Voice of Heart เสียงกระซิบจากหัวใจ (อ้นชีน แคนต๊อป Kssm)

ตอนที่ 2 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.ค. 57

Voice of heart 2 – การรอคอย

 

            แสงสว่างยามเช้าชโลมกาย ลมหนาวยาวเช้าพัดไปมาต้องผิวกายอันเนียนเค้ม ร่างสูงเพียงถูมือเล็กน้อยแล้วยืนรับลม ประเทศไทยไม่ได้โอกาสหนาวบ่อยนัก อ้นยิ้มเล็กน้อยในระหว่างกด Ipod touch รูปล็อคหน้าจอของเขาเป็นรูปสุดท้ายที่เชอรีนส่งมาให้ ก่อนจะขาดการติดต่อกับเขา ช่วงแรกอ้นก็ร้องเพลง ให้เชอรีนฟังทางโทรศัพท์ตลอด แต่ตอน ๆ หลังเชอรีนก็หายไป เขาคิดว่าโทรศัพท์น้องสาวเขาคงพัง เอาเหอะยังไงก็จะรอกลับมาละกันนะ

 

            “คิดถึงนะ ยัยตัวเล็ก” อ้นเอ่ยพลางลูบหน้าจอ IPod อย่างคิดถึง ถ้าเชอรีนมาเปิดเครื่องคงจะตกใจ เพราะในเครื่องเขามีแต่รูปเชอรีนไปหมด

 

            อ้นกำลังรอรถเมล์อยู่ เขากำลังจะใส่หูฟัง แต่กลับได้ยินเสียงความคิดดังขึ้นมาก่อน อ้นนั้นไม่เพียงได้ยินเสียงของวิญญาณ เขายังได้ยินเสียงความคิดของวิญญาณอีกด้วย

 

            // เป็นไปตามแผน ที่เหลือก็เดินชน // เสียงคนแฮะ ก็ดีแล้วละ อ้นมองไปทางผู้ชายตรงหน้าสงสัย ชายตรงนั้นกำลังจะทำอะไรไม่ดีแน่

 

            อ้นมองคนตรงหน้า ในขณะที่คนร้ายเดินเข้าไปชนกับผู้หญิงคนหนึ่ง โทรศัพท์หล่นลงพื้น แล้วก็แตกร้าวไปทั้งหน้าจอ โทรศัพท์ที่เห็นก็เป็น Iphone แต่ที่อ้นได้ยินนี่นาจะเป็นการเตรียมตัวไว้มากกว่า

 

            “ปึง อ้าว คุณโทรศัพท์ผมพังหมดเลย ชดใช้มานะ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่น อ้นเพียงมองที่โทรศัพท์ที่ตอนนี้อยู่ในมือชายคนร้าย แค่ตกพื้นร้าวเยอะขนาดนั้นเลยหรอ

 

            “อ้าวขอโทษค่ะ มันเท่าไหร่คะ” ผู้หญิงที่ถูกชนเอ่ยอย่างเป็นมิตรพลางยิ้มเล็กน้อย

  

            “24000” คนร้ายเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ

 

            “แต่มันไม่น่าแพงขนาดนั้นนะคะ” หญิงสาวออกอาการตกใจกับราคา

 

            “อ้าว เฮ้ย ทำของพังแล้วไม่ใช้หรอ” ชายตรงหน้ายิ่งตะโกนเสียงดังใหญ่ เหมือนเป็นการเรียกร้องให้คนเดินมากดดัน

 

            “ใช่น้อง ทำอย่างนี้ได้ไง” ต้องทำเสียงดัง ๆ จะได้ให้รีบจ่าย

 

