ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 4 : ไม่ชอบหวาน : 03 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,121 ครั้ง
    30 ต.ค. 61


ไม่ชอบหวาน
03







          เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นวิทยาลัยก็จะเปิด ถ้าถามว่าเตรียมตัวพร้อมแค่ไหนบอกเลยว่าร้อยเปอร์เซนต์ แต่อย่าถามถึงเรื่องเตรียมใจนะ บอกเลยว่ายังไม่พร้อมสุด ๆ

          จริงอยู่ ว่าการออกมาเผชิญโลกคนเดียวจะทำให้เก่งขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่กลัว อะไรก็ตามที่เป็นสิ่งใหม่ล้วนแต่น่ากลัว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า จะได้เจอกับคนแบบไหน ใจดีหรือใจร้าย หวังดีหรือแค่มาหลอกให้ไว้ใจ

Errrrr

          เสียงกรีดร้องของเครื่องมือสี่เหลี่ยมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้น รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหยิบขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็นเบอร์แปลก ซึ่งถ้าเป็นเบอร์ที่ผมไม่ได้บันทึกไว้โทรมาแบบนี้ก็จะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว นอกจากพลทหารหนุ่มที่ตั้งแต่กลับเข้ากรมไปวันนั้นก็ไม่ติดต่อมาอีกเลยนั่นเอง

          "สวัสดีครับ"  เอ่ยทักทายพี่ชายสุดที่รัก ที่เพิ่งจำเบอร์น้องชายแท้ ๆ ได้

          'ทักทายห่างเหินเชียว'

          "ก็ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครนี่ครับ"

          'อะไรกัน นี่พี่ชายสุดที่รักของข้าวไง'

          "งั้นคุณก็โทรผิดแล้วอะ เพราะเราไม่มีพี่ชายสุดที่รัก แค่นี้นะ"  ปากก็บอกว่าจะวาง แต่กลับเอาหูแนบกับโทรศัพท์อย่างตั้งใจ อยากฟังเหมือนกันว่าพลทหารหนุ่มจะตบมุกกลับมาว่าอะไร

          'แย่จัง ว่าจะมาบอกข่าวดีซะหน่อย'  แต่คำว่าข่าวดีนั้น ถึงกับทำให้คนตรงนี้คิ้วขมวด ก่อนจะเอ่ยถามพี่ชายด้วยความสงสัย

          "ข่าวดีอะไรเหรออาทิตย์"  ผมยันตัวลุกขึ้นนั่ง ราวกับว่าถ้านอนคุยแล้วจะได้ยินเสียงพี่ชายไม่ชัดเจน แล้วจะพลาดช็อตสำคัญไป

          'นึกว่าจะไม่อยากรู้ซะแล้ว'

          ดูความยียวนของคุณทหารเขาเสียก่อน ถ้าไม่ติดว่าอยากรู้เรื่องข่าวดีนั่นก็จะกดวางเดี๋ยวนี้เลย

          "บอกมาเร็ว ๆ " 

          'ครับ ๆ อาทิตย์ได้ยินว่าพี่ดินกำลังจะกลับมาเมืองไทยแล้วนะ' 

         ตอนนั้นที่ผมทำตาโตด้วยความดีใจ แต่จะเผลอให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้ เพราะผมกำลังแกล้งงอนพี่ชายทั้งสองอยู่

          "แล้วไง แค่นี้ใช่ไหม ข้าวจะได้นอน"

          พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่า ผมไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลยนะ ไม่เลยจริงจริ๊ง...

          'ไม่ดีใจเลยเหรอ พี่ดินร้องไห้แล้วมั้งเนี่ย'

          "ร้องเลยยย"

          'งั้นเดี๋ยวอาทิตย์จะวางแล้วนะ แอบเขามาโทรศัพท์'

          "โอเคครับ คิดถึงอาทิตย์นะ"  ปลายสายเอ่ยคิดถึงเช่นกัน ก่อนทั้งคู่จะบอกฝันดี แล้วสัญญาณจากปลายสายก็หายไปในที่สุด

          ตอนนั้นเองที่กำลังเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากชั้นล่างของบ้าน เดาว่าคงไม่ใช่ขโมยที่ไหนหรอก ถ้าจะใช่ก็คงเป็นเจ้าของบ้านตัวโตคนนั้นนั่นแหละ ปัญหาคือพี่ภูมิตื่นมาทำอะไรกลางดึกแบบนี้ต่างหาก

