ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 14 : ไม่ชอบหวาน : 12 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 872 ครั้ง
    27 มี.ค. 62





ไม่ชอบหวาน
12










          สงสัยไหมว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไร?

          ผมกำลังยืนคุยกับประตูห้องพี่ภูมิอยู่...

          อยู่ดี ๆ ก็นึกโกรธดินขึ้นมา เพราะดินแท้ ๆ เลยผมถึงต้องมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่อันตรายต่อหัวใจแบบนี้ ส่วนตัวก่อเหตุน่ะเหรอ ก็นอนหมดสติอยู่บนที่นอนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวน่ะสิ อยากจะขำอยู่หรอกคีพลุคมาได้ตั้งนาน อุตส่าห์วางแผนกับน้องมาตลอดทางว่าจะวางมาดเป็นผู้ดีอังกฤษให้เจ้าของบ้านเขาเกรงขามเล่น ๆ ไหงกลายเป็นว่าต้องมาให้เขาหามขึ้นบนห้องอย่างหมดสภาพเสียอย่างนั้น

          แต่ผมจะยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนไม่ได้...

          พยายามสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด อีกทั้งก็ต้องควบคุมเสียงหัวใจที่กำลังเต้นดังของตัวเองด้วย ก่อนจะเคาะลงไปบนนั้นเบา ๆ สามที

          ประตูเปิดแล้ว...

          ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของห้องทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พี่ภูมิอยู่ในชุดนอนเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำ แต่ผมจำได้นะว่าพี่ภูมิเป็นคนที่ไม่ใส่เสื้อผ้านอน แต่วันนี้กลับแต่งซะเต็มยศ ก็แหงล่ะ มีผมยืนหัวโด่อยู่ด้วยทั้งคนนี่เนอะ

          "เอ่อ...พี่ภูมิก็อาบน้ำใหม่เหมือนกันเหรอครับ?" ผมเอ่ยถามไปอย่างนั้น เมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบแปลก ๆ

          "อืม เข้ามาสิ" เขาพูดก่อนจะเบี่ยงตัวหลบจากหน้าประตูเพื่อให้ผมเดินเข้ามาได้

          เพราะว่าทำอะไรไม่ได้แล้วก็เลยต้องควบคุมสติของตัวเองแล้วเผชิญหน้า ผมเดินก้มหน้าก้มตาผ่านร่างของใครอีกคนเข้ามาในห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงปิดประตูลงกลอนดังมาจากด้านหลัง 

          เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาเลยนะเนี่ย...พอมองดูแล้วห้องของพี่ภูมิก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากชั้นหนังสือและโต๊ะคอมฯ ที่มุมห้อง แอบเหลือบไปเห็นบิ๊กไบค์คันจิ๋ววางอยู่บนโต๊ะคอมฯ สองสามคันเหมือนกัน นั่นคงจะเป็นสิ่งของที่น่ารักที่สุดแล้วมั้งในห้องนี่น่ะ

          "ง่วงยัง" 

          เสียงทุ้ม ๆ ที่เอ่ยขึ้นทำให้คนที่กำลังใช้สายตาสำรวจห้องเขาอยู่สะดุ้งโหยง "นะ...นิดหน่อยครับ พี่ล่ะ เมาไหม?"

          "ไม่เมา แต่ไม่เหมือนเดิม"

          เจ้าของห้องพูดแบบนั้นพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนเตียง ผมขำออกมาเล็กน้อยให้กับพี่ชายจอมวางมาดที่บอกว่าตัวเองไม่เมาแต่ตานี่หวานเยิ้มเชียว "ดีแล้วครับ เพราะว่าถ้าเมาผมจะส่งไปนอนกองกันที่ห้องนู้นให้หมด"

          ร่างสูงตรงหน้าแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะส่งมือมายีหัวผมเล่นจนฟูฟ่อง ชั่ววินาทีที่ผมเผลอนั่งตัวแข็งทื่อ มันเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนเดินไปปิดไฟในห้องจนมืดสนิท เหลือไว้เพียงโคมไฟสีส้มอ่อนบนหัวเตียง

          ดีแล้วที่พี่ภูมิไม่ได้เห็นท่าทางแปลก ๆ ของผม...

          ห้องทั้งห้องเงียบลงไปแล้ว มันเป็นผมเองที่เกิดอาการประหม่าขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เพราะไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน กับบรรยากาศแบบนี้ในเวลานี้แม้แต่มือไม้ก็ดูจะเกะกะไปหมด 

          ตอนนั้นเองที่เกิดแรงยุบเบา ๆ ที่เตียงผมจึงเผลอเด้งตัวขึ้นจากเตียงเขาที่ตัวเองถือวิสาสะนั่งอยู่ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้เจ้าของบ้านตวัดสายตามามองผมงง ๆ จนต้องยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ "เอ่อ...ให้ผมนอนตรงไหนครับ?"

          "มีที่อื่นให้นอนที่ไม่ใช่เตียงด้วยเหรอ"  

          ก็เพราะแบบนี้ถึงถามไงพี่บ้า...

          "นึกว่าจะให้นอนพื้นซะอีก"

          "ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกครับ"  

          "..."

