UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 23 : Ep.23 - Sandbag

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.23 – Sandbag

ไม่ใช่เวลาเตะเธอต้องกดเอวลงต่ำแล้วขาก็ต้องขึ้นสูงให้มากกว่านี้!”

ครับ!”

บรรยากาศเช่นเดิมแต่เวลาคือช่วงเช้า 6 นาฬิกา————เกลในตอนนี้กำลังฝึกสิ่งเรียกว่า <เทควันโดอยู่

แน่นอนว่าผู้สอนก็ไม่มีทางเป็นใครอื่นได้นอกจากฉี

แปะแปะ!

พอเท่านี้ก่อนพักได้

ขอบคุณครับ!”

ทั้งโคและเกลต่างตะโกนขึ้นสุดเสียง ฉีเผยแววพอใจก่อนจะเดินไปนั่งจิบกาแฟอยู่มุมหนึ่ง ทางด้านสองหนุ่มพอได้รับสัญญาณให้พักทั้งคู่จึงลงไปนอนแผ่กับพื้นหญ้าแทน————สถานที่ๆเขาฝึกอยู่นี้ก็คือสวนหลังบ้าน แม้จะมีพื้นที่ราวๆ 4-5 เสื่อ ทว่าตรงจุดนั้นกลับไม่ใช่ปัญหาต่อการฝึกเลยแม้แต่น้อย

......ย้อนกลับไปวันก่อน,เพราะฉีบอกจะสอนวิชาให้ ด้วยเหตุนี้พอเช้ามืดเกือบตีห้า เกลจึงถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก

อีกเรื่องหนึ่งที่ชวนตงิดใจก็คืออาหารเมื่อวาน

เพราะพูดคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อยถึงได้รู้ความจริงว่าเนื้อสัตว์ของที่นี่ก็คือซาก <อสุภะดูเหมือนว่าการล่า <อสุภะเองก็จะเป็น <ภารกิจด้วยเช่นกัน กระนั้น,โดยส่วนใหญ่อาหารของที่นี่ก็คือพืชผักเสียซะมากกว่า แม้เขาจะไม่รู้ว่าคนที่นี่ไปเอาเมล็ดพืชพันธุ์มาจากไหน ทว่าโดยรวม,เพราะการเก็บพืชผักมันไม่มีความเสี่ยงเหมือนกับการล่า <อสุภะดังนั้นทุกคนจึงนิยมทานอาหารจำพวกนี้เสียซะเป็นส่วนใหญ่

แฮ่ก...แฮ่ก...เหนื่อยเป็นบ้า..แฮ่ก...”

ฮะฮะ.....แต่เพราะแบบนั้นแหละ..การฝึกของคุณฉีถึงได้ผลไงล่ะ

ก็นะ,อย่างที่โคว่า ทั้งที่เพิ่งซ้อมได้เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ทว่าวิธีการสู้และความคิดอ่านต่างๆกลับผิดแผกไปจากเดิม ทั้งเข้าใจหลักการและการปฏิบัติได้ดียิ่งกว่าเก่าจนเห็นได้ชัด

ตอนนี้หากให้สู้กับลิโป้ใหม่ก็คิดว่าคงพอหลบการจู่โจมแบบนั้นได้บ้าง

แปะแปะ!

เอ้า,ครบ 5 นาทีแล้ว.....ลุกๆๆ

ฉีกลับมาอีกครั้ง,หนนี้มาพร้อมกับเทียนเหมยและในมือก็ถือดาบไม้อยู่สองเล่ม เล่มหนึ่งส่งให้โคส่วนอีกเล่มก็ยื่นให้เกล “คราวนี้ชั้นจะให้พวกเธอสู้กัน,ใครดาบโดนตัวก่อนก็ถือว่าแพ้ ไม่ต้องห่วงว่าจะตาย,เพราะทางนี้มีแพทย์ฝีมือดีมาด้วย ดังนั้นก็สู้ให้เต็มที่ล่ะ” ว่าอย่างนั้นแล้วเทียนเหมยจึงยิ้มหวานขึ้นมุมปาก

โคจับดาบไม้พลิกไปมาแล้วว่า

ถ้าชั้นชนะก็อย่างมาโทษกันล่ะ

มั่นใจจังเลยนะ...

โคหัวเราะในคอก่อนจะก้าวเว้นระยะออกไปราว 10 เมตร หว่างกลางปรากฏพวกฉียืนอยู่,เขายกมือขึ้นเหนือหัว จากนั้นจึงประกาศเสียงดังชัด

เริ่มได้..!”

พร้อมเพรียงกับเสียง โคพลันทะยานออกชี้ดาบไม้เข้าใส่ในท่าแทงตรง เพราะฝึกอ่านความเคลื่อนไหวมาจึงพอรู้ได้ว่าควรทำเช่นไร เขาปล่อยให้โคจู่โจมมาในลักษะนั้นอย่างทื่อด้าน....กระทั่งก่อนที่ปลายดาบเกือบสัมผัสอกเพียง 6 เซนฯ เกลจึงพลิกตัวออกข้างทำให้ดาบของโคนั้นกลายเป็นจั่วลม

จังหวะนี้คือโอกาส————เกลเผยประกายวาวโรจน์ง้างดาบขึ้นเตรียมฟาดลงกลางหลัง

อย่าฝัน!”

