UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 33 : Ep.33 - Shatter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.33 – Shatter

สงบสุขจังน้า~”

เกลเปรยอย่างแผ่วเบา ก่อนยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบรับลมเช้า,วันนี้ก็เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา......แม้เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งจะทำเรื่องร้ายแรงลงไปอย่างการขโมยของจากฮิราซึ่งแกนนำของเมือง ทว่า ณ ปัจจุบันตัวเขาก็ยังคงอยู่อย่างสงบไม่ได้ถูกใครเรียกตัวไปคุย

ถ้าให้เดาก็คงมีอยู่ 2 กรณี คือ————ฮิรายังไม่รู้ตัวคนร้าย ไม่ก็ฮิรารู้แต่ไม่เอาความ

ซึ่งคำว่า <ไม่เอาความนั้นก็สามารถตีความหมายได้อีกแง่ว่า <ช่างมันเถอะหรือ <มีสิ่งอื่นแอบแฝงเอาไว้อยู่รึเปล่า.......แต่สงสัยก็ส่วนสงสัย เพราะในทางปฏิบัติจริงตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก

วันนี้ก็เช่นกัน,สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ <ภารกิจ>

งานของวันนี้คือ <จิปาถะหรือก็คืองานทั่วไป ซึ่งแต่ละครั้งที่เขาได้รับก็จะมีผลัดเปลี่ยนสลับกันไปตามโอกาส ซึ่งงาน <จิปาถะนั้นก็มีตั้งแต่ทอผ้ายันโบกปูนก่อสร้างเลยทีเดียว

.....วันนี้น่ะเป็นก่ออิฐ

ถึงจะเหนื่อย,แต่ก็ดีที่อย่างน้อยในนรกนั้นไม่มีแดด ดังนั้น,พอรู้สึกตัวอีกทีงานก่อสร้างนี้จึงดำเนินไปอย่างเรียบง่ายจนถึงค่ำ เกลวางอิฐซ้อนทับปูนที่ฉาบไว้พลางปาดเหงื่อ “ฟู่เสร็จซักที

ก็แค่บ่นลอยๆ——หลังจากรับเงินเสร็จ,เกลจึงแยกตัวไปล้างหน้าล้างตาเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ก็สวมคืนกลับตามเดิมดูเรียบร้อยขึ้นกว่าเก่า จากตรงนี้ไม่นับว่าไกลจาก <เขต7ดังนั้นพอเดินมาได้ 5-6 นาที,ร่างของชายหนุ่มจึงมาหยุดอยู่ ณ หน้าบ้านหลังหนึ่ง

แกร๊ก..!

กลับมาแล้ว

ช้ามากค่ะคุณเกลมัวไปเถลไถลที่ไหนมาคะ..?”

.....ยัยนี่อีกแล้ว——เกลถอนหายใจ,จ้องมองคลาร่าที่สูงเพียง 150 กว่าเซนฯแล้วว่า “นี่เธอเป็นแม่ชั้นรึไงเนี่ย?” ส่งผลให้อีกฝ่ายแสดงสีหน้าแง่งอนออกมา

ถ้าเป็นแม่จริง,ชั้นคงตีคุณเกลไปแล้วล่ะค่ะ........เหอะ!”

เธอว่าแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป ปล่อยให้เกลยืนขำกับท่าทางนั้นขณะถอดรองเท้าลงชั้นวาง แม้เด็กสาวจะชอบพูดเหน็บแหนม ทว่าหากสังเกตดีๆจะพบว่าเธอนั้นชอบมาต้อนรับเขาอยู่เสมอ ไม่ใช่กับเขาสิ,กับทุกคนเองก็เช่นกัน คลาร่าน่ะพอถึงเวลาที่คิดว่าใครใกล้จะกลับมาแล้วจึงออกมาต้อนรับแบบนั้นทุกครั้ง