          ไม่อยากเชื่อ...
          คำพูดแค่ไม่กี่คำกลับทำให้ผมใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอกได้ ทั้งที่เป็นแค่คำพูดเพราะ ๆ ธรรมดาที่ดินกับอาทิตย์ก็พูดด้วยตลอด แต่ทำไมกับพี่คนนี้ถึงได้มีอิทธิพลต่อใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

          "จะนอนก็ปิดโคมไฟด้วยนะ" 

          เป็นคำพูดของคนคนเดิมที่ปลุกผมขึ้นมาได้อีกครั้ง คนตรงหน้านอนตะแคงข้างไปอีกทางนึงหลังจากพูดจบ เห็นแบบนั้นผมก็เลยเดินไปนั่งบ้าง บนเตียงข้าง ๆ เขา...

          มือขวาเอื้อมไปปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียงช้า ๆ วางหมอนไว้ด้านบนเบา ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนให้เงียบที่สุด

          ไม่ดีเอามาก ๆ...พอได้มานอนอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้แล้วยิ่งห้ามใจไม่ให้เต้นแรงไม่ไหวเลย กลัวมันจะเต้นดังเกินไปจนคนที่นอนอยู่อีกฝั่งได้ยินเข้านี่สิ

          แต่อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เหนื่อยมาก ๆ หมดพลังงานไปกับการเดินห้างเป็นเพื่อนกัปตันใหญ่ก็เยอะแล้ว พอมาถึงบ้านก็ต้องมาวุ่นทำมื้อเย็นอีก หนักเลยก็ตอนแบกคนที่สูงเกือบร้อยแปดสิบเจ็ดขึ้นชั้นสองนี่แหละ แบบนั้นก็เลยไม่ใช่เรื่องยากกับแค่การข่มตาให้หลับ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะกลายเป็นสีดำและเลือนหายไปในที่สุด





//
          เพราะความอึดอัดบางอย่างทำให้ขยับตัวยุกยิก อีกทั้งยังมีความรู้สึกหายใจไม่สะดวกบวกกับอาการหนัก ๆ ที่ท้องเหมือนมีท่อนอะไรมาวางอยู่ สายตาที่ยังปรับโฟกัสไม่ดีนักลืมขึ้นพร้อมกับความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า ฟ้ายังไม่สว่างเลยด้วยซ้ำแต่ก็คิดว่าตัวเองไม่น่าจะละเมอ

          "...!"

          ตอนนั้นเองที่หันไปมองบางอย่างข้างกาย ลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่ตรงนี้ที่ข้างแก้ม กับใบหน้านั้นที่วางอยู่ใกล้ ๆ มันทำให้ผมเกือบจะหลุดปากร้องออกมาจนแทบจะยกมือขึ้นมาปิดมันไว้ไม่ทัังทัน 

          และที่ยิ่งกว่านั้น ผมเลื่อนสายตาลงไปมองที่ช่วงท้องของตัวเองก่อนจะพบว่าท่อนหนัก ๆ ที่วางอยู่นั้นมันคือแขนของคน...แขนของคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ!

          แล้วหมอนข้างที่เคยวางกั้นตรงกลางมันหายไปไหนแล้วเนี่ย

          ทำยังไงดี...พยายามจะยกแขนเขาออกไปแล้วแต่ว่ามันกลับมารัดแน่นมากกว่าเดิม ถึงจะชอบมากขนาดไหนแต่มานอนกอดโดยไม่ขออนุญาตกันก่อนแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง

          หัวใจพลันกลับมาเต้นแรงอีกครั้งจนได้ วงแขนหนัก ๆ นี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมยกออกไปเลยด้วยซ้ำ เพราะทำอะไรไม่ได้ผมก็เลยพยายามข่มตาตัวเองให้หลับไปอีกครั้ง แต่ก็ต้องสะดุ้งลืมตาขึ้นมาอีกรอบเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสอุ่น ๆ ที่กำลังสอดเข้ามาในชายเสื้อนอนตัวบาง แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นคือมันกำลังเคลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ 

          "พะ...พี่ภูมิ" 

          ไม่ไหวแล้ว
          มือทั้งสองข้างของตัวเองรีบคว้าสะเปะสะปะไปที่มือนั้นที่ตอนนี้กำลังลูบวนอยู่ตรงสะโพก ทั้งผลักทั้งเรียกแต่ก็ไม่ท่าทีว่าอีกฝ่ายจะลืมตาตื่นขึ้นมาเลย ทำไมเมาแล้วนิสัยไม่ดีแบบนี้นะ

          "พี่ภูมิ ตื่น!"

          แล้วผมก็เลือกใช้หนทางสุดท้ายคือถีบเขาไปจนเต็มแรงและมันได้ผล เจ้าของมือปลาหมึกลืมตาขึ้นมาแล้วพร้อมกับมองมาที่ผมซึ่งกำลังยกขาค้างอยู่กลางอากาศ

          "อะ...เอ่อ"

          "ทำอะไร"

          "...?"

          "ถีบทำไม"

          ก็ถีบปลุกพี่นั่นแหละคนบ้าเอ๊ย!
          ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้นแหละ ใครมันจะไปกล้าบอกล่ะ!

          "ถามทำไมไม่ตอบ"

          "กะ...ก็พี่ภูมินั่นแหละครับ!"

          "ทำไม?" 