          ตัดสินใจเดินลงมาจากชั้นสอง ตรงมายังพิกัดที่มองเห็นแผ่นหลังกว้างนั้นกำลังขยับไปมาอยู่ตรงนั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าพี่ชายตัวสูงกำลังใช้ผ้าผืนเล็กขัดเช็ดเจ้าบิ๊กไบค์คันงามอย่างบรรจงวิจิตร ประหนึ่งว่ากำลังขอหวยสามตัวแบบเต็ง ๆ


          แต่มันใช่เวลาที่ไหนล่ะ  เช็ดรถตอนเกือบจะห้าทุ่มเนี่ยนะ?

          "พี่ภูมิทำอะไรครับ?" 

          ใครบางคนไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ เพียงแค่หันมามองผมที่ยืนอยู่ด้านหลังครู่ ก่อนจะหันกลับไปสนใจเจ้าดูคาติคันโปรดต่อ แต่สังเกตุดูแล้ว พี่ชายตัวสูงคนนี้ไม่ได้อยู่ในชุดนอน แต่เป็นกางเกงสีดำ พร้อมกับเสื้อยืดสีขาวที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อหนังสีเดียวกับกางเกง ดูเป็นชุดออกเที่ยวมากกว่าชุดใส่อยู่บ้าน

          "พี่ภูมิจะไปไหนเหรอครับ?"

          ก็ยังพยายามที่จะถาม ถึงจะไม่สนใจกันแต่ช่วยตอบกันบ้างไม่ได้รึไง ใจร้ายสุด ๆ

          "ไปวันเกิดเพื่อน" 

          ในที่สุด! เขาตอบผมจริง ๆ แต่ตอบแบบขอไปทีน่ะนะ พร้อมกับแทรกตัวผ่านร่างของผมที่ยืนอยู่หน้าประตู เพื่อเข้าไปหยิบหมวกกันน็อคจากข้างในบ้าน
 
          ได้แต่ยืนมองคนตรงนี้งง ๆ ไม่ได้ติดใจกับการออกไปเที่ยวของพี่เขา เพียงแต่กำลังใช้ความคิดว่าออกไปตอนนี้แล้วจะกลับมาเอาป่านไหน

          "เข้าไปนอนไป"  

          ก็พอจะเข้าใจว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองที่ไม่หลับ แต่ก็ไม่คิดว่าห้าทุ่มจะเป็นเวลาออกเที่ยวของพวกเขา 

          ก็แหง คงจะมีแค่คนเชียงใหม่ที่ไปร้านเหล้าตั้งแต่ห้าโมง

          "แล้วพี่จะกลับเมื่อไหร่เหรอครับ?"

          "ตีสอง"

          "ตีสอง? เอ่อ พี่กำลังจะไปที่ไหนเหรอครับ?"

          "ร้านเหล้า"

          ร้านเหล้า!...ที่ ๆ มีไฟแสงสีแล้วก็มีคน ๆ เยอะ ๆ ใช่ไหม นั่นมันที่ ๆ ผมใฝ่ฝันว่าอยากจะไปมาตลอดเลยนี่นา ลองขอไปด้วยคนได้ไหมนะ

          "คือ ถ้าผมบอกว่าขอไปด้วย..."

          "เด็กเข้าไม่ได้"

          แต่ก็โดนพูดดักเอาไว้แค่ตรงนั้น ผมทำหน้าหงอออกไปรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้กำลังเดินคอตกกลับเข้าไปในบ้าน จบกันแล้ว ก็แค่อยากไปเห็นไฟแสงสีบ้างเท่านั้นเอง

          "เดี๋ยว"

          สองเท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักลงทันที ก่อนจะหันกลับไปมองพี่เจ้าของบ้านตาแป๋ว เห็นพี่เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วก็แอบลุ้นในใจ ..

          "ให้เวลาแต่งตัวสิบนาที"

          ว่าพี่เขาอาจจะเปลี่ยนใจให้ผมไปด้วย!

          "คะ...ครับ!"

