกนำมาวางตรงหน้า คว่ำถาดทรงสี่เหลี่ยมลงกับกระดาษรองเพื่อนำชิฟฟ่อนสีสวยออกมาจากพิมพ์ ก่อนจะตัดแบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยมขนาดพอดีคำ ส่งให้กับทุกคนที่อยู่ในนี้ได้ชิม

          ส่วนที่โอเวอร์แอคติ้งที่สุดก็เห็นจะเป็นคุณเพื่อนของผมเอง ทำหน้าเคลิบเคลิ้มประหนึ่งว่าได้ชิมเค้กฝีมือของเชฟระดับโลก ผมเห็นหน้าตากวน ๆ นั่นก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้ 

          "เวอร์ไปรึเปล่าไนซ์ มันก็แค่ชิฟฟ่อนธรรมดา ทำอย่างกับอร่อยมากงั้นแหละ"

          "ก็มันเป็นชิฟฟ่อนชิ้นแรกที่ผมได้กินจากฝีมือเชฟต้นข้าว ณ เชียงใหม่นี่ครับ ก็ต้องทำให้มันยิ่งใหญ่หน่อย"  

          หัวทุยส่ายไปมาเบา ๆ ให้เพื่อน คาบชมรมหมดไปพร้อมกับการทำชิฟฟ่อนแจกเพื่อน ๆ และชิฟฟ่อนชิ้นเล็กที่ผมแอบแบ่งไว้และตกแต่งด้วยเนื้อส้มสวยงามเป็นพิเศษ 

          ของฝากเจ้าของบ้านหน้านิ่ง...ที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะยอมกินรึเปล่า
   














         หลังจากแยกกับไนซ์ที่ลานจอดรถ ผมออกมานั่งรอพี่ชายตัวสูงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะออกมาแล้วให้มารออยู่ที่เดิม ผ่านไปได้สักพัก เสียงเครื่องยนต์ดูดาติแสนคุ้นหูก็ขับมาจอดตรงหน้า พร้อมกับร่างที่คุ้นเคยเช่นเดียวกัน

          แต่วันนี้ดูแปลกตาไปหน่อย เพราะพี่ภูมิใส่ช็อปสีเลือดหมูเต็มยศ ก็ผมไม่เคยเห็นเขาใส่เลยนี่นา วันนี้ได้เห็นมันเลยให้ความรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย

          "มองอะไร?" 

          "ใครมองกันครับ ไม่มี้" ไม่ได้ตั้งใจจะทำเสียงสูงด้วย จริงจริ๊ง...

          ตอนนั้นเองที่มองไม่เห็นกล่องข้าวของตัวเองห้อยอยู่บนแฮนด์รถเหมือนทุกวัน ทั้ง ๆ ที่มันควรจะอยู่ตรงนั้น "พี่ภูมิ กล่องข้าวผมล่ะครับ?"

          ดูเหมือนเขาเองก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้เหมือนกัน เห็นเจ้าตัวสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบว่า... "ลืมไว้ในรถไอ้บาส"

          ขอบคุณ...

          "รีบขนาดนั้น จะไปรับสาวที่ไหนรึไง" 

          ผมเอ่ยแซวเขา ก่อนใช้สองมือเกาะที่ไหล่กว้างนั่นพร้อมกับส่งตัวเองขึ้นไปนั่งบนบิ๊กไบค์คันสูง

          "ใช่สาวไหมล่ะ นั่งซ้อนท้ายอยู่เนี่ย"  

          "..."  

          พูดอะไรไม่ได้เลย...จะบอกว่าภาระเดียวที่พี่เขามีตอนนี้ก็คือผมว่างั้น ?

          ก็ไม่เถียง...































