ตอนที่ 26 : Ep.026 - Illusion

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    31 ม.ค. 62

DD : Necrom.026

มาฆ่าถวายพระเจ้ากันเถอะ!”

เหอะ! พระเจ้าห่าเหวไร.....ปัญญาอ่อนโว้ย!”

แล้วศึกระหว่างกุรุอิกับไรแรคก็เริ่มขึ้น คนหนึ่งสวมชุดบาทหลวงสีดำแดงอันหมายถึงไรแรค ส่วนอีกคนก็สวมชุดบาทหลวงสีขาวเหลืองอันหมายถึงศาสนจักรแห่งแสงซึ่งเป็นตัวกุรุอิเอง

-ไม่จริง ศาสนจักรไม่มีทาง...ทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้แน่

แล้วชาร์ลที่ยืนอยู่นอกระยะก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวออกมา

———แต่การมีตัวตนอยู่ของกุรุอิและภาพตรงหน้าเป็นของจริง

ชุดของบาทหลวงแห่งศาสนจักรแห่งแสงนั้นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะหนึ่งคนที่จะได้รับจะต้องเป็นผู้มีวิชาแก่กล้า สองเสื้อของจริงจะเปล่งกระกายเจ็ดสีออกมาเมื่อกระทบกับแสงเช่นเดียวกับที่กุรุอิสวมอยู่

ดังนั้นจึงแทบจะฟันธงได้ว่ากุรุอิคือสาวกของศาสนจักรแห่งแสงอย่างแน่นอน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากจะเชื่อ โบสถ์ที่เข้าทุกวันกับคำสอนและความเชื่อที่เธอศรัทธา ยามนี้กลับแหลกสลายไปอย่างไม่มีชิ้นดี

โลกก็โหดร้ายแบบนี้แหละ

เอ๋?”

แล้วตอนนั้นที่ด้านหลังก็ปรากฏร่างของทารามัสขึ้นยืนขนาบกับชาร์ล เด็กสาวตระหนกก้าวถอยหลังไปทันที กระนั้นชายหนุ่มซึ่งมีมาดจริงจังปนเสเพลไม่แยแสผู้ดีก็ทำหน้ามุ่ยแล้วแค่นลมหายใจยืนกอดอก

ข้าไม่ฆ่าเด็ก เพราะงั้นเจ้าวางใจได้

———แล้วเขาก็ชี้นิ้วขึ้น

ทว่าไม่ใช่กับเจ้านั่น กุรุอิน่ะมันไม่เหมือนชาวบ้านเขา หากมันชนะเพื่อนของเจ้าได้ เป้าหมายต่อไปก็จะเป็นเจ้าแน่นอน แม่หนูน้อย

-เอ๋!? -แต่ข้าไม่เกี่ยว—”

แค่เข้ามาที่นี่.....เจ้าก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว

ดวงตาสีอำพันจ้องใบหน้าสั่นระรัวของชาร์ลเขม็ง

ก็จริงว่าข้าไม่ฆ่าเด็ก แต่กลับกันข้าเองก็ไม่ห้ามคนที่คิดจะฆ่าเด็กซึ่งเป็นหนูสกปรกลอบเข้ามา ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน

“.....อะไรกัน

“.....จงภาวนาให้เพื่อนของเจ้าชนะในศึกนี้เถอะ

.

.

.

ผ่านการปะทะมาห้ากระบวนท่า ในที่สุดไรแรคก็พบว่าศัตรูแม้จะเป็นคนของศาสนจักร แต่วิชาหอกกลับร้ายกาจกว่าที่คิด เรียกได้ว่าอันตรายพอๆกับอิลลาเซสเลยทีเดียว เผลอๆอาจจะเหนือกว่า แล้วไหนจะวิชาที่ทำให้อาวุธโปร่งแสงนั่นอีก

เป็นอะไร! เป็นอะไร!? เห็นเอาแต่หลบอย่างเดียวเลยนี่! หา..!?”

ก็สวนได้อยู่หรอกนะ แต่กลัวจะจบเกมเร็วน่ะสิ

ผายลม! วาจาสุนัขหาสาระไม่ได้น่ะเลิกเอามาอวดเถอะ..! คิดจะใช้วิชาระดับต่ำกระจอกๆนั่นไปถึงเมื่อไหร่กัน!? ของแบบนั้นน่ะไม่ได้ผลกับข้าหรอก!”

