ตอนที่ 4 : Ep.004 - Idiotic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

DD : Necrom.004

เฮสท์..! เฮสท์เฮอร์~~~เรส ฟัคกิ้ว...!”

วิชาศักดิ์สิทธิ์ถูกเรียกใช้ออกไปนับครั้งไม่ถ้วน

นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้วหนังสือเล่มนี้สามารถทำให้คนธรรมดาใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายๆ ไม่ใช่แค่นั้นกระทั่งขีดจำกัดของมานาก็ไม่ยักกะมีให้เห็นเลยซักนิด!”

ไรแรครำพึงออกมาอย่างตื่นเต้น

————โดยปกติแล้วคนทั่วๆไปล้วนมี <สัจจะแห่งมานาอยู่ในตัว ซึ่งเจ้าสิ่งนี้หากเปรียบเทียบมันแล้วก็เหมือนกับเกจของขีดจำกัดในการใช้เวทย์กับวิชาศักดิ์สิทธิ์

สำหรับคนทั่วไปที่ใช้วิชาครั้งแรก หากไม่สลบเหมือดก็คงเป็นหอบหนักแทบขาดใจ

ทว่าตัวชายหนุ่มยามนี้กลับไร้ซึ่งท่าทีดังกล่าวโดยสิ้นเชิง

.....ทั้งที่ใช้วิชาไปร่วมสิบกว่าครั้งแล้วแท้ๆ

โอ๊ะ ต้องรีบกลับซะแล้วสิ ขืนอยู่ต่อไอ้หมายักษ์นี่คงได้เกิดใหม่อีกรอบแน่

ไรแรคพึมพำ จากนั้นจึงเริ่มจัดการเก็บข้าวของทุกอย่างตั้งแต่ขวดเปล่าจากโพชั่นยันชุดชั้นในและเสื้อผ้าของซัสชา ส่วนไลแคนนั้นชายหนุ่มก็หยิบมีดแล่เนื้อของเธอมาชำแหละ ทิ้งให้เห็นไว้เพียงแค่กองเลือดบางส่วน กระทั่งเนื้อหนังกระดูกตัวเขาก็ยังเก็บมันมาอย่างอดไม่ได้

ฟู่เนื้อหนาชะมัดเลยนะแกน่ะ

ปาดเหงื่อบนใบหน้าทีนึง จากนั้นไรแรคจึงหยิบไครเทียสออกมาอีกครั้ง

นิ้วซึ่งเปื้อนเลือดข้นของไลแคนถูกป้ายลงที่หน้าปก วิ้ง! ทันใดนั้นไครเทียสก็เปล่งแสงระย้าออกมา ส่งผลให้ชายหนุ่มฉีกยิ้มเบาๆขึ้นมุมปาก เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆดูเหมือนว่าหนังสือเล่มนี้จะทำการคัดลอกวิชาจากเลือดของเป้าหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นกระทั่งไรแรคเองก็ยังไม่คิดเลยว่ามอนสเตอร์อย่างไลแคนนั้นจะมีวิชาศักดิ์สิทธิ์ พรึ่บ! หน้าหนังสือเปิดออกอีกครั้ง

————ภายใต้วิชาทั้งห้าจากเด็กสาวตระกูลดาบ กลับปรากฏให้เห็นบรรทัดที่หกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง อักษรไม่ทราบที่มานี้ ไรแรคอ่านได้ว่า

วิชามาร,เขี้ยวอสูร • เซเบอร์ทูซ

วิชามาร..!? เฮ้ยๆ เอาจริงดิวิชามารเนี่ยนะ?”

ชายหนุ่มถึงกับผงะ คงต้องทราบกันก่อนว่า <วิชามารนั้นคือพลังงานลี้ลับเช่นเดียวกับเวทย์และวิชาศักด์สิทธิ์ ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปนั้นก็คือความสามารถและวิธีการได้มาซึ่งแตกต่างกันไป วิชามารนั้นหากต้องการเรียนรู้ก็จำเป็นต้องผ่านพิธีกรรมมาก่อนแบบเดียวกับวิชาศักด์สิทธิ์ ทว่าที่ผิดกันคือความยากง่ายและศีลธรรม

————โดยส่วนมากพิธีกรรมวิชามารนั้นมักจะเป็นฆ่าบูชายัญหรือเซ่นสังเวย ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงตัดสินว่าผู้ใช้วิชานี้เป็นพรรคพวกของจอมมารไปด้วย

ผู้คนมักเชื่อว่ามีเพียงพวกปีศาจเท่านั้นที่โหดเหี้ยมอำมหิต

เป็นความคิดที่ไร้เดียวสาซะจริงน้า

เมื่อจัดเก็บวัตถุดิบลงกระเป๋าเสร็จ ไรแรคจึงเบนสายตาไปทางศีรษะของซัสชาที่ลิ้นจุกปาก เชายิ้มหวานแล้วว่า “ขอบใจนะซัสชา เธอเนี่ยเป็นตัวทำเงินให้ชั้นชัดๆ

ไรแรคเบนสายตาไปยังร่างอันเปลือยเปล่า

อ๊ะ จะว่าไป....ช่วงนี้ไตกับมดลูกกำลังตีตลาดด้วยนี่นะ” ชายหนุ่มคุยกับหัวไร้ร่างอย่างสบายใจในท่ายองนั่ง เขาว่า

ไหนๆก็ไม่ใช้แล้ว ชั้นขอเลยแล้วกัน

,

,

ฮึบหนักใช่เล่นเลยนะเนี่ย

————ไรแรคเปรยออกมาเบาๆ แล้ววางเป๋ลงกับพื้น หลังจากทำกิจธุระเสร็จ เขาก็ใช้เฮสท์เร่งความเร็วฝ่าดันเจี้ยนทั้งสามชั้นกลับมาอย่างว่าง่ายโดยไม่คิดจะหยุดเจอกับมอนสเตอร์ซักตัวเลยแม้แต่น้อย รู้สึกตัวอีกทีก็กลับมาถึงบ้านไม้โทรมๆจนได้

ตอนมาถึงคุณเจ้าของห้องเช่าก็ตวาดเสียซะยกใหญ่

ไรแรคเดือนนี้ยังไม่จ่ายเลยนะ!”