          ดูคาติสีแดงดำเคลื่อนตัวลงจอดที่หน้าบ้านอันแสนคุ้นเคย ก่อนผมจะปีนลงจากรถและถอดหมวกกันน็อคยื่นให้พี่ชายตัวสูง "วันนี้เดี๋ยวทำมื้อเย็นให้กินเองนะครับ"

          ไม่รอช้า ผมรีบวางกระเป๋าไว้ที่โซฟาก่อนจะวิ่งเข้าครัวทันที นับเป็นการเข้าครัวในรอบที่สองของวัน แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนเล็กน้อยเพราะเป็นการทำของคาว ผมเลือกทำเป็นเมนูง่าย ๆ อย่างไข่เจียวกุ้งสับกับหอยลายผัดฉ่า เพราะพี่ชายเจ้าของบ้านไม่ได้เจริญอาหารเท่าไรนัก ทำไปเยอะ ๆ ทีไรผมก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเองทุกที

          เหตุเพราะอีกคนไม่กินหวาน ผมจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากในการปรุงอาหารแต่ละมื้อ เพราะตัวเองเป็นคนชอบกินหวานเลยมือหนักเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ และยั้งมือกับการเติมน้ำตาลในทุกเมนูมากขึ้น

          ใช้เวลาไม่นานอาหารทั้งสองชามก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะทานข้าว พร้อมกับร่างสูง ๆ ของใครอีกคนที่เดินผมเปียกมาจากชั้นบน

          "เรียนเป็นไงบ้าง"  พี่ชายตัวสูงเอ่ยถามหลังจากผมหย่อนตัวลงนั่งทางฝั่งตรงข้าม

          "ก็เรื่อย ๆ ครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็จะรับน้อง แล้วมหาลัยพี่ภูมิรับน้องแล้วเหรอครับ?"
    
          "รับไปตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมแล้ว"

          "แล้วเขาทำอะไรกันบ้างเหรอ?"

          "ก็เล่นเกมส์เรื่อยเปื่อย"

          "แล้วไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเลยเหรอ เดือนคณะไรงี้?" 

          "เป็นทำไม"

          "อ้าว ก็เห็นคนหล่อ ๆ เขาเป็นกันเยอะ"

          "ก็ให้คนหล่อ ๆ เขาเป็นไป" 

          "จะบอกว่าตัวเองไม่หล่อว่างั้น?"

          ถามแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย อย่างพี่เขานี่นะเรียกไม่หล่อ เรียกว่าพวกคนหล่อแต่ไม่สนใจโลกเถอะ

          "แล้วคิดว่าหล่อไหม" 

          ผมชะงักค้างไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นคนถามแท้ ๆ แต่ไหงกลับกลายมาเป็นคนโดนถามซะเองล่ะเนี่ย

          "ถ้ายอมหล่อน้อยกว่าผม ก็จะยอมบอกว่าหล่อให้ก็ได้"

          เจ้าของบ้านตัวโตชูมือยอมแพ้ ผมก็จะเออออไปว่าเขายอมหล่อน้อยกว่าผมก็แล้วกันนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็จะเป็นคนแรกในรอบสิบแปดเลยนะที่บอกว่าผมหล่อ เพราะที่ผ่านมาเจอแต่คนชมแบบตรงกันข้ามหมดเลย น่ารักบ้างล่ะ หน้าหวานบ้างล่ะ

          ผู้ชายที่ไหนจะชอบให้ชมว่าน่ารักอะถามจริง!


  


























     

          ณ เวลายี่สิบนาฬิกา ภารกิจล้างจานเก็บโต๊ะเสร็จสิ้นไปแล้ว ผมจึงเดินไปเอาชิฟฟ่อนรสส้มที่แอบเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็นตั้งแต่กลับจากวิทลัยมาจัดใส่จาน แล้วเดินไปหาพี่ชายตัวสูงที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ในห้องนั่งเล่น

          แต่ก็แอบเผื่อใจไว้แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมกินผมก็ทำใจได้ แต่อีกใจก็ยังแอบหวังว่าเขาจะกินมันบ้าง อย่างน้อยเห็นแก่ความตั้งใจของเราก็ยังดี

          "พี่ภูมิครับ ผมมีอะไรมาฝาก"

          จานใบเล็กถูกยื่นไปแล้ว ไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ๆ ของคนทำมัน แต่พี่ภูมิกลับเอาแต่นั่งมองจานเค้กตรงหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าเขาจะพูดอะไรเลยชิงพูดดักหน้าไว้ก่อน

          "มันไม่หวานครับ!"