          ไม่รอตัดริบบิ้น ผมวิ่งขึ้นไปบนห้องด้วยความเร็วประหนึ่งเขี้ยวกุดบิน จับเสื้อกับกางเกงที่หยิบได้เร็วที่สุดตอนนั้นขึ้นมาสวมลวก ๆ กับหัวใจที่กำลังเต้นรัวตุบตับ ดีใจจะได้ไปเที่ยวแล้ว!

          ผมวิ่งหน้าตั้งกลับลงมาหาคนที่นั่งรออยู่บนบิ๊กไบค์คันนั้น ใครบางคนกำลังยื่นหมวกกันน็อคมาทางนี้ เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหยิบมันมาจากมือของอีกคนทันที ก่อนจะรีบก้าวขาขึ้นบิ้กไบค์คันสูงอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งว่า ถ้าช้ากว่านี้แม่จะทิ้งให้ดูการ์ตูนอยู่ที่บ้าน



























          ดูคาติขนาดเก้าร้อยซีซี กำลังแผดเสียงกึกก้องไปตามท้องถนน ผมเบิกตากว้างกับทุกอย่างข้างทางที่เห็นราวกับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งใหม่ที่โลกค้นพบ เพิ่งเข้าใจคำว่าหลงแสงสีเมืองกรุงก็วันนี้แหละ

          สวยสุด ๆ

          บิ๊กไบค์คันสวยเคลื่อนตัวลงมาจอดหน้าร้านแห่งหนึ่ง ที่ประดับประดาไปด้วยไฟหลากสี ผู้คนชายหญิงมากมายแต่งตัวดูดีเดินกันให้ว่อน หันมามองตัวเองที่หยิบอะไรมาใส่ก็ไม่รู้ เสื้อยืดสีขาวโคร่ง ๆ กับกางเกงขาสั้น เหมือนกำลังจะไปเรียนพิเศษมากกว่ามาร้านเหล้า...

          พี่ชายตัวโตเอารถไปจอด ผมเลยทำได้แค่ยืนจ้องหน้าประตู ไม่รู้แม้แต่ว่าตัวเองควรจะทำอะไรหรือเดินไปตรงไหน หันหลังกลับไปหาพี่ชายตัวสูงอีกครั้งก็พบว่าเขากำลังขมักเขม่นอยู่กับการล็อกล้อมอเตอร์ไซค์คันโปรดยังไม่เสร็จเลย

          "พี่ภูมิ ผมควรทำยังไงบ้างอะครับ"

          คนถูกถามลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อจัดการกับบิ๊กไบค์คันโปรดจนเรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมามองผมที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียด ราวกับว่ากำลังจะเข้าห้องสอบเสียยังไงอย่างนั้น

          "เดินตามมาเงียบ ๆ ก็พอ"

          โอเค ผมจะเดินเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จาด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญ!

          เราเดินเข้ามาข้างในที่เต็มไปด้วยผู้คนแออัด ลัดเลาะไปตามโต๊ะเป็นสิบ ๆ ที่นั่ง เสียงเพลงอึกทึกที่เปิดอยู่ตอนนี้ ทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูน่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด แม้แต่กระถางต้นไม้ที่วางอยู่ตรงมุมซ้ายนั่นก็ยังทำให้ผมตื่นเต้นได้ขนาดนี้

          นิ่งไว้ข้าว อย่าให้คนอื่นรู้ว่าเราเพิ่งเคยมา

          "หืม มึงพกใครมาด้วยวะครับ ไอ้พี่ภูมิ"

          ผมยืนมองผู้คนตรงหน้าด้วยความประหม่า พี่ภูมิเดินนำผมจนเรามาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ ตรงที่มีพี่ชายนั่งอยู่กันอีกสามสี่คน

          "น้องชาย"

          เขาพูดอย่างนั้น ก่อนจะจูงแขนผมให้ไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ เห็นพวกพี่เขามองผมกันเป็นตาเดียวแบบนั้น ก็เลยยกมือขึ้นมาไหว้พี่เขาทีละคน "สวัสดีครับพี่ ๆ ผมชื่อต้นข้าวนะครับ"

          "หวัดดีครับผม  ทำตัวตามสบายนะน้อง เอ้อ พี่ชื่อพีท นั่นไอ้บาส ส่วนนั่นไอ้เจมส์"

