[End] [Yaoi] My president ป่วนหัวใจท่านประธานมาดเข้ม [สำนักพิมพ์ Nana NaRis YBooks]

ตอนที่ 30 : ฝึกงานวันสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    19 พ.ย. 60



[พีรธัช]



เวลาเดินไปในแบบที่มันควรจะเป็น ผมก็ใช้ชีวิตไปตามที่มันควรจะเป็นเช่นกัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็ไปฝึกงานที่ SR Group ใช้เวลาครึ่งวันในช่วงเช้าในการเรียนรู้งานและทดลองทำงานกับประธานบริษัท ตอนเที่ยงก็ไปพักทานข้าวกับท่านประธานและหัวหน้าแผนกจัดการสินค้า ช่วงบ่ายมาก็กลับมาฝึกงานที่ห้องทำงานท่านประธานอีกพักหนึ่งก็ออกไปเรียนรู้งานที่แผนกโดยตรง ซึ่งจะได้ไปแผนกไหนก็ต้องแล้วแต่ท่านประธานเพราะเค้าจะเป็นคนพาผมไป ช่วงเย็นก็ไปทานข้าวกับท่านประธานแล้วก็กลับคอนโด เป็นแบบนี้จนผมเคยชินกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันกับท่านประธาน



เค้าว่ากันว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ผมไม่เคยเชื่อแบบนั้นนะเพราะเวลามันก็เป็นเพียงเวลาที่เดินไปในแต่วัน มียี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากันทุกวัน แต่พอมาถึงวันนี้ผมกลับชื่อคำพูดนั้นอย่างสนิทใจเลยล่ะว่า ‘เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ’



การฝึกงานใน SR Group บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศที่สามารถเจาะตลาดทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปได้หลายประเทศ บริษัทที่รุ่นพี่ รุ่นน้อง และคนรอบตัวของผมต่างก็บอกว่ายากมากกับการได้รับลายเซ็นของประธานบริษัทที่บ่งบอกว่าผ่านการฝึกงาน แต่คงเป็นเพราะผมดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆถ้ายังไม่ลงมือทำ จึงทำให้ผมตัดสินใจฝึกงานที่นี่ขัดกับคำพูดและความคิดของคนอื่น



ตลอดเวลาที่ผ่านมามันทำให้ผมได้รู้ว่าคำพูดของคนอื่นๆมันก็เป็นแค่คำพูดของคนที่ไม่เคยมาสัมผัส เพราะในทุกๆวันที่ผมก้าวเท้าเข้าในบริษัท มันทำให้ผมยิ้มได้เสมอ พนักงานที่นี่เป็นกันเองแต่ในขณะเดียวกัน ทุกๆคนก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองมากๆ ระบบงานที่นี่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากๆจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บริษัทนี้ได้รับการไว้วางใจจากองค์กรใหญ่ๆและหลายๆประเทศ



และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมได้จากการฝึกงานในครั้งนี้ก็คือ ‘มิตรภาพ’ ทั้งจากหัวหน้าแผนกจัดการสินค้าที่เป็นพนักงานคนแรกที่สอนงานผม พี่ชัชหรือคุณกิตติชัชของพนักงานหลายๆคน คือรุ่นพี่ที่น่ารักมากๆคนหนึ่ง พี่เค้ามีความเป็นกันเองมากๆกับผม จำวันแรกที่เจอกันได้เลย วันนั้นพี่ชัชทักทายผมด้วยคำพูดที่เป็นกันเองมากแค่ไหน ผิดกับพี่รินที่เป็นคนพาผมมาอย่างสิ้นเชิง จนถึงวันนี้ พี่ชัชคนนั้นก็ได้เลื่อนตำแหน่งจากพี่สอนงานมาเป็นพี่ชายคนสนิทและแฟนเพื่อนสนิทของผม



