ตอนที่ 105 : Ep.105 - In the End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

DD : Necrom.105

มีกี่ครั้งที่คนเราจะได้ประสบพบเจอเรื่องเหนือธรรมชาติ มีการสรุปผลว่าเป็นหนึ่งร้อยซึ่งหนึ่งในร้อยนี้จะปรากฏเพียงแค่หนหนึ่ง ทว่าปรากฏการณ์นั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต โดยมากก็แค่ฝันหรือการเห็นผีสาง

ทว่าของบากิสนั้นแตกต่างกันออกไป นี่เป็นสิ่งที่เหนือกว่า

———หากเทียบเขาคงเป็นหนึ่งในล้านล้านล้านเห็นจะได้

ครั้งแรกคือมาเกิดใหม่ ครั้งที่สองคือรับรู้ถึงความลับของโลกเบื้องบนที่ไม่สมควรมีอยู่ และครั้งที่สามอันเป็นปัจจุบัน

เขากลับย้อนเวลามาสู่อดีต เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่ภาพหลอน

———ไม่ว่ายังไงก็คิดเป็นอื่นไม่ได้

เรื่องจริงเรอะเนี่ย..?”

ตอนนี้จอมมารเฒ่ากลับนั่งกุมขมับอยู่ที่ม้านั่งกลางลานจัตุรัส ผู้คนเดินเพ่นพ่านกันเต็มไปหมด ทว่าช่วงเวลาที่สับสนนี้ก็มาพร้อมกับคำถาม

หากนี่เป็นการย้อนเวลากลับมาจริง.....เช่นนั้นเขาย้อนกลับมาได้อย่างไร?

คำถามอันงุนงงนี้ได้สร้างความวิตกให้กับบากิส

หากนี่เป็นของจริง ก็แสดงว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคต.....เปลี่ยนแปลงอดีตที่เคยเน่าเฟะอันเป็นวันล่มสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ คิดเท่านี้ก็ตระหนักได้ว่าทุกการกระทำของเขาบัดนี้ก็ถือได้สำคัญยิ่งแล้ว

ดังนั้นต้องทราบเงื่อนไขและวิธีการใช้งานก่อน

กาลเวลาเปลี่ยนไปคนเราก็ย่อมต้องเติบโตกันบ้าง ดังนั้นบากิสเองจึงความคิดที่ต้องระวังหน้าหลังเป็นปกติ พอลองคิดดูดาบมารไม่น่ามีความสามารถเช่นนี้ เขาในตอนนี้ได้จับต้องดาบมารมาแล้วนับถ้วนเวลานั้นคือพันปี

ความสามารถในการย้อนเวลานี้ย่อมไม่ใช่ผลจากดาบมาร

———ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เข้าเค้าก็คือ.....

สิ่งนี้.....งั้นเรอะ?”

เมื่อเพ่งมองขนนกสีทองเงินในมือเขาก็ตระหนักแบบนั้น ก่อนจะออกจากดันเจี้ยน «วิหารอมตะ» บากิสได้ผุดความคิดที่ว่าอยากเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูกต้อง.....เพราะแบบนั้นก็เลยกลายเป็นย้อนเวลาเช่นนี้น่ะเหรอ?

จ๊อกๆๆๆ

ทว่าตอนนั้นความหิวก็ถาโถม แม้ไม่หิวโหยเพราะเคยชินกับความอดยากประกอบกับร่างเนื้อนี้ต่อให้ไม่กินอะไรก็สามารถคงอยู่ได้ ดังนั้นบากิสจึงค่อยหันมองหาร้านอาหารอย่างช้าๆไม่รีบร้อน ครั้นพอจะเดินเข้าไปตนก็นึกได้

เราไม่มีเงินแม้แต่ GP เดียวเลยนี่หว่า? คิดอย่างนั้นแล้วจึงหยุดฝีเท้าไว้

เป็นคนดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ด้วยเหตุนี้เองบากิสจึงเปลี่ยนแผนคิดไปล่าสัตว์นอกเมืองแทน จากเช้ารุ่งอรุณจึงแปรเปลี่ยนไปถึงสาย การล่าหาของกินสไตล์จอมมารยาจกนี้กลับสามารถทำได้ง่ายจากการใช้ชีวิตกันดารร่วมพันปี

เพียงครู่เดียวก็ได้เนื้อหมูป่าย่างไฟอยู่เบื้องหน้า

———ในมือของบากิสนั้นกำลังพันยาเส้นอยู่

เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน หลายปีมานี้เขาเชี่ยวชาญเรื่องยาเส้นซึ่งสารเสพติดประเภทหนึ่งอย่างไม่สมควรเสียแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะเคยเห็นเฮียวและไรแรคสูบอยู่เป็นประจำ ดังนั้นในใจลึกๆก็เลยคิดอยากลองบ้าง จนเดี๋ยวนี้จึงกลายเป็นว่าเขาดูดมันอยู่เป็นประจำ ชี่! เสียงรนไฟดังขึ้นก่อนจะติดประกายไฟที่มุมปลาย

ฟู่ววววว!

บากิสพ่นควันขาวออกไปเป็นทางยาว เลยห่างออกไปก็เป็นเนื้อหมู่ป่าย่างที่รนไฟรอให้สุกอยู่ สูบมันอย่างเงียบๆในป่าลึกโดยไม่ข้องเกี่ยวกับใคร

———เว้นเสียแต่จะมีคนคิดมาข้องเกี่ยวกับเขานี่สิ

“......เลิกหลบซ่อนได้แล้วกระมั้ง?”