ป้าแกว่าอย่างนั้น ส่วนไรแรคก็บอกปัดไปอีกตามเคย แม้จะเลือดเปื้อนตัวกลับมา แต่สำหรับคนที่เข้าออกดันเจี้ยนจนชินตาแล้วนับว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับเมือง <นอร์ร่าซึ่งติดกับดันเจี้ยนแล้วนั้นไม่นับว่าแปลกแต่อย่างใด หลังจากชายหนุ่มจัดการเข้าห้องล้างตัวเสร็จสรรพแล้วเขาจึงหันมาสนใจกระเป๋าซัพพอร์ตเตอร์อีกครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเป็นอวัยวะหรือวัตถุดิบ

ที่น่าสนใจคือเสื้อหนังและชุดเกราะแบบเชนท์เมลของซัสชา

อ่อ รวมถึงดาบเคลย์มอร์ด้วยเช่นกัน

เมื่อไรแรคนึกได้ดังนั้น เขาจึงหยิบมันออกจากฝักมาตรวจทานดู แล้วก็เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ บนกั่นดาบนั้นมีตราประทับของตระกูล <เพอร์ตินสลักอยู่ ไรแรคลอบสบถเบาๆ เขาตระหนักได้ทันทีว่าดาบเล่มนี้ไม่สามารถเอาไปขายได้ ทั้งในตลาดหลักและตลาดมืด

————พอใช้หินประเมินตรวจดูก็พบว่าเป็น <แรร์ไอเทมหากนำไปขาย ราคาของมันคงไม่ต่ำกว่า 10,000 GP แน่ๆ น่าเสียดายจริง ไรแรคส่ายหน้าระอาก่อนจะตรวจดูเสื้อผ้า

ทั้งชุดนั้นล้วนเป็นของระดับ <คอมมอนไอเทมยกเว้นเกราะอกเชนท์เมลกับเกราะไหล่ไลท์อารม์ที่เป็นของระดับ <อันคอมมอนทั้งเซ็ตนี้น่าจะขายได้ประมาณห้าพัน

ไรแรควิเคราะห์ จากนั้นจึงหยิบกล่องบรรจุไตออกมาล้างเช่นเดียวกับมดลูก มันยังมีกลิ่นคาวจากการบำบัดรักเมื่อคราวก่อนอยู่ ไรแรคได้แต่นึกเสียใจอยู่ลึกๆ อวัยวะชิ้นนี้คงราคาตกอย่างไม่ต้องสงสัย จ๋อมชายหนุ่มโยนอวัยวะทั้งสองลงขวดน้ำเกลือ จากนั้นจึงปิดผนึกลงด้วยจุกไม้ก๊อก เมื่อเสร็จไปส่วนหนึ่ง เขาก็เตรียมตัวจัดแจงอีกส่วนหนึ่งต่อ

ของพวกนี้ต้องทำเงินให้เขาได้ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นแน่

เมื่อคิดอย่างนั้นไรแรคก็ใจเต้นระส่ำระส่าย

เงินก้อนโตกำลังรอเขาอยู่!

.

.

บัดซบ..!”

ขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งแต่งแต้มไปด้วยโคมระย้าปูพรมแดงนั้นกลับมีสถานการณ์ไม่สู้ดีผิดกับบาทหลวงนิกายไรแรค ท่ามกลางห้องโถงอันโอ่อ่านี้กลับปรากฏให้เห็นถึงเค้าลางตึงเครียด ชายกลางคนไว้เคราขาวเผยท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างเด่นชัด

พวกเจ้าทำงานภาษาอะไร!? ทำไมถึงปล่อยให้นางหนีออกไปได้!”

-ข้าน้อมรับความผิด….”

ชายที่คุกเข่ากับพื้นได้แต่ก้มลงสำนึก ทั้งหมดนั้นเป็นคุณหนูแห่งตระกูลเพอร์ตินได้รบเร้าแถมส่งส่วยสินบนเพื่อให้เขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แน่นอนว่าข้ารับใช้ผู้นี้ย่อมไม่คาดคิดแน่ว่าคุณหนูของเขาจะมุ่งหน้าไปที่ดันเจี้ยน ตัวเขาแค่นึกว่าเธอต้องการโดดซ้อมก็เท่านั้น

————มารู้ตัวอีกทีเธอก็หายไปจากคฤหาสน์ถึงสามวันโดยไม่มีการติดต่อ ลูกสาวเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลเพอร์ตินได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

.....ดังนั้นนี่จึงเป็นวิกฤตขนาดใหญ่ต่อพวกเขาทั้งสิ้น

ชายฉกรรจ์ตรงหน้าพอได้ยินคำพูดข้ารับใช้ก็ถึงกับหนวดกระตุกตาหรุบต่ำ เขาคำรามว่า “ถ้าลูกข้าเป็นอะไรขึ้นมา เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต..!”

­-ฮ่าห์!”

ผู้น้อยรับคำอย่างไม่เต็มใจ ต่อหน้าประมุขตระกูลดาบ <เพอร์ตินใครเล่าจะกล้าคัดค้านหรือทำเรื่องเสียมารยาท ทางด้านชายกลางคนเมื่อระบายอารมณ์เสร็จ เขาก็ได้แต่สะบัดหน้ากำหมัดแน่น พร้อมกับเปรยเสียงทุ้มต่ำราวกับให้ปฏิญาณต่อตนเอง

หากใครกล้ารังแกลูกข้า ข้าจะให้มันได้เห็นนรกทั้งเป็น!”

