ตอนที่ 3 : Ep.003 - Incur

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

DD : Necrom.003

งั้นเข้าไปล่ะนะ

ชั้นว่าเราค่อยๆรวบรวม––”

แกร๊ก!

————เมินเฉยเลยเรอะ..!?

ไรแรคได้แต่บ่นในใจ,เขาปลงตั้งแต่ต้องมาเป็นเบ๊ของซัสชาแล้ว แต่ไอ้เรื่องจะพลาดท่ามาตายในดันเจี้ยนเนี่ย,ยังไงเขาก็ยังไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงได้แต่ภาวนาให้การฆ่าฟันของซัสชาดำเนินไปได้ด้วยดี ไรแรคเดินต้อยๆตามหลังเธอไป

ห้องทรงเหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาว 300 เมตร  ณ ใจกลางนั้นมีสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ยืนคุมเชิงอยู่ ข้างๆปรากฏร่างของนักผจญภัย 3 คนกำลังเข้าจู่โจมเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้น คงจะต้องรอให้คนพวกนี้สู้ให้เสร็จก่อน ตำแหน่งของทั้งสามคนมีแทงก์,ซัพพอร์ต และดาเมจดีล นักผจญภัยกลุ่มนี้นับว่าทำงานกันได้อย่างลงตัวจนตะขาบยักษ์ที่คาดว่าเป็น <กิกันเต้เซนทิพีทหรือมินิบอสประจำชั้นถึงกับเขวเลยทีเดียว

————ถ้าเป็นแบบนี้,บางทีอาจจะไม่ต้องถึงมือของซัสชาก็ได้

เพราะ <กิกันเต้เซนทิพีทมีการรอเกิดใหม่ถึง 10 นาที ถ้าคนกลุ่มนี้เอาชนะได้,พวกเขาก็แค่เดินตามลงไป เพียงเท่านี้ทั้งคู่ก็สามารถไปชั้น 3 ได้ง่ายๆหายห่วง

————ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าจะชนะได้หรือเปล่า

เคร้ง!

ฟันไม่เข้าเลย,คาโร พวกเราจะทำยังไงดี..?”

เวทย์ไฟชั้นพอจะได้ผลอยู่ แต่ขอเวลาร่ายบทบริกรรมซัก 1 นาทีก็พอ,ทำได้ไหม?”

จะลองดู,เซลินฝากสนับสนุนด้วย

รับทราบ!”

ทำงานเป็นระบบดีแฮะ,อีหรอบนี้คงประมาณ 5 นาทีก็จบแล้วมั้งชายหนุ่มโล่งใจแล้วคิดปักหลักอยู่กับที่เพื่อรอเวลาเท่านั้น ทว่าสายตากลับเหลือบเห็นหญิงสาวตระกูลดาบกำลังก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับชักดาบออกจากฝักอย่างสง่างาม เขาหน้าเจื่อนทันที

เดี๋ยวๆๆๆหยุดเลยๆนั่นเธอคิดจะทำอะไร!? จะแจมงั้นเหรอมันเสียมารยาทนะ!”

ถ้าเอาแต่รอพวกนั้น,กว่าเราจะได้ไปต่อก็คงอีก 10 นาทีได้ แบบนั้นมันเสียเวลาไม่ใช่รึไง?”

มันก็ใช่อยู่หรอก,แต่ว่า––”

ถือว่านายเห็นด้วยละกัน

อย่าคิดเอาเองสิเฮ้ยยย!!”

ถึงจะพูดรั้งไว้แต่ทางกายภาพก็ไม่อาจหยุดยั้ง เธอเหยียดเท้าตรงแล้วถีบออกไปทันที,ซัสชาได้เข้าสู่สนาม ไรแรคได้แต่เอามือก่ายหน้าผากอย่างหน่ายใจ

หืม!? ใครน่ะ..!!?”

เดี๋ยวสิเธอคนนั้นน่ะอย่าเข้ามายุ่งจะได้ไหม!? ไม่งั้น––”

แทงก์กับซัพพอร์ทเมื่อเห็นซัสชาวิ่งผ่านหน้าตนไป,ทั้งคู่ก็โวยวายออกมายกใหญ่ ทว่าเสียงก่นนั้นกลับไม่เข้าหูของหญิงสาว ตอนนี้ตรงหน้ามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ <กิกันเต้เซนทิพีทเมื่อเธอเข้ามาใกล้,ศัตรูตรงหน้าก็แสดงท่าทีแข็งกร้าว ที่ปากของมันเกิดฟองฟอดสีเขียว จากนั้นตะขาบยักษ์จึงแผดร้องพร้อมกับพ่นของเหลวนั้นออกมา

————มันคือกระสุนพิษ

ระวัง..!!”

แทงก์เกอร์ร้องเตือน กระนั้น,ฝ่าเท้าของซัสชาก็ยังสับขาก้าวต่อราวกับไม่หวาดหวั่นต่อกระสุนพิษซึ่งกำลังจะโถมเข้าใส่ พริบตานั้นตรงหน้าเธอก็ปรากฏแสงสีเหลืองขึ้น

วิชาศักดิ์สิทธิ์,โล่แสง • กรีมวอร์ด!!”

วิ้งงงงงงง!!

โล่โปร่งแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขวางกั้นพิษได้อย่างทันท่วงที ทุกคนล้วนอึ้งตะลึงด้วยนึกไม่ถึงว่าเธอจะมี <วิชาศักดิ์สิทธิ์และนำมาใช้แบบนี้ กระทั่งไรแรคก็ยังทึ่งว่าเพื่อน(ชั่วคราว)คนนี้กลับมี <วิชาศักดิ์สิทธิ์มากกว่าหนึ่ง ซัสชาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

————เธอพุ่งตรงเข้าหามันแล้วแทงดาบใส่ทันที

เคร้ง!!

.........!”

ทว่าผลลัพธ์กลับเป็นความล้มเหลว,ดาบของเธอนั้นไม่อาจทำอะไรมันได้ ดูท่าเปลือกแข็งรอบตัวนั่นจะเป็นอุปสรรค แม้จะเห็นซัสชาใช้ <วิชาศักดิ์สิทธิ์อย่างหมดจด แต่สุดท้ายเมื่อการจู่โจมนั้นกลับลงเอยเช่นเดียวกับเขา,พวกนักผจญภัยทั้งสามก็เหมือนได้สติ

ถอยออกมาได้แล้ว!! แรงแขนเล็กๆแบบนั้นทำอะไรไม่ได้หรอก!”

แทงก์เกอร์ว่า ชายคนนี้รู้สึกขัดใจเล็กน้อยที่เห็นซัสชาจะแย่งผลงานของตนไป หญิงสาวแม้จะได้ยินคำไล่,แต่ตัวเธอก็ยังประชิดกับ <กิกันเต้เซนทิพีทซ้ำยังหลบหลีกการจู่โจมอื่นๆได้อย่างง่ายดายชวนให้ตัวลุยอย่างแทงก์เกอร์ยังต้องอิจฉาและหมั่นไส้ในเทคนิคนั้น

ก่อนที่พวกเขาจะได้โพล่งคำอะไรไปมากกว่านี้ ตอนนั้น,ซัสชาก็กระทำการอันอุกอาจซึ่งชวนให้ทุกคนตะลึงปรากฏอีกครั้ง เธอตั้งสองนิ้วที่จู่ๆก็มีแสงสีส้มประกายแดงขึ้นลากผ่านใบดาบ

วิชาศักดิ์สิทธิ์,เพลิงโชติช่วง • อเบลซ!!”

วิ้งงงงงง!!