            “ตลกนะ ตัวเครื่องก็ไม่ได้ร้าวมาก แต่ 24000 แล้วก็แปลกดีนะ แกสองคนไม่เคยเจอกัน แต่แหวนแกเนี่ย เหมือนแหวนคู่แต่งงานเลย อีกอย่างรองเท้านี่เลอะโคลนที่เดียวกันเลย  งี้ต้องถ่ายซะหน่อย” อ้นเดินเข้ามากลางวงพลางยกกล้องถ่ายรูป Twin Len reflex  สีแดงขึ้นมา

 

            “อ้าว ครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่ต้องถ่ายหรอก” คนร้ายสองคนพากันรีบวิ่งหนีไปด้านหลังทันที

 

            “ขอบคุณมากนะคะ ดิฉันเกือบโดนหลอกซะแล้ว” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณอ้น อ้นเพียงพยักหน้ารับคำ แล้วเดินขึ้นรถเมล์ที่มาพอดี

 

            ชีวิตวัน ๆ  ของเขาไม่ได้ยินเสียงคนธรรมดา ก็ได้ยินเสียงวิญญาณ ชีวิตเขาต้องไปพัวพันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ตลอดเวลา แต่ให้ทำไงได้ขืนไม่ช่วยละก็ ได้โดนตะโกนใส่หูทั้งวันแน่นอน โดยเฉพาะวิญญาณน่ะ

 

            ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่า อ้นยังมีเวลาอยู่พอสมควรกว่าจะถึงโรงเรียน ซึ่งในรถเมล์ก็ไม่ใช่ที่ที่สงบมากนัก เขาเลยสวม Head Phone       ไว้บนศีรษะ แล้วนั่งอย่างสบายใจ

 

            “พี่คะ พรุ่งนี้ฉันไปแล้วนะ” เชอรีนเอ่ยอย่างยิ้มพลางน้ำตาไหลออกมา พรุ่งนี้เธอก็จะไม่เจอพี่อ้นแล้ว เพราะเธอต้องไปรักษาตัวที่เมืองนอก แต่เธออยากได้ยินเสียงพี่อ้นอีกนี่นา ทำไงดีละ

 

            “จ้า อย่าร้องไห้สิ คนเก่งของพี่” อ้นเอ่ยพลางปาดน้ำตาที่ยิ่งถูกปาดยิ่งไหลมากขึ้น อะไรกัน แค่อยู่ห่างกับเธอ เด็กตรงหน้าถึงกับร้องไห้ขนาดนี้เลยหรอ

 

            “ของพี่ >///<” เชอรีนพึมพำกับตัวเองพลางหน้าแดงเล็กน้อย ของพี่หรอคะ

 

            “เอ๊ะ พูดอะไรนะ ตัวเล็ก” อ้นเอ่ยพลางขยี้หัวเด็กตรงหน้าอย่างยิ้ม ๆ อะไรกันฮะ พูดแค่นี้เขินแล้วหรอ

 

            “เปล๊าค่ะ แค่เขิน เอ๊ย” เชอรีนเผลอหลุดปากคำบางคำออกมา พลางยิ้มๆ

 

            “น่ารักจัง” อ้นเอ่ยพลางดึงน้องสาวคนสนิทมากอดอย่างแนบแน่น

 

            //  เอาอีกแล้วนะคะ พี่อ้น ดึงชีนไปกอดตลอดเลยอะ พี่ทำให้ชีนคุ้นชินกับไออุ่นแบบนี้นะ  // อ้นได้ยินเสียงของความคิดของเชอรีนดังสนั่นอยู่ในหัว

 

            “ฮึก ฮึก” ยิ่งโดนกอดเหมือนว่าเสียงสะอื้นของเชอรีนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ

 

            //  ฉันคงคิดถึงพี่มาก ๆ แน่เลย ถ้าฉันไม่เจอพี่ ฉันจะทำไงดีนะ // อ้นยิ่งลูบหลังของเชอรีน เมื่อได้ยินเสียงความทุกข์ใจของเชอรีน

 

