UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 30 : Ep.30 - Separate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.30 – Separate

ยินดีด้วย..!”

เป๊าะ..เป๊าะ..แปะ!

จู่ๆทุกคนก็เฮโลแล้วจุดพลุกระดาษกระจายไปทั่วห้อง เกลที่เพิ่งกลับมาจาก <ภารกิจจึงแสดงสีหน้างุนงงออกมา จากนั้นเทียนเหมยจึงว่า “ดีใจด้วยนะ,ในที่สุดเธอก็อยู่ครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว

เอ๋หนึ่งอาทิตย์..?”

ระหว่างที่เขายังเผยแววเงอะงะให้เห็นทุกคนก็ลากเกลเข้ามากลางวงห้องนั่งเล่น หนนี้อาหารที่รอกลับเป็นเนื้อ <อสุภะผิดกับสลัดผักทอดแบบทุกที,โคว่า

ปกติที่นี่จะมีเงื่อนไขอย่างลับๆอยู่น่ะ ว่าหากพวกหน้าใหม่อยู่ที่นี่ครบหนึ่งสัปดาห์โดยไม่ทำผิดกฎที่ตั้งไว้ จะได้รับสิทธิ์สอนเรื่อง <อาคมแบบเจาะลึกให้น่ะ

แบบเจาะลึกอะไรล่ะนั่น..?”

เกลทวนคำพลางตักเนื้อ <อสุภะเข้าปาก แม้จะรู้ว่าสิ่งนี้คือวัตถุดิบที่มีรากเง้าเกิดจากมนุษย์ ทว่าทุกคนกลับงับเข้าปากไปโดยไม่รู้สึกรู้สา ซึ่งก็คงไม่แปลกเพราะแม้จะเป็นเนื้อคนมาก่อนแต่ก็เป็นเนื้อคนแปรรูปผ่านการปรุงมาเรียบร้อย ยังไงก็คงไม่มีใครมาแหวะกับเรื่องหงุมหงิมพรรค์นั้นอยู่แล้ว

.....คิดว่านะ

เรื่องนี้น่ะเป็นกฎที่ <ท่านผู้นำตั้งเอาไว้ <อาคมที่พวกชั้นสอนนายไปน่ะเป็นแค่ช่วงผิวเผิน เพราะงั้นต่อจากนี้นายก็สามารถการเรียนรู้การใช้ <อาคมแบบจริงๆจังๆได้แล้วล่ะ” โคว่า

ซึ่งหลังจากทานอะไรเสร็จสรรพ ทั้งหมดก็ย้ายไปรวมตัวกันที่สวนเพื่อฝึกวิชา ซึ่งดูเหมือนนอกจากวิชาเตะต่อยแล้ว,วันนี้จะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม

แล้วตอนนั้นฉีก็ร่ายพานีทัลวาลออกมา

.....มวลน้ำสีครามพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

เอาล่ะ,เนื้อหาต่อจากนี้อาจจะอันตรายซักหน่อย ดังนั้นก็ขอให้เธอระวังตัวด้วยล่ะ” จบคำ,ฉีจึงยื่นมือไปสัมผัสจนผืนน้ำแตกโพลงเผยดาบสคิมิต้าร์อยู่ในกำมือ

โค,ช่วยวางเป้ามาทางนี้หน่อย

ครับ..!”

แผ่นไม้สูง 2 เมตรถูกโคย้ายมาไว้ตรงหน้า ซึ่งเหมือนรายนั้นจะทราบว่าฉีจะทำอะไร,เพราะวางเสร็จเจ้าตัวก็รีบปลีกตัวออกมาปล่อยให้บริเวณนั้นเหลือเพียงแค่เป้านิ่งกับฉีที่ยืนห่างกันเกือบ 10 เมตร ขณะเดียวเกลก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ————ที่ใบดาบพานีทัลวาลนั้นกลับปรากฏบางสิ่ง

นั่นมัน...หรือว่า––”