          ผงกตามพี่เขาไปหงึกหงัก ให้จำก็คงจะจำไม่ได้ ไว้โอกาสหน้าได้เจอกันบ่อย ๆ ก็คงจะชิน

          บรรยากาศตอนนี้แปลกใหม่ไปหมด แม้แต่น้ำหลากสีที่วางอยู่ตรงนี้ผมก็ไม่รู้จักเลยสักอัน ก็ทำได้แค่นั่งมองนั่นมองนี่ไปเรื่อย ถ้าอาทิตย์กับดินรู้เข้าผมคงโดนบ่นหูชาไปสามวันเจ็ดวันแน่ ๆ

          "วันนี้กูมีข่าวดีมาบอกมึงด้วยครับไอ้พี่ภูมิ" 

          หันไปมองตามพี่คนนึงที่เอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมเบา ๆ ส่วนเจ้าตัวเองก็ยังนั่งนิ่ง จิบน้ำสีเหลืองใสในมือเงียบ ๆ

          "ลลิลโทรมาบอกว่ากำลังจะมาถึง"

          ลลิล...ชื่อผู้หญิงงั้นเหรอ? แฟนรึเปล่านะ

          "เออ พวกกูไม่ปฏิเสธนะเว้ย เธอบอกจะเลี้ยงเหล้าพวกกู ถ้าหากยอมบอกว่าจะมาเลี้ยงวันเกิดกันที่ไหน"

          สมทบด้วยพี่อีกคนนึงที่นั่งอยู่ฝั่งขวามือของผม พวกเขาคุยกันผ่านตรงนี้ ซึ่งมีผมกับพี่ภูมินั่งอยู่ตรงกลาง แต่กลับไม่รู้เลยว่าพวกพี่เขากำลังคุยเรื่องอะไรกันนี่สิ เศร้าใจ

          เลือกที่จะหยิบกับแกล้มบนโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวเล่น ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงดี ไม่รู้แม้แต่จะวางมือไว้ตรงไหน หากจะหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทเกินไปหน่อย 

          โอเค พี่ภูมิสั่งไว้ว่าให้อยู่เงียบ ๆ

          "น้องดื่มอะไรหน่อยไหม อะนี่"  

          พี่ผู้ชายตัวโตหันมาถามผม แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร น้ำสีฟ้าหน้าตาน่ากินก็ถูกเลื่อนมาวางอยู่ตรงหน้า

         "ขอบคุณครับพี่" นั่งจ้องน้ำสีสวยตรงหน้าอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาลิ้มรส สิ่งนี้ไม่ได้มีกลิ่นฉุนหรือรสขมแต่อย่างใด หากแต่กลิ่นหอมน่าชิม รสชาติก็หวานอย่างกับน้ำผลไม้

          "น้องมันไม่หายไปไหนหรอกเว้ย จ้องซะ"

          ละสายตาจากแก้วสีฟ้าในมือตัวเอง มาเป็นพี่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขากำลังจ้องผมอยู่จริง ๆ แต่ทันทีที่ผมหันไปมองเขา เจ้าตัวก็พาสายตาของตัวเองหลบไปทางอื่นทันที

          กำลังด่าผมในใจอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้...

          "แต่ความสงบของมึงอะกำลังจะหายแล้วเพื่อน ดูโน่น"

          เห็นพี่เขาชี้ไปทางนั้นผมก็อยากรู้บ้าง เลยหันไปมองตามนิ้วๆ ยาว ๆ นั่น ตรงนั้นมีพี่สาวคนสวยหนึ่งคนกำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่

          โอ้โห...สวยอย่างกับดาราเลย...

          "สุขสันต์วันเกิดนะคะบาส"

          พี่สาวคนสวยมอบดอกไม้ให้พี่ชายคนนั้น พร้อมกับกล่องของขวัญกล่องใหญ่ แต่ที่ทำให้ผมตกใจไปกว่านั้น

          "คิดถึงภูมิจังเลยค่ะ"

          เธอเดินมาตรงนี้ หย่อนตัวลงนั่งบนตักพี่ชายเจ้าของบ้าน ใช้สองมือโอบรอบคอแกร่งนั่นไว้ แล้วโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากไว้ที่ข้างแก้มของอีกคน!

          ไม่รู้ว่าผมทำหน้าตายังไงออกไปบ้าง แต่หลังจากนั้นผมก็ชักสายตาของตัวเองกลับมาทันที แสร้งยกน้ำแก้วเดิมขึ้นมาจิบแก้เก้อ ทั้งที่ในใจก็ยังมีคำถามอยู่เต็มไปหมด

          นี่คือการทักทายกันของหนุ่มสาวกรุงเทพ?

