ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 26 : ไม่ชอบหวาน : END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 933 ครั้ง
    11 ก.ค. 62



ไม่ชอบหวาน

ตอนจบ

 






12:45

                มันเป็นเวลาที่มื้อเที่ยงได้จบลง เช้าแรกในเชียงใหม่วันนี้ฟ้าแจ่มใส ผมเข้ามาช่วยม้าทำความสะอาดเหมือนที่เคยทำเป็นปกติตอนอยู่ที่บ้าน แต่วันนี้มันไม่ปกติเพราะสิ่งที่อยู่ในใจของผม สิ่งที่อยู่ในใจที่คิดเอาไว้จะบอกกับพวกเขาให้ได้รู้วันนี้


                ป๊าครับ ม้าครับ แค่นเสียงออกมาหนักแน่นตอนที่กำลังส่งจานใบสุดท้ายขึ้นจากซิงค์ เป็นม้าที่หันมาก่อนตามมาด้วยนายพลใหญ่ที่นั่งดูทีวีอยู่ใกล้ ๆ


                ข้าวมีอะไรลูก อยากได้อะไรรึเปล่า?”

                “ไม่ครับ ข้าวแค่มีบางอย่างอยากจะบอกป๊ากับม้า

                “…”


                คนพูดคำนั้นกัดปากตัวเองแน่น  เป็นความจริงที่ผมตั้งใจจะบอกพวกท่านแต่พอถึงเวลาจริง ๆ กลับรู้สึกประหม่า มันคือความกลัวแหละ อือกลัวว่าป๊ากับม้าจะผิดหวัง จะเสียใจ จะอะไร ๆ อีกเป็นร้อยข้อที่ผมคิดเอาไว้ในหัว


                รวมถึงกลัวว่าพวกเขาจะเลิกรัก


                “มีอะไร ไหนเล่าให้ม้าฟังซิ มือนิ่มที่เริ่มจะสากไปตามกาลเวลาเอื้อมมาลูบเบา ๆ ที่หัวของผม มันเป็นตอนนั้นที่รู้สึกว่าน้ำตามันกำลังรื้น นี่สินะที่เขาบอกว่าอย่าตบไหล่คนกำลังร้องไห้ เพราะมันจะทำให้เขาร้องออกมาไวกว่าเดิมหนึ่งเท่าตัวเลย


                ผมเลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นเพื่อปลุกตัวเอง ยังไงวันนี้ก็ต้องบอกให้รู้ ต้องสู้สินี่พ่อกับแม่ของเรานะ


                คือข้าวกับพี่ภูมิ…”

                “…”

                เราเป็นแฟนกันครับ


                มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคำนั้นที่ผมห่วง ป๊ากับม้านิ่งไปจนแอบใจเสีย ไม่มีคำตอบรับใด ๆ ไม่มีคำพูดจา ผมไม่รู้ว่าทำอะไรออกไปบ้างแต่ตอนนี้กำลังกลั้นหายใจสุดขีดเลย


                พูดอะไรบ้างสิ

                ตีข้าวก็ได้


                “เสียใจไหมครับ ข้าวขอโทษนะ ไม่อยู่อีกแล้ว น้ำตาที่กลั้นเอาไว้มันเก็บไม่อยู่อีกแล้ว รู้ว่าจะเสียใจแหละ รู้ว่าจะผิดหวัง แต่ยังไงก็ตามมันคือข้าวในตอนนี้

                “…”

                ฮึกข้าวในตอนนี้ที่เป็นแบบนี้

                “…”

                “เอาแต่คิดมาตลอดทางเลยว่าจะบอกยังไง มันเครียดนะแต่ข้าวก็เลือกมันเอง ขอแค่ขอแค่ไม่เกลียดข้าวได้ไหมครับ อย่ารังเกียจกันได้ไหมครับม้า


                ภาพของเคาน์เตอร์ครัวจางหายไปแล้ว ตอนนี้มันคือภาพของฝ่ามือสองข้างที่พร่ามัวเพราะน้ำตาที่ไหล ผมก้มลงร้องไห้กับฝ่ามือของตัวเอง ปล่อยตัวให้โยนไปตามแรงสะอื้น ปล่อยทุกสิ่งให้ออกมาจากข้างในที่กำลังรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ


                ข้าว


                จนเสียงของบางคนดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


                “เงยหน้าขึ้นมามองแม่สิลูก สองมือที่กำลังโอบอุ้มใบหน้าของผมเอาไว้ มันเป็นเหมือนประตูที่เปิดให้เห็นหนทางสว่าง แม่ไม่เคยเสียใจเลย ไม่เคยผิดหวัง ข้าวไม่ได้ทำอะไรผิดนะลูก


                “…”


                “ข้าวมีสิทธ์ที่จะมีความรัก หมายถึงกับใครก็ได้ใครก็ได้ที่ข้าวอยากจะรักโดยที่ไม่มีคำว่าผิดอยู่แล้วรู้ไหม


                แล้วมันก็เป็นคำนั้น คำนั้นที่ม้าพูดพร้อมกับยกหัวแม่มือขึ้นมาซับน้ำตาผมเบา ๆ ทุกสิ่งที่แบกเอาไว้ก็ได้พังสลายหายไปหมด


                ม้า…”


                “เฮ้อ ไม่เอาไม่ร้องแล้ว เครียดมาคนเดียวนานหรือยังเนี่ย ทำไมไม่รีบบอกม้าฮึ?” เป็นม้าอีกนั่นแหละที่ดึงผมเข้าไปกอด เป็นเหมือนที่ยัยพิณเพื่อนม้ามันบอกเลย มันบอกว่ามีลูกตอนแก่น่ะต้องทันสมัย กว่าลูกจะโตน่ะไอ้เราก็แก่แล้ว อย่าไปทำตัวเป็นป้า ๆ หัวโบราณที่ขวางโลก


                น้ำเสียงแหบพร่าพร่ำเอ่ยออกมาในขณะที่สองมือก็ยังลูบหลังผม


                ถ้าม้าไม่อยากเป็นแม่แบบนั้นก็แค่ต้องเข้าใจ ไม่ต้องไปตามให้ทันหรอกไอ้ยุคโอทีไอทีอะไรนั่น แค่อยู่ตรงนี้รอเข้าใจทุกอย่างแค่นั้นก็พอ


                มันเป็นผมเองที่สวมกอดแม่แน่นขึ้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ป๊าเองก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง ใช้มือข้างขวาตบที่ไหล่เบา ๆ เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่ม้าที่อยู่ตรงนี้ แต่มีพวกเขาทั้งคู่ทั้งคู่เลยที่พร้อมจะเข้าใจกัน


                จะว่าไปแล้ว ม้าว่าม้าควรดีใจมากกว่านะ หนูภูมิเป็นคนดีขนาดนั้น ม้าว่าดีซะอีกที่มีคนดี ๆ เข้ามาช่วยดูแลลูกม้า


                ทันทีที่ชื่อของใครบางคนหลุดออกมาจากปากของม้า มันทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาเดี๋ยวนั้นเลยเพราะว่ามันจริงอย่างที่ม้าพูดทุกอย่าง


                พี่ภูมิเป็นคนดีจริง ๆ ถึงเขาจะดุไปบ้าง พูดน้อยไปบ้าง เข้าใจยากไปบ้าง แต่พื้นเพข้างในก็เป็นผู้ชายที่เชื่อใจและไว้ใจได้คนนึงเลยทีเดียว


                ดีนะเนี่ยที่ผมเจอก่อน หลุดมือไปเป็นของคนอื่นคงจะอิจฉาเขาแย่เลย


                “แต่ว่านะ มีอีกคนนึงที่ข้าวน่าจะเป็นห่วงมากกว่าป๊ากับม้า


                คำพูดของคุณนายเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมันก็ทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้วยุ่ง ใครเหรอครับม้า?”


                เธอยังคงเอาแต่ยิ้ม เป็นผมที่กำลังคิดว่าตัวเองลืมอะไรไปรึเปล่านะ แต่แล้วทุกอย่างก็ได้กระจ่างแจ้งเมื่อภาพของผู้ชายคนนึงลอยขึ้นมา ผู้ชายที่หน้าไม่ดุแต่พอดุทีก็เล่นเอาทุกคนต้องกลัวหัวหด


                พี่ดินของลูกไงคะ

 

















 

                หนึ่งทุ่มสี่สิบห้า มันไม่ใช่เวลาที่คนกรุงเทพฯ จะหลับตานอนแต่เชียงใหม่น่ะเงียบสนิท ผมพาบางคนที่ไม่ใช่คนที่นี่มาสูดอากาศอยู่ในสวนหลังบ้าน เวลานี้ไม่ร้อนและที่สำคัญดาวชัดกว่าในกรุงเทพฯ เยอะเลย