นั่นคือ <วิชาศักดิ์สิทธิ์อีกเช่นกัน ประกายที่ปลายนิ้วได้ถูกถอดถอนออกไปเป็นเปลวเพลิงสว่างลุกไหม้อยู่บนคมดาบของ <เคลย์มอร์แทน เมื่อมาถึงขนาดนี้ไรแรคก็หยุดอาการตื่นตระหนกได้สำเร็จพลางคิดว่า <วิชาศักดิ์สิทธิ์ของเธออาจมีมากกว่านั้นก็ได้อยู่ลึกๆ

———— รวมถึงเรื่อง <ตระกูลดาบที่เขาเชื่อหมดใจแล้วว่าเธอเป็นหนึ่งในนั้น

บ้าน่า!? <วิชาศักดิ์สิทธิ์สองอย่างงั้นเหรอ!? แค่อย่างเดียวมันก็ต้องฝึกเป็น 5-6 ปีแล้ว เป็นไปได้ยังไง,ที่เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้––” นักผจญภัยทั้งสามทำหน้าเหวออย่างชัดเจน

คมดาบซึ่งชุบไปด้วยเพลิงสีส้มเมื่อกวัดแกว่งจึงดูคล้ายกับดอกไม้ไฟในถ้ำสลัวดูสวยงาม ยามนี้ทุกคนล้วนถูกความงดงามของอาวุธความงดงามของท่วงท่าและความงดงามของซัสชาเข้าปกคลุม ดาบเพลิงนี้เมื่อฟันออกไปสะเก็ตสีเหลืองชาดจะสาดกระเซ็นกับเปลือกของ <กีกันเต้เซนทีพีทก็จริงว่าที่ผลลัพธ์นั้นดีเป็นเพราะเปลวเพลิงบนดาบนั่น ทว่าถึงอย่างนั้นมันก็ยังฟันไม่เข้า

ฉะนั้นหากสังเกตให้ดี,จะพบว่าเป้าจู่โจมของซัสชาจะเป็นตำแหน่งเดิมและเป็นรูปแบบทะลุทะลวงอย่างการแทงออกไปทุกครั้ง บนเปลือกแข็งนั้นจะมีจุดหนึ่งเป็นสีทองแดงร้อนฉ่าดูสะดุดตา

————นั่นเป็นตัวบ่งบอกได้ดีเยี่ยมว่า <กิกันเต้เซนทิพีทบาดเจ็บ

กร๊อบ!

กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ~~~!!

ดังนั้นดาบสุดท้ายนี้จึงแทงทะลุเข้าหัวของมันได้สำเร็จ ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อดาบยังคาอยู่ซัสชาก็บรรจงกดดาบลากลงมาผ่ากลางออกจนร่างของ <กิกันเต้เซนทิพีทถึงกับแยกออกเป็นสองซีกชวนน่าขยะแขยงกว่าแต่เดิมที่มีอยู่ มันดิ้นพร่าไปอีกพัก,ก่อนจะสิ้นลมหายใจอยู่แทบเท้าเธอ

ยัยนี่มันอัจฉริยะวงการดาบชัดๆ” แม้ไรแรคจะพูดลอยๆแต่นักผจญภัยอีกสามก็คงเห็นด้วยกับคำพูดนี้ ไรแรคเดินเข้าไปใกล้กับซัสชาโดยรู้งาน จากนี้คือการแร่เอาวัตถุดิบขากบอสตัวนี้

ไรแรค,เอาแค่เกราะของมันพอ

เอ๋แต่เจ้านี่มีถุงพิษนะ,แล้วไหนจะขาจะหาง

ขาของมันมีความแข็งทนทานทั่วๆไป ส่วนถุงพิษน่ะนายรู้วิธีเก็บรักษากับเอามันออกมางั้นเหรอถ้าพลาดขึ้นมามันจะติดพิษเอาซะเปล่าๆนะ

เข้าใจล่ะ

ไรแรคทึ่งกับแนวคิดวิเคราะห์ของซัสชาอยู่พอตัว,ทั้งคู่ลงมือหั่นชิ้นส่วนเปลือกของมันก่อนจะแพ็คเข้าสู่กระเป๋าเป้บนหลังของชายหนุ่ม ขณะจะลุกขึ้นไปต่อจู่ๆพวกเขาก็ถูกทัก

เดี๋ยวก่อนสิ,พวกนาย

เป็นกลุ่มนักผจญภัยของแทงก์เกอร์ซึ่งมีกรมสิทธิ์ในการสังหาร <กิกันเต้เซนทิพีทนั่นเอง เมื่อเจอแบบนี้ไรแรคก็เริ่มหวั่นๆแล้วว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?

มีอะไรงั้นเหรอ?” ซัสชาว่า

ขอพูดตรงๆนะ,เมื่อครู่ชั้นไม่ชอบใจเอาซะเลยที่เธอมาแย่งเหยื่อชั้นไป แต่ว่าพอได้เห็นฝีมือ,ชั้นก็รู้สึกสนใจในความแข็งแกร่งนั่น จะไม่ดีกว่าเหรอหากพวกเรามาปาร์ตี้ด้วยกัน..?”

ไม่ล่ะ

———— สมกับเป็นซัสชา

เฮ้ย!? ทำไมล่ะ..ทางนี้น่ะมีคนครบตำแหน่งเลยนะ,ทั้งเวทย์ดาบระยะไกล ถ้าเธอได้พวกชั้นไปร่วม,พวกเราก็จะไปชั้นอื่นได้สบายแท้ๆ เธอมีเหตุผลอะไรรึไง,ถึงไม่อยากปาร์ตี้ด้วย?”

พวกนายกระจอกเกินไป,มันเกะกะน่ะ

........”

————ตรงไปแล้วโว้ย!!

†††

 

ฟิ้วดีนะ,ที่ไม่มีเรื่อง ปากเธอนี่พาซวยชะมัด

ก็พวกนั้นมันกระจอกจริงๆนี่

————ถึงได้บอกว่าตรงเกินไปไงเล่า!

ชายหนุ่มสบถในใจ,นับว่าดีที่พวกนั้นไม่เอาเรื่องซัสชา คำพูดดูหมิ่นว่าอ่อนแอกับนักผจญภัยนั้นจัดว่าเป็นของต้องห้ามเลยทีเดียว การที่พวกเขายังอุตส่าห์แยกตัวออกมาได้โดยไม่มีการปะทะกันจึงถือเป็นเรื่องดี ซึ่งความจริงเป็นเพราะพวกนักผจญภัยกลุ่มนั้นเห็นความสามารถของซัสชา

————ส่วนหนึ่งจึงทำให้ไม่อยากจะเสี่ยง

หลังจากที่จัดการ <กิกันเต้เซนทิพีทดูเหมือนเลเวลของซัสชาจะเพิ่มเป็น V(5) ได้ด้วยดี พอนึกแบบนี้,ไรแรคก็เกิดสงสัยเรื่องจำนวน <วิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ซัสชามีอยู่,เขาจึงถามออกไป

มีแค่ 5 อันน่ะ

ห้าเลยเหรอ!? นี่เธออายุเท่าไหร่เนี่ย..?”

เสียมารยาท! คิดยังไงถึงถามแบบนี้กับผู้หญิงน่ะ”

เอ่อ...โทษทีละกัน”

เท่าที่ดูน่าจะเด็กกว่าไรแรคซึ่งอายุ 20 อยู่ไม่มากก็น้อย เมื่อเทียบกันแล้วตัวเขาก็แทบจะกระอักเลือดตัวเอง ทั้งที่เป็นวัยหนุ่มสาวเหมือนกันแท้ๆ แต่กลับทำอะไรๆได้ดีกว่าเสียซะจนไรแรครู้สึกด้อยค่า

แต่ของพวกนั้นมันต้องใช้เวลาฝึกกันเป็นปีๆเลยนะ,นี่เธอไปทำอีท่าไหนกันถึงได้––”

เป็นเพราะเคล็ดวิชา <ตระกูลดาบน่ะ

ค–เคล็ดวิชา?” ไรแรคถึงกับหูผึ่ง

อืม,ที่ตระกูลตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษก็จะมีการตกทอดวิชามาเรื่อยๆ การสอนเองก็เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งให้กับลูกหลาน พวกเราซึ่งจับจุดการได้มาของ <วิชาศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าคนภายนอกจึงสามารถฝึกมันได้โดยใช้เวลาแค่ปีหรือสองปีเท่านั้น

อย่างนี้นี่เอง,เพราะคนทั่วไปไม่ค่อยรู้ว่าจะต้องทำวิธีแบบไหนถึงจะได้ <วิชาศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นก็เลยงูๆปลาๆเดินไม่ถูกเส้นทางสินะ

ตามนั้นแหละ,แถมแต่ละวิชาก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป อย่างบางตัวต้องให้ยืนอาบแสงจันทร์เป็นเวลา 3 วันโดยไม่ขยับเขยื้อนหรือไม่ก็วิ่งบนน้ำให้ได้ซัก 4 ก้าวอะไรแบบนี้น่ะ

ไอ้ของแบบนั้นมนุษย์มันจะไปทำได้ไงเล่า!?”