ไม่ได้อวดนา ความจริงแค่ใช้เทร์ราเรียพันเล่มแทงออกไป ยังไงแกก็ไม่มีทางหลบได้แน่ ทางเดียวที่จะรอดคือต้องหาอะไรมาต้านแบบที่เจ้าแกนดิออรัสเรียกปืนมาแบบนั้นน่ะ ไรแรคนึกเงียบๆอยู่ในใจ

———จากนั้นจึงดีดตัวหลบ

ชั้นน่ะอยากฝึกวิชาที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่น่ะ เผอิญคราวก่อนเพิ่งได้บทเรียนว่าอย่าใช้แต่กำลังเข้าว่าอย่างเดียวน่ะนะ

ฮ่าฮ่าฮ่า! เพ้อเจ้อให้มันน้อยๆหน่อย ไอ้ด้วน!”

ปึด!

แล้วตอนนั้นไรแรคก็รู้สึกเหมือนเส้นสติบางๆในหัวขาดลง คำว่าไอ้ด้วนอยู่ๆก็เหมือนกับคำพูดตอกย้ำแผลสดซึ่งยังไม่หายดีอยู่ยังไงอย่างนั้น

ก็เพราะแบบนั้นแหละไรแรคถึงยิ้มเหี้ยมออกมา

เวเปอร์เกล..!”

ทันใดนั้นก็พลันปรากฏลมหมุนเป็นควันหมอกยากแก่การมองเห็นออกมาทั่วทุกสารทิศ ลูกไม้ดาษๆน่า!” สาวกแห่งศาสนจักรแห่งแสงคำราม ก่อนจะเหวี่ยงหอกในมือซึ่งเป็นอาวุธระยะกลางเป็นวงทำให้ทัศนวิสัยในระยะ 3 เมตรกระจ่างชัด

เท่านี้แกก็ลอบทำร้ายข้าไม่ได้แล้ว! เป็นไงล่ะ..!? ในระยะสามเมตรนี้ข้าสามารถตอบสนองการโจมตีแกทันแน่นอน!”

ใช่ สำหรับกุรุอิคนนี้แค่สามเมตรก็เพียงพอต่อการโต้กลับแล้ว!

หากอีกฝ่ายเข้ามาในระยะประชิดก็จะสวนกลับด้วยเคาท์เตอร์ไปเลย! และหากจู่โจมในระยะไกลข้าก็จะใช้อไลค์ทำให้ร่างข้าโปร่งแสง เท่านี้เจ้าก็ไม่สามารถโจมตีถูกข้าได้แน่! มันนึกในใจเช่นนั้น

ทว่าพอรอผ่านไป 5 วิฯ แม้แต่เงาหรือเสียงก็ไม่มีให้ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

———หนนี้กลายเป็นกุรุอิที่ทำหน้าเครียดแทน

หรือว่า...มันคิดจะหนี?”

ฮาล์ฟเอล์ฟหนุ่มเผยสีหน้ากดดันออกมา กระทั่งหมอกควันจางลง

———ที่ตรงนั้นก็ไม่มีไรแรคยืนอยู่อีกแล้ว

-บ้าน่า!? หายไปไหน! หายไปไหนกัน..!? หนีไปได้แล้วงั้นเหรอ! ไม่สิ...ขนาดเสียงฝีเท้าก็ไม่ได้ยิน แถมเสียงเปิดประตูออกจากห้องก็ไม่มีอีก

กุรุอิยืนนิ่งก่อนจะหันมองไปทางทารามัสซึ่งยืนคู่ประกบชาร์ลไม่ให้ไปไหนแล้วว่า

ทารามัส! เจ้าเห็นมันออกจากควันเมื่อครู่ไหม..!?”

“.....ข้าไม่เห็น

เข้าใจล่ะ...เช่นนั้นก็แสดงว่ามันยังอยู่ในห้องนี้ ที่ไหนซักแห่งหนึ่ง มันแกล้งทำเป็นเหมือนว่าหนีออกไปแล้วเพื่อให้เราไล่ตามออกไป ทว่าตอนนี้เจ้านั่นแท้จริงแล้วยังคงแอบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งในห้องนี้สินะ?”

