Voice of Heart เสียงกระซิบจากหัวใจ (อ้นชีน แคนต๊อป Kssm)

ตอนที่ 21 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ส.ค. 57

Voice of heart 21 – Titan Boat & Super Solider

            แสงสว่างที่มีอยู่เริ่มน้อยลงน้อยลงทุกที ไฟฟ้าสำรองของเรือเริ่มมีน้อยลงทุกที ประชากรมากมายในเรือล้วนนิ่งเงียบทุกทวนกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นบนด่านฟ้าของเรือ ไม่มีใครเข้าใจ ไม่ใครตอบคำถามได้ ทุกอย่างล้วนเป็นปริศนาไปหมด อ้นอยากจะเดินไปค้นหาหลักฐานอะไรซะบ้าง แต่เขาก็ไม่รู้จักเรือรบอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เรือนี้ ยังมีคนขับอยู่รึเปล่า

 

            “ทุกคน ผมจะพาวิธีออกจากเรือนี้ มันอาจจะดูวุ่นวายสักหน่อย แต่ช่วยรออยู่ที่นี่สักพัก”อ้นเปิดประเด็นพลางยืนขึ้นอธิบายอะไรที่พอจะพูดได้ให้ทุกคนฟัง ขืนอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะรอดบนด้านฟ้าเรือเอย ชั้นใต้ดินของเรือเอย เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเรือนี้กว้างแค่ไหน ถ้าไม่สำรวจออกไม่ได้แน่

 

            “เราจะรู้ได้ยังไงว่านาย จะกลับมา”เด็กนักเรียนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น ทำเอาเริ่มมีการคุยกับอย่างไม่เซ็งแซ่ ในหมู่นักเรียน

 

            “ฉันได้รับการฝึกมาเป็นพิเศษเรื่องแบบนี้จากพ่อฉัน ฉันไม่คิดว่าฉันจะตายได้ง่าย อยู่ไปทั้งแบบนี้เราก็ไม่รอดอยู่ดี”อ้นเอ่ยอธิบาย เขาก็พึ่งจะเข้าใจวันนี้เนี่ยแหละที่ตอนเด็ก ๆ พ่อเขาชอบพาเขากับเชอรีนไปฝึกอะไรแปลก เพราะเขาอาจจะเจอเรื่องแบบนี้รึไงกัน

 

            “ทุกคน ฟัง ครูนะ ครูรู้ว่าตอนนี้เราเสี่ยงกันหมด แต่อาจจะไม่มีอะไรที่เสี่ยงกว่านี้แล้ว ถ้าเราจะลองเราก็ควรลองซะ”อาจารย์แกรนด์อธิบายลากยาว พลางเริ่มพูดอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เด็กนักเรียนเริ่มสงบลง อย่างว่าอาจจะเป็นเพราะเด็กโรงเรียนนี้ค่อนข้างเข้าใจอะไรง่าย ทำให้ทุกอย่างไปด้วยดี

 

            “แยกกันไปละกันนะ”อ้นเอ่ยพลางกำลังจะเดินออกจากประตู แต่โดนมืออุ่น ๆ คว้าเอาไว้เสียก่อน

 

            “พี่อ้น ให้ชีนไปด้วย”เชอรีนเอ่ยพลางเดินเข้ามาใกล้อ้น

 

            “พี่ไม่อยาก”เชอรีนเอานิ้วมาปิดปากอ้นเอาไว้

 

            “ฉันก็ฝึกมาบ้างนะคะพี่ ถ้าพี่ให้ฉันรอพี่อยู่ตรงนี้ ฉันต้องขาดใจตายแน่ ๆ ก่อนหน้านี้ ฉันรอเจอพี่มา 2 ปี ตอนตายฉันก็อยากเจอพี่มาตลอด ต่อจากนี้ฉันไม่อยากต้องมานั่งเสียใจ ถ้ารู้ว่าพี่จะตาย ฉันจะไปกับพี่ แล้วพี่ก็ห้ามฉันไม่ได้ด้วย”เชอรีนเอ่ยอย่างหนักแน่นพลางจับมืออ้นแล้วเดินตามอ้นไปอย่างช้า ในขณะเดียวกัน สต๊อป กับสมายด์ ก็ตามแคนกับแกงส้มไปด้วย

 