พลั่ก!

ไม่ทันคาดคิด,โคกลับทิ้งตัวลงโดยยันพื้นไว้มือหนึ่ง พริ้มกันกับปลายเท้าซึ่งเสยเท้าขึ้นฟ้าเตะเกลจนหน้าหัน

อ่อก..!?”

ชายหนุ่มพอถูกเคาท์เตอร์แอทแทคอย่างจังจึงกลายเป็นความมึนงงผสมกับความเจ็บปวด ทว่าเพียงชั่วเสี้ยววิที่เสียไปก็กลับกลายเป็นโอกาสให้โคได้ตั้งตัวอีกครั้ง

เปรี้ยง!

นับว่าโชคดีที่เกลเองก็เดาสถนการณ์ได้ถูกต้อง————หลังจากเตะเสยแล้วการวาดดาบก็คงจะเป็นแบบหวดขึ้น ดังนั้นเขาจึงตั้งรับด้วยดาบไม้อย่างทันท่วงที กระนั้นแม้พอจะอ่านกระแสเกมได้,ทว่าโคซึ่งฝึกนักมาก่อน อย่างไรก็ย่อมมีเทคนิคหรือแบบแผนที่แยบยลกว่า.....หมอนั่นฉีกยิ้มเหี้ยม

พร้อมกับเตะตัดขาเกลจนล้มหน้าคะมำพื้น

เสร็จชั้นล่ะ..!”

อีกฝ่ายแผดร้องอย่างหมายมั่น ดาบในมือถูกวาดทแยงเฉียงเข้าชายโครงเกลอย่างหมดจดในขณะที่เสียหลัก เสียงตีของวัตถุดังแผ่ซ่านเข้าเนื้อหนังจนเกลร้อง ‘โอ๊ย!’ ออกมาคำหนึ่ง

ชั่วขณะผลการตัดสินจึงกลายเป็นกระจ่างชัด

จบการแข่งขัน,โคเป็นฝ่ายชนะ!”

.

.

ชั้นชนะว่ะเกล,เพราะงั้นขอเนื้อในส่วนของนายล่ะนะ

เออๆๆ...เฮ้อ~”

ฮ่าฮ่าฮ่าเอาน่า,ร่าเริงไว้สิ....ยังไงนายก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้มากกว่านี้อยู่แล้วล่ะนะ

มันจะจริงเร้อ..?”

มื้ออันสงบสุข,เกลกำลังทำหน้าเซ็งจ้องมองข้าวในจานซึ่งมีแต่ผักสดคล้ายกับยำสลัด

ก็ไม่แปลกนะ,คุณน่ะก่อนหน้านี้ก็ไม่มีประสบการณ์ต่อยตีมาก่อนเลยนี่ฉะนั้นการจะแพ้โคซึ่งอยู่ที่นี่มาเกือบ 2 ปีได้น่ะยังไงก็แทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

คลาร่าว่า,สาวน้อยคนนี้แม้จะพูดเหมือนตำหนิ ทว่าส่วนหนึ่งหากฟังดีๆก็คือการปลอบใจว่าอย่าไปคิดมากอะไรทำนองนั้น ดูเหมือนท่าทางปากไม่ตรงกับใจนั่น....ดูๆไปก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก

หยุดมองชั้นซักทีค่ะ,มันน่าขยะแขยงนะคะ

.......เลวร้ายสุดๆเลยนี่หว่า

แต่ก็ไม่เลวเลยนะ ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์แท้ๆแต่เกลเกลก็ยังอุตส่าห์สู้ได้ขนาดนั้น” เทียนเหมยว่า,ส่งให้ฉีฉีกยิ้มขึ้น “ก็เพราะชั้นเป็นสอนยังไงล่ะ” ว่าเช่นนั้น,แล้วจึงหัวร่อออกมาส่งให้เกลฝืนยิ้มตามเล็กน้อย

ว่าแต่,ทั้งที่ฝึก <เทควันโดแท้ๆ แต่ไหงถึงมาสู้กันด้วย <ดาบล่ะเนี่ย?

แม้จะข้องใจตรงจุดนั้น ทว่าเกลก็ไม่คิดจะเอ่ยออกมาให้มันเสียมารยาท จากนั้นเทียนเหมยจึงทัก “จริงด้วยสิ,เกลเกล เมื่อกี้นี้น่ะมี <ภารกิจส่งมาถึงนายแล้วล่ะ” เธอว่าแล้วยื่นซองจดหมายให้ พอรับมาเปิดดูเขาจึงเห็นเอกสารใบหนึ่ง ในนั้นถูกเขียนเป็นตารางงานคร่าวๆต่อวัน

Mon.

Tues.

Wed.

Th.

Fri.

Sat.

Su.

ล่า <อสุภะ>

9.00-18.00

ประตูหลัก

 ลาดตระเวน

9.00-20.00

ประตูหลัก

 ขนส่ง

N/A

เขต 4

  

-

 จิปาถะ

N/A

เขต 7

เกษตร

8.00-N/A

เขต 10

 

-

 

นี่คือภารกิจ...สำหรับผมงั้นเหรอครับ?”

