UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 39 : Ep.39 - Syndrome

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.39 – Syndrome

จงปรากฏ.....ต่อหน้าข้า———นารากะ พาราห์

วู้ม!

ก่อนที่คมดาบจะเข้าสัมผัสลงกลางอก หว่างกลางของทั้งสองสิ่งกลับปรากฏผืนเพลิงขึ้นสายหนึ่ง เพลิงผืนนี้เมื่อปะทะต่อพานี ทัลวาลจึงแตกโพลงออกเป็นประกายไฟ เผยวัตถุเหล็กยาวขึ้นในมือของ <ดัคน่า>.......แรงต้านจาก <อาวุธอาคมทั้งสองชิ้นส่งเสียงร้องของโลหะดังเป็นจังหวะ

อาคาเนะรีบฆ่ามัน——”

ฉัวะ!

คำพูดของเบธจบลงแค่นั้น พร้อมกับศีรษะที่ปลิวไสวตามแรงขับของตัวหอกซึ่งเปลี่ยนจากต้านรับเมื่อครู่กลายมาเป็นสวนกลับภายในชั่วเสี้ยววิ หัวของเบธพอลอยคว้างไประยะหนึ่ง,จึงค่อยตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก แล้วกลิ้งหลุนไปหยุดอยู่ ณ ปลายเท้าของอาคาเนะ————

ใบหน้าสวยนั้นพะงาบปากไปมาโดยไม่รู้ว่าตนได้ตายไปแล้ว

.....หหัวหน้า?”

เช่นเดียวกับอาคาเนะที่อ้าปากค้างตะลึงงันกับภาพตรงหน้า รู้ตัวอีกทีร่างกายมันก็สั่นเครือด้วยความกลัว,เธอก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ ขณะเดียวกันร่างสูงของ <ดัคน่าก็เริ่มลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเดินอาดเข้าไปคว้าศีรษะของเบธมาไว้ในกำมือ

กร้วบๆๆๆๆ..!

จากนั้นมันจึงส่งหัวของเธอเข้าปากไปโดยลงเหลือไว้เพียงเสียงบดกระดูกกับความรู้สึกอันน่าหวาดหวั่นอยู่ภายในใจของสองสาวที่เหลืออยู่ แน่นอนว่าเพราะอาคาเนะมีประสบการณ์ที่ดีกว่า ดังนั้นสติและความคิดอ่านในการรับมือจึงเรียกได้ว่าเหนือกว่าเลเล่ที่นั่งแหมะตัวสั่นอยู่กับพื้น

ว้ากกกกกกกก~~!”

เธอกู่ร้องปลุกใจ,พร้อมกับวาดดาบออกไปกลางอากาศ——สิ่งนี้ก็คือ <ท่าพลังจิตซึ่งเกิดจากจินตนาการอันของมนุษย์ให้แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่าง ดังนั้นแม้เธอจะอยู่ห่างจากมันเกือบ 6 เมตร ทว่าพอชักนำความคิดสร้างใบมีดแรงดันสูงออกมาจึงปรากฏเป็นริ้วดาบพุ่งเข้าใส่ <ดัคน่าทันที

.....อาคาเนะมั่นใจอยู่เต็มอกว่าตนนั้นสามารถกำจัดอีกฝ่ายซึ่งเชื่องช้ากว่าได้ไม่ผิดแน่

————ซึ่งในความจริงแล้ว,เธอคิดผิด

ในช่วงเวลาเกือบ 0.5 วิที่ร่างกายเฉียดปะทะต่อ <ท่าพลังจิตของอาคาเนะ <ดัคน่าก็พลันดีดตัวออกด้วยความเร็วสูงอย่างที่มันไม่เคยกระทำมาก่อนจนเกิดเป็นช็อคเวฟขึ้นราวกับภาพฉายซ้ำในชั้นบรรยากาศ ความเร็วนี้นับว่าเหนือล้ำกว่าพวก <ดัคน่าทั่วๆไปอย่างเทียบไม่ติด ขณะเดียวกันท่วงท่าที่รั้งหอกเป็นแนวตรงพร้อมกับเหยียดกายพุ่งออกไปกลายเป็นเส้นแสงนั้นก็ตัดผ่านร่างของหญิงสาวไปแล้วโผล่พ้นที่ด้านหลัง

............