          "..."

          "คือ...อันนี้เป็นชิฟฟ่อนรสส้ม ไม่หวานจริง ๆ ใสน้ำตาลไปแค่หนึ่งส่วนสี่เอง"

          ว่าพร้อมกับมองไปที่จานเค้กของตัวเองตาละห้อย ต่างจากอีกคนที่ไม่แม้แต่จะปรายตามองมันด้วยซ้ำ ใจร้ายได้แม้กระทั่งกับชิฟฟ่อนผู้น่าสงสาร

          "มันหวาน" พี่ชายตัวสูงตรงหน้ายังคงยืนยันคำเดิม

          "ไม่หวานครับ" ผมเองก็ยืนยันคำเดิมเช่นกัน

          เมื่อไหร่เขาจะเลิกคิดว่าขนมต้องหวานทุกชนิด มีตั้งหลายอย่างที่ไม่ต้องหวานก็ได้ รสกาแฟ รสช็อกโกแลตเยอะแยะไป เขาอคติอะ

          "เอาไปกินเถอะ"

          ใครบางคนกำลังยืนหน้างออยู่ตรงนี้ ตอนที่พี่เขาเลื่อนจานใบนั้นกลับมาคืนให้ ความรู้สึกเหมือนอกหัก แบบนั้นเลย

          "ลองกินหน่อยก็ไม่ได้...ก็บอกว่าไม่ชอบหวานก็ลดน้ำตาลให้แล้วนี่ไง"  

          บ่นพึมพำกับตัวเอง ตอนที่กำลังก้มไปเก็บจานใบนั้น หันไปมองเจ้าของบ้านที่กำลังจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยเบ้ปากส่งไปให้เขารู้ว่างอน 

          จำไว้เลยนะ

          ตอนนั้นเองที่กำลังเดินหน้างอกลับเข้าไปในครัว ใครบางคนก็เดินตรงมาทางนี้ก่อนจะแย่งจานใบนั้นไปจากมือผม เร็วเกินกว่าจะได้ตั้งรับอะไรทั้งนั้น คนตรงหน้าก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้นจนผมต้องเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็หนีไปไหนไม่ได้เพราะถอยมาจนชนกับขอบเคาท์เตอร์ครัวไปแล้ว

          "พี่..."

          จานใบนั้นถูกวางลงไป ก่อนที่เขาจะใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวผมเอาไว้ไม่ให้หนี นี่มันบ้าไปแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลั้นหายใจตอนที่ใบหน้าเข้ม ๆ นั่น เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเอื้อมมือไปผลักเขาเอาไว้

          "ก็บอกว่าไม่ชอบ เมื่อไหร่จะเลิกบังคับ"

          เสียงทุ้ม ๆ กับลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่ที่ข้างหู ส่วนผมก็หลับตาปี๋ลงไปแล้ว ใครจะไปกล้ามองหน้าพี่เขากัน

          "จะ...จะไม่บังคับแล้ว"

          ไม้แข็งสู้ไม่ได้ก็ต้องงัดไม้อ่อน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อพบว่าโดนใครบางคนจ้องอยู่ก่อนแล้วก็ต้องหลับตาปี๋ลงไปอีกรอบ

          ยังไม่ปล่อยกันอีก!

          "ทีหลังถ้าบังคับอีก .. จะไม่ทำแค่นี้นะ"

          ได้ยินอย่างนั้นผมก็รีบพยักหน้าหงึกหงักทันที ณ ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว ขอเอาตัวรอดไปจากตรงนี้ก็พอ

          ลมหายใจอุ่น ๆ กับอ้อมแขนนั้นคลายออกไปแล้ว ผมมีโอกาสกลับมาหายใจอีกครั้งหลังที่กลั้นเอาไว้นานนับนาที มองไปเห็นใครอีกคนยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น ผมจึงค่อย ๆ ขยับออกไปให้ห่างจากเขา 

          "เดี๋ยว"

          แต่ก็ไม่พ้น...

