UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 99 : Ep.17 - Adjure

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    22 มิ.ย. 60

UNagain.17 - Adjure

ออกหมัดให้หนักแน่นกว่านี้!”

ค่ะ!”

ฉึบ! เสียงแหวกอากาศดังขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่กำปั้นนั้นจะถูกสันมือของพาชอนฟาดใส่ดังเพี๊ยะจนตกฮวบ เห็นดังนั้นชายฉกรรจ์จึงสบถว่า บัดซบ! ข้าสอนเจ้าแล้วมิใช่เรอะ? ว่าให้เกร็งกำลังแขนไว้ด้วย!”

ศ-ศิษย์ขออภัยค่ะ

ไม่ต้องแก้ตัว! ปล่อยหมัดอีกหนึ่งพันครั้ง

ค่ะ..!”

ศิษย์น้องนี่ฝึกหนักซะจริงนะ ข้างๆลานฝึกนั้นเผยให้เห็นพวกไวโอเล็ตกำลังนั่งชมอยู่ห่างๆ จากนั้นบัทเตอร์ฟรายจึงเอ่ยสำทับ ถึงขนาด...ฝึกนอกรอบ โดยมีคริซซี่พยักหน้า ดูเหมือนศิษย์น้องจะมีเป้าหมายเป็นของตัวเองแล้วสินะกระนั้นซีซี่กลับถอนหายใจ

แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีสินะฮ้าาา

เฮ้อออ..!

ทั้งหมดถอนหายใจร่วมกัน ก่อนจะจ้องมองการฝึกนอกรอบของสองศิษย์อาจารย์ต่อไป ตุบ! กระทั่งตอนนั้นเองที่แพทตี้ออกหมัดอันแผ่วเบาออกมา แฮ่ก!...แฮ่ก!...แฮ่ก! โดยไม่ทันตั้งตัว อาจารย์วิชายุทธ์นามว่าพาชอนก็ร่ำร้องว่า ใครให้เจ้าหยุดมือ!?” พร้อมกับฟาดสันดาบเข้าข้อมือของเธอดัง เพี๊ยะ! จนร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้น ด้านไวโอเล็ตเห็นดังนั้นจึงตื่นตระหนกคิดจะลุกเข้าไปช่วย

ไม่เป็นไรศิษย์พี่!”

กระนั้นหญิงสาวกลับเอ่ยขัดขึ้นเสียงก่อน

———แพทตี้ค่อยๆยันตัวขึ้นจากพื้น

นี่เป็นความผิดของศิษย์ ขออาจารย์โปรดให้อภัย

เฮอะ! ไม่อาจใช้อาคมได้! แถมยังไร้วิชายุทธ์อีก! เจ้าน่ะมันสอนยากยิ่งกว่าหมูหมาเสียด้วยซ้ำ

อ-อึก! เป็นศิษย์ที่ไร้ความสามารถ

.....วาจาสุนัข! ชกลมอีกพันครั้ง!”

อาจารย์!? แต่ศิษย์น้องเขาไม่ไหวแล้วนะคะ!” ในที่สุดไวโอเล็ตก็ทนไม่ได้ กระนั้นพาชอนกลับไม่เหลือบแล กลับกันมันก็ตะโกนกลับไปว่า อย่ามายุ่ง!” จนพวกเธอได้แต่สะอึกไปตามๆกัน พาชอนสบถ

เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าสั่งเรอะ!?”

อึก! ศิษย์น้อมรับคำสอน

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

เสียงกำปั้นแหวกอากาศกับหยาดเหงื่อที่พุ่งออกไปตามแรงเฉื่อย พวกไวโอเล็ตได้แต่มองการกระทำของแพทตี้อย่างกระอักกระอ่วน นี่มันอะไรกัน? ทำไมเจ้าต้องฝืนขนาดนี้ด้วย!? พวกเธอคิดในใจอย่างนั้น ทว่าพอเห็นความตั้งใจของอีกฝ่ายทางนี้ก็เลยไม่ได้พูดออกไป กระทั่งตอนนั้นพาชอนระเบิดโทสะออกมา

บัดซบ! บัดดซบ! บัดซบ! ข้าสอนเจ้าไปหลายครั้งแล้วมิใช่เรอะ!? ว่าให้เกร็งกำลังภายในไว้ แล้วนี่อะไร!? หมัดอ่อนปวกเปียกเช่นนี้เจ้าคิดจะเอาไปต่อยมดเรอะ? หาาา..!?