คนที่สองคือพี่รินหรือคุณรินดา เลขาส่วนตัวของประธานบริษัท ผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาผม พี่เค้าเป็นคนใจดี ถึงแม้ว่าวันแรกจะสร้างความอึดอัดให้ผมด้วยการใช้คำพูดที่เป็นทางการสุดๆก็ตาม กับพี่ริน ผมไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยเท่าไหร่ แต่พอได้มีโอกาสได้คุยกันกลับคุยกันถูกคอ อย่างหนึ่งคือผมชอบการพูดและทัศนคติต่างๆของพี่รินที่มันคล้ายๆกับเพื่อนผม ทำให้พี่รินกลายเป็นพี่สาวคนสนิทของผมไปอีกคน



ส่วนคนสุดท้ายในบริษัทนี้ที่ให้ทั้งมิตรภาพ ประสบการณ์และความสุขกับผมก็คงเป็นประธานบริษัทมาดเข้ม คนที่ผมทั้งนับถือ ชื่นชมและหมั่นไส้ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า ด้วยท่าทางนิ่งๆแต่เต็มไปด้วยความเป็นผู้นำ เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความน่าเชื่อถือ แต่ทุกอย่างที่พูดไปมันกลับรวมอยู่ในคนๆหนึ่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ชอบดึงหน้า ถึงแม้ว่าเหตุผลที่เค้าต้องทำแบบนั้นมันจะฟังดูดีมากๆก็เถอะ แต่ในครั้งแรกที่เจอก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ท่านประธานคือคนที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นคนขี้เล่นและชอบหยอด หลังจากวันที่ประกาศกร้าว ตะโกนใส่หน้าผมเสียงดังในรถว่าจะจีบผม ประธานมาดเข้มผู้ดึงหน้าก็ไม่เคยปรากฏแก่สายตาผมอีกเลย



สิบเดือนเต็มๆที่ได้ใช้เวลาแทบทั้งวันอยู่กับท่านประธาน ใช้เวลาต่างๆร่วมกัน ทั้งเรียนรู้งาน ทำงาน สังเกตท่าทางต่างๆตอนเค้าทำงานและใช้เวลาอื่นๆที่นอกจากการทำงานกับเค้า ก็คือการไปทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน จนทำให้เค้ากลายเป็นคนที่ยิ่งกว่าประธานบริษัท คนที่ผมเคารพ แต่เค้าคือคนๆหนึ่งที่ผมสามารถบอกได้เลยว่าพิเศษ แต่พิเศษที่ว่านี่คืออะไร ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แค่ว่า ผมยิ้มได้ทุกวันที่อยู่กับเค้า



“เดินส่งท้ายสักรอบไหมน้องชาย” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ดึงผมออกจากภวังค์ความคิด



“ครับ ไปสิ” ผมตอบตกลงไปก่อนจะเดินเคียงคู่ไปกับคุณหัวหน้าแผนก



“ใจหายเนอะ เหมือนเมื่อวานยังยืนแย่งกันพูดอยู่เลย” พี่ชัชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดายเจือปนกับความเศร้าบางๆที่ผมสัมผัสได้



“นั่นสิ ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้” ผมตอบไปเสียงอ่อนพลางมองไปรอบๆโกดัง ที่แห่งความทรงจำ



พึ่งรู้ว่าเวลาผ่านไปเร็วมันเป็นยังไงก็วันนี้นี่แหละ คิดมาตลอดว่าเวลาหนึ่งปีมันโคตรนานเลย แต่พอได้เข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ หนึ่งวันที่ผ่านไปเหมือนกับหนึ่งชั่วโมง หนึ่งเดือนเหมือนหนึ่งวัน และหนึ่งปีที่ผ่านเหมือนเมื่อวานที่ผมพึ่งเดินเข้ามาในที่แห่งนี้



“เด็กน้อยของพี่จะโตเต็มตัวแล้วสินะ” มือใหญ่ของหัวหน้าแผนกยื่นมาขยี้ผมของผมอย่างที่ชอบทำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆจะไม่ได้ทำบ่อยเพราะโดนขู่ไล่ออกจากท่านประธานก็ตาม