          แล้วคนตรงหน้าก็ยังไม่ละความพยายามที่จะถาม
          จะให้ตอบว่ายังไงล่ะคิดสิ!

          "ไม่มีอะไรครับ ผม...ผมแค่ละเมอ"

          ผมที่ไหนล่ะ คนละเมอมันคือเขาต่างหาก!
          ตัดสินใจจบการพูดถึงเรื่องน่าอายไว้แต่เพียงเท่านั้น ผมได้แต่นั่งกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น คนตัวโตหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ทิ้งไว้แค่ผมที่ยังนั่งเป็นนาฬิกาถ่านหมดอยู่ตรงนี้

          แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเมื่อกี้ผมตาไม่ฝาด ผมว่าผมเห็น
          เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของพี่ชายขี้แกล้งคนนั้นกระตุกขึ้น...


    











     
05 : 07

          เจ้าไอโฟนเครื่องเล็กถูกหยิบขึ้นมาดูนาฬิกาเป็นครั้งที่สิบ หลังจากพยายามยังไงก็ข่มตาให้หลับลงไม่ได้สักทีต่างจากพี่ภูมิที่นอนต่อได้เฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงคิดวางแผนว่าจะรอให้ตีห้าก่อนค่อยออกจากห้องไปเนียน ๆ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด เพราะว่าปกติผมก็เป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว

          คิดได้ดังนั้นจึงใช้วิชาตัวเบาหอบเอาหมอนกับผ้าห่มลงมาจากเตียงให้เงียบที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องออกจากห้องพี่ภูมิช้า ๆ จนพาตัวเองมาที่ห้องนอนแสนคุ้นเคยได้สำเร็จ 

          สองมือแง้มประตูเข้าไปเบา ๆ แล้วก็ได้พบกับสภาพอันน่าอนาถของพี่ชายตัวดีที่ตอนนี้นอนเน่ากลิ่นเหล้าฟุ้ง หมดภาพผู้ดีอังกฤษที่สั่งสมมานานแบบไม่เหลือชิ้นดีเลย

          "ดิน" ผมเดินเข้าไปปลุกคนตรงหน้าที่นอนแบบเอาเป็นเอาตายอยู่บนเตียงขนาดห้าฟุต พยายามเขย่าแล้วเขย่าอีกก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว "ดิน ตื่นมาอาบน้ำเร็วเดี๋ยวตกเครื่องนะ"   

          พี่ชายตัวดีขยับร่างกายเล็กน้อย ก่อนที่ตาตี่ ๆ นั้นจะเปิดขึ้นมา พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจไปรอบห้องอย่างงุนงง "ข้าวหามดินขึ้นมาเหรอ"

          แล้วคำถามแรกของเขาก็ทำให้ผมส่ายหัวเอือม ๆ ต้องเมาขนาดไหนถึงขั้นจำอะไรไม่ได้เลยแบบนี้เนี่ย ถ้าโดนสาว ๆ ลากไปนะไม่อยากจะคิด

          "ข้าวแบกขึ้นมาคนเดียวไม่ไหวหรอกครับ" ผมพูดพลางเดินไปเปิดสวิสต์ไฟให้สว่างไปทั่วห้อง "นู่น คุณเจ้าของบ้านน่ะเขาช่วยแบกขึ้นมา" 

          คนตรงหน้าส่ายหัวสองสามทีเพื่อเป็นการปรับโฟกัสซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผมหลุดขำ ผมเคยเห็นดินเมานะแต่ครั้งนี้น่าจะหนักสุด เล่นหลับยาว ๆ แบบไม่ลุกมาอาเจียนเลย ของวอดก้าเขาน่าจะดีจริง ๆ

          เข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ทำให้ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้ามาให้กับคนตรงหน้า ก่อนว่าที่กัปตันตัวดีจะตกเครื่องจริง ๆ ไปเสียก่อน "ไปอาบน้ำเถอะครับ ต้องไปถึงก่อนเจ็ดโมงนะ" 

          "แล้วพี่ภูมิของข้าวเขาเป็นยังไงบ้าง"

          พี่ภูมิของข้าวอะไรกันล่ะ...

          "นอนอยู่อีกห้องนั่นล่ะครับ อาบน้ำเสร็จก็ไปปลุกกันด้วยนะ"  ผมพูดก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มพร้อมกับหยิบเจ้าไอโฟนเครื่องเล็กขึ้นมากดเล่นไปพลาง ๆ

          พี่ชายตัวดีเดินเข้าห้องน้ำไปแบบมึน ๆ กับร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้าของเขา ผมแอบอิจฉาหุ่นดินอยู่นิด ๆ เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่ทำไมคนคลอดออกมาก่อนกลับไม่ยอมเหลือส่วนสูงทิ้งไว้ให้ผมบ้างเลย เหลือไว้ให้แค่เนี้ย...

          ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ผมได้ยินเสียงไหลกระทบกับพื้นเบา ๆ ดังออกมาจากด้านใน ตอนนั้นเองที่เผลอนึกไปถึงเรื่องน่าอายเมื่อเช้ามืด อยู่ดี ๆ ผมก็ยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองสองสามทีเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นทิ้งไปซะ 

          แต่ว่านะ...วันนี้ทั้งวันจะมองหน้าพี่ภูมิติดได้ยังไงเนี่ย?











