UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 43 : Ep.43 - Syndrome

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.43 – Syndrome

เอาไป 4 เม็ด,คิดเป็นเวลาก็ซัก 4 ชั่วโมงไปกลับ....กะเวลาให้ดีๆด้วยล่ะ

ไม่ต้องมาสอนชั้น

เกลสะบัดหน้าตอบคว้ายาต้านสติไปจากมือของบ๊อบ อีกฝ่ายยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วว่า

ขอ <อสุภะสองตัวแบบเป็นๆนะ,จำไว้ล่ะ

.....ไม่รับประกันว่าจะได้หรอกนะ

เกลตอบกลับโดยมีคุณเมดสวมเสื้อโค้ทหนังให้ไปพลาง——นี่ก็ผ่านมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว หลังจากมีปากเสียงกับบ๊อบแล้วได้ทำข้อตกลงกันไป ผลสุดท้ายเขาจึงต้องยินยอมทำตามคอของอีกฝ่าย

.....งานที่ว่านั้นก็คือการจับตัว <อสุภะมาให้

คำสั่งเป็นแบบนี้,ก็แสดงว่าหมอนั่นคงจะยังต้องการตัวทดลองอยู่

ว่าแต่.....ผ้าพวกนี้ชั้นถอดออกไม่ได้รึไง?”

ไม่ได้ว่ะ,เพื่อน ก็บอกไปแล้วว่าเพิ่งทำศัลยกรรมให้เป็นไปได้ก็อย่าเอาออกจนกว่าจะถึงกำหนดเถอะ เกิดหน้าเละขึ้นมาชั้นไม่รู้ด้วย——ที่พูดนี่ก็หวังดีหรอกนะ

โหหวังดีงั้นเหรอ..?”

เกลลอบเหน็บเล็กน้อย,พลางสะบัดแข้งขาไปมาราวกับวอร์มอัพ ตอนนี้อาการล้าจากกล้ามเนื้อกลับเลือนหายไปจนหมด เรียกว่าเข้าสู่สภาวะปกติก็ได้ล่ะมั้งทั้งกระโดดวิ่งเต้นต่างก็กระทำได้แล้วทั้งสิ้น

.....กลับกันดูเหมือนว่าศักยภาพตอนนี้จะเหนือล้ำไปกว่าเดิมเสียอีก

บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะร่างนี้แต่เดิมเคยเป็น <รูปแบบ ดัคน่ามาก่อน ถึงจะถูกศัลยกรรมให้รูปร่างดูเรียวเล็กลงไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วๆไป ทว่าภายในก็คงมีโครงสร้างร่างกายจาก <อสุภะมาก่อน ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะเป็นแบบนั้นโดยที่ภายนอกยังคงรูปลักษณ์ของมนุษย์อยู่ก็ได้

โชคดีเจอไม้...โชคร้ายเจอปืน” บ๊อบเหยียดยิ้มพลางโบกมือให้

ขอให้โชคดีค่ะ

ขณะเดียวกันสาวเมดนับร้อยก็คำนับว่าโดยพร้อมเพรียงกัน เกลไม่เอ่ยคำตอบ,แล้วสาวเท้าเดินออกจากโถงนั่งเล่นไปยังประตูทางออกอีกด้านหนึ่งแทน

แอ๊ด..!

พอก้าวออกมาก็พบว่าแถวนี้เป็นที่ตั้งบนเขตสันเขายากแก่การเข้าถึง เกลถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วโดดลงมาจากความสูง 4 เมตรในรวดเดียว ตึงเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันรกล้างของนรก

ดูเหมือนแรงขาเองก็จะเพิ่มขึ้นมาใช่ย่อย

เอาล่ะ...

