[End] [Yaoi] My president ป่วนหัวใจท่านประธานมาดเข้ม [สำนักพิมพ์ Nana NaRis YBooks]

ตอนที่ 38 : Sort Fiction Happy New Year: ความ(เป็น)ท่านประธาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    1 ม.ค. 61



“รองประธานสวัสดีค่ะ”


 

“คุณพีรธัชสวัสดีค่ะ”


 

“สวัสดีครับคุณปัณณ์”


 

เสียงทักทายคุ้นเคยจากพนักงานในบริษัทดังขึ้นทันทีหลังจากที่ผมก้าวเท้าเข้าบริษัท มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ออกจะปกติด้วยซ้ำกับการที่มีคนยกมือไหว้และกล่าวทักทายยามเช้าแบบนี้เพราะเป็นแบบนี้มาเกือบห้าปีแล้ว แต่ต่อให้มีคนยกมือไหว้และกล่าวทักทายผมแบบนี้ไปอีกสิบปี บอกเลยว่า ปัณณ์คนนี้ก็ไม่ชินหรอก

 


“คุณปัณณ์สวัสดีค่ะ แล้วท่านประธานล่ะค่ะ” เสียงหวานๆของคุณกติยาหรือพี่กัน เลขาส่วนตัวของผมและท่านประธานเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นผมเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน

 


“เข้าบริษัทใหญ่ครับ คงจะตามมาที่นี่ช่วงสายๆ” ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นเพราะท่านประธานไม่ได้บอก ตอนออกจากคอนโดก็บอกกับผมสั้นๆว่าจะไปที่บริษัทนั้นก่อนเดี๋ยวตามมาที่นี่ หลังจากส่งผมเสร็จเค้าก็ขับรถต่อไปที่ SR Group ที่อยู่อีกฝั่งของกรุงเทพนู้น

 


“อ๋อ แบบนี้ก็ไม่มีคนบริการส่งชาเขียวถึงโต๊ะทำงานสิคะ” พี่กันรับคำด้วยเสียงสุภาพแบบที่ลูกน้องใช้กับเจ้านาย ก่อนจะปรับเสียงมาแซ็วผมเหมือนทุกๆครั้ง


 

พี่กันเป็นผู้หญิงวัยทำงานที่ตั้งใจทำงานมากและทุกงานก็ทำออกมาได้ดีหมด พี่กันถูกรับเข้ามาเป็นเลขาส่วนตัวของผมและท่านประธานตั้งแต่วันที่บริษัทและอยู่ทำงานจนถึงตอนนี้ ถึงบริษัทนี้จะตั้งขึ้นมาได้ไม่นานเท่าไหร่แต่ทั้งผมและท่านประธานก็ผูกพันกับพี่กันไปแล้ว ไม่ต่างกับที่ผูกพันกับพี่ริน อดีตเลขาที่ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บริหารแล้ว


 

พี่กันเหมือนกับพี่รินมาก เหมือนตรงที่เวลางาน ทั้งคู่จะตั้งใจทำงาน ไม่มีคำว่าพี่น้อง ไม่มีการแสดงออกว่าสนิทกับพวกเรามากกว่าคนอื่นๆ เวลางานพี่กันคือคุณกติยา เลขาส่วนตัวเท่านั้น แต่พอถึงเวลาว่างหรือไม่ได้อยู่ในหน้าที่เลขา คุณกติยาก็จะกลายเป็นพี่กันที่ชอบแซ็วผมและท่านประธานตลอด ไม่ต่างจากพี่รินเลย ต่างกันตรงที่พี่รินคือพี่สาวที่รับฟังทุกเรื่องของทั้งผมและท่านประธานด้วย ส่วนพี่กัน ยังไม่ถึงขั้นนั้น

 


“ผมใช้เลขาไปซื้อไม่ได้เลยหรอครับ” ผมถามกลับไปด้วยเสียงนิ่งๆที่ติดมาจากท่านประธาน ด้วยความที่ทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน เดินตรวจงานก็ไปด้วยกันหรือแม้แต่ออกไปคุยงานก็ไปด้วยกันตลอด ทำให้ผมติดการวางตัวตอนทำงานจากท่านประธานมามากอยู่เหมือนกัน

