ไม่ชอบหวาน - end. (hermit books)

ตอนที่ 11 : ไม่ชอบหวาน : 09 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 956 ครั้ง
    23 พ.ย. 61





ไม่ชอบหวาน
09















     
          'ฮัลโหล'

          "ดิน วันนี้ข้าวขออนุญาตออกไปเที่ยวนะครับ"

          ทำเสียงออดอ้อนใส่พี่ชายทันทีที่ปลายสายกดรับมัน ก็กะว่าจะขอแค่คุณพลทหาร แต่ลืมไปว่าอาทิตย์ไม่ได้พกมือถือ ทางเดียวที่จะได้คุยกับคุณเขาได้ก็คือรอให้โทรมาเท่านั้น 

          'ก็ไปขอเจ้าของบ้านสิครับ มาขอดินทำไม'

          "ก็มาขอพี่ชายก่อนไง เดี๋ยวไม่บอกก็งอนอีกอะ"

          'ไม่งอนหรอกครับ แต่ต้องดูแลตัวเองดี ๆ อย่ากลับดึก'

          "รู้แล้วน่า" บ่นได้ป๊ามาเลยพี่ชายคนนี้ 

          'อย่าดื้อกับพี่เขานะ รู้ไหมข้าว?'

          "รู้ครับรู้ ป๊าย้ำแล้ว ม้าย้ำแล้ว อาทิตย์ก็ย้ำแล้ว ย้ำทุกคนเลยยย"

          ทำเหมือนกับว่าผมซนมากเลยอย่างนั้นน่ะ ผมไม่ดื้อกับพี่เขาสักหน่อย เชื่องกว่านี้ก็ลูกแมวแล้ว

          'ถ้างั้นก็ไปเที่ยวเถอะครับ กลับบ้านค่อยโทรหาดิน'

          "โอเคครับ ถ้างั้นข้าววางแล้วนะ"

          'ครับ'

          พูดเสร็จก็กดวางสายจากพี่ชายทันที ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วสูง ตอนนี้สิบเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที จัดการอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยก็เลยกะว่าจะไปขออนุญาตพี่ชายเจ้าของบ้านออกไปข้างนอก สาเหตุที่ผมต้องโทรขอพี่ชายแบบนี้ก็มาจากนัดกะทันหันของพี่คนนั้นนั่นแหละ เลยพรากวันหยุดสุดสบายของผมไปเลยหนึ่งวัน แต่อีกใจก็อยากไปเหมือนกันนะ อยากเห็นโรงหนังกรุงเทพฯ ว่าจะใหญ่สักแค่ไหนเชียว

          "พี่ภูมิ ไม่ออกไปไหนเหรอครับ?"

          ตัดสินใจเปิดประเด็นไปแบบนี้ก่อน เผื่อพี่เขาก็จะออกข้างนอกเหมือนกัน จะได้ไม่รู้สึกว่าต้องทิ้งพี่เขาให้อยู่บ้านคนเดียวนัก

          "ไม่ ถามทำไม"

          แต่ก็ลืมไปว่าคน ๆ นี้เป็นพวกไม่สนใจโลก...

          "อ๋อ เปล่าครับ พอดีว่า...ผมจะขออนุญาตออกไปข้างนอก..."

          ยังไม่ทันจบประโยคนั้น สายตาคมก็ตวัดขึ้นมามองเสียจนคนตรงนี้ขนลุกวาบ ทำไมต้องทำคิ้วขมวดขนาดนั้น

          "ไปกับเพื่อนเหรอ"

          "เปล่าครับ ไปกับรุ่นพี่น่ะ"

          ยิ่งคำว่ารุ่นพี่ที่พูดออกไปยิ่งทำให้พี่เขาคิ้วขมวดยุ่ง ทีนี้เขาวางมือถือที่เล่นอยู่ก่อนหน้ามานั่งจ้องผมแทน แถมยังจ้องแบบไม่พูดไม่จาอีกด้วย

          "เอ่อ พี่ภูมิ..."