เกลปัดฝุ่นเล็กน้อยก่อนจะหยิบแผนที่ซึ่งได้จากบ๊อบออกมา——ในนั้นถูกบันทึกสถานที่เอาไว้อย่างหยาบๆโดยแบ่งเป็นทั้งหมด 7 แอเรีย สถานที่ตัวเขายืนอยู่นี้ก็คือแอเรีย Cหากจะหาตัว <อสุภะล่ะก็,ในบริเวณแอเรีย Aนั้นจะถือว่าเป็นตำแหน่งที่ชุกชุมมากที่สุด

แถมพออ่านดูดีๆก็พบว่ามีสถานที่อื่นๆระบุไว้เช่นแอเรีย Dคือถิ่นของ <ไอแซคและแอเรีย Bคือที่ตั้งของเมืองที่ชื่อ <จัสมินในตัวเกลในตอนนี้ยังไม่ทราบถึงการสถาปนาใหม่ของเมือง ดังนั้นที่เอะใจจึงมีแต่เรื่องของ <ไอแซคที่จู่ๆก็มาปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษผืนนี้

.....มีความเป็นไปได้ว่าบ๊อบอาจจะรู้จักกับ <ไอแซคไม่กรณีใดก็กรณีหนึ่ง

กระนั้นทางนี้เองก็ยังฟันธงไม่ได้เช่นกันว่าหมอนั่นจะใช่พวกนั้นจริงๆรึเปล่า?

เกลได้แต่ขบคิดก่อนจะก้าวเดินไปเบื้องหน้าตามทางที่ถูกระบุไว้.....ที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมก็คือรกร้างและอ้างว้างในเวลาเดียวกัน ถึงจะมีดินและต้นไม้แต่ก็เป็นเพียงแค่ก้านกับใบหรือกรวดกับทราย

พอเห็นอย่างนี้,ลึกๆในใจเขาก็ได้แต่สงสัยว่าพวกที่ตั้งรกรากอย่าง คนในเมือง,ไอแซค หรือบ๊อบนั้นสามารถตั้งตัวขึ้นมาได้ด้วยวิธีใดกันแน่——หากให้เดาส่วนหนึ่งก็คงเพราะมี <อาคมช่วยเสริมอำนวยความสะดวก

.....ฉะนั้นพอไต่คำถามลึกเข้าไปจึงยิ่งสงสัยว่า <อาคมนั้นมาจากไหน

จาก <เทวทูตอย่างฮิรางั้นเหรอรึว่ามี <เทวทูตคนอื่นอีกแล้วคนพวกนี้ไปรู้บทร่ายมากมายมาจากไหน..? ซึ่งแม้เกลจะฝืนขบคิดให้ตาย แต่อย่างไรก็ยังคงเป็นคำถามข้างเดียวไร้เสียงตอบกลับ

————แล้วไม่นานก็มาถึง

รู้ตัวอีกทีตำแหน่งของสันเขาทั้งสองฟากก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้า....สภาพภูมิศาสตร์นี้คือสิ่งชี้ชัดถึงการคงอยู่ของแอเรีย Aเพราะงั้นตัวเกลในยามนี้จึงรู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กน้อย

นี่คือเขตซึ่งมี <อสุภะอยู่หนาแน่น——หากไม่ระมัดระวังก็อาจตายเอาได้ง่ายๆ

เปรี้ยง!!

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็พลันแล่นเข้าโสตประสาทล ต้นเสียงนั้นดังมาจากทางขวา ณ ด้านหลังของสันเขาตรงหน้า เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น,เกลจึงลอบระวังตัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

เปรี้ยง!!

กี๊ซซซซซซซซ....!”

เสียงดังกล่าวพลันดังขึ้นอีกครั้ง หนนี้กลับปรากฏเสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ออกมา——

อสุภะงั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มเปรยเสียงแผ่ว ขณะเดียวกันก็ย่อตัวลงต่ำสาวเท้าเข้าไปใกล้อย่างแช่มช้า.....ตรงหน้านั้นเผยบุคคลขึ้นกลุ่มหนึ่ง——เป็นชายสองหญิงสองซึ่งอาวุธครบมือ กระนั้น,อาวุธพวกนี้จะเรียกว่าเอาไว้ป้องกันตัวก็ดูกระไรอยู่ เพราะฝั่งผู้ชายสองในสี่นั้นเหมือนกับว่ากำลังสนุกสนานกับของมีคมดังกล่าว

.....อาวุธอาคมเหล่านั้นล้วนประโคมเข้า <อสุภะที่ไร้แขนขาอยู่กับพื้น

อี๊ซซซซซซ....กี๊ซซซซซซซซ!”