,

,

ฮัดชิ้ว..!”

ไรแรคจามจนน้ำลายกระเด็น เขาถูจมูกลวกๆพลางหายใจฟึดฟัด

จามแบบนี้สงสัยจะมีโชค

†††

 

ฟิ้ววันนี้ก็ยังสดใสอีกตามเคย

ไรแรคพ่นควันออกปาก ยาเส้นในมือตกกระเป็นขี้เถ้าลงสู่พื้น หลังจากนำของที่ได้กลับมาไปขายออกสู่ตลาด ตัวชายหนุ่มก็ได้กำไรกลับมาร่วมหมื่นนึงดังคาด

————อวัยวะของซัสชาแม้จะมีตำหนิเล็กน้อย แต่ทางตลาดมืดก็ยังให้ราคาสูงลิ่วอยู่ดี ทั้งนี้ก็เป็นเพราะอวัยวะอันสดใหม่บวกกับเป็นเนื้อหนังเต่งตึงของเด็กสาววัยรุ่นด้วยล่ะนะ

น่าเสียดายที่ดาบเคลย์มอร์นั้นเอาออกมาขายไม่ได้

.....คงต้องหมกไว้ในบ้านอย่างเดียวแล้วมั้งไรแรคคิดอย่างนั้น

ช่วงนี้เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้ได้เลยนะเนี่ย” เขายิ้มออกมาจางๆ กระทั่งดูดหมดไปสองมวน ไรแรคจึงเปรย “ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องทำงานอยู่ดีล่ะนะ

วันนี้ยังเหมือนเดิมเช่นทุกวัน ตัวเขาจำเป็นต้องไปดันเจี้ยนเพื่อหาเงินถุงเงินถังมาใช้ ออกจากบ้านดูดยาไปประตูเมืองแล้วมุ่งสู่ดันเจี้ยน ทั้งนี้ล้วนเป็นกิจวัตรประจำวันของไรแรค

ทว่าเมื่อมาถึงทางเข้าสิ่งที่ชายหนุ่มกลับเป็นความแตกต่างผิดจากทุกที  ณ ปากถ้ำของดันเจี้ยนป่าอสูรนั้นได้ปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนรายล้อมไว้ราวกับควานหาบางสิ่ง กลุ่มคนเหล่านี้มีทั้งชายและหญิงคละคลากันไป ทว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือเครื่องสวมใส่

บนเกราะอกทั้งไลท์อาร์มและฟูลเพลทล้วนมีตราประทับรูปดาบเสียบมังกร

สิ่งนั้นก็คือตราประจำตระกูล <เพอร์ตินแห่งสิบตระกูลดาบ

สัญลักษณ์นั่นเป็นแบบเดียวกับบนกั่นดาบของซัสชา ไรแรคเห็นอย่างนั้นแล้วก็ลอบเป่าปาก โชคดีจริงๆที่เขาไม่คิดเอาดาบติดตัวมาด้วย หากให้คาดเดาบางทีนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับซัสชาที่เสียชีวิต แต่ใครจะสนล่ะในเมื่อตัวเขาไม่ได้เป็นคนฆ่าเธอซะหน่อย

ไลแคนต่างหากที่ทำ ไรแรคนึกอย่างนั้นพลางพยักหน้างึกงักให้กับตัวเอง ขณะเขาก้าวเท้าเข้าสู่ดันเจี้ยนดูเป็นธรรมชาติท่ามกลางเหล่านักผจญภัยคนอื่นๆ ตอนนั้นเองก็มีเสียงทัก

ท่านบาทหลวง ข้าขอสละเวลาท่านคุยซักครู่ได้รึไม่?”

“…………!”

ท่ามกลางฝูงชนนักผจญภัยซึ่งเดินเข้าออกดันเจี้ยน ทันใดนั้นร่างของไรแรคก็ต้องชะงักกึกเมื่อถูกอิสตรีนางหนึ่งเข้าขวางทางไว้ ชุดเกราะของเธอมีตราประจำตระกูลเพอร์ตินสลักไว้อยู่

ไรแรคลอบตระหนกในใจครู่นึง ก่อนจะเหยียดยิ้มเป็นมิตรแล้วว่า

ได้สิ ทางพ่อไม่ได้เร่งรีบอะไรอยู่แล้ว

————สิ่งนั้นก็คือโป๊กเกอร์เฟสฉบับไรแรค!

มีเหยื่อนับร้อยติดกับรอยยิ้มอบอุ่นนี้มานับไม่ถ้วน..!

นักรบสาวเห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วผายมือออก “เชิญทางนี้” ว่าเสร็จเจ้าตัวจึงเดินออกจากบริเวณทางเข้าแล้วมาหยุดอยู่ที่ข้างทางแทน เธอคว้าภาพเหมือนออกจากอกเสื้อ แล้วทัก

ท่านบาทหลวงเคยเห็นนางรึไม่?”

————ในรูปนั้นก็คือซัสชา

เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่ผิด ที่ตระกูลเพอร์ตินเคลื่อนไหวก็เป็นเพราะบุคคลสูญหายไปนี่เอง กระนั้นท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัดจนเกินเหตุนี้กลับทำให้ไรแรคแปลกใจไม่น้อย เขาว่า

เธอคือ?”

นางเป็นลูกสาวผู้นำตระกูลดาบ <เพอร์ตินท่านเคยเห็นนางงั้นเหรอ?”

————ลูกสาวผู้นำตระกูล!? ไม่เห็นยัยนั่นพูดถึงเลยนี่หว่า!

