ตอนที่ 123 : Ep.123 - Insect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 พ.ค. 62

DD : Necrom.123

เจ้าทำอะไรน่ะ..?”

กำลังสวดภาวนา

สวดภาวนางั้นเหรอ?”

อืม.....ใช่แล้วล่ะ

ชื่อของข้าคือ  เท่าที่จำความได้คือไม่มีพ่อแม่ อาจมีแต่ไม่รู้ว่าใช่ไหม เพราะตอนเป็นเด็กสลัมนั้นข้าอยู่กับชายแก่ความจำละเลือนผู้หนึ่ง อาจเป็นญาติพ่อหรือผู้เลี้ยงดูก็ว่าได้ กระนั้นเมื่อเขาตายจากข้าก็ไร้ที่พึ่ง

ตอนนั้นเองจึงถูกชักจูงเข้าร่วมกับศาสนจักรแห่งแสง

———ชื่อนั้นได้  ถูกตั้งใหม่เป็น 01

แต่การสวดภาวนาจะต้องกำมือไม่ใช่เหรอ?”

ข้าก็กำอยู่นี่ไง

ใช่ ตอนที่เด็กสาวคนนั้นถาม มือของข้าก็กำมีดเล็กๆเล่มหนึ่งอยู่ ซากศพซึ่งตายได้หนึ่งวันส่งกลิ่นเหม็นออกมาเล็กน้อย ข้ากำลังผ่าศพเอาอวัยวะของสัตว์ตรงหน้าออกด้วยท่าเฉยชาไร้ความรู้สึก

นี่เป็นการสวดภาวนาเป็นการทำศพให้ที่เรียกว่ามัมมี่

ตัวข้านั้นมีความเชื่อเช่นนี้มาจากคนชราที่เคยเลี้ยงดูมาก่อน อาจฟังดูพิกลหรือบ้าวิกลจริต แต่เพราะแบบนั้นบาทหลวงสูงสุดสควอลโล่จึงรับข้ามาเป็น «เงาแสง» กระมั้ง? เด็กสาวข้างๆเองก็คงไม่ต่างกัน ต้องมีชนวนที่ทำให้กลายมาเป็นหนึ่งในพวกเรา ข้าคิดอย่างนั้นแล้วยุ่งกับซากศพตรงหน้ากับกำลังเล่นตุ๊กตาอยู่

กึก!

แล้วมือเล็กนั้นก็คว้าจับแขนข้าเอาไว้ เด็กสาวผมดำขลับนั้นจ้องมอง

———เพราะอย่างนั้นข้าจึงจ้องมองกลับ

มีอะไร?”

ไม่เห็นจะเป็นการสวดภาวนาตรงไหนเลยนี่? เจ้าก็แค่กำลังบดขยี้ศพไร้ทางสู้ก็เท่านั้น แบบนี้เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับคนเลวที่หยามเกียรติแม้กระทั่งศพหรอกนะ

แล้วยังไง? เจ้าจะพูดเพื่ออะไร? ยังไงศพมันก็ไม่ฟื้น

“.......ก็ถูกของเจ้า

แล้วนางจึงปล่อยมือออก พิลึกคนเสียจริง ข้าละสายตาแล้วผ่าศพต่อ

———วันต่อมาจึงได้รู้ว่านางคือ 04 สมาชิกคนใหม่ของกลุ่มเงาแสง

เจอกันอีกแล้วนะ.....รุ่นพี่

อย่ามาเรียกข้าเช่นนั้น แล้วอย่ามาทำท่าสนิทสนมด้วย

อืมๆ งั้นเรียกว่า 01 ก็แล้วกันนะ?”