————นี่คือการต่อสู้เพียงแค่ข้างเดียว

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าดิ้นเป็นหมาใหญ่เลยว่ะ..ตลกชิบหายเลยนะมึงเนี่ย!”

เฮ้ยๆๆ....ร้องให้มันดังๆกว่านี้หน่อยสิโว้ย!”

........

จากสายตาที่เกลเห็นก็คือชายวัยรุ่น 15-16 สองคนกำลังสนุกกับการทำร้าย <อสุภะโดยมีฉากหลังเป็นหญิงสาวอีกสองคนซึ่งยืนเงียบโดยหนึ่งคนนิ่งเฉยกับอีกคนหวาดหวั่น กระนั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนล้วนมีเหมือนกันหมดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน————สิ่งนั้นก็คือ <อาวุธอาคม>

.....เป็นดาบสคิมิต้าร์ที่ชื่อพานี ทัลวาล

คนจาก <เมืองงั้นเหรอ..?”

เกลได้แต่นึกเช่นนั้น,ทว่าความเป็นไปได้อย่างการที่กลุ่มคนอื่นสามารถใช้ <อาคมบทนี้ก็ยังมีอยู่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม <อสุภะตัวนี้ก็คงกำลังจะตายในไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้นทางที่ดีตัวเขาควรจะไปหาเป้าหมายอื่นแทน เกลนึกอย่างนั้น,พลางถอนเท้าออกเตรียมถอยหลัง

.

.

เจ็บ....พอได้แล้ว

“——?”

เกลชะงักกึก ฝีเท้าที่ย่างออกไปเพียงครึ่งก้าวกลับถูกรั้งค้างไว้อย่างนั้น ขณะเดียวกันก็มีเสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามาในหัว....เป็นเสียงอันแหบพร่าและสั่นเครือด้วยความกลัว

ขอโทษ….ยกโทษให้ผมด้วย

เสียงใคร..แกเป็นใครกัน!?”

ชายหนุ่มหันเหไปยังที่มาของเสียง——แม้ไม่มั่นใจนัก......แต่ทิศทางนั้นก็มีเพียงแค่เจ้านั่นที่เปล่งเสียงออกมาได้ เจ้านั่นที่ผิวกายสะบักสะบอมเละเทะไปด้วยเลือดแผ่ออกเป็นกิ่งก้านนองพื้นราวกับรากไม้

เสียงนี้.....ของ <อสุภะงั้นเหรอ?

ฉัวะ!..ฉัวะ!..ฉัวะ!..ฉัวะ!..ฉัวะ!..

อย่าเงียบสิวะกูบอกให้มึงร้องดังๆยังไงล่ะโว้ย..!”

กี๊ซซซ.......กี๊..!”

——เจ็บ....เจ็บ....อย่าทำผม

เกลขมวดคิ้วแน่นลอบพึมพำ “เจ้าพวกนั้นไม่ได้ยินเสียงนั่นเลยรึไง..?”

เขาไม่เข้าใจว่าตนได้ยินเสียงพิลึกนี้ได้ยังไง กระนั้นความรู้สึกหนึ่งจู่ๆก็ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ เกลเผยหยาดเหงื่อขึ้นหน้าและหอบหายใจหนักโดยไม่รู้ตัว ภาพเบื้องหน้าเหมือนมีแรงกระตุ้นอะไรบางอย่าง

เฮ้ย,คิริโตะ..! ชั้นชักจะเบื่อแล้วว่ะ

เหรอเคๆ....งั้นก็ช่วยไม่ได้

คิริโตะตอบเพื่อนชายด้านข้างพร้อมกับง้างดาบในมือขึ้นสูง ในท่วงท่านี้ยังไงก็คาดเดาเป็นอื่นไม่ได้อีก คมดาบซึ่งเปื้อนเลือดกรังอยู่นั้นกำลังเล็งไปที่ศีรษะของ <อสุภะตรงหน้า

เจ้านั่น.....<อสุภะตัวนั้นคงมาได้แค่นี้ล่ะนะ——เกลนึกอย่างนั้น,พร้อมกับถอนหายใจออกมา

.