ไรแรคลอบตกตะลึง กระนั้นก็สมกับเป็นมืออาชีพ ในชั่วพริยตาที่รับรู้ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นนิ่งเฉย พร้อมกับแสร้งทำทีตระหนกออกมาพอเป็นพิธี

โอ้คุณหนูจากตระกูลเพอร์ตินเรอะนี่อืม...เท่าที่พ่อจำความได้รู้สึกจะไม่เคยเห็นเธอมาก่อนนะ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเธอเรอะ?”

ขอบคุณท่านที่เป็นห่วง เนื่องจากนางได้หายไปจากตำหนักเมื่อไม่กี่วันก่อน ดังนั้นพวกเราศิษย์สำนักเพอร์ตินจึงต้องร้อนรนออกมาตามหา เพราะเกรงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

อืมๆ ขอให้คุณหนูปลอดภัย

ไรแรคยกมือนาบอกแล้ววาดออกเป็นสัญลักษณ์ธรรม 8 จุดขึ้นกลางอากาศ เมื่อเสร็จสิ้นเขาจึงถอยหลังเตรียมก้าวเดินออกไป ทว่าตอนนั้นเองศิษย์สำนักเพอร์ตินก็เข้าขวางทางไว้ ไม่สิ

เขาโดนพวกตระกูลดาบเข้ารุมล้อมเลยต่างหาก!

.....ท่าไม่ดีแล้วสิ

ช่วยเปิดทางให้พ่อหน่อยได้ไหม?”

เกรงว่าจะไม่ได้ ขอแนะนำตัว ข้าคือดอลก้าศิษย์เอกสำนักเพอร์ติน ได้ยินว่าเมื่อเร็วๆนี้คุณหนูของเราได้ลงดันฯล่ามอนกับชายในชุดบาทหลวงท่านนึง

ดอลก้าหรี่ตาลงจ้องไปยังไรแรคอย่างไม่เกรงใจ

พวกเราคิดว่าคนๆนั้นก็คือท่านนั่นแหละ

เพ้อเจ้อ พวกลูกอย่ามาเสียเวลาเลย พ่อได้บอกทุกอย่างไปหมดแล้ว ขอทางด้วย

ก็พูดไปแล้วนี่?” ชายในชุดฟูลเพลทเกราะเงินโต้กลับ เขาว่า “เรื่องราวครั้งนี้นับว่าใหญ่หลวง พวกข้าคงต้องรบกวนท่าน

รบกวนอะไร?” ทันทีที่ไรแรคตอบ ชายตรงหน้าก็ทะยานสองมือเข้าใส่ทันที ปุปุปุเสียงกระพือลมดังกระทบจุดตามตัว ขณะเดียวกันชายตรงหน้าจึงหยุดมือลงแล้วฉีกยิ้ม

โอ๊ะแค่หินประเมินกับสารานุกรมปีศาจแล้วก็....เศษขยะเรอะเนี่ย?”

————ของในตัวไรแรคถูกขโมยไปในชั่วเสี้ยววิ

ทำบ้าอะไรของแกวะ!? ห๊า!”

สุภาพหน่อยสิ ท่านบาทหลวง ขืนท่านพูดหยาบคายเดี๋ยวธาตุแท้ก็โผล่หรอก ข้าแค่ลองค้นตัวท่านเผื่อมีพิรุธเท่านั้นเอง ถ้าไม่อยากให้ข้าแตะต้องทางนี้ก็ยินดีจะปล่อยวางมันไป

ดอลก้าหัวเราะร่วนก่อนจะผล็อยมือออกปล่อยให้ของในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น แปะของทั้งหมดตั้งแต่ไอเทมโปเกยันหินประเมินกับสารานุกรมล้วนตกลงสู่พื้นโคลนอย่างจัง

กระทั่ง <บัญญัติปราชญ์  ไครเทียสเองก็เช่นกัน

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~!!

ทันใดนั้นไรแรคก็แผดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ ส่งผลให้ทั้งหมด ณ บริเวณนั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกหันมามองเขาเป็นตาเดียว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างไม่ลังเลแล้วว่า

ไครเทียสไครเทียสไครเทียสไครเทียสครายเทียสสสสสสส~~! โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ~~~~~! ชั้นขอโทษชั้นขอโทษชั้นขอโทษ!”

ภาพตรงหน้าทำให้ผู้คนโดยรอบตื่นตะลึง บาทหลวงหนุ่มท่าทางสุภาพถึงกับลงไปคลุกโคลนตมจนเนื้อตัวเลอะเทอะเพียงเพราะต้องการแค่สวมกอดหนังสือเก่าๆเล่มนึง หนำซ้ำเขายังร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนดูน่าสงสารเวทนาจับจิต

ตระกูลเพอร์ตินทำเกินไปแล้วนี่คิดว่าตนเองเป็นตระกูลดาบแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?”

ก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร แต่ถึงกับรังแกบาทหลวงไม่มีทางสู้อย่างนี้ พวกเจ้ายังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า!?”

ใช่ๆ คนของสำนักเจ้าช่างต่ำช้านัก!”

ผู้คนรอบด้านนั้นล้วนเป็นนักผจญภัยกันทั้งสิ้น พวกเขาเป็นดั่งคนเถื่อนที่คิดแสวงโชคในดันเจี้ยน ดังนั้นคำพูดไม่ไว้หน้าต่อตระกูลชั้นสูงจึงผุดขึ้นมาทันทีไม่รีรอ

­-อึก..!” ดอลก้าถึงกับกระอักกระอ่วน ใครมันจะไปคิดล่ะว่าเพียงหนังสือเก่าๆเล่มนึงเปื้อนโคลนจะทำให้บาทหลวงคนนี้ร้องไห้ออกมาแทบหัวใจสลายลงไปขลุกโคลนแบบนี้

พวกเรากลับ!”