            “เดี๋ยวพี่จะพยายามโทรไปหาเราตลอดนะ ถ้าอยากเจอพี่ ก็รีบ ๆ หายเร็ว ๆนะ เราจะได้เจอกัน” อ้นเอ่ยพลางจูบเล็กน้อยไปที่เปลือกตาของเชอรีน

 

            “ค่ะ พี่” >///< เชอรีนเอ่ยพลางลูบคอตัวเองเล็กน้อย

 

            // หาเรื่องให้เขินตลอดเลยอะ // เชอรีนแอบยิ้มกับตัวเองน้อย ๆ

 

            --------

 

            “ฉันไปแล้วนะคะ พี่อ้น” เชอรีนเอ่ยพลางน้ำตาไหลออกมาอย่างหนัก ก็ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธออยู่กับอ้นมาตลอดเลยนี่นา ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่เจอคนตรงหน้า

 

            “อือ โชดดีนะ แล้วพี่โทรหา” อ้นเอ่ยพลางเดินเข้าไปสวมกอดเด็กตรงหน้า เป็นอีกครั้งที่เชอรีนยังคงเขินกับการถูกสวมกอดอย่างแนบแน่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่เธอรู้สึกว่าอ้อมอกดังกล่าวมันดูอบอุ่นสบาย

 

            //  ทำไมถึงชอบกอดนักละคะ  ทำอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่า คะ เนี้ย >///< // เชอรีนได้แต่บ่นพึมพำในใจ

 

            “ก็ชอบกอดเฉพาะกับ ตัวเล็กเท่านั้นแหละ” อ้นเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ แล้วลูบหลังของคนตรงหน้าไปมา เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้วนะ ขอกอดนานนานหน่อย

            // พี่อ่านใจฉันได้เปล่าเนี้ย เขินนะ อยากจะกรี๊ด // อ้นยิ่งกอดนานยิ่งยิ้ม ทำไมเด็กตรงหน้าถึงได้คิดอะไรแต่เรื่องเขาเต็มไปหมดเลยนะ

 

            “ลาก่อนนะ ตัวเล็ก” อ้นเอ่ยพลางเลื่อนหน้าของเขาเข้าไปใกล้เชอรีน แล้วมอบจุมพิตอันแสนหวานให้เชอรีน ยิ่งจูบกันนานเท่าไหร่ จูบยิ่งหวานหอม เต็มไปด้วยไออุ่น ทำให้เชอรีนเผลอตัวหลงใหลจนไม่อยากถอนออก แต่ถ้าจูบนานกว่านี้นอกจากเธอจะตกเครื่องแล้ว เธอยังจะขาดอาการหายใจด้วยนะ

 

            “อื้อ พี่อ้น” ร่างบางเริ่มทุบมือประท้วงไปมา เมื่อร่างสูงขโมยอากาศเธอไปจนจะหมดอยู่แล้ว รู้แล้วน่าว่าจะต้องจากกันไปอีกนาน แต่ไม่ต้องจูบนานขนาดนี้ก็ได้ หายใจไม่ออก

 

            “พี่ว่า ยังหวานอยู่เลยนะ อีกรอบได้ปะ” อ้นเอ่ยอย่างยิ้มในขณะที่กอดเด็กตรงหน้าเอาไว้หลวม ๆ 

 

            “บ้า พอแล้ว >///<” เธอกับพี่อ้นชักจะผูกพันกันมากเกินไปรึเปล่านะ แบบนี้การจากกันจะยิ่งเจ็บปวดนะ

 

            “อย่าลืม กลับมาให้จูบอีกนะ” อ้นยิ้มกว้างพลางเอาจมูกไปหยอกล้อกับจมูกของเชอรีน

 

            // พี่เป็นไรเปล่าคะ เนี้ย อย่างนี้ ฉันจะสำลัก ความหวานของพี่ตายเอานะ >///<  // ร่างบางตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากลูกมะเขือเทศที่ออกมาจากไร่

 