          ภายในโต๊ะกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่มีสาวสวยเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่ง หันไปมองคนข้าง ๆ พี่สาวคนนั้นกลับลงไปนั่งปกติแล้ว แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ใกล้กับพี่ภูมิอยู่ดี 

          ดูสนิทกันจังเลยแฮะ...

          แล้วบอกไม่มีแฟน โธ่เอ๊ย !

















          เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงหลังจากที่ก้าวเข้ามาในร้านเหล้าแห่งนี้ ผมโดนเหล่าบรรดาเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวสูงยื่นน้ำอะไรก็ไม่รู้มาให้ดื่ม แล้วผมก็บ้าจี้ดื่มด้วยไง ตอนนี้ก็เลยรู้สึกหนัก ๆ ที่หัว แถมยังปวดหนึบตรงน้องชายที่กำลังส่งสัญญาณว่าข้าศึกมาเทียบท่าป้อมปราการด่านแรกแล้ว

          หันไปหามองพี่ชายตัวโตที่เคยนั่งอยู่ข้าง ๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่ตอนไหน เลยตัดสินใจว่าไปหาห้องน้ำด้วยตัวเอง

          "พี่ครับ ห้องน้ำไปทางไหนอะครับ" 

          รวบรวมสติที่มีทั้งหมดเอ่ยถามหนึ่งในบรรดาพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ซึ่งก็คงไม่มีสติพอที่จะนึกชื่อใครได้แล้วเพราะตอนนี้ในหัวมันหนักไปหมด

          "อยู่ทางนู้นน่ะ ให้พี่พาไปไหม"

          "ไม่เป็นไรครับผมไปได้ ขอบคุณครับ" 

          พูดจบก็ลุกขึ้นยืนทันทีก่อนจะสะบัดหัวเบาๆเพื่อปรับโฟกัสสายตา สองเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า เป็นการเดินที่ลำบากสุด ๆ เลย รู้สึกร้อนแล้วก็แน่นที่หน้าอกเหมือนจะหายใจไม่ออก

          ว่าแต่ พี่เขาบอกว่าทางนู้น แล้วทางนู้นไหนอะ

          ผมลืมได้ไงเนี่ยยย


























          ไม่ไหวแล้ว ห้องน้ำอยู่ไหนก็ไม่รู้ ยิ่งเดินก็เหมือนห้องน้ำวิ่งหนีออกไป ห้องน้ำนิสัยไม่ดี! ปล่อยมันตรงนี้เลยแล้วกันนะ

          สองมือเตรียมจะรูดซิบกางเกงขาสั้นลงมาแล้ว โลกก็เอนไปเอนมาสุดๆ อยู่นิ่ง ๆ สิโลก!

          "ฮึ?"

          ยังไม่ทันจะปลดกางเกงได้สำเร็จ สองมือก็โดนใครก็ไม่รู้คว้าเอาไว้จากข้างหลัง

          "นั่นครายอ่า ปล่อยยย คนจาฉี่"

          พยายามดิ้นให้หลุดจากคนตรงนี้ แต่ด้วยอาการมึนงง เรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้

          "ตรงนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ห้องน้ำ"

          แต่เสียงที่เอ่ยอยู่ข้างหูก็ทำให้ผมชะงักลงไปอีกครั้ง เสียงคุ้นจัง "พี่ภูมิเหรอ?"

          "อืม"

          ใช่เขาจริง ๆ ด้วย! แต่ตอนนี้ข้าวปวดฉี่ มันจะราดอยู่แล้ว "ก็หาห้องน้ำม่ายเจออ  เดินมานานแล้วไปไม่ถึงสักที"  

          ตอนนั้นเองที่รู้สึกว่ากำลังถูกหิ้วปีกไปที่ไหนสักที่ โลกมันเอียงมาก ๆ อยากนอนลงตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

          "เข้าห้องน้ำ เดี๋ยวจะพากลับบ้าน"

          สองมือลูบคลำผ่านประตูเย็น ๆ แล้วก็พบกับโถส้วมด้วย เจอห้องน้ำสักที!

