Donator Dungeon : Necrom ปกรณัมลอกเลียนแบบ

ตอนที่ 122 : Ep.122 - Insect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    27 พ.ค. 62

DD : Necrom.122

คำพูดซึ่งเปรียบเสมือนความหวัง เปรียบเสมือนแสงสว่างอันน้อยนิด ทั้งที่รู้ว่าแสงสว่างเล็กๆนั้นหากโดนลมเป่าแม้น้อยนิดก็อาจดับมอด ทั้งที่เข้าใจดี

แต่เพราะอะไรกันนะ?——

ทำไมข้าถึงได้ยื่นมือออกไป

.

.

.

ล่วงเลยมาอีกวัน เลยผ่านเข้าสู่ช่วงหน้าฝนอันมีฟ้าครึ้ม แม้อาจดูไม่สวยงามดังอาทิตย์อุทัย กระนั้นสำหรับชาวนานี่คือความหวัง หากหยาดน้ำทิพย์จากฟากฟ้าร่วงโรยเมื่อนั้นความเจริญจึงปรากฏ พวกมันล้วนเชื่อมั่นเช่นนั้น

ช่วงบ่ายกว่านี้กลับปรากฏหนึ่งชายหนึ่งหญิงและหนึ่งเด็กสาวกำลังเดินเตร่อยู่ในตลาดอย่างเบิกบานใจ แม้จะพูดว่าเบิกบาน กระนั้นคนที่มีลักษณะดังว่านั้นเห็นทีจะมีเพียงเอเลเซิสเท่านั้น ส่วนบากิสก็กลับมาทำทีขรึมกับ 04 ที่ทำหน้าชา

แม้จะดูเหมือนย่ำแย่ไม่มีอะไรเปลี่ยน กระนั้นเอเลซิสซึ่งพบเจอคนมากหน้าเนื่องด้วยศักดินาก็ดีหรือนิสัยก็ดีนั้นกลับเข้าใจ

คนทั้งสองนี้มีบางสิ่งกำลังงอกเงยอยู่ภายใน.....บางทีอาจเป็น <ชีวิต>

———บากิสไม่ทำตัวห่างเหินเหมือนแต่ก่อน

รู้สึกเหมือนเขาจะใจดีและอ่อนโยนขึ้น.....เหมือนกับว่าได้คืนสู่เย้า ได้กลับไปอยู่ในสภาพที่ตนควรจะเป็น ส่วน 04 นั้นแม้ไม่แสดงอาการมากนัก แต่สีหน้านั้นบ่งบอกให้เห็น

———เห็นได้ชัดว่าสายตานั้นมองบากิสเปลี่ยนไป

ไม่รู้ว่าเป็นเชิงไหน ชู้สาวหรือพี่น้องหรือศัตรู.....เอเลซิสนั้นไม่อาจเข้าใจได้ กระนั้นก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเจ้าหล่อนนั้นมีตัวเลือกมากกว่าหนึ่งนอกจาก <ศัตรู> เพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน

เอเลซิสคิดอย่างนั้นแล้วก็ยิ้มร่าฮัมเพลงออกมาโดยมีพวกเขาตามหลัง

เป็นผู้หญิงที่ไม่หวาดกลัวอะไรทั้งนั้นเลยสินะ? ทั้งที่วันก่อนตัวเองจะถูกลอบสังหารแท้ๆ

ฮะฮะ.....ก็พี่สาวไม่ใช่คนขี้หวาดระแวงแถมหื่นกามเช่นท่านนี่? พี่ชาย

พอถูกขยี้เข้าจุดเดิมบากิสจึงเหลือบค้อนไปยังสาวน้อยข้างตน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำทีแลบลิ้นเอามือที่คล้องโซ่เหล็กไพล่หลังเอาไว้ ใช่ แม้จะพาออกมาเดินเล่น ทว่าความจริงเรื่องที่เจ้าตัวเป็นผู้สมรู้ฆาตกรรมประมุขดาบลำดับหนึ่งนั้นยังคงอยู่

ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องล่ามโซ่เอาไว้ ที่น่าแปลกก็คือเอเลซิสนั้นเรียกร้องให้เธอออกมาเดินเล่นด้วยกันราวกับความบาดหมางก่อนหน้าไม่ได้เกิดขึ้น

ดูเหมือนสตรีผมแดงคนนี้จะเอ็นดูสาวน้อยนักฆ่า 04 ไม่ใช่น้อย

———อ่อนต่อโลกหรือคุ้นชินกับโลกกันนะ?