 


“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเค้กจะไม่อร่อย” ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจที่ได้ยินแบบนั้นก่อนจะถามออกไป

 


“ไม่อร่อยได้ยังไง มันมีอยู่ร้านเดียว” หลังจากย้ายมาบริหารที่นี่ สิ่งแรกที่ท่านประธานเค้าทำไม่ใช่การจัดระบบงาน วางแผนการบริหารหรือทดสอบพนักงานที่ผ่านการสมัครงาน แต่เป็นการหาร้านเค้กที่ทำเค้กชาเขียวอร่อยมาขายที่พื้นที่ว่างหน้าบริษัท

 


ใช่เรื่องไหม ถามจริง

 


“ก็คนเสิร์ฟไม่ใช่แฟนของรองประธานนี่คะ” พี่กันจงใจเน้นคำว่าแฟนเพื่อแซ็วก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าผมเหวอไป


 

“พี่กัน ทำงานไปเลย” พูดจบผมก็เดินเข้าห้องทำงานทันที โดนแซ็วอยู่ทุกวันก็ว่าแย่แล้ว วันนี้โดนแซ็วแบบเล่นให้งงก่อนมันแย่กว่าเดิมอีก

 


ไม่ได้มีแค่พี่กันที่เป็นเลขาส่วนตัวที่รู้ว่าผมกับท่านประธานเป็นอะไรกัน แต่พนักงานที่ใน P&R Group และ SR Group ต่างก็รู้กันดีว่าคุณปราณนต์ ท่านประธานมาดเข้มของพวกเค้ามีแฟนเป็นรองประธานที่ชื่อพีรธัช ไม่รู้ก็แปลกแล้ว ก็เล่นประกาศโจ่งแจ้งตั้งแต่วันแรกที่เปิดบริษัทขนาดนั้น คาดว่าอีกไม่นานคนคงจะรู้ทั้งประเทศ

 


P&P Group เป็นบริษัทที่ขยายออกมาจาก SR Group ตั้งอยู่อีกฝั่งของกรุงเทพซึ่งไกลจาก SR Group มาก ที่นี่เน้นการส่งขายอุปกรณ์ไอทีภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆกันเท่านั้น ส่วน SR Group จะเน้นเจาะตลาดที่ประเทศที่มีสภาพเศรษฐกิจดีเพื่อขยายโอกาสการค้าขายออกไปอีก

 


ที่นี่ไม่ใหญ่เท่า SR Group แต่ก็ไม่ได้เล็กกว่านี่นั่นมากเท่าไหร่ ระบบงานยังคงใช้แบบเดียวกันกับที่นั่น เข้างานเช้า ตอกบัตรก่อนแปดโมงครึ่ง พักเที่ยงหนึ่งชั่วโมงเวลาเที่ยงตรง พักเบรกได้สองครั้ง ครั้งละสิบห้านาที เลิกงานสี่โมงครึ่งและไม่มีการทำโอที ส่วนโบนัสปลายปีจะคิดจากรายได้ทั้งปีที่บริษัทได้รับและแบ่งให้ทุกคนที่มาทำงานตรงเวลาเท่าๆกัน ส่วนคนที่มีสายบ้างก็จะได้โบนัสน้อยลงไป


 

ก๊อกๆๆ!

 


“เชิญครับ” หลังจากได้รับคำอนุญาตจากผม ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือคนเคาะซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล ออกจะใกล้ที่สุดด้วยซ้ำ

 


“ชาเขียวร้อนค่ะ” เครื่องดื่มเมนูโปรดที่ถูกเพิ่มเข้ามาตั้งแต่มาทำงานที่นี่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของผม คนเสิร์ฟยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับส่งยิ้มมาให้

 


“ไหนว่าไม่ทำหน้าที่นี่ไงครับ” เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวพึ่งเอ่ยปากบอกกับผมเองว่าการบริการส่งชาเขียว เค้าจะไม่ทำมันเพราะเป็นหน้าที่ของท่านประธาน

 


