ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 17 : ไม่ชอบหวาน : 15 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 904 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62



ไม่ชอบหวาน

ตอนที่15

 



               

                บ้านหลังเดิมมันแคบขึ้น

                ตั้งแต่กลับจากวันเกิดพี่ภูมิผมก็รู้สึกแบบนั้น ไม่ว่าผมจะพาตัวเองไปอยู่ในซอกมุมไหนผมก็จะมองเห็นเขาตลอด หรือว่าที่จริงแล้วจะเป็นผมที่เอาแต่แอบมองเขากันนะ แล้วไหนที่บอกว่าจะตัดใจสักที มาจูบกันแล้วก็เงียบไปแบบนี้ผมควรจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย จะตัดใจจากเขาได้ยังไง

                มีแต่ชอบมากขึ้นกว่าเดิมไปเลย

                เสร็จหรือยัง

                !!!

                เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ พอมีเสียงดังขึ้นมาหน่อยก็เลยตกใจจนสะดุ้งโหยง ผมหันไปมองคนข้างหลังช้า ๆ พอเห็นว่าเป็นพี่ภูมิที่อยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมพร้อมจึงรีบยัดข้าวกล่องที่กำลังเตรียมอยู่ใส่ถุงพัลวัน เสร็จแล้วพอดีครับ

                งั้นไปกันเลย

                เจ้าของบ้านเดินนำออกไปแล้ว ซึ่งผมเองก็ถือถุงข้าวกล่องเดินตามเขามาเงียบ ๆ กับพี่ภูมิไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักตั้งแต่วันที่เขาจูบผม เขาก็ยังเป็นพี่ชายคนเดิมที่เอาแต่ทำหน้านิ่ง เคยเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น บางทีก็อยากจะถามไปให้มันรู้แล้วรู้รอดว่าเขาจะเอายังไงกันแน่ หรือเขาเห็นว่าปากผมธารณะที่คิดจะจูบเมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม

                คนนิสัยไม่ดี

         มินิคูเปอร์คันเดิมเคลื่อนตัวลงมาจอดหน้าวิทยาลัยที่เก่าที่ประจำ ช่วงนี้ดูเหมือนจะได้นั่งเจ้ามินิบ่อยขึ้นเพราะเจ้าดูคาติสีสวยถูกส่งไปล้างเสียใหม่เอี่ยม เจ้าของมันเลยจอดทิ้งไว้บ้านเพราะกลัวว่ารัศมีความใหม่จะหายไปเร็วขึ้น

                วันนี้เลิกคลาสสุดท้ายเกือบทุ่ม รอได้ไหม” แล้วนั่นก็เป็นคำแรกที่เขาพูด ตลอดทางที่มาที่นี่

        “ได้สิครับ เดี๋ยวผมนั่งทำการบ้านรอแถวนี้แหละ

                พี่ภูมิพยักหน้ารับเล็กน้อย ผมจึงรีบเปิดประตูและก้าวลงมาจากรถเพื่อไม่ให้อีกคนไปเรียนสาย ก่อนที่มินิคูเปอร์คันสวยจะเคลื่อนหายไปในที่สุด

                ขาสั้น ๆ ก้าวเข้าขาในห้องเรียนก่อนจะหันไปพบกับเพื่อนตัวสูงที่กำลังนั่งง่วนกับการหาอะไรบางอย่างอยู่ในกระเป๋าของตัวเอง ไม่ว่านี่จะเดินทางมาถึงกลางภาคเรียนแล้วหรือไม่ หรือการสอบไฟนอลกำลังเดินทางใกล้เข้ามาถึงแล้วแต่อย่างใด คุณไนซ์คนเด๋อก็ยังคงเป็นคนเด๋อที่ลืมทุกสิ่งไม่เคยเปลี่ยนไปฉันนั้น

                วันนี้ลืมอะไรอีกล่ะไนซ์” ผมเดินไปนั่งข้าง ๆ เพื่อนหัวหยิกก่อนจะพูดแซวเขา

                ลืมเครื่องคิดเลขอะดิ ท้ายคาบมีสอบเก็บคะแนนด้วย

                พูดจริงปะเนี่ย!?” 