อืม,ส่วนช่องวันที่มี <-> อย่างพฤหัสกับอาทิตย์น่ะหมายถึงฟรีไทม์ให้นายได้หยุดพักยังไงล่ะ...อืม,วันนี้คือวันจันทร์ ดูเหมือนว่านายจะต้องเหนื่อยหน่อยล่ะนะ

เกลผงกศีรษะรับฟัง จากนั้นทานอะไรเสร็จสรรพเขาจัดการอาบน้ำล้างหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อย หนนี้เสื้อผ้าที่สวมอยู่คือเสื้อคอกลมแขนกุดกับกางเกงวอร์มผ้ายืด เพราะฉีเล่าว่าหากเป็น <ภารกิจต่อสู้ก็ควรใส่ชุดที่มันเคลื่อนไหวสะดวกหน่อย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกชุดนี้มาโดยเฉพาะ

หลังจากแต่งตัวเสร็จเทียนเหมยก็เข้ามาทัก

ตะกี้นอกจากจดหมายแล้วก็ยังมีพัสดุส่งมาเป็นดาบกระดูกของนายด้วยล่ะ แต่ของแบบนั้นมันไม่ค่อยจะทนซักเท่าไหร่หรอก....เพราะงั้นเอานี่ไปสิ

เธอยื่นดาบมาให้————เป็นดาบจีนคมเดียวซึ่งสวมฝักหนังเอาไว้ดูกระชับมือ

ดาบจริงคงมีประโยชน์กว่าล่ะนะ

...นั่นสินะครับ

เกลยื่นมือไปรับพลางกล่าวขอบคุณ ดูเหมือนวันนี้นอกจากฉีกับคลาร่าแล้ว,คนอื่นๆก็ต้องไปทำ <ภารกิจกันหมด กล่าวคือทั้งสามคนอันได้แก่ โค,เทียนเหมย และเกลนั้นล้วนต้องออกไปข้างนอกกันทั้งสิ้น

เทียนเหมยไปเขต 7 รับงาน <จิปาถะส่วนโคนั้นทำงาน <ลาดตระเวนจึงต้องไปยังประตูหลักเช่นนั้นกับเกล เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วทั้งสามจึงบอกลาฉีกับคลาร่าก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง

งั้นชั้นไปก่อนนะ

เทียนเหมยว่าก่อนจะแบกทางกับโคและเกลไป ทั้งสองเองก็โบกมือลาแล้วก้าวเดินไปยังประตูหลักของเมือง ซึ่งประตูหลักของเมืองนั้นมีทั้งสิ้นสี่ทิศ สำหรับพวกเขาการเลือกไปยัง <ประตูตะวันออกไม่ก็ <ประตูตะวันตกจะถือว่าเป็นทางที่ใกล้สุด————ดังนั้นพอเลือกไปทาง <ประตูตะวันออก>

.....เพียงครู่เดียวพวกเขาก็มาถึง

คนเยอะน่าดูเลยนะ

ก็เป็นงี้แหละ”————โคหัวเราะร่วนจากนั้นจึงอุทานขึ้น

อ๊ะ,เฉียดลืมไปเลย...เอ้านี่!” เขาว่าพลางยื่นแผ่นโน้ตมาให้

นี่มัน..?”

อาคมน่ะ,ชั้นจดบทร่ายสำคัญๆเอาไว้ให้....เพราะกลัวนายจำไม่ได้ยังไงล่ะ

เห๋งั้นก็ขอบใจนะ

เกลรับไว้,พอมองดูในนั้นก็พบว่าจดไว้ถึง 3 บทด้วยกัน คือจิวาลกาจอล์】【พานีเบนนี่และพานีทัลวาลถ้าจำไม่ผิด....บทสุดท้ายนั่นน่าจะเป็น <อาคมเรียกอาวุธล่ะมั้ง?————เกลนึก

แล้วเจอกันเว้ย..!”

โคว่าก่อนจะเดินไปยังป้อมซึ่งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของประตูหลัก ตรงจุดนั้นมีป้ายเขียนว่า <กลุ่มลาดตระเวนเอาไว้ซึ่งพอมองไปอีกฝั่งก็จะพบป้อมที่เหมือนกันแบบไม่มีผิดเพี้ยนเขียนว่า <กลุ่มล่าอสุภะเอาไว้อยู่เช่นกัน

เราเองก็ต้องไปแล้วสิ

เกลพึมพำกับตนก่อนจะวิ่งเยาะไปยังป้อมฝั่งซ้ายอย่างแช่มช้า————ขณะเดียวกันที่มุมมืดหนึ่งกลับปรากฏเค้าร่างของบุคคลที่ยากระบุว่าเป็นชายหญิงขึ้นอย่างลับๆ

คนๆนี้กำลังจ้องเกลอย่างมีเลศนัยบางอย่าง

......พร้อมกับฉีกยิ้มออกมาราวกับขบขันในบางสิ่ง

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

784 ความคิดเห็น