สิ่งแปลกปลอมนั้นเริ่มเด่นชัด มันแผ่ประกายแสงสีฟ้าออกมาเรืองรองพร้อมกับเริ่มห่อหุ้มคมดาบจนดูคล้ายกับน้ำสายหนึ่ง มันบิดพลิ้วรอบโลหะสีเงินกระทั่งถึงจุดหนึ่ง พริบตานั้น,ฉีจึงตั้งท่าแล้ววาดดาบออกไปในห้วงอากาศ แม้ภายนอกดูเหมือนกับการหวดลม,ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับไม่ใช่

....มวลน้ำบนดาบถูกซัดออกเป็นแถบริ้ว แล้วพุ่งตัดเป้านิ่งจะขาดออกเป็นสองท่อน

เกลถึงกับตะลึงงัน

นี่มัน....เหมือนกับตอนนั้น————ตอนที่เขาใช้นารากะพาราห์ใน <สถานีที่ 3>.....แม้จะต่างกันหน่อย แต่โดยรวมก็คิดว่าเป็นตัวเดียวกันไม่ผิดแน่ ขณะแท่นไม้ขาดครึ่งเผยฝุ่นควันคลุ้งไปทั่ว,ฉีก็วกหันกลับมาว่า “คงต้องเริ่มตั้งแต่หลักการก่อนล่ะนะ

เขาชูสองนิ้วขึ้นแล้วเอ่ยต่อ

โดยทั่วไป <อาคมจะมีอยู่หลักๆเพียง 2 ประเภท หนึ่งคือ <อาคมภาวนาวิชาพวกนี้จะเป็นอาคมรักษาหรือเรียกสสารออกมา เช่น ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ ส่วนประเภทที่สองก็คือ <อาคมขจัดมารหรืออาคมจำพวกเรียกอาวุธ ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้มีดีแค่นั้นหรอก เพราะอาวุธที่เรียกออกมาน่ะไม่ใช่ของทั่วๆไป

หมายถึง.....สามารถปล่อยไอ้คลื่นนั่นได้น่ะเหรอครับ?”

อ่า,อาวุธหนึ่งชิ้นต่อ <ความสามารถพิเศษหนึ่งอย่าง ซึ่งแต่ละชิ้นก็จะมีคุณสมบัติและความสามารถแตกต่างกันออกไป อย่างพานีทัลวาลจะสามารถเรียกน้ำออกมาได้ดังใจนึก ที่ชั้นใช้เมื่อกี้ก็คือการเพิ่มแรงดันน้ำให้สูงจนสามารถตัดสิ่งของได้น่ะ

.....สุดยอดไปเลยครับ————แล้วผมต้องทำยังไงบ้างล่ะถึงจะใช้ได้

เงื่อนไขมีเพียงอย่างเดียว,นั่นก็คือ <จินตนาการ>”

แค่นั้นน่ะเหรอครับ..?” หลังจากตอบไปแบบนั้น,โคจึงโพล่งว่า “ไม่ใช่ <แค่นั้นแต่เป็น <ขนาดนั้นเลยต่างหาก รู้ไหมว่า <จินตนาการน่ะไม่ใช่เรื่องง่ายๆแบบที่คิดปุ๊บจะทำได้ปั๊บหรอกนะ อย่างเช่นนายลองจินตนาการว่าบินได้แล้วตัวเองจะบินได้เลยรึไง?”

เอ่อ....ไม่มั้ง?”

ก็นั่นแหละ <จินตนาการที่ว่าเนี่ยจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเป็นความคิดอันแรงกล้า ซึ่งความคิดอันแรงกล้าเนี่ยส่วนใหญ่จะไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติ ถ้าให้เทียบความคิดอันแรงกล้าก็เปรียบเสมือน <ความจริงที่จับต้องได้ถ้านายยังเกิดความคิดขัดแย้งตามหลักวิทย์อยู่ก็จะไม่สามารถสร้างภาพในหัวให้กลายเป็นจริงได้

....ฟังดูยุ่งยากแฮะ

เกลพึมพำ จากนั้นจึงเรียกพานีทัลวาลออกมาตามคำของฉี จากที่ฟังมาเหมือนจะบอกให้จินตนาการภาพเอาไว้....ถึงจะพูดงั้น,แต่แค่คิดก็สามารถทำให้เป็นจริงได้เลยเหรอ?