                ผมถามย้ำไปอีกครั้งเผื่อไนซ์จะแค่ล้อเล่น แต่ดูจากหน้าของคุณเขาแล้วคงจะไม่เล่นแน่เลย อีกนิดจะร้องไห้ให้ดูแล้วเนี่ย ลืมอะไรไม่ลืมดันมาลืมเครื่องคิดเลขซะด้วยนะ

                สวัสดีตอนเช้าค่ะนักศึกษา”           

         ทันทีที่เสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยดังขึ้น ผมและเพื่อนตัวสูงที่กำลังนั่งเครียดอยู่ก็หันไปมองตามเสียง ๆ นั้นโดยสัญชาตญาณ

                วันนี้ที่เราจะเรียนคือบัญชีชั้นกลาง แน่นอนอย่างที่แจ้งไปเมื่อคาบที่แล้ว สอนจบบทแรกครูจะสอบเก็บคะแนนทันที

                แค่ได้ยินชื่อหน่วยก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากเย็น นี่ยังจะมีสอบเก็บคะแนนอีกหรือเนี่ย แน่นอนว่ามีกระอักเลือดแน่เลย

                เนื้อหาที่เราจะเรียนในรายวิชานี้ก็คือ วิวัฒนาการของการบัญชีสถาบันวิชาชีพการบัญชี และ...

                อีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวมา จนบางครั้งผมก็แอบคิดนะว่าสมองอันน้อยนิดของผมจะไปจำบทเรียนทั้งหลายแหล่เหล่านี้หมดได้ยังไงกัน แต่ก็นั่นแหละครับ ผมหนีมันไม่ได้ ทำได้แค่เผชิญหน้าไปกับมันและทำมันออกมาให้ดีที่สุด กัดฟันสู้เพื่อคนที่คอยเฝ้าดูผมข้างหลัง เพื่อคนที่ยอมเหนื่อยเพื่อผมทุกอย่าง และเพื่อความสำเร็จของตัวเอง...

 

 

                เฮ้อ

                เสียงถอนหายใจรอบที่ร้อยดังออกมาจากปากของเพื่อนสนิทตัวสูงของผม ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนมีความมั่นใจเต็มร้อยอย่างไนซ์ต้องมานั่งจิตตกเพราะความเครียดแบบนี้น่ะนะ

                หลังจากหมดคาบสุดท้ายในเวลาเกือบห้าโมงเย็น ผมกับเพื่อนหัวหยิกก็หอบสังขารมายังลานจอดรถด้านหน้าวิทยาลัย ก่อนจะเลือกนั่งที่ม้าหินอ่อนข้างสนามเพื่อรอพี่ชายอีกคนที่บอกว่าจะมารับกันในเวลาหนึ่งทุ่มนิด ๆ 

                อย่าเครียดน่าไนซ์

                แต่ก่อนจะกลับไปเป็นน้องชายที่แสนดีคงต้องทำหน้าที่เพื่อนที่แสนดีก่อน ก็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเล่นนั่งหน้าเป็นตูดมาตั้งแต่คาบบัญชีไออีแล้ว จะไม่ให้ห่วงก็คงจะเป็นไปไม่ได้

                ไม่ได้เครียดขนาดนั้นนะถ้ามีแต่บัญชีอะ แต่เราไม่เก่งอิ้งไง ตัวดึงเกรดลงเลยนะนั่น

                ผมมองเพื่อนที่นั่งจุมปุกอยู่ตรงหน้าด้วยความเห็นใจ จริง ๆ แล้วผมเองก็ไม่เก่งอังกฤษหรอก แต่ก็พอซึมซับมาจากพี่ชายบ้างเพราะโดนจับไปนั่งติวอยู่หลายหน จนสำเนียงนำหน้าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปเยอะอยู่พอสมควร ต้องยกความดีความชอบให้คุณว่าที่กัปตันเขานั่นแหละที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาโดยตลอด

                เดี๋ยวเราช่วยติวน่า เราจะผ่านมันไปด้วยกันเนาะ

                ก็ไม่รู้ว่าตัวเองพอจะทำอะไรได้บ้าง คำพูดว่าสู้ ๆ บางทีมันก็ไม่ได้ประโยชน์สักเท่าไหร่ แบบนั้นก็เลยตั้งใจว่าจะทำให้เขาเห็นเลยว่ายังมีผมเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้นะ เป็นยังไงก็จะเป็นด้วยกัน ไม่ต้องกลัว