เมื่อศิษย์เอกเอ่ยอย่างนั้น เหล่าผู้น้อยคนอื่นจึงต้องว่าตาม ทั้งหมดสะบัดหน้าหนีทันทีเพราะไม่อาจทนรับคำวิพากษ์วิจารณ์ไหว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องประณามนั้น

————ก็มีเสียงหัวเราะของไรแรคเล็ดลอดเบาๆออกมา

เฮะเฮะเฮะเฮะ....ฮิ-ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่!”

ชายหนุ่มที่ก้มหน้าอยู่กับพื้นนั้นกำลังฉีกยิ้มชั่วร้ายอย่างไม่อาจหักห้าม บางทีตอนที่ดอลก้าขโมยไครเทียสมานั้นเขาคงไม่ทราบ

ว่าบนสันปกของหนังสือนั้นมีใบมีดขนาดเล็กแอบแฝงเอาไว้อยู่

ไรแรคคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าซักวันหนึ่งอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เขาแค่กระทำไปเพราะกลัวว่าจะมีใครมาขโมยไครเทียสไปก็เท่านั้น

.....แม้จะเป็นกับดักขนาดเล็ก แต่ใบมีดปากฉลามนี้ก็จัดว่าคมกริบ

ดังนั้นบนคมสีโลหะจึงเผยหยาดโลหิตไหลย้อยลงสู่ปกของไครเทียสให้เห็นอยู่ย่อมหนึ่ง

ที่ไรแรคกอดมันไว้แน่นกลางอกนั้นไม่ใช่เพราะว่ารักหรือหวงแหน ไม่สิ ความจริงเขาเองก็หลงรักไครเทียสอยู่ลึกๆเช่นกัน ทว่าปัจจัยหลักสำคัญ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่การปกปิด

ปกปิดแสงสีดำทะมึนที่เปล่งออกมาจากตัวของไครเทียส

————น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้เห็นถึงความจริงข้อนี้

เฮะเฮะเฮะ! ได้มาแล้วได้บทที่เจ็ดกับแปดมาแล้ว..!”

†††

 

ข้าไม่ได้ทำจริงๆนะ รองเจ้าคณะ!”

หุบปาก..!”

———ณ ห้องโถงอันเงียบสงบนั้นได้เผยให้เห็นร่างทั้งสองยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าแท่นบูชาเทพเจ้า ที่แห่งนี้ก็คือโบสถ์ของนิกาย <โกลแรนท์นิกายอันดับหนึ่งของเมืองนอร์ม่าและเป็นมหาอำนาจหนึ่งในสามนิกายหลักของ <อาณาจักรชีมัวร์เผ่าพันธุ์มนุษย์ หากให้เทียบแล้วพวกเขาล้วนไม่ได้ด้อยไปกว่า <สิบตระกูลดาบเลยแม้แต่น้อย

ชายฉกรรจ์วัยสามสิบนี้คือรองเจ้าคณะนิกายโกลแรนท์นามว่าเบลน รูปลักษณ์เขาเป็นชายหัวล้านสวมชุดครุยดำของบาทหลวง ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มวัย 12 เหมือนคุณชาย

เขาคนนี้เป็นเพียงแค่สาวกชั้นล่างซึ่งนับว่าต่ำสุดในหมู่องค์คณะ

.....รองเจ้าคณะคำรามว่า

เจ้ากล้ามีสัมพันธ์ชู้สาวทั้งที่เป็นนักบวชเจ้ารู้ใช่ไหมว่านั่นเป็นความผิด!”

ไม่ใช่นะรองเจ้าคณะ ข้าเพียงแค่อยู่กับนางเฉยๆยังไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาวอะไรทั้งนั้น––”

โกหกเจ้าคิดเรอะว่าผู้อื่นเขาจะเชื่อลมปากของเจ้าน่ะ ห๊า..!?”

———กรอดเด็กหนุ่มถึงกับกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ คนผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขาได้เปิดโอกาสพูด ซ้ำแล้วยังใส่ความว่าร้ายกันหน้าด้านๆเสียหายไปอย่างผิดถูกไร้ซึ่งความจริง

ช่างน่าแค้นใจนัก คาดว่าเพราะตนเป็นเด็กสลัมมาก่อน แม้จะเปลี่ยนมาเป็นนักบุญในคราบบาทหลวง ทว่าสายตาของอีกฝ่ายก็ยังคงก้มมองอย่างหยามเหยียด ไม่เพียงเท่านั้น เขารู้ดีว่าทุกคนในนิกายนี้ล้วนดูแคลนเขาที่เคยเป็นประชากรชั้นต่ำ ชนิดที่ว่าสามัญชนยังรังเกียจ

ในนิกายนี้มีกลุ่มขุนนางชั้นล่าง 2 ส่วน สามัญชน 7 ส่วน และประชากรชั้นล่าง 1 ส่วน ทั้งนี้แม้ประชากรชั้นล่างจะถูกปฏิบัติไม่ต่างจากทาสคนนึง แต่ทั้งสองฐานะก็ยังมีจุดต่างอยู่คือทาสสามารถถูกซื้อขายไร้สิทธิ์เสียง ส่วนประชากรชั้นล่างสามารถอยู่กินมีสิทธิตนหลงเหลืออยู่

———ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพียงสิทธิประโยชน์ห่วยแตก อย่างสามารถอยู่ในเมืองได้แต่ต้องเป็นตรอกอับของสลัม หรือสามารถซื้อขายของได้แต่ถูกผู้คนรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ว่าตนกำลังตกที่นั่งลำบาก ถ้าคาดเดานี่คงแผนใส่ความจากผู้ไม่หวังดี

.....มีคนต้องการขับเขาออกไปนิกายโกลแรนท์เพียงชนชั้นฐานะที่ต่างกัน!

