UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 130 : Ep.48 - Ajin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    5 ก.ค. 61

UN.48 - Ajin

นั่น.....แสงอะไร?”

บัตเตอร์ฟรายแหงนมองฟ้าอย่างฉงน ด้านหลังเธอมีเหล่าศิษย์ที่รอดชีวิตจากบุกของเกลอยู่นับสิบกว่าคน หนึ่งในนั้นมีหลักๆเลยก็คือเธอ คริสซี่ ไวโอเล็ต กริช

และคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเธอก็คือหลิวฟง

———เขากำลังแสดงสีหน้าเคร่งเครียด

แสงสีดำแดงเหนือน่านฟ้าเมืองจูฮัลนัมนั้นก็คือผลของการเรียกประตูภพ ทั้งนี้พวกเขาล้วนไม่รู้จัก ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่ทั้งหมดจะแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก

เฮ้ยๆ ที่เรามานรกตะวันออกก็เพราะหวังพึ่งใบบุญที่เป็นนิรยบาลเหมือนกันนะ จากที่เห็นเนี่ยดูยังไงที่นี่เองก็คงกำลังมีศึกหนักอะไรอยู่แน่ๆ

กริชเบ้ปาก ทั้งหมดรู้สึกเห็นด้วย ที่พวกเขาเดินทางไกลมาก็เพราะเหตุนี้ ตลอดทางมีอสุภะมั่งอะไรมั่ง อาหารก็หากินยากเพราะต้องล่าเนื้ออสุภะเอามากินแบบลวกๆ

พูดตามตรงหากมีสงครามอีก พวกเขาในตอนนี้ไม่อาจสู้รบได้เต็มที่นัก

———ก็เหมือนกับไปตายดีๆนี่เอง

ทว่าตอนนั้นหลิวฟงก็แย้ง ข้าไม่เห็นด้วย กริชกระตุกคิ้วเผยสีหน้าไม่พอใจ ว่าไงนะ? ถ้างั้นแกมีความคิดเห็นที่ดีกว่านี้รึไง?”

“.....เราสมควรเข้าไปช่วยเขา อย่างน้อยเราก็คิดจะหวังพึ่ง หากไม่แสดงอะไรเป็นการตอบแทนเสียบ้าง เห็นทีจะเป็นการล่วงเกิน

นี่แกเพี้ยนไปแล้วรึไง?”

กริชตอบเสียงเรียบ ทว่าตอนนั้นคริสซี่ก็โพล่ง ข้าเห็นด้วยกับหลิวฟง ทุกคนเบิกตาโพลง จากนั้นเธอก็หันหน้าไปยังไวโอเล็ต และ บัตเตอร์ฟราย สองสาวตอบกลับด้วยการพยักหน้า เธอยิ้ม

ข้ามีความเห็นจะเข้าไปช่วยเหลือนรกแห่งจูฮัลนัม! ผู้ใดสนใจติดตามข้า!?”

“.....ข้า!”

ข้าด้วย!”

ไวโอเล็ตกับบัตเตอร์ฟรายตอบแทบจะพร้อมเพรียงกัน หลิวฟงเองก็ผงกศีรษะ ข้าก็เช่นกัน จากนั้นจึงหันมาแลหน้าชายหนุ่ม ผู้ใดไม่กล้าก็จงอยู่ที่นี่เถอะ

ว่าไงนะ?”

กริชเริ่มรู้สึกมีน้ำโหขึ้นเล็กน้อย เอาน่าๆ ลำบากไวโอเล็ตต้องเข้ามาห้ามปรามทั้งคู่ไว้ เขาเห็นดังนั้นจึงได้แต่ร้อง เหอะ! แล้วสะบัดผ้าคลุม

แกว่าใครไม่กล้ากัน! ชั้นก็จะไปด้วย!”