                ขอบใจมากนะเพื่อน

                อื้อ

 



















 

                ท้องฟ้ายามหนึ่งทุ่มสี่นาทีแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แสงแดดที่ปกคลุมยามเช้าถูกแทนที่ด้วยแสงนีออนในยามค่ำคืนไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของนักศึกษาเกือบพันชีวิตเงียบหายไป เหลือไว้เพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมฟังแล้วชวนให้เหงาจับห้วงหัวใจไม่เบาเลย 

                เกือบสองชั่วโมงแล้วที่นั่งรออยู่ตรงนี้ ถึงแม้เบญจอมรจะสวยงามน่าหลงใหลเพียงใด แต่ถ้าต้องมานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้มันก็ทำให้หม่นหมองและหดหู่ลงไปได้เหมือนกัน ผมไล่ไนซ์กลับบ้านไปแล้วเพราะไม่รู้เวลาที่แน่ชัดว่าพี่ภูมิจะมารับตอนไหน เพื่อนตัวยุ่งก็งอแงอยู่หน่อย ๆ บอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อน แต่มาขลุกอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ไม่เป็นอันต้องทำงานทำการกันพอดีน่ะสิ

                แสงไฟจากรถยนต์ถูกส่องมากระทบเข้ากับใบหน้าอีกครั้ง ผมยกมือขึ้นบังแสงไฟไว้ก่อนจะเพ่งสายตาเพื่อสำรวจดูว่าใช่คนที่รออยู่รึเปล่า สีดำสนิทบวกกับรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของมินิคูเปอร์คันสวยเด่นมาแต่ไกล บ่งบอกแน่ชัดแล้วว่าเป็นคนที่ผมรออยู่จริง ๆ

                ตอนนั้นเองที่สองเท้าก้าววิ่งตรงไปที่รถหรูด้วยความดีใจอย่างที่สุด ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั่นก็ด้วย มันมีให้เห็นเสมอจนกระทั่งผมเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับเข้าไปนั่นแหละ 

        “อ้าว สวัสดีค่ะน้องต้นข้าว

         ถึงได้รู้ว่าที่ตรงนี้วันนี้มันไม่ว่างแล้ว

                ผมยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความมึนงง ราวกับว่าทุกสิ่งในหัวกำลังประมวลผลแต่ไม่สำเร็จ ร่างกายถูกแช่แข็งไปนานนับนาทีก่อนที่จิตใต้สำนึกจะสั่งการออกมาว่าต้องยกมือไหว้พี่เขาตามมารยาท

                สะ...สวัสดีครับ

                พอดีภูมิบอกว่าจะไปมาร์เก็ต พี่เลยขอติดรถไปซื้อของด้วยน่ะ น้องต้นข้าวไม่ว่าอะไรนะคะ?”  เสียงหวาน ๆ หันมาเอ่ยกับผมพร้อมรอยยิ้มที่สวยมาก ๆ ของเธอ

                ไม่หรอกครับ

                เพราะไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงผมจึงยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้กับคนตรงหน้า ประตูข้างคนขับถูกปิดลงไปแล้ว ก่อนที่ผมจะเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อไปนั่งตรงเบาะด้านหลังแทน ตอนนั้นเองที่หันไปเห็นกล่องพลาสติกที่บรรจุเบอร์เกอร์ที่ผมทำเมื่อเช้า วางแอ้งแม้งอยู่ข้าง ๆ เบาะที่ผมนั่ง  เสี้ยววินาทีที่ผมเผลอหลุดรอยยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะวางกล่องพลาสติกชนิดเดียวกันไว้ข้าง ๆ กล่องว่างเปล่าใบนั้น

