UNagain ขอเกิดใหม่,พระเจ้า(ไม่)ให้

ตอนที่ 101 : Ep.19 - Afraid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

UNagain.19 - Afraid

สำเร็จ! สำเร็จแล้วค่ะศิษย์พี่!”

งืมๆ โวกเวกอะไรแต่เช้าล่ะแพทตี้?”

ไวโอเล็ตที่กำลังยีตาอยู่ถาม จากนั้นแพทตี้จึงชูยันต์ในมือที่เรืองแสงสว่างวาบให้ดู ชั้นสามารถเขียนยันต์ได้แล้วค่ะ! ถึงจะใช้เวลานานไปหน่อย แต่ก็สำเร็จด้วยดีแหละค่ะ

โฮ่? คนปกติใช้เวลาเป็นปีนะ แต่เจ้าใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์นับว่านี่เป็นพรสวรรค์เลยทีเดียว

ไม่หรอกค่ะ ถึงจะเขียนได้ แต่ก็ใช้ไม่ได้เพราะไม่มีเมอร์ริธไว้ร่ายอาคมนี่คะ

อืม นั่นสินะ แต่ก็ถือว่าสุดยอดอยู่ดีนั่นแหละ คริซซี่น่ะตอนนี้ทำใจเรื่องเขียนยันต์แล้ว นางน่ะเขียนเป็นพันก็ยังไม่ได้ใบที่สมบูรณ์แบบซักอัน มีข้ากับบัทเตอร์ฟรายเนี่ยแหละที่พอจะเข้าเค้า ฮี่ฮี่

ฮะฮะ แต่ศิษย์พี่คริซซี่ก็เก่งด้านวิชายุทธ์แทนนะคะ

อ่า อันนั้นข้าไม่เถียงเลย นางน่ะของจริง ตอนนี้ในตารางตัวเต็งสิบอันดับ คริซซี่น่ะจัดเป็นลำดับสามเลยทีเดียว กลับกันพวกข้าน่ะไม่ติดแม้แต่หนึ่งในสิบ เฮ้อ~ สงสัยว่าปีนี้ได้ชวดของรางวัลแหง

ของรางวัลเหรอคะ?”

ใช่ ผู้ผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้ายจะได้รับรางวัลจากท่านประมุข เห็นว่ารางวัลจะเป็นศาสตราวุธที่มีความบริสุทธิ์สูงกับยันต์มุทรา 20 แผ่น อ่อ เจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ยันต์แผ่นหนึ่งน่ะขายได้เกือบ 100,000 เหรียญเลยนะ

เอ๋!?” พอฟังเสร็จ แพทตี้ก็ถึงกับตะลึง แล้วเลื่อนมองแผ่นยันต์ในมือราวกับทองก้อนหนึ่ง อีกฝ่ายเห็นท่าทีอย่างนั้นก็อมยิ้มขึ้นมุมปากเล็กน้อย เธอว่า วันนี้จะเริ่มเทศกาลประลองสำนักแล้วนะ เจ้าจะทำไรก็รีบทำเถอะ

เข้าใจแล้วศิษย์พี่ แพทตี้เก็บยันต์ไว้อกเสื้อ เช่นนั้นเราไปกันเลยไหมคะ?” ซึ่งไวโอเล็ตก็พยักหน้า ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน พวกบัทเตอร์ฟรายและคริซซี่นั้นคาดว่าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ดังนั้นทั้งคู่จึงมุ่งหน้าไปลานกว้างของสำนัก ซึ่งภาพเบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากก็น้อย

เสียงพลุและผู้คนดังสนั่น มีร้านค้าและหาบเร่ตั้งอยู่ตลอดทาง

———นี่สินะงานเทศกาล?

แพทตี้อึ้งไปเล็กน้อย เพราะตั้งแต่ลงนรกมาก็เพิ่งเคยเห็นอะไรคึกคักแบบนี้เป็นครั้งแรก ทันใดนั้นก็เผยให้เห็นพวกคริซซี่โบกมือเรียกจากฝั่งตึกบูรพา หญิงสาวทั้งสองจึงพยักหน้าก้าวเข้าไปสมทบ เธอว่า

ท่านประมุขกำลังจะมาแล้ว

โดยไวโอเล็ตก็พยักหน้ารับรู้ ส่วนแพทตี้กลับจ้องมองลานประลองซึ่งเป็นเวทีสเตจขนาดใหญ่ตรงหน้าอย่างตื่นตา มันมีเสาทั้งสี่ปักไว้คนละด้าน โดยมีสัญลักษณ์ของแต่ละหมู่ตึกกำกับไว้ และแล้วพิธีก็เริ่มเสียงแตรและกลองพลันระรัวขึ้นถี่ยิบ จากนั้นในแทบจะในทันทีก็ปรากฏร่างของประมุขขึ้นตรงหน้า

ข้าจางลี่ประมุขสำนักขอประกาศเปิดงานเทศกาลตั้งแต่บัดนี้!”