“โดนขู่ตัดเงินเดือนครึ่งหนึ่งค่ะ เลยต้องทำ” เป็นอันรู้กันว่าเหตุผลที่แท้จริงของการมาเสิร์ฟชาเขียวร้อนในเช้านี้ไม่ได้มาจากหน้าที่ของเลขาที่ต้องทำให้รองประธานอย่างผม แต่เป็นเพราะโดนท่านประธานโทรมาขู่นี่เอง

 


“กลัวอะไรครับ แค่คำขู่เอง” ผมพูดติดตลกก่อนจะยกแก้วชาเขียวขึ้นมาดื่ม ใครๆก็รู้ว่าท่านประธานไม่เคยขู่ใครเล่นๆ ถ้าไม่เชื่อก็ลองไม่ทำตามดูจะได้รู้ว่าคำขู่มันจะเป็นแค่คำขู่หรือเปล่า

 


ร้านที่อยู่ตั้งหน้าบริษัทเป็นร้านกาแฟเล็กๆเหมือนที่อยู่ SR Group แต่ที่นั่นจะเด่นเรื่องเค้กช็อกโกแลตและเมนูที่เกี่ยวกับช็อกโกแลตทั้งหมด ส่วนที่นี่ แค่เปิดประตูร้าน กลิ่นชาเขียวก็ลอยมาเข้าจมูกแล้ว และเมนูชาเขียวทุกเมนูอร่อยมาก โดนเฉพาะชาเขียวปั่นไม่หวาน เมนูโปรดของผม

 


“ถ้าไม่ได้ชื่อพีรธัช คำขู่ก็จะไม่ใช่แค่คำขู่ค่ะ” ไม่วาย สุดท้ายก็โดนแซ็วอีกจนได้

 



“พอท่านประธานไม่อยู่นี่แซ็วบ่อยเลยนะครับ” ปกติพี่กันจะคงคอนเซ็ป แซ็วเช้า เที่ยงและเย็น อย่างละรอบ ที่เหลือเอาไว้แซ็วต่อตอนหลังเลิกงาน แต่วันนี้รู้สึกว่าจะเกินคอนเซ็ปไปแล้วเรียบร้อย


 

“ตอนท่านประธานอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดีนี่คะ” ช่วยซ้ำให้ผมไปไม่เป็นกว่าเดิมไง มีที่ไหนเห็นผมโดนแซ็วแล้วไปเปิดโอกาสให้โดนแซ็วเพิ่มน่ะ ชอบมากมั้งที่เห็นผมทำหน้าตลกๆตอนโดนแซ็ว


 

“แล้วท่านประธานจะเข้ามาเมื่อไหร่หรอครับ” ถ้าโทรเข้ามาที่เบอร์ของบริษัทเลยก็น่าจะบอกพี่กันไว้ด้วยหรือเปล่าว่าจะเข้ามาตอนไหน

 


“เปลี่ยนเรื่องซะงั้น ไม่สนุกเลย” ถามว่าเวลานี้ใช่เวลางานหรือเปล่า ทำไมพี่กันถึงได้คุยกันผมแบบนี้ ผมก็จะตอบว่าเวลานี้คือเวลาทำงานของเราทั้งคู่และที่พี่กันคุยกับผมแบบนี้มันคือเรื่องปกติ แต่ถ้าวันนี้มีท่านประธานนั่งอยู่อีกโต๊ะ พี่กันก็จะเป็นคุณกติยา


 

“พี่กัน ผมถามอ่ะ”


 

“ไม่ได้บอกไว้ค่ะ ต่อสายตรงมาที่เบอร์ส่วนตัว บอกแค่ว่า คุณกติยา ไปซื้อชาเขียวให้ปัณณ์ ถ้าไม่ทำจะตัดเงินเดือนครึ่งหนึ่ง แล้วก็วางสายไป ถามไม่ทันค่ะ” ตอนที่บอกคำพูดที่ท่านประธานพูดกับตัวเองให้ผมฟัง เสียงของคุณเลขาก็ถูกดัดให้เข้มขรึมขึ้นเพื่อให้คล้ายกับท่านประธาน ตามความคิดของคุณเลขาเค้านะเพราะความจริงมันไม่ใช่เลย