กุรุอิเมื่อตระหนักได้แบบนั้น มันก็ยิ้มกว้างออกมา

สู้ไม่ได้ ก็เลยคิดจะเล่นซ่อนหาสิท่า? หึหึ...น่าสนุกนี่

 กุรุอิกวาดสายตาไปทั่ว เมื่อครู่ขนาดทารามัสซึ่งอยู่นอกวงยังบอกว่าไม่เห็นไรแรคออกมาจากกลุ่มควัน งั้นแสดงว่ามันต้องอยู่ในระยะใกล้นี้ล่ะ! รัศมีของควันเมื่อครู่คือราวๆ 10 เมตร ถ้าเป็นนี้แล้วล่ะก็

จากนั้นกุรุอิจึงเหลือบมองไปยังแทงค์บรรจุซากมนุษย์สี่อันซึ่งรายล้อมร่างของเขาเอาไว้ ใช่ หากความคิดนี้ไม่ผิดก็แสดงว่าเจ้าบาทหลวงพิการนั่นอยู่หลังแทงค์น้ำไม่อันใดก็อันหนึ่ง

คิดว่าถือไพ่เหนือกว่าสิท่า?

แต่ชีวิตแกน่ะมันจบแล้วโว้ย..!”

กุรุอิร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับทะยานด้วยเฮสท์ไปยังด้านหลังของแทงค์น้ำอันแรก.....ว่างเปล่างั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น

อันนี้สินะ!?”

หลังแทงค์ต้นที่สองก็ว่างเปล่าเช่นกัน

ราวกับมีฟ้าผ่าลงกลางใจของมันเข้าอย่างจัง

-ฮะ...ฮะฮะ เหลืออีกสองแล้วนะเว้ย? รีบออกมาเถอะ...น่า!”

แล้วกุรุอิซึ่งทะยานเข้าไปยังแทงค์ต้นที่สามก็ต้องเบิกตาขึ้นอีกครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิมนั่นก็คือความว่างเปล่า

———เหลือเพียงแค่หลังแทงค์ต้นสุดท้ายแล้ว!

วุ่นวายนัก...ทำให้ข้าวิ่งเต้นไปมาเหมือนตัวตลกงั้นเรอะ?”

ตึง!

เช่นนั้นก็ตายอย่างทรมานเสีย—”

ต้นที่สี่กลับกลายเป็นว่างเปล่าไร้วี่แววมนุษย์

———-เป็นไปไม่ได้..!?

อยู่ที่ไหน...อยู่ที่ไหนกัน!? ไสหัวออกมานะโว้ย!” กุรุอิวิ่งเต้นเหวี่ยงหอกกางเขนไปมาเป็นการใหญ่ มันในตอนนี้เรียกได้ว่าโมโหจนแทบคลั่ง

ฉึก!

แล้วตอนนั้นความคลั่งก็ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดแทน

ที่เท้าของมันจู่ๆก็ปรากฏเทอร์ร่าไฮวี่หนามดินขนาดเท่าตะปูขึ้นในมุมอับจนเจ้าตัวไม่สังเกตเผลอเหยียบเข้าให้อย่างจังจนทะลุพ้นเหนือหลังเท้าออก

-อ๊ากกกกกก!? -บัดซบ..! อะไรวะเนี่ย!?”

ก็กับดักที่เอาไว้ทำให้แกเคลื่อนไหวไม่ได้ไง

เฮือก!

ฮาล์ฟเอล์ฟตระหนกหันมองเสียงตอบรับเมื่อครู่อย่างงุนงง กระนั้นเมื่อมองสามร้อยหกสิบองศาสิ่งที่พบนั้นกลับมีแต่มวลอากาศยืนอยู่แทน เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเป้าหมายของมันยังคงอยู่ กระนั้นมันหายไปไหนยังไง!? ล่องหนเหรอ..?

อ๊ะ..!?”

แล้วทันทีที่มันตระหนัก——

ทุกอย่างก็นับว่าสายไปเสียแล้ว

———-วิชาศักดิ์สิทธิ์...งั้นเหรอ?