เฮเฮเฮเฮเฮเฮเฮเฮเฮ!

เสียงโห่ร้องพลันดังสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ 

เสียงกลอนหนังดังตอบรับทุกขณะ กระทั่งผ่านไปราวนาทีหนึ่ง ทุกอย่างจึงค่อยสงบลง จางลี่ทะยานร่างออกไปนั่งบนเก้าอี้ทองของตนโดยมีสี่ผู้อาวุโสนั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นโฆษกจึงหยิบไมค์ขึ้นมา

กระผมมีนามว่าหนึ่งจะขอทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานนี้นะครับ!” เขาแนะนำตัวเสร็จก็โค้งคำนับให้โดยมีเสียงปรบมือของทุกคนดังตอบรับ เมื่อสาธยาย สำหรับศิษย์ทุกท่าน อย่างที่รู้กันว่านี่เป็นการประลองเพื่อเฟ้นหาตัวผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ศิษย์ทุกคน กระนั้นสำนักลำนำฟ้านับว่ากว้างนัก ศิษย์ที่มีอยู่นั้นนับว่ามากมายเสียจนนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุทางเราจึงได้ตระเตรียมการประลองไว้ทั้งสิ้น 3 ขั้น

———มันชูนิ้วชี้ขึ้นแล้วว่า

หนึ่งทุกท่านจะต้องผ่านการทดสอบฝีมือ ด้วยการจู่โจมแผ่นไม้เหล่านี้!”

พรึ่บ! ทันใดนั้นพื้นเวทีจึงเลื่อนเปิดเผยแผ่นไม้หนานับร้อยใบตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า โฆษกกล่าว แน่นอนว่าเราจะไม่ให้พวกท่านใช้วิธีปกติอย่างการใช้ท่าพลังจิต แต่เราจะบังคับให้ท่านใช้กำลังกายปกติโจมตีใส่แผ่นไม้เหล่านี้แทน กฎก็ง่ายๆครับ ใครสามารถพังไม้ได้ถึง 20 แผ่นก็เข้ารอบไปเลย

ฮือฮาฮือฮา!

โหดไปแล้วเฟ้ย!”

ใช่ๆ ถ้าไม่ใช้พลังจิตแล้วจะพังถึง 20 แผ่นได้ยังไง!?”

แหมๆ แต่เราไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งนี่ครับ? คุณจะทำยังไงก็ได้ให้มันพัง จะทุบจะกระทืบกี่ครั้งก็แล้วแต่ จะใช้อาวุธก็ได้แต่ห้ามเป็นอาคมเด็ดขาด ทางเราอำนวยความสะดวกให้ซะขนาดนี้ คุณว่ายากอีกเหรอ?”

ทุกคนถึงกับกระจ่างในชั่วเสี้ยววิ หากใช้อาวุธได้และสามารถโจมตีกี่ครั้งก็ได้เช่นนั้น การจะผ่านด่านแรกไปก็คงไม่ถึงกับไร้หนทางเลยเสียทีเดียว พอตระหนักได้อย่างนั้นทุกคนจึงเงียบ หนึ่งว่าต่อ

เอาล่ะ! ส่วนต่อไปคือด่านสองท่านผู้ที่ผ่านด่านแรก จะต้องจับฉลากเลือกสายซึ่งมี A B C และ D โดยแต่ละสายจะให้ทำการสู้กันแบบตะลุมบอนครับ ผู้ที่เหลือรอดสามคนสุดท้ายจึงจะผ่านเข้ารอบต่อไป

หนนี้ไม่มีผู้ใดขัด ดังนั้นมันจึงสาธยายสะดวกขึ้น

และด่านสุดท้ายคือรอบทัวร์นาเมนท์ครับ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้จับฉลากหมายเลขหาคู่ประลองแบบสุ่ม และจะทำการสู้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียวครับ

กระทั่งทุกคนรับรู้แน่ชัด มันจึงตะโกนเรียก เช่นนั้นขอเชิญศิษย์หมู่ตึกอุดร ทักษิณ บูรพา ประจิม ขึ้นมาตามลำดับเลยครับ พอเอ่ยจบตรงหน้าจึงปรากฏแท่นวางแผ่นไม้ซ้อนกันถึง 20 แผ่น เรียงรายเป็น 10 กว่าจุด แสดงว่าให้ขึ้นไปทดสอบพร้อมกัน ทุกคนได้ตระหนักได้เช่นนั้น และแล้วศิษย์อุดรสิบคนจึงทะยานร่างขึ้นไป โผล๊ะ! มีเสียงจู่โจมแผ่นไม้ดังกล่าวระงมไปทั่ว ซึ่งมีทั้งคนที่ทำสำเร็จและล้มเหลวพอๆกัน