            “นท แอป เฝ้าที่นี่ไหวนะ เอานี่ไปด้วย”แกงส้มยืนวิทยุสื่อสารให้นท เขาก็ไม่ได้ตั้งใจพกมันมาหรอก แต่มันอยู่ในกระเป๋าเขา รวมถึงกระเป๋าของอ้นด้วย

 

            “เคร้ง”แกงส้มทุบเบา ๆ ที่ขวานดับเพลิงก่อนจะโยนมันไปให้นท อย่างน้อยมันก็ยังพอป้องกันตัวได้

 

            “อะ วิทยุสื่อสาร” อ้นโยนวิทยุสื่อสารให้ทุกคน พร้อมยิ้มให้กับกระเป๋าหนังสีดำไปใหญ่ที่ใส่แต่ของจำเป็นเอาไว้จนน่ากลัว พ่อ พ่อนี่แสบสุดจริง ๆ เลยนะ คิดอะไรอยู่สร้างกระเป๋าพิลึกนี่ขึ้นมา

 

            “ฉันจะไปห้องคอมชั้นสาม แกงไปหาห้องกับตันที่ชั้นทางแยกชั้นหนึ่ง แคนไปชั้นสองพยายามหาอะไรให้มากที่สุด รวมถึงพวกเรือช่วยชีวิตด้วย”อ้นเอ่ยพลางเริ่มแยกย้ายกันออกเดินไปอีกทางหนึ่ง พนันสิว่าถ้าเรือนี่มันเป็นเรือที่เอาไว้ทดลองเรื่องที่มันไม่สมควรจะทดลองละก็ มันต้องมีทางออกแน่

 

            “พี่อ้นคะ หันมาก่อน”เชอรีนเอ่ยพลางหมุนตัวอ้นหันมาทางเธอ

 

            “อะไรหรอ น้องชีน”อ้นเอ่ยพลางยิ้มมองหน้าคนรัก ในเวลาแบบนี้พี่อ้นก็ยังยิ้มให้เธอเสมอ

 

            “ถ้าชีนติดเชื้อแบบข้างบน ช่วยฆ่าชีนด้วยนะคะ ชีนไม่อยากกัดพี่อ้น”เชอรีนเอ่ยพลางโดนดึงเข้าไปสวมกอด

 

            “ไม่มีวันนั้นหรอก พี่เคยบอกแล้วนี่ว่า พี่จะไม่ยอมให้เธอตาย” เอ๊ะ ฉันบอกตอนไหนวะ เออ ทำเท่ไปก่อน

 

            “ถ้ากลับกัน ชีนจะฆ่าพี่ได้หรอ”อ้นเอ่ยถามพลางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาของคนตรงหน้า ในสถานการณ์แบบนี้ใครที่ไหนยิ้มได้ก็คงเป็นบ้าหน่อย ๆ แล้วละ อยู่บนเรือ ที่จะชนอะไรเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กับฝูงตัวประหลาดที่พร้อมจะกินเราเป็นอาหารว่าง ให้ตายสิ อย่าให้ออกไปได้นะ ไอ้เรือเฮงซวยเนี่ย

 

            “ไม่กล้าหรอกค่ะ งั้นอย่าตายดีกว่าเนอะ”เชอรีนเอ่ยพลางกอดพี่อ้นของเธอให้แน่นขึ้น เผื่อว่าอาจจะได้กอดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้นี่นา

 

            “อือ ไปกันเถอะนะ อย่าคิดอะไรให้มันมากเรื่องเลย” อ้นเอ่ยพลางเดินไปตามทางของเรือนี้ ตลอดทางเขาก็เอาแต่มองเรือนี้ไปอย่างไม่เข้าใจ เรือนี้ค่อนข้างมีวิทยาการที่ค่อนข้างล้ำหน้าจนแปลกใจ ทั้งประตูและไฟสำรองที่มีเปิดอยู่ยังคงใช้ได้ทั้งที่มันไม่ใช่

 

            “ตึก” สงสัยคลื่นลมจะแรงน่าดูเลยแฮะ หวังว่าคงไม่สวยขับไปชนภูเขาน้ำแข็งหรอกนะ ประเทศไทยมีภูเขาน้ำแข็งซะที่ไหน กันละ

 

            “ลงบันไดกันดีกว่าเชอรีน”อ้นเอ่ยพลางผายมือให้คนตรงหน้าจับ เชอรีนจับมืออ้นแล้วค่อยเดินลงไปอย่างช้า ๆ 

 