          "ไม่ได้ไม่ชอบของหวาน แค่ไม่ชอบน้ำตาล"
          
          "..."

          "เข้าใจไหม?"

          "ขะ...เข้าใจแล้วครับ"

          ทำไมต้องดุกันด้วยเนี่ย

          "แล้วของหวานทุกอย่างควรมีน้ำตาลถูกแล้ว"

          "..."

          "ของหวาน ถ้าไม่มีน้ำตาล แล้วจะเป็นของหวานได้ยังไง

          "..."

          ก็คือไม่ได้ไม่ชอบของหวาน แค่ไม่ชอบน้ำตาล แต่ของหวานทุกอย่างต้องมีน้ำตาล ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาก็ไม่ชอบของหวานอยู่ดี

          สรุปก็คือ ไม่ว่าจะเป็นของหวานหรือน้ำตาล พี่เขาก็ไม่ชอบทั้งนั้น แล้วก็ไม่ต้องการให้เราลดน้ำตาลเพื่อที่จะทำขนมให้เขากินด้วย

          มืดมนแล้วยังเข้าใจยากอีกนะคน ๆ นี้

          แต่เมื่อกี้นี้ทำไมใจเต้นแรงจังนะ...ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลยเรา
     



















TBC.
ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ผ่านมากันด้วยนะคร้าบ
#ไม่ชอบหวาน
-Lafinz-









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 870 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #456 deedee2015 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 08:23
    ไนซ์เพื่อนตัวสูงนี่ ชอบต้นข้าวแน่ๆ เพื่อนไม่จำเป็นต้องชอบเพื่อนมั่งก็ได้นะไนซ์
    #456
    0
  2. #423 miiiina (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:52
    คราวหลังใส่น้ำผึ้งมะ เมเปิ้ลไซรับ หน้าหวาน..
    #423
    0
  3. #408 0984363270 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 19:35
    การินชัดๆ!!
    #408
    0
  4. #398 PJMinn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 02:21
    พี่มีปมกับน้ำตาล อออ
    #398
    0
  5. #388 momomay79 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 20:43
    แฟนเก่าชื่อน้ำตาลอ่อ
    #388
    0
  6. #358 sweetiebrownie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:39
    ทำไมพี่ต้องไม่ชอบน้ำตาลด้วย
    #358
    0
  7. #327 thanporntxd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:53
    เพื่อนหนูคิดเกินเพื่อนปะคะ555
    #327
    0
  8. #271 Windysep (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:51
    ชิมให้น้องหน่อยก็ไม่ได้นะ แถมยังมาทำน้องเขินอีกกก
    #271
    0
  9. #156 FNnp142 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:26
    ชิมจิ๊ดนึงก็ไม่ได้ น้องน้อยใจหมด
    #156
    0
  10. #130 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 06:56
    สงสารน้องง เป็นนี่น้อยใจไปแล้วค่ะอุตส่าทำให้55555
    #130
    0
  11. #120 ratchani1738 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 10:53
    ใ๗จจจจจ๗จจ
    #120
    0
  12. #116 OHMeMEII (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:18
    หนูลูกถ้าหนูเปรยว่า "อุตส่าห์กั๊กเผื่อ ไม่งั้นก็มีคนรับเก็บเรียบอยู่หรอก ก็ดีคราวหน้าจะได้ทำขุนคนอื่น คนแถวนี้ก็ไม่ต้องกินหรอกเนอะ เอ๊ะรึจะโพสท์รับคนชิมของหวานเพิ่มดี อืมมมน่าลองๆ" เชื่อสิ เทน้ำตาลหมดครัวคนแถมนี้รับรองกรูมาเขมือบแทบไม่ทัน
    #116
    0
  13. #77 SexyYugyeomMi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:47
    ตามมาจากคู่จิ้นเด้ออ
    #77
    0
  14. #68 B2uty+LoveMblEast (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:43
    เป็นห่วงเป็นใยกันแล้วว
    #68
    0
  15. #45 Naries (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:59
    ดูแลน้องดีๆนะะ
    #45
    0
  16. #17 ningthanaporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:16
    พี่ประหยัดคำมาเกินไปแล้ว
    #17
    0