อาคาเนะไร้สุ่มเสียงหรือคำกล่าวใดทั้งสิ้น จากนั้นที่กลางหลังเธอจึงเผยเลือดสีฉาดขึ้นชุ่มซึมผ่านผิวเสื้อและตัวผ้า————และหากมองกลับไปที่หลังของเธอ.....

ก็จะพบว่าเนื้อหนังนั้นกำลังเปิดโพลงออกมา เผยให้เห็นโครงร่างอันว่างเปล่าอยู่ภายใน——ร่างที่ยืนอยู่นั้นถูกค้ำยันไว้ด้วยเอ็นและกล้ามเนื้อบางส่วนก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้น

สภาพของเธอราวกับจักจั่นลอกคราบ

และจักจั่นที่ถูกลอกคราบก็กำลังดิ้นทุรนทุรายคาหอกของ <ดัคน่าอยู่

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด~~~!!?”

ใบหน้าและเนื้อในสีแดงฉานนั้นก็คืออาคาเนะ

ถลกหนังเลาะกระดูก————คำพูดนี้ก็คงไม่เกินจริงนัก อาคาเนะซึ่งเปลือยเปล่าตัวแดงราวกับหุ่นจำลองวิทยาศาสตร์นั้นแทบจะกลายเป็นเสียสติ.....เจ็บปวด,ทรมาน,หวาดกลัว สิ่งเหล่านี้กำลังประโคมถามเข้ากลางใจของหญิงสาวอย่างไม่หยุดยั้ง ผิดกับท่าทีของ <ดัคน่าซึ่งยืนมองเธอราวกับแมลงกับตัวหนึ่ง

.....จากนั้นมันจึงฉีกยิ้มเหยียดมุมปาก

อุฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่.....อุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~~~! เฮี้อกฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~~~~~!!”

มันกำลังสนุก——เธอรับรู้ได้แบบนั้น

<ดัคน่าตนนี้กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อโดยแสร้งทำตัวเองเฉื่อยชาและอ่อนแอ ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามได้ใจว่าตนนั้นเป็นผู้เหนือกว่า มันจึงค่อยทำลายความคิดและความหวังนั้นลงแล้วเข่นฆ่าศัตรูด้วยความสนุกสนาน

อา...อ๊าาาา...อ๊าาาาาาาาาาา~~!!”

ก่อนที่อาคาเนะจะถูกปลิดชีวิตลง เลล่าที่เสียสติก็น้าวสายธนูขึ้นใหม่อีกครั้ง หนนี้เธอเผยแววหวาดกลัวออกมาสุดหยั่งร้องไห้ทั้งน้ำตาทั้งที่หว่างขาชื้นแฉะด้วยหยาดน้ำสีอำพันสายหนึ่ง เธอคิดอย่างเดียวว่าต้องกำจัดอีกฝ่าย,พร้อมกับดีดศรออกไปในรูปแบบของ <ท่าพลังจิต>

————ศรสามนัดซ้อนถูกยิงออกไปดุจปลายกระสุน

เปรี้ยง..!

เสียงกัมปนาทดังขึ้นในจังหวะเดียวกัน แสดงถึงผลลัพธ์ว่าเข้าเป้าอย่างหมดจด....หญิงสาวคิดอย่างนั้น กระทั่งพอผืนน้ำซึ่งแตกกระเซ็นได้จางลง เบื้องหน้าเธอจึงเผยร่างของอาคาเนะยืนค้ำอยู่ต่อหน้าของมัน

ธนูทั้ง 3 ดอก,นั้นถูกประทับเข้าที่ร่างสีแดงฉานต่างโล่ให้กับเกล

รุ่นพี่...ไม่จริงน่า......