“โตนานแล้วเหอะ” ผมยู่หน้าตอบไป



โกดังขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยสินค้าไอทีกว่าร้อยชนิด มันถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามชั้นต่างๆเหมือนวันแรกที่ผมเดินเข้ามาไม่มีผิด พนักงานหลายสิบคนที่ประจำอยู่แต่ละโซนต่างตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ร่างกำยำสมชายของพนักงานชายส่วนใหญ่ในแผนกนี้ยังทำให้ผมนึกอิจฉาไม่ต่างจากวันแรกที่เห็น แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความรู้สึกใจหายที่จะได้เห็นการทำงานของพี่พนักงานทุกคนเป็นวันสุดท้ายแล้ว



“จะลืมพี่ชายคนนี้ไหมเนี่ยเรา” น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่ผมชอบดังออกมาจากคนข้างกาย



“ใครมันจะไปลืมแฟนเพื่อนสนิทล่ะครับ” ผมพูดยิ้มๆพร้อมกับแซ็วพี่ชัชไปด้วย



“ไปโต๊ะทำงานของพี่กันไหม” ผมพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังโต๊ะทำงานของพี่ชัชที่ไปบ่อยพอๆกับเจ้าของโต๊ะ ถึงแม้ว่าจะบ่อยแค่ช่วงเดือนแรกก็เถอะ



ตลอดทางที่เดินมา ก็แวะทักทายและบอกลาพี่พนักงานหลายๆคนที่เคยไปช่วยงานในแต่ละโซนและได้คุยกันบ้าง พวกพี่เค้าน่ารักกันไม่เปลี่ยน ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆที่ผมเข้ามาจะมีบางคนมองผมด้วยสายตาแปลกๆแต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยสายตายินดี



“ต่อไปมันคงคิดถึงปัณณ์น่าดูเลยเนอะ จะไม่มีกระเป๋าเป้ใบนี้มาวางที่โต๊ะแล้ว” อยู่ๆผมก็น้ำตาคลอขึ้นมาเพียงเพราะประโยคที่พี่ชัชพูดออกมา มันเป็นประโยคธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหมาย



“ผมก็คงคิดถึงโต๊ะตัวนี้มากๆเหมือนกัน”



“นี่ครับ ครั้งนี้พี่ให้ปัณณ์ รับมันไว้นะถือว่าเป็นของขวัญอำลาก็แล้วกัน จนถึงวันนี้พี่ก็ยังยืนยันว่าช็อกโกแลตมันมีอะไรมากกว่าที่ปัณณ์เห็น ถึงแม้ว่าปัณณ์จะตกหลุมรักชาเขียวไปแล้วก็ตาม” ถุงพลาสติกสีใสที่บรรจุเค้กช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้มจำนวนสามชิ้นถูกยื่นมาตรงหน้าผม



“เดี๋ยวไอ้ป่านมันก็ฆ่าผมหรอก แต่ก็ขอบคุณนะครับ” ผมรับมาไว้ในมือก่อนจะมองหน้าพี่ชัชด้วยรอยยิ้ม



“ดูเหมือนว่าจะมีคนรอเจอปัณณ์นะ” ผมหันไปตามสายตาที่พี่ชัชมองก่อนจะเจอกับคุณเลขาคนสวยที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะพี่ชัชที่ผมยืนอยู่



“ถ้าอย่างนั้น ผมไปก่อนนะครับ” ผมบอกกับพี่ชัชไป รอคนฟังพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมาหาพี่รินที่ยืนยิ้มรออยู่



“ไงหนุ่มน้อย จะจากกันแล้ว” ทำไมประโยคแรกที่พูดต้องทำให้เศร้าด้วยนะ



“เศร้าเลยครับพี่ แล้วนี่...” ท่านประธานไปไหนหรอ



“ให้เวลาพี่ก่อนสิจ๊ะ” น้ำเสียงหวานๆปะปนมากับรอยยิ้มแซ็วๆของพี่รินทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา ใครว่าคุณรินดาจริงจังกับงานเหมือนท่านประธานกัน พี่รินก็คือพี่รินที่ชอบแซ็วคนอื่นยิ่งกว่าอะไรซะอีก



“คิดถึงพี่แย่เลยครับ”



“มา กอดหน่อยเร็ว” ผู้หญิงวัยกลางคนลูกหนึ่งกางแขนออกกว้างเพื่อรอรับผม อ้อมกอดที่ผมไม่เคยได้สัมผัสแต่มันอบอุ่นมากๆ คนที่ให้ข้อคิดต่างๆกับผมจนมาถึงวันนี้ได้