          จัดการกับตัวเองจนรู้สึกโล่งแล้วก็โดนหิ้วปีกไปต่อ จริง ๆ มันพอเดินได้นะ แค่โลกมันเอียงเอง

          "กูพาน้องกลับก่อนนะ"

          ได้ยินเสียงที่ข้างหู ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับเหล่าพี่ ๆ ทั้งหลายแหล่ เลยฉีกยิ้มไปให้พี่ ๆ เขาพร้อมกับโบกมือบ๊ายบาย

          "เออ ๆ ยิ้มหวานขนาดนั้นกูว่าไม่กรึ่มอะ เมาชัวร์"

          "ไอ้บาสเลย มอมน้อง"

          "มึงก็ดูหน้ามันดิวะ น่าแกล้งฉิบหาย"

          อะไร...ใครน่าแกล้ง ขอแกล้งด้วยคนได้ม้าย

          "กูไปก่อน สุขสันต์วันเกิดนะ"

          รู้สึกเหมือนว่ากำลังได้ขี่หลังใครอยู่เลยตอนนี้ แต่เมื่อกี้เหมือนได้ยินคำว่าสุขสันต์วันเกิดด้วย ขอสุขสันต์ด้วยคนน

          "สุขสานวานเกิดน้าาาา"




















          อยากอ้วก...คำเดียวเลยตอนนี้ในหัว รู้สึกว่าตัวเองนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์มานานหลายนาที ตอนนี้ก็กำลังถูกหามขึ้นบ้าน ผมมีสติดีทุกอย่างแค่บังคับตัวเองให้เดินตรงๆ ไม่ได้เท่านั้นเอง

          อากาศเย็น ๆ กับห้องนอนที่คุ้นเคย ภาพเตียงนอนกว้าง ๆ ของผมวางอยู่ตรงนั้น ก่อนที่แผ่นหลังจะสัมผัสถึงมันในเวลาต่อมา

          จะได้นอนสักที...

          แต่ก็ต้องมาสะดุ้งอีกครั้งเพราะว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเสื้อผ้าแและรองเท้าของตัวเอง
          
          "ฮื้ออ อย่ากวน จะนอนน"

          สองเท้าปัดป่ายไปมาไล่บางสิ่งออกไปจากขาตัวเอง แต่ก็โดนจับพลิกตัวให้เงยหน้าขึ้นมา

          "ตื่นก่อน ไปอาบน้ำ"

          พยายามปรือสายตาขึ้นไปมองคนที่อยู่ตรงหน้า สายตาที่ยังปรับโฟกัสไม่ค่อยดีนัก แต่ก็พอจะรู้ได้ว่าตอนนี้ คนที่ยุ่มย่ามอยู่กับเสื้อผ้าและรองเท้าของผมก็คือเจ้าของบ้านหลังนี้นี่เอง

          "ไม่เอา ไม่อาบแล้ว จานอนน"

          ไม่สนใจความสกปรกอะไรแล้วตอนนี้ หัวมันหนักเกินกว่าจะทำอะไรด้วยซ้ำ 
      
          "ไม่ตื่นลากนะ"

          ได้ยินเสียงนั้นแว่วอยู่ข้างหู แต่ก็ไม่ได้สนใจ ยังคงปิดเปลือกตาเอาไว้อย่างนั้น พลังงานมันหมดไปแล้วอย่าบังคับกันเลย

          แต่แล้วก็ต้องลืมตาหนัก ๆ นั่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อขาทั้งสองข้างกำลังจะถูกลากลงจากเตียง พยายามควานหาที่ยึดเกาะแต่นอกจากผ้าห่มแล้วก็ไม่เจออะไรอีกเลย

          "พี่ภูมิ ทำอะไรเนี่ยยยย"

          ผมถูกลากมาตามแนวยาวของเตียงจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไปหมด ร่างที่เคยนอนอยู่บนที่นอนนุ่ม ๆ ตอนนี้กำลังนั่งแหมะอยู่บนพื้นเย็น ๆ พร้อมผ้าห่มสีขาวที่ผมลากมันลงมาด้วย

          เงยหน้าขึ้นไปเห็นใครบางคนกำลังหัวเราะขำ ผมจึงส่งสายตาอาฆาตไปให้เขา ก่อนจะพุ่งไปล็อกคออีกคนไว้หวังจะทำให้เขาลงมากองอยู่ที่พื้นเหมือนตัวเอง

          !!!