            “เราไปชั้นล่างสุดใช่ไหมคะ พี่อ้น”เชอรีนเอ่ย ก่อนจะฟาดดาบประจำตัวไปทางด้านหลังของเธอ นึกว่าจะไม่มีตัวอะไรตามซะอีก ที่ไหนได้ละ มีมาแล้วหนึ่งตัวนี่ละ

 

            “อือ เชอรีน เดินติด ๆ พี่นะ” อ้นเอ่ยพลางมองพวกนักวิจัยที่อยู่ในชั้น 3 แน่นอนพวกนี้ไม่ใช่คนหรอก เอาสิ นี่ต้องลุยตั้งแต่ต้นเลยหรอเนี่ย

 

            “ไป น้องชีน” อ้นเอ่ยพลางวิ่งไปอย่างรวดเร็ว กดกระสุนปืนสีฟ้าออกมายิงใส่พวกตัวประหลาดที่พยายามกระโจนเข้ามา แต่มันหารู้ไม่ว่ากระสุนสีฟ้าจะทำลายพวกมันเอง อ้นตรวจสอบปืนกระบอกนี้ก่อนหน้านี้แล้วว่า มีปรับโหมดสำหรับยิงอะไรที่เหนือกว่ามนุษย์ กับโหมดสำหรับยิงคนธรรมดาด้วย

 

            “พี่อ้น พี่อ้น” เชอรีนวิ่งถอยหลังอย่างกลัว ๆ เมื่อเธอเห็นสุนัขนัยน์ตาสีแดงกล่ำ กำลังคำรามมาทางเธอ ตอนเด็ก ๆเชอรีนเคยเกือบโดนสุนัขกัด ทำให้เธอค่อนข้างกลัวสุนัข

 

            เชอรีนหลับตาสนิทอย่างหวาดกลัวกำดาบในมือเอาไว้แน่นอย่างลืมตัว อ้นหมุนตัวเชอรีนไปอีกฝั่งหนึ่งพลางยิงกระสุนออกไป กระสุนสีฟ้าค้างสนิทอยู่ ทำให้สุนัขอีกตัวที่กระโจนเข้ามาโดนกระสุนกระแทกตาย

 

            “ไม่เป็นอะไรนะ ไม่เป็นอะไร” อ้นเอ่ยพลางดึงคนตรงหน้า ที่เหงื่อออกตัวสั่นเทาเข้ามาสวมกอด แต่ด้วยความที่  เชอรีน กดดาบอยู่ทำให้อ้นโดนช็อตเล็กน้อย

 

            เชอรีนหัวเราะออกมาอย่างยิ้มแย้ม ก็ท่าทางพี่อ้นที่โดนไฟฟ้าช็อตมันตลกนี่นา

            “ยังจะมาหัวเราะอีก ไปได้แล้วเร็ว”อ้นเอ่ยพลางจูงมือคนตรงหน้าและวิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ ซึ่งตลอดทางอ้นก็ยิงกระสุนสีฟ้าไปตลอดทาง

 

            ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ลมแรงที่ยังคงซัดเรือลำใหญ่จนแทบเซทรุด ไฟฟ้าสำรองของเรือเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย แคนเอามือวางบนหน้าผากพลางมองแผงไฟที่เหมือนจะเป็นแผงควบคุมไฟ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไร นั่นบันไดขึ้นไปห้องกัปตันนี่หว่า แคนค่อย ๆ จูงมือสต๊อปเดินขึ้นไปช้า แคนกับสต๊อปมองเห็นชายร่างสูงใส่หมวกกัปตันเรือ กำลังเดินขวักไขว่ไปมา

 

            “กัปตัน”แคนเอ่ยพลางยืนประจันหน้ากับกัปตันเรือ ซึ่งตอนนี้กำลังหันปืนมาทางเขากับสต๊อป ส่วนหัวเรือส่วนนี้เหมือนจะระบบ Auto Pilot ซึ่งกำลังทำงานอยู่นั่น ทำให้เรือที่มีคนขับเหมือนไม่มีคนขับยังพอไปรอด ส่วนของห้องกัปตันตรงนี้ถูกล้อมด้วยกระจก เจ้าพวกตัวประหลาดกำลังเดินวนไปวนมา อย่างสนุก เพียงแต่ว่าพวกมันเป็นพวกค่อนข้างขี้เกียจ ถ้าไม่มีอะไรมาเร้ามันละก็ ให้วิ่งผ่านประตูมันยังไม่ค่อยอยากจะทำด้วยซ้ำ

 