ข้าน่ะ.....อยากมีชีวิตแบบนี้มาโดยตลอดเลยล่ะ

“.............?”

ตอนนั้น 04 ก็โพล่งขึ้น ขณะที่ทั้งคู่ยืนอยู่นอกร้านขายผ้าชั้นดีโดยมีเอเลซิสกำลังจับจ่ายหมายผลาญเงินไปสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นบากิสก็หันมองมายังเด็กสาวข้างกายอย่างเงียบงัน ใบหน้าของขาวซีดกับเส้นผมดำขลับยาวตรงนั้นกำลังยิ้ม

แม้จะบอกว่ายิ้ม แต่บากิสก็ไม่ได้สนใจตรงจุดนั้น ที่มองต่างไป

———ก็คือดวงตาซึ่งเบิกกว้างจ้องมองความสว่างไสว

ประกายตาของเธอนั้นราวกับมีชีวิต แตกต่างกับครั้งแรกที่ได้พบเจอกัน ในครั้งนั้น 04 แทบไม่ต่างกับหุ่นไม้ ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดที่ทำตามคำสั่ง แม้ตอนนี้จะยังเป็นอยู่ กระนั้นดูเหมือนสายชักใยที่ว่าจะหย่อนยานลง

ข้าอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ......อยากเป็นเหมือนพี่ชายกับพี่สาวสุดๆเลยล่ะ

“................”

บากิสเงียบ——

บางทีการเงียบเพื่อรับฟังอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้

คำพูดที่เด็กสาววัยสิบขวบเอ่ยออกมานั้นอาจเป็นความจริง อาจเป็นเบื้องหน้าซึ่งไม่ได้ฉาบไว้ด้วยหน้ากากแห่งการหลอกลวง อาจเป็นตัวตนจริงๆของเธอ

บากิสเข้าใจดี เพราะตลอดเวลานั้นเขาก็หลอกตัวเองอยู่

หลอกตัวเองงั้นเหรอ......นายท่าน?”

กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังได้ยินเสียงนั้น——

ใช่ หลอกตัวเองจากฝันร้าย หลอกตัวเอง.....ว่าเธอคนนั้นยังคงอยู่

———ทั้งที่ตัวเขารู้อยู่แก่ใจดีว่าเฮียวตายไปแล้ว

“..............”

ปุ!

แล้วตอนนั้นมือหยาบกร้านซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งการฝึกฝนจึงประทับลงศีรษะของ 04 เพราะถูกสัมผัสตัวกะทันหันเธอก็เลยสะดุ้งหันมองบากิส

แล้วเด็กน้อยจึงเห็นใบหน้าที่แสร้งทำเย็นชาเหนือทุกสิ่ง——

เป็นใบหน้าที่ผ่านอะไรมามากมายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

ข้าเองก็อยากเป็นอย่างที่เจ้าว่า อยากเป็นคนปกติที่ไม่ต้องจับดาบแล้วฆ่าฟันผู้อื่น กระนั้นโลกมันก็โหดร้ายชอบบีบบังคับเราเสมอ

“......พี่ชาย

เจ้าบอกอยากเป็นอย่างข้าสินะ?”

บากิสเอ่ย กระนั้นดวงตาก็ไม่ได้หันมองมาทางเด็กสาวแม้แต่น้อย

มันกลัวว่าหากจ้องมอง.....บางทีสิ่งที่พบ——

แต่เจ้ากับข้าน่ะสุดท้ายก็ฆ่าคนเพื่อเป้าหมาย.....ไม่ได้ต่างกันแม้แต่น้อย

———อาจเป็นตัวของมันเอง

.