ข้าถูกใส่ความท่านรองเจ้าคณะ คาดว่า––”

ใส่ความเรอะ!? เหอะเด็กสลัมอย่างเจ้าใครจะไปอยากยุ่งคิดว่าเพียงเพราะเจ้าคณะเมตตารับเด็กชั้นต่ำเข้านิกายแปลงโฉมเป็นนักบวช แล้วตัวเองจะมีฐานะสูงขึ้นรึไง?”

ด้วยความสัตย์จริง ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น

เลวทรามมากเจ้าคนบาปทำไมเจ้าไม่ยอมรับความจริงใครๆก็รู้ว่าสายเลือดประชากรชั้นล่างมันก็คือพี่น้องของเหล่าทาสดีๆนี่เอง พวกทาสน่ะมันหัวรุนแรงคิดเป็นแต่ดื่มกินนอนกับเหล่าสตรีแล้วทำผิดบาปได้ทุกอย่างไร้ซึ่งความละอายใจใช่ เหมือนกับเจ้าไม่มีผิด!”

รองเจ้าคณะท่านไม่มีสิทธิ์ว่าร้ายข้าเหตุใดถึงไม่ไต่สวนตามคดีและสืบหาข้อเท็จจริงเล่าทำไมท่านถึงเชื่อลมปากคนอื่นเพียงเพราะเขาใส่ร้ายข้า..!”

เจ้านอกจากไม่รู้จักผิดบาปแล้วยังคิดกล่าวหาผู้อื่นเป็นคนร้ายอีกเรอะ!? เจ้าพูดเช่นนี้คิดจะชี้แจงว่าข้าไร้ซึ่งความเป็นธรรมใช่รึไม่?”

ข้าแค่พูดไปตามจริง!”

หยาบช้าเจ้ามันหยาบช้านักหากวันนี้ข้าไม่สั่งสอนเจ้าก็อย่ามาเรียกข้าว่ารองเจ้าคณะ..!” จบคำ เบลนก็วาดมือออกสะบัดชายผ้าหันฝ่ามือไปทางเด็กหนุ่ม เขาว่า

แด่เทพนีโอร่า หนึ่งในมหาเทพทั้งเจ็ด ข้าขอให้ท่านประทานพรอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อเกิดเป็นแสงสว่างแห่งปัจเจก เป็นมวลหอกแห่งสัจธรรมทลายซึ่งทุกสิ่ง

———เบลนกำลังร่ายบทบริกรรม..!

นี่ไม่ใช่การสั่งสอนแล้ว นี่เขาคิดจะสังหารข้าทิ้งเลยต่างหากผู้น้อยเมื่อตระหนักได้เช่นนั้นก็ลอบกู่ร้องในใจว่าแย่แล้วออกมา พร้อมกับลุกเข่าขึ้นเตรียมวิ่งหนีไปอีกทาง

สายไปแล้ว เจ้ามารชั่ว!”

เบลนคำรามลั่นพร้อมตบมือฉาดออกไป

เวทย์ศักดิ์สิทธิ์,หอกแสง • เรเซอแลนซ์

———เปรี้ยง! ทันใดนั้นฝ่ามือรองเจ้าคณะก็เปล่งแสงสีขาวนวลออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานไปเป็นเส้นตรงดุจหอกทวนเล่มนึง ความเร็วนี้นับว่าสูงล้ำเกินคาดยากจะหลบพ้น เด็กหนุ่มเมื่อรับรู้ได้อย่างนั้นก็ถึงหน้าเหวอสะดุดขาของตนล้มลงไปกองกับพื้นไม่เป็นท่า

ป่งงงงงงง!

ประตูโบสถ์ถึงกับแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แม้จะทำจากไม้ดำชั้นดีก็ตาม ถือว่าเป็นบุญของเขาที่สะดุดล้มรอดตายไปได้หวุดหวิด เหนือศีรษะบนปลายผมนั้นมีรอยไหม้ให้เห็นอยู่บ้างเล็กน้อย ท่ามกลางความตกตะลึงนั้นสายตาของเบลนก็ยิ่งปะทุไปด้วยความโกรธยากคาดเดา

ดีถ้าเจ้าคิดต่อต้านก็จงเตรียมรับการลงโทษ..!”

———บาทหลวงวัยฉกรรจ์กล่าวจบจึงเริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง ส่งผลให้ทางเด็กหนุ่มหน้าซีดเซียวเข้าไปใหญ่ นอกจากจะใส่ร้ายข้าแล้วยังคิดจะสังหารข้าอีก เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์เขาลอบสบถในใจอย่างนั้นพร้อมกับลุกหนีออกจากตัวโบสถ์ไปอย่างทุลักทุเล

พอข้ามผ่านธรณีประตูก็พบว่านี่เป็นย่านการค้าเชื่อมต่อกับถนนคนเดิน เด็กหนุ่มคิดว่าสภาพผู้คนพลุกพล่านเช่นนี้ รองเจ้าคณะคงไม่กล้าทำเรื่องอุกอาจได้แน่ เขาจึงหันมองกลับไป

แล้วหอกแสงอีกเล่มจึงทะลวงเข้ากลางตัวของเด็กหนุ่ม

เปรี้ยง!

แรงกระทำชักนำให้ร่างของเขาลอยละลิ่วไปติดกับฝาพนังบ้านหลัวนึงอย่างจัง ขณะเดียวกันเด็กหนุ่มก็สำรอกเลือดออกมาคำโตสัมผัสได้ถึงอาการบาดเจ็บอันหนักหน่วง

พอมองลงล่างก็พบว่าท้องตนกลายเป็นรูเหวอะหวะไส้กระจัดกระจายออกมา

———ชีวิตของเขาคงมาได้เพียงเท่านี้

ขณะที่สติเริ่มถดถอยลง ตรงหน้าก็เผยให้เห็นรองเจ้าคณะเข้ามาดูอาการของเด็กหนุ่ม เบลนฉีกยิ้มแล้วเปรยว่า “ด้วยสิทธิ์ของรองเจ้าคณะ ข้าขอสั่งปลดเจ้าออกจากนิกายโกลแรนท์!”