                อย่างน้อยเขาก็ยังกินของที่เราทำให้

                แหมถึงว่า ภูมิน่ะเหรอจะทำข้าวกล่องที่แท้ก็ฝีมือน้องชายนี่เอง ดูแลกันดีเนาะ

                รอยยิ้มเจื่อน ๆ ถูกส่งไปให้กับคนตรงหน้าอีกครั้ง ในหัวมันว่างเปล่าราวกับว่าไม่มีคำสั่งใด ๆ จากสมองให้ผมตอบกลับพี่สาวคนนี้ไปเลย เป็นแบบนั้นจริง ๆ

                มินิคูเปอร์ขับเคลื่อนไปตามท้องถนนโดยโชเฟอร์คนนึงที่เอาแต่นั่งเงียบ แสงสียามค่ำคืนยังคงดึงดูดสายตาผมได้ดีเช่นเดิม แต่ต่างจากวันนี้ที่แสงสีสวยงามเหล่านั้นมันกลับดูหมองหม่น เงียบเหงา มองแล้วเศร้าไปผิดแปลก แล้วบทสนทนาของสองคนตรงหน้าก็ดีดผมให้ออกไปจากโลกใบนั้นอย่างสมบูรณ์แบบในที่สุด 

 

 

                รถสีดำคันหรูเคลื่อนตัวลงมาจอดหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังใกล้บ้านหลังสีส้ม สามร่างในชุดนักศึกษาก้าวขาลงมาจากรถคันนั้นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศูนย์จำหน่ายสินค้าด้านใน แล้วตอนนั้นเองที่แขนของผมโดนใครบางคนคว้าเอาไว้ผมถึงต้องหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง

                เรียนเป็นไงบ้าง

                นึกว่าลืมไปแล้วซะอีกว่ายังมีผมอยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน 

                ไม่เข้าใจบ้างนิดหน่อยครับ วันนี้เพิ่งขึ้นบทใหม่

                มันก็คงจะเป็นแค่บทสนทนาทั่วไปถ้าตอนนี้ไม่มีพี่สาวคนนั้นอยู่ด้วย ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังพยายามาก ๆ พยายามยิ้ม พยายามเดิน รวมถึงพยายามไม่สบตาเขา

                ภูมิคะ ร้านซีเอ็ดอยู่ตรงไหน พาลลิลไปหน่อยสิคะ

                เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้นอีกครั้ง แล้วมันก็เป็นผมเองที่สะบัดแขนของตัวเองออกมามือใหญ่ ๆ ที่กำลังจับกันอยู่ พร้อมกับพาตัวเองให้ถอยห่างจากพวกเขาหนึ่งก้าว

                งั้นพี่สองคนไปเถอะครับ ผมไปคนเดียวได้

                ไม่รอให้มีใครตอบรับอะไรทั้งนั้น ผมเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วโดยที่ไม่รู้เลยว่าต้องเดินไปทางไหน แต่มันก็คงจะดีกว่าการพาตัวเองไปยืนอยู่ที่ตรงนั้น ตรงที่ผมจะไม่มีตัวตน

                ตรงที่ผมจะกลายเป็นแค่ส่วนเกิน

                เป็นครั้งแรกเลยที่มองว่าห้างในกรุงเทพฯ มันไม่สวยแล้ว ทำไมถึงได้กว้างใหญ่ขนาดนี้ แผนกของสดก็ไม่มีอะไรดึงดูดทั้งที่เป็นแต่ก่อนผมคงจะวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหามันอย่างตื่นเต้น แต่วันนี้เหมือนผักทุกใบมันเหี่ยวเฉาและไม่น่ากินไปหมด

                คิดถึงหม่าม้าจัง

         มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นตอนที่กำลังหิ้วถุงมากมายออกมาจากข้างใน ข้างกายมันไม่มีใครจนคิดถึงแม่ หม่าม้าไม่เคยปล่อยให้ข้าวต้องมาเดินตลาดคนเดียวแบบนี้เลยสักครั้ง

                เข็มสั้นของนาฬิกาชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ภาพของหนุ่มสาวที่เดินเกาะแขนกันมาท่ามกลางผู้คนมากมายดูเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น หญิงสาวหุ่นเพรียวบางผมยาว หน้าตาลูกครึ่งดูทันสมัยและสวยมาก ๆ กับผู้ชายที่มีส่วนสูงได้มาตรฐานรับกับรูปร่างสมส่วน แถมยังมีช็อปสีเลือดหมูนั่นเป็นพร็อบอีก มันยิ่งส่งให้ความดูดีนั้นเพิ่มทวีคูณเป็นสองเท่า

                ดูแล้วเหมาะสมกันจังเลย...