“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะครับ”



“เอาล่ะ ยังมีคนที่รอปัณณ์อยู่นะ ขอให้ใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือให้คุ้มนะจ๊ะ ท่านประธานรออยู่” ร่างของผมถูกพี่รินผละออกจากตัวก่อนจะพูดกับผมด้วยรอยยิ้ม



“ครับ” ผมเองก็รับคำด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกมาจากโกดัง ตรงไปยังห้องทำงานที่ผมเข้าออกบ่อยที่สุดตั้งแต่เข้ามาฝึกงานที่นี่



ทำไมตอนนี้อารมณ์เหมือนคนที่กำลังจะจากลากับอะไรที่สำคัญบางอย่างนะ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าต้องไปจากที่นี่อยู่ดีเพราะผมแค่มาฝึกงาน แต่ไม่รู้สิ มันรู้สึกผูกพันไปแล้ว



“ท่านประธานครับ...” ผมเรียกคนที่มีอำนาจสูงสุด คนที่หลายๆคนเกรงกลัวในอำนาจและสายตาเรียบนิ่งเย็น แต่คนที่ทุกๆคนกลัวคือคนใจดีสำหรับผม



“พี่ปราณ ขอแค่วันนี้ก็ได้นะ” น้ำเสียงเว้าวอนส่งมาให้ผมพร้อมกับคำร้องขอ สีหน้าของเค้ามันดูเหมือนคนมีอะไรในใจ



“ครับ พี่ปราณ” ผมรับคำด้วยรอยยิ้ม ที่ผ่านมา ผมเรียกเค้าว่าพี่สิงโตแทบนับครั้งได้ แต่วันนี้ผมจะเรียกจนเค้าเบื่อชื่อตัวเองไปเลย



“เวลาผ่านไปเร็วดีเนอะ ยังไม่ทันได้พาไปหาคุณหญิงในฐานะลูกสะใภ้เลย” คนชอบหยอดก็หยอดอยู่วันยันค่ำ



“หยอดบ่อยแบบนี้ เปลี่ยนไปขายขนมครกดีไหมครับ” ผมกวนประสาทกลับไปอย่างที่ชอบทำเพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าหยอดมา ผมก็จะกวนประสาทกลับไปแบบนี้เสมอจนกลายเป็นว่าเราสนิทกันมากขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว หรืออาจจะรู้ตัวแต่ไม่ได้สนใจ



“ถ้าคนแถวนี้ลงหุ้นด้วย พี่ยอมขายบริษัทไปขายขนมครกครับ” อาจจะดูเหมือนเค้าล้อเล่นแต่แววตาและสีหน้าจริงจังทำให้ผมรู้ว่าเค้าทำแบบนั้นได้แน่ๆ



“เป็นบ้าเป็นบอขึ้นทุกวันเนอะคนเรา” ผมส่ายหน้าระอาใจใส่ประธานบริษัท ตั้งแต่ตอนไหนนะที่ผมกล้าต่อปากต่อคำ กล้าแสดงกิริยาที่แสดงถึงความสนิทสนมกับประธานบริษัทคนนี้ คนที่ไม่ชอบให้ใครตีสนิท แต่กับผมคนนี้ เค้ากลับบังคับให้ผมทำทุกอย่างที่บอกว่าเราสนิทกัน



“บ้ารักปัณณ์ไงครับ” แม้จะโดนหยอดทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ยินคำว่ารักจากปากเค้าหรอกพอมาได้ยินวันนี้มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ



“หยอดจนถึงวันสุดท้ายจริงๆเลยคนเรา” ผมส่ายหน้าระอาใจใส่ท่านประธานอีกรอบก่อนจะมองไปรอบๆห้องทำงานของท่านประธาน ห้องที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง



ประธานบริษัทหน้านิ่งที่เต็มไปด้วยออร่าความเป็นผู้นำ น่าเคารพ เกรงขามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ คนที่ใช้คำถามสัมภาษณ์ผมเพียงคำถามข้อเดียว และคนที่หลุดยิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นต่อหน้าผม ห้องทำงานกว้างขวางที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร ห้องที่ผมมาใช้ชีวิตอยู่ตลอดสิบเดือน ห้องที่ผมได้มานั่งยิ้ม หัวเราะและเรียนรู้ทุกอย่างจากคนตรงหน้านี้ 



“เอกสารพี่ส่งกลับไปที่มหาลัยแล้วนะ เหลือแค่โปรเจ็คจบใช่ไหม สู้ๆแล้วกันนะ ขอให้ปัณณ์ทำได้”



“ขอบคุณนะครับ ท่านประธาน” ผมพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม



“ครับ นักศึกษาฝึกงาน” มันคงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วมั้งที่จะได้เรียกคนตรงหน้าว่าท่านประธาน



“ขอบคุณนะครับสำหรับประสบการณ์และทุกๆอย่าง เค้กชาเขียวอร่อยมากเลย” แต่ต่อไปคงจะไม่ได้กินแล้วสินะ คงคิดถึงน่าดู



“ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มที่มอบให้ผมเช่นกันครับ ผมจะจดจำมันไว้ในใจตลอดไป”



“ขอให้ได้นักศึกษาฝึกงานคนใหม่เร็วๆนะครับ ส่วนนักศึกษาฝึกงานคนนี้คงต้องไปแล้ว” อยากจะอยู่ต่อให้นานกว่านี้ แต่ผมต้องรีบไปจัดการเรื่องคอนโดที่เช่าอยู่ ต้องย้ายของออกวันนี้แล้วเพราะครบกำหนดเวลาที่เช่าพอดี



“ปัณณ์...” น้ำเสียงจริงจังที่ผมไม่ได้ยินบ่อยๆเรียกชื่อผมขึ้นพลางจ้องลึกมาในแววตาจนทำให้ผมลุ้นตามว่าเค้าจะพูดอะไร



“ครับ”



“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่บอกว่าพี่ชอบปัณณ์ พี่รู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ และตอนนี้พี่ก็รักไปแล้วด้วย...พี่หยอด พี่จีบปัณณ์มาตลอด ไม่รู้ว่ามันพอทำให้ปัณณ์หวั่นไหวและใจอ่อนได้หรือเปล่า แต่วันนี้พี่จะพูดมันออกมาตรงๆอย่างจริงจัง...”



“...” ผมมองหน้าคนตรงหน้านิ่งๆแต่ในใจเต้นแรงอย่างลุ้นในคำพูดของเค้า



“พี่รักปัณณ์นะ เป็นแฟนกันนะครับ” ผมกำลังใจเต้น เต้นแรงมากด้วย แต่ในอาการใจเต้นแรงนี้มันกลับปะปนมาด้วยความสับสน



ที่ยิ้มได้ทุกวันเพราะเค้ามันคือความรักหรือเปล่านะ



“ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง” ผมบอกเค้าไปตามความจริง ยอมรับว่าผมเป็นคนที่ความรู้สึกช้า ยิ่งเป็นเรื่องของหัวใจ ผมยิ่งไม่สามารถรับรู้มันได้อย่างชัดเจนแม้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกของผมเองก็ตาม เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อยากพูดอะไรออกไปทั้งๆที่ในใจยังสับสน



“โอเค ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจ บางทีปัณณ์อาจต้องใช้เวลา” ดวงตาคนพูดหลุบลงต่ำ น้ำเสียงก็อ่อนลงจนผมรู้สึกผิด   



“พี่ปราณ...”