          "รุ่นพี่ที่ไหน"

          "ระ...รุ่นพี่สาขาคอมฯครับ"

          "ทำไมถึงไปรู้จักรุ่นพี่ที่เรียนคนละสาขา"

          คำถามที่ยิงมารัว ๆ ทำให้ผมพลอยจะประหม่าไปด้วยเลย ก็ดูสายตาที่พี่เขามองมาสิ อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันอย่างนั้น

          "พอดีว่า มันบังเอิญน่ะครับ คือ...บอกไม่ถูก"

          ก็เดินผ่านไปได้ยินเขาบอกเลิกกับแฟน บังเอิญเจอกันในครัวแล้วก็ดันปากมากไปพูดถึงเรื่องแฟนเก่าเขา เลยต้องรับผิดชอบด้วยการไปดูหนังเป็นเพื่อนเขา อย่างนี้น่ะนะ? เล่าไปก็พาลแต่จะพางง

          "แล้วจะกลับกี่โมง"

          พี่ภูมิเปลี่ยนคำถามไปแล้ว ดีที่เขาไม่ได้ติดใจอะไร แต่นั่นก็ยังถือว่าเป็นเรื่องแปลกอยู่ดีกับคนที่ไม่สนใจอะไรอย่างเขา แล้วจะมาถามผมซะหลายคำถามแบบนี้

          พี่ชายแท้ ๆ ยังไม่ถามเยอะขนาดนี้เลย ..

          "ก็หนังจบล่ะมั้งครับ"

          ไม่มีการขานรับ มีเพียงแค่การพยักหน้ารับเล็กน้อยเท่านั้นจากเขา ตอนนั้นเองที่มีเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน ผมจึงละจากคนนี้แล้วเดินออกไป

          ข้างนอกรั้วนั่นเป็นรถเก๋งสีครีมกำลังจอดนิ่งสนิทอยู่ ก่อนที่กระจกฟิล์มสีดำจะค่อย ๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ จนเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นตานั่น

          "พี่ !"

          ก็รู้อยู่เรื่องที่เขาบอกว่าจะมารับ แค่คิดไม่ถึงว่าคนอย่างเขาจะขับรถแบบนี้...แบบว่า เขาน่าจะเหมาะกับบิ๊กไบค์ เวสป้า หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่เก๋งน่ะนะ

          "ตกใจอะไรไอ้หนู?"

          "เปล่าครับ แค่แปลกใจนิดหน่อย"

          พี่ชายคนนั้นเดินลงจากรถมายืนอยู่ตรงหน้าผม เป็นจังหวะเดียวกันที่มีพี่ชายอีกคนเดินออกมาจากในบ้านแล้วหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่คนตัวโย่งกว่าผมทั้งสองคนจะจ้องตากันไปมา จนบรรยากาศมันเริ่มจะอึดอัด

          "เอ่อ นี่พี่ภูมิ...พี่ชายผม" 

          ผมตัดสินใจทำลายความเงียบสงัดนั้นลงด้วยการแนะนำพี่ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้อีกคนรู้จัก พี่คนนั้นยกมือขึ้นมาไหว้เขา ดีที่พี่ภูมิเองก็รับไหว้เหมือนกัน 

          "ส่วนนี่ เอ่อ...พี่..." แย่แล้ว พี่เขาชื่ออะไรล่ะเนี่ย "พี่ชื่ออะไรอะครับ ?"