แล้วแต่ใจเจ้า

นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พบเจอกัน 04 นั้นเป็นคนร่าเริงเหมือนรักสนุก ชอบพูดหยอกล้อทุกคนชอบสร้างรอยยิ้มและชอบช่วยเหลือปนอ่อนโยนต่อทุกสิ่ง

ยกเว้นเป้าหมายที่นางจะไม่มีวันละเว้นเด็ดขาด ต่อให้นั่นเป็นเด็กก็ตาม

———ข้าตระหนักเพราะเห็นการลงดาบอย่างเฉียบคม

ฝีมือน่าชื่นชมจริงนะ

“......ไม่น่าชื่นชมนักหรอก ไอ้การฆ่าเด็กน่ะ

แล้วเธอจึงแสดงสีหน้าขมขื่นออกมา ข้าเห็นก็เข้าใจทันทีว่านั่นเป็นความรู้สึกเจ็บปวด แม้จะเป็นนักฆ่ากระนั้นดูเหมือนนางจะยังละทิ้งซึ่งอารมณ์และความรู้สึกไปไม่ได้ นั่นเองก็อาจเป็นปัญหาต่อแผนการในอนาคตได้

เพราะแบบนั้นข้าจึงหยิบหนังสือปรัชญาออกมา

———จากนั้นจึงฉีกหน้ากระดาษไปหน้าหนึ่ง

แคว่ก!

04 จ้องมองการกระทำนี้อย่างไม่เข้าใจ แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็คงไม่เข้าใจ เห็นทีจะมีแต่ข้าเท่านั้นกระมั้งที่ตระหนักถึงความคิดเหนือสามัญนี้ได้

เพราะแบบนั้นข้าจึงขยำกระดาษหน้านั้นแล้วเคี้ยวเข้าปาก

———ใช่ ข้ากินหน้ากระดาษเปื้อนหมึกไปหน้าตาเฉยเลยล่ะ

ทำอะไรของเจ้าน่ะ..!?”

“.......แจ๊บๆๆๆๆ

เอื๊อก!

แล้วข้าก็กลืนมันลงคอไปจนหมดโดยมีสีหน้าแขยงออกมาจากพวก 02 ซึ่งอยู่ข้างๆ เพราะแบบนั้นข้าจึงผายมือให้ 04 ดู

เท่านี้เจ้าก็น่าชื่นชมแล้ว

“..........เอ๊ะ?”

เจ้าบอกฆ่าเด็กไม่น่าชื่นชม เช่นนั้นข้าที่เป็นคนโง่กินเศษกระดาษนั้นถือว่าน่าชื่นชมเหรอ?”

เอ่อ.....ไม่?”

ถูก ข้าเป็นคนโง่งมกินกระดาษนั้นไม่น่าชม เพราะกระดาษไม่ใช่ของกิน ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องซึ่งสมควรจับยัดเข้าปาก กระนั้นข้าก็ทำลงไป เช่นเดียวกับเจ้าที่แม้คนส่วนใหญ่จะตราหน้าว่าการฆ่าเด็กนั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง กระนั้นเจ้าก็ยังฟันฉับลงไปอยู่ดี สรุปก็คือเจ้าเองก็เป็นคนโง่เช่นเดียวกับข้า

-หา..!?”

เพราะจู่ๆก็ถูกว่าตอกหน้ากลับไป 04 ก็เลยร้องลั่นออกมา คิดว่าลึกๆนางอาจหงุดหงิดถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่ต้องการในตอนนี้ก็คือความเด็ดขาด

ต่อให้ฆ่าเด็กแล้วเป็นเช่นไรเล่า? ก็เจ้าเป็นคนโง่?

———เพราะงั้นข้าจึงพูดออกไป

หากข้าคือคนโง่ที่กลืนกระดาษแล้วไม่ถูกตำหนิ เช่นนั้นเจ้าที่เป็นคนโง่ซึ่งสังหารเด็กไปก็ย่อมไม่ถูกตำหนิเช่นกัน นี่ต่างหากคือตรรกะของโลก

“..............!”

ข้าเอานิ้วจี้หน้าผากของนางแล้วว่า

โลกคือสิ่งที่ขีดเขียน จำเอาไว้ซะ

.

.

เฮือก!