“...…….”

———เด็กหนุ่มไม่มีแรงพูด หากแต่คิดในใจว่าถ้าจะไล่ออก แล้วเหตุใดถึงต้องมาทำร้ายกันด้วย แน่นอนว่าเขาย่อมรู้คำตอบ แต่คำตอบอันน่าสะอิดสะเอียนเพียงเพราะชนชาติกำเนิดนั้นทำให้ตัวเขาได้แต่โกรธแค้นต่อโชคชะตาพลางร้องไห้ออกมาน้ำตาเปื้อนหน้า

คนเริ่มมากันเยอะแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัว

เสียงแค่นปนสบถดังจบ เจ้าตัวก็สะบัดผ้าคลุมเดินกลับไปตามเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ขณะเดียวกันสายตาของเด็กหนุ่มจึงเริ่มพร่าลงมองทุกอย่างไม่ชัดอย่างทุกที เสียงเอะอะของผู้คนรอบข้างดังกลบประสาทจนยากแยกแยะ ส่วนลมหายใจเองก็เริ่มแผ่วลงทุกขณะ

———ตอนนั้นก็มีเสียงเนือยๆพูดว่า

นี่ น้องชายเป็นคนของนิกายโกลแรนท์เหรอ?”

แม้ไม่อาจพูด แต่ร่างกายยังพอขยับ เด็กหนุ่มพยักหน้าหนนึงตอบเสียงนั้นไป จากนั้นเสียงปริศนาจึงถามซ้ำอีกครั้ง

นายเป็นวิชาหรือเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ไหม?”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ยินยอมพยักหน้ารับคำตอบกลับไป แม้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์เขาจะรู้เพียงบทเดียว แต่นั่นก็ถือว่าเป็นการมีอยู่เช่นเดียวกัน จากนั้นบุคคลปริศนาซึ่งมองดูยามนี้เหมือนภาพโมเสคยากบ่งบอกว่าเป็นใครนั้นก็พยักหน้าขึ้นลงทำบางสิ่งกับเลือดที่ไหลรินอยู่ชั่วขณะ จากนั้นเจ้าตัวจึงกอดอกแน่นคาดว่าปกปิดบางสิ่งเอาไว้ ก่อนจะผิวปากออกมา

วิ้ว~ เวทย์รักษางั้นเหรออย่างนี้ก็ดีเลย เวลาเจ็บก็ค่อยหายห่วงหน่อย

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจคำพูดของชายตรงหน้า กลับกันอีกฝ่ายก็เอ่ยซ้ำ

ถือว่าตอบแทน จะช่วยให้เอาบุญละกัน

†††

 

ไม่น่าช่วยแม่งเล้ยให้ตายสิ

———ไรแรคบ่นออกมา ขณะเดียวกันก็นอนเล่นพลิกเปิดไครเทียสในมือด้วยอารมณ์จืดสนิทไม่ยินดียินร้ายอะไร ที่พื้นบ้านนั้นมีเด็กหนุ่มสวมชุดครุยบาทหลวงนอนหมดสติอยู่

อึก! ที่นี่มัน..?”

ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็ได้สติ เขาปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก กระทั่งทัศนวิสัยรอบด้านเริ่มเด่นชัด เขาจึงหันซ้ายขวามองดูสภาพแวดล้อมรอบข้าง

ตื่นจนได้นะ ไอ้น้องชาย

“...........!”

เมื่อปรากฏเสียงเรียก ร่างกายจึงถูกชักนำให้หันมอง

ที่อยู่ตรงหน้านั้นคือชายผู้หนึ่ง เขานอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงซอมซ่อพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาราวกับเป็นคนชั้นสูง แล้วว่า

จงขอบคุณชั้นซะล่ะ ถ้าไม่ได้ทางนี้ช่วยไว้ นายก็คงตายโหงไปแล้ว

ช่วยไว้?”

เมื่อไรแรคว่าดังนั้น เด็กหนุ่มจึงได้สติ นึกย้อนกลับไปว่าตนเคยถูกหอกแสงของเบลนเจาะทะลุลำตัวจนบาดเจ็บสาหัส กระนั่นพอมองลงล่างก็พบว่าแผลฉกรรจ์ซึ่งสมควรอยู่กลับเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทันทีที่รับรู้เขาทราบได้ว่าอีกฝ่ายนั้นพูดความจริง

ท่านช่วยข้าไว้เหรอ?”

แหงแซะ ถ้าไม่ใช่ชั้นแล้วจะเป็นใคร?”

“……ข้าต้องขอบคุณท่านแล้ว

ดีมาก รู้ไว้ซะว่าชั้นน่ะรักษานายมาตั้งครึ่งวันเลยนะ

-ขอโทษครับ

เวทย์รักษาจัดเป็นหนึ่งในเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้งานยากสุดๆประเภทนึง เนื่องจากบาดแผลของเป้าหมายไม่สามารถรักษาให้หายได้ในทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสัจจะแห่งมานาของผู้ใช้ว่ามีพอต่อการคงสภาพรึไม่ หากแผลข่วนแผลถลอกก็คงไม่นานนัก แต่หากร้ายแรงเป็นแผลฉกรรจ์แบบเด็กหนุ่มก็คงกินเวลานานอย่างที่ไรแรคว่า เพราะงั้นเขาก็เลยอึ้ง