ทำได้สิ,เพราะทั้งสองอย่างที่ว่ามานั่นชั้นเคยทำมาหมดแล้ว

งั้นเหรอว่าแต่เอาเคล็ดลับมาบอกชั้นแบบนี้มันจะดีเหรอ?”

พูดยังกับว่านายจะเอาไปฝึกงั้นแหละ คนที่แต่งตัวปลอมเป็นบาทหลวงทั้งที่เป็นมิจฉาชีพน่ะ,ยังไงก็คงเป็นพวกไม่ชอบความลำบากอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะแล้วถ้าคิดจะเอาข้อมูลนี้ไปขาย,คิดว่าจะมีคนเขามาเชื่อนายซักกี่คนกันล่ะ?” ซัสชาว่าไม่แยแส

.....เออ,ถึงไม่อยากจะยอมรับ แต่ที่ว่ามามันก็จริง

————เขาได้แต่เดินไปข้างหน้า

ในชั้น 3 นี้,เมื่อเข้ามาแล้วก็พบว่ามีป่าไม้น้อยลงและสภาพแวดล้อมเริ่มมีหินงอกหินย้อยเข้ามาแทน ทั้งคู่เดินทางไปได้อย่างราบลื่น นอกจากชั้นนี้คนจะน้อยแล้วดูเหมือนมอนสเตอร์เองก็คงมีอยู่ในประมาณเดียวกัน ทางเดินซึ่งน่าจะผ่านมาได้ครึ่งทางนี้กลับพบเจอเพียงแค่ <กิกันติคแบทและนักผจญภัยเพียงสองถึงสามกลุ่ม ดังนั้นบรรยากาศจึงดูอึมขรึมอยู่พอควร

————ไรแรคเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากพูดคุย

ว่าแต่..ทำไมเธอถึงคิดจะลงดันเจี้ยนมีเป้าหมายอะไรงั้นเหรอ?” ความจริงคำถามนี้น่าจะเป็นสิ่งแรกที่ตัวเขาควรจะถาม ทว่าด้วยเหตุการณ์อันน่าทึ่งต่างๆจึงทำให้ชายหนุ่มลืมเรื่องนั้นไป

ชั้นอยากจะแข็งแกร่ง” ซัสชาตอบ

แข็งแกร่ง..งั้นเหรอแต่เธอในตอนนี้น่ะ––”

ยังหรอก,ก็จริงถ้าให้เทียบกับคนทั่วไปชั้นน่ะจัดว่าเหนือกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าแค่นี้น่ะมันไม่พอ,สำหรับคนใน <สิบตระกูลดาบไม่ว่าใครก็สามารถทำได้

————เธอหยุดเท้าแล้วกำหมัดแน่น

ชั้นจะต้องแข็งแกร่งและแสดงให้พวก <ตระกูลดาบทุกคนเห็นว่า <ดาบเวทย์เพอร์ตินไม่ใช่ความล้มเหลว..ไม่ใช่ดาบที่อยู่ลำดับสุดท้ายของวงศ์ <ตระกูลดาบทั้งหมด เพราะงั้นชั้นถึงฝึกตัวเองให้มากขึ้นเพื่อจะได้ <เพอร์ตินมาไว้ครอบครอง

......”

ความล้มเหลว <เพอร์ตินถูกเรียกแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในหน้าประวัติศาสตร์ซึ่งคล้ายกับบทกวีวรรณกรรม ครั้งหนึ่ง <เพอร์ตินเคยถูกใช้สังหารมังกรยักษ์มาก่อนบวกกับอำนาจวิเศษมากมายมันจึงกลายเป็น <ลีเจนดารี่ไอเทมทว่าก่อนหน้านั้น <เพอร์ตินก็มีความอัปยศแฝงอยู่

————เพอร์ติน คือดาบเวทย์ที่ไม่อาจตัดผ่านเวทย์ได้

ในการต่อสู้กับมารดาแห่งเกรนเดล,เบโอวูล์ฟก็ได้ทราบเรื่องนี้ แม้จะถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ดาบไม่สามารถตัดผ่าน <เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ได้ ทว่าในหมู่ <ตระกูลดาบทั้งสิบไม่ว่าจะเล่มไหนก็ล้วนมีประวัติว่าเป็นศาสตรากายสิทธิ์ที่ปัดเป่ามนต์ขลังได้ทุกชนิด

————ดังนั้น <เพอร์ตินจึงกลายเป็นสิ่งที่ผิดแปลกสำหรับ <สิบตระกูลดาบ>

..หรือก็คือเธอเข้าดันเจี้ยนมาเพื่อเอาประสบการณ์งั้นเหรอ?”

ไม่ใช่แค่นั้น,ชั้นต้องเก่งให้มากพอที่จะถูกดาบและผู้อาวุโสรับเลือกเป็นผู้ถือครอง ชั้นปรารถนาจะไขว่คว้า <เพอร์ตินมาเป็นของตัวเองตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ

เป็นความฝันที่ดีนี่

จะไม่ใช่แค่ฝันหรอก,ชั้นต้องเอา <เพอร์ตินมาให้ได้ แล้วจากนั้นดาบอีกเก้าเล่มไม่ว่ายังไง,ชั้นก็จะหักให้เละไปพร้อมกับความภาคภูมิใจบ้าๆนั่นด้วย <เพอร์ตินนี่แหละ

....เหมือนจะพูดเรื่องที่ดูน่ากลัวออกมาแล้วนะ?”

————คิดถูกไหมเนี่ย,ที่ชวนยัยนี่คุย

พวกนักสู้นี่สมองก็มีแต่เรื่องฝึกจริงๆนั่นแหละ ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเป็นพวกบ้าระห่ำแบบนี้ ระหว่างคิดเรื่องอื่นไปพลาง,ทันใดนั้นเองซัสชาก็วกกลับมามองอย่างจริงจัง

มีอะไรงั้นเหรอ?”

ตึกๆๆๆๆ

เฮ้ย,ทำไมต้องย่ำเท้าแรงขนาดนั้นด้วย ลแล้วทำไมต้องชักดาบออกมา เหวอออ!!

ฉัวะ!!

ไรแรคหวีดร้อง,มือทั้งสองถูกยกขึ้นจับศีรษะตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อมองโดยถี่ถ้วนกลับพบว่าวิถีดาบนั้นไม่แทงมายังจุดใดของร่างตน,กลับกันแล้วมันเป็นด้านหลังของเขาต่างหาก

กั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ~~!!

ดาบนั้นพุ่งทะลุกะโหลกของสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายกับสุนัขยืนสองขา ร่างของมันชักกระตุกก่อนจะสิ้นใจนอนพับลงกับพื้น,จนชายหนุ่มได้สติแล้วถึงกับใจหายวาบ

————แสดงว่าตะกี้เขาถูกมอนสเตอร์ตามหลังมางั้นเหรอ?

หืมไอ้นี่มัน <โคบอลต์นี่หว่า

ถึงเขาจะไม่เคยเจอตัวจริงแต่ก็เคยเปิดดูเล่นๆใน <สารานุกรมปีศาจมาก่อน มันคือสิ่งมีชีวิตประเภทอมนุษย์ซึ่งมีศีรษะเป็นสุนัขบ้านและตัวเป็นคน เลเวลของมันถูกจัดไว้ที่ V(5) สมองของมันแม้จะด้อยกว่ามนุษย์แต่โดยรวมก็ถือว่าฉลาดกว่าลิงและสามารถประดิษฐ์คิดค้นอาวุธแบบดั้งเดิมได้

อย่างในมือเจ้าตัวนี้ก็ปรากฏขวานหินผูกติดกับแท่งไม้ ถ้าตะกี้ซัสชาไม่สังเกตแล้วเข้าช่วยเหลือ,ป่านนี้หัวของไรแรคก็คงหลุดกระเด็นไปแล้วก็ได้

ระวังตัวด้วย,รู้สึกว่ามันจะไม่ได้มีแค่นี้

หามีอีกตัวงั้นเหรอ?”

