ตอนที่ 14 : Ep.014 - Inauguration

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    26 ม.ค. 62

DD : Necrom.014

เช้าวันใหม่ปรากฏ ก็หวังไว้ว่าจะไม่ได้เจอกับอิลลาเซสตลอดกาล ไรแรคนึก ป่านนี้คิดว่าเจ้าหล่อนคงกลายเป็นอาหารของมอนสเตอร์ในดันฯไปแล้วแน่ พอนึกได้อย่างนั้นชายหนุ่มก็หัวเราะชั่วร้ายเบาๆออกมา

ปึง!

ข่าวร้ายใหญ่ล่ะท่านเจ้า!”

โอ้! อะไรเหรอ?”

แม่งเอ๊ย...เกือบหัวเราะแบบพวกโรคจิตให้เห็นแล้วไหมล่ะ

———ถ้าจะใช้ไอ้เจ้านี่เป็นเบี้ยต่อก็มีแต่ต้องคีปลุคล่ะนะ

รู้สึกว่าที่หน้าบ้านของท่านเจ้าจะมีขบวนแห่ผ่านด้วยล่ะครับ

ขบวนแห่? ขบวนแห่ไร? แล้วนายไปรู้มาจากไหน?”

จากในตลาดน่ะครับอ๊ะ จะว่าไปตะกี้เราใช้เจ้านี่ไปซื้อของกินนี่หว่า เขาลูบคางแล้วทัก ขบวนอะไรจะแห่ก็ช่างเถอะ ชั้นไม่ได้สนใจหรอก

งั้นเหรอครับ? อ่อ จะว่าไปเมื่อครู่ข้าได้แวะไปหาท่านลุงนัลรุแล้วนะครับ เขาบอกว่าของที่ให้ทำน่ะคิดว่าคงเสร็จในวันพรุ่งนี้ล่ะ

เร็วกว่ากำหนดเหรอ? เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันแฮะ

ไรแรคพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเหล่มองไปยังมุมห้องซึ่งมีคทายาวหนึ่งเมตรวางไว้พาดมุมห้อง สิ่งนี้ก็คือยูนีคไอเทมที่เป็นรางวัลจากชั้นสุดท้ายของดันเจี้ยน «ป่าอสูร» ไม้เท้ายาวนี้มีรูปร่างหรูหราเกินไปโดยเฉพาะสีแดงทับทิม

เพราะแบบนั้นไรแรคถึงเอามันมาทำเป็นไม้ราวตากผ้า

พอผ่านมาอาทิตย์หนึ่ง สภาพของทับทิมสง่าก็กลายเป็นหม่นหมองดูไร้ราคาเหมือนกับไม้พลาสติกก๊องแก๊ง สาเหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพราะไรแรคต้องการนำมันมาใช้งานในการต่อสู้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ทว่าจะให้ใช้ของดูหรูเตะตาคนมันก็กระไรอยู่ ดังนั้นเลยต้องจัดการดาวน์เกรดกันซักหน่อย ไรแรคพ่นควันขาวออกปาก ก่อนจะหยิบไม้เท้า «โวคเนอแลนซ์» ออกมาถือ เขายิ้ม ก่อนจะหยิบเศษผ้าพันแผลที่เคยใช้เมื่อตอนปฐมพยาบาลมาพันรอบไอเทมตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกตัวอีกทีไอเทมชิ้นนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากไม้เก่าซึ่งถูกดามไว้ด้วยเศษผ้ายาจกเปื้อนคราบเลือดและน้ำเหลืองแห้งกรัง

พอเป็นแบบนี้ก็กลายเป็นดูไม่เตะตาแล้ว

ข้าว่ามันดูสกปรกแทนนะท่านเจ้า

ช่างชั้นน่า! แค่ใช้งานได้เป็นพอแล้ว..!”

ไรแรควว่าแล้วเดินเค้าแย่งถุงขนมปังจากบากิส อ๊ะ!” เด็กหนุ่มร้อง กระนั้นก็ได้แต่เม้มปากอุบอย่างไม่พอใจนิดๆออกมา ด้านบาทหลวงหนุ่มเองก็หยิบขนมปังสอดไส้ไปชิ้นหนึ่งโดยที่อีกมือก็คีบยาเส้นเอาไว้

งั่ม! แจ๊บๆ

ท่านเจ้า! นั่นมันของทานเล่นนะ

ช่างสิ ชั้นขี้เกียจกินข้าวนี่หว่า

“.....แล้วจะสั่งให้ข้าซื้อข้าวมาทำไมเนี่ย?” บากิสขมวดคิ้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด ชายวัยยี่สิบกว่าคนนี้ไม่แยแส มันเดินออกจากบ้านแถวชั้นเดียวเล็กๆแห่งนี้พลางเคี้ยวขนมปังในปากตุ้ยๆ

เฮเฮเฮเฮเฮเฮ!

เหวอ!? อะไรวะเนี่ย..!”

พอเปิดประตูบ้านออกมา ก็พบเข้ากับขบวนแห่ตลอดฝั่งข้างทางถนน  ตรงกลางทางมีดอกไม้สีเหลืองทองถูกประชาชนโยนโปรยไว้ตลอดทาง

นี่แหละครับ ที่ข้าบอกว่าขบวนแห่น่ะ

แห่กันผ่านหน้าชั้นเลยนี่หว่า!? แล้วไหงชั้นไม่รู้เรื่องเลยฟะ!”