          ก็คิดว่าจะไม่ต้องเจอกันอีกก็ไม่ได้สนใจถามพี่เขาเลย โอกาสที่เจอกันก็มีแต่เรื่อง ไม่มีจังหวะให้ได้ถามสักที

          "ผมชื่อเสือครับ" 

          ประโยคนั้นพี่เขาเหมือนจะหันไปพูดกับพี่ภูมิที่ยืนจ้องอยู่ ส่วนคนตรงนี้ก็เอาแต่ยืนทำหน้านิ่ง ไม่รู้จะจ้องพี่เขาอะไรขนาดนั้น ก็รู้ว่าอาทิตย์สั่งมาแต่ก็ทำไม่รู้ไม่เห็นบ้างก็ได้มั้ง

          "ถ้าอย่างนั้น ผมไปแล้วนะครับพี่ภูมิ ถ้ามันดึกเกินไปพี่กินข้าวก่อนเลยนะ มีข้าวที่ผมทำไว้ในตู้เย็น เอามาอุ่นกินนะ"

          เจ้าของบ้านพยักหน้าเล็กน้อย ผมจึงก้าวเท้าออกไปจากตรงนี้ ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นอีกฝั่งนึงของรถยนต์สีครีม

          รถเคลื่อนตัวออกมาไกลจนมองไม่เห็นบ้านหลังสีส้มอยู่ในกระจกแล้ว บรรยากาศตอนนี้ค่อนข้างแปลกนิดหน่อย ปกตินั่งแต่รถพี่ภูมินี่นา เพิ่งเคยมานั่งคันอื่นแถมคนขับยังเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอกันแค่สองครั้งอีก

          "พี่มึงดูหวงน้องนะ"

          เสียงที่พูดขึ้นมานั้นทำให้ผมหันกลับไปมองเขา เจ้าของรถกำลังใช้สองมือบังคับพวงมาลัยพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากนั่น ว่าแต่พี่ภูมินี่นะ จะหวงน้อง เขาทำไปเพราะหน้าที่เถอะ

          "ก็มีน้องน่ารักนี่ ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา"

          พูดออกไปอย่างนั้น หวังจะแหย่คนตรงนี้เล่นเฉย ๆ พูดแล้วก็มานั่งยิ้มอยู่คนเดียว แค่คิดว่าเขาหวงตัวเองก็ยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่ 

          เป็นอะไรมากไหมข้าว...

          "อืม จริง"

          "ครับ?"

          ผมหันไปถามคนที่อยู่ดี ๆ ก็พูดออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ตอนนั้นเองที่มือข้างซ้ายเอื้อมมาบีบแก้มผมจนยืดย้วย

          "ก็มึง .. น่ารักไง"

          ก่อนจะพูดคำ ๆ นั้น ..

          คนฟังนั่งนิ่งไปแล้ว อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าร้อนขึ้นมา จนต้องพาสายตาหลบไปทางอื่น ก็เคยโดนชมด้วยคำนี้มานักต่อนัก ทำไมคราวนี้มาใจเต้นเอาเสียดื้อ ๆ ไม่เป็นคนแบบนี้สิต้น...

          ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นอีกต่อจากนั้น จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวมาจอดหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนึงในเวลาหกโมงกว่า ทั้งสองชีวิตก้าวลงมาจากรถคันนั้น พร้อม ๆ กับท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

          "มึงหิวไหม?" เขาหันมาถาม

          "ไม่ครับ พี่หิวเหรอ?"

          "เปล่าหรอก กูเพิ่งกินมา งั้นไปดูหนังกันเลยดีกว่า"

          "โอเค !"

          ผมเดินดี๊ด๊าตามพี่เขาไป บรรยากาศเย็น ๆ กับท้องฟ้ายามค่ำคืนแบบนี้ยิ่งทำให้ที่ตรงนี้สวยจนละสายตาไปไหนไม่ได้ เราเดินลัดเลาะมาเรื่อย ๆ จนขึ้นมาถึงชั้นโรงหนังที่มีคนอยู่ประปราย

          "มึงอยากดูเรื่องอะไรไอ้หนู?"

          "ครับ? ทำไมเป็นผมเลือกอะ ชวนมาดูนี่ไม่ได้มีเรื่องที่อยากดูอยู่แล้วหรอกเหรอ?"