            “สวัสดี เธอคือเด็กที่อยู่ในเรือนี้สินะ”กัปตันเรือเอ่ย แววตาที่ดูกลับกรอกไปมา ทำให้แคนรู้สึกไม่ไว้ใจกับการกระทำต่อจากนี้ของเขา

 

            “ใช่ ช่วยบอกผมหน่อย ได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”แคนยิงคำถามที่สมควรจะถามใส่กัปตันทันที ทำไมก็ไม่รู้ เขาถึงรู้สึกเหมือนว่าถูกล่อให้มาตายที่นี่

 

            “เธอเองน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอ เรือแห่งนี้มีการทดลองทางชีวภาพ กับโครงการบ้า ๆ บอ ที่คิดว่าจะทำให้คนเป็นอมตะ แต่ทว่ามันกลับแย่ไปหน่อย ฉันถูกจ้างด้วยจำนวนเงินมหาศาลจากรัฐบาลใหม่ให้รับขับเรือลำนี้ บอกตามตรงฉันอาจจะคิดผิด”ชายคนดังกล่าวเดินไปเดินมาพลางนั่งลงที่เก้าอี้หมุนตัวหนึ่ง

 

            “แต่ฉันว่าเรื่องนี้ ยิ่งมีคนรู้น้อยก็ยิ่งดีนะ”กัปตันเรือเล็งปืนมาทางแคนพลางยิ้ม เจ้าเล่ห์อย่างดูสนุกสนาน

 

            “ผมไม่ยอมให้ทุกคนมาตายที่นี่แน่”แคนเอ่ยพลางกำลังจะเดินลงไปชั้นเดิม แต่ทว่าเสียงปืนก็ดังขึ้น โชคดีที่คลื่นสูงดันพัดกระแทกกับเรือพอดี ทำให้กระสุนปืนเปลี่ยนวิธีไปชนทะลุกระจกออกไป

 

            “ฮือ ฮือ” เสียงปืนที่ออกจะดังสนั่นลั่นโลก พาเจ้าพวกตัวประหลาดที่อยู่ข้างนอกเดินพาเหรดกันเข้ามาทางกระจก หลายตัวกระโดดเข้ามาทางกระจก บางตัวพังประตูด้านหน้า

 

            แคนรีบวิ่งหนีลงไปทางบันได ก่อนที่จะเตะปุ่มเปิดบันไดให้ปิดลง บันไดดังกล่าวค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปปิดอย่างช้า ๆ แคนยิงปืนใส่พวกตัวประหลาดมากมายที่พยายามกระโจนเข้ามา

 

            “ตึง” บันไดทางเชื่อมไปยังห้องกัปตันถูกปิดลงพร้อมเสียงโหยหวนของกัปตันเรือที่คงจะโดนแทะเล็มเป็นสเต็กรสเลิศไปเรียบร้อย

 

            “เราพบกับตันเรือแล้ว เขาบอกว่า เรือนี้เป็นเรือทดลองอาวุธชีวภาพ”สต๊อปเอ่ยผ่านวิทยุสื่อสาร หวังว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเธอจะสามารถออกจากเรือลำนี้ได้ละนะ

 

            แกงส้มกำลังฟังเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังผ่านมา พลางหันไปมองสมายด์ที่กำลังเดินตามติดเขาไม่ให้ห่าง เขาเป็นคนบอกเองนั่นแหละว่าให้เดินแบบนี้ ตอนแรกเขาจะไม่ให้คนตรงหน้ามา แต่สมายด์ไม่ยอมและบอกว่าถ้าไม่ให้มาจะโกรธไปทั้งชาติเลย เขาก็เลยต้องยอม

 

            “พี่แกงคะ” แกงส้มหันไปมองตามเสียงที่เรียกเขา

 

            “อะไรคะ น้องมายด์”แกงส้มเอ่ยพลางทัดผมเด็กตรงหน้าอย่างยิ้มแย้ม ทำไมก็ไม่รู้ในสถานการณ์แบบนี้ แค่เขามองหน้าคนตรงหน้ากับรู้สึกอุ่นใจ

 

            “คือ มายด์รักพี่แกงนะคะ”สมายด์เอ่ยพลางเอานิ้วจิ้มไปมาอย่างเขิน ๆ ก็เธอไม่เคยบอกรักคนตรงหน้าเลยนี่นา แล้วเธอก็กลัวไม่ได้บอกอีกนี่นา

 