ไม่ใช่หรอก

ซัสชานิ่งอยู่กับที่,ดาบถูกกระชับแน่นขึ้นจนดูแข็งกระด้าง ตอนนี้ไรแรคเหมือนสัมผัสได้ถึงเค้าลางแห่งความวุ่นวายได้เล็กน้อย บรรยากาศรอบๆตัวซึ่งแต่เดิมเงียบสงบจู่ๆก็มีเสียงหอนของสัตว์ป่าดังก้อง ตัดผ่านความมืด,ดวงตาสีอัมพันนับสิบๆคู่ก็สาดส่องมาชวนเสียวสันหลัง

..เพราะแบบนี้ระหว่างทางถึงได้ดูเงียบๆสินะ

————ซัสชาผงกศีรษะ,ยอมรับความเห็นของไรแรค

พวกเราโดนล้อมไว้แล้วล่ะ

†††

 

พวกเราโดนล้อมไว้แล้วล่ะ

ว–ว่าไงนะ..!?”

คำพูดของซัสชาส่งผลให้ไรแรคชะงัก ขาของเขาสั่นไม่ใช่สั่นสู้ แต่เป็นสั่นกลัวด้วยจิตใต้สำนึก สำหรับตัวชายหนุ่มนั้นย่อมรู้ดีว่าแม้ข้างกายจะมีเด็กสาวจาก <สิบตระกูลดาบคอยต่อสู้ ทว่าส่วนนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องของส่วนนั้น เพราะต่อให้เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ยังไงแต่ศัตรูรอบทิศทางนี่ก็คิดว่าไม่ไหว

———ใช่ ลึกๆแล้วไรแรคกลัวว่าเด็กสาวคนนี้จะมุ่งเน้นสติไปที่การต่อสู้จนไม่มีเวลามาปกป้องเขาอีกทีนึง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแสดงว่าหนนี้เขาคงต้องช่วยตัวเองให้รอดพ้นไปจากวิกฤตนี้ให้ได้

ตอนนั้นเองที่เหล่าโคลบอลต์จำนวน 8 ชีวิตก้าวเท้าเผยตัวออกมา

อึก..!” พอเห็นอย่างนั้น ไรแรคก็ถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ผิดกับซัสชาที่ยิ้มอย่างมั่นใจ

จะลุยล่ะนะ!”

ขอไม่ลุยได้ไหมเนี่ย..!?”

โดยไม่ทันได้คำตอบ ซัสชาก็ตบเท้าหนักทะยานออกไป เข้าประชิดต่อโคบอลต์หนึ่งในสามด้านหน้า ขณะเดียวกันไรแรคเองก็กัดฟันกรอดคว้าขวานหินของโคบอลต์ที่ตายมาไว้ในมือเตรียมตั้งรับ

.......

———โคตรอนาถ แต่สิ่งที่เขาทำได้ล้วนมีเพียงเท่านี้

สถานะของชายหญิงนั้นช่างสลับบทบาทกันเสียนี่กระไร

วิชาศักด์สิทธิ์,เพลิงโชติช่วง • อเบลซ!!”

ซัสชาลูบสันดาบเป็นแนวก่อเกิดเป็นเพลิงสีชาดขึ้นปกคลุมไปทั่วผืนโลหะ จากนั้นจึงเสือกแทงเข้าใส่โคบอลต์ตรงหน้าไร้ซึ่งความปราณี ฟุ่บ! กระนั้นดาบนี้กลับกลายเป็นจั่วลม ศัตรูตรงหน้าเธอนั้นเป็นมอนสเตอร์ที่มีสติพอๆกับสัตว์จำพวกลิง ดังนั้นทันทีที่เห็นการจู่โจมในใจของมันก็ได้คิดหลบหนีไว้แล้ว

เมื่อจู่โจมพลาด การจะชักดาบกลับเลิกท่าลงล้วนต้องใช้เวลาอย่างต่ำราวๆ 1 วิฯ โคบอลต์หนึ่งในนั้นซึ่งมองเห็นจุดบอดจึงยกขวานหินขึ้นเหนือศีรษะแล้วฉีกยิ้มออกมาราวกับได้รับชัยชนะ

.....ซึ่งตรงจุดนั้นนับว่าเป็นความเข้าใจแบบผิดๆ

กระบวนท่าของซัสชานั้นไม่ใช่จุดอ่อน วิชาดาบที่เธอใช้คือวิชาดาบ <สำนักเพอร์ตินสุดยอดวิชาดาบในตำนานของ <สิบตระกูลดาบซึ่งมีคติประจำใจไว้อยู่บทหนึ่ง

คือ ดาบสิ้นคนไม่สิ้น

ชั่วขณะก่อนขวานจะกระทบกายนั้นฝ่ามือของหญิงสาวก็ทะยานสวนกลับไปยังลิ้นปี่ของโคบอลต์เต็มกำลัง เสียงอันแผ่วเบาของเธอดังเล็ดรอดออกมาเล็กน้อย

วิชาศักด์สิทธิ์,ฝ่ามือปะทุ • อิมแพค

ป่งงงงงงงปรากฏเสียงกัมปนาทดังขึ้นระหว่างหนึ่งคนและหนึ่งอมนุษย์

ผลลัพธ์นี้ทำให้ขวานของมันถูกหยุดลง ขณะเดียวกันร่างของโคบอลต์ก็ถูกแรงปะทะของวิชาศักด์สิทธิ์บีบอัดเข้าที่หัวใจจนยุบ เจ้าของร่างหนาถึงกับผงะก่อนจะเซไปสามก้าวอาเจียนเลือด

ก–กรรรรรรร....รร..

แล้วสิ้นใจตายลงทั้งอย่างนั้น

ความแข็งแกร่งนี้ทำเอาโคบอลต์ที่เหลือถึงกับตะลึง ท่าทีเป็นศัตรูเมื่อครู่ได้เลือนหายไปจนหมด ที่เห็นอยู่ตรงหน้าไรแรคนั้นก็คือสุนัขยืนสองขาที่กำลังหงอจนหูลู่ตาตก ทั้งอย่างนั้นแล้วก็ยังมีพวกมันบางส่วนที่ใจใหญ่พุ่งเข้าหาซัสชาอย่างไม่เกรงกลัว

ฉัวะ!

ผลลัพธ์ก็คือหัวหลุดกระเด็น

จะน่ากลัวเกินไปแล้ว..! ไรแรคคิดอย่างนั้นโดยเชื่อว่าพวกโคบอลต์เองก็คงนึกไม่ต่างกัน สุดท้ายพวกมันก็ทนแรงกดดันไม่ไหวจึงหันหน้ากลับไปแล้วหนีหายกันคนละทิศ

หนอยอย่าหนีนะ..!”

ซัสชาคำรามพร้อมกับใช้วิชาศักด์สิทธิ์เฮสท์เพิ่มความเร็ว แม้มอนพวกนี้จะเป็นสัตว์ป่าจำพวกความคล่องตัวสูง ทว่าต่อให้เป็นอย่างนั้น แต่ต่อหน้าวิชาศักด์สิทธิ์และหญิงสาวจาก <สิบตระกูลดาบนั้นตัวไรแรคก็ทราบดีว่าพวกมัน 8 ชีวิตที่เหลือจะพบจุดจบยังไง

.....ต่องแต่ง

5 นาทีต่อมาโคบอลต์ไร้ร่างก็ห้อยต่องแต่งอยู่ในมือซัสชาอย่างน่าอนาถ ไรแรคอึ้งพร้อมกับคิดว่าใครเป็นศัตรูกับเจ้าหล่อนทีก็ถือว่าย่างเข้าประตูนรกแล้วครึ่งก้าว ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดแล้วว่า

ห–ให้เก็บดรอปไหม?”