          คนตัวโตทำท่าเลิ่กลั่กจนผมเริ่มจะตามเขาไม่ทันแล้ว ก็เขาบอกว่าให้มาดูหนังเป็นเพื่อนนี่นา ก็นึกว่าจะมีเรื่องที่เล็งไว้ก่อนแล้วเสียอีก

          "เออน่า มึงก็เลือกมาเรื่องนึง กูไปซื้อป๊อบคอร์นก่อน"

          สุดท้ายก็จบลงด้วยการดูหนังผีที่ผมเป็นคนเลือก ส่วนพี่เขาก็ไม่ยอมให้ผมจ่ายเงินเอง บอกว่าจะเลี้ยงทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของเขาเลย แต่ก็นั่นแหละ ของฟรีใครก็ชอบเนอะ

         แอร์เย็น ๆ กับบรรยากาศรอบตัวมืด ๆ ส่งให้ที่นี่ดูน่ากลัวมาก ๆ ยิ่งเป็นหนังผีอีกด้วย ทำไมทุกสิ่งรอบตัวมันเอื้ออำนวยขนาดนี้นะ 

          "มึงชอบดูหนังผีเหรอ" พี่ชายที่ผมเพิ่งรู้ว่าเขาชื่อเสือพูดขึ้น หลังจากที่เราเดินเข้ามาจนถึงที่นั่งที่อยู่ตรงกลางแถว 

          "ไม่ชอบเลยครับ แต่มันเป็นเรื่องเดียวที่ดูมีอะไรที่สุด ถ้าเทียบกับที่เหลือ"

          "แต่เท่าที่กูรู้มา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลอนที่สุดเลยนะ ตายทั้งเรื่อง"
          
          "..."

          อึ้งไปแล้ว...ตะ ตายทั้งเรื่อง...

          ได้ยินเสียงใครบางคนแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่เขา ไม่นาน เสียงอินโทรสุดสยองก็เริ่มขึ้น มาพร้อมกับภาพขาวดำชวนขนลุก

          หนังเรื่องนั้นดำเนินไปเรื่อย ๆ จุดไคลแม็กซ์ก็คงเป็นตอนที่มีผีโผล่ออกมา จำไม่ได้เลยว่าผมยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองกี่ครั้ง หรือหลุดกรีดร้องออกมากี่หน รู้แค่ว่าทุกครั้งที่ผมทำแบบนั้น หันไปมองคนข้าง ๆ เขาก็จะขำผมตลอด

          คนกลัวผีนี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ !

          "เลือกดูหนังผีแต่เสือกเอามือขึ้นมาปิดตา"

          "ก็คนมันกลัวนี่"

          เข้าใจอารมณ์อยากดูแต่ก็กลัวไหม ก็อยากดูอะไรที่มันตื่นเต้นนี่นา แต่ความกลัวมันก็มีเหมือนกันนะ

          "เอามือมานี่"

          ผมชะงักค้างไปเล็กน้อย มองมือใหญ่ ๆ นั่นที่กางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับมองเจ้าของมือนั่นตาปริบ ๆ เหมือนว่าผมจะทำอะไรไม่ทันใจเขา รุ่นพี่คนนั้นเอื้อมมาคว้ามือผมไปจับไว้โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเลยด้วยซ้ำ พยายามจะชักมันกลับมาหลายครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย จนผมต้องปล่อยให้เขาจับอยู่อย่างนั้น

          "ถ้ากลัวก็บีบมือกู"

          แต่มันก็ ..

          "มึงจะได้รู้สึกว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว"

          อุ่นใจดีเหมือนกันนะ ..