                รอนานไหม

                เป็นเจ้าของรถที่เอ่ยขึ้นทันทีที่เขาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ก็ยังดีที่นึกถึงกันบ้าง ถึงจะเป็นแค่คำถามตามมารยาทแต่เท่านี้ก็รู้สึกดีมากแล้ว มากแล้วจริง ๆ

                ไม่ครับ ผมเพิ่งออกมา”  

                คำโกหกก้อนโตถูกเอ่ยออกไปจากปาก ผมรีบปรับสายตาของตัวเองให้เป็นปกติก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ รู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายมันเหนื่อยเหลือเกิน ผมเหนื่อยเหลือเกินแม้แต่จะพูดกับเขา

                เสียงเพลงที่ถูกเปิดคลอมาตลอดทางนับตั้งแต่รถหรูได้เคลื่อนตัวออกมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น ทำให้ผมตัดขาดจากสิ่งตรงหน้าไปโดยปริยาย ภาพเก่า ๆ ที่ผมเคยนั่งอยู่ตรงนั้นมันถูกสวมทับด้วยภาพของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาตอนนี้ อยู่ข้างใครอีกคนที่เป็นเจ้าของความรู้สึกดี ๆ ทั้งหมดของผม แต่ผมเองก็อาจจะลืมไปว่าตัวเองมาทีหลัง พี่สาวคนนั้นมาก่อนและมาก่อนนานแล้วด้วย

                ที่ตรงนั้น...มันอาจจะไม่ใช่ที่ของผมมาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้

                รถยนต์จอดนิ่งสนิทอีกครั้งที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ผมเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้า ๆ มองภาพชายหญิงที่กำลังเดินลงจากรถไปพร้อมกัน พวกเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางแสงไฟจากมินิคูเปอร์ที่กำลังส่องสว่าง ผมมองเห็นเขาทั้งสองชัดเจน เห็นแม้กระทั่งตอนที่รางเล็ก ๆ นั่นเอื้อมมือไปโอบรัดรอบคอของคนตัวสูง เขย่งปลายเท้าขึ้นไปกดจูบเบา ๆ ตรงข้างแก้มและยิ้มให้

                เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลงอีกครั้ง ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังกัดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อดึงความเจ็บปวดออกมาจากหัวใจ ความเมื่อยล้าของร่างกายมันทำให้รู้สึกว่าเรี่ยวแรงมันหดหายไปหมดแล้ว ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวลงไปช้า ๆ ก่อนจะกลายเป็นมืดสนิทลงไปในตอนนั้น...

 

 


















              ข้าว

              แรงเขย่าเบา ๆ ที่ไหล่ข้างซ้ายมันทำให้ผมรู้สึกตัวและลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพใบหน้าเข้ม ๆ นั่นเป็นสิ่งแรกที่เห็น ก่อนสมองมันจะสั่งการให้รีบลุกขึ้น

                เหนื่อยมากเหรอ

                ใช่ผมเหนื่อยแล้ว

                ขอโทษที่ไปรับช้านะ

                เหนื่อยแล้วจริง ๆ 

                ไม่เป็นไรครับ

                คำว่าไม่เป็นไรคงจะเป็นคำโกหกที่แนบเนียนที่สุดแล้วในตอนนี้ เหมือนว่าร่างกายมันต่อต้านให้ทุกสิ่ง ผมรู้สึกเหนื่อยเกินไป ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดกับเขาด้วยซ้ำทั้งที่เขาเป็นคนที่ผมอยากจะอยู่ด้วยมากที่สุด

                ผมขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ

                และผมก็เลือกจะเดินหนีเขาอีกแล้ว ต้นข้าวกลายเป็นเด็กไม่ดีอีกครั้งเหมือนที่ป๊าชอบดุ เวลามีปัญหาแล้วชอบเดินหนีซึ่งมันไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย แต่จะทำยังไงได้ ผมก็ยังคงเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตอยู่วันยันค่ำนั่นแหละ