“นี่เค้กชาเขียวของปัณณ์นะ พี่เหมามาให้ทั้งร้านเลย เก็บไว้กินนะ ปัณณ์คงไม่มีเวลามาซื้อมันหรอกใช่ไหม” ถุงพลาสติกใสที่มีโลโก้ของร้าน SR coffee café ร้านที่ผมชอบมากที่สุด ข้างในถุงบรรจุเค้กชาเขียวมากมายจนไม่สามารถนับชิ้นได้



“ขอบคุณนะครับ” ผมรับมันมาไว้ในมือก่อนจะเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้าจากใจจริง ถ้านับรวมๆแล้ว ผมได้เค้กชาเขียวจากคนๆนี้มากกว่าร้อยชิ้นเลยมั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกจนถึงวันสุดท้ายของการฝึกงานเลย



“แล้วก็นี่...” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้าผม



“อะไรครับ” ผมรับมันมาไว้แล้วเอ่ยถามไป



“ใบสมัครงานที่นี่ พี่รอคำตอบจากปัณณ์เสมอนะ ถ้าเมื่อไหร่พร้อมที่จะให้คำตอบพี่ ส่งใบสมัครงานนี้กลับมา ถ้าตกลง ข้อมูลมันจะครบทุกช่อง แต่ถ้าไม่...ส่งใบเปล่ากลับมา” ผมมองซองเอกสารในมือสลับกับใบหน้าคนพูด



“พี่ปราณ...” ไม่เคยคิดว่าคนที่เพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่างแบบพี่ปราณจะลงทุนเพื่อผมขนาดนี้ เค้าจะรอทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าผมจะตัดสินใจยังไงอย่างนั้นหรอ



“ปัณณ์มีสิทธิ์ทุกอย่าง จะนานแค่ไหนพี่ก็รอได้ ไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอกนะ คิดดูดีๆก่อน”



“ครับ ถ้าอย่างนั้น...ผมไปก่อนนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ” คำบอกลาที่ผมไม่อยากจะพูดมันออกไปเท่าไหร่สุดท้ายก็ต้องพูดออกไป



“พี่จะไม่บอกลาหรอกนะ แต่พี่จะบอกว่า โชคดีครับ ขอให้ทุกวันของปัณณ์เป็นวันที่ดีเสมอนะ” รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายส่งตรงมาให้ผม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีทุกคนหรอกที่จะได้เห็นมัน แต่ผมคงเป็นคนส่วนน้อยที่ได้เห็นมันใช่ไหม ส่งยิ้มกว้างกลับไปให้ท่านประธานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะหันหลังและเดินออกมาจากห้องนั้นและก้าวเท้าออกจากบริษัทที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย



ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ SR Group


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

418 ความคิดเห็น

  1. #405 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 20:36
    รีบกลับมาหาท่านประธานน๊า
    #405
    0
  2. #339 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 14:22
    เป็นความทรงจำที่ดีมากเลยอ่ะ ไรท์แต่งได้รู้สึกซึ้งตามปัณณ์เลย
    #339
    0
  3. #255 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 07:19
    โอ้ยย ทั้งรู้ว่าคำตอบเป็นยังไงแต่ยังหน่วงใจแปลกๆ ฮืออ
    #255
    0
  4. วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 05:46
    โอ๊ย ลุ้น ว่าจะตอบตกลงแบบไหนแต่ยังไใ่อยากให้จบเลย
    #254
    0
  5. #253 I AM NO ONE. (@joonkiller) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 03:53
    งือออ ชอบความถ้าตกลงก็มาส่งใบสมัครที่กรอกทุกช่องมา ไม่ตกลงให้ส่งใบเปล่า
    #253
    0
  6. #252 ชีวิตคือนิยาย (@amsai-180439) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 02:16
    โง้ยยยยย น่าร้ากกกก
    #252
    0
  7. #251 meondekdee (@meondekdee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:21
    อย่าเพิ่งจบค่าาาาา ยังไม่ได้เห็น part น้องคริสตกลงเป็นแฟนกับพี่สิงโตเลย คงจะหวานนน่าดู
    #251
    0
  8. #250 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:39
    อย่าเพิ่งจบนะไรท์ ท่านประธานยังไม่ได้เป็นแฟนกะคริสเลย. รอนะไรท์
    #250
    0
  9. #249 Rinktp (@Rinktp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:25
    ยังไม่ได้บอกรักกันเลย เราไม่ยอมให้จบ....ไม่ยอม. ไม่ยอม... ไรท์อย่าแกล้งคนอ่านดิ...มาต่อให้เลยยยย
    #249
    0
  10. #248 รีนน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:04
    สรุปมันจบรึยางงงทำไมไม่อยากให้จบบบเบยย
    #248
    0