มีทั้งผู้ตัดใจอย่างง่ายดายและผู้พยายามอย่างบ้าบิ่น

ผ่านไปแล้ว 100 กว่าคน โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบประมาณ 40 กว่าเห็นจะได้ ไม้เหล่านี้แม้จะดูปกติ แต่ความจริงมันคือไม้เคลือบยางชนิดหนึ่ง ยางชนิดนี้มีความทนทานต่อของมีคมสูง ดังนั้นการใช้มีดดาบเองก็ไม่ใช่จะพังมันลงได้ง่ายดายกว่าแต่อย่างใด ทุกอย่างล้วนดำเนินอย่างราบรื่น กระทั่งมาถึงคนๆหนึ่ง

เฮ้ยๆ นั่นมันหลิวฟงเหนือนี่หว่า?”

ตัวเต็งอันดับหนึ่งคนนั้นน่ะเรอะ!?”

คำพูดนี้ดังชัดโดยทั่วและแพร่กระจายต่อๆกัน แพทตี้มองไปยังทิศทางนั้นก่อนจะพบกับชายหนุ่มไว้ผมดำยาวถึงกลางหลัง หลิวฟง...คนๆนี้สินะที่เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง เพราะเป็นที่ทุกคนจับตามอง ดังนั้นทุกย่างก้าวของมันจึงมีน้ำหนักอยู่ไม่ใช่น้อย กระทั่งมาถึงขอบเวทีมันจึงทะยานร่างขึ้นไปรวดเดียว

———ด้วยความสูงเกือบๆสองเมตร

แรงกระโดดนั่นมันอะไรกัน..!?”

ทุกคนถึงกับตระหนกยกเว้นเพียงผู้อาวุโสและประมุข ตึ! เสียงจรดเท้าอันแผ่วเบาดังขึ้น จากนั้นหลิวฟงจึงมุ่งหน้าไปยังแท่นไม้จุดหนึ่งซึ่งว่างอยู่ มันเพียงชายตามองครู่หนึ่ง

เปรี้ยง!

จากนั้นจึงฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง

ผลลัพธ์คือไม้ทั้ง 20 แผ่นแตกหักเป็นชิ้นๆ!

บ-บ้าน่า!? ทีเดียวเนี่ยนะ?” เสียงตื่นตะลึงพลันดังระงมไปทั่ว ขณะเดียวกันหลิวฟงกลับแสดงท่าทีเหนื่อยหน่ายออกมาแทน ก่อนจะก้าวลงจากเวทีไปรวมกลุ่มกับพวกที่ผ่านเข้ารอบ

ความแข็งแกร่งอันน่ายำเกรง

ไม่ว่าใครเห็นก็ล้วนเป็นต้องหวาดหวั่น

กระทั่งกริชเองก็เช่นกัน เขาในตอนนี้กำลังกำหมัดแน่น โดยเพ่งสายตาไปทางชายหนุ่มที่ชื่อหลิวฟงอย่างถมึงทึง เจ้าหมอนั่น...กรอด! เขาคิดได้เท่านั้น แล้วจู่ๆโฆษกจึงประกาศให้หมู่ตึกถัดไปเป็นผู้ทดสอบ

หมู่ตึกทักษิณ เชิญ!”

พอรับรู้ได้อย่างนั้น กริชจึงผ่อนลมหายใจเข้าออกฝืนยับยั้งสติ เพราะชายหนุ่มยืนอยู่แถวหน้าก็เลยได้สิทธิ์ก่อน เขาค่อยๆเดินอาดไปอย่างช้าขึ้นบนบันทีละขั้น กระทั่งมาหยุดอยู่ที่แผ่นไม้ตรงหน้า เขาจึงร่ายมุทราขึ้น

จงปรากฏต่อหน้าข้าวาตะ!”

พรึ่บ!

ทันใดนั้นที่ปลายเท้าทั้งสองพลันเกิดสายลมขึ้นหอบหนึ่ง กริชกดเท้าแน่นแล้วทะยานขึ้นสู่ฟ้า การกระทำนี้ส่งผลให้ทุกคนล้วนจับจ้องเขาเป็นตาเดียวกันทั้งสิ้น จวบจนกระทั่งความสูงนั้นคงที่แล้ว มันจึงคลายอาคมออก แล้วแผดร้องดังลั่น

ฮ่าาาห์..!”