ไม่ต้อง พวกขนเฟอร์ที่บ้านชั้นมีเยอะอยู่แล้ว

อุหวา...นี่หล่อนจะบอกว่าทางบ้านฆ่าไอ้พวกนี้ไปเยอะแล้วงั้นดิไรแรคลอบนึกขึ้นมาเบาๆ จากนั้นหญิงสาวตรงหน้าจึงย้ำ “ไปต่อเถอะ” แล้วเดินนำหน้าเขาไป

บริเวณนี้ล้วนเป็นถ้ำหินย้อย ตลอดทางล้วนว่างเปล่าไร้ซึ่งร่องรอยศัตรู พวกเขาก้าวเดินไปเรื่อยๆโดยหนึ่งมั่นคงและอีกหนึ่งกังวลเล็กน้อย จากนั้นทางเบื้องหน้าจึงขยายออกเป็นโถงขนาดใหญ่

———ที่ปรากฏตรงหน้านั้นคือห้องบอส

หนนี้ไม่มีใครนักผจญภัยอยู่หน้าประตูเลยแม้แต่น้อย

บอสของชั้น 3 งั้นเหรอ?”

ไรแรคเปล่งเสียงพร่าแฝงอาการเคร่งเครียดเอาไว้ ขณะเดียวกันซัสชาเองก็มียืนขบคิดบางสิ่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทัก “ลองดูเถอะ” แล้วผลักประตูหินสูง 4 เมตรเข้าไปโดยมีผมตามติด แอ๊ด! ประตูบานนี้มีเสียงฝืดเล็กน้อย กระทั่งพอก้าวเท้าเข้าไปครบองค์ ประตูจึงปิดลงดัง ตึง! อย่างน่าหวาดหวั่น

แร่ฟูลเรี่ยมในนี้มีไม่ค่อยเยอะ ดังนั้นภาพตรงหน้าจึงเป็นแสงสลัวดูไม่ถนัดตา

กร้วม!

กระนั้นเสียงที่ได้ยินกลับดังฟังชัด

กร๊อบ!

สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังนั่งหันหลังให้กับทั้งสองคน ขณะเดียวกันเจ้าสิ่งนั้นก็เหมือนกับกระทำการบางอย่างอยู่ มีเสียงผุๆราวกับไม้และเสียงฉีกกระชากราวกับผ้าขาดดังออกมาเป็นพักๆ

ทันใดนั้นใบหน้ายาวก็หันมามองด้วยสายตาเย็นเยียบ

“...........!”

ไรแรคถึงกับหยุดหายใจ

———ใบหน้าซึ่งเปื้อนเลือดเปรอะปากและลำตัว กับคมเขี้ยวอันแหลมคมซึ่งห้อยคาไว้อวัยวะแขนขาของมนุษย์ มันอ้าปากเคี้ยว กร้วมๆ ทั้งที่สองตายังคงจับจ้องมาทางพวกเขาอย่างสงบนิ่ง

ในช่วงเวลานั้นไรแรคจึงรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัว

ขาของเขากำลังสั่นไม่หยุด ส่วนฝ่ามือก็ชื้นแชะไปด้วยเหงื่อ

นี่มันงานใหญ่เลยนะเนี่ย ไรแรค รีบตรวจดูระดับของมันเร็ว

อะ.....อะ.....อ่ะ.....อ่ะ.....”

ไรแรคนี่ไรแรค!”

ไม่ไหว ขาของเรามันขยับไม่ได้เลย ร่างกายของเราจู่ๆก็ไม่มีแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น

———เรากำลังกลัวอยู่กำลังกลัวเจ้านี่จนไม่สามารถขยับตัว!

ไรแรค..!!”

เปรี้ยง! ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าจึงหมุนวนในชั่ววูบ ชายหนุ่มถูกซัสชากระชากคอเสื้อปลิวไปอีกฝากหนึ่งของห้อง ขณะเดียวกันพื้นที่เดิมซึ่งไรแรคยืนอยู่เมื่อครู่กลับกลายเป็นร่องเล็บขนาดใหญ่ขึ้นแทน เพียงแค่กำลังเพียวๆของอีกฝ่าย ก็ถึงกับทำให้พื้นหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หญิงสาวตระกูลดาบขมวดคิ้วแน่นเผยแววไม่สู้ดีนัก ก่อนจะชักดาบเคลย์มอร์ออกเตรียมเข้าวงปะทะ เธอร่ายคำ

วิชาศักด์สิทธิ์,เร่งความ––

เปรี้ยง!

ทันใดนั้นกรงเล็บที่สองก็ทะยานเข้าตามติด ส่งผลให้ซัสชาต้องเงียบเสียงลง แรงปะทะจากดาบและกรงเล็บนั้นก่อเกิดเป็นสะเก็ดสีไฟสีแดงส้มก่อนจะคลายตัวออกไปกลายเป็นแรงอัดกระแทก ส่งร่างของหญิงสาวกระเด็นออกไปปะทะเข้ากับฝาผนังอย่างจังจนสำรอกเลือดออกมาคำนึง

ซัสชา..!”

ตอนนั้นไรแรคถึงได้สติ เขาวิตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะเดียวกันในใจก็เริ่มด่าทอต่อความห่วยแตกของตัวเอง ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่เวลาให้มานั่งโทษนั่นโทษนู่น เขายก <สารานุกรมปีศาจไปทางมอนสเตอร์อย่างร้อนรน วิ้งหนังสือเปล่งแสงครู่นึง ก่อนจะพลิกหน้าออกไปด้วยเจตจำนงของมัน

———ศัตรูคือ <ไลแคนเลเวล X(10)

เลเวลสิบ..!? หมายความว่าไงทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมีแต่พวกเวลห้าแท้ๆ

เปรี้ยง! เกิดเสียงกัมปนาทดังก้องอีกครั้ง เมื่อไรแรคมองไปข้างหน้าก็พบกับซัสชาที่เลือดอาบแขนข้างหนึ่งในสภาพทุลักทุเล แค่ดูเขาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังพบศึกหนัก ซัสชาขณะนี้กำลังเสียเปรียบอยู่!

ทั้งที่รู้อย่างนั้น แต่ตัวเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้

.....เพราะไรแรคนั้นอ่อนแอเกินไป

กรอด!” เขาลอบกัดฟันแน่น ไรแรครู้ดีว่าตัวเองนั้นน่าสมเพชขนาดไหน ไอ้การให้เด็กผู้หญิงอายุ 15 มาคอยรับภาระอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ตัวเองนั่งสบายไม่ทำอะไรน่ะ———

ใครมันจะไปยอมรับกันล่ะโว้ยยย..!”

ขวานหินที่ได้จากโคบอลต์ถูกขว้างออกไปเป็นวงเข้าใส่ไลแคนอย่างเต็มกำลัง ถ้าสู้ไม่ได้ อย่างน้อยแค่ขัดขวางก็ยังดี ไรแรคคิดอย่างนั้น แล้วขว้างปาทั้งหินและสิ่งของจากในกระเป๋า <ซัพพอร์ทเตอร์เข้าใส่ไลแคนอย่างไม่ไว้หน้า ส่งผลให้การจู่โจมของมันถูกขัดขวางไปครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนั้นดวงตาของมันจึงปราดมองมายังไรแรคแทน

อายคอนแทคนี้ได้เผยเจตนาฆ่าฟันออกมาอย่างเด่นชัด

ซ–ซวยแล้ว...

†††

 

ฮู่มมมมมมมมมมม~!”

ไลแคนคำรามลั่น มือทั้งสองง้างออกเป็นกรงเล็บพร้อมกับถีบตัวเท้าทะยานเข้าใส่ ชั่ววินาทีนั้นถ้าหากไม่หลบล่ะก็มีหวังตายแน่ ไรแรคซึ่งตื่นตัวผิดกับตอนแรกจึงตบเท้าพุ่งฉากออกไป

เชียะ!

อึก..!” เล็บของไลแคนนับว่าเร็วไปก้าวนึง ดังนั้นที่แก้มซ้ายของเขาจะจึงถูกปะทะเข้าไปเล็กน้อย ถือว่าโชคดีที่เป็นเพียงแค่แผลถากๆ มีเพียงแค่เลือดหนึ่งสายเท่านั้นที่ซึ่มออกมาเบาๆ เมื่อทั้งสองต่างพุ่งเลยผ่านไปจึงทำให้นี่เป็นโอกาสแก่ไรแรคมุ่งหน้าไปหาซัสชาที่ด้านหลัง เขาว่า

เจ้านั่นคือ <ไลแคนเลเวล X(10)

อืม เท่าที่เห็นก็น่าจะระดับนั้นล่ะนะ” ซัสชาเอ่ยตอบราบเรียบยากจะเข้าใจได้ว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกยังไง เธอทำท่าขบคิดในใจครู่ ก่อนจะกล่าวต่อ “ชั้นมีแผนอยู่ นายจะเอาด้วยไหม?”