                ทำไมไม่รอบอกพร้อมกัน ไหนตกลงกันแล้วไง เขาเริ่มจะดุผมอีกแล้ว เรื่องก็มาจากที่ผมดื้อชิงบอกป๊ากับม้าก่อนเขานั่นแหละ ทั้งที่เขากำชับแท้ ๆ ว่าจะเป็นคนบอกเอง แต่จะทำยังไงได้ล่ะ นั่นป๊ากับม้าผม ผมคุยเองก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือไง


                ง่ะ เลิกดุกันสักทีสิครับ สำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย ไม่สงสารต้นข้าวตาดำ ๆ หยอออ ว่าพร้อมกับทำหน้าอ้อน ๆ ใส่เขา


                ไม้นี้ใช้ไม่ได้ผลครับ


                “…” แล้วก็รีบตีหน้านิ่งทันทีเมื่อเขาพูดแบบนั้น


                ผมเบะปากใส่คนแก่ที่ชอบดุหนึ่งทีก่อนจะหันหลังให้ ทำไมยังไม่เลิกงอนก็ไม่รู้ ป๊าม้าก็อนุญาตแล้วไง เนี่ย พอบอกว่าผมเป็นคนชอบพี่ภูมิก่อนม้าก็ชมใหญ่เลย บอกว่านี่แหละลูกม้าตัวจริงไม่อิงเชื้อป๊าด้วย!


                “เอ๊ะ…”


                มันเป็นตอนที่ผมกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ที่พี่ภูมิเข้ามาสวมกอด เขากอดผมจากข้างหลัง วางคางไว้บนไหล่แล้วปล่อยลมหายใจให้รินรดข้างหูกันแบบที่ทำตลอด


                เด็กดื้อ ก็ต้องลงโทษ


                หลังจากจบคำนั้น ปลายจมูกโด่งก็ฝังลงมาที่หลังคอจนรู้สึกร้อนวูบวาบ ไรหนวดจาง ๆ ที่ยังไม่ได้โกนสัมผัสไปมาพาให้ขนลุก ไหนจะมือซน ๆ ที่กำลังล้วงเข้ามาในกางเกงนั่นอีก


                พี่ภูมิ!” ผมหันไปเอ็ดเขา ใช้มือหนึ่งข้างจับมือซน ๆ นั่นไว้ก่อนที่เขาจะล้วงมันลงไปได้ ถึงมันจะมืดแล้วและอยู่ในสวนแต่ก็ไม่ควรนะครับ เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี


                ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจะห้ามเขาได้ไหม ฮึ่ยย ถ้ารู้ว่าจะซนขนาดนี้ไม่พาลงมาหรอก จับขังไว้บนห้องนั่นแหละดีแล้ว!


                “ถ้าเราไม่เสียงดังก็จะไม่มีใครได้ยินครับ


                นั่นไงว่าแล้ว!


                “อ๊ะ!”


                เขาไม่ฟังจริง ๆ ด้วย ซ้ำยังจับผมให้หันหน้ากลับมาหาเขา ก่อนจะโน้มตัวลงมาทาบทับริมฝีปากไว้ที่ซอกคออย่างเอาแต่ใจ แล้วมันก็ต้องเป็นหน้าที่ผมสินะที่ต้องเก็บเสียงของตัวเองไว้ให้เงียบที่สุดน่ะ


                อื้ออึก


                พยายามกลั้นน้ำเสียงเอาไว้ให้เล็ดลอดออกมาน้อยที่สุด ตอนที่เขากำลังจูบอย่างเอาแต่ใจอีกนั่นแหละ ซึ่งมันก็ยากเหลือเกิน ตอนที่มืออุ่น ๆ นั่นลากขึ้นลงผ่านจุดต้องห้ามในร่างกายที่มันไวต่อความรู้สึก แค่การจะควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติก็ยังยากเลย


                พะพี่ภูมิ หยุดเถอะนะผมขอ


                ตั้งใจจะขอร้องเขาดี ๆ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยอมทำตาม เขายอมหยุดยืนนิ่ง ๆ ปล่อยมือที่กอดกันอยู่ก่อนหน้าให้เป็นอิสระ แต่ก็ไม่วายมีข้อต่อรองขึ้นไปต่อที่ห้องนะ


                ไม่ครับ!”


                แสนจะร้าย!