 


“พี่ปราณไม่ได้โหดขนาดนั้นสักหน่อย” ตอนอยู่กับผม เค้าใจดีจะตาย ถึงจะกวนประสาทไปบ้างแต่ก็ไม่เคยโหดกับผมเลยนะ


 

“พี่ชื่อกันไงค่ะ กัน กติยา ไม่ใช่ ปัณณ์ พีรธัช เก็ทเนอะ” สุดท้ายก็วนมาที่แซ็วผมเช่นเคย

 


“โอเคครับ เชิญทำงานนะครับ ไม่อย่างนั้นพีรธัชจะโทรหาคุณปราณนต์เพื่อบอกว่า คุณกติยาอู้งานครับ” ถ้าให้อยู่ต่ออีกก็คงไม่พ้นการโดนคุณเลขาแซ็วอีกแน่ๆ


 

“เนี่ยๆ ชอบขู่เหมือนกันอีก เป็นแฟนกันจำเป็นต้องมีนิสัยเหมือนกันด้วยหรอคะ” ถึงจะบอกแบบนั้นไป แต่พี่กันยังคงไม่ไปไหนและไม่มีท่าทีว่าจะกลัวคำขู่ของผมด้วยจนกระทั่งโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น


 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr!

 


“ครับ พี่ปราณ” พอผมรับสายเท่านั้นแหละ คุณเลขาที่เคยยิ้มแซ็วอยู่ก่อนหน้านี้ก็เดินเร็วๆออกจากห้องไปแทบไม่ทันจนทำให้ผมอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้จริงๆ


 

(เป็นอะไรปัณณ์) เพราะหัวเราะขึ้นหลังจากที่รับสายของคนที่โทรมา อีกคนก็เลยถามขึ้นอย่างแปลกใจที่คำทักทายแรกของการพูดสายจะถูกต่อท้ายด้วยการหัวเราะ

 


“ตลกพี่กันอ่ะ แล้วพี่โทรมา มีอะไรหรอครับ” ผมตอบคำถามไปก่อนจะถามกลับเข้าประเด็น

 


(จะโทรมาบอกว่าวันนี้พี่คงไม่ได้เข้าไปที่นั่นเลยนะ เดี๋ยวตอนเย็นสักประมาณสี่โมงตรงจะเข้าไปรับนะ) พี่ปราณตอบผมด้วยเสียงปกติ ทั้งๆที่การไม่เข้าบริษัทในวันนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแม้ว่าจะไปบริษัทนู้นก็ตามเถอะ แบบนี้ไม่ได้กำลังจะหมายความว่าที่นู้นมีปัญหาหรอ


 

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามไปด้วยความสงสัยเพราะถ้าไม่มีปัญหาใหญ่จริงๆคงไม่ให้พี่ปราณเข้าไป เพราะปกติแค่พี่รินกับพี่ชัช บริษัทนั้นก็ทำรายได้ต่อปีได้ดีอยู่แล้ว ปัญหาก็ไม่ค่อยจะมีด้วย


 

(ไม่...มีนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวพี่วางก่อนนะ เจอกันตอนเย็นครับ) การตอบคำถามด้วยเสียงตะกุกตะกักทำให้ผมเริ่มสงสัยว่าเค้าอาจจะกำลังปิดบังอะไรผมอยู่ แต่ไม่ทันได้ทักท้วงอะไร อีกฝ่ายก็ชิงวางสายไปก่อน

 


ต้องคิดจะทำอะไรแปลกๆแน่ๆ

 


สุดท้ายแล้ว วันนี้ทั้งวันท่านประธานก็ไม่เข้าบริษัทจริงๆ แต่ถึงตัวจะไม่มาแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองดีไม่บกพร่อง หน้าที่ที่ว่าไม่ใช่การเซ็นอนุมัติเอกสารการจัดส่งสินค้าเหมือนทุกวัน ไม่ใช่การติดต่อคู่ค้าต่างประเทศเพื่อเจาะตลาดและไม่ใช่การออกไปคุยงานเหมือนทุกวัน แต่เป็นการต่อสายตรงหาคุณเลขาเพื่อให้ทำหน้าที่แทนตัวเองนั่นก็คือ