เมื่อลืมตาขึ้นจึงรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผลน้ำหนองและไขมันที่เยิ้มพร้อมกับน้ำเหลืองนั้นทำให้ร่างกายของ 01 ส่งกลิ่นชวนสะอิดสะเอียนออกมา ที่ข้างมุมห้องมีกองอาจมส่งกลิ่นชวนสำรอกไม่ต่างกัน

ห้องคุมขังนี้นับว่าสกปรกเกินกว่าคนปกติจะอยู่อาศัย

———กระนั้น 01 ก็ชินไปเสียแล้ว

ข้ายังไม่ตายอีกเรอะเนี่ย?”

นี่คือเสียงพึมพำของเด็กน้อย ไม่สิ.....ตั้งแต่ถูกขังไว้

นี่ก็ผ่านมาเกิน 3 ปี มากกว่านั้นรึเปล่านะ? ไม่สิ.....ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาคิดแบบนั้นแล้วหอบหายใจ บางทีสภาพนี้คงไม่อาจเรียกว่าเด็กหนุ่มได้อีกแล้ว ใบหน้าของมันตอนนี้เริ่มมีหนวดเคราขึ้นเล็กน้อยตามอายุขัย

ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับนิสัยและความคิดต่างๆของมัน

———นี่เองก็อาจเป็นผลพวงจากการถูกทดลองยาก็ว่าได้

ป๊อก!

ครืดดดดด~~

เพราะไร้ซึ่งแขนขาจึงต้องใช้คางต่างไม้เท้าและลากพยุงตัวไป ดูๆแล้วก็เหมือนกับตัวหนอนชวนขยะแขยง สภาพของ 01 ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ใช่มนุษย์เลยก็ว่าได้ เพราะเนื้อหนังนั้นกลายขุยหลุดลุ่ยเห็นกระดูก ส่วนคางนั้นเพราะลากพื้นบ่อยนานนับปีก็เลยไร้ซึ่งผิวหนังกลายเป็นกระดูกสีขาวขุ่นโผล่ออกมาชวนสะอิดสะเอียน

เจ็บ.....ถึงอย่างนั้นก็ต้องทน เพราะหากไม่ทนบางทีอาจจะไหลตายไปเลยก็ได้ ตอนที่ 01 คิดแบบนั้นก็คลานร่างมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเหลวสีน้ำตาลขุ่นแหยะๆตรงหน้า นี่คืออาหาร ไม่มีถาดไม่มีภาชนะ ถูกกองไว้กับพื้นไม่ต่างกับซากอาจมอุจจาระ

แผละ!

แล้วเขาก็เริ่มลงมือเลีย

กินของชวนโสโครกนั่นอย่างไม่รู้สึกรู้สา กินเข้าไปแม้กระทั่งแมลงสาบซึ่งตอมอยู่แถวนั้น อาจจะว่าไร้ซึ่งศักดิ์ศรี แต่ก็ตามนั้น

———01 นั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่า <ศักดิ์ศรี> อยู่แต่แรก

เพราะอย่างนั้นคราบอาหารที่เหมือนกองอุจจาระจึงเปรอะเต็มหน้าเต็มปากเป็นรอยยิ้มสีหม่นหนืดๆ ใช้เวลาหลายนาทีจึงจะกินได้หมดจด กระทั่งพื้นก็กลายเป็นสะอาดหมดจดด้วยการเลีย บางทีนี่อาจเป็นลิ้นที่สกปรกที่สุดในประเทศของเผ่ามนุษย์

“........ไรแรค

และนี่คือกิจวัตรประจำวันของมัน สิ่งนั้นก็คือการเอ่ยชื่อของชายผู้หนึ่ง

———อาจเรียกได้ว่าเป็นความแค้น

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทว่าตอนที่ 01 เห็นเด็กสาวผมดำตายต่อหน้า

กึด!

ความเจ็บปวดมันก็โถมทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจ

เจ็บปวดเหนือคณานับ

เจ็บปวด.....ยิ่งกว่าสิ่งใด

บางทีอาจเพราะนางเป็นแสงสว่างเพียงน้อยนิดในโลกมืดแห่งนี้ เพราะ 04 ได้พูดคุยได้หยอกเย้าได้ยิ้มได้สบหน้าได้พูดคุย ที่ผ่านมามันได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างให้กับ 04 ได้สอนโลกที่กว้างใหญ่ ได้บอกให้เห็นถึงสิ่งต่างของโลก

โลก

โลก

โลก

“.......ฮึก!