            “ไปเถอะ เดี๋ยวตก เครื่อง แล้วเจอกันนะ” อ้นเอ่ยพลางโบกมือลาเด็กน้อยข้างบ้าน ที่ตอนนี้สถานะดูเหมือนจะเลยไปมากแล้ว

 

            “ค่ะ จะคิดถึงเสมอนะคะ >///<” เชอรีนพูดพลางทำท่าส่งจูบ แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างเขิน ๆ

-------------------

           

            “อ้น พ่อไม่แน่ใจ การที่พ่อไปตรวจสอบโครงการนี้ มันจะเกิดปัญหาอะไรรึเปล่า อ้นระวังตัวด้วยละ” พ่อของอ้นกำลังเดินไปเดินมาอย่างหนักใจ เป็นท่าทีของพ่อ ที่อ้นไม่เคยเห็นมาก่อน

 

            “ครับพ่อ” นี่มันอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่พ่อเขาสอนวิชาอะไรหลาย ๆ อย่างให้เขา จนเขาเก่งเรื่องบู๊ไปซะแล้ว

 

            เขาถูกฝึกมาอย่างดี เกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้ โดยเฉพาะเรื่องที่เขาถนัด แค่ฟังดูเหมือนจะโม้ แต่เขาสามารถยิงลูกแก้วให้ชนก้อนหินขนาดใหญ่แตกละเอียดได้เลย เรียกได้ว่านิ้วมือของเขาถูกฝึกจนมีแรงและแข็งกว่าปกติ ก็อย่างว่านี่นะ นายทองอิน ยังมีความสามารถเรื่องการต่อสู้ที่สูงเลย เขาก็อยากเรียนเก่งแบบไอดอลบ้าง

 

            “อ้น ช่วยเหลนของย่าด้วยลูก” อ้นที่กำลังหลับฝันอยู่ในรถเมล์ ตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ เขาหันไปทางซ้ายหรือขวาก็ไม่มีใคร แต่ว่าเสียงนั่นมันคุ้นมากเลยนะ เหมือนว่าเป็นเสียงคุณทวดของลุ้นน้องเขา

 

            “คุณทวดครับ เหลนคุณทวดอยู่ไหนครับ” อ้นเอ่ยอย่างกระซิบกระซาบ ถ้าขืนพูดดังเขาก็โดนหาว่าบ้าอะสิ น่าจะเป็นคุณทวดของน้องบิวที่เขาเคยรู้จักมาก่อนนะ

 

            อ้นรีบวิ่งลงจากรถเมล์อย่างรวดเร็ว ตรงไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณทวดบอกว่าน้องบิวกำลังพยายามจะฆ่าตัวตายที่นั่น ให้ตายสิ ทำไมชีวิตมันถึงได้มีเรื่องวุ่นวายบ่อยนักนะ อีกอย่างนะ วันนี้ก็มีงานนาฏศิลป์ ส่วนวันพรุ่งนี้รู้สึกเหมือนจะมีงานดนตรีอะนะ อย่างว่าถ้ารวมเทศกาลของโรงเรียนทั้งหมด ก็มีสองอย่างนี้แล้วก็กีฬาสีนี่ละ  

            อ้นวิ่งไปตรงสะพานข้ามแม่น้ำ เขาเห็นรุ่นน้องของเขากำลังยืนอยู่บนขอบสะพาน และเหมือนกำลังจะโดดลงไป อ้นรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดดึงข้อเท้าของเด็กตรงหน้าให้ลงมาจากสะพาน

 

            “ตึง พี่อ้น พี่มาห้ามฉันทำไม” บิวเอ่ยพลางร้องไห้ไม่หยุดน้ำตาไหลออกมาอย่างหนัก

 

            “เธอจะบ้ารึไง การฆ่าตัวตาย มันดูโง่มากเลยนะ” อ้นเอ่ยพลางจับไหล่เด็กตรงหน้าเอาไว้

 

            // ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ทุกคนที่ฉันไว้ใจ เขาหักหลังฉันหมดเลย // อ้นมองสภาพของบิวที่เหมือนจะร้องไห้มานานจนตาบวมช้ำไปหมด

 

            “แต่ฉันอยากตาย ฮึก ฮึก” บิวเอ่ยพลางปล่อยโฮออกมาไม่ยอมหยุด

 

            // คุณพ่อ คุณพ่อบอกฉันสิคะ คุณพ่อหายไหนอะ  // อ้นลูบหัวเด็กตรงหน้าไปมาอย่างปลอบ น้องบิวมีปัญหาเรื่องครอบครัว เรื่องอะไรกันนะ

 

            ?> ช่วยบอก เหลนฉันที ว่าเหลนฉันเข้าใจผิด <? อ้นหันไปอีกทางหนึ่ง น่าจะอยู่ด้านหลังบิวละมั้งเนี่ย ให้ตายสิความสามารถฉันนี่น่ากลัวจริง ได้ยินทั้งเสียงคน เสียงผี ให้ตายสิ

 

            “น้องบิว ลองโทรไปถามพ่อน้องบิว ดูสิ อาจจะฟังดูเหลวไหลนะ แต่คุณทวดของน้องบิว  บอกพี่ว่า น้องบิวเข้าใจผิดเรื่องพ่อ” อ้นเอ่ยพลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้เด็กตรงหน้า

 

            “จริงหรอคะ ขอบคุณนะคะ พี่อ้น” จริง ๆ นอกจากเธอจะคิดว่าพ่อนอกใจแม่เธอแล้ว ก่อนหน้านี้แฟนเธอก็ยังนอกใจเธออีกต่างหาก

 

            // ฉันคงเข้าใจผิดเรื่องพ่อสิ นิ คุณทวดไม่เคยโกหกนี่นา แต่เรื่องผู้ชายคนนั้น คงจริง // อ้นฟังความคิดคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ คงจะคิดว่าโดนทรยศละสิ เลยจะฆ่าตัวตาย

 

            “น้องบิว ถ้าเราไม่มัวแต่มองผู้ชายคนนั้น รู้รึเปล่าว่า ซีดีอะ ชอบเรา” อ้นเอ่ยพลางยิ้มออกมา ไหน ๆ ก็ไหนเป็นพ่อสื่อมันซะเลยละกันนะ

 

            “คะ >///<” นายซีดีที่อยู่ห้องเดียวกับฉันเนี่ยนะ ชอบฉัน

 

            “อือใช่ นายซีดีนั่นแหละ” อ้นเอ่ยดักหน้า ทำเอาเด็กตรงหน้ายิ่งหน้าแดงหนักกว่าเดิม

 

            “ไปโรงเรียนได้และ งานโรงเรียนเริ่มแล้ว” อ้นเอ่ยพลางลากรุ่นน้องเดินตรงไปที่โรงเรียนของเขา ส่วนเด็กตรงหน้าที่กำลังหน้าแดงก็เดินตามมาด้วยดี

 

            “เออ วันนี้ชั่วโมงแรกจะเรียนก่อน ลองไปถามซีดีดูนะ” อ้นได้ทีแกล้งเด็กที่อยู่ข้าง ๆ ทันที คงไม่เคยคิดมาก่อนละสิ ว่าเพื่อน ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ตลอดมาจะชอบเธอ

 

            “ค่ะ คะ” นายชอบฉันจริง ๆ หรอเนี้ย คือจริง ๆ ก็ชอบนายนะ

 

            หลังจากอ้นเดินมาถึงโรงเรียนก็มีแต่คนพากันมอง ในโรงเรียนนี้เขาเป็นหัวหน้าวงชมรมดนตรี เป็นมือกีตาร์ของวง ทำให้เขาไม่ว่าจะเดินกับใคร ทำอะไรกับใครส่วนใหญ่จะเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์โรงเรียนตลอดเวลา แต่กับน้องบิวจะไม่ค่อย