 

“ชาเขียวปั่นไม่หวานกับเค้กชาเขียวค่ะ” การให้คุณเลขายกชาเขียวและเค้กชาเขียวที่ผมต้องกินทุกวันมาเสิร์ฟถึงในห้อง คอยถามตลอดว่าไหวไหม จะพักหรือเปล่า หรือแม้กระทั่งสั่งให้พี่กันไปนั่งกินข้าวที่ศูนย์อาหารเป็นเพื่อนผมทั้งๆที่มันก็ไม่ได้จำเป็นอะไรขนาดนั้น


 

“พอแล้วครับพี่กัน ทำงานของพี่เถอะ” ผมพูดขึ้นอย่างเกรงใจ วันนี้ทั้งวันพี่กันเข้าออกห้องทำงานของผมเป็นว่าเล่น และส่วนใหญ่ที่เข้ามาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานเลยด้วยซ้ำ


 

“ที่ทำอยู่ก็งานของพี่ค่ะ คำสั่งของท่านประธานคืองานของพี่ทั้งหมด” บทจะจริงจังและรักงานขึ้นมาก็เล่นเอาไม่กล้าที่จะขัดเลย

 


“ไม่ใช่สิครับ หมายถึงงานของพี่ที่วางอยู่โต๊ะอ่ะครับ” วันนี้พนักงานในบริษัทยังคงมาทำงานครบแม้ว่าจะเป็นวันสุดท้ายของปี แต่เพราะว่าท่านประธานเอ่ยปากว่าจะให้เลิกงานก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงและเพิ่มวันหยุดให้อีกหนึ่งวัน แต่ให้มาเคลียงานวันนี้กันก่อน ทุกคนก็พร้อมใจกันมาอย่างไม่มีบ่น

 


ด้วยความที่ตามปฏิทินไทยทุกฉบับ ระบุวันหยุดช่วงปีใหม่ถึง 4 วัน ซึ่งแน่นอนว่ามันรวมวันที่ 31 ธันวาคมนี้ด้วย แต่ประเด็นที่ทำให้ทุกคนต้องมาทำงานกันวันนี้เพราะเมื่อวานมีการประชุมเพื่อปิดงบในทุกๆแผนกเพื่อที่จะเตรียมการเริ่มแผนงานใหม่ในปีหน้า แล้วมันไม่เสร็จ ท่านประธานก็เลยขอให้ทุกคนมาเคลียงานกันให้เสร็จแลกกับการเพิ่มวันหยุดชดเชยให้


 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปเคลียงานต่อก่อนนะ ที่จริงก็เหลือแค่สองแฟ้มเอง” พี่กันตอบกลับมาพร้อมกับส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป


 

“เจอหน้าจะด่าเข้าให้ ป่วนไปหมดเลย” เคยคิดว่าถ้าวันหนึ่งผมมาทำงานคนเดียวโดยที่ไม่มีท่านประธานมานั่งมองหน้าตอนทำงานมันจะเป็นยังไง มันคงจะสงบสุขกว่าเดิมแน่ๆเพราะไม่มีคนคอยกวนประสาทและสรรหามุกเลี่ยนๆมาหยอดให้เสียสมาธิทำงาน แต่เปล่าเลย ยิ่งไม่อยู่ ยิ่งทำให้ผมเสียสมาธิยิ่งกว่าเดิมอีก

 


ก๊อกๆๆ!

 


“อะไรอีกครับพี่กัน ถ้าท่านประธานสั่ง ไม่ต้อง...”