โฮ่? เช่นนั้นก็นับว่าประเสริฐ

พอกริชพูดออกไปอย่างนั้น หลิวฟงก็โต้กลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วทำท่าประสานมือคารวะจนชายหนุ่มเห็นแล้วอยากตบกบาลมันซักฉาด กริชได้แต่คิด จากนั้นจึงย่ำเท้าเดินนำไปอย่างหงุดหงิด หลิวฟงหันกลับมามองเหล่าศิษย์ที่เหลือ

หากพวกเจ้าพร้อมรบก็จงตามพวกข้ามา

จากนั้นเหล่าสามสาวและหลิวฟงก็เดินตามหลังกริชไป

.

.

.

อีกทิศหนึ่งก็ปรากฏให้เห็นสุนัขสามหัวขนาดใหญ่กำลังยืนจังก้าอยู่ หลังของมันมีฮาเดสและแพทตี้กำลังจ้องมองภาพลำแสงบนน่านฟ้าอย่างอื้ออึง

———ตอนนั้นเองที่แสงพลันแปรเปลี่ยนเป็นหลุมดำ

-นั่นมันอะไรน่ะ?”

ประตูภพ

ฮาเดสเอ่ยตอบแพทตี้เสียงเรียบ คะ?” เธอเอียงคออย่างงุนงง จากนั้นเขาจึงอธิบาย เป็นพิธีกรรมสังเวยชีวิตมนุษย์จำนวนมากเพื่อเรียกประตูภพ ประตูนี้สามารถใช้ข้ามผ่านทั้งสามภพได้คือ สวรรค์ โลก นรก พอได้ฟังแบบนี้เธอก็อ้าปากค้าง

มีของแบบนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย?”

อ่า แต่ประตูภพนี้ดูแปลกตาอยู่ไม่น้อย ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก

ฮาเดสสันนิษฐานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม อย่างไรก็ดี สาเหตุที่เรามาที่นี่ก็เพราะข้าต้องการหวังพึ่งพลังของเจ้านรกอยู่แล้ว บางทีที่นั่นอาจมีเรื่องไม่สู้ดีอยู่ก็ได้

เอ๋? ถ้าแบบนั้นเราก็ต้องรีบเข้าไปช่วยพวกเขาก่อนสิ

ข้าเกลียดการทำตัวเป็นคนดีเสียจริง แต่ก็ช่วยไม่ได้ เซอร์เบอรัส สุนัขสามหัวหอนตอบหนหนึ่ง ก่อนจะทะยานออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีทั้งสองนั่งอยู่บนหลัง ชายหนุ่มหันมาสบตาแพทตี้

จงตั้งจิตให้มั่นเหมือนที่ข้าเคยสอนไว้ ต่อจากนี้เราจะเข้าสู่สนามรบกันแล้ว

“.....หึ! รู้แล้วน่า

แพทตี้ตอบแล้วยิ้มมองฝ่ามืออันว่างเปล่า เธอถอนหายใจก่อนจะหลับตานั่งสมาธิ ผ่านไปหนึ่งวิ สองวิ สิบวิ

ฟู่วววว!

ฝ่ามือเธอก็ร้อนผ่าวเผยควันขาวออกมา

———บนนั้นเผยเมอร์ริธขึ้น 30 จุด!

แล้วเรื่องน่าแปลกก็ปรากฏให้เห็น หลังฝ่ามือเองก็ปรากฏตราสัญลักษณ์ขึ้นสี่เหล่า กงล้อ 8 ซี่ กางเขน ดาวจันเสี้ยว และ ดาวหกแฉก ฮาเดสเห็นดังนั้นจึงยิ้มอย่างพึงพอใจ

คิดถูกจริงๆที่เลือกนางมาเป็นผู้ติดตาม เขานึกในใจอย่างนั้น

———แพทตี้สามารถใช้พลังของศาสนะทั้งสี่!

แม้จะแปลกและเป็นปริศนาว่าทำไมเธอถึงมีสัญลักษณ์ทั้งสี่ได้ ทั้งที่หนึ่งคนจะต้องมีเพียงแค่หนึ่ง ทว่าฮาเดสก็กลับไม่สนใจตรงจุดนั้น ตั้งสมาธิให้ดีล่ะ ไม่งั้นตราได้หายไปแน่

อืม แพทตี้ลืมตาขึ้นแล้วตอบอย่างไร้แก่นสาร

.