                ผมหันหลังเดินหนีเขาฟึดฟัด พี่ภูมิกับเรื่องแบบนี้น่ะไว้ใจไม่ได้เลย เผลอแป๊บเดียวไม่รู้เขาเข้ามาใกล้ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างกายที่เคยเชื่องช้าเป็นตาแก่งุ่นง่านมันก็พลันชำนาญเกินเรื่อง


                เจ้าคิงคองหินของอาทิตย์น่ะกลายเป็นมือไวอย่างเสือเลย


                ในขณะที่จิ้งหรีดกำลังเรไรระงม ผมเดินออกมาจากสวนพร้อมกับผู้ชายคนนึงที่เดินอยู่ข้าง ๆ แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องกลายเป็นชะงัก ขาทั้งสองข้างของผมหยุดลงรวมถึงเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินรอบ เมื่อมีผู้ชายอีกคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้ ยืนอยู่ตรงหน้าและมองมาด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกผมทิ้งเป็นชิ้น ๆ ทั้งตัว

                ดิน…”

 





















 

                สิบกว่าปีแล้วที่ผมไม่ได้รับสายตาแบบนี้จากพี่ชายที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าเขาเป็นคนที่รักผมมากที่สุด ดินกำลังนั่งจ้องกัน อยู่ภายในห้องนอนของผมที่มีพี่ภูมิอยู่ด้วย


                เงียบกันทำไมครับ


                มันเป็นคำแรกที่เขาพูดขึ้นมา ผมได้ยินมันแล้ว ได้ยินชัดเจนเลยแต่ก็ยังเอาแต่กัดปากตัวเองไว้แน่น ทำไมบอกดินมันกลายเป็นหนักใจกว่าบอกป๊ากับม้าล่ะเนี่ย แล้วเขาดันมาเห็นเรื่องน่าอายแบบนั้นอีกต่างหากด้วย


                ผมอยากระเบิดตัวตายตรงนี้แล้วนะ


                ผมขอโทษครับ


                คำนั้นเป็นของพี่ภูมิที่เอ่ยขึ้นมา ผมหันไปมองเขา เขาที่นั่งประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน สายตาก็จ้องไปที่พี่ชายผมอย่างจริงจัง


                ขอโทษเรื่องอะไร


                แต่ทำไมวันนี้คุณกัปตันน่ากลัวจัง ข้าวกลัวแล้วนะ


                ทุกเรื่องที่พี่โกรธ


                รู้ได้ไงว่าโกรธ


                “…”


                บทสนทนาเงียบลงไปเพราะผู้ชายทั้งสองเอาแต่ส่งสายตาคุยกัน บรรยากาศมันกลายเป็นมาคุขึ้นมาแล้ว ผู้ชายที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่สองคนกำลังเล่นอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ แต่ไม่ดีเลยสักนิด


                พอแล้วครับดิน ข้าวผิดเอง ผมตัดสินใจพูดขึ้น ข้าวไม่ได้บอกดิน ข้าว…”


                “เมื่อไหร่ครับ


                ครับ?”


                “ที่ข้าวตั้งใจจะบอกดิน


                ผมเงียบอีกครั้ง ก้มหน้าลงไปวางสายตาไว้ที่ปลายเท้าของตัวเองบนพื้นกระเบื้องสีน้ำตาลอ่อนข้างล่าง พรุ่งนี้ครับ ข้าวตั้งใจจะบอกพรุ่งนี้


                กะให้รู้เป็นคนสุดท้ายใช่ไหม


                “…”


                จุกอีกแล้ว ทำไมแต่ละคำที่พี่ชายพ่นออกมามันแทงใจดำได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ เข้าจัง ๆ ทุกช็อตเลย


                ดินไม่มีปัญหาเรื่องอื่น ยกเว้นก็แต่ที่ข้าวทำเหมือนดินไม่สำคัญ


                ดินนน ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมเข้าไปเกาะแขนพี่ชาย


                ใช่สิครับ ก็ข้าวกำลังทำอย่างนั้นอยู่


                ผมได้แต่ส่ายหัวพัลวันส่งไป กัดปากตัวเองแน่นเพราะดินไม่เปิดโอกาสให้ได้พูดเลย เขากลายเป็นคนแก่ขี้งอนอีกแล้วอะ


                ข้าวขอโทษครับ แต่ว่านะ ป๊ากับม้าอนุญาตแล้ว อาทิตย์ด้วยคน ดินจะมาห้ามข้าวไม่ให้มีแฟนไม่ได้ด้วย


                ข้าว!”


