ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 23 : ไม่ชอบหวาน : 21 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 757 ครั้ง
    11 ก.ค. 62



ไม่ชอบหวาน

ตอนที่21

 





 

                “เอานมเย็นแก้วนึงครับป้า

                จ้า รอเดี๋ยวนะลูก


                ผมยืนรอน้ำสีชมพูของตัวเองอยู่หน้าร้านรถเข็นหน้าวิทยาลัย นี่ก็เป็นเวลาเจ็ดวันแล้วใช่ ไม่ผิดหรอก เจ็ดวันจริง ๆ ตั้งแต่ที่ผมก้าวออกมาจากบ้านหลังสีส้มหลังนั้น เจ็ดวันที่ไม่ได้เจอ เจ็ดวันที่ไม่แม้แต่จะได้ยินเสียง ไม่มีการติดต่อกลับมาจากใครคนนั้น แม้แต่โทรไปเขาก็ไม่รับ ถ้านี่เป็นการทดสอบอะไรบางอย่างผมก็บอกได้เลยนะว่าเขาน่ะใจร้ายมาก

                ใจร้ายสุด ๆ


                “ได้แล้วลูก

                “เท่าไหร่ครับ

ยี่สิบห้าจ้า


ธนบัตรใบสีแดงยื่นไปให้ป้าพร้อมกับเงินทอนที่ได้รับกลับมา ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาซื้อนมเย็นกินเองแบบนี้ รสชาติมันไม่เหมือนที่ผมทำให้พี่ภูมิกินเลยสักนิด หวานเกินไป แบบนั้นเลย คงจะเป็นเพราะว่าอยู่กับเขานานจนคุ้นเคยกับรสชาติที่เขาชอบกิน


ไม่ชอบหวาน


มันเลยกลายเป็นว่าผมกลายเป็นคนกินหวานน้อยไปเลยทั้งที่แต่ก่อนไม่ใช่แบบนี้


สองเท้าก้าวเดินออกมาตามทางเพื่อกลับหอ หลังจากแยกกับไนซ์แล้วรอบตัวผมก็ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วอะไรอีก จะมีก็แค่เสียงเพลงที่เปิดคลอในหูฟังคอยเป็นเพื่อนไม่ให้สมองมันคิดฟุ้งซ่านเกินไป ยกเว้นคิดถึงเขานั่นแหละที่ไม่มีอะไรช่วยได้เลย


ประตูห้องถูกเปิดออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเอาแต่จินตนาการว่าจะมีสักครั้งไหมที่เปิดเข้าไปแล้วจะเป็นห้องนอนของบ้านหลังนั้น ห้องนอนที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากมุมหนังสือของผม แต่มีคนข้างห้องเป็นคนที่ผมอยากอยู่กับเขาที่สุด


เป็นอะไรไปนี่คือชีวิตที่ผมอยากได้ไม่ใช่หรือไง ใช้ชีวิตคนเดียว อยู่หอคนเดียว ทำอะไรเองคนเดียว แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำไม่ได้ล่ะ ทำไมถึงกลายเป็นคนขี้เหงาขึ้นมา


ตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมละจากหนังสือในเป้มาเป็นเจ้าเครื่องเล็กที่กำลังกรีดร้องก้อง ปลายสายที่โชว์อยู่ตอนนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ผมอาจจะต้องการใครสักคนจริง ๆ


ครับม้า

                [เป็นไงบ้างตัวดี ที่อยู่ใหม่โอเคไหมลูก]

                โอเคเลยครับ

                ไม่จริงเลย

                ข้าวชอบมาก

                ไม่จริงสักอย่าง

                [เดี๋ยวพี่ชายเราก็กลับแล้ว รออีกเดี๋ยวนะครับ]


                เสียงของหม่าม้ายังคงดังก้องอยู่ในนี้ ผมพาตัวเองออกมายืนนอกระเบียงห้อง ทอดมองออกไปยังตึกราบ้านช่องที่สูงใหญ่ เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่ามหานครมันกว้างใหญ่เพียงใด อยู่ใกล้กันแค่นี้แต่ก็ยังหากันไม่เจอ