.....อย่างกับลูกสุนัขเลยแฮะ

เกลนึกขำแล้วจึงเดินเข้าไปร่วมโต๊ะที่ทุกคนกำลังทานข้าวอยู่——หนนี้นับว่าแปลกที่พบว่าทุกคนกำลังนั่งทานข้าวอยู่พร้อมกัน เกลค่อยนั่งลงอย่างแช่มช้าจับจ้องจานข้าวตรงหน้า

มื้อนี้เป็นสลัดผักล่ะ

ฮะ..ฮะ..ฮะ” เอาเถอะ,อย่างไรก็ดีตัวเขาก็ชักจะชินแล้วล่ะ คิดว่าซะกินเจหรือมังสวิรัติก็คงได้ล่ะมั้งอีกอย่าง——ถึงจะเป็นของเดิมๆซ้ำๆ......แต่พอได้กินด้วยกันกับทุกคนแล้ว

รสชาติของมันก็ไม่เลวเลยล่ะนะ

หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ,ตอนนั้นเทียนเหมยก็ยื่นของสิ่งหนึ่งมาให้————มันคือนาฬิกาข้อมือ

รับไว้สิ,เห็นนายชอบกลับดึกบ่อยน่ะ” เธอว่า,ซึ่งแม้จะอ้างแบบนั้น แต่จู่ๆจะให้รับของฟรีมาเลยมันก็กระไรอยู่ แล้วตอนนั้นโคก็โพล่งขึ้น “รับไปเถอะ,ไว้นายมีเงินเมื่อไหร่ถึงค่อยมาคืนละกัน เรือนนั้นน่ะพวกเราแชร์กันจ่ายเลยเชียวนะจะบอกให้

......งั้นขอรับไว้ล่ะนะ

เขาว่าอย่างนั้น,ก่อนจะลองสวมดู ซึ่งก็พบว่ามันพอดีมืออย่างเหมาะเจาะ ตัวสายข้อมือเป็นสีเงินแกมดำแบบโครมซิลเวอร์ ส่วนตัวหน้าปัดก็เป็นเข็มทองกับตัวเลขโรมันดูสวยงาม

เข้ากับเธอดีนะ

ฉีชมพลางพยักหน้าหงึกขึ้นลงส่งให้เกลหัวเราะร่วนแก้เขิน ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอย่างสนุกสนานอยู่นั้น จู่ๆเสียงไซเรนก็พลันดังแว่วไปทั่วเมือง ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตั้งคำถามเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทดแทน

ประกาศถึงชาวเมืองทุกท่านขณะนี้ทางประตูหลักทั้งสี่ทิศได้เกิดเหตุจลาจลขึ้นโดยกลุ่ม <ผู้ก่อการร้ายขอเชิญทุกท่านมาที่ประตูเมืองด้วยค่ะ ขอย้ำขอเชิญทุกท่าน————”

เสียงของโอเปอเรเตอร์ยังดังแว่วไปทั่วน่านฟ้า ขณะเดียวกันทุกคนก็เผยสีหน้าวิตกออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด ต่างกับเกลที่แม้จะกังวลทว่าในความกังวลนั้นก็ยังมีความสงสัยและเคลือบแคลงใจทับซ้อนอยู่

ผู้ก่อการร้าย——หรือว่า.....

ถึงไม่อยากคิด ทว่าหากให้เดาแล้วก็คงไม่มีคำตอบอื่น,ฉีกัดฟันแน่นแล้วว่า

คงต้องไปแล้วล่ะ.....ไปกันเถอะ,โคเกล!”

ครับ..!”

เอ๋?——อ่ะ,ครับ..!”

ถึงเกลจะอ้ำอี้ง,ทว่าทั้งคู่ก็ตอบเสียงหนักเตรียมก้าวออกไป แล้วตอนนั้นคลาร่าก็เข้ามาขัด

เดี๋ยวก่อนสิแล้วพวกชั้นล่ะคะ..!?”

พวกเธออยู่บ้านเถอะ,ด้านนอกมันอันตรายเกินไป

ได้ไง!? ชั้นเองก็สามารถสู้ได้นะคะคุณเทียนเองก็พูดอะไรบ้างสิ..!”