.

ผมยัง....ไม่อยากตาย

เฮือก..!

ทั่วร่างถึงกับสั่นสะท้าน จู่ๆในอกกลับรู้สึกแน่นเอี๊ยดจนหายใจไม่ออก เกลวกสายตากลับไปมองมันอีกครั้ง เขาหันกลับไปมอง <อสุภะซึ่งใบหน้าเปื้อนเลือดตัวนั้น....ไม่สิ

นั่นน่ะก็คือ <ตัวเขาเองไม่ใช่รึไงกัน?

ตัวตนที่โศกเศร้าและอ้อนวอนทุกสิ่งอย่างไร้ทางเลือกนั้นก็คือ <เขาที่ซ้อนทับกับ <อสุภะตรงหน้านี้ เกลมองเห็นแบบนั้น.....เขามองเห็นส่วนลึกของจิตใจ <อสุภะตัวนั้น

ทั้งคร่ำครวญ,โกรธแค้น,สับสน และหวาดกลัว——

.....ช่าง <ว่างเปล่าซะจริง

กึด!

แกมันอยู่ผิดที่เองนะเว้ย,ไอ้ขยะ ถ้าจะโทษก็โทษว่าเป็นความผิดของแกเองเถอะ

————คิริโตะเอ่ยเสียงเหี้ยม,แล้วว่า

บายว่ะ

พร้อมกดดาบลงเข้าศีรษะทันที......กระนั้นชั่วขณะที่คมดาบจรดเกือบบรรจบกัน ร่างของคิริโตะกลับชะงักกึกเช่นเดียวกับสองมือที่เกร็งค้างอยู่กับที่จรดใบหน้าของ <อสุภะเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว.....ตรงหน้าของมัน,กลับปรากฏบุคคลที่สามขึ้นเบื้องหน้า ซึ่งเป็นชายสวมโค้ดมีผ้าพันแผลคลุมไว้ทั่วตัว

แขนของคิริโตะยามนี้ได้ถูกรั้งไว้ด้วยมือของอีกฝ่าย

แกเป็นใคร..อยากตายมากนัก——”

คว้ากกกกก..!

ใบหน้าของคิริโตะพลันกลายเป็นสีแดงเลือดเผยเยื่อกล้ามเนื้อภายในออกมาราวกับถูกคว้านออก ใบหน้าสวยเมื่อครู่ถูกเกลทำลายไปในชั่วเสี้ยววิ โดยที่อุ้งมือนั้นมีหนังหน้าของมนุษย์ขาดวิ่นอยู่ภายใน

.....สิ่งนั้นคือผิวหน้าของคิริโตะ

อ๊ากกกกกกกกกกก!? ตาชั้นนนนนนใบหน้าของชั้นนนนนนน..!”

คิริโตะแผดร้องออกมาดังลั่น——

พร้อมเพรียงกันนั้นพรรคพวกของเขาก็วิ่งมาช่วยโดยที่ชายอีกคนซึ่งอยู่ใกล้สุดก็วาดดาบเข้าใส่เกลทันที ฉัวะ! ร่างกายพลันแยกออกเป็นสองส่วน ทว่าเจ้าของร่างนี้กลับไม่ใช่เกลดังที่มันคาดหวัง พอรู้ตัวอีกทีชายผู้เป็นเจ้าของดาบจึงกลายเป็นล้มลงไปกองกับพื้น...ไม่สิ

นี่น่ะควรเรียกว่าตัวขาดครึ่งซะมากกว่าล่ะมั้ง?

คาเนกิ..!”