————ลองดูละกัน

กึด..!

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เกลก็กระชับดาบในมือแน่นพร้อมกับตั้งท่าเตรียมวาดออก,ขณะเดียวกันก็เริ่มจินตนาการถึงสิ่งที่ฉีกระทำไปเมื่อครู่อย่างตั้งมั่น เพ่งสมาธิแล้วเค้นความคิดออกมาให้เหมือนกับว่าตนสามารถบงการน้ำออกได้ราวกับขัดกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ได้จริง

.....ทันใดนั้นที่คมดาบพลันปรากฏประกายแสงเรืองรอง

แสงสีฟ้าราวกับสายน้ำบริสุทธิ์นั้นกำลังเลื้อยคลานจากกั่นดาบจนไปถึงสุดปลายคม เกลตระหนกเล็กน้อย,ก่อนจะเผยยิ้มออกมาพร้อมกับคำรามลั่นอย่างมั่นใจ

ฮ่า!”

แปะ!

.............

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือน้ำย่อมหนึ่งกระเด็นออกมารดผืนหญ้าแทน ด้านชายหนุ่มนั้นถึงกับยืนค้างท่าดาบอยู่กับที่ ขัดกับทางโคหรือเทียนเหมยที่กำลังตอบสนองกลับมาด้วยเสียงหัวเราะ

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าตลกเป็นบ้าเลยว่ะ,ร้อง <ฮ่า!> ซะมั่นใจเชียวนะ

แหมๆ เขาเรียกสร้างกำลังใจต่างหากเล่า นายนี่ไม่รู้อะไรเลยนะ....อุ๊บ,ฮิฮิฮิ

ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ————

ก็ทำนองนั้นแหละ,หลังจากล้มไปครั้งหนึ่ง จึงทำให้เกิดครั้งต่อๆมาซึ่งก็ลองดูทุกหนทางแล้ว จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงทว่าที่ฟันดาบไปมานับครั้งไม่ถ้วนก็ยังคงให้ผลลัพธ์เดิมไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง

.....มีน้ำตกแหมะกับพื้น,ไม่ใช่พุ่งออกไปเป็นแถบริ้วแบบของคุณฉี

ตอนนั้นเขาจึงฉุกใจนึก ทั้งที่คราวของนารากะพาราห์ก็ยังใช้ได้แท้ๆแต่ไหงหนนี้ถึงได้ล้มเหลวกันนะเมื่อนึกอย่างนั้น,เกลจึงสรุปใจความได้เรื่องหนึ่ง

คีย์เวิร์ดจะใช่ <ความรู้สึกรึเปล่านะ..? เขานึกเช่นนั้น

เพราะตอนที่สู้ <อสุภะแล้วเผลอใช้ลำแสงขนาดใหญ่นั่นไป เท่าที่จำได้ในหัวของเขาก็มีแต่ <ความโกรธและ <ความสับสนอันแรงกล้าอยู่เต็มไปหมด บางทีอาจจะเพราะถูกอารมณ์เข้าบดบังจึงทำให้แนวคิดตรรกะในแง่ของความเป็นจริงมันผิดเพี้ยนไปก็ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ลำแสงสีดำแดงนั่นได้แปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรมขึ้นมา————ถ้าลองคิดแบบนั้น,อะไรๆก็ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย

.....กระนั้นตัวเกลในตอนนี้กลับปราศจาก <ความรู้สึกที่ว่า

อารมณ์โกรธงั้นเหรอ————

นี่,เขาจะยืนนิ่งแบบนั้นอยู่อีกนานไหมคะเนี่ย?”

