ตอนที่ 38 : Ep.038 - Intruder

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    10 ก.พ. 62

DD : Necrom.038

พอพูดคุยมาซักพักรู้สึกตัวอีกที หญิงสาวก็พบว่าบากิสนั้นได้เดินออกมาจากตัวเมืองอีรันเสียแล้ว ตอนนี้เป็นกลางดึกสงัดได้ยินเสียงลมหวีดหวิวผ่านกกหูเบาๆ รอบข้างปกคลุมด้วยป่าทึบและความมืด

เจ้าคงไม่ได้วางแผนร้ายอะไรอยู่สินะ?”

ไม่อยากได้ยินคำว่าแผนร้ายจากปากของคนที่จับข้ามาเป็นอาหารสำรองเลยแฮะ วางใจเถอะ ข้าไม่ได้หลอกพาเจ้ามาให้ใครลอบทำร้ายหรอก สบายใจได้

-ข่มขืน?”

ก็บอกว่าอย่าเล่นมุกใต้สะดือไงเล่า!”

ฮิฮิฮิ! แกล้งเจ้ามันน่าสนุกนี่นะ

บากิสเบ้ปาก บอกว่าเป็นตัวตนที่อายุยืนยาว แต่ไหงทำตัวเหมือนเด็กแบบนี้ฟะ? เขานึกเบาๆ ก่อนจะมองย้อนไปยังอิลลาเซสซึ่งมีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว ทางคุณหนูผมแดงนั้นเหมือนกับเชิดหยิ่งดูสูงศักดิ์ ส่วนเฮียวดูเหมือนแก่นแก้วเจ้าเล่ห์

“.....ข้ารู้สึกเหมือนถูกเจ้าด่าในใจเลยแฮะ?”

———นี่หล่อนอ่านใจได้รึไงเฮ้ย!?

บากิสแหวตบมุกในใจอยู่อย่างนั้น ก่อนจะหันมองไปทางอื่น ข้าจะฝึกวิชา เพราะงั้นระหว่างนี้เจ้าอย่ากวนล่ะเขาว่าแบบนั้นโดยมารสาวเลิกคิ้ว

โฮ่? ฝึกวิชาเหรอ? ฝึกฟันดาบ?”

ก็ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก

จากนั้นเขาก็นึกย้อนไปถึงลิสต์ในกระดาษที่ไรแรคเคยให้เมื่อนานมาแล้ว ใช่ สิ่งนั้นก็คือรายการเงื่อนไขการได้มาของวิชาศักด์สิทธิ์ที่ไรแรคได้จดไว้ให้บากิส เขาในตอนนี้ได้ท่องจำเนื้อหาในนั้นได้หมดแล้ว

———ติดปัญหาอย่างเดียวคือจะทำตามได้ไหมแค่นั้น

มีสี่วิชาที่เจ้าคณะของเขาให้มา หนึ่งคือ «เฮสท์» สองคือ «อิมแพค» สองอันนี้เขาฝึกจนสามารถใช้ได้แล้ว ที่เหลือก็ติดปัญหาอยู่ที่ สามกับสี่ซึ่งเป็น «อเบลซ» กับ «กรีมวอร์ด»

เงื่อนไขการได้มาของวิชาศักดิ์สิทธิ์ «เพลิงโชติช่วง»

ฟันดาบให้ติดไฟสามสิบครั้งติดโดยห้ามพลาดแม้แต่ครั้งเดียว อันนี้บากิสกำลังฝึกทำอยู่

เงื่อนไขการได้มาของวิชาศักดิ์สิทธิ์ «โล่แสง»

ยืนอาบแสงจันทร์โดยไม่ขยับเขยื้อนเป็นเวลาสามวัน อันนี้สามารถทำได้แน่นอน กระนั้นตัวเขากลับไม่มีเวลาว่างได้ทำเลยซักครั้ง เพราะทุกวันมีแต่เรื่องแถมต้องไปดูแลไรแรค เห็นทีจะมีแต่แค่ตอนนี้ที่มีโอกาสได้ทำ

ไม่สิ ก็คงทำไม่ได้อีกเพราะมีเฮียวพ่วงมาด้วย ยังไงซะเจ้าหล่อนก็คงต้องหาโอกาสกัดเราในวันพรุ่งนี้แน่นอน แบบนี้เห็นทีจะเหลือแค่ฝึก «อเบลซ» แล้วกระมั้ง?

เคร้ง!

บากิสเริ่มลงมือฟันต้นไม้หนาใกล้ๆจนปลายดาบปรากฏสะเก็ตไฟสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ด้านหลังก็มีเฮียวที่ตอนนี้กำลังนอนเล่นจ้องมองอยู่กลางพื้นหญ้าอ่อนอย่างสงบปนเหนื่อยหน่าย เธอหาวหวอดๆแล้วทัก

การฝึกที่ว่าคือการฟันต้นไม้เรอะ?”