                ผมยู่ปากใส่พี่ชายที่เพิ่งขึ้นเสียงใส่ตัวเอง ดินตวัดสายตาไปมองพี่ภูมิที่กำลังยกยิ้มขำ ๆ รายนั้นเมื่อเห็นว่าโดนมองอยู่ก็รีบหุบยิ้มทันที แต่ก็ยังไม่วายหันมายกนิ้วโป้งให้ผมอย่างถูกใจ


                ดินยังไม่ได้เคลียร์นะ เรื่องที่…” ดินถอนหายใจยาวเหยียด ที่จูบกันในสวน


                เขาหลับตาลงราวกับกำลังข่มอามรณ์ของตัวเอง ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาแล้ว ใครใช้ให้เขาพูดตรงขนาดนั้นกันล่ะเนี่ย


                ภูมิ พี่รู้ว่านายเป็นคนที่ใช้ได้คนนึง


                ดินหันไปพูดคำนั้นกับพี่ภูมิ แหงล่ะ เขาพูดบ่อย ๆ เลยว่าพี่ภูมิน่ะใจดี ยอมให้ไปอาศัยที่บ้านด้วยโดยไม่คิดเงินสักบาท ไหนจะไปรับไปส่งอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งหมดนี้ผมเล่าให้ดินฟังอยู่ตลอด ก็เลยไม่แปลกใจหรอกที่ดินจะเป็นปลื้มน้องชายคนนี้อยู่ไม่น้อย


                แต่มีอย่างนึงที่อยากขอได้ไหม


                เขาพูดอย่างนั้น แล้วทันทีที่พี่ภูมิพยักหน้ารับ ร่างของผมก็โดนพี่ชายคว้าเข้าไปกอด เขาใช้มือทั้งสองข้างปิดหูผม โดยที่คนตรงนี้ก็ยังคงดิ้นขลุกขลิก ดินทำอะไร ปล่อยข้าวนะครับ!”


                “เงียบก่อน ดินจะคุยกับพี่ภูมิ เราห้ามแอบฟัง


                จะบ้าหรือไง แค่เอามือปิดหูแค่นี้มันจะไม่ได้ยินได้ยังไงกัน?


                “เข้าเรื่องเลยนะ ขออนุญาตใช้คำกันเอง


                ครับ


                อืม รู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ปล่อยไปไม่ได้


                “…”


                “เรื่องบนเตียง…”


                “ดิน! อื้อๆๆๆ ผมที่ได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจนโพล่งขึ้น แต่ก็โดนดินเอามือมาปิดปากไว้อีกจนได้


                วิธีป้องกัน รู้ใช่ไหม เขาเริ่มบทสนทนากับพี่ภูมิอีกครั้ง อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับยิ้ม ๆ ไม่สนใจผมที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนเลยสักนิด ดีแล้ว ถุงยางน่ะจำเป็นอย่าลืมใช้


                ถะถุงยาง!?


                “ส่วนวิธีอื่นก็ไปศึกษาเอาเอง ห้ามละเลยเด็ดขาดเรื่องสุขภาพ


                ครับ


                ห้ามนอกใจ ห้ามทำให้เจ็บ ถ้าเลิกกันเพราะเหตุผลพวกนี้ก็ให้รู้เอาไว้…”


“…”


ไปอยู่มุมไหนของโลกกูก็จะตามหาให้เจอเพื่อฆ่ามึง


                แล้วมันก็เป็นคำนั้นที่ทำให้ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ น้ำเสียงของคนพูดจริงจังจนผมกลัว พอ ๆ กับคนฟังที่ก็พยักหน้ารับจริงจังไม่แพ้กัน


                ดี สุดท้ายแล้ว อย่าจูบบ่อยเพราะกูยังหวงอยู่


                แนะ วกกลับเข้ามาเรื่องนี้อีกแล้ว!


ส่วนเรื่องนั้นก็อ่อนโยนด้วยเพราะข้าวยังไม่เคย


                ไม่เคยอะไรของเขากันเล่า! ใช่เรื่องที่จะพูดกันตรง ๆ ไหมเนี่ยยย


                “ข้อสุดท้ายไม่รับปาก แต่จะพยายามครับ พี่ภูมิตกปากรับคำแบบนั้น แววตาเขามันยิ้มตอนที่ตวัดมามองผม พอ ๆ กับดินเลยที่ก็ยิ้มแบบนั้นเหมือนกัน


                ดุสินะมึง


                นิดหน่อยครับ


                หึ เข้าใจเพราะกูก็เหมือนกัน


                แล้วพวกเขาก็ยกมือขึ้นไปแท็กกันอย่างถูกอกถูกใจ แต่ผมนี่สิงงไปหมดแล้ว


                พวกเขาคุยเรื่องอะไรกันเนี่ย!