————คันธนูผล็อยหลุดจากมือลงสู่พื้น

เลล่าแผดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง

อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาา~~~!!!”

ขณะเดียวกัน <ดัคน่าที่หัวร่อในคออยู่ก็เขมือบร่างไร้ชีวิตของอาคาเนะไปอีกคนหนึ่ง พร้อมกันก็เดินเข้าหาหญิงสาวอย่างเนิบนาบ——จวบจนประชิดเข้าถึงตัว,มันจึงก้มลงมองเลล่าอย่างแนบชิดห่างไม่ถึง 1 เซนฯ

ฮี่ฮี่...มาก....เฮะเฮะเฮะ...ขอมากกว่านี้......ฮะฮะฮะฮ่า~!”

ใบเอ่ยเสียงเสียดหูพร้อมเลียใบหน้าเธอจนชุ่มน้ำลายและเศษเลือดเนื้อจากซากศพ เลล่าในตอนนี้นับว่าไม่มีสติอยู่กับตัว,แม้ไม่ถึงกับสลบ แต่เธอก็ไม่อาจรับรู้เรื่องราวใดๆได้อีก

.............”

เธอได้แต่เงียบกริบ,แสดงใบหน้าเลื่อนลอยออกมาอย่างไร้แก่นสาร

“.....น่า........เบื่อ........

เกลเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา จากนั้นจึงอ้าปากกว้างเกิดเสียงลั่นกระดูกกรามขัดกับข้อต่อคล้ายกับปากของงูหรือสัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนึ่ง ดังนั้นตัวมันในตอนนี้จึงมีปากที่ห้อยลงเรียดพื้นพอจะกลืนหญิงสาวเข้าไปหมดทั้งตัวได้ภายในครั้งเดียว

.

.

ไอม์~อินเลิฟ~วิด,เดอะ~โค่โค....

————ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

มันเป็นความรู้สึกกดดันบางอย่างจน <ดัคน่าก็สัมผัส——เสียงร้องนี้ได้เรียกความสนใจจากมัน ปากที่โน้มเข้าไปครึ่งศีรษะของเลล่านั้นได้ถูกคายออก,พร้อมกับการปรากฏตัวบุคคลที่สามซึ่งเดินเข้ามาใกล้อย่างแช่มช้า

ไอม์~อินเลิฟ~วิด,เดอะ~โค่โค....

บุรุษวัยกลางคนชาวผิวสี....รูปลักษณ์ของชายผู้นี้นับว่าโดดเด่นจนเป็นเอกลักษณ์ ทั้งหนวดเคราที่รกหน้าและแว่นแฟชั่นซึ่งเป็นแถบรั้วขีดในแนวขวาง ผมหนาทรงเดทร็อคนั้นกำลังผงกขึ้นลงตามจังหวะเพลงและการโยกหัว——ฝ่ามือหนานั้นยื่นไปเบื้องหน้า......

จึงเผยให้เห็นเมอร์ริธทั้ง 25 จุด,อยู่ภายในนั้น

ไอ~ก็อทอิท~ฟอร์,เดอะ~โลว์โลว์~”

เกลยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน ผิดกับอีกฝ่ายที่เริ่มสาวเท้าเข้ามาทีละน้อยโดยไร้ซึ่งความลังเลและความกังวล กระทั่งทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียง 10 เมตร,ชายผิวสีจึงหยุดฝีเท้าลง

ไอม์~อินเลิฟ~วิด,เดอะ~โค่โค...”

ว่าอย่างนั้น,พร้อมกับเหยียดยิ้มออกมาอย่างขบขัน————

จงปรากฏต่อหน้าข้าโมกขศักดิ์

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #605 เงาสีแดง (@gugew15911) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 10:51
    น่าจะเป็น บ้องศักดิ์สิทธิ์
    #605
    0
  2. #220 kimkup (@kimkup) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 22:14
    เหนื่อยใจ-.-'
    #220
    0
  3. #189 cussendo (@cussendo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:09
    โหดสัสรัสเชีย
    #189
    0