 

“ไม่ต้องอะไรครับ หืม” ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงของคนมาใหม่ก็ดังขึ้นทำให้ต้องเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารไปมอง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อคนที่ผมพึ่งจะนินทาในใจไปมายืนอยู่ตรงหน้า


 

“ไม่ต้องทำตาม” แต่อย่าคิดว่าการที่ผมตกใจมันแปลว่ากลัวเค้า เพราะต่อให้ผมกำลังด่าอีกฝ่ายอยู่แล้วเจ้าตัวเดินเข้ามา ผมก็คงแค่สะดุ้งแล้วก็ด่าต่ออย่างไม่สนใจ แล้วค่อยไปขอโทษทีหลังเอาถ้าโกรธกันจริงๆ


 

“ทำไมล่ะครับ” คนฟังทำหน้าหงอย ส่งสายตาตัดพ้อมาให้ก่อนจะถามเสียงอ่อน ซึ่งถ้าเป็นแต่ก่อนผมก็คงจะรีบขอโทษและพูดแก้ต่างแทบจะทันที แต่ตอนนี้ผมรู้ดีว่าเค้าแกล้งทำมันเพื่อเรียกร้องความสนใจ


 

“พี่แกล้งพี่กันอ่ะ วิ่งเข้าออกทั้งวัน” รู้ตั้งแต่ขู่ตัดเงินเดือนแล้วล่ะว่าท่านประธานจงใจแกล้งพี่กันแน่ๆ เพราะโดนพี่กันแซ็วมาเยอะไง แล้วเจ้าตัวตอบกลับไม่ค่อยทันก็เลยหาเรื่องเอาคืนแน่ๆ

 


“ใส่ร้ายพี่ทำไมครับ หึหึ” เป็นอันรู้กันว่าสิ่งที่ผมคิดมันไม่ได้ผิดแม้แต่นิดเดียว

 


“แล้วนี่ งานที่นั่นเสร็จแล้วหรอครับ”

 


“เสร็จแล้วครับ ก็เลยมารับคุณรองประธานไปที่นั่นเพราะทุกคนรออยู่” ผมขมวดคิ้วหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เค้าบอก ที่นั่น? หมายถึง SR Group น่ะหรอ แล้วไปทำไมกัน

 


“ไปทำไมอ่ะ” ถ้าบอกว่าจะให้ไปช่วยงานที่นั่นก็ต้องไม่ใช่เวลาก่อนเลิกงานแค่สองชั่วโมงสิเพราะกว่าจะไปถึงก็กินเวลาไปตั้งเท่าไหร่

 


“ไปถึงก็รู้เองครับ” แล้วผมก็ได้คำตอบเป็นการโดนฉุดกระชากออกจากห้องพร้อมกับเค้กชาเขียวที่ถูกยัดใส่มืออีกข้าง

 


จะไม่โกรธที่รุนแรงเพราะรู้ใจละกัน อิอิ

 

 


SR Group

 


ทันทีที่เห็นชื่อบริษัท ความรู้สึกเดิมๆก็เริ่มกลับมา ภาพความทรงจำต่างๆที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ยังคงชัดเจนไม่จางหาย วันแรกที่ผมมาที่นี่ในฐานะนักศึกษาฝึกงาน ก้าวเท้าเข้าบริษัทด้วยอาการประหม่าแต่ต้องแสดงออกให้ประธานบริษัทหน้านิ่งรู้ว่าผมไม่ได้มีความตื่นเต้นและกังวนแม้แต่น้อยทั้งที่ในใจมันเต้นแรงด้วยความกลัวจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

 


ที่นี่ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว พนักงานชุดเดิม อาจจะมีเพิ่มเข้ามาบ้างแต่คนเดิมก็ยังคงอยู่ไม่ไปไหน ระบบการทำงานก็ยังเหมือนเดิมเพราะถึงแม้จะเปลี่ยนผู้บริหารแต่ผู้บริหารที่ว่าก็คือคนที่สนับสนุนระบบการทำงานแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 


“สวัสดีค่ะรองประธาน”

 


“สวัสดีครับคุณพีรธัช”

 


“สวัสดีครับรองประธาน”


 

“สวัสดีค่ะคุณพีรธัช”


 

ก้าวเท้าเข้าบริษัท สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงทักทายของพนักงานทุกคนที่ยังอยู่กันพร้อมหน้าและดูเหมือนว่าจะมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนไหว้และทักทายผมแบบนี้ แต่มันไม่ปกติต้องที่คนที่ว่าทั้งหมดพร้อมใจกันยืนเรียงแถวยาวเป็นทางเพื่อให้ผมเดินเข้าบริษัท และพนักงานที่อยู่ที่นี่มีคนของ P&P Group ด้วย