ป-เป็นความผิดของศิษย์.....

เจ้าพูดเป็นอยู่คำเดียวรึไง!? เจ้าตัวโง่งม! ไฉนเจ้าถึงได้สอนยากเย็นนัก

เป็นเพราะศิษย์โง่เขลาไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอนสั่ง ศิษย์...ศิษย์...

เปรี้ยง!

เสียงกัมปนาทดังก้อง พาชอนในตอนนี้กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มันฟาดฝ่าจนถุงนวมแตกเผยให้เม็ดทรายพวยพุ่งออกมาดุจน้ำสายหนึ่ง มันสะบัดชายผ้าคลุมแล้วคำรามว่า

สิ้นสุดการสอน!”

มันเอ่ยอย่างมีน้ำโหก่อนจะปิดประตูดัง ปึง! ปล่อยให้ทั้งห้องปกคลุมไว้ด้วยความเงียบงัน พวกศิษย์พี่ทั้งสี่พอเห็นอาจารย์จากไปแล้วจึงคิดที่จะเข้าไปช่วยพยุง กระนั้นแพทตี้กลับบอกปัด

ไม่เป็นไรศิษย์พี่ ชั้นยังไหว ขอแค่ได้นั่งพักซักเดี๋ยวก็พอ

เจ้า! เฮ้อ...ช่วยไม่ได้สิน้า ไวโอเล็ตถอนใจเบาๆ ความดื้อด้านนี้พวกเธอได้รู้จักมันมาซักพักแล้ว จากนั้นซีซี่จึงว่า เช่นนั้นพวกเจ๊ไปหาไรทานก่อนนะ ศิษย์น้องจะเอาอะไรไหม?” ซึ่งหญิงสาวก็ส่ายหน้า

เอาเลยค่ะ ตอนนี้ชั้นยังไม่หิวเท่าไหร่

อืม ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลตัวเองด้วย อย่าฝืนเด็ดขาดนะ

คริซซี่ว่าเสร็จบัทเตอร์ฟรายผงกศีรษะหงึกๆราวกับจะบอกว่า ใช่ๆ อยู่ยังไงอย่างนั้น พอเห็นท่าทีเป็นห่วงนี้แพทตี้จึงลอบอมยิ้มออกมาเบาๆ จากนั้นจึงทั้งสี่ก้าวออกจากห้องฝึก ปล่อยให้หญิงสาวนอนเหงื่อชโลมร่างกับพื้นทั้งอย่างนั้น เธอชูมือขึ้นฟ้า แล้วมองลอดผ่านนิ้วมือทั้งห้าซึ่งมีแสงไฟนีออนสาดส่อง

เราจะต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้

.....เราจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

กึด!

.

.

แหมๆ เข้มงวดจังเลยนะ

เลยออกไปนอกห้อง หลังจากพาชอนจบการสอนแก่แพทตี้ ณ จุดๆนั้นก็ปรากฏเค้าร่างของผู้อาวุโสหมู่ตึกบูรพาขึ้น เป็นจิวซือเมี่ยว เมื่อเห็นดังนั้นมันจึงเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะ

มิได้ๆ เป็นเพราะศิษย์คนนี้เป็นตัวโง่งมคนหนึ่ง ดังนั้นข้าจึงต้องสอนสั่งผิดไปจากทุกที

ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูโฉดแห่งสำนัก คงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีสอนหรอกกระมั้ง?”

มันกระตุกคิ้ววูบหนึ่ง ก่อนจะเผยอยิ้มตอบกลับไป อาจเป็นเช่นนั้นก็ได้จากนั้นซื่อเมี่ยวจึงถาม เหตุใดจึงต้องโกรธนางถึงเพียงนั้น?” คำถามนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องแพทตี้โดยเฉพาะ ชายฉกรรจ์มองเลยออกไป

ข้าโกรธ เพราะมันชอบทำตัวต่ำต้อย อ้างว่าตนอ่อนแอมั่งล่ะ? อ้างว่าตัวเองไร้ความสามารถมั่งล่ะ? อ้างว่าตนโง่งมบ้างล่ะ? สุดท้ายก็ยังตอกย้ำตัวเองว่าใช้อาคมไม่ได้อีก คนที่คิดด้านลบเช่นนี้ไม่เหมาะแก่การฝึกวิชาที่จำต้องใช้ความทะเยอทะยานสูง

โฮ่? เจ้ากำลังจะบอกว่านางไร้ความรู้สึกที่อยากจะแข็งแกร่งงั้นเหรอ?”