           ผลก็คือ เราล้มลงทั้งคู่ เพราะพี่เขาที่ไม่ทันตั้งได้หลักและผมเองที่โลกเอียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เลยอยู่ในท่าที่ผมกำลังโอบรอบคอเขาอยู่ แต่พอมองเห็นใบหน้าที่อยู่ใกล้ ๆ กำลังขมวดคิ้วยุ่ง ผมก็หลุดขำออกมาซะอย่างนั้น
 
          "หัวเราะอะไร"   

          "ก็พี่ไง ตอนโดนพี่คนนั้นโอบอยู่อะ ทำหน้าแบบนี้เลย"

          ว่าพลางลากนิ้วชี้ของตนไปจรดอยู่ที่หัวคิ้วของพี่ชายตัวสูง ที่ตอนนี้ผูกกันเป็นปมอย่างเห็นได้ชัด

          "ไหนบอกไม่มีแฟนไงครับ"  

          หอมแก้มกันขนาดนั้น แถมยังมีเพื่อนร่วมเป็นพยานทั้งโต๊ะอีก ถ้าบอกว่าไม่ใช่แฟนก็โกหกแล้ว

          "ไม่ใช่แฟน"

          นั่นไง

          "ไม่ใช่แฟนแล้วทำแบบนั้นได้เหรอ"

          โกหกชัด ๆ 

          "ก็มีบางคนกำลังทำอยู่นะ"  

          "..."  

          โดนย้อนกลับมาแบบนั้น หันไปมองแขนของตัวเองแล้วก็พบว่ากำลังทำแบบที่พี่เขาว่าอยู่จริง ก็รีบชักมือตัวเองกลับมาทันที ก่อนจะทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

          อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น...สงสัยเหล้าออกฤทธิ์อีกแล้วแฮะ

          พี่ชายเจ้าของบ้านลุกออกไปแล้ว ผมเลยพาร่างโงนเงนของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ โดยมีพี่เขาเดินตามมาติด ๆ 

          "พี่ไปนอนเถอะ ผมโอเค"

          พูดเท่านั้นก่อนจะปิดประตูลงกลอนเสร็จสรรพ ตอนนั้นเองที่มีอะไรบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่คอ พร้อมกับอาการหายใจไม่สะดวก เหมือนมีอะไรมานอนทับอยู่ตรงกระดูกเชิงกราน

        นอกจากสติจะไม่สมประกอบแล้วร่างกายยังย่ำแย่อีก สัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่พลาดดื่มหนัก ๆ แบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน

        จะไม่ดื่มของพวกนี้เข้าไปอีกเด็ดขาดเลย :(
          










   TBC.
#ไม่ชอบหวาน
-Lafinz-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.121K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #464 BBB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 15:57

    จริงงงง คนเชียงใหม่ไปร้านเหล้าเช้าจริง วันนั้นไปจองโต๊ะตั้งแต่สี่โมง555555

    #464
    0
  2. #461 Sssaiparnnn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 09:51
    แต้ คนเชียงใหม่ออกร้านเหล้าเช้าเว่อร์ ทุ่มคือเริ่มได้ที่ละ5555555555
    #461
    0
  3. #436 halfmoonx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 00:22
    เมาเลยน้องเอ๊ยยย ดีที่พี่ภูมิคอยช่วย
    #436
    0
  4. #397 PJMinn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 01:51
    -ต้าวข้าววววววววววววว เมาปริ๊นเลยยย
    #397
    0
  5. #269 Windysep (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:33
    น้องข้าวโดนมอมเหล้าซะแล้วว
    #269
    0
  6. #255 ฮันนี่พี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:09
    น่าร้ากกก แง้
    #255
    0
  7. #128 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 06:38
    แหมมมเนื้อหอมนะคะพี่ภูมิ
    #128
    0
  8. #66 B2uty+LoveMblEast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:28
    พระเอกใจอ่อนจริงๆ แต่ไม่ชอบอะไรจะได้แบบนั้นน้าา
    #66
    0
  9. #25 aster (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:37
    อย่าบอกนะว่าไปคบกับลลินเพราะใจอ่อน!!!
    #25
    0
  10. #5 plaatitaya99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 03:11
    น่ารักกก ชอบมากเลยค่าา
    #5
    0