            “พี่ก็รักมายด์นะคะ”แกงส้มเอ่ยพลางโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบา รสสัมผัสที่หอมหวานชวนหลงใหล สมายด์จูบสัมผัสกับคนตรงหน้าพลางจับท้ายทอยคนตรงหน้าเอาไว้

 

            “มันไม่ใช่เวลาจูบซะหน่อยนี่คะ พี่แกงอะ” ในเวลาแบบนี้เธอไม่สมควรจะเขินเสียด้วยซ้ำ ให้ตายสิ พี่แกงอะ

 

            “จ้า จ้า”แกงส้มเอ่ยพลางจูงสมายด์เดินต่อไป แกงส้มเดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอห้องที่เป็นรูปเครื่องหมายปฐมพยาบาล และมีตัวอักษรที่เขียนคำว่า เรือชูชีพอีกด้วย อะไรจะโชคดีขนาดนี้เหมือนจะหาวิธีออกจากที่นี่ได้แล้วละ

 

            “ทุกคนฉันพบวิธีออกจากที่นี่แล้ว อีก 10 นาที ฉันจะกลับไปที่ห้องเครื่องทุกคน ช่วยกลับไปที่นั่นด้วยนะ”แกงส้มกดคุยผ่านวิทยุสื่อสารพลางหันไปมองสมายด์ทิ่ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

 

            “ดีเลย”อ้นที่กำลังฟังวิทยุสื่อสาร มองอย่างยิ้ม ๆ ในขณะที่เขาเดินลงมาถึงชั้นสุดท้ายแล้ว ตลอดทางที่วิ่งผ่านมาเขาเจอแต่พวกตัวประหลาดไม่รู้ตั้งกี่รูปแบบ โชคดีมากที่ได้ปืนยิงไฟฟ้าอันนี้ ไม่งั้นได้แย่แน่

 

            // ยินดีต้อนรับ เจ้าหนู เจอกันอีกแล้วนะ // อ้นหันกลับไปอย่างรวดเร็วพลางมองชายแปลกหน้าที่สวมชุดเกราะสีดำเต็มร่างกาย พร้อมกับหน้ากากกันแก๊ซพิษ เสียงความคิดที่เขาได้ยินนั่นไม่ผิดแน่ นี่มันชายคนที่พยายามฆ่าพ่อเขาแน่นอน

 

            “คราวนี้มาทำอะไรอีกละ”อ้นเอ่ยเสียงอย่างไม่เป็นมิตรทำให้เชอรีนพอจะเข้าใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่มิตรแน่นอน

 

            “กำจัดคนที่รู้มาก เกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงละ คนแรกก็พ่อแก คนที่สองคนเป็นแก กับยัยหนูนี่ละมั้ง”ชายคนดังกล่าวเอ่ยน้ำเสียงดูเหี้ยมโหดอย่างที่อ้นไม่เคยสัมผัสมาก่อน

 

            “ได้เวลาตายแล้วละมั้ง เจ้าหนู” ชายคนดังกล่าวยื่นปืนไรเฟิลมาด้านหน้าของอ้น ระยะห่างค่อนข้างพอสมควร ปืนยิงไฟฟ้าของอ้นระยะค่อนข้างใกล้ ถ้ายิงตรงนี้ยังไงก็คงไม่โดนเป็นแน่

 

            “พี่จะกลิ้งไปด้านข้างเชอรีนไปทางซ้าย แล้วฟันปืนนั่นซะ” ดาบไฟฟ้าของเชอรีนจะทำให้ระบบการทำงานของพวกวงจรหรืออะไรต่าง ๆ เสียหายได้ไม่อยากเนื่องจากไฟฟ้าที่ไหลเวียนในดาบ 

 

            “ค่ะ” อ้นกระซิบค่อนข้างเบากับเชอรีน ทำให้ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ยิน

 

            “ตายซะ” เอ่ยจบ ชายคนดังกล่าวก็ยิงปืนออกมา อ้นกลิ้งหลบไปทางด้านขวา เชอรีนเอียงไปทางซ้ายแล้วฟาดปืนให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ อ้นลุกขึ้นมาแล้วยิงกระสุนสีฟ้าออกมาในระยะใกล้ กระสุนสีฟ้าพุ่งค้างกระแทกกับร่างของชายคนดังกล่าว จนปลิวไปใกล้ ๆ ประตูอิเล็กทรอนิกส์อีกประตู

 