                [กินข้าวหรือยังครับ ม้าบอกพี่อาทิตย์ให้เอาลูกชุบลงไปฝากเราด้วยนะ ม้าทำไว้เยอะเลย]


                มันเป็นตอนนั้นที่น้ำตามันไหลออกมา ผมพยายามควบคุมเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกไปให้คนในสายได้ยิน มันเป็นความเหงาที่ตีขึ้นมาจากส่วนลึกของหัวใจ แค่ได้ยินเสียงของแม่ก็พลันจะพังทลายลงตรงนี้


                ข้าวกินแล้วครับ ขอลูกชุบเยอะ ๆ นะครับม้า


                นี่สินะ ที่บอกว่าคนเรามักจะโตขึ้นจากความเจ็บปวด ผมยังคงปล่อยน้ำตาให้ไหลริน ยกมือขึ้นมาปิดบังเสียงที่ไม่ควรให้หม่าม้ารับรู้ ลมหนาวยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีในตอนนี้ เย็นยะเยือกลงไปจนถึงขั้วหัวใจจนเจียนตาย


                [ครับผม เอ้อ หมาไอ้มุ่ยที่ลูกเลี้ยงเอาไว้มันออกลูกห้าตัวแน่ะ สีขาวสองตัวสีน้ำตาลสามตัว]


                แรงสะอื้นโยกตัวผมขึ้นลงอย่างสั่นสะท้าน ไม่เคยคิดเลยว่าความเหงาจะตัวเท่าโลกขนาดนี้และมีอิทธิพลเหลือเกิน ผมมองเห็นผู้คนมากมายที่กำลังเดินผ่านไป แต่กลับไม่รู้สึกว่ามีใครราวกับทั้งโลกเหลือเราแค่คนเดียว


                บางทีชีวิตก็เป็นเหมือนการเล่นเกมส์


                ผ่านด่านนี้ไปได้ ด่านต่อไปอาจพบตัวบอส


                เพียงแต่ชีวิตไม่มีการตายแล้วเกิดใหม่ ตายแล้วเติมเลือด ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ครั้งเดียว การผิดหวัง การสมหวัง การล้มเหลว การพบจุดหมาย


                ไม่มีแม็พในการเดินเกมส์ใด ๆ ไม่มีตัวช่วยเลย

 












 

                ผมใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ตื่นขึ้น หลับลง ก้าวเดิน หยุดนิ่ง ทุกสิ่งเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรเพราะจักรวาลอันคือหัวใจของผมมันได้หายไปแล้ว


                ผมถอนหายใจอีกครั้งและอีกครั้ง เฝ้าคิดว่าตอนนี้คนที่อยู่ทางนั้นจะทำแบบนี้เหมือนกันบ้างไหม เขาจะมองไปแล้วเจอผมอยู่ในความทรงจำรึเปล่า หนึ่งเดือนแล้วนะ หนึ่งเดือนแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แต่ผมไม่เคยคิดถึงเขาน้อยลงเลย


                เป็นอะไรไอ้หนู


เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นที่ข้างหู ผมใช้สองมือปาดน้ำตาแล้วหันกลับไปมองเขา ความเหงามันทำให้ผมอ่อนแอจนมองใครก็อยากให้กลายเป็นเขาไปหมด


                พี่เสือ


แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้


อือ กูเอง


เขาหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ มองผมที่กำลังยกมือขึ้นกอดเข่า สายตาคู่นั้นมันก็ยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่มีเหมือนเดิมมันก็ยังเป็นเขา เขาที่ดูดีขึ้นจนแปลกตาไปหมด     

มองกูนาน เพราะกูหล่อขึ้นใช่ปะ


ความจริงก็ใช่พี่ไปทำอะไรมาครับ?” ผมถามเขาพร้อมกับทำตาโต มันเป็นความจริงที่เขาดูดีขึ้น ขอบตาก็ไม่ดำคล้ำ ผมรุงรังนั้นก็หายไป


กูไปศัลยกรรมมา


ถามจริงนะ?”