.......ขอโทษนะคลาร่า ถึงเธอจะเก่งเรื่อง <อาคมแต่ถ้าพวกเราไปก็คงเป็นได้แค่ตัวถ่วง

อึก..!”

เด็กสาวแสดงสีหน้าเจ็บใจ ขณะที่ทุกคนได้แต่มองเธอกำหมัดแน่น,คลาร่าจึงเอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบา

กลับมาให้ได้นะ...........ไม่ว่ายังไงก็กลับมาให้ได้นะคะ!”

————ชายทั้งสามต่างยิ้มออกมา

งั้นไปก่อนนะ” ฉีโบกมือลาก่อนจะเดินนำพวกเกลไปยังประตูหลัก ซึ่งไม่นานก็มาถึง,สถาพที่เห็นจากสุดสายตานั้นทำเอาพวกเขาถึงกับเบิกตาโพลง แม้จะเอ่ยว่าผู้ก่อการร้าย ทว่าที่เห็นอยู่นี้กลับเป็น <อสุภะ>

<อสุภะที่มีจำนวนร่วมหลักร้อย

นี่มัน....อะไร?”

ที่ปากทางนั้นปรากฏสงครามกลางเมืองขึ้นอย่างเด่นชัด แสงสีจาก <อาคมและเลือดต่างกระจัดกระจายไปทั่วดั่งดอกไม้ไฟ,ฉีลอบหลั่งเหงื่อเย็นแล้วสั่ง “ลุยเลยแล้วก็ระวังตัวด้วย..!” โดยไม่ฟังคำตอบรับชายวัยกลางคนนี้ก็ร่ายพานีทัลวาลออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าสู่สนามรบทันที

ไปกันเถอะ,เกล!”

อืม..!”

เขาตอบคำโค,แล้ววิ่งตามหลังอีกฝ่ายไป จากที่เห็น,ฝั่งผู้คนนั้นมีอยู่ถึงหลักร้อยถึงสามร้อยซึ่งเยอะกว่าพวก <อสุภะเกือบ 2-3 เท่า ฉะนั้นตอนนี้ฝั่งของเกลจึงกำลังได้เปรียบ————

จงปรากฏต่อหน้าข้าพานีทัลวาล

น้ำสองสายปรากฏขึ้นตรงหน้าเกลและโค พอทั้งสองยื่นมือไปรองรับผืนน้ำจึงแตกกระเซ็นเผยตัวดาบอยู่ในกำมือ ทั้งคู่วิ่งเคียงไหล่กันมา,กระทั่งถึงจุดปะทะจึงเข้าไปช่วยเหลือฉีซึ่งกำลังรับมือ <อสุภะสองตัวอยู่เพียงลำพัง

เปรี้ยง..!

แทบจะทันทีเกลก็สาดกระสุนน้ำเข้าใส่หนึ่งในนั้นจนร่างเป็นรูพรุน ขณะเดียวกันโคซึ่งอยู่ข้างก็วาดดาบเป็นวง ก่อให้เกิดคลื่นแรงดันสูงฟันแขนของมันขาดไปข้างหนึ่งจากระยะไกล

.....จังหวะนี้พวกเขาจึงสมทบกับฉี

เดี๋ยวตัวนั้นพวกผมจัดการเอง

โคว่าพร้อมกับจ้องตาชายผู้อาวุโสกว่าอย่างหมายมั่น ซึ่งทางฉีเองก็นิ่งไปพัก,ก่อนจะเอ่ยปาก “อ่า,อย่าพลาดท่าแล้วกัน” ออกมา ส่งผลให้โคฉีกยิ้มตอบรับเสียงหนัก

ครับ!”

พอจบคำ,ก็ทะยานออกเข้าประชิดตัว <อสุภะโดยมีเกลตามหลังไปติดๆ ซึ่งซากศพเดินได้นี้ก็ไม่โง่พอจะยืนนิ่งให้โคฟันซ้ำสอง มันคำรามลั่นราวกับส่งเสียงปลุกใจ พร้อมเกร็งนิ้วมือทั้งห้าวาดกรงเล็บเข้าใส่อย่างดุดัน

เคร้ง!