มิได้ ที่ข้ากำลังจะบอกคือนางใจอ่อนเกินไป

หืม?” ซือเมี่ยวปรากฎแววงุนงง จากนั้นพาชอนจึงเสริมคำพูด นางเป็นคนที่ขาดการเตรียมใจ มีอุดมคติแต่ไร้อุดมการณ์ เป็นเช่นนี้ก็เท่ากับมีน้ำแต่ไร้ปากที่จะดื่ม ศิษย์คนนี้ยังขาดความเชื่อมั่นและความเด็ดเดี่ยวอยู่

มันจะใช่อย่างที่เจ้าคิดจริงๆเรอะ?”

ท่านหมายความว่า..?”

แทนคำตอบหญิงชราก็เบนศีรษะไปทางห้องฝึก เมื่อเห็นดังนั้นพาชอนจึงหันมองตาม ระหว่างทางเดินของเส้นขอบประตูธรณีนั้นเผยปรากฏประตูบานเลื่อนที่ปิดไม่มิดอยู่ตรงหน้า เพราะอย่างนั้นก็เลยมองทะลุเข้าไปในห้องฝึกได้

ป่ง!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับหยาดเหงื่อที่กระเซ็นออก เสียงหอบหายใจดังกระชั้นชิดแทบขาดใจ ป่ง! หมัดที่สองดังขึ้นตามติด ป่ง! ป่ง! ป่ง! จากนั้นกำปั้นที่สั่นสะท้านจึงถูกปล่อยออกไปนับครั้งไม่ถ้วน

ป่ง!!

แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...

แม้อาจารย์จะจบการสอน ทว่าคำสั่งที่ทิ้งท้ายให้ทำยังคงอยู่

———คำสั่งที่ให้ชกลมหนึ่งพันครั้ง

ยามนี้หญิงสาวกำลังปฏิบัติตามอยู่ แม้จะล้า แม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจ ทว่าเธอกลับไม่ลดละความพยายามนั้นเลยแม้แต่น้อย เสียงลมหายใจและลมหมัดยังคงดังต่อเนื่อง ทางด้านพาชอนยามนี้กลับกลายเป็นอื้ออึ้ง ส่วนซือเมี่ยวเองก็ยิ้มอย่างพึงพอใจเด็กคนนี้นับว่าใช้ได้มันเช่นนี้ ก่อนจะเดินจากไปอย่างแช่มช้า

ด้านชายฉกรรจ์เมื่อเห็นการกระทำของศิษย์ ตนจึงได้แต่ถอนหายใจ

เจ้านี่มันช่างดื้อรั้นเสียจริง ให้ตายสิ

.

.

ศิษย์โง่..! อักษรตัวนี้ห้ามกดน้ำหนักเยอะเด็ดขาด!”

ข-ขออภัยค่ะ

วันต่อมาก็เป็นการฝึกสอนของซือเมี่ยว ในคาบมีบรรยากาศสงบล่มเย็นโปรยปรายให้เห็น รอบข้างมีศิษย์จำนวนยี่สิบกว่าคนกำลังตวัดพู่กันจีนอยู่ บนโต๊ะของทุกคนนั้นล้วนมีแผ่นยันต์

———นี่คือคาบวิชาเขียนยันต์        

อักษรที่เขียนคือ <มุทรา> ในภาษาฮินดูและภาษาพุทธ กล่าวคืออักษรนี้เป็นคำใช้ร่วมของทั้งสองศาสนะ แพทตี้ไม่รู้จักพวกมัน ขณะเดียวกันหล่อนก็ไม่ทราบด้วยว่ายันต์เหล่านี้เอาไว้ทำอะไร เพราะนี่เป็นคาบแรกของเธอ หนนี้ไม่มีพวกศิษย์ทั้งสี่ เนื่องจากพวกเธอเรียนอยู่อีกระดับหนึ่ง โดยสำนักจะแบ่งลำดับชั้นการเรียน

ได้แก่ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ตามลำดับ

———แพทตี้อยู่ในขั้นต้น

ในกรณีที่คราวก่อนไปเจอกันในคลาสขั้นต้นของวิชายุทธ์ ก็เป็นเพราะพวกเธอเพิ่งจะลงเรียน ต่างกับคริซซี่ซึ่งเรียนจบวิชายุทธ์ขั้นปลายแล้ว กลับมา ณ ปัจจุบัน ตอนนี้จิวซือเมี่ยวกลับสะบัดผ้าคลุมแล้วแค่นลมหายใจชักพาร่างตนไปยืนอยู่หน้าห้อง แล้วกล่าว

หยุดมือ!”