 


“หือ?” ผมหันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างกายเป็นการถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเมื่อเห็นว่าภายในออฟฟิศที่เคยเป็นระเบียบ สะอาดและเรียบร้อยถูกข้าวของมากมายวางเกลื่อนไปหมด

 


“ไปที่แผนกบริหารครับ” เค้าตอบคำถามผมด้วยการกระชับมือแล้วพาเดินไปยังแผนกบริหารที่เป็นแผนกที่ใหญ่ที่สุดในบริษัทและอยู่ติดกับห้องของประธานบริษัทด้วย

 


แผนกบริหารถูกจัดให้กลายเป็นพื้นที่โล่งๆ โต๊ะทำงานของพนักงานทุกคนหายไปไหนผมไม่รู้ ผมรู้เพียงว่าภาพตรงหน้าคือสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเลยในบริษัทนี้


 

“ผ่านปีนี้ไปพร้อมกันนะครับ” รอยยิ้มอบอุ่นของท่านประธานที่ส่งมาให้ผมมันคือเรื่องปกติ แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่เค้าจะยิ้มทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางพนักงานในบริษัทแบบนี้ แต่วันนี้คือข้อยกเว้นสินะ

 


“ไหนว่าไม่อยากให้จัดงานในบริษัทไง” ผมยังจำได้ดี ท่านประธานมาดเข้มคนนั้นที่ไม่ชอบงานสังสรรค์ ทุ่มเททุกเวลาในกับงานจนไม่คิดจะทำอะไรอย่างอื่น อย่าพูดถึงงานเลี้ยงปีใหม่ที่ถูกจัดขึ้นในวันนี้เลย แค่วันเกิดของตัวเค้าเอง เค้าก็ไม่คิดที่จะใส่ใจมันด้วยซ้ำ

 


“ทุกอย่างมีข้อยกเว้นของมัน และปัณณ์คือข้อยกเว้นทุกอย่างในชีวิตพี่” บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ผมที่เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เหมือนกับเค้าตอนทำงาน แต่เค้าเองก็กำลังปรับตัวเพื่อให้เข้าใจชีวิตของผมด้วยเหมือนกัน

 


อาจจะไม่เคยบอก แต่ผมเป็นคนที่ชอบการเลี้ยงสังสรรค์และงานเลี้ยงฉลองมาก ยิ่งในวันสำคัญอย่างเช่นปีใหม่ ผมก็มักที่จะชวนที่บ้านจัดงานและชวนคนมาเยอะๆเพื่อที่จะมีความสุขร่วมกัน ถามว่าการที่ได้เคาท์ดาวน์กับพี่ปราณในทุกๆปีกันสองคนมันเป็นเรื่องที่ดีไหม ใช่ มันดีมากและมันก็น่าจดจำในทุกๆปี แต่ผมก็อยากที่จะมีความสุขในแบบเดิมๆบ้าง

 


และในวันนี้พี่เค้าก็คงจะรับรู้และพยายามทำมันเพื่อผม แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเราได้รู้จักกันมากขึ้น พี่เค้าก็พร้อมที่จะยอมทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อผม

 


“ขอบคุณนะครับ” ไม่เคยคิดหรอกว่าจะคบกับเค้าได้นานแค่ไหน เพราะความรู้สึกของผมมันเกิดจากความไม่แน่ใจก่อน แต่พอเวลาผ่านไป ได้เรียนรู้ในความเป็นท่านประธาน ได้รู้จักเค้ามากขึ้น มันก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะเรียนรู้และรู้จักเค้ามากขึ้นไปอีก จนถึงที่สุด ผมสามารถเข้าใจเค้าได้โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากถามเหมือนที่เค้ากำลังทำให้ผม

 


“ขอบคุณเหมือนกันครับที่อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ ขอบคุณที่เข้ามาเป็นรอยยิ้มของพี่ ผ่านปีนี้ไปด้วยกันแล้วมือกัน เดินไปพร้อมๆกัน แบบนี้ตลอดไปนะครับ”


 

มีคนบอกกับผมว่า ตลอดไปไม่มีอยู่จริง ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมรู้แค่ว่า ผมพร้อมที่จะพิสูจน์คำว่าตลอดไป พร้อมๆกับท่านประธานคนนี้

 


ตลอดไป สำหรับผม คือ เดินจับมือและยิ้มให้กันแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเส้นทางที่เดินอยู่จะไม่มีทางไปต่อ

 




สวัสดีปีใหม่นักอ่านทุกคนค่ะ

กลับมาด้วยความคิดถึง ยังจำท่านประธานกับเด็กฝึกงานกันได้หรือเปล่า?