               















 

                มันเป็นวันที่ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว ม้าลุกมาทำอาหารเหนือให้พี่ภูมิกินอย่างจัดเต็ม ปกติเขาก็ไม่ได้เป็นคนกินจุนะ แต่วันนี้ผมเห็นเขากินข้าวหมดไปสองจานเลยทีเดียว


                เอ้อ เดี๋ยวแม่ทำขนมให้ดีกว่า จะได้เอาไปกินเล่นตอนว่าง แล้วก็เผื่อไปฝากเพื่อนที่กรุงเทพฯ ด้วย ดีไหมลูก?” หม่าม้าของผมหันไปถามพี่ภูมิ ในขณะที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังนั่งคุยเรื่องรถอยู่กับป๊า


                ผมเองก็รอลุ้นอยู่ จริงที่พี่ภูมิกินหวานได้เก่งขึ้น แต่ก็ยังไม่เคยให้เขาลองกินขนมหวานเลย แบบนั้นก็เลยรอฟังว่าเขาจะตอบหม่าม้ากลับไปว่ายังไง ซึ่งถ้าเขาตกลง


                “ครับ


                มันก็หมายความว่าพี่ภูมิคนไม่ชอบหวานได้หายไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว


                ถ้างั้นข้าวไปตัดใบตองให้ดีกว่า อยากกินขนมหมก เป็นผมที่พูดขึ้นมาบ้าง แล้วก็เดินไปหยิบมีดในครัวทันทีเพื่อไปตัดใบตองในสวน


                เดี๋ยวไปช่วยครับ


                แล้วต่อมาก็เป็นเจ้าของมินิคูเปอร์ที่อาสาจะไปช่วยไป ผมเองก็ไม่ขัดหรอกนะ สวนหลังบ้านผมน่ะเป็นเหมือนสวรรค์เลย พี่ภูมิเคยเห็นแค่ตอนกลางคืน ถ้าได้เห็นตอนกลางวันน่ะต้องร้องโอ้โหแน่ ๆ มีทั้งกล้วยเป็นสวน มะพร้าวอีกเป็นไร่ ๆ อ้อ ยังมีนานาผักและผลไม้อีกเป็นสิบชนิดเลยนะ ปลูกกันมารุ่นต่อรุ่นแล้วล่ะแต่กินยังไงก็กินไม่หมดสักที


                 พี่ภูมิเลือกตัดเอาก้านที่ใบตองไม่แตกนะครับ จากนั้นก็เอาไปวางไว้บนแคร่ไม้ไผ่ตรงนู้น เราต้องตากแดดให้ใบตองอ่อนก่อนถึงจะเอาไปห่อขนมได้


จัดการอธิบายรายละเอียดให้อีกคนได้รู้เสร็จสรรพ คนตัวสูงเดินไปตัดใบตองอย่างทะมัดทะแมง ก็แหงล่ะ พวกขายาวก็ได้เปรียบเสมออยู่แล้ว


เสร็จแล้วขอไปตรงนั้นได้ไหม เขาพูดขึ้น ผมม่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันมองไปตามทางที่เขาชี้ไป ตรงนั้นเป็นนาข้าวที่บ้าน เวลานี้น่ะเขียวขจีกำลังดีเลย เด็กเมืองกรุงคงไม่เคยเห็นล่ะสิท่า นี่แหละสมบัติของบ้านนาที่แท้จริงเลย


ไปตอนนี้เลยก็ได้ครับ


พูดจบก็จูงแขนอีกคนออกมาทันที ลมเย็น ๆ พัดมาโดนกอข้าวพลิ้วไสว กลิ่นดินกลิ่นหญ้าโชยมาทักทายที่ปลายจมูก มองไปทางนู้นมีฝูงควายของป้าบ้านข้าง ๆ กำลังเคี้ยวฟาง กับนกเอี้ยงหนึ่งตัวที่บินมาจับตรงกิ่งของต้นกระโดนพอดี


สวยไหมครับ หันไปมองคนข้างกายตอนนี้ สองตาของเขาก็กำลังมองกันอยู่ เหมือนถูกหวยเลยนะเนี่ย ได้ลูกชายแถมที่นาอีกตั้งยี่สิบไร่แหนะ