ฮ่า ๆ นี่มึงเชื่อกูจริงจัง?” เขาเอื้อมมือมาผลักหัวผมหนึ่งที จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ว่าเชื่อ ศัลยกรรมมันคงจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้ แต่นี่เขายังคงมีเค้าโครงเดิมอยู่โข


กูศัลยกรรมแบบไม่ใช้มีด


ยังไงครับ?”


ใช้ความผิดหวังศัลยกรรมตัวเองไง


ความผิดหวังศัลยกรรมตัวเอง


มันฟังดูเป็นประโยคที่ดูเข้าใจง่ายแต่ก็ไม่เข้าใจ


พอได้ลองมองอะไรนาน ๆ ขึ้นมันก็จริงอย่างที่มึงบอก


“…”


ฟางทิ้งกูเพราะตัวกู มึงไม่ยอมคบกับกูเพราะตัวกู กูก็เลยไปคิดว่ามีอะไรในตัวกูที่ไม่ดีบ้างนะ จากนั้นก็ศัลยกรรมมันทิ้งไป


คนที่พอจะฟังเข้าใจก็เริ่มพยักหน้าหงึกหงัก อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนรู้จักพูดจาขึ้นมาเสียอย่างนั้นเลยแฮะ นี่พี่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองจริง ๆ เหรอเนี่ย


มึงต้องเสียดายและเสียใจที่ปฏิเสธกูวันนั้นแน่นอนเด็ก


เพราะได้ฟังคำพูดน่าหมั่นไส้จากเขาก็เลยเบ้ปากใส่อีกคนไม่ยั้ง ครับ ๆ ไว้วันไหนเสียดายขึ้นมาแล้วจะบอกนะ


ได้โอกาสเอาคืนบ้างก็เลยแกล้งแหย่เขา ความจริงแล้วต่อให้เขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คนไม่ใช่ยังไงมันก็ไม่ใช่อยู่แล้ว เหมือนในโลกนี้ที่มีคนเพียบพร้อมกว่าพี่ภูมิตั้งเยอะแต่ผมก็ยังชอบเขา เพราะว่าเป็นเขาต่อให้ไม่ต้องทำอะไรก็ยังเป็นเขาอยู่ดี


                แล้วนี่มานั่งทำอะไร ไม่กลับบ้านเหรอ


                ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากจบคำถามนั้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่า บ้าน ในที่นั้นของเขาก็คือบ้านหลังนั้น บ้านหลังสีส้มที่มีเจ้าของบ้านเป็นคนหน้านิ่ง ๆ แต่มันก็ไม่ใช่บ้านผมนี่นา มันเป็นบ้านของพี่ภูมิเขาต่างหาก


                ผมย้ายมาอยู่หอใกล้ ๆ นี่แล้วครับ” ตัดสินใจบอกเขาไปแบบนี้ พี่เสือดูจะแปลกใจเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา ซึ่งนั่นมันก็ดีแล้วล่ะ ดีกว่าการที่เขาต้องมานั่งฟังคนหัวใจพัง ๆ คนนึงร้องไห้ เดี๋ยวต้องกลับแล้วนะครับ


งั้นเดี๋ยวกูเดินไปเป็นเพื่อน


                ผมยืนคิดสักพักก่อนจะพยักหน้ารับ สองชีวิตเดินมาด้วยกันโดยไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น ปล่อยความเงียบให้ทำงานของมันไป จนรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดที่ไหล่ซ้ายมันเลยทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง


กูให้


สายไหมสีฟ้าถูกยื่นมาตรงหน้า ไม่รู้ว่าพี่เขาแอบไปซื้อตั้งแต่ตอนไหน ผมคงจะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเดินจนไม่สนใจอะไรเกินไปล่ะมั้งถึงไม่รู้เลย ขอบคุณครับ” 