ไม่รู้สินะ

คลาร่าสนทนากับเทียนเหมย กระนั้นเสียงของทั้งคู่กลับไม่อาจเล็ดลอดเข้าสู่โสดประสาทของเกล ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ พร้อมเพรียงกันก็เริ่มนึกถึงสาเหตุที่คิดว่าจะให้ตน <โกรธขึ้นมาได้ในใจ

.....แน่นอนว่าสิ่งที่เหมาะสมที่สุดก็คงมีแต่เรื่องนั้น

เรื่องที่เขาถูกหลอกโดยแฟนสาว————เรื่องนั้นน่ะไม่ว่ายังไงก็คิดว่าจะต้องทำให้เขา <โกรธขึ้นมาได้แน่ ในใจเกลนั้นเริ่มปรากฏเค้าหน้าของสาวน้อยพลางฝืนย้อนความว่าครั้งหนึ่งเคยมีความรู้สึกดีๆต่อกัน

จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง

แปล๊บ..!

อึก!”

ทุกอย่างมันจบแล้ว.....ทั้งความฝันและความรัก,ทั้งพ่อและก็แม่————

ทุกอย่างมันถูกแย่งชิงไปจนหมด

ถูกยัยนั่นขโมยไปจนหมด!

กรอดดดด...!

ท่าทางหมอนั่นดูแปลกๆนะครับ” โคว่า,ซึ่งทุกคนเองก็เผยแววกังวลออกมาไม่ต่างกัน เพราะตั้งแต่เมื่อครู่เกลก็เอาแต่ยืนค้างอยู่กับที่โดยไม่มีการเคลื่อนไหวมาเกือบจะ 3 นาทีได้จนดูผิดปกติ

ขณะที่ทุกคนยังเป็นกังวลอยู่,พริบตานั้นเกลพลันเบิกตาขึ้นพร้อมกับวาดดาบออกไปอย่างแช่มช้า

ปลายดาบได้หยุดลงในสภาพชี้ไปเบื้องหน้าแทน

หนนี้ไม่มีเสียงร้องปลุกใจหรืออะไรทำนองนั้น ที่ปรากฏอยู่กลับกลายเป็นมวลน้ำ 3 สายกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนเกลก็วาดดาบตัดล่างลงไปอย่างหนักหน่วง ส่งให้ผืนน้ำ 3 สายทะยานออกไปปะทะต่อแท่นไม้ดุจกระสุนปืนขนาดย่อม

โผล๊ะโผล๊ะโผล๊ะ!

บนเป้าพลันปรากฏรูโพลงขึ้นสามแห่ง แม้จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2-3 นิ้ว ทว่ากระสุนน้ำดังกล่าวก็เพียงพอต่อการสังหารใครซักคนหนึ่งได้โดยไม่ยากเย็น

“.....เหมือนผมจะทำผิดวิธีไปหน่อยสินะ

เกลยิ้มเจื่อนออกมา,กระนั้นฉีกลับแย้งว่า “ไม่หรอก,แบบนี้ก็นับว่าใช้ได้แล้วล่ะ เผลอๆเธออาจจะดีกว่าซะอีก,ที่สามารถจู่โจม 3 ครั้งซ้อนได้ในเวลาเดียวกัน......ว่าแต่ขีดจำกัดในการสร้างของเธอคือเท่าไหร่ล่ะ?”