กล่าวโพทนาคุณสมบัติตัวเองไปซะเวอร์วัง อีกคนส่งมือมายีผมกันเล่นแบบที่ชอบทำ ก่อนที่รอยยิ้มที่ผมชอบมากที่สุดจะเผยออกมา


ชอบครับ ชอบทั้งที่นาแล้วก็ลูกชาย


หูย ที่นามาก่อนเลยแฮะ


แซวเขาอีกแล้ว แต่หลังคำนั้นน่ะสิผมก็โดนคว้าเข้าไปกอด ถึงหมู่นี้จะโดนบ่อย ๆ ก็เถอะแต่มันไม่ชินหรอก ไม่รู้เลยว่าเขาติดสกินชิพตั้งขนาดนี้ เอะอะกอด เอะอะจูบ เป็นเอามากขนาดนั้นเลยล่ะคุณภาคินน่ะ


ยังไงก็ชอบต้นข้าวมากที่สุดอยู่แล้วครับ


แต่แล้วก็ต้องนิ่งไปเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้


รักมากที่สุดเลยด้วย


มันเป็นตอนที่ลมลูกใหญ่พัดมาโดนผมม้าของอีกคน ดวงตาคู่นั้นฉายชัด จริงจัง ประหนึ่งว่าเขาจะใช้มันยืนยันคำพูดที่ตัวเองกำลังพูด แล้วมันก็เป็นตอนนั้นอีกนั่นแหละที่ผมเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเขา


และกำลังจะจูบเขา


อะแฮ่ม


แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดไว้เพราะเสียงของใครบางคน


รักให้ได้ครึ่งพวกกูก่อนค่อยใช้คำว่ามากที่สุด


ผมหันไปตามเสียงนั้น ตรงนี้คือพี่ชายทั้งสองที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างของผมถูกดินคว้าไปยืนข้าง ๆ ส่วนพี่ภูมิเองก็ถูกดึงไปยืนอีกฝั่งโดยเพื่อนที่แสนจะสนิทของตัวเอง


เพราะพวกกูคือดินและอาทิตย์


ผมไม่เคยสนใจเลยที่ผ่านมาว่าใครจะว่ายังไง หลายคนบอกว่าเพราะพี่ชายที่โอ๋เกินไปจึงทำให้ผมแบบนี้ หลายคนคิดว่าผมอ่อนแอเพราะแค่มองจากภายนอก แต่ไม่จริงหรอก


และคงไม่มีใครรักต้นข้าวได้มากไปกว่าดินกับอาทิตย์อีกแล้ว


ผมจะกลายเป็นต้นข้าวที่เข้มแข็งก็ต่อเมื่อมีดินที่สมบูรณ์และแสงอาทิตย์ที่เพียงพอ


มีสิ


ราวกับเสียงระฆังที่ดังในเวลาเที่ยงคืน เราหันไปมองเจ้าของเสียงนั้นที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ดวงตาเขาทอดมองไปข้างหน้า มองไปยังเหล่าต้นข้าวเขียวขจีที่มีชีวิต ก่อนริมฝีปากได้รูปจะเอื้อนเอ่ยบางคำที่ทำหัวใจใครบางคนพองโต


แล้วผมเองก็เชื่อ


แผ่นภูมิไง


ว่าเขาจะเป็นแผ่นภูมิที่พร้อมจะโอบกอดต้นข้าวต้นนี้ไว้ตลอดไป

 

จบบริบูรณ์

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 933 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #468 SupakanInjan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 13:34
    แต่ถุถุงถุง
    #468
    0
  2. #467 SupakanInjan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 13:34
    แต่ถุถุงถุง
    #467
    0
  3. #466 mareeone (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 17:53

    ละมุนมาก อ่านแล้วยิ้มตาม
    #466
    0
  4. #459 deedee2015 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 14:17
    ดิน อาทิต ต้นข้าว ถ้ามีพี่อีกสองคนต้องชื่อน้ำกับปุ๋ยแล้วล่ะ ข้าวจะได้โต
    #459
    0
  5. #453 yor_ying (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 14:05