รอบนี้มาเวอร์ชั่นปราณปัณณ์ตามชื่อตัวละครในเล่มนะคะ อาจจะแปลกๆกันไปบ้าง

ก่อนอื่น อยากจะขอขอบคุณที่ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณจริงๆ ไม่ว่าจะเพราะอะไรที่เลือกเข้ามาอ่านกัน แต่แค่ทุกคนมีความสุขเพราะนิยายเรื่องนี้ ไรท์ก็ดีใจมากๆแล้ว

สำหรับรูปเล่ม ยังสามารถสั่งพรีออเดอร์รอบแรกได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 นะคะ แปะลิ้งค์ไว้ที่ตอนก่อนหน้า ถ้าสนใจก็ไปสั่งกันได้เนอะ

วันนี้มาแค่นี้แหละเนอะ ปีใหม่ปีนี้ ไรท์ขอให้นักอ่านทุกคนพบเจอแต่เรื่องราวดีๆนะคะ เจอปัญหาก็ขอให้ฟันฝ่าและผ่านมันไปได้ อะไรที่ผิดพลาดในปี 2017 ก็เก็บเอามาเป็นบทเรียนเพื่อที่จะระวังในการใช้ชีวิตในปีนี้นะคะ Happy New Year 2018 ค่ะ มีความสุขทั้งปี ตลอดปีและตลอดไปค่ะ

สุดท้ายขอฝากเอาไว้นิดนึงก่อนจากว่า "อุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต คือบททดสอบที่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเมื่อผ่านมันไปได้" บะบายยยยยย เจอกันในเล่มค่าาาา 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

418 ความคิดเห็น

  1. #417 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:15
    น่ารักมากเลยค่ะ อ่านไปยิ้มไปตลอดเลยย
    #417
    0
  2. #415 unnathedreamer (@naunthedreamer) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:17
    น่ารักมากๆค่ะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องสนุกๆแบบนี้นะคะ
    #415
    0
  3. #409 SMiiDE (@SMiiDE) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:08
    ตอนนี้สามารถหาซื้อหนังสือนิยายเรื่องนี้ได้ที่ไหนบ้างค่ะ
    #409
    0
  4. #364 0926616804 (@0926616804) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:42
    รอตอนต่อไปนะคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #364
    0
  5. #362 HairmitonZe (@HairmitonZe) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 18:41
    เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะไรท์~~ #แต่ไม่มีฉากจูบ ฮรืออออออ
    #362
    0
  6. #360 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 11:44
    น่ารักมาก
    #360
    0
  7. #359 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 06:22
    ถึงเปลี่ยนชื่อ ภาพคริสสิงก็ยังชัดเจนเสมอ ขอบนีณนะคะไรต์
    #359
    0
  8. #357 Eunhyukee0404 (@Dalnim0704) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:47
    ไม่รู้พี่กันหรือคนเขียนที่ชงหนักกว่ากันนะคะ 555555 สวัสดีปีใหม่ค่ะ :)
    #357
    0
  9. #356 เดือนกับตะวัน (@DaoKubTawann) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:29
    น่ารักดีจังงงง
    #356
    0
  10. #355 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:20
    คิดถึงท่านประธานกะเด็กฝึกงานจัง
    #355
    0
  11. #354 PerayaSK88 (@pentor1993) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:05
    คริสกับพี่สิงเปลี่ยนชื่อหรือในเรื่อง จำไม่ได้เลยแฮร่ๆ
    #354
    0
  12. #353 shipyou (@shipyou) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 08:52
    เกือบจำไม่ได้ 555555
    #353
    0