....คง 3 นัดอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ

อืม,งั้นเหรอ.....จากนี้ก็ลองฝึกให้บ่อยๆเข้าล่ะ แล้วก็อย่าฝืนจนเกินไปด้วย,เพราะถ้าใช้สมองหนักเกิน นายอาจจะถึงขั้นหมดสติไปเลยก็ได้

เอ๋!? จริงเหรอครับนั่น————”

.....ไม่สิ,พอนึกดูแล้วตอนที่ใช้ลำแสงนั่นเราเองก็ถึงกับล้มพับไปเลยนี่นา

ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงแฮะ........อันตรายๆ เกลนึก,แล้วพริบตานั้นจู่ๆก็เหมือนจะหน้ามืดเซตัวไปด้านหลังเล็กน้อย โชคดีที่ยังพอมีสติอยู่จึงทำให้เขาตั้งหลักได้ไม่ล้มลงไปกองกับพื้น ดูเหมือนว่าสิ่งนี้คงเป็นผลมาจากการใช้ <อาคมแบบถี่ยิบมาตลอด 30 นาทีเต็ม

ซึ่งหลังจากการเกลเผยท่าทีเหนื่อยล้าให้เห็น ฉีจึงบอกให้พอแค่นี้ก่อน,ด้านเทียนเหมยเองก็อาสาจะใช้จิวาลกาจอล์ฟื้นความเหนื่อยล้าให้ กระนั้นเกลกลับเกรงใจแล้วบอกปัดไปว่าเดี๋ยวเดียวก็หาย

สุดท้าย,การฝึกของวันนี้จึงจบลงอย่างที่เห็น

.

.

เฮ้ออาบน้ำหลังฝึกนี่ดีชะมัดเลยน้า....” เกลเปรยขึ้นด้วยสีหน้าระรื่นพลางก้าวเดินไปยังห้องนอนของตนที่อยู่ชั้นสองมุมขวาสุดของตัวบ้าน

วันนี้ทุกคนเองก็เหมือนจะเหนื่อยกับการจัดปาร์ตี้ด้วย————

ถึงจะดูดาษๆจนแทบมองไม่ออก,แต่เกลก็สังเกตเห็นพวกกระดิ่งหรือโบว์รุ้งที่ถูกประดับอยู่รอบห้องนั่งเล่น

ตัวเขาน่ะลึกๆแล้วรู้สึกดีใจ,ที่อย่างน้อยก็ยังมีคนมาคอยเป็นห่วงและก็คอยยิ้มให้กันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเรื่องที่คับข้องใจต่อทุกคนเมื่อก่อนหน้านี้จึงถูกเกลปัดทิ้งไปโดยไม่คิดจะกลับมาใส่ใจอีก

อดีตหรืออนาคตจะเป็นยังไงก็ช่าง,ที่สำคัญก็คือตอนนี้ต่างหาก......เกลเชื่ออย่างนั้น

แกร๊ก..!

เกลเดินเข้าห้องไปตามปกติ บรรยากาศภายในถูกกลบไว้ด้วยแสงสลัวสีแดงสดจากตัวเมฆทะลุผ่านเข้าหน้าต่าง แม้แรกๆจะดูน่าขนลุกทว่าพอชินขึ้นมาก็รู้สึกว่าดูไม่เลวเลยซะทีเดียว

กระนั้นหนนี้ก็มีสิ่งที่ผิดแปลกไปจากปกติ

ในห้องซึ่งควรว่างเปล่า เวลานี้กลับปรากฏเค้าร่างของคนผู้หนึ่งขึ้นเรือนราง บุคคลดังกล่าวนี้เป็นผู้หญิง,เธอกำลังยืนเท้าคางอยู่ริมหน้าต่างแล้วแหงนมองเมฆสีแดงสดอย่างเงียบงัน

ท้องฟ้าสีแดงเนี่ย สวยจังนะ

“.........

หญิงสาวว่าแล้วเบือนหน้ามาทางเกล,จนมองเห็นรูปลักษณ์ได้อย่างหมดจด หญิงสาวผู้นี้ไว้ผมยาวประบ่าสีเทาอ่อน ใบหน้าเองก็กำลังขับเน้นด้วยรอยยิ้มดูมีเสน่ห์ชวนให้บุรุษเพศใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

แน่นอนว่าเกลเองก็เช่นกัน——

อย่างกับเลือดเลย,ว่าไหม?”

.....เธอคนนั้นคือซีหลง

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

784 ความคิดเห็น