                มันเป็นตอนที่ผมกำลังเอื้อมมือไปรับสายไหมมาจากพี่ชายคนนั้น สายตาก็ดันไปสะดุดอยู่ที่ผู้ชายคนนึงที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ดวงตาเรียว ๆ กับโครงหน้าแบบนั้น มีแค่คนเดียวและเป็นคนที่ผมรู้จักเขาดีพี่ภูมิ


                บ้าน่า


ผมพยายามมองเพ่งไปตรงนั้น ตรงที่มีผู้คนพลุกพล่านเพราะเป็นบริเวณตลาด คน ๆ นั้นไม่ได้ยืนอยู่แล้วหรืออาจจะไม่เคยยืนอยู่เลย มีแค่ผมที่ตาฝาดไปเอง


นึกถึงเขามากไปเอง     


เป็นอะไรรึเปล่าไอ้หนู?” เสียงเรียกจากคนที่อยู่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าทำให้ผมกลับมามีสติอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหัวให้เขารู้ว่าไม่ได้เป็นอะไร


                ไม่มีอะไรครับ ขอบคุณที่เดินมาส่งนะ เดี๋ยวผมจะขึ้นห้องแล้ว” 


                เป็นอีกครั้งที่พี่เสือพยักหน้ารับ ผมหันหลังเดินห่างจากเขา พลันก็คิดไปด้วยว่าผมจะตาฝาดขนาดมองเห็นภาพของพี่ภูมิได้เชียวหรือไง แต่ถ้าเป็นเขาจริง ๆ ทำไมไม่เดินเข้ามาหากัน ทำไมไม่โทรมาหา แต่เวลาหนึ่งเดือนมันก็คงจะมากพอแล้วกับการบอกอะไรหลาย ๆ อย่าง


                ผมไม่ได้มีความหมายกับใครขนาดนั้นโดยเฉพาะเขา


                ประตูถูกลงกลอนจนเสร็จสรรพ มันหนาแน่นพอที่ผมจะข่มตาตัวเองให้หลับได้ นึกไปถึงตอนแรกที่พี่ชายบอกว่าจะฝากให้เพื่อนสนิทช่วยดูแลแล้วผมค้านหัวชนฝาก็อดจะขำออกมาไม่ได้ คนที่ปฏิเสธแทบตายแต่มาวันนี้ที่จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้วกลับร้องไห้ขี้มูกโป่งราวกับคนละคนตลกดี


                กลิ่นหอมของสบู่หลังจากอาบน้ำเสร็จมันชวนให้สมองรู้สึกโล่งพิลึก อยู่มาตั้งนานแล้วแต่ผมก็ยังไม่ชินกับที่นี่สักที ได้แต่ข่มตาหลับไปวันๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงใครอีกคน ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนจะมีความสุขมากเวลาที่ได้คิดถึงแต่ตอนนี้กลับเจ็บปวด มีเพียงแค่ห้วงนิทราเท่านั้นที่จะพรากความเจ็บปวดให้จางหายไปได้ ถึงแม้จะแค่ชั่วคราวก็ตามที...

 










 

                อาบน้ำแล้วออกมากินโจ๊กนะข้าว

คร้าบ


มันเป็นเช้าของวันเสาร์ พลทหารสุดหล่อกลับมาจากเชียงใหม่ได้หลายวันแล้วและวันนี้เขาก็บอกว่าจะพาผมออกไปเที่ยว ผมก็เลยตั้งใจว่าจะอาบน้ำให้หอมฉุยเพื่อใส่ชุดใหม่ที่เขาซื้อมาฝาก


อาทิตย์ได้งานทำที่กรุงเทพฯ มันพอดีเลยกับที่บริษัทอยู่ใกล้ที่พักมาก ๆ จากที่ว่าจะย้ายไปที่อื่นก็เลยไม่ต้องแล้ว มันค่อนข้างจะไวมากเลยที่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นใกล้ ๆ กัน พอมีอาทิตย์มาอยู่ด้วยแบบนี้ป๊ากับม้าก็เลยหายห่วงไปได้หลายเปราะ


วันนี้ไปซื้อตู้เย็นกัน รู้นะว่าอยากทำกับข้าวจะแย่น่ะ


พอได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้น คนที่กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่หน้ากระจกก็เลยดีใจจนกระโดดหย็อย ๆ จริงนะ! งั้นซื้อของสดมาด้วยเลย เย็นนี้จะกินสุกี้!”


