UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 11 : Ep.11 - Seraph

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

UNagain.11 – Seraph

หวา...สูงชะมัดเลยแฮะ

เกลเปรยขึ้นเล็กน้อยขณะมองลงไปเบื้องล่าง ณ เวลานี้ชายหนุ่มกำลังขนาบสองเท้าติดกับเสาดำซึ่งสูงเกือบตึกสิบชั้น การกระทำอันบ้าบิ่นอย่าง <ปีนเสานั้นได้ถูกเกลกระทำไปแล้วเรียบร้อย

แน่นอนว่าไม่ใช่การปีนสดโดยไร้สลิง เพราะเกลได้ใช้โซ่เส้นที่สองต่างเชือกค้ำแทน,กล่าวคือการ <ปีนเสาจึงกลายเป็นการ <เดินเสาโดยใช้โซ่จากปลอกคอเป็นตัวรั้ง นับว่าโชคดีที่สุดปลายโซ่อยู่เหนือสุดบนยอดเสา ดังนั้นการเดินทางร่วมตึกสิบชั้นนี้จึงไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมากนัก

จะมีก็แค่ความรู้สึกหวาดเสียวเล็กๆเท่านั้น

เข้าใจความรู้สึกของพวกทำงานเช็ดกระจกเลยล่ะ

เกลนึกขำ,ก่อนจะปีนขึ้นไปเรื่อยๆอย่างราบรื่น กระทั่งผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง เกลจึงมองเห็นยอดเสาในที่สุด————เมื่อเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มจึงบังเกิดแรงเฮือกหนึ่งปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

และแล้วก็มาถึง

ฮึบ..! ฮ่า!”

เกลปีนขึ้นไปยืนบนยอดเสา แทบจะทันทีก็ลงไปนอนแผ่หลาอยู่อย่างนั้นด้วยความเหนื่อยอ่อน————กระทั่งพอหายเหนื่อย เกลจึงตบหน้าตนดังแปะเพื่อเรียกคืนสติ

เกลเหยียดกายขึ้นพลางจับจ้องไปยังเทือกเขาทั้งสองด้าน ตำแหน่งที่เขายืนอยู่นี้นับว่าสูงกว่าเขาทั้งสองลูกอยู่ประมาณ 10 เมตรเห็นจะได้ ส่วนความกว้างก็ห่างออกไป 30 เมตรอย่างละด้าน เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น,เกลจึงฉีกยิ้มขึ้นมุมปาก————ทุกอย่างช่างเหมาะเจาะดังที่เขาคาดการณ์ไว้

นี่คือแผนการของเกล

ตลอดมาเขาไม่ได้หวังอะไรมากกับทางเดินไร้ที่สิ้นสุด เพราะกระทั่ง <วิชาอาคมยังมีให้เห็น งั้นหากจะเป็นอะไรที่แฟนตาซีหน่อยอย่าง <มนต์บังตาหรืออะไรทำนองนั้นบ้าง เกลก็คงไม่แปลกใจนัก

ในกรณีนี้เพราะทางตรงมันไม่แน่นอน เกลจึงเลือกเป็นทางบนซึ่งอยู่เหนือหัวแทน อย่างน้อยเส้นทางนี้ก็ยังมองเห็นสุดปลายทางบนเทือกเขาได้เด่นชัดผิดกับกรณีแรก————ดังนั้นที่เกล <ปีนขึ้นมาก็เป็นเพราะคิดจะข้ามเทือกเขาออกไปนั่นเอง

จังหวะนี้ก็ได้แต่รอ <คลื่นระลอกต่อไปให้เขาทั้งสองลูกมาใกล้พอที่เกลจะโดดข้ามไปได้

ฉะนั้นช่วงเวลานี้เกลจึงได้แต่นั่งว่างอย่างเบื่อหน่าย

ฮ้าว~! เมื่อไหร่จะมาซักทีเนี่ย?”

เกลหาวขึ้นหวอดหนึ่งพลางยกมือป้องปาก จากที่เห็นมาแต่ละครั้ง,ดูเหมือนการปรากฏตัวของ <คลื่นจะมีเวลาที่ไม่ค่อยแน่นอนนัก บางครั้งก็เกือบชั่วโมงหรือบางครั้งก็ห้านาที

เกลที่ว่างจัดจึงถอนหายใจเฮือกก่อนจะเดินสำรวจรอบบริเวณเสาสูงแห่งนี้ กระนั้นถึงจะเอ่ยคำว่า <สำรวจทว่าพื้นที่ชั้นบนนี้กลับมีความกว้างเพียงสามคนโอบ ดังนั้นคำว่า <สำรวจจึงควรเป็น <มองกวาดไปเสียซะมากกว่า————กระทั่งเกลเจอสิ่งผิดแปลกอยู่ ณ ใจกลางยอดเสา

สิ่งนั้นเป็นบ่วงเหล็กสีดำเฉกเดียวกับตัวเสา และเหนือสิ่งอื่นใดคือบ่วงเหล็กนี้กำลังคล้องติดโซ่เส้นที่สองของเกลอยู่————ที่สำคัญกว่านั้นคือโซ่คล้องอยู่มันไม่ได้มีเพียงแค่เส้นเดียว

แต่เป็นสี่เส้น

....