          หนึ่งชั่วโมงนิด ๆ ผ่านไป จบไปแล้วกับหนังที่สูบพลังงานในตัวไปเยอะมาก ราวกับว่าไปวิ่งรอบสนามมาแล้วสามสิบรอบ แน่นอน หมดพลังงานท้องมันก็หิว เดินผ่านร้านไหนท้องมันก็เลยร้องจ๊อก ๆ ไม่หยุดเลยแบบนี้

          "หึ หิวก็เลือกเอาสักร้าน"

          โดนจับได้แบบนั้นก็เลยทำให้คนตรงนี้เริ่มลนลาน "ผมไม่ได้หิว ! ใครหิว ไม่มี้..."

          ไม่มีสักอย่างที่ไม่น่ากิน ..

          คนตรงหน้าแค่นหัวเราะออกมา ก่อนจะเอื้อมมือมาเขกหัวผมจนดังเป๊าะ "หิวก็กินไอ้หนู กูไม่ได้จะพามาทรมานนะ กูพามาเที่ยว"

          "ตะ...แต่พี่ชวนมาแค่ดูหนัง ไม่ได้ชวนมากินข้าวนี่"

          พูดอย่างนั้นก่อนจะก้มหน้างุดลงไป ความจริงผมกลับไปทำกินที่บ้านก็ได้ ไม่ใช่ไม่อยากกินกับเขา แต่ต้องประหยัดเงินที่ทางบ้านส่งมาให้ใช้ ผมเขียนงบรายได้กับค่าใช้จ่ายไว้แล้ว 

          "มึงอย่าซื่อได้ไหม ทำเหมือนไม่เคยไปเดตกับใคร"

          คำพูดตรง ๆ นั่นทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจของผมอีกครั้ง ก็ไม่เคยเดตจริง ๆ นั่นแหละ จะไปคบกับใครได้ มีพี่ชายสองคนเดินขนาบข้างขนาดนั้น กว่าจะเข้ามาถึงผมอาทิตย์กับดินก็คงจะสอยไปหมด

          พูดแล้วเศร้าเนอะ

          "งั้นผมกินราเมงแล้วกันง่ายดี"

          ตัดสินใจพูดเปลี่ยนประเด็นไปอย่างนั้น ขืนบอกพี่คนนี้ไปว่าไม่เคยเดตนี่ต้องโดนล้อแน่ ๆ คนอย่าเขานี่นะ

          เราเดินเข้าร้านราเมงแถวนี้ จัดการสั่งอาหารเรียบร้อยพี่เสือคนนี้ก็นั่งจ้องผมตาเขม็ง จนคนทางนี้ต้องยกเมนูขึ้นมาบังเอาไว้ทั้งที่สั่งไปแล้ว

          "มากินข้าวกับกูก็คุยกับกู" มือนั้นเอื้อมมาแย่งเมนูแผ่นนั้นไปโยนไว้ข้างตัวเขา ก่อนจะวางแขนไปบนโต๊ะแล้วกลับมาจ้องหน้ากันเหมือนเดิม

          "คุยอะไรล่ะครับ กินข้าวเขาห้ามคุยนะ"

          "อันนั้นเก็บเอาไว้ใช้ที่บ้านนะไอ้หนู" เขาดุ "แล้วนี่...มึงมีแฟนรึยัง"

          เกิดความเงียบขึ้นระลอกใหญ่เมื่อคน ๆ นั้นวกเข้าคำถามนี้ ผมพยายามหลบสายตาเขา จนพี่พนักงานเดินมาเสิรฟอาหารนั่นแหละ ถึงได้โอกาสเบี่ยงประเด็น แต่ก็โดนพี่ชายคนนี้แย่งถ้วยไปจากตรงหน้า

          "พี่ ! นั่นของผมนะ !"