            อ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของซากศพ ในชุดกราว เขาได้พบหลักฐานมากมาย ที่แสดงถึงการทุจริตโครงการที่ชื่อว่า

Super Solider อย่างขนานใหญ่ โดยมีหลักฐานว่ามีผู้ใหญ่ในรัฐบาล กรมตำรวจ รวมกองทัพ ในการสนับสนุนโครงการอันแสนน่ากลัวที่จะเปลี่ยนโลกทั้งใบให้แย่ลง

 

            Dr.Jame Barton Report

            ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำไม่ใช่อะไรที่เข้าท่านัก ตอนแรกทางรัฐบาลบอกว่าผมว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผมสามารถรักษาคนมากมายได้เป็นจำนวนมาก แต่ที่ไหนได้มันคือ อาวุธชีวภาพ ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ตลอดเวลาที่ผมพยายามจะทดลองไวรัสชนิดนี้ ผมคิดว่าทำเพื่อช่วยรักษาโรคที่รักษาได้ยาก เห้อ ผมนี่มันช่างโง่เขลานัก

 

            วันนี้เชื้อไวรัสดังกล่าวกำลังแพร่กระจายอย่างหนักในเรือลำนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่ออะไร ยังไงซะผมก็ต้องถูกบีบบังคับให้ทำโครงการนี้ต่ออยู่ดี ผมไม่มีทางยอม ผมทิ้งหลักฐานที่จะเปิดโปงการทุจริตอันยิ่งใหญ่นี้ ไว้ใน Hard drive ซึ่งอยู่ในลิ้นชักซ้ายมือของผม ช่วยเอาหลักฐานพวกนี้ไปเปิดโปงพวกคนชั่วที่ทำลายชีวิตผมที

 

            อ้นเปิดลิ้นชักออกมา แต่ทว่ากลับไม่พบอะไรเลย พบเพียงรูเล็ก ๆ รูหนึ่งที่อยู่บนลิ้นชักดังกล่าว อ้นมองอย่างสงสัยพลางมองสิ่งของบนโต๊ะ ปากกาแท่งเดียวงั้นหรอ

 

            “แกร็ก” อ้นหยิบปากกามาไขตามรูดังกล่าว แล้วใช้ปากกาดันขึ้น พลางหยิบแฟลชไดรฟ์และคีย์การ์ดออกมาจากใต้ลิ้นชัก เหมือนว่าจะเป็นกลไกเล็ก ถ้าไม่รู้เรื่องแล้วพยายามงัดแงะด้วยวิธีอื่น น้ำมันที่ใส่อยู่ด้านในอาจจะติดไฟ แล้วทำร้ายลิ้นชักไปพร้อมกับข้อมูล ไม่ใช่ว่าใครก็จะเปิดได้ว่าอย่างนั้น

 

            อ้นเก็บแฟลชไดรฟ์อย่างเรียบร้อย พลางหยิบคีย์การ์ดไปเปิดประตูดังกล่าวออกมา แต่ทว่าประตูที่เปิดออกมานั้น ไม่ใช่อะไรที่ดีนัก หลังประตูมีพวกตัวประหลาดกลายพันธุ์หลากหลายรูปแบบกำลังยืนอยู่ อ้นตกใจแทบลืมโลก เขายิงปืนออกไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีเจ้าพวกตัวประหลาดพวกนี้ไปอย่างรวดเร็ว

 

            อ้นยิงปืนไปตลอดทางเพื่อสกัดเจ้าตัวประหลาดพวกนี้จากทางด้านหลัง 

 

            “ตึก” เรือสั่นคลอนอย่างหนัก พวกตัวประหลาดโยกเซไปอีกทางหนึ่ง

 

            “พบวัตถุอันตราย จะทำการระเบิดตัวเองใน 30 นาที” เฮ้ย กรรม อ้นอุทานในใจอย่างไม่เข้าใจ ให้ตายสิ ออกมาจากหนังปะฟะ ซวยได้โล่

 

            ตี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

            ตี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

TBC

 

อ่าวอะไรนั่น ตอนนี้เริ่มจะบู๊สนุกมาก ๆ เลยนะ ฮุ ฮุ

 

ใกล้จบแล้วนะ ใกล้จริง ๆ อีกไม่กี่ตอน จบแล้วเนี่ย

 

พรุ่งนี้ไรท์ลงสองตอนนะ

 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ และทุกกำลังใจนะจ๊ะ

 

Bye Bye

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #32 korbuaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 09:55
    ✌️✌️😭😭
    #32
    0