ป่ง!

ผลลัพธ์คือไม้ทั้ง 20 แผ่นแตกหักจนหมดสิ้น

.....ด้วยลูกเตะของกริชเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!

ทั้งสนามถึงกับตกตะลึง หมอนี่มันเป็นใคร? คำถามนี้ล้วนผุดขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกแทบจะพร้อมเพรียงกัน กระทั่งไม่มีอันใดอีก ชายหนุ่มจึงปัดฝุ่นบนเสื้อสองสามทีแล้วก้าวไปรวมกลุ่มกับผู้ที่ผ่านเข้ารอบ

ช้าก่อน!”

ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำก็คำรามขึ้น มันผู้นี้คือกังจาตัวเต็งอันดับสองในงานประลองครั้งนี้ ใบหน้าของเขาตอนนี้กลับเผยความขุ่นเคืองออกมาอย่างเด่นชัด จากนั้นมันจึงสะบัดชายผ้า แล้วหันไปคารวะแก่จางลี่

เรียนท่านประมุข การกระทำเมื่อครู่นั้นเห็นได้ชัดว่าพึ่งพาอาคม แล้วเช่นนี้มันจักผ่านเข้ารอบไปได้อย่างไร? เช่นนี้ไม่ถือว่ามันกระทำขัดต่อกฎหรอกเหรอ?”

เออว่ะ จริงๆด้วยกังจาพูดถูก

ไอ้ขี้โกงเอ๊ย! ลงมาจากเวทีเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

แซ่ด! แซ่ด! แซ่ด!

ลานประลองถูกปกคลุมไปด้วยเสียงโห่ร้อง บ้างดูถูกบ้างขับไล่ กระนั้นเป้าหมายหลักๆก็คือการไม่ยินยอมให้กริชผ่านเข้าไป พอเห็นอย่างนี้ ชายหนุ่มจึงขมวดคิ้วหมายจะพูดอะไรออกไปซักเล็กน้อย ตอนนั้นปรระมุขกลับขัดขึ้นเสียก่อน

การกระทำนี้มิใช่การแหกกฎ เพราะกฎว่าด้วยการห้ามใช้อาคมจู่โจมใส่ เช่นนี้มันที่ใช้อาคมเสริมแรงกระโดดแล้วทำลายวัตถุซึ่งๆหน้าด้วยน้ำหนักจากแรงโน้มถ่วงจึงนับเป็นการโกงเช่นนั้นเรอะ? อีกประการหนึ่งมันผู้นี้ก็คลายอาคมออกก่อนจะตกสู่พื้นด้วยซ้ำ เช่นนี้ยังจะถือว่าใช้อาคมจู่โจมได้อย่างไร?”

.....แต่ท่านประมุข! ความจริงที่ว่ามันใช้อาคม––

หุบปากของเจ้าซะกังจา ทันใดนั้นหนึ่งในสี่อาวุโสอังกอร์ก็โพล่งขึ้น ชายฉกรรจ์เงยหน้าขึ้นตระหนกแล้วเปรยว่า อาจารย์..?” เบาๆ จากนั้นมันจึงว่า หรือเจ้าจะบอกท่านประมุขเอ่ยคำผิดไป?”

———พอได้รับแรงกดดันเช่นนี้  มันจึงรู้สึกละอายใจทันที

มิกล้า ศิษย์ผิดไปแล้ว โปรดให้ท่านประมุขอภัยด้วย

มันประสานมือคารวะดัง เผียะ! ทางด้านจางลี่เห็นดังนั้นจึงพยักหน้าให้ ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม รอดตัวไปแฮะ กริชนึกในใจเบาๆ เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยขัด ดังนั้นการทดสอบจึงดำเนินต่อไป คนแล้วคนเล่า จากสิบคนเป็นยี่สิบคน จากยี่สิบคนเป็นสี่สิบคน กระทั่งคนสุดท้ายของหมู่ตึกจบการทดสอบ โฆษกจึงว่า

หมู่ตึกบูรพา เชิญ!”

เมื่อเสียงประกาศเรียกดังขึ้น ไวโอเล็ตจึงกระตุกชายเสื้อแพทตี้ แล้วเอ่ยว่า ไปกันเถอะศิษย์น้อง ก่อนจะเดินนำไป กึก! ทว่าตอนนั้นหญิงสาวกลับถูกรั้งไว้ พอหันกลับไปก็พบว่าเป็นแพทตี้กำลังจับมือตนอยู่

มีอะไรเหรอศิษย์น้อง?”

ชั้น.....

เธอทำหน้าหมองครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจออกมา

ชั้นจะสละสิทธิ์ค่ะ

۞۞۞

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

784 ความคิดเห็น