ฮ่ะห์..!”

เหล่าศิษย์ขานรับ จากนั้นหญิงชราจึงเอ่ยปากถาม เจ้ารู้ไหมว่ายันต์เหล่านี้เอาไว้ทำอันใด?” จากนั้นราวๆ 5-6 วินาทีจึงปรากฏศิษย์คนหนึ่งโพล่งขึ้น ข้ารู้ขอรับ

เชิญ!”

ข้าเคยได้ยินจากศิษย์พี่ว่ายันต์เหล่านี้เอาไว้เสริมความสามารถของอาคมขอรับ

อืม ไม่ผิดนัก เจ้าตอบได้ดี ซือเมี่ยวว่าเสร็จจึงชูยันต์แผ่นหนึ่งขึ้น มันคือยันต์ <มุทรา> กระนั้นลายเส้นและความละเอียดอ่อนของอักษรกลับดูประณีตชัดราวกับเป็นงานพิมพ์ นี่คือยันต์ที่ข้าเป็นคนเขียน นางเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะเดินไปชักกระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นวาง กิ้ง! เสียงเสียดโลหะดังขึ้นเล็กน้อย

ข้าจักแสดงวิธีใช้ยันต์ให้พวกเจ้าชม

ซือเมี่ยวคีบยันต์ด้วยสองนิ้วแล้ววาดมุทราออกไป นางเปรยเสียงดังชัดราวกับต้องการให้ทุกคนได้ยิน จงหลอมรวมดั่งวัชระ!” ทันใดนั้นอักษรบนยันต์จึงเรืองแสงขึ้นระเรื่อ ศิษย์ทุกคนล้วนตกตะลึงมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นเต้นใคร่กระหายในความรู้ พอเห็นดังนั้นซือเมี่ยวจึงอมยิ้ม ก่อนจะแปะยันต์ไว้บนคมกระบี่

หนนี้นางร่ายอาคมตามปกติ ก่อนจะเปล่งคำพูดสุดท้ายว่า

จงปรากฏต่อหน้าข้านารากะ  พาราห์

เปรี้ยง!

ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าก็ดังก้องไปทั่ว ยันต์ซึ่งทาบกับคมดาบพลันลุกไหม้ จากนั้นไฟสีแดงเพลิงจึงโหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่วกระบี่ น่าแปลกที่ซือเมี่ยวกลับนิ่งเฉยโดยไม่รู้สึกร้อนหนาว กลับกันเพียงแค่วาดมันออก

พรึ่บ!

เปลวไฟก็พลันเลือนหายไปสิ้น

เบื้องหน้าปรากฏให้เห็นกระบี่แปลกเล่มหนึ่ง

มันมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเกือบเท่าตัว ขณะเดียวกันก็มีไฟลุกโชดช่วงตลอดโดยไม่ต้องอาศัยพลังจิต แก่นกลางกั่นดาบล้วนกลายเป็นสีเหล็กแดงเถือกสลักด้วยอักษรคร่ำครึดูน่าเกรงขาม ความยาวของด้ามจับยามนี้กลับเลยพ้นออกไปเกือบสองถึงสามศอกเห็นจะได้

อาคมหอก + กระบี่เหล็ก

ผลลัพธ์จึงกลายเป็นอาวุธรูปร่างแปลกตาตรงหน้า

พวกเจ้าอาจสงสัยว่าแล้วมันเป็นเช่นไรเล่า? ดังนั้นข้าจึงจะแสดงให้ดูว่านอกจากรูปร่างจะเปลี่ยนไปแล้ว–– ซือเมี่ยวเว้นคำพร้อมกับทะยานร่างออกไปนอกห้องซึ่งเป็นสวนหย่อม

พลังกำลังเองก็แปรเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน!”