                สองเท้าก้าวเดินขึ้นไปยังห้องชั้นบนช้า ๆ ตอนนั้นเองที่ผมกำลังจะเปิดประตูห้องเข้าไปได้แล้ว ร่างทั้งร่างก็โดนฉุดเอาไว้จนต้องหยุดอยู่กับที่ พี่ภูมิมีอะไรรึเปล่าครับ?”
                เขาไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น สายตาดุ ๆ ยังเอาแต่จ้องมาเงียบ ๆ แรงบีบที่แขนมันก็เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกเจ็บขึ้นมาแล้ว พี่ภูมิปล่อยครับ

                เป็นอะไร

                ผมไม่ได้เป็นอะไร

                โกหก

                เพราะมันเป็นน้ำเสียงที่ถามปนคาดคั้นผมถึงได้เอาแต่กัดปากตัวเองแน่น ทำไมผมถึงไม่หวงเขาในแบบที่หวงดินกับอาทิตย์นะ ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ว่าเขาจะไปจูบกับใครหรือให้ใครหอมแก้มผมคงจะไม่เจ็บขนาดนี้

                ถามทำไมไม่ตอบ

         ไม่รู้สึกขนาดนี้

                ถ้าอย่างนั้นผมถามพี่บ้างได้ไหมครับเป็นผมเองที่ยังไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่กลับสร้างคำใหม่ขึ้นมาให้เขาแทน พี่จูบผมทำไม

                “…”

                จูบเพราะอะไร

                “…”

                ทำไมไม่ตอบสักทีล่ะครับ

                เพราะเขาเองก็ตอบไม่ได้ไม่ใช่หรือไง ทำไมกลับมาคาดคั้นจะเอาคำตอบจากผมให้ได้ล่ะ ที่จริงแล้วเขาเองก็ยังเป็นเด็กที่ยังไม่โตเหมือนกันนั่นแหละ เพราะถ้าเป็นเรื่องนี้ทุกคนมักจะไร้เดียงสาได้เสมอ

                คนตรงหน้ายังเอาแต่ยืนนิ่ง ส่วนผมเองก็ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้าที่ไหนมาจ้องหน้าเขา พยายามคาดคั้นจากเขา เหมือนที่เขาเองก็ทำจากผมเหมือนกัน

                ว่าไงครับ พี่จูบผมทำไม

                “…”

                ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วมาจูบกันทำไมอื้อ!”

                คำพูดที่กำลังพรั่งพรูออกมาถูกกลืนหายลงไปจนหมด คนตรงหน้าส่งริมฝีปากลงมาทาบทับกันอีกแล้ว สองร่างบดเบียดแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างให้สิ่งใดเคลื่อนผ่าน ปลายลิ้นร้อนแตะสัมผัสกันอยู่หลายครั้งจนคนไม่ได้ตั้งตัวสะดุ้งเฮือก แรงดูดคลึงทั้งริมฝีปากข้างบนและล่างนั่นมันก็ดูชำนาญไม่น้อยเลย

                พี่อึกพี่ภูมิ ลมหายใจถูกช่วงชิงไปนับครั้งไม่ถ้วนโดยที่ยังพูดไม่จบ มันอาจจะเป็นเพราะเขาโกรธที่ผมถามจู้จี้ถึงได้ใช้วิธีปิดปากกัน

                ยังจะคิดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่ไหม คนตรงหน้าพูดทั้งที่ยังจ้องกันอยู่อย่างนี้ สองมือก็ยังคงล็อกแขนผมเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน แต่อีกคนที่ยังไม่เข้าใจนี่สิ ตีความหมายคำพูดนั้นของเขาไม่ออกเลยจริง ๆ

                พี่หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ

                ต้องให้จูบอีกรอบเหรอ

                ไม่นะครับ!” ผมรีบแย้งเขา แค่พูดก็พอ ไม่จูบแล้ว

                คนพูดก้มหน้างุด ส่วนคนที่เป็นฝ่ายคุมเกมก็ยังไม่ยอมเลิกเล่น ปลายนิ้วตวัดมาเชยคางผมขึ้นไปมองหน้าเขา มองดวงตาคู่นั้นที่มีเสน่ห์เหลือเกินแต่ก็น่ากลัว