          เวลาล่วงเลยมาจนหกโมงครึ่ง กว่าพี่ชายตัวดีจะแบกเอาร่างมึน ๆ ไปแปลงโฉมจนกลับมาเป็นกัปตันสุดฮอตคนเดิมได้ก็เล่นเอาพระอาทิตย์ขึ้นชี้โด่ จากที่ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามบอกคนตัวสูงอีกคน ว่าเจ้ารถสปอร์ตคันนี้น่ะตนไปเช่าเขามา กลายเป็นว่าต้องไหว้วานให้น้องชายเจ้าของบ้านเป็นคนพาเอาไปคืนเสียอย่างนั้น ความลับที่ปิดมาก็พังหมด

          โชคดีว่าใครอีกคนไม่ได้มีนิสัยเหมือนอาทิตย์ ไม่งั้นล่ะกัปตันใหญ่คงโดนล้อไปยันลูกบวชแน่ อยากเท่แต่ไม่ยอมลงทุน

          มินิคูเปอร์สีดำเคลื่อนตัวลงมาจอดหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ร่างทั้งสามจะก้าวลงจากรถพร้อมกับสัมภาระของพี่ชายที่หอบมาอย่างกับจะมาอยู่เป็นเดือน 

          ภายในสนามบินที่ผู้คนครึกครื้น แต่นั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาเลยก็ได้นะ มีหลายคนที่มาที่นี่เพื่อมารอรับคนที่รักกลับบ้าน แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่ต้องพรากกับคนที่รักที่นี่ โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง อย่างเช่นผมในตอนนี้

          "มาคราวหน้าต้องเป็นคนขับแล้วนะ ไม่ใช่ผู้โดยสารแล้วนะครับ" ผมพูดกับพี่ชายที่กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้า ก่อนว่าที่กัปตันตัวสูงจะหันมายีหัวผมเบา ๆ พร้อมกับยิ้มหวาน ๆ ส่งมาให้

          "รับทราบครับ "

          "โทรมาหาข้าวบ้างนะ พักผ่อนเยอะ ๆ ด้วย" ผมพูดพลางเดินเข้าไปกอดเอวพี่ชายไว้หลวม ๆ "อย่าให้รู้ว่ามัวแต่หาเงินมาให้ข้าวใช้ จนไม่ดูแลตัวเองนะ"

          "รู้แล้วครับ กลับกันไปได้แล้วเดี๋ยวรถติด" ว่าที่กัปตันเอ่ยก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปจากมือของน้องชายตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือใหญ่เอื้อมไปวางที่ไหล่กว้าง ๆ นั่น พร้อมกับพูดบางอย่างราวกับต้องการจะฝากฝังผมไว้กับพี่ภูมิแบบนั้นเลย "ฝากข้าวด้วยนะภูมิ ถ้าไม่เป็นการรบกวน กลับมาครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ถือว่าเป็นการขอบคุณ" 

          น้องชายตัวสูงพยักหน้ารับพี่ชายเล็กน้อย แบบที่ผมเองก็แอบยิ้มออกมาไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ว่าที่กัปตันจะเดินหายเข้าไปด้านในแล้ว มองจากตรงนี้ไปไม่เห็นเขาแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่ความคิดถึงจนเต็มเปี่ยมเท่านั้น




          รถมินิคูเปอร์สีดำสนิทกำลังวิ่งไปตามท้องถนนหลังจากที่บอกลากับหนุ่มเมืองนอก ผมได้นั่งมองข้างทางอย่างสบายใจอีกครั้ง สิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเคลื่อนผ่านไปด้านหลังระหว่างที่สองล้อของรถขับเคลื่อนไปด้านหน้า แล้วตอนนั้นเองที่ผมหันไปมองคนที่บังคับพวงมาลัยอยู่ข้าง ๆ ที่ไม่ยอมพูดยอมจาประหนึ่งหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งระบบมาให้ขับรถได้อย่างเดียว

          "เอ่อ...พี่ภูมิหิวข้าวไหมครับ"

          แน่นอนนี่เป็นคำแรกของวันนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้าเราก็ไม่ได้คุยกันเลย ไม่ใช่เพราะไม่อยากคุยแต่ผมแค่รู้สึกว่าหน้ามันร้อน ๆ ทุกครั้งที่มองหน้าเขา แล้วภาพเมื่อคืนมันก็ดันลอยขึ้นมา...

          "ไม่ เราหิวเหรอ"

          "ก็นิดหน่อยครับ ไว้ถึงบ้านเดี๋ยวผมทำมื้อเช้าให้กินนะ"  

          คนตัวสูงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามาทางผมเหมือนมีอะไรจะถาม "อยู่แต่บ้านทำกับข้าว ไม่เบื่อบ้างเหรอ"

          "ครับ? เอ่อ...ก็นิดหน่อยแต่ว่าก็ไม่ได้ลำบากอะไร" ผมพูดทั้งที่แปลกใจอยู่น้อย ๆ เพราะว่าวันนี้อีกคนมีท่าทางแปลกไป ตั้งแต่ใส่เสื้อเหลืองสดใสแล้ว ปกติจะคลุมโทนขาวดำตลอด

          "อยากไปเที่ยวไหนไหม"  

          แล้วคำถามนั้นก็ทำให้ผมอึ้งไปอีกรอบ...
          ทันทีเลยที่ผมหันขวับไปมองเขา เมื่อกี้พี่ภูมิชวนผมไปเที่ยว พี่ภูมิที่ติดบ้านมาก ๆ และจะรำคาญที่สุดถ้ามีคนชวนเขาออกไปไหนในวันหยุด แต่เมื่อกี้เขาชวนผมไปเที่ยว?