เพราะรายนี้เป็น DJ ของโรงเรียน ก็เลยไม่มีปัญหา

 

            “พี่ส่งตรงนี้นะ ไปได้แล้วละ” อ้นเอ่ยพลางโบกมือลารุ่นน้อง

 

            // ท่าทาง แกยังดูสบายดีนี่นะ ฉันจะจับตาดูแก ถ้าแกเกิดรู้ความลับเมื่อไหร่ ฉันจะเก็บแก กับผู้หญิงคนนั้นซะ // อ้นหันหลังไปมองทางระเบียงอย่างรวดเร็ว ใครกันน่ะ ที่คิดแบบนั้นน่ะ ใคร มันอยู่ไหน

 

            อ้นพยายามมองหาคนที่น่าสงสัยแต่ก็ไม่มีเลยสักคน การที่เขาได้ยินความคิดขนาดนี้ แสดงว่าไม่ได้อยู่ห่างกับเขามาก พ่อมันเรื่องอะไรกันนะ โครงการอะไรกันที่พ่อไปตรวจสอบแล้วทำให้พ่อโดนลอบยิงแบบนี้

 

            หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว อ้นพยายามฟังและมองหาความคิดของคน ๆ นั้น แต่เขากลับไม่เจอใครที่น่าสงสัยเลยสักคน จนเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงช่วงเย็น

 

            “กริ๊งงงงง” เสียงกระดิ่งดังบอกเวลาสุดท้ายของวันนี้ดังขึ้น อ้นที่วิ่งหามาทั้งวันเหงื่อออกเต็มตัว เขาได้แต่เดินกลับบ้านอย่างเซ็ง ๆ แกอย่าคิดนะว่าแกจะทำร้ายเชอรีนได้ ฉันไม่มีทางยอมแน่

 

            อ้นกดรหัสที่หน้าคอนโดของเขา แล้วเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ แต่สายตาที่กำลังเลื่อนลอยของอ้น กับไปสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง

 

            หญิงสาวเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างช้า ๆ แต่รวดเร็ว ผิวกายสีขาวเนียน เหมือนจะมีออร่าออกมา ผมสีน้ำตาลขลับดำปลิวไสวไปมาอย่างสวยงาม เอวสวยที่ไปพร้อมกับการเดิน ช่างดูงดงาม อ้นมองก็ทีก็รู้ ไม่ผิดคนแน่ ถึงจะสวยขึ้นเยอะก็เหอะ แต่นั่นมันน้องสาวคนสนิทเขาแน่นอน

 

            อ้นที่ค้างไปพักหนึ่ง รีบวิ่งตามขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว

 

            “เชอรีน” อ้นตะโกนเรียกคนตรงหน้าที่กำลังกดรหัสประตูคอนโดห้องข้าง ๆ ห้องเขาอยู่

 

            “คะ” เชอรีนหันหน้าออกมาพลางยิ้มเล็กน้อย น้ำตาคลอเมื่อเห็นคนตรงหน้า อ้นไม่ได้ทำอะไรเพียงวิ่งเข้าไปสวมกอดเด็กตรงหน้าอย่างคิดถึง

 

            ใช่จริง ๆ สินะ

 

            เธอจริง ๆ สินะ

 

            เชอรีน

 

TBC

 

เอ ใช่จริง ๆ ใช่รึเปล่านะ

 

หรือว่าไม่ใช่ 555

 

แม้คุณพี่อ้นครับ จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น

 

อ่านกันให้สนุกนะ เมนต์เยอะ ๆ แล้วณัฐจะลงเร็วขึ้น 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #2 นานา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 18:23
    หนุกจ้าาาาาชอบๆ
    #2
    0
  2. #1 korbuaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 17:33
    ต้องใช่สิ // สู้ๆนะคะไรท์

    #1
    0