          "ตอบคำถาม แล้วกูจะคืนให้"

          ผมนั่งมองหน้าคนที่กำลังเท้าคางมองตัวเองอยู่ตรงนี้ หมู่นี้เจอคำถามแบบนี้บ่อยจัง พี่ภูมิถามยังพอเข้าใจว่าอาทิตย์ให้มาสืบ แล้วพี่คนนี้ถามเพราะอะไรล่ะเนี่ย

          "ผมยังไม่มีแฟนครับ" แต่ถึงอย่างนั้นก็เลือกจะตอบเขาไปตามความจริง ก่อนจะแย่งถ้วยราเมงของตัวเองคืนมาแล้วจัดการส่งมันเข้าปากโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองใครอีก

          ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไง ไม่รู้ว่าเขากำลังยิ้มหรือว่าทำหน้าบึ้ง ผมไม่ได้สนใจเขาอีกเลยหลังจากนั้น จนราเมงหายไปจากชามจนหมดนั่นแหละ ถึงหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม พร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเองผล็อย ๆ 

          "กั๊ดต๊องขนาด"

          พี่เขาหลุดยิ้มออกมาตอนที่ผมเผลอหลุดภาษาบ้านตัวเองออกไป ก็มันอร่อยจนกินเพลินเลยนี่นา

          "ภาษาเหนือเหรอ?"

          "ครับ แปลว่าอิ่มมาก ๆ เลย"

          พอท้องตึงแล้วก็เริ่มสดชื่นขึ้นมาหน่อย อันที่จริงก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน แต่แค่นี้ก็รบกวนพี่เขามากแล้ว กลับไปกินขนมที่บ้านก็แล้วกันเนอะ

          ตอนนั้นเองที่กำลังก้มลงไปหยิบเงินในกระเป๋าตัวเอง แต่ดันเหลือบไปเห็นราเมงในชามของอีกคนเสียก่อน ในสภาพที่ยังอยู่เหมือนเดิมเป๊ะ ไม่พร่องไปเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่รอยเขี่ยสักนิดเดียว

          "ทำไมพี่ไม่กินล่ะครับ มันไม่อร่อยเหรอ?" ผมถามเขา

          "เปล่าหรอก กูอิ่มแล้ว"

          "อิ่มเหรอครับ?" แต่เขาไม่ได้กินเลยนะ !

          "อืม นั่งมองมึงกินก็อิ่มแล้ว"

          "..."

          นั่งมองแล้วอิ่ม...พี่เขาคิดว่ามันจะเหมือนกับการเอามือแตะที่ข้อศอกคุณย่าตอนกรวดน้ำแล้วเราจะได้บุญไปด้วยรึไง...

          "ถ้างั้นผมจ่าย..."

          "ไม่ต้อง กูเลี้ยง" เขาพูดอย่างนั้น ยังไม่ได้ปฏิเสธอะไรด้วยซ้ำเขาก็ลากแขนผมออกไปแล้ว จนคนทางนี้ก้าวขาตามแทบจะไม่ทัน

          ผมถูกลากแขนออกมาจนถึงลานจอดรถ ท้องฟ้าปูทับไปด้วยสีดำสนิท มีแสงดาวแซมมาบ้างเป็นหย่อม ๆ เพราะไฟของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ที่มีมากกว่าเลยกลบความสวยของมันไปจนหมด

          "มาเที่ยวกับกูสนุกไหม" 

          ตอนนั้นเองที่กำลังมองท้องฟ้าของเมืองกรุงเทียบกับท้องฟ้าที่บ้าน เสียงของใครบางคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็ดังขึ้นมา ผมหันไปมองเขา ใบหน้าของคนที่ถามคำถามนั้นจ้องมาที่ผมราวกับรอคอยคำตอบจากคำถามนั้น

          "ก็...สนุกครับ"

          ความจริงก็สนุกหมดเลยถ้าได้ไปเที่ยว ยิ่งได้เที่ยวในกรุงเทพด้วยแล้ว ความน่าตื่นเต้นมันก็เพิ่มทวีคูณสอง

          "อืม กูก็สนุก"

          "..."

          ไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงนั้น ได้แต่ทอดสายมองปลายเท้าของตัวเองอยู่ตรงนี้ กับข้อมือที่โดนใครอีกคนครอบครองไว้อยู่ ถึงจะไม่ค่อยเชื่อคำที่เขาพูดสักเท่าไหร่ก็เถอะ มาเที่ยวกับผมนี่สนุกตรงไหนกัน...

          มั้งสองชีวิตเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงรถคันนั้นที่ผมจำได้ แต่สายตากลับไปโฟกัสกับรถอีกคันจอดอยู่ข้างกันที่ผมจำได้แม่นกว่า

          มินิคูเปอร์คันนั้น...

          "นี่มันรถพี่ภูมินี่นา"

          ยืนยันด้วยป้ายทะเบียน สีของรถ แล้วที่ยิ่งกว่านั้น...คนที่นอนอยู่ข้างใน

          "พี่ภูมิ"

          ผมชักแขนของตัวเองกลับมาจากมือใหญ่ ๆ นั่น พร้อมกับเคาะไปที่กระจกเบา ๆ มองผ่านฟิล์มสีดำเข้าไปเห็นเจ้าของมันกำลังนอนหนุนแขนตัวเองอยู่ฝั่งนี้ ก่อนที่ร่างสูง ๆ จะขยับตัวและเปิดประตูออกมาหลังจากนั้น

          "พี่ภูมิมาทำอะไรครับ?"

          เขาอยู่ในชุดเดิมกับชุดก่อนที่ผมจะออกมาจากบ้านเลย แต่ของสดในตู้เย็นก็ยังเหลือนี่ รถก็ล้างไปแล้ว พี่เขามาทำไมกัน ?

          "มาซื้อข้าวมันไก่"
          
          แล้วก็ได้รู้คำตอบ ..

          "มาซื้อข้าวมันไก่? ตอนนี้น่ะเหรอครับ?"

          "อืม"

          ยกมือขึ้นมาเกาหัวหย็อย ๆ กับข้าวผมก็ทำใส่ตู้เย็นให้แล้วนี่นา แต่ก็ช่างเถอะ สงสัยจะอยากกินข้าวมันไก่ขึ้นมาล่ะมั้ง

          "ถ้าอย่างนั้น ผมกลับกับพี่ภูมิเลยก็ได้ครับ พี่จะได้ไม่ต้องลำบากไปส่ง" หันกลับไปพูดกับคนที่พามา พี่เสือหันไปมองพี่ภูมิเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็พยักหน้ารับแต่โดยดี

          "ถ้างั้นเจอกันที่วิทลัยนะ"

          เจอกัน? นี่เรายังจะเจอกันอีกใช่ไหม?

          "ครับ" แต่ก็เอาเถอะ เดี๋ยวจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ "ขับรถดี ๆ ครับ ขอบคุณมากที่พามาเที่ยว"

          คนตัวสูงพอ ๆ กับพี่ภูมิพยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับไปที่รถของตัวเอง แล้วขับหายไปในที่สุด ทีนี้ก็เหลือแค่ตรงนี้ ผมกำลังจะหันกลับไปหาพี่ชายตัวสูง แต่เจ้าตัวเดินขึ้นรถไปแล้ว ได้แต่เดินตามเขาไปงง ๆ นั่งเล่นปลายเล็บตัวเองเงียบ ๆ ภายในมินิคูเปอร์ที่แอร์เย็นเฉียบ ไม่มีคำพูดคำใดเล็ดลอดออกมาสักคำ

          คนที่เดาอารมณ์เขาไม่ถูกก็เลยทำได้แค่นั่งเงียบจนมาถึงบ้าน มินิคูเปอร์จอดนิ่งสนิท ไม่มีการแวะซื้อข้าวมันไก่เลยเหมือนที่ใครอีกคนบอกไว้ก่อนหน้า ผมเลยตั้งใจจะถามเขาเพราะกลัวว่าเขาจะลืม 

          "พี่ภูมิ ไม่ซื้อข้าวมันไก่...เหรอ...ครับ"

          แต่เขากลับไม่สนใจที่จะหันมาฟังกันเลย ทันทีที่ก้าวลงจากรถก็เดินดุ่ม ๆ เข้าบ้าน ปล่อยให้คนถามคำถามนั้นยืนเก้ออยู่ตรงนี้คนเดียว

          ไปโกรธอะไรใครมาล่ะเนี่ย ..