ไม่ใช่หรอก ข้ากำลังทำเงื่อนไขของวิชาศักดิ์สิทธิ์อยู่น่ะ

เคร้ง!

แล้วเสียงโลหะก็ดังกระทบขึ้นอีกครั้ง ส่วนเฮียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าวิชาศักดิ์สิทธิ์ กระนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ขณะที่เสียงโลหะดังก้องกระทบไปมาอยู่นั้น——

เคร้ง!

เสียงสุดท้ายก็ดังขึ้นชัดเข้าโสตประสาทมากกว่าครั้งไหนๆ แล้วร่างของบากิสก็พลันเปล่งแสงจนเฮียวต้องหันมอง

นี่คือหลักฐานเมื่อทำตามเงื่อนไขของวิชาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ

———บากิสได้รับวิชาศักดิ์สิทธิ์ «อเบลซ» มาแล้ว!

สำเร็จแล้วเหรอ? ดีใจด้วยนะเจ้าอาหารสำรอง จากที่เห็นดูท่าเจ้าคงจะต้องฝึกหนักมานานมากเลยสิท่า?”

ก็เปล่านี่ ข้าเพิ่งเคยลองฝึกทำเงื่อนไขของอเบลซเป็นครั้งที่สองเอง

“.....ว่าไงนะ?”

เฮียวถึงกับขมวดคิ้ว นี่มันชักจะแปลกๆแล้ว คนธรรมดาที่ไหนเข้าจะฝึกเงื่อนไขวิชาศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายดายปานนั้นกัน!? หนึ่งวิชามีค่ามาตรฐานคือ 5 เดือนจึงจะฝึกสำเร็จเพราะมีทั้งเคล็ดวิชาทั้งความสามารถที่ต้องรับรู้ด้วยประสบการณ์เท่านั้น และกว่าจะได้ประสบการณ์นั้นก็ต้องลองผิดถูกมาไม่น้อยแน่

เช่นนั้นการฝึกวิชาศักดิ์สิทธิ์สำเร็จภายในเวลาพียงแค่สองครั้งนี่มันอะไร!?

เจ้ารู้ไหมว่าคำพูดนั้นมันหมายถึงอะไร? คนปกติเขาสำเร็จวิชาศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่เร็วขนาดนั้นหรอกนะ หากเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าก็เหนือมนุษย์เหนือกว่ามารอย่างข้าไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่ข้าพูดเรื่องจริงนี่นา ข้าว่าบางทีไอ้คนที่ฝึกสำเร็จได้ช้าน่ะส่วนใหญ่เพราะเป็นพวกชนชั้นสูงหรอก ลองคิดดูสิว่าโดยปกติคนที่มีสิทธิ์รู้เงื่อนไขวิชาก็มีแต่พวกขุนนางพวกมีตำแหน่ง พวกนี้น่ะอยู่สุขสบายบางทีที่สำเร็จช้าก็อาจเพราะหลงระเริงกับชีวิตคุณหนูอยู่ก็ได้

ตลกแล้ว กลับกันเลยต่างหาก พวกชั้นสูงน่ะแม้จะจริงว่าพวกมันมีสิทธิ์ในการรับรู้หรือเข้าถึงวิชาศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าคนชั้นล่าง ทว่าพวกมันนั้นส่วนใหญ่ก็มักมีผู้ชี้แนะผู้ฝึกสอนให้ กรณีอย่างเจ้าน่ะไม่มีทั้งอาจารย์ไม่มีทั้งทุนทรัพย์ส่งเสริม แต่กลับก้าวล้ำกว่าได้น่ะนั่นล่ะที่แปลก! ระดับนี้มันสมควรเรียกว่าอัจฉริยะของอัจฉริยะแล้ว..!”

งั้นเหรอ? ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้นะว่าอัจฉริยะมันเป็นยังไง ข้าก็แค่พยายามในสิ่งตัวเองทำได้ก็แค่นั้น

“...............”

เธอเงียบเสียงลง ทันใดก็เหมือนเห็นหญิงสาวกลายเป็นภาพเลือนราง

———แล้วก็พลันปรากฏขึ้นที่ตรงหน้า

“...........!”

บากิสตระหนก จังหวะนั้นเฮียวก็ง้างมือจนศอกออกไปสุดหลัง ปลายเล็บถูกรวบไว้หมายจะแทงมือเข้าใส่ เพราะอย่างนั้นเด็กหนุ่มจึงตอบรับด้วยการเคลื่อนร่างด้วยท่าเท้าอันคุ้นเคย

ฟุ่บ!