มีสิ่งที่เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญซึ่งกุรุอิหลงลืมไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบอยู่ หนึ่งเพราะกลัวอีกฝ่ายหนีไป มันจึงลนลานแล้วเพ่งมองไปที่ระยะของหมอกกับสายตาของคนนอกอย่างทารามัส สองคือมันมีอารมณ์ร้อนจนลืมไปว่าตนเองถูกตรึงไว้ให้เป็นเป้านิ่งด้วยหนามหินอย่าง «เทอร์ร่าไฮวี่» ที่แทงทะลุเท้าอยู่

และสาม.....มันลืมไปว่าตอนที่มีหมอกจาก «เวเปอร์เกล» กระทั่งเสียงฝีเท้าและเสียงประตูนั้นมันกลับไม่ได้ยินแม้แต่น้อย

ชั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าแกตลอดนี่ไงเล่า! ไอ้โง่เอ๊ย..!”

อะไร——!?”

ป่ง!

เหนือการรับรู้ และต่อให้รับรู้มันก็ไม่อาจหลบได้เพราะถูกตรึงกับพื้นด้วยหนามหิน รู้ตัวอีกทีร่างของมันก็ถูกระเบิดจาก «เฟรมสเฟียร์» เข้าปะทะจนร่างกระเด็นไปชนผนังตู้กระจกอย่างจัง ร่างกายนั้นเรียกยับเยิบจนกลายเหวอะวะ

-บ้าน่า...กุรุอิแพ้งั้นเหรอ?”

ทารามัสเห็นแบบนั้นก็เหงื่อตกอ้าปากค้าง ไรแรคหาวออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเดินทอดน่องเข้าไปหาอย่างช้าๆ ร่างที่ยังไม่ตายสนิทของกุรุอิสั่นเครือเอ่ยออกไป

-เจ้าใช้วิชามารอะไร? -ทำไมถึงสามารถ.....หายตัวได้กัน?”

รู้จักทฤษฏีการหักเหของแสงไหมล่ะ?”

-หักเห...ของแสง?”

อ้าวๆ เป็นสาวกของศาสนจักรแห่งแสงซึ่งเชี่ยวชาญด้านวิชาเวทย์แสงแท้ๆ แต่ไม่รู้งั้นเหรอ? แกนี่มันโง่จริงๆ

กระทั่งพอมายืนตรงหน้าของกุรุอิไรแรคก็ยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร

———พร้อมกับกระทืบเท้าเข้าหน้าหล่อของมันเข้าอย่างจัง!

ค่อก..!?

ฟันหักหลายซี่ จมูกดั้งยุบจนเละ เลือดสดๆไหลรินดังแหมะๆออกมา

ตอนเป็นเด็กแสดงว่าแกไม่ตั้งใจเรียนในคาบวิทยาศาสตร์สิท่า?”

———สุดท้ายกุรุอิก็หมดสภาพไปทั้งอย่างนั้น

เอ้า! แกเองก็มาสู้ซะสิ คุณทารามัส?”

“.....ฮึ่ม!

ทารามัสเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมา——

ผิดกับไรแรคที่หัวเราะร่าชี้ไปยังขมับข้างสมองตน

หวังว่าแกจะเรียนวิทย์มามั่งนะ? ไม่งั้นมีหวังได้แพ้ชั้นยับแน่..!”

†††

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

229 ความคิดเห็น

  1. #143 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:24

    ล้ำอีกแล้วเจ้าค่ะ

    #143
    0
  2. #33 Magic-star (@Magic-star) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 16:05
    นี่เป็นโลกเดียวกับไอรามั้ยอ่ะไรท์
    #33
    2
    • #33-1 oOfOo (@fighterser) (จากตอนที่ 26)
      31 มกราคม 2562 / 17:20
      คนละโลกสิจ้ะ :3
      #33-1
  3. #32 ganlution (@gomen102014) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 13:47
    บาทหลวงเป็นเด็กวิทย์ฯสินะเนี่ย.......นึกว่าชาร์ลจะโดนบดเป็นอิลิกเซอร์ เร็วๆน้ี่แต่เหมือนจะไม่ใช่แหะ
    #32
    0
  4. วันที่ 31 มกราคม 2562 / 13:27
    (0-0).
    #31
    0