ประการแรกคืออึ้งไม่คาดคิดว่าจะมีคนใจบุญช่วยรักษาชีวิตเขาไว้

ส่วนประการสองคืออึ้งเมื่อรับรู้ว่าชายตรงหน้ารักษาตนเพียงลำพัง

อย่างน้อยคนที่รักษาแผลถึงชีวิตได้ก็คงเป็นนักบวชระดับสูงแน่ เด็กหนุ่มคาด ว่าสัจจะแห่งมานาของชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดา ขณะเดียวกันเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้รักษาก็คงไม่ต่ำกว่าขั้น 1 หรือ 2 ระหว่างขบคิดในใจอย่างสงบอยู่นั้น อีกฝ่ายก็กล่าวซ้ำ

ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับโบสถ์ไปซะ ชิ่วๆ

ถึงจะไล่พร้อมทำมือโบกปัด แต่เด็กหนุ่มก็ยังซาบซึ้งน้ำใจอยู่ลึกๆ

ข้าไม่มีที่ให้กลับแล้วล่ะ ท่านบาทหลวง

หาหมายความว่าไง?”

ข้าถูกขับออกมาแล้ว ถูกไล่ออกมาจากนิกายโกลแรนท์ที่ข้ารัก....”

———เขายิ้มออกมา

รอยยิ้มนั้นช่างดูขมขื่น

โห่แล้วไม่กลับบ้านตัวเองไปล่ะ?”

ข้าเป็นประชากรชั้นล่าง ไม่มีเงินและบ้านส่วนพ่อข้าแม่ข้าก็ตายไปนานแล้ว

เอ๊าก็ไปนอนในลังกระดาษดี้ ออกจะอบอุ่น

นี่ท่าน..!”

คำสบประมาทของไรแรคทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกขุ่นเคืองใจทันที คาดว่าคนผู้นี้เป็นกึ่งชั้นสูงไม่ก็พวกสามัญชน ทั้งที่เป็นคนเหมือนกันแท้ๆแต่ก็ยังเลือกดูถูกและปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นอมนุษย์ ดวงตาที่เคยเลื่อมใสนั้นแปรเปลี่ยนเป็นคมกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง

มันคือสายตาโกรธแค้นที่เด็กหนุ่มใช้มองเบลน

มันคือสายตาที่มีไว้เพื่อมองเหล่าขุนนางและสามัญชน

.....คนๆนี้ก็เป็นเหมือนเจ้าพวกนั้น!

อะไรโกรธเหรอทั้งที่ชั้นเป็นคนช่วยชีวิตนายไว้แท้ๆ

ข้าผิดหวังในตัวท่านจริงๆ

ไม่เคยขอให้หวัง แล้วก็ไม่ต้องการให้หวังด้วย อย่างน้อยชั้นก็ต่างจากนายตรงจุดนี้

ต่างกับข้าเหอะแน่นอนสิ คนประเภทท่านน่ะมัน––”

นายน่ะกำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองอยู่

ว่าไงนะ?”

นายคือประชากรชั้นล่างก็เลยต้องมองลงไปข้างล่างงั้นเหรอรึว่าเพราะสามัญชนกับขุนนางชอบกดหัวคนต่ำชั้นก็เลยต้องมองลงพื้นตลอดเวลา?”

พูดเรื่องอะไร––”

นายแค่หาข้ออ้าง เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นต่ำ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ก็เลยไม่กล้าที่จะทำ นายกลัวที่จะเจ็บ นายกลัวที่จะแพ้ นายกลัวว่าจะถูกคนรอบข้างรังเกียจ เพราะนายกลัว นายก็เลยแสดงออกต่อคนชั้นสูงด้วยท่าทีต่อต้าน

แล้วมันผิดรึไงเล่า..!?”

ก็ไม่หรอก

———ไรแรคเอ่ยเว้นคำไว้พลางยกยาเส้นขึ้นคาบปาก ชี่ปลายมวนถูกจุดด้วยไม้ขีด ท่ามกลางสีหน้าไม่พอใจของเด็กหนุ่ม ไรแรคก็ซี๊ดควันเข้าปอดไปเฮือกใหญ่

เพียงแต่ถ้าเป็นชั้นล่ะก็ การแสดงออกเหล่านั้นจะถูกเก็บเอาไว้อย่างดี ชั้นจะพยายามไม่ต่อต้าน ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมอีกฝ่ายให้เสียซะดิบดีจนตายใจ

สุดปลายของยาเส้นได้ตกตะกอนลงไปกลายเป็นขี้เถ้า

หลังจากนั้นก็ค่อยเอาคืนกลับไปเป็นร้อยเท่าพันเท่า มันก็แค่นั้น

“….....”

วันนี้คือเดือนปลาคู่ ฤดูร้อนของเมืองนอร์ม่าอาณาจักรชีมัวร์ ท่ามกลางบรรยากาศล่มเย็นของห้องเช่าโทรมๆแห่งนี้ ได้ปรากฏให้เห็นสองบาทหลวงต่างวัยจ้องหน้ากันอย่างสงบนิ่ง

———เด็กหนุ่มอายุ 12 ปีคนนี้ได้บรรลุสัจจะธรรมข้อหนึ่งขึ้นภายในใจ

†††

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #118 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:34

    ได้รับเบ้ 1 ea

    #118
    0
  2. #11 darkhunt (@darkhunt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 13:59
    บรรลุเลย
    #11
    0
  3. วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 11:47
    พระเอกโครตเนียนสมกับเป็นนักต้มตุ๋น เดี๋ยวนักบวชคนนี้คงมาเข้านิกายพระเอกสินะ ตอนนี้ไม่มีคำผิดอ่านแล้วไม่สดุดเลย  เว้นช่องไฟในบทบรรยายใด้ดีครับอ่านแล้วสบายตา ตอนต่อไปไม่ต้องรีบก็ใด้นะครับผมรอใด้เสมอ 
    #10
    0