เอ๋ไม่ต้องหรอก ชั้นน่ะ––

ฟังนะ แผนนี้นายจะต้องเป็นตัวล่อเป้าให้ชั้นได้หาโอกาส

ก็บอกไม่เอาไงละเฮ้ย!?”

ฮู่มมมมมมมมมม~!” ทันใดนั้นไลแคนก็ทะยานเข้าใส่ โดยเป้าหมายของมันนั้นก็คือไรแรค ดวงตากลมโตของสัตว์หน้าขนนั้นเปล่งประกายอาฆาต ซัสชาว่า “วิ่งสิ!”

ในสถานการณ์นี้สำหรับตัวเขาคงไม่มีทางเลือกมากนัก

ไอ้เวรเอ๊ย!”

ไรแรคสบถแล้วพุ่งตัวหลบออกไป เปรี้ยงเขาหลบกรงเล็บแรกได้สำเร็จฝ่ามือของอีกฝ่ายนั้นจั่วลมลงไปปะทะกับพื้นหิน ทว่าก็เพียงแค่ท่าแรก ความคล่องตัวของไลแคนนั้นจัดว่าสูงล้ำผิดกับขนาดตัว จังหวะที่ไรแรคค้างตัวหลบอยู่กลางอากาศนั้นอุ้งเท้าหนาของมันก็พลันกระแทกหนักตบออกไป

เปรี้ยง!

จากนั้นเขาจึงถูกลูกถีบเข้าอย่างจังจนกระเด็นไปติดผนังห้อง “อ่อก..!?” ชายหนุ่มถึงกับกระอักออกมาคำโต คาดว่าอวัยวะภายในคงเจ็บอยู่หลายส่วน กระดูกหักรึเปล่านะเขาลอบนึกอย่างนั้น โดยคาดหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิด ท่ามฝุ่นควันตลบตรงหน้าก็เผยไลแคนย่างสามขุมเข้าใกล้

กรอด...” เพราะแรงถีบเมื่อครู่ได้เข้าไปทำลายอวัยวะของเขาอยู่หลายส่วน ดังนั้นไรแรคจึงไม่สามารถขยับได้ดังใจนัก เขาไอค่อกแค่กเป็นเลือดอีกคำ ก่อนจะทรุดลงเข่าแตะพื้นแทบสิ้นสติ

ขณะสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ทันใดนั้นที่ด้านของหลังของไลแคนก็เผยให้เห็นบางสิ่ง

———นั่นคือหญิงสาวจากตระกูลดาบ ซัสชา

ดาบเคลย์มอร์ซึ่งลุกโชนไปด้วยเพลิงจากวิชาศักด์สิทธิ์อเบลซได้ตวัดออกไปทิ้งเงาแสงให้เห็นดุจระบำดาบ ขณะคาดคิดว่าการลอบจู่โจมนี้จะสำเร็จ เปรี้ยง! ในชั่วแวบแล่นก่อนที่ดาบจะปะทะเข้ากับท้ายทอย ไลแคนก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างเร้นลับแล้วพลิกตัวสวนกลับด้วยสองเท้าหลัง

วิชาศักด์สิทธิ์,ฝ่ามือปะทุ • อิมแพค!!”

ป่งงงงเกิดเสียงปะทะอันหนักหน่วงระหว่างมันกับเธอ ฝ่ามือแรงอัดอากาศกับแรงกำลังขาของไลแคนต่างก็แตกโพลงออกทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้กลางอากาศ ขณะเดียวกันร่างที่ยังไม่ตกถึงพื้นดีของซัสชาก็ถูกอีกฝ่ายก็จ้องเล่นงานซ้ำอีกครั้ง นี่คือวินาทีเป็นตายของหญิงสาวเลยก็ว่าได้

เชียะ!

ทันใดนั้นขวานหินเล่มนึงก็ถูกขว้างใส่ มันเฉียดเข้าดวงตาของไลแคนอย่างจัง ส่งผลให้เจ้าสัตว์ร้ายสูญเสียการมองไปข้างหนึ่ง มันแผดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ตอนนั้นเองไรแรคก็คำรามลั่น

เอาเลย..ซัสชา!!”

คนที่ปาขวานเล่มนั้นก็คือเขานั่นเอง หญิงสาวซึ่งตกลงสู่พื้นอย่างสงบถึงกับเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอฉีกยิ้มออกมา พร้อมกับตะโกนกลับไป

ไม่บอกก็รู้น่า..!”

———ตึง! กำลังขาได้ชักนำให้ร่างบางทะยาน ออกดาบเคลย์มอร์ซึ่งปกคลุมไปด้วยผืนเพลิงจากวิชาศักดิ์สิทธิ์ได้โถมเข้าใส่เป็นเส้นตรงด้วยท่าเสือกแทง เป้าหมายนั้นมีเพียงแห่งเดียว

.....นั่นคือขั้วหัวใจ

สวบ!!

ดาบแทงทะลุอกออกไปกลางหลัง คมสีขาวเมื่อแทงเข้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำด้วยเลือด ไลแคนกู่ร้องยาวออกมาอย่างสาหัส ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันทรมานขนาดไหน ซัสชาหรี่ตาคมกร้าวแล้วว่า

ลาก่อน

คว้าก!! เป็นอีกครั้งที่เสียงลากเนื้อเฉือนกระดูกดังขึ้น ซัสชาบิดด้ามจับเป็นวงแล้วคว้านเนื้อตัดผ่านออกชายโครง ช่างเป็นการสังหารที่เด็ดขาด การจู่โจมอันหนักหน่วงส่งผลให้ไลแคนตัวสั่นงกขาล้มลงไม่มีแรงซึ่งจะยืนหยัดได้อีก ตึง! สุดท้ายร่างใหญ่โตจึงล้มลงไปกองกับพื้น ทิ้งรอยเลือดออกมาเป็นวง

.....พวกเขาปราบไลแคนได้สำเร็จ

ส–สำเร็จ” ไรแรคเป็นคนแรกที่กล่าว “สำเร็จแล้วใช่ไหม?”

อืม พวกเราทำสำเร็จแล้วล่ะ

ซัสชาตอบรับอย่างว่าง่ายพลางสะบัดใบดาบลงทิ้งรอยเลือดไว้กับพื้น เธอเดินผ่านไลแคนไปอย่างไม่แยแสแล้วว่า “นายเจ็บหนักนี่เอาโพชั่นชั้นไปสิ” จากนั้นเธอจึงโยนขวดแก้วซึ่งไว้ข้างเอวมาให้

ว–เหวออ!” ชายหนุ่มถึงปรือตาขึ้นรับไว้แทบไม่ทัน “ฟิ้วเซฟ!” พอรับลงได้โดยไม่ตกพื้นเขาจึงเป่าปากโล่งอก แล้วถาม “นี่คิดจะให้ชั้นจริงๆเหรอหลอดนึงก็หลาย GP อยู่นะ

จะกินไม่กิน?”

อ–เอ่อ งั้นกินล่ะนะ

ตอบกลับไปอย่างเก้ๆกังๆเสร็จ เขาก็เปิดจุกยกซดอย่างไม่เกรงใจ ความรู้สึกแรกนั้นคือสดชื่นราวกับดื่มน้ำหวาน ส่วนความรู้สึกที่สองคือร่างกายอุ่นร้อนขึ้นมาภายใน

จากนั้นอาการเจ็บปวดก็เลือนหายไปอย่างปลิดทิ้ง

———สุดยอดโพชั่นระดับสูงเหรอเนี่ย?

ไรแรคเข้าใจได้ทันที เพราะปกติโพชั่นทั่วไปจะไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในชั่วเสี้ยววิฯอย่างนี้แน่ จากนั้นเขาจึงเอ่ยแซวกลับไป “ของแพงน่าดูเลยนะ” ส่งผลให้ซัสชายิ้มโพชั่นของตนออกมาบ้าง

ก็ไม่แพงหรอก เพราะที่บ้านชั้นมีคนรู้สูตรยาน่ะ

เหก็สมแล้วล่ะนะที่เป็นตระกูลดาบ

ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ ที่บ้านใหญ่น่ะมี––

คว้ากกก!!