    น่ารักมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #453
    0
  6. #451 Nyoong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 15:48
    ดีมากค่าาาา คนนิ่งๆแต่เน้นการกระทำ นิสัยพี่ภูมิน่ารักนะคะ น้องก็อ้อนเก่งเชียว แต่!! ที่พี่ภูมิกับพี่ดินคุยกันถูกคอเพราะดุเหมือนกันหรอคะ5555 ช่วงหลังถึงสกินชิพเก่งเหลือเกิน
    #451
    0
  7. #404 PJMinn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 03:55
    อยากรู้ เรื่องส่วนตัวพี่ภูมิ บ้าง ทำไมถึงได้อยู่คนเดียวในบ้าน
    #404
    1
    • #404-1 Baekberry12(จากตอนที่ 26)
      9 กันยายน 2563 / 00:46
      เหมือนกันเลยค่ะ เราไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพี่ภูมิเลย
      #404-1
  8. #396 19MTBB98 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:19
    งงพี่ดินกับพี่ภูมิมาก5555555เออดุแหละเนอะต้องเข้าใจ // ตามอ่านนิยายของไรท์มาสามเรื่องแล้ว สนุกเขินภาษาดีทุกเรื่องเลยค่า ชอบมาก เสียดายที่เรารู้จักไรท์ช้าไป อุแงง ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะ

    //ผันตัวเป็นเอฟซีไรท์
    #396
    0
  9. #390 ซินเดอหวีโดว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:41
    คุณไรท์คะ เราแสนชื่นชมภาษาของคุณไรท์เลย ดีมากๆเลยค่ะ แง จะติดตามผลงานต่อๆไปเรื่อยๆเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้และขอบคุณสำหรับผลงานดีๆเสมอมาค่ะ
    #390
    0
  10. #386 1234567mama (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:08
    ชอบความพี่ดินกับพี่ภูมิง่าาาา ดุเก่งงงง
    #386
    0
  11. #384 ตาต้า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:12

    บ้าจริง

    เราหลงรักภาษานี้

    #384
    0
  12. #380 ppaopxey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:32
    ดุคืออะไรยังไงคะพี่ดินพี่ภูมิ แงง
    #380
    0
  13. #379 jaja230742 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 09:37
    ชอบมากเลยค่ะ ติดตามคุณไรท์นะคะ
    #379
    0
  14. #341 narananaraa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:32
    บ้าจริง ชอบอ่ะ
    #341
    0
  15. #310 pammyntk (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:00

    ชอบมากๆเลย อบอุ่นหัวใจสุดๆ ใครชอบแนวนี้เข้ามาอ่านเลย ดราม่ามีกระจึ๋งเดียว ไม่ต้องกลัวร้องไห้จนหมอนแฉะ ดีจริงๆ
    #310
    0
  16. #308 mmtm2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:13
    ภาษาสวยมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนงานดีๆออกมาแบบนี้ตลอดไปนะคะ 💜💜💜
    #308
    0
  17. #306 ips. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:34
    ชอบประโยคสุดท้ายจัง ดีมากๆเลย
    #306
    0
  18. #303 Double A (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:54
    ชอบสำนวนของคุณไรท์มากเลย ขอบคุณนะคะที่ทำให้ยิ้มได้
    #303
    1
    • #303-1 Lafinz(จากตอนที่ 26)
      7 กันยายน 2562 / 16:57
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเหมือนกันคับพ้ม!
      #303-1
  19. #294 sry. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 21:56
    แงงง น่ารักมาเลยไรท์ ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มานะคะ เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปค่ะ^^
    #294
    0
  20. #292 Windysep (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:48
    แต่ละคน 5555555 ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆนะคะ บรรยายดีมาก แต่งต่อไปเรื่อยๆน๊าาา สู้ๆค่ะ
    #292
    0
  21. #266 >_<...LoOk OnLy At Me...>_< (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:56
    พี่ดินเว้ย 555555555
    #266
    0
  22. #265 MickeyHC (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 21:15
    ยอมรับว่าใจบาปอยากให้มี nc ค่ะ แงงงง
    #265
    0
  23. #251 Babymygib (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 01:05
    แง้งงง น่ารักมากเลยค่า อ่านรวดเดียวเลยสนุกมาก ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ จะคอยติดตามเรื่องอื่นๆค่ะ
    #251
    0
  24. #234 need_food (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 21:39
    ฟิลกู้ดเว่ออออ แง้ เขินนน ไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ สุดยอดดดดดด
    #234
    0
  25. #233 หนิงคุนเอง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:50
    อ่านวันเดียวจบเลยสนุกเขิลจมูกบานมั้กๆ
    #233
    0