ก็ตรงนี้เป็นพื้นที่หลวงนี่ครับ? อีกอย่างบ้านห้องแถวนี่ท่านเจ้าก็เช่าเขาอยู่นี่ อย่างไรเสียก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่ใครจะต้องมาแจ้งนี่ครับ

อย่าตอบเหมือนทุกอย่างมันสมเหตุสมผลด้วยหน้าตายสิวะ! หมั่นไส้โว้ย..! ไรแรคสบถ ก่อนจะเพ่งมองขบวนที่อยู่เลยห่างออกไปไกลราวๆ 100 เมตร ก่อนจะถึง เป็นกลุ่มคนแต่งชุดสีขาวมีสีเหลืองแซมเล็กน้อย ที่สำคัญก็คือไม้กางเขน

———ใช่ ไม้กางเขนขนาดใหญ่

“......บากิส

ครับท่านเจ้า?”

ขบวนแห่นี่น่ะคือขบวนแห่อะไรเหรอ?”

อืม เท่าที่ได้ยินมาเห็นว่าเป็นขบวนแห่ของพระสันตะปาปานะครับ?”

ของนิกายไหนเหรอ? โกลแรนด์แบบที่นายเคยอยู่ไหม?”

รู้สึกว่าจะเป็นของ «ศาสนจักรแห่งแสง» นะครับ

ศาสนจักรแห่งแสง หรือรู้จักกันในชื่อของศาสนจักร นี่คือหนึ่งสามมหาอำนาจของโลก พวกเขามีอิทธิพลต่อผู้คน โดยเฉพาะพวกชาวมนุษย์ ว่ากันว่าเป็นศูนย์รวมความเชื่อนับถือของมนุษย์ทุกประเทศทุกเมืองโดยแท้จริง

———กล่าวอีกนัยคือชี้ไม้เป็นไม้ชี้นกเป็นนก

ท่านเจ้าครับ..?”

เฮือก!

เพราะแบบนั้นไรแรคก็เลยแสดงสีหน้าโกรธแค้นอย่างที่บากิสไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนอสุรกาย เหมือนความเกลียดชังอันชั่วร้ายที่สุดจากขุมนรกก็ไม่ปาน หากให้พรรณนาล่ะก็เด็กหนุ่มคงบอกว่านี่คือสิ่งที่น่าเกลียดที่สุดในโลกไปแล้ว

ใบหน้าของไรแรคในตอนนี้ไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์!

———บากิสถึงปากสั่นฟันกระทบ

เฮ้ย! เป็นไรของแกบากิส?”

เอ๊ะ..?”

และพอรู้สึกตัวอีกทีใบหน้าของไรแรคที่ชิงชังต่อทุกสิ่งก็พลันเลือนหายไปกลายเป็นใบหน้าผ่อนคลายของหนุ่มเสเพลอีกครั้ง นี่เราตาฝาดไปเหรอ? บากิสนึก ส่วนไรแรคเมื่อเห็นสาวกตนไม่เป็นอะไรแล้วเขาก็จัดการยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปากก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไม้หลังเล็ก

ไม่อยู่ดูขบวนแห่พระสันตะปาปาก่อนเหรอครับ?”

เอาเลย ชั้นไม่สนใจหรอก

ปึง!

เพราะถ้าสนใจขึ้นมา...ทางนี้เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเผลอทำอะไรลงไปบ้างล่ะนะเขาพูดกับตัวเองหลังปิดประตูบ้านลง รังสีชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าขนลุก ผิดกับบากิสที่ไม่รับรู้ยืนจ้องมองขบวนแห่อยู่ด้านนอก

น่าเสียดายจัง ทั้งที่ออกจะเป็นขบวนแห่ที่สวยแท้ๆ

.

.

.

ณ ชั้นสามของดันเจี้ยนถ้ำราตรีนั้นกลับกลายเป็นสงบเสงี่ยม ที่แห่งนี้กลับมีสตรีผมสีเพลิงนอนแน่นิ่งอยู่ในสภาพที่เสื้อผ้าพังยับ

อึก..! ที่นี่มัน—”

ตื่นแล้วเหรอคุณผู้หญิง?”

อิลลาเซสสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบกลิ้งตัวหลบกะทันหัน ชายชุดขาวตรงหน้าหัวเราะ ฮะฮะ ใจเย็นน่า ชั้นไม่ได้มาทำร้ายเธอหรอก

เจ้าเป็นใคร..?”

อืม นั่นสินะ?”

จากนั้นชายชุดขาวจึงยกมือขวาทาบอกแล้วโค้งแนะนำตัว

ชั้นคือผู้ถือครองบัญญัติปราชญ์ลำดับหนึ่ง—”

ในมือขวาของเขามีหนังสือสีขาวกำกับอยู่

«ของต้นแบบ • อโพโลเจีย»”

........รอยยิ้มของตัวตลกกำลังหัวเราะอยู่

†††

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #127 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:12

    เอาแล้ว จะมีเล่มอื่นอีกไหมเนี่ย

    #127
    0