ทันใดนั้นบทสนทนาก็หยุดลง ซัสชาเอียงคอออกไปเล็กน้อย ไม่สิ....

———หัวของเธอกำลังลอยออกไป กำลังถูกกระชากออกด้วยอุ้งมือขนาดใหญ่ แรงตบมหาศาลนั้นส่งผลให้ศีรษะของเด็กสาวหลุดลอยไปดุจว่าวสายป่านขาด มันลอยกระแทกเข้ากับผนังก่อนจะกลิ้งโคโล่ลงมาไหลนองไปด้วยเลือดตามกฎของแรงโน้มถ่วง

ใบหน้าของซัสชาคือตาเหลือกลิ้นจุกปาก

เธอตายแล้ว เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น

ก–กรรรร..รร..รร..

ผู้กระทำนั้นก็คือมอนสเตอร์ เลเวล X(10) ไลแคน มันคำรามปนสำรอกเป็นเลือดลมหายใจอันรุนแรงนี้ก่อให้เกิดไอร้อนขึ้นกลางอากาศ มันยิ้มเหี้ยมประสานตาไปยังร่างไร้ศีรษะของซัสชา ท่าทีที่เห็นนั้นเหมือนกับพึงพอใจ จากนั้นไลแคนก็ล้มตึงสิ้นลมหายใจตายไปทั้งอย่างนั้น

ตรงหน้าของไรแรคคือหนึ่งศพนอนคว่ำกับอีกหนึ่งศพยืนโงนเงนถือโพชั่นไว้คามือ มีเลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกมาจากหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ ดังนั้นภาพตรงหน้าเขาจึงเป็นบ่อน้ำพุขนาดย่อม

ตุบ!

จากนั้นซัสชาไร้ศีรษะจึงล้มลงไปกองกับพื้นแบบเดียวกับไลแคนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

เลือดของเธอไหลเจิ่งนองเป็นทางยาว จนกระทบเข้ากับรองเท้าของไรแรค ทั้งที่รับรู้ได้อย่างนั้น แต่ตัวเขากลับยืนแข็งทื่อโดยไม่เขยื้อนหลบไปไหน ภาพตรงหน้าส่งผลให้ชายหนุ่มตกตะลึง ทุกอย่างรอบตัวล้วนขาวโพลนไปหมด ไรแรครู้สึกหูอื้อตาตึง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่หยาดน้ำตาได้ชโลมไปทั่วใบหน้า

ตัวเขาร้องไห้ น้ำตาสองสายไหลรินออกมาอย่างสงบนิ่ง

เขาไม่ได้สะอื้น แต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาเองอยู่ดี

อะไรนี่มันอะไรกัน..?

กรอดดด..” ชายหนุ่มกำหมัดแล้วกัดฟันแน่น ความรู้สึกต่อบางสิ่งได้ฉายแววขึ้นมาบนใบหน้า มันคือความสิ้นหวังรึว่าความโศกเศร้ากันแน่นะ ตรงจุดนี้มีเพียงไรแรคเท่านั้นที่รู้

.

.

มันคือความโกรธ

อีเวรเอ๊ยยย!!!”

ไรแรคคำรามดุจสัตว์ร้ายพร้อมกับง้างเท้าออกไปสุดหลัง

มึงทำบ้าอะไรลงไปวะห๊า!!?”

พล่อก! ซากศพของหญิงสาวถูกเตะเข้าอย่างจัง ก่อนจะตามมาด้วยการระดมเท้าของบาทหลวงนิกายไรแรคอย่างบ้าคลั่ง จนเธอแทบจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วขาดๆผืนหนึ่ง

บังคับให้กูลงดัน บังคับให้กูเสี่ยงชีวิต บังคับให้กูทำนู่นนี่นั่น แล้วมึงก็เสือกมาตายห่าตรงนี้เนี่ยนะ!!? ไอ้บัดซบบัดซบที่สุดจริงๆ ไอ้ขยะเอ๊ย!”

สิ้นสุดคำรองเท้าหนังก็เตะเข้ากลางอกจนกระดูกยุบไปสามส่วน ไรแรคหอบหายใจ เขาตระหนักดี ในที่สุดก็ได้พบเจอเรื่องที่ไม่อยากเจอมากที่สุด

———เขากำลังจะตาย

สำหรับมนุษย์ตัวเปล่าไร้วิชาอาคมอย่างเขานั้นต่อให้มีอีกกี่ชีวิตก็คงไม่พอ ลงได้แต่กลับไม่ได้ ดันเจี้ยนมีกฎตายตัวอย่างนั้นมาตลอด มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนล้วนเมื่อไม่มีวันหมด มันสามารถคืนชีพได้เรื่อยๆเมื่อถึงเวลา ซึ่งตอนนี้ตัวชายหนุ่มเองก็กำลังประสบปัญหาที่ว่าอยู่

ขามามีคนช่วยนำและบุกเบิก ทว่าขากลับดันไม่มีคนนำซะอย่างนั้น

แบบนี้กูก็ตายสิวะอีเด็กเวรเอ๊ย!”

ใช่ ดังนั้นนี่จึงเป็นข้อสรุปอันเด่นชัด

ดังนั้นไรแรคจึงพรั่งพรูความเสียใจออกมา ดังนั้นหางตาทั้งสองถึงได้มีแอ่งน้ำสองสายไหลรินออกมา ไรแรคตอนนี้กำลังจะเป็นบ้า ในหัวของเขายามนี้ปรากฏให้เห็นถึงอารมณ์อันหลากหลาย

ชายหนุ่มมองร่างไร้ศีรษะที่เสื้อผ้าขาดปนเกราะหักไปบางส่วนอย่างโกรธแค้น

แกต้องชดใช้

คำพูดนี้ช่างเงียบสงบราวกับอาการคลุ้มคลั่งเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไรแรคจับพลิกร่างไร้หัวแล้วปลดเสื้อผ้าเกราะกระดุมออกไปจนหลงเหลือไว้เพียงร่างเปลือยเปล่า ชายหนุ่มปลดกางเกงลง

จากนั้นเพลงบรรเลงรักจึงได้เริ่มขึ้น

ท่ามกลางแสงสลัวจากแร่ฟูลเรี่ยมนั้นทำให้เกิดเงาหน้าฉากขึ้นบนผนังห้องทั้งสี่ทิศ ซัสชาถูกไรแรคจัดท่าเป็นรูป orz โดยมีตัวเขาเองยืนประคองหลังไว้ ในห้องบอสแห่งนี้นอกจากจะมีเงาของสองบุคคลขยับไปมาอย่างเร่าร้อนแล้ว ก็ยังมีเสียงเนื้อหนังกระทบเป็นจังหวะ 1:1 ดังก้องไปทั่ว

ฮ–ฮ่า...เด็ดจริงๆว่ะ ให้ตายเถอะ รอดจนโตมาถึงป่านนี้ได้ยังไง? ไม่น่าเชื่อเลยว่า...อ–อึก..!

เป็นเช่นนี้อยู่ราวๆ 4 ชั่วโมง

เพลงบรรเลงรักถึงได้สิ้นสุด

ฟู่ว~ ขอบใจว่ะ,ซัสชา ถ้าไม่ได้เธอชั้นคงต้องไปตีกะหรี่เสียตังค์อีกแหงๆ

ชายหนุ่มเอ่ยขำขัน ตอนนี้สภาวะจิตใจของเขาได้กลับมาคงที่อีกครั้ง

.....อีกครั้งก็บ้าแล้ว

สุดท้ายกูก็ตายอยู่ดีนี่หว่าอีเด็กเปรตเอ๊ย..!!”

ไรแรคเตะเข้าท้องเธอไปทีนึง ทว่าด้วยการเคลื่อนไหวนี้เองจึงทำให้หนังสือ <บัญญัติปราชญ์ลำดับสอง - ของตำหนิ • ไครเทียสร่วงหล่นลงจากใต้อกเสื้อ

แปะ!

หนังสือปกดำหล่นลงไปกลางแอ่งเลือดของซัสชาโดยไม่ได้ตั้งใจ

เหวอ! ซวยแล้ว..!”