          "ผมเลือกได้จริงเหรอครับ" เพราะแบบนั้นก็เลยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

          "ลองว่ามาสิ" 

          อู้หู...ไม่ได้ล้อเล่นด้วยแฮะ
          ว่าแต่ให้ผมเลือกเหรอ สวนสนุกดีไหมนะ หรือเดินห้างเล่นดี แต่อันนั้นก็ไปบ่อยแล้วนี่นา มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกนะ...อ๋อ!

          "ผมอยากไปทะเลครับ!" 

          ใช่ ทะเลนี่แหละ!

          พี่ชายตัวสูงเงียบไปสักพักหลังจากที่ผมบอกว่าอยากไปเที่ยวทะเล แอบลุ้นหน่อยนึงว่าเขาจะไม่โอเครึเปล่านะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก จริง ๆ แค่เขาเอ่ยชวนผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะขอให้ได้ไปกับเขา แค่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้านผมก็ดีใจมากแล้ว

          "งั้นก็ไป"    

          "หา!?" เมื่อกี้เขาอนุญาตแหละ! "พี่ภูมิจะพาไปทะเลจริง ๆ เหรอครับ?"

          "อืม"

          ได้รับคำตอบแบบนั้นจากเขามันก็ทำให้ผมอึ้งไปสักพัก เพราะไม่คิดว่าคนรักความสงบอย่างพี่ภูมิจะยอมเสียสละวันเสาร์อาทิตย์อันแสนล้ำค่าเพื่อพาผมไปเที่ยว ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุด แต่มันก็เกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว!

          "เย้!" 

          














































          เคยมีใครบอกไหมว่าท้องฟ้ายามใกล้ค่ำมันเข้ากับทะเลมาก ๆ ทันทีที่เท้าแตะกับเม็ดทรายผมก็ตบหน้าตัวเองเบา ๆ ว่านี่ไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม ผมได้มาทะเลจริง ๆ ด้วย เสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งบวกกับไอเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาโดนผิวหน้ามันทำให้ผมทิ้งเรื่องที่เคยผ่านมาทุกเรื่องไปหมดเลย ความสามารถพิเศษของทะเลเขาล่ะ

          จำไม่ได้แล้วด้วยสิว่าไปเที่ยวทะเลครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ อาจจะเป็นตอนที่ยังตัวเท่าเอวอาทิตย์ล่ะมั้ง นานมากจนลืมไปแล้วว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง ทำไมครั้งนี้มันมีความสุขจัง

          หรือเป็นเพราะว่าได้มากับเขา...

          "ไปกินข้าวก่อนไหม" 

         เจ้าของเสียงทุ้มที่ผมกำลังนึกถึงเขาพอดีเอ่ยขึ้นข้าง ๆ หู ทำให้ผมที่กำลังยืนกางแขนรับลมต้องละความสนใจจากวิวตรงหน้าเพื่อหันไปมองเขาอีกครั้ง "มีหมึกไหมครับ?"

          "ไปดูเอาเองสิ" 

          เพราะพี่ชายตัวสูงทำเป็นอุบอิบ ผมก็เลยยู่ปากใส่คนตรงหน้าไปหนึ่งทีก่อนจะรีบวิ่งไปที่โต๊ะอาหารโดยความเร็วสูงสุด

          ซีฟู้ดมากหน้าหลายตาถูกวางเรียงรายเต็มโต๊ะจนน่าตื่นเต้น ทั้งหมึกย่าง กุ้งย่าง หอยแครงลวก ปูผัดผงกะหรี่และปลากระพงทอดน้ำปลา คนตรงนี้ก็เลยเผลอเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้น

          "โห พี่ภูมิทำไมสั่งเยอะแบบนี้ล่ะครับ มันดูน่าจะแพงมากเลย" ผมเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันในตอนนี้ 

          "ไม่แพงหรอก เงินพี่เราทั้งนั้น"

          "เงินดินเหรอครับ?" ผมเบิกตากว้างอีกครั้งหลังจากได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า พี่ชายตัวดีของผมเนี่ยนะจะเอาเงินไว้ให้ รายนั้นน่ะขี้งกจะตาย

          "อืม ทิ้งไว้ให้พาเราเที่ยวไง"

          เมื่อพี่ภูมิยืนยันแบบนั้นผมก็สบายใจแล้ว แค่มาขออยู่ด้วยโดยที่พี่เขาไม่คิดเงินก็เกรงใจมากแล้ว ถ้าพี่เขาพามาเที่ยวโดยใช้เงินตัวเองแบบนั้นผมก็คงไม่สบายใจแน่ จากตอนแรกที่ว่าจะออกช่วยพี่ภูมิก็ไม่ต้องแล้วน่ะสิ แบบนี้จะกินให้อิ่มเลย!