.

.

ในห้องมืดเย็นยะเยือก เป็นความเย็นเกิดจากธรรมชาติ เพราะภายในสถานที่นั้นคือชั้นใต้ดินต่ำกว่าพื้นผิวเกือบร้อยกิโลเมตร ภายในนั้นมีห้องขังเล็กๆ เป็นห้องสีดำสกปรกเต็มไปด้วยคราบเหนอะหนะ พื้นขึ้นสีจากความชื้นของตะไคร่ เหล็กเองก็ลอกถูกกร่อนด้วยสนิม อากาศหายใจถือว่าน้อยหายใจลำบาก

ถึงลำบากแต่ก็ต้องรอด ถึงจะอยากตายก็ตายไม่ได้

———นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มคิด

โครก!

มันพ่นลมออกปาก ในกองเลือดซึ่งคายผสมของเก่าออกมานั้นมีเศษเนื้อดูแหยะไหลออกปาก บางทีอาจเป็นอวัยวะภายใน.....ถึงไม่รู้ว่าเป็นส่วนไหน แต่ดูเหมือนจะยังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต 01 คิดอย่างนั้น

ดูเหมือนเพราะถูกจับทดลองอะไรหลายๆอย่างก็เลยทำให้ร่างกายของมันเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว เส้นผมน้ำเงินเข้มนั้นเริ่มมีแซมขาวออกมาให้เห็น

แฮ่ก.....แฮ่ก.....”

แขนซ้ายถูกตัดออก แขนขวาถูกตัดออก

ขาซ้ายถูกตัดออก ขาขวาถูกตัดออก

กระดูสิบหกซี่ถูกกระชากออก ฟันถูกถอนออกหมดปาก

เล็บถูกกระชากทิ้งทั้งยี่สิบนิ้วมือเท้า ดวงตาถูกควักทิ้งทั้งสองข้าง

กระนั้นมันก็ยังคงหายใจ

———ยังมีชีวิตอยู่

ยังนอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้น ยังไม่ยอมตาย

———ยังอยากมีชีวิตอยู่

ไรแรค.....ไรแรค.....ไรแรค.....”

เสียงพึมพำแหบเบาราวกับเสียงแมลงสาบไต่คลานไปตามพื้น พอพูดถึงแมลงสาบดูเหมือนที่กกหูเองก็จะมีสิ่งมีชิวตประเภทนั้นเลื้อยเข้าไปบ้างแล้วไม่น้อย เขาในตอนนี้คงได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้แผลตัวเองนั้นติดเชื้อ

แล้วปากที่เอ่ยคำพูดไม่ชัดออกลมจมูกตลอดเวลาก็เอาแต่เอ่ยชื่อนั้นซ้ำซาก

———ชื่อของดอกไม้ประเภทกาฝาก

“.....ไรแรค....ไรแรค....”

ชื่อของคนโฉดที่ได้พรากแสงสว่างของมันไป ชื่อของบุรุษ

———ที่ได้ฆ่า 04 ไปต่อหน้าต่อตาของมัน

ข้าจะฆ่า......ข้าจะฆ่า.....ข้าจะฆ่า.....”

.

.

แล้วเสียงนั้นจึงหยุดชะงัก

ราวกับขบคิดบางอย่างอยู่ในใจ

“...............”

แล้วจึงเอ่ยออกมา——

ชั้นจะ......ฆ่าแกซะ

.

.

เป็นสรรพนามใหม่ซึ่งแทนตัวเองด้วยคำดุจชนชั้นสูง

ไม่ใช่ <ข้า> อย่างคนชั้นต่ำหรือคนโบราณ

———แต่กลับเป็น <ชั้น> ซึ่งสูงศักดิ์กว่า

†††

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

230 ความคิดเห็น