———ไรแรคถึงกับตระหนก แม้ไม่ทราบว่าหนังสือเล่มนี้เอาไว้ทำอะไร แต่เขาก็มั่นใจมากว่าเป็นไอเทมชิ้นนึงที่มีความสามารถพิเศษแอบแฝงอยู่ ทั้งนี้การเอากระดาษไปจุ่มน้ำจำพวกเลือดจะมีแต่ทำให้ของเสียหายไปซะเปล่าๆ ไรแรคที่ทราบเช่นนั้นจึงรีบกุลีกุจอหยิบหนังสือขึ้นมาซับน้ำ

ห่าเอ๊ยขนาดมึงตายแล้วยังสร้างปัญหาให้กูอีกนะ..!”

เขาสบถอย่างไม่พอใจนัก ทว่าก่อนจะทันได้ลงมืออะไรเพิ่มเติมนั้น จู่ๆหนังสือก็เปล่งแสงสีดำทะมึนแผ่กลิ่นอายชั่วร้ายออกมา ไรแรคถ่างตาค้าง ขณะเดียวกันหน้าหนังสือก็เปิดออกราวกับมีมือที่สามมาแตะต้อง ซึ่งหน้ากระดาษที่เปิดออกมานั้นก็คือแผ่นแรกสุดของตัวหนังสือ

.....บนนั้นผุดให้เห็นอักษรยาว 5 แถว

ไรแรคไม่ทราบว่ามันคือภาษาอะไร แต่ในหัวกลับเข้าใจความหมายเหล่านั้น

วิชาศักด์สิทธิ์,เร่งความเร็ว • เฮสท์

วิชาศักด์สิทธิ์,โล่แสง • กรีมวอร์ด

วิชาศักด์สิทธิ์,เพลิงโชติช่วง • อเบลซ

วิชาศักด์สิทธิ์,ฝ่ามือปะทุ • อิมแพค

วิชาศักด์สิทธิ์,ดาบปฐพี • เทร์ราเรีย

น–นี่มัน....วิชาศักด์สิทธิ์ทำไมถึง––

ชายหนุ่มชะงักคำไว้ครู่ ทันใดนั้นในหัวของเขาก็เหมือนเข้าใจได้ถึงบางสิ่ง ตอนนั้น———ตอนที่คุยกับซัสชา เธอบอกว่าตัวเองนั้นมีวิชาศักดิ์สิทธิ์อยู่ 5 บท ซึ่งหากลองเทียบกับ 4 บทในหนังสือเล่มนี้ดู ก็พบว่าทั้งหมดล้วนเป็นชื่อวิชาเดียวกับของเธอทั้งสิ้น

หรือว่า...หนังสือนี่จะสามารถคัดลอกวิชาศักด์สิทธิ์?”

นั่นเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน

และข้อสันนิษฐานนั้นก็น่าสนใจ

ไรแรคกลืนน้ำลายเอื้อก แม้ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากลองดู ชายหนุ่มเม้มปากแน่น แล้วเปล่งเสียงทุ้มต่ำออกมา

วิชาศักด์สิทธิ์,เร่งความเร็ว • เฮสท์

———วิ้ง! ทันใดนั้นอักษรบรรทัดแรกจึงเปล่งแสง ทั่วสรรพางค์ของไรแรคพลันปรากฏละอองแสงสีเขียวปกคลุมไปทั่วตัว ชายหนุ่มถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ จากนั้นเขาจึงย่อตัวลง

แล้วทะยานออกไปไกลรวดเดียวร่วม 10 เมตร

ตึง!!

เมื่อหยุดฝีเท้าลงที่หลงเหลือไว้อยู่ด้านหลังก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นควันตลบนึง ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างยิ่งกว่าเก่า จากนั้นจึงเริ่มมองสองมือของตัวเองและหนังสือปกดำข้างกายอย่างเงียบงัน

ฮะ..ฮะฮะ..ฮะฮะฮะ...

ไรแรคแสยะยิ้ม

เฮะเฮะ.....เฮะเฮะฮิ––ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...!! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.......!!!!

เขาหัวเราะ

ต้องอย่างนี้สิสุดยอดสุดยอดไปเลยใครจะไปคิดว่าวิชาศักด์สิทธิ์มันใช้ได้ง่ายดายขนาดนี้!! ฮะฮ่า..นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าลิขิตสวรรค์ เป็นเพราะโชคชะตาชั้นกับแกถึงได้มาเจอกัน!”

———ไรแรคซึ่งแอ่นตัวโค้งขนานกับพื้นได้หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ชายหนุ่มสวมกอดหนังสือในมือแล้วจูบลงไปที่หน้าปกซึ่งยังคงเปื้อนเลือดของซัสชาอย่างไม่ใส่ใจนัก

ชั้นรักแกว่ะไครเทียส..!!”

นี่คือจุดเริ่มต้นของปกรณัมลอกเลียนเบบ

†††

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #230 เร - Rae (@MoneyEarnKillAnt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:37
    เนื่องจากไรท์เปลี่ยนบทนำ ผมเลยมาทิ้งข้อความเล็กๆน้อยๆแก่ผู้อ่านหน้าใหม่ว่า
    "โดนบทนำใสๆหลอกใช่ไหมล่า~ เชื่อเถอะเดี๋ยวก็ชิน"
    #230
    0
  2. #117 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:29

    ไม่เหมือนดันมาจิแล้วอ่ะ พระเอกอย่างหลอนอะค่ะ 55555 อย่างพีค

    #117
    0
  3. #27 chrischrislnw (@chrischrislnw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 11:45

    อ่าวตกลงเรื่องนี้มัน ดาร์กรึ

    #27
    1
    • #27-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 3)
      30 มกราคม 2562 / 16:24
      ก็ใสๆนะครับ 'w'
      #27-1
  4. #16 chacor. (@saguradark) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 20:45
    แหม่นึกว่าซัชชาเป็นตัวละครที่อยู่นาน..ไว้อาลัยแปป
    #16
    0
  5. #9 นิชินิชิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 21:24
    ไรต์ครับ ฉากบรรเลงรักนี่ขอแนะนำว่าให้แก้ไขหรือตัดออกนะ เพราะตอนนี้มีกฎหมายงานเขียนที่ระบุว่าการทำอนาจารต่อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมีโทษตามกฎหมาย
    #9
    2
    • #9-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 3)
      12 กรกฎาคม 2559 / 22:02
      รับทราบครับ
      #9-1
    • #9-2 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 3)
      12 กรกฎาคม 2559 / 22:26
      เรียบร้อยครับ ขอบคุณลีดเดอร์ที่แจ้งฮะ^^
      #9-2
  6. วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 21:47
    อาตอนนี้ไม่ค่อยมีคำผิดเลยอ่านแล้วไม่ค่อยสะดุดแล้วก็นะครับค่อยค่อยแต่งก็ใด้ครับเช็กคำผิดให้ดีจะลงเดือนนละตอนก็ใด้ถ้าสามารถรักษามาตฐานระดับนี้(เกี่ยวกับคำผิด)ที่สำคัญคือผมรออ่านทุกตอนนะครับ 

    #7
    1
    • #7-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 3)
      4 กรกฎาคม 2559 / 22:18
      ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^
      #7-1
  7. #4 ไก่หลง (@mengaboys) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 19:15
    สนุกดีครับ (ปล.เรื่องนี้คล้ายๆ dunmashi อยู่นะ) แต่อย่าลืม งู่-หงู ละ ผมรออ่านอยู่
    #4
    1
    • #4-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 3)
      9 ตุลาคม 2558 / 19:28
      งูหงู่รอแปบนะฮะ กำลังคิดพล็อตอยู่ความจริงเรื่องนั้นตั้งแต่ตอนแรกไม่เคยวางพล็อตแล้วลงตัว(ด้นทุกอย่าง)ก็เลยมีรีไรท์หลายรอบแล้วบางตอนมันขัดๆกัน ตอนนี้ก็เลยกำลังพยายามเอาไปรีไรท์(อาจจะตั้งแต่ต้น)อยู่ฮะ
      ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นแนวแฟนตาซีแบบ dunmachi กับอีกหลายๆเรื่องแหละครับ คิดว่าเรื่องนี้น่าจะคิดพล็อตได้ง่ายหน่อยเพราะไม่น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรมาก
      ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ^^
      #4-1