.

.

เกลตาค้างอยู่อย่างนั้น

ภาพที่เห็นตรงนั้นก็คือซีหลงซึ่งกลายเป็นฝุ่นธุลีสลายไปต่อหน้า

ถัดมาก็คือหลุมดำซึ่งดูดกลืนมวลอณูนั้นเข้าไป

ความคิด ความทรงจำ ความรู้สึก

———ของซีหลง

ชั้นรักนายนะ! เพราะงั้นจงมีชีวิตอยู่ต่อไป.....

อยู่กับนายเนี่ยไม่เคยเบื่อเลยจริง

ตอนนั้นความรู้สึกโกรธแค้น อาฆาต ของผู้คนก่อนหน้านี้ก็พลันจางหายไป

———มีเพียงแค่ซีหลงเท่านั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“.....เกล

เสียงใสพูดแบบนั้น เสียงอันคุ้นเคยดังก้องขึ้นในหัว

ฟ้าหม่นซึ่งปรากฏฟ้าผ่าสีแดงพลันเลือนหายไป

หลุมดำขนาดใหญ่เริ่มหดเล็กลง ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มกลับคืนสู่ความว่างเปล่า

———สุดท้ายหลุมดำทมิฬก็จางหายไป

วิ้ง!

แสงสีทองระย้าสาดส่องไปทั่วทั้งเมือง แสงนี้ทั้งอบอุ่นและดูล้ำค่า ราวกับเมืองนี้มีเทพเจ้ามาโปรดก็ไม่ปาน มันต่างกับของคราวของฮิราซึ่งเป็นแสงสีเงินอันเย็นเฉียบดูน้ำแข็ง

———ให้เปรียบเทียบนี่ก็คงเหมือนดวงอาทิตย์

และใจกลางดวงอาทิตย์ ก็เผยประตูสีทองรูปสมิงอ้าปากสลักอยู่ นั่นคือประตูภพไม่ผิดแน่นอน แม้จะเป็นอย่างนั้นเกลกลับค้างเติ่งอยู่กับที่ เขาฝืนยันกายอย่างทุลักทุเล

ลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวด ไม่แยแสต่อสภาพรอบด้าน

“.....ซี.....หลง?”

ดวงตาอันเหม่อลอย ราวกับศพตายซาก เขาแหงนหน้าขึ้นฟ้า สายตามองไปยังประตูภพอย่างว่างเปล่า ไม่สนใจ ไม่ยี่ระ นี่คือท่าทีอาลัยตายยากอย่างแท้จริง

เป็นอะไรไป? ทำไมเจ้าไม่เข้าประตูภพไปเสียล่ะ?

นี่แก.....ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ?”

.....หรือว่าเจ้าเสียใจเพราะผู้รับใช้ตายเรอะ?

อาชูร่าเอ่ยอย่างไม่เข้าใจในหัวของเกล ชายหนุ่มเงียบไปครู่ใหญ่ราวกับขบคิดบางสิ่ง

———ตอนนั้นเองที่จิตสังหารพรั่งพรูออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เป็นเพราะแกไม่ใช่รึไง? ที่ไม่บอกความเสี่ยงให้ชั้นรู้

อย่าโทษข้า มันเป็นเพราะเจ้าที่จิตใจอ่อนแอต่างหาก

หุบปาก! อย่ามาพูดในหัวชั้น!” เสียงตวาดแล้วหวัดมือออกไป ไสหัวออกมาซะ อาชูร่า!” ราวกับคำพูดนี้เป็นประกาศิตหรืออย่างไร ตอนนั้นมารยักษ์สี่กรก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าจากอากาศธาตุ มันเผยสีหน้าเหนื่อยหน่ายแล้วหันมาทางเกล

อย่าอารมณ์เสียสิ อย่างไรข้ากับเจ้าก็เป็นคู่หูกันนะ อีกอย่างที่นางผู้หญิงนั่นตายก็นับว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว การได้ตายเพื่อนายเหนือหัวนับเป็นเกียรติแก่ผู้รับใช้ทั้งนั้นนี่เจ้าคิดจะทำอะไร?”