          "งั้นไม่เกรงใจแล้วนะครับ" 

          ทันทีที่อีกคนพยักหน้ารับ เป้าหมายแรกของผมก็คือหมึกกล้วยโตยัดไส้น่ากิน สองมือตักมันมาไว้ในจานของตัวเอง เพิ่มความอร่อยนิดหน่อยด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสีเขียวสด ก่อนจะส่งมันเข้าปากแล้วทุกอย่างก็ระเบิดความอร่อยรวมกันในนั้น

          ฟินจนลืมตาไม่ขึ้นเลย...

          ตอนนั้นเองที่ต้องนั่งตัวแข็งทื่อ เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าพี่ชายตัวสูงกำลังนั่งจ้องหน้าผมชนิดที่ว่าตาไม่กระพริบเลย

          "พี่ภูมิมานั่งมองผมทำไม กินสิครับ"

          "เห็นกินก็เลยไม่กล้าแย่ง กลัวไม่อิ่ม" 

          "เวอร์แล้วไหม อาหารมีเต็มโต๊ะเลย" ผมเบ้ปากใส่อีกคน ก่อนจะหันไปหยิบหอยแครงตัวโตมาแกะแล้วส่งไปไว้ที่จานของคนตรงหน้า "กินเข้าไปครับ มื้อนี้มื้อเดียวนะที่จะไม่ได้กินอาหารฝีมือเชฟต้นข้าวอะ"

          คนตัวสูงแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะตักหอยแครงที่ผมแกะให้ใส่ในปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ 

          ตอนนี้บรรยากาศดีมาก ๆ เลย คงจะเป็นเพราะมีคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าตรงนี้ด้วยมันเลยส่งให้ทะเลวันนี้ดูสวยเป็นพิเศษ ได้กินข้าวไปมองน้ำซัดเข้าหาดไป แถมยังมีภาพของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินประดับอยู่ใกล้ ๆ จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกนะ...

          "กินเสร็จจะพาไปเล่นน้ำ"

          "จริงนะครับ?"

          "อืม"

          ได้คำตอบแล้ว

          การมีเขาอยู่ข้าง ๆ ไง...




         
          ท้องฟ้ายามเย็นมืดสนิท มีแค่แสงไฟที่ประดับอยู่ข้าง ๆ ที่พอจะทำให้ที่ตรงนี้ไม่มืดจนเกินไป พี่ภูมิบอกว่าจุดนี้เป็นจุดที่ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นักก็เลยพามา ผมก็เลยได้โอกาสเปลี่ยนชุดเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการเล่นน้ำที่รอมานาน!

          "จะนั่งรอตรงนี้"

          เสียงของผู้ปกครองกิตติมศักดิ์เอ่ยขึ้นระหว่างที่ผมกำลังหอบลูกบอลลงน้ำ แบบนั้นก็เลยต้องหันไปมองเขาหงอย ๆ พูดแบบนี้เหมือนพี่ภูมิจะไม่เล่นด้วยกันเลยนี่นา

          "อ้าว นึกว่าพี่ภูมิจะเล่นด้วยกันซะอีกครับ"

          พี่ชายเจ้าของบ้านตวัดสายตาคม ๆ มามองกันสักพัก ผมที่รู้ตัวว่าเผลองอแงใส่เขาก็เลยต้องหลบตาลงมองพื้น แค่พามาก็ดีแล้วยังจะขอมากอีกนะเรา

          "ถ้าเล่นด้วยจะได้อะไร"

          แต่แล้วคำนั้นก็ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋วอีกครั้ง คนตัวสูงยังคงจ้องมาราวกับต้องการคำตอบ ถ้าเล่นด้วยจะได้อะไรงั้นเหรอ หน้าอย่างผมมีอะไรจะให้เขาด้วยหรือไง "พี่ภูมิอยากได้ล่ะครับ ถ้าให้ได้ก็จะให้หมดเลย"

          "พูดเองนะ"

          เขาว่าพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่กระตุกขึ้น ตอนนั้นเองที่เสื้อยืดสีเหลืองตัวนั้นจะถูกถอดออกไปจากร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั่น ชั่ววินาทีที่ผมเผลอมองแล้วก็ต้องก้มหน้าหลบเพราะรู้สึกเขินขึ้นมาเสียอย่างนั้น

          "มาสิ"

          แล้วผมก็ถูกลากลงทะเลในเวลาต่อมา ความเย็นสาดเข้ากระทบกับผิวหนังถึงแม้ว่าผมจะใส่เสื้อผ้าครบทุกชิ้นก็ตามแต่มันก็ยังรู้สึกหนาวอยู่ดี

          ผมปักหลักอยู่ตรงบริเวณใกล้ฝั่งเพราะว่าว่ายน้ำไม่เก่ง มองไปเห็นคนตัวโตกำลังเดินเข้ามาใกล้แถมยังยิ้มแบบไม่น่าไว้ใจก็เลยตั้งหลักจะถอยห่าง แต่แล้วก็ไม่ทัน ...

          "อ๊ะ! พี่ภูมิอย่า!"