TBC.
เจอกันพรุ่งนี้ครับ
#ไม่ชอบหวาน
-Lafinz-

          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 956 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

468 ความคิดเห็น

  1. #458 deedee2015 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 09:51
    เนี่ยๆ เสือพาน้องไปเดตแล้ว แต่น้องมันก็บื้อ น้องก็มีความอ่อย(แบบไม่รู้ตัว)รุ่นพี่ด้วยการซื้อหนังผีทั้งที่ตัวเองกลัว อืมเชียร์เสือได้ไหม ไม่อยากให้อกหักจากสาวต้องมาหักจากข้าวคนซื่อบื้ออีก
    #458
    0
  2. #426 miiiina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 20:47
    คนนึงสั่งราเมนแต่ไม่กิน คนนึงมาซื้อข้าวมันไก่แต่ไม่ซื้อ จ่ะ..
    ว่าแต่หนูจะใจเต้นกับทุกคนบ่าด้ายเน่อ
    #426
    0
  3. #391 19MTBB98 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 23:36
    -็ดีนะน้อง5555555555พี่ภูมิถ้าไม่รีบจะเชียร์คนอื่นละนะคะะะ
    #391
    0
  4. #375 jaja230742 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 19:06
    ก็จะโกรธอีหยังได้ล่ะหนู555555
    #375
    0
  5. #342 fallingforyou. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:04
    พี่เสือเป็นพระเอกใช่ไหมคะ 55555555
    #342
    3
    • #342-2 fallingforyou.(จากตอนที่ 11)
      10 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:01
      เราก็อ่านไปเรื่อยแหละคุณ เเต่เดี๋ยวกลับไปนะ ๆ ส่งกำลังใจให้นะค้าบ
      #342-2
  6. #335 narananaraa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:43
    แน่ะะะะ
    #335
    0
  7. #329 thanporntxd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:06
    ทำไมเราชอบคนแบบเสือ5555
    #329
    0
  8. #317 TTSRLN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 18:12
    เจ้าเด็กนี่ ซื่อเสียจริงง
    #317
    0
  9. #275 Windysep (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 16:46
    มีคนหึงซะแล้วน้องข้าววว
    #275
    0
  10. #259 ฮันนี่พี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:38
    สมน้ำหน้าพี่ภูมิ คนอื่นคาบน้องไปกินแล้ววว
    #259
    0
  11. #196 Kim-kibom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 22:15
    พี่หวงน้องๆๆ
    #196
    0
  12. #158 FNnp142 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 10:03
    ไม่ใช่พี่ภูมิแอบขับตามมาตั้งแต่แรกแล้วหรอเนี่ยะ หวงน้องก็บอก
    #158
    0
  13. #134 pcy921 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 07:28
    ถ้าน้องไปทะเลพี่ภูมิก็จะไปซื้อข้าวมันไก่ที่ทะเลค่ะบอกเลยยย
    #134
    0
  14. #123 ratchani1738 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:24
    หุๆๆๆไ
    #123
    0
  15. #112 Bee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 12:18

    อ่านแล้ว งง เพราะคำว่าพี่ชาย นึกว่าเป็นพี่ชายจริงๆ แล้วก็งงอีกว่าทำไมมีพี่หลายคน

    แล้งหลงรักพี่ชายหรอ งง ไปอีก

    พออ่านจบตอนถึงเก็ทว่า ไม่ใช่พี่ที่พ่อแม่เดียวกัน

    #112
    0
  16. #49 Naries (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:19
    พี่ภูมิอย่าดุน้องงง
    #49
    0