                ที่บอกคนที่ชอบไปวันนั้น

                “…”

                บอกแค่เขาคนเดียวใช่ไหม

                หมายความว่ายังไงบอกแค่เขาคนเดียว ก็ผมชอบเขาอยู่คนเดียวจะให้ไปบอกใครอีกเล่า ครับ บอกเขาแค่คนเดียว

                อืม

                “…”

                เขาได้ยินแล้ว

                เพราะคำพูดแบบนั้นมันทำให้ผมเบิกตากว้างขึ้นมาอีกครั้ง พี่หมายความว่ายังไงครับ ได้ยินแล้วอะไรกันพี่…”

                ก็ถ้าเป็นคนที่เราบอกเขาในรถวันนั้น

                “…”

                เขาได้ยินแล้ว

                คำพูดของพี่ภูมิยังคงเป็นคำเดิมซ้ำไปซ้ำมาราวกับจะตอกย้ำผม คนโดนจับได้หันมองซ้ายขวาหลุกหลิก พลางก็นึกไปถึงวันนั้นที่ผมแอบบอกชอบพี่ภูมิในรถตอนเขาหลับ

                จะได้ยินได้ยังไง วันนั้นเขาหลับนี่นา

                เหมือนจะเป็นการพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เท่านั้น แต่ด้วยระยะห่างที่แทบจะเป็นศูนย์พี่ภูมิเองก็คงจะได้ยินทุกอย่าง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแค่นหัวเราะเบา ๆ จากผู้ชายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ตอนนั้นนั่นแหละที่ความร้ายกาจของเขามันฉายวับขึ้นมาในหัวทั้งหมดเลย

                นะนี่พี่ไม่ได้หลับเหรอครับ!”

                พอพูดไปแล้วก็อยากจะระเบิดตัวตายตรงนั้น ถามแบบนี้พี่ภูมิก็รู้หมดสิว่าเป็นเขา!

                อืม ไม่ได้หลับ

                แต่ที่ทำให้อยากตายมากกว่านั้นคือพี่เขารู้อยู่แล้ว!

                โดนแช่แข็งไปแล้วร่างกายผมมันโดนแช่แข็งจนขยับไปไหนไม่ได้ วันนั้นพี่ภูมิไม่ได้หลับ แบบนั้นเขาก็ได้ยินทั้งหมดชัดเจนเลยตั้งแต่ผมเรียกเขาครั้งแรกน่ะสิ!

         น่าอายชะมัด

                เงียบทำไม

                เอ่อ ผมผมปวดท้อง!” ตั้งท่าจะวิ่งหนีเขาหลังจากพูดคำนั้นจบแต่ก็ไม่ทัน พี่ภูมิตวัดแขนมากอดกันไว้อีกครั้งแบบที่แน่นกว่าเดิมสิบเท่า คราวนี้ก็อย่าว่าแต่หนีเลย แค่จะขยับตัวนิดเดียวยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

                จะหนีไปไหน ยังไม่ได้ฟังคำตอบเลยนะ

                คำตอบอะไรครับ?”

                ก็ที่ถามว่าจูบทำไมไง

                ฮื่อ ไม่อยากฟังแล้วได้ไหม ไม่เอาแล้ว

                แค่เห็นรอยยิ้มมุมปากนั่นกระตุกขึ้นอีกครั้งก็เสียวสันหลังวาบ ผมหลับตาปี๋ลงไปเพราะไม่อยากเห็นภาพอะไรอีก จนกระทั่งลมหายใจอุ่น ๆ เอื้อนเอ่ยคำบางคำที่ข้างหู

                ชอบเหมือนกันครับ

                ถึงได้รู้ว่าอาการหัวใจพองโตมันเป็นยังไง

 

 



tbc.