เพราะแบบนั้นน้ำตาก็เลยไหล

เพราะแบบนั้นมันจึงขดคู้ตัวงอเป็นกุ้ง

อึก!......อ๊าากกกกกกกกก!

เสียใจที่ตนเองไร้พลัง เสียใจที่ตนเองอ่อนแอ

เสียใจ.....ที่ทุกอย่างต้องลงเอยเช่นนี้ก็เพราะตน

แกร๊ก!

แม้ดวงตาจะกลวงโบ๋กระนั้นน้ำตากลับหลั่งไหลออกมา

———เป็นน้ำตาสีแดงฉาน

เป็นโลหิตที่หลั่งไหลออกมาทุกอนูร่าง คร่ำครวญ กรีดร้อง บ้าคลั่ง เป็นเช่นนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา.....ใช่แล้ว บางทีมันอาจไม่รู้สึกตัว

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

ทว่าตั้งแต่ถูกจับมาทดลอง 01 ก็ล่วงเลยเวลามากว่าห้าปีแล้ว

ห้าปีที่อยู่เพียงลำพังในห้องคุมขัง ห้าปีที่มีแต่ความเจ็บปวดกับความมืด

———เขาเอาแต่โทษตัวเองทุกวัน ทุกวัน....และโกรธแค้น

ที่ทุกอย่างต้องสูญสลายก็เพราะตน หากวันนั้น 01 ไม่คิดแผนเช่นนั้นขึ้นบางที 04 ก็คงไม่ต้องตาย บางทีเขาไม่ต้องมาอยู่ในสภาพน่าอดสูสมเพชเช่นนี้

หนวกหูโว้ยยยย!”

เฮือก!

ทันใดนั้นข้างห้องก็ส่งเสียงตวาดออกมาจนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พบว่ามีคนอื่นอยู่ข้างห้อง เพราะสถานที่นี้น้อยนักที่ยังรอดชีวิตอยู่

เด็กรับใช้คือศักดิ์ที่ถูกเรียกแทนหนูทดลองเหล่านี้

———คาดว่าผู้เอ่ยคงเพิ่งมาใหม่

เจ้าเป็นใคร?”

ชั้นเหรอ?”

เสียงกังวานฟังดูเย่อหยิ่งและสดใส ตรงข้ามกับ 01 ที่แหบพร่าฟังดูมืดมน

หากเข้าไปดูในห้องนั้นก็จะเห็นชายวันไล่เลี่ยกันกับเขา

———สวมชุดบาทหลวงสีขาวผิดแผกไปจากปกติ

นั่นสินะ อืม.....เห็นนายพร่ำตะโกนว่าไรแรคๆทุกวัน ดูเหมือนจะชอบพวกพืชสินะ? อืมๆ งั้นชื่อของชั้น—”

แล้วเสียงนั้นพูดออกมาอย่างยียวนเว้นคำไว้ช่วงหนึ่ง

เอาเป็นแกนดิออรัสก็แล้วกัน!”

นี่เองจึงกลายเป็นการพบเจอกันของตัวอันตราย

———เป็นสาเหตุที่ทำให้ 01 เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

.

.

เป็นสาเหตุที่ทำให้คำแทนตัวอย่าง <ข้า> กลายเป็น <ชั้น>

———และเป็นสาเหตุที่ทำให้ไรแรคถือกำเนิดขึ้น

†††

แกนดิออรัส = (อังกฤษ: Gladiolus) จัดเป็นพืชหัว (Corm) เมื่อปลูกแล้วจะเกิดหัวใหม่ขึ้นแทนหัวเก่า สามารถใช้ขยายพันธุ์ ได้ต่อไป และยังมีหัวย่อยเกิดขึ้นอีกมากมาย ปัจจุบันนี้มีการผลิตหัวย่อยได้ผลดีที่ภาคเหนือของประเทศไทย Cr : //.wikipedia.org (มีสปอยอยู่ในชื่อตัวละครนะครับ......)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

229 ความคิดเห็น