บังเกิดประกายไฟแล่นแปลบระหว่างดาบและใบคม ดูเหมือนประสาทสัมผัสของโคจะเหนือกว่าพวก <อสุภะอยู่ขุมหนึ่ง ซึ่งชั่วขณะที่ทั้งสองปะทะกันอยู่นี้——เกลก็ลอบยิงกระสุนน้ำใส่ศีรษะมันในมุมอับ

เปรี้ยง..!

เสียงกะโหลกแตกดังสะท้านออกมา พร้อมเพรียงกัน,ร่างอันใหญ่โตก็เริ่มเซถลาไปสองสามก้าว ก่อนจะล้มลงสิ้นใจตายไปในที่สุด โคเข้ามาตบไหล่ดังฉาดแล้วว่า “แจ๋วโคตรเลยว่ะ,เกล ช็อตตะกี้นี่อย่างสวย

แหม....แต่ถ้าตะกี้ชั้นยิงพลาดซักนิด,มันอาจจะไปลงที่หัวนายก็ได้นะ

เฮ้ย..! อย่างนั้นไม่เอานะเว้ย!”

เกลหัวเราะร่วนแทนโคซึ่งหน้าสีเผือด จากนั้นทางฉีที่จัดการอีกตัวหนึ่งได้แล้วจึงเข้ามาสมทบ

อย่ามัวยืนคุยสิพวกมันยังมีอีกเป็นร้อยเลยนะ

เอาน่าคุณฉี,ถึงจะมีเป็นร้อยแต่ตอนนี้พวกเราก็คุมสถานการ์ไว้ได้แล้วนา ผมว่าเราไม่ต้อง——”

ที่ชั้นกังวลน่ะไม่ใช่ <อสุภะหรอกนะ

เอ๋...?” โคที่สนทนาด้วยถึงกับงุนงง ฉีกล่าวต่อ “ในนรกน่ะมีพวก <ผู้ก่อการร้ายอยู่หลายกลุ่ม ทว่าพวกที่สามารถบงการ <อสุภะได้ก็มีเพียงแค่ <ไอแซคกลุ่มเดียวเท่านั้น

ฉีเปล่งประกายวาวโรจน์————

ถ้าเป็น <ไอแซคจริง....เรื่องในครั้งนี้คงไม่จบง่ายๆแน่

.....คำพูดของเขานั้นเผยแววหวาดหวั่นอย่างเด่นชัด จนโคกับเกลได้แต่เงียบกริบ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปะทะกับ <อสุภะที่เหลืออยู่นั้น เสียงไซเรนก็พลันดังขึ้นอีกหน

ประกาศประกาศขอแจ้งระดับภัยคุกคามถึงระดับ 6 ขอย้ำภัยคุกคามระดับ 6..!”

หนนี้เป็นเสียงโอเปอเรเตอร์ชาย ทว่าด้วยเสียงอันสั่นเครือจึงทำให้เกลเลิกคิ้วขึ้นอย่างผิดสังเกต ขณะที่ยังคงข้องใจอยู่นั้นเสียงหนึ่งก็พลันดังแทรกผ่านลำโพง

โผล๊ะ..!

เสียงบีบวัตถุจนแหลกเละดังลอดผ่านไมค์ เสียงอันน่าขนลุกนี้ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก จากนั้นลำโพงกลางซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดคำสั่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง

โหลๆโหลเทสสวัสดี,ทุกคน..! นี่เราเองนะ——”

น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไป...

กลายเป็นแววขี้เล่นราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง

“ <ไอแซคไง..!”

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #766 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 19:28
    นึกถึงโลลิผมทองถือปืนฆ่าคนคนยังกะผักตอนที่ประกาศสงครามหนือเม้งตายแล้ว
    #766
    0
  2. #574 宁煌 หนิงหวง (@reisell) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:34
    wtf...............

    #574
    0
  3. #276 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:14
    อื้อหือยังไงกันน้า
    #276
    0