          ร่างทั้งร่างถูกเขากอดไว้ ก่อนจะพยายามดึงผมลงไปตรงจุดที่เริ่มจะลึกขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ตอนแรกก็ยังพอยืนไหว แต่ตอนนี้มันลึกจนขาผมเริ่มจะไม่แตะกับพื้นดินแล้วน่ะสิ

          "ไม่เอาไม่เล่นแล้ว ขาข้าวไม่ถึงแล้ว"

          ผมพยายามจะอ้อนวอนเขา แต่คนขี้แกล้งก็ยังเอาแต่แค่นหัวเราะดูพอใจนักที่ได้แกล้งกัน ตอนนั้นเองที่คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง อาจะเป็นเพราะว่ากลัวตัวเองจะหลุดไปตามแรงมหาศาลนั้นจึงต้องรีบยกมือขึ้นไปโอบรัดรอบคอของพี่ชายตัวสูงเอาไว้

          ท่ามกลางเสียงอึกทึกของบรรดาคลื่นเล็กใหญ่ แต่ทุกอย่างรอบตัวผมเหมือนกำลังหยุดนิ่ง เราสบตากันอยู่ตรงนั้น แขนของเขาโอบรอบเอวผม ในขณะที่แขนของผมก็โอบรอบคอเขา ดวงตาสองคู่ตรงนี้นิ่งสนิท แต่มันเป็นความนิ่งที่พร้อมจะกลืนกินผมทั้งตัวเพราะว่ามันเริ่มจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ ใกล้จนผมเผลอกัดปากตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อข่มหัวใจที่กำลังเต้นระรัวของตัวเอง

          "กอดแน่นไปแล้ว"

          ก่อนทุกอย่างจะหยุดลงเพราะคำนั้นของเขา...

          "หายใจไม่ออก"

          ผมเบิกตากว้าง มองไปที่แขนของตัวเองที่โอบเขาอยู่จริง ๆ แต่จะปล่อยก็คงไม่ได้ ก็ขาผมยืนไม่ถึงพื้นนี่นา 

          "พี่ภูมิแกล้งกันก่อนเองนี่ครับ"

          รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักเผยออกมาอีกแล้ว คราวนี้เขาเดินกลับขึ้นฝั่งช้า ๆ โดยที่ผมเองก็ยอมคลายอ้อมแขนหลังจากหลุดออกมาจากพื้นที่อันตรายตรงนั้นแล้ว

          "พามาเล่นน้ำ แต่จะเล่นอยู่แค่ตรงนี้น่ะเหรอ"

          "ทำไมล่ะครับ แค่นี้ก็เปียกแล้วนะ อีกอย่างผมว่ายน้ำไม่เป็นด้วย กลัวจมอะ"

          ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะเบา ๆ จากคนตรงหน้า ส่วนผมเองก็เบะปากคว่ำไปแล้ว ตอนนั้นเองที่ฝ่ามือใหญ่ ๆ เอื้อมมาวางลงบนหัวเบา ๆ 

          "เด็กน้อย"

          แต่กลับมีพลังทำลายล้างมหาศาล...

          พี่ภูมิทรุดตัวลงนั่งบนผืนทรายหลังจากจบคำนั้น ซึ่งผมเองก็ทำบ้าง ขยับตัวไปนั่งข้าง ๆ เขา พร้อมกับบางอย่างในใจที่พรั่งพรูออกมาอีกแล้ว

          "พี่ภูมิ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ"

          เจ้าของมินิคูเปอร์หันมามองกันสักพัก ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้นเสียเอง 

          "ถ้าพี่มีคนที่ชอบ ชอบมาก ๆ...พี่จะบอกเขาไหมครับ"

          บอกเขาโดยที่รู้ว่าเขาไม่มีทางจะชอบตัวเอง แต่ความรู้สึกตอนนี้มันก็ยากเหลือเกินที่จะเก็บไว้ ผมกลัว...กลัวว่าวันนึงผมจะปิดมันไม่อยู่และเสียเขาไป

          "มีคนที่ชอบแล้วเหรอ"

          แล้วคำถามนั้นก็วกกลับเข้ามาหาผมอีกครั้ง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขา มองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมตอนนี้ .. "คะ...ครับ มีแล้ว"

          คนที่ผมชอบเขายิ่งกว่าใคร

          คนตัวสูงทอดสายตาออกไปมองท้องทะเลอีกครั้ง เป็นโอกาสให้ผมแอบมองเขาเงียบ ๆ จากตรงนี้ สันจมูกที่สวยได้รูป ริมฝีปากบาง ๆ ที่ไม่ค่อยชอบพูด ดวงตาคู่นั้นที่เอาแต่มองกันด้วยท่าทางดุ ๆ แต่รวม ๆ กันแล้วเป็นเขา เขาที่เป็นเจ้าของความรู้สึกดี ๆ ของผมในตอนนี้

          "ไม่บอกหรอก"

          "ถะ...ถ้าเป็นพี่ จะไม่บอกเหรอครับ"

          "อืม"

          เป็นเจ้าของความรู้สึกสีเทานี้ด้วย

          "แต่จะทำให้เห็นเลยว่าชอบเขามากแค่ไหน"

          อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศที่เงียบสนิททำให้ผมได้ยินเสียงของเขาชัดเจน จริงสินะ ก็คนนี้คือพี่ภูมินี่นา คนที่ชอบทำมากกว่าพูด แต่ผมไม่ใช่เขาไง แค่การจะทำตัวให้ปกติตอนใกล้เขามันยังยากเลย