หมายความว่ายังไงกัน?

ไม่สิ..คำตอบของคำถามนี้ เราเองก็รู้อยู่แล้วนี่

มีสามคน..งั้นเหรอ?”

คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ หากเกลเข้าใจไม่ผิด,เพราะการที่เขาสัมผัสเสาต้นนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ดังนั้นโซ่เส้นใหม่จึงผุดขึ้นมาเชื่อมติดกับปลอกคอ ถ้างั้น..ในกรณีนี้ก็จะกล่าวได้อีกแง่หนึ่ง

ก่อนหน้านี้,ก็มีคนทำแบบเดียวกันกับเกล————มีคนมาถึงเสาต้นนี้และแตะมัน...แถมยังมีด้วยกันถึงสามคนอีก

ใครกันนะ?

พอดูทิศทางของโซ่ทั้งสามเส้นก็พบว่าชี้กระจัดกระจายไปทั่วยากคาดเดาว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ใด กระนั้นที่เห็นได้ชัดก็คือไม่มีเส้นมุ่งทางเดิมซึ่งอยู่ด้านหลัง————หรือก็คือไม่มีใครกลับไปยังจุดเดิมเลยแม้แต่น้อย

งั้นแสดงว่าพวกเขาหนีออกไปได้แล้วงั้นเหรอ?

เกลตั้งคำถามเช่นนั้น ทว่าก่อนจะทันใดขบคิดไปมากกว่านี้ ทันใดนั้นรอบอาณาบริเวณของสถานีที่สามแซมกาด้าก็พลันบังเกิดเสียงระฆังก้องสั่นสะท้านไปทั่ว

มาแล้ว!

เกลใจเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันก็สาดส่องสายตาไปยังสองข้างทางซึ่งปรากฏเขาสูงทั้งสองกำลังเคลื่อนขยับเข้ามาใกล้ ในห้วงเวลานี้เกลได้แต่ย้ำเตือนตัวเองว่าต้องไม่สติแตกจนเตลิดอีก

ใจเย็นเข้าไว้..ทุกอย่างมันต้องราบรื่น————ได้แต่ย้ำตนเองอย่างนั้น กระทั่งพอเขาทั้งสองลูกเคลื่อนมาใกล้ห่างไม่ถึง 5 เมตร เกลจึงกลืนน้ำลายเอื้อกเตรียมพร้อม จากนั้นพอเข้ามาในระยะ 2 เมตร...

เกลจึงโดดออกไปทันทีโดยไม่ลังเล

ตึง!

เสียงย่ำเท้าหนักดังขึ้นพร้อมเพรียงกับความเจ็บปวดที่แล่นปลาบขึ้นมาในใจ ก็นับว่าไม่แปลกเพราะเกลเพิ่งโดดลงมาจากความสูง 10 เมตร กระนั้นความเจ็บปวดนี้ก็ไม่ร้ายแรงนัก ที่รู้สึกก็แค่ขาชาไปหมดกับความเจ็บปวดเหมือนถูกเข้มนับร้อยจิ้มก็เท่านั้น————ยังดีที่ขาไม่หัก

แต่เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ

ฟู่..

เกลยืนนึ่งขณะเดียวกันก็เป่าปากราวกับยกเขาลูกใหญ่ออกจากอก เหงื่อกาฬตามตัวกำลังไหลรินชโลมกายผสมปนเปกับเลือดที่แห้งกรัง สายตาของเขาจับจ้องไปยังท้องฟ้าสีแดงฉานอย่างมีความหวังยิ่งกว่าเก่า บางทีการออกไปจากที่นี่อาจไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน

เราทำได้————

ในที่สุดก็หนีออกมาจาก <คลื่นและนรกขุมที่สามแซมกาด้าได้แล้ว

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #763 hanari00123 (@hanari00123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:14

    ว้าว!!
    #763
    0
  2. #531 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 21:22
    หนีได้แล้วเรอะ
    #531
    0