———ผลลัพธ์ก็คือหลบได้

ไม่น่าเชื่อแต่นี่คือความจริง

คิดจะทำอะไรของเจ้า! ไหนบอกว่าจะไม่ฆ่าข้า—”

ขณะจะตะโกนสวนกลับไปอย่างขุ่นเคือง ทันใดนั้นบากิสก็ต้องขมวดดิ้ว เพราะมารสาวนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวตามติด กลับกันเธอยังค้างมืออยู่กับที่เสียด้วยซ้ำ

-ไม่น่าเชื่อ.....”

แล้วคำพูดหนึ่งคำก็หลุดออกจากปากของเฮียว

ไม่น่าเชื่อ? ไม่คาดคิดว่าเราจะหลบท่าเมื่อกี้ได้งั้นเหรอ? ทว่าก็แปลก ต่อให้อึ้งที่ศัตรูหลบการโจมตีได้ กระนั้นก็ไม่เห็นต้องช็อคซะขนาดนั้นนี่? บากิสขบคิด แล้วตอนนั้นหญิงสาวผล็อยมือลงข้างตัวก่อนจะหันมาว่า

ถ้าคนดูไม่เป็นจะไม่รู้เลยนะว่าท่าเท้าเจ้าน่ะสุดยอดสุดๆไปเลยล่ะ

เมื่อกี้จะทำร้ายข้าชัดๆ ทีงี้มาชมเรอะ?”

ก็จริงว่าตอนสู้เขาใช้วิชาท่าเท้านี้บ่อยนักจนมีคนชมไม่น้อน อย่างพวกเพอร์ตินลูกน้องดอลก้าเอย หรืออย่างอิลลาเซสเอยก็ดี ทั้งนี้เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

จนกระทั่งมารตรงหน้าเป็นผู้เอื้อนเอ่ย

———บรรยากาศมันผิดแผกไปจากทุกที

ขอถาม.....ท่าเท้านั่นใครเป็นผู้ถ่ายทอดให้แก่เจ้า?”

ถามอะไรน่ะ? ถ้าจะหาโอกาสเล่นงานข้าล่ะก็—”

ตอบข้ามา!”

เฮือก!

ทันใดนั้นแรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เป็นความรู้สึกหนักอึ้งกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับใบหน้าของเฮียวที่เคร่งเครียด

ใบหน้าของเธอในตอนนี้ไม่มีแม้แต่รอยฝาดของเลือด

———ไร้ซึ่งความแก่นแก้วและเจ้าเล่ห์ไปโดยปริยาย

ข้า.....ฝึกเอง

“.....เช่นนั้นเองเรอะ?”

แล้วตอนนั้นกลิ่นอายไม่น่าไว้วางใจก็พลันเลือนหายไป บากิสไม่รู้ว่าคำตอบที่เขาพูดออกไปนั้นจะถูกใจเธอรึไม่ แต่ที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น ท่าเท้าที่ปรับใช้ไปมามั่วๆนี้คือเขาเองที่คิดค้นขึ้น

.

.

.

ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏ

ฮึก...สวรรค์...ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นวาสนา...”

มารสาวผู้กล้าหาญกลับหลั่งน้ำตาออกมาทั้งรอยยิ้ม

———นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ในที่สุดข้าก็ได้พบ.....ท่านผู้นั้น

เฮียวก้าวเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ จนบากิสต้องผงะ

-อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นข้าลงมือจริงๆแน่!”

ยินดีต้อนรับกลับมาเจ้าค่ะ—”

ทันใดนั้นมารสาวก็ก้มชันเข่าลงข้างหนึ่งคำนับให้กับเขา

ท่านผู้ถือครองดาบมาร ผู้นำตระกูลดาบลำดับที่ 11”

———คำพูดที่ทำให้เขาสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ท่านกัลลิเวอร์......ข้าน้อยมารับตามสัญญาแล้ว

ตำนานบทใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น

ไม่สิ

.

.

ตำนานนี้เคยคงอยู่มานานแล้ว

เช่นนั้นจึงสมควรเรียกว่า——

เจ้า......พูดบ้าอะไร..?”

นี่คือการกลับมาของจอมปีศาจเสียซะมากกว่า

                                             †††

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #158 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 14:12

    อ่าว แบบนี้ก็ได้เหรอ?

    #158
    0
  2. #52 ยอดอสุรา (@ZEAL3IX) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:52
    อ่าวบากิส แกจะเปิดสำนักใหม่ไม่ได้ แกยังไม่ได้ออกจากลัทธิเจได
    #52
    2
    • #52-1 ปากกาเงาสายลม (@AK_HOTO-KASA) (จากตอนที่ 38)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:02
      555555 ใช่แกยังไม่ออกจากลัทธิเจได
      #52-1
    • #52-2 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 38)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:21
      ถถถถถ กลายเป็นสตาร์วอร์ไปแล้วซะงั้น5555
      #52-2