———ตอนนั้นเกลก็จรดนิ้วออกไป

จงปรากฏต่อหน้าข้าโมกขศักดิ์!”

หมับ!

ชายหนุ่มกำหอกสีทองแน่น การกระทำนี้ส่งผลให้อาชูร่าขมวดคิ้ว เจ้าคงเสียสติไปแล้วกระมั้ง? การคิดสังหารข้ามีแต่จะทำให้เจ้าอ่อนแอลง เพราะใช้ร่างสถิตไม่ได้ และอีกอย่าง—”

ทันใดนั้นทั่วร่างอาชูร่าก็ปรากฏเพลิงสีชาดขึ้นปกคลุมไปทั่ว

———มันเปล่งประกายเย็นเยียบออกมา

เจ้าไม่มีวันชนะข้าได้ คู่หูผู้ทำสัญญาแห่งข้า

“.....เงียบปากไปซะ แกไม่ใช่คู่หูชั้น

เกลเริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม ในหัวขาวโพลนนั้นกลับปรากฏความคิดหนึ่งอันเด่นชัด

———ตอนนั้นฝ่ามือก็เริ่มร้อนผ่าว

ข้าไม่เข้าใจ เพียงเพราะชีวิตเล็กๆอันไร้ค่าหนึ่งชีวิตนั่นถึงกับทำให้เจ้าจะต้องยอมเสียอนาคตเลยงั้นเรอะ?”

ถอนคำพูดนั่นซะ ทีแรกชั้นแค่หวังจะสั่งสอนแก แต่ว่าถ้าหากไม่ถอนคำพูดดูถูกเธอล่ะก็—”

วูบ!

ตอนนั้นฝ่ามือก็ยิ่งร้อนผะผ่าวมากยิ่งขึ้น แสงสีขาวกระพริบขึ้นระรัว

สี่สิบห้า ห้าสิบ ห้าสิบห้า หกสิบห้า เจ็ดสิบห้า แปดสิบเจ็ด

.

.

.

———เมอร์ริธ 99 จุด!?

ความรู้สึกอันแรงกล้า เป้าหมายของพุทธะก็คือการปล่อยวาง

ถ้างั้นแล้วการปล่อยวางการปล่อยวางล่ะหมายความว่ายังไง?

.

.

.

นั่นคือสิ่งที่เกลค้นพบ

การปล่อยวางที่ซ้ำซ้อนแบบนี้น่ะหมายถึงด้านตรงข้ามของมัน ก็เหมือนหลักการคณิต ที่ว่าลบเจอลบจึงกลายเป็นบวก หรือบวกเจอลบก็กลายเป็นลบ ตรงข้ามกับปล่อยวาง

———ก็คือยึดติด..!

ชั้นจะฆ่าแกซะ!!!!”

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #685 thedartvader (@thedartvader) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 11:18
    ไฟออกเท้ากันเลยทีเดียว
    #685
    0
  2. #684 BoldDekds (@BoldDekds) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 09:36
    มันเป็นพลังด้านลบครับ
    #684
    0
  3. #683 kong5404 (@kong5404) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 06:18
    ขณะนี้ท่านได้เวลตันแล้ว
    #683
    0
  4. #682 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 04:31
    รอตอนต่อไป
    #682
    0
  5. #681 KHEM (@jame23234) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 03:45
    เห้ย ไม่ได้น่ะะะะ ยึดติดมันใช้ไม่ได้ ถ้ายึดติดแล้วจะบรรลุได้ยังไงล่ะะะะ. ลืมไปมันเป็นนิยาย 5555 แต่ปล่อยวาง +ปล่อยวางน่าจะตีความถึงความว่างเปล่ามากกว่านะ อย่างงั้นจะดูเป็นความหมายของการปล่อยวางมากกว่า
    #681
    0