Lafinz


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 904 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #441 SasIZaA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 18:06
    ถ้าแล้วเ-้ยแบบนี้ทำไมอ่ะ
    #441
    0
  2. #430 miiiina (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 23:43
    ไปเคลียร์ลลิน ก่อนค่ะ

    คนอื่นเข้าใกล้น้องละหวงเก่ง แต่ตัวเองปล่อยคนอื่นเข้าใกล้ขนาดนี้ได้ บ้าไปแน้ว
    #430
    0
  3. #415 0984363270 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:41
    พี่แม่งงงงงงปล่อยให้ชะนีจูบได้งัย!!
    #415
    0
  4. #368 Geenamthip (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:15
    เกลียดอิพี่ได้ไหม😑
    #368
    0
  5. #366 KittiphatSaree (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 10:50
    อิพี่ทำไมปล่อยให้เขาหอมแก้มได้อ่ะ ก็รู้อยู่อยู่ว่าคนที่ชอบมองอ่ะ ฮึ่ยยยยย
    #366
    0
  6. #324 TTjelly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 00:46
    พี่ควรชัดเจนนะคะ คนอ่านมอหออ ฮึ่ยย
    #324
    0
  7. #309 คิขุเฟคจิงปะ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 22:27
    ค่อนข้างที่จะไม่พอใจ หักคะแนน
    #309
    1
    • #309-1 Lafinz(จากตอนที่ 17)
      20 กันยายน 2562 / 11:24
      55555 หักกี่คะแนนอะคับ เยอะไหม
      #309-1
  8. #297 NaokiChun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:45

    โอ้ๆๆๆระเบิด​บู้มมม
    #297
    0
  9. #283 Windysep (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 01:49
    แต่ก็ไม่เคยชัดเจนกับน้องอะ งง น้องก็ยอมง่าายจังเลยยยย
    #283
    0
  10. #260 ฮันนี่พี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 14:05
    อะงง น้องยอมง่ายไปไม๊
    #260
    0
  11. #243 26430 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:11
    แงน้องเขินนนน
    #243
    0
  12. #228 PorntipThongyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 23:08
    ถ้าชอบน้องก็ควรชัดเจนและให้เกียรติกว่านี้นะคะ สงสารความรู้สึกน้องเลย
    #228
    0
  13. #217 Eye Ati (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:55
    ลอยแล้วค่ะ
    #217
    0
  14. #210 Kim-kibom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 19:57
    ชอบน้องแต่ให้คนอื่นมาหอมแก้ม ..มันไม่โอนะคะ
    #210
    0
  15. #205 cloudy93 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 17:10
    อิพี่มันร้ายยยยย ต้องรีบเคลียร์กับลิลนะะ
    #205
    0
  16. #188 Yongyie HH520 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 01:26
    เเม่รับไม่ได้เลยคุณภูมิ ชอบน้องแต่ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมากอดมาหอมได้ยังไงงง
    #188
    0
  17. #174 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 16:17
    ถ้าจะจิงจังกับน้องพี่ภูมิต้องเว้นระยะห่างจากพี่ลิลแล้วนะคะ พื้นที่ตรงนี้มันควรมีไว้สำหรับคนพิเศษ
    #174
    0
  18. #167 DamonDarkFk271 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 18:57
    #แอนตี้ลลิล 😠😠😠
    #167
    0
  19. #164 happy1701 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 19:50
    ใจดีเกินไปป่ะ ไม่โอเคเลยกับพระเอกแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เหรอ
    ถ้าเค้าขอให้นอนด้วยก็คงนอนอ่ะดิ
    #164
    0
  20. #163 FNnp142 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 11:13
    มาจ้าาาา คนพี่ยอมรับแล้วจ้า ชอบน้องเหมือนกันน
    #163
    0
  21. #85 TAEJESSIYEONCA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 10:25
    อีพี่ขอให้ได้ยิน
    #85
    0
  22. #74 B2uty+LoveMblEast (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 12:47
    ฮิ้วววววว น้องบอกแล้วนะ คนพี่ล่ะ
    #74
    0
  23. #53 Naries (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:46
    พี่มันต้องได้ยินแน่ๆเลยย กิสส
    #53
    0
  24. #15 minminmel007 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:28
    พี่ภูมิได้ยินทีเถอะะะ5555555
    #15
    0
  25. #12 ppppppoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 03:26
    เอาจริงๆคือฟินมากกก พึ่งมาอ่าน อ่านรวดเดียวจบ คือความรู้สึกบอกเลยนะไรท์ ติดแน่นอนนนนน โหยยยยย ห้ามเลิกอัพนะค่าาา สู้ๆเน้อ
    #12
    0