จัดไปสิรออะไร


เย้!”


ถึงจะไม่มีครัวแต่ถ้ามีเครื่องครัวก็พอรับได้ คนเคยทำกับข้าวมาให้ซื้อข้าวกินรสมือมันก็เลยแปลก ๆ ถึงจะสะดวกสบายมันก็ไม่ใช่แนวอยู่ดี


พี่ชายที่ผมเริ่มจะงอกยาวขึ้นหายเข้าไปอาบน้ำบ้าง ผมนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวเพราะอาทิตย์น่ะกินแค่กาแฟกับขนมปังก็จบแล้วมื้อเช้า หยิบมือถือพี่ชายขึ้นมาเปิดดูนั่นนี่ พอเจอรูปที่ถ่ายหมาไอ้มุ่ยกับลูกก็เลยดูไม่หยุด ไหนจะมีรูปป๊ากับม้ายิ้มแฉ่งเซลฟี่อีก เห็นแล้วก็อดจะยิ้มตามออกมาไม่ได้เลย


ปึก ปึก ปึก!


                ตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ผมนั่งคิ้วขมวดไปแล้วเพราะไม่คิดว่าจะมีคนมา ไนซ์ก็ไม่ใช่แน่ ๆ แล้วใครล่ะที่รู้ที่อยู่ของเราอีกน่ะ?


                “อาทิตย์นัดเพื่อนไว้รึเปล่าครับ?” ผมตั้งใจจะตะโกนเข้าไปถามพี่ชายในห้องน้ำ แต่เหมือนเสียงมันจะเบาเกินไปจนเสียงน้ำไหลกระทบพื้นกระเบื้องกลบมันไปจนหมด


                สุดท้ายก็เลยต้องลุกขึ้นไปอีกครั้ง ค่อย ๆ แง้มประตูให้เปิดออกช้า ๆ มันเป็นตอนที่สายลมลูกใหญ่หอบเอาความเย็นเข้ามากระทบกับร่างกาย และผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นคนเดียวกับคนที่เป็นเจ้าของความคิดถึงทั้งหมดของผม


                พี่ภูมิ…”

 








Tbc

Lafinz

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 757 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #446 Baekberry12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 23:54
    ฮืออออออออออ
    #446
    0
  2. #421 0984363270 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 21:12
    ฮือออออ
    #421
    0
  3. #300 NaokiChun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 06:28
    มาตามน้องกลับใช่มั้ย???
    #300
    0
  4. #289 Windysep (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 09:39
    พี่ภูมิหายไปเปนเดือนนี่ยังไงงงง
    #289
    0
  5. #253 26430 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 08:29
    พี่ภูมิแงงงง
    #253
    0
  6. #181 pcy921 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 17:01
    พี่ภูมิหายไปไหนมาอะคะ หรือแบบ..แอบมองเทออยู่นะจ๊ะ งี้เหรอ???
    #181
    0
  7. #34 minminmel007 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:15
    พี่ภูมิเขามุ้งมิ้งนะคะคุณขา พ่งพี่ไม่ต้อง ภูมิก็พอ ความแฟนนน คบกันแล้วจะจุ๊บน้องยังไงก็ได้เนอะะะ >///< พี่อาทิตย์มาแว้ววว อย่าใจร้ายน้าาาา
    #34
    0
  8. #28 BomBam1245 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 14:48
    รออยู่ค่ะ สู้ๆ
    #28
    1
    • #28-1 Lafinz(จากตอนที่ 23)
      18 เมษายน 2561 / 13:53
      กลับมาแล้วครับ~
      #28-1