//
          เราเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ผมขอพี่ภูมิขับรถตั้งแต่เข้าเขตตัวเมืองและตอนนี้เจ้าของรถก็หลับไปแล้วด้วย มินิคูเปอร์เคลื่อนตัวลงจอดหน้าบ้านช้า ๆ เป็นเวลาเดียวกับที่ผมหันไปปลุกอีกคนเบา ๆ เพื่อให้ตื่น

          "พี่ภูมิครับ ถึงบ้านแล้วนะ"

          มือขวาเอื้อมไปเขย่าที่ตัวเขาเบา ๆ เปลือกตานั้นก็ยังคงนิ่งสนิทอยู่อย่างนั้น แววตาดุ ๆ ที่ตอนนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว มันก็น่ามองดีไปอีกแบบเหมือนกัน

          "พี่ภูมิ"

          มันเป็นเพียงแค่น้ำเสียงที่แผ่วเบาเท่านั้น ความจริงแล้วผมก็ไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ตอนนั้นเองที่ใครบางคนแอบถือวิสาสะ ฉวยโอกาสเอื้อมมือไปวางไว้ที่ใบหน้าคมนั้นเบา ๆ สัมผัสเนิบนาบที่ข้างแก้มสาก มองผู้ชายตรงหน้าที่ยังหลับสนิทแต่กลับดูดีมาก ๆ ในสายตาคู่นี้

          "พี่ภูมิครับ..."

          ผมคงจะไม่กล้าพอที่จะทำให้พี่รู้ว่าผมชอบพี่มากแค่ไหน แล้วก็คงไม่กล้าบอกตรง ๆ เพราะกลัวว่าพี่จะไม่ได้คิดเหมือนกัน ผมขี้ขลาดเกินไปที่จะรับความเสียใจในตอนนี้ เพราะฉะนั้น...

          "ผมชอบพี่นะครับ"

          ผมขอบอกพี่เงียบ ๆ แบบนี้ก็พอ...






tbc.
lafinz
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 872 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #429 miiiina (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 23:10
    ตื่นเลยนะ รู้แหละว่าได้ยิน
    ว่าแต่ เงินดินจิงอ่ะ ที่เลี้ยงน้องน่ะ
    #429
    0
  2. #412 0984363270 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:15
    อิพี่แกล้งหลับแน่ๆพี่มันร้ายยย
    #412
    0
  3. #402 Ying_Chor (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 14:48
    คิดว่าพี่ภูมิน่าจะตื่นแล้วนะ
    และได้ยินด้วย แต่ พี่เขาจะทำยังไงหล่ะทีนี้
    ลุ้นๆๆๆๆๆ
    #402
    0
  4. #381 ตาต้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:49

    เด่วอีพี่จะรุกหนักแน่คอยดูนะข้าว 5555

    #381
    0
  5. #356 Captain02 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:13
    ได้ยินแน่ๆ
    #356
    0
  6. #354 millmess28 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:38
    เขาไม่ได้หลับลูกกก
    #354
    0
  7. #336 narananaraa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:33
    อิพี่มันรู้แน่ๆ
    #336
    0
  8. #319 TTSRLN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 19:24
    ยัยข้าววว!! นังลูกคนนี้ แกคิดว่ส-หนุ่มหน้า(ทำเป็น)เซื่องนั่นหลับจริงเหรอ ทำไมรู้ไม่ทันคนแบบนี้คะลูก!!
    #319
    0
  9. #280 Windysep (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 01:18
    อิพี่แกล้งหลับแน่ๆ
    #280
    0
  10. #248 Babymygib (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:45
    ฉันว่าอิพี่แกล้งหลับ นางต้องได้ยินแน่ๆเลย
    #248
    0
  11. #240 26430 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 20:39
    น้องงงง
    #240
    0
  12. #227 tanpitcha_1414 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:35
    ได้ยินแน่เลย
    #227
    0
  13. #221 MYMINT_CANDY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:42
    เนี้ยย ถ้าตื่นอยู่ก็ลืมตามาเถ้อะะะ
    #221
    0
  14. #218 monkey-saru (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 06:55
    วางสิบบาท พ่อพระเอกแกล้งหลับใช่ไหม 555555
    #218
    0
  15. #202 cloudy93 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 16:58
    โอ้ยย เขินนน
    #202
    0
  16. #199 Kim-kibom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 22:42
    พี่ได้ยินน้องใช่มั๊ย
    #199
    0
  17. #160 FNnp142 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 10:40
    เชื่อว่า คนพี่ไม่ได้หลับจริง ต้องได้ยินแน่ๆ กรั้ด
    #160
    0
  18. #137 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 08:43
    พี่ภูมิลืมตา/ผ่ามมม
    #137
    0
  19. #124 ratchani1738 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:58
    นั่นแน่
    #124
    0
  20. #115 xlh7meaw2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 10:33

    อหๆๆๆๆ
    #115
    0
  21. #82 TAEJESSIYEONCA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 10:06
    อ้าวๆ พี่ภูมิ มีคนมาจีบน้องต่อหน้าต่อตาเลยยอมได้หรอคะ
    #82
    0
  22. #7 minminmel007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 07:27
    พี่ภูมิสปีดหน่อยเพพพ่ คู่แข่งมาแล้วเด้อออ
    #7
    0