ทันใดนั้นเธอจึงแทงกระบี่ออกไป

เปรี้ยง!

ไม้ใหญ่ห้าต้นพลันล้มระเนระนาดในชั่วเสี้ยววิ ทุกคนถึงกับตระหนก ใครๆในที่นี้ก็รู้ว่าอาคมนารากะ  พาราห์นั้นเป็นอาคมระดับ 4 จุดเพียงเท่านั้น อย่างมากก็สามารถทำให้ผนังหินแตกเป็นหลุมเล็กๆแบบเดียวกับที่กริชเคยแสดงต่อหน้าวีด ทว่านี่มันอะไร?  ความรุนแรงนี้มันพอๆกับอาคมระดับ 7-8 จุดเลยไม่ใช่เหรอ

เหล่าศิษย์เหล่าขบคิดอย่างนั้น

ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นอย่างไรเล่า? สิ่งนี้คือวิชาที่เหล่านิรยบาลคิดค้นขึ้น เราเรียกมันว่าสภาวะยันต์สถิตมันจะสามารถยกพลังอำนาจของวัตถุในมือเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยอาคม ศาสตราชิ้นนี้มีอำนาจเทียบเท่าอาคมระดับ 8 จุด กล่าวคือหากเจ้าใช้วิชายันต์กับอาคมใดก็ตาม อาคมนั้นจะยิ่งรุนแรงขึ้นเป็นสองเท่า

ฮือฮาฮือฮา!

พอเอ่ยเช่นนี้ทุกคนก็ถึงกับส่งเสียงดังแซ่ดไปทั่ว แพทตี้เองก็เช่นกัน แม้เธอจะไม่สามารถใช้อาคมได้ แต่ก็สามารถเขียนยันต์ช่วยเหลือแก่กริชได้ อย่างน้อยเราก็ยังมีประโยชน์บ้างล่ะน่า อืมๆ เธอพยักหน้าให้กับตัวเองเบาๆ จากนั้นซือเมี่ยวจึงยกมือขึ้นแทนสัญญาณบอกให้เงียบ กระทั่งซุ่มเสียงจางลง เธอก็ว่า

กระนั้นวิชานี้ก็ยังมีจุดอ่อน

เปรี๊ยะ!

ทันใดนั้นกระบี่ในมือเธอจึงปรากฏรอยร้าวขึ้นเป็นทางยาว จากนั้นเปลวไฟซึ่งลุกโชดช่วงจึงดับลง ขณะเดียวกันตัวกระบี่จึงร่วงโรยกลายเป็นผงทรายกองอยู่กับพื้น พอเป็นเช่นนี้ทุกคนจึงกลับกลายเป็นอื้ออึง

ก็อย่างที่เห็น การจะใช้วัตถุรองรับอาคมจำต้องเป็นของที่เปี่ยมล้นไปด้วยความบริสุทธิ์ กระบี่นี้เป็นเพียงแค่โลหะผสมเท่านั้น ความบริสุทธิ์ของแร่ธาตุนั้นช่างต่ำต้อย ดังนั้นมันจึงคงรูปได้เพียงนาทีกว่าๆ

นางถอนหายใจ ก่อนจะร่ายมุทราแล้วซัดฝ่ามือออกไปเป็นลมหมุนจนฝุ่นทรายโผไปจากห้อง

การใช้วิชายันต์ มีข้อห้ามอยู่สองข้อ หนึ่งวิชานี้นับเป็นท่าไม้ตายประการหนึ่ง อนุญาตให้ใช้ต่อเหตุจำเป็นเท่านั้น เพราะในหนึ่งการใช้จะทำให้เจ้าเสียเมอร์ริธไปหนึ่งจุด และสองคือห้ามใช้กับร่างกายเป็นอันขาด

ทันใดนั้นซือเมี่ยวจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หากเจ้ายังมิอยากตายล่ะก็นะ

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #510 BoldDekds (@BoldDekds) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 09:20
    สนุกดีครับ
    #510
    0
  2. #509 MafasleeHama (@MafasleeHama) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 23:32
    คนเขียน เล่นROV ชัวปาป
    #509
    1
    • #509-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 99)
      23 มิถุนายน 2560 / 00:00
      แรงค์คอนแล้วด้วย ฮึ่มๆ
      #509-1