คิริโตะแผดร้องอย่างตระหนกจ้องมองร่างของเพื่อนสิ้นใจตายบนกองลำไส้ที่ทะลักออกมา ทว่าก่อนจะทันได้ทำสิ่งอื่นใด ตอนนั้นเองความเจ็บปวดก็พลันแล่นเข้าสู่สองมืออย่างคับคั่ง

.....สองมือซึ่งยามนี้ถูกกระชากออกเหลือเพียงแค่โคนกระดูกโผล่พ้นออกมา

สัญชาตญาณอันเปี่ยมล้นกับแรงกายอันเหนือชั้น เกลได้ฉีกมือคิริโตะออกมาเพื่อใช้ดาบพานี ทัลวาลฟันเข้าใส่คาเนกิ ดังนั้นที่ตัวด้ามตอนนี้,ถึงได้มีสองมือของมนุษย์กำแน่นมาด้วย

แผละ..!

คิริโตะล้มลงก้นจำเบ้าโดยที่กางเกงนูนหนาออกมาด้วยของเสียจากในตัว กลิ่นเหม็นสาบของศพและของเสียต่างผสมปนเป จนเจ้าตัวถึงกับน้ำมูกไหลน้ำตาปริ่ม

อ๊า...อ๊าาาาาาา~!

คิริโตะร้องไห้เผยใบหน้าหวาดกลัว——แต่ก็เท่านั้น.....เพราะเกลเองก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว

ตัดสินใจไปแล้ว,ว่าชายคนนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

เปรี้ยง!

ก่อนจะทันได้ปลิดชีพชายตรงหน้า <ท่าพลังจิตซึ่งเป็นริ้วดาบแรงดันสูงก็พลันพุ่งเข้าใส่ ท่วงท่านี้เป็นการจู่โจมในรูปแบบของมุมอับ ดังนั้นความเป็นไปได้ที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้ทันภัยซ่อนเร้นจึงย่อมเป็นไปได้ยาก

.....กระนั้น,เกลก็เป็นข้อยกเว้น

ดังนั้นประสาทสัมผัสอันเฉียบคมจึงชักนำให้เจ้าตัวก้าวออกข้าง,ปล่อยให้กระแสน้ำพุ่งเลยผ่าน

————แล้วเข้าผ่ากลางคิริโตะจนแยกออกเป็นสองส่วน

ฉัวะ!

เสียงสูงแล่นผ่านรากเนื้อ....ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้เคราะห์ร้ายและหญิงสาวเจ้าของ <ท่าพลังจิตจากนั้นเพียงครู่หนึ่ง,คิริโตะจึงปริตัวออกเป็นสองซีก หว่างกลางก็มีเอ็นและกล้ามเนื้อติดกรังคล้ายเส้นชีสร้อนๆยืดยาวออกมา เช่นเดียวกับเลล่าซึ่งเป็นเจ้าของ <ท่าพลังจิตเองก็ล้มลงไปกองกับพื้นแสดงสีอื้ออึงไม่ได้สติ.....ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่หญิงสาวเพียงเดียวที่พอจะสู้ได้

...........

เธอเลือกจะยืนนิ่งโดยไม่ทำอะไร ถึงจะคาใจเล็กน้อย,แต่เขาเองก็ไม่คิดจะฆ่าใครมั่วซั่วเกินความจำเป็นนัก ดังนั้นเกลจึงอุ้ม <อสุภะที่ไร้แขนขาขึ้นหลัง ก่อนจะทะยานหายไปจากที่แห่งนั้น

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #778 โจเมย์ (@akrawiwat) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 14:02
    คิริโตะ?? 55555
    #778
    0
  2. #564 Bitchet (@russameejun) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 03:17
    ไรท์คงขก. คิดชื่อแล้วสินะ....
    #564
    0
  3. #467 livlivliv (@lastathenaclub) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 03:19
    ชื่อแม่มแบบ..
    #467
    0
  4. #222 kimkup (@kimkup) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 22:33
    คิริโตะไม่ใช้ดาบคู่อะ5555
    #222
    0
  5. #179 Mεσ' (- -)' (@30901) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 18:59
    สกิลลับฟังอสุภะฮู้เฮื้องง
    #179
    0
  6. #159 Wh!te [S]ky (@lovelykids) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 09:24
    เดี๋ยวนะ ทำไมชื่อคิริโตะกับคาเนกิ 5555555555555
    #159
    0