แซ่กๆๆๆ

ทันใดนั้นในพุ่มไม้เล็กจึงไหววูบราวกับตื่นตระหนกที่ตนถูกจับได้ จากนั้นทั้งคู่จึงเงียบชั่วขณะหนึ่ง แล้วปรากฏเสียวไหวของแมกไม้ขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างคนผู้หนึ่ง

เป็นเด็กชายวัยสิบกว่าขวบเห็นจะได้

ใบหน้าขาวใสเกลี้ยงเกลาผมสีน้ำเงินเข้มมีดวงตาทอประกายแห่งความสดใสซุกซนคล้ายคลึงกับตัวเขาเมื่อครั้งยังวัยเยาว์เมื่อเห็นเช่นนี้บากิสจึงรู้สึกผ่อนคลายใจอย่างแปลกๆ ทว่าเพราะไม่รู้จักด้วยดังนั้นก็เลยต้องว่า

เจ้าเป็นใคร? แล้วมีธุระอันใด?”

จ๊อกๆๆๆๆ

แล้วเสียงขดกระเพราะท้องร้องก็ดังขึ้นแทนคำตอบ

———เด็กสลัมสินะ? เขาคิดอย่างนั้น

เอ่อ.....-ข้าขออภัยขอรับ ข้ามีนามว่าโยฮันเป็นแค่เด็กชั้นต่ำด้อยค่าไม่มีพิษภัย ข้าเพียงแค่ผ่านทางมาเพื่อจะเก็บสมุนไพรแล้วบังเอิญพบเจอท่านผู้เฒ่ากำลังทำ.....เอ่อ...หมูหัน? เมนูนี้เรียกเช่นนี้สินะ? เพราะอย่างนั้นข้าก็เลย.....เอ่อ—”

“................”

แม้จะบอกว่าดูคล้ายคลึงกับเขา แต่เห็นทีจะเป็นแค่ภายนอก เพราะลักษณะเนื้อในที่แสดงออกนั้นเห็นจะเป็นคนขี้อาย ขนาดพูดคุยธรรมดาก็ยังหน้าแดงซ่านขวยเขินทำท่ากระโตกกระตากออกมาราวกับหวาดระแวงอยู่

ดูทรงแล้วก็คิดได้ในระดับหนึ่งว่าไม่น่ามีพิษภัย เพราะงั้นเขาจึงผายมือ

หิวมิใช่เรอะ? เช่นนั้นก็มากินด้วยกันสิ?”

เอ๊ะ?......เอ๋!? -ข้ามิอาจล่วงเกิน—”

นี่คือโอกาสฟ้าประทาน หากเจ้าไม่กินก็แล้วไป แต่เด็กอย่างไรก็ไม่ควรล่วงเกินคำเชื้อเชิญของอาวุโสเช่นนี้หรอกนะ หากเห็นเป็นกำไรชีวิต อย่างไรเจ้าก็ควรคว้าไว้ยามเมื่อครั้งยังมีโอกาส

“.......เช่นนั้น...อึก! ข้าล่วงเกินท่านผู้เฒ่าแล้ว

แล้วโยฮันจึงโค้งตัวไปนั่งข้างเขาอย่างกระอักกระอ่วนทั้งอย่างนั้น

———บากิสจ้องมองแล้วยิ้ม

ใช่ โอกาสนั้นมีไว้ให้ไขว่คว้า หากละทิ้งไปบางทีอาจต้องเสียใจภายหลังก็ได้.....เขาคิดลึกๆในใจเช่นนั้นด้วยใบหน้าหดหู่ ก่อนจะดึงหมูหันตรงหน้ามาไว้ในมือแล้วฉีกน่องมันออกมาไว้ในมือแล้วยื่นให้

รับไป

-ข้าล่วงเกินแล้ว! ข้าล่วงเกินแล้ว!”

ท่าทีพะเนาพะนอบนี้ทำเอาบากิสคิดเปรียบกับตนเมื่อสมัยก่อน ความจริงมันก็เคยคิดว่าตัวเองนั้นเป็นเด็กอ่อนแอท่าทางดูปวกเปียก ทว่าครั้นพอมาเทียบกับเด็กน้อยตรงหน้าแล้วเห็นทีความหมายของคำว่าปวกเปียกจะต่างกันโดยสิ้นเชิง

เห็นได้ชัดเลยว่าโยฮันเป็นคนประเภทถือตัวว่าตนเป็นผู้น้อยอยู่ตลอด

———เพราะอย่างนั้นเองก็จึงถือได้มันอ่อนแอกว่าเขาในวัยเยาว์เสียอีก

ฟู่ววววว!

บากิสพ่นควันขาวออกมาเป็นทางหนหนึ่ง

ส่วนเด็กน้อยด้านข้างก็กัดกินเนื้อย่างในมืออย่างช้าๆราวกับเกรงอกเกรงใจผู้เฒ่าด้านข้างตนอยู่ยังไงอย่างนั้น เหมือนบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน เพราะอย่างนั้นโยฮันเลยว่า

เอ่อ.....ท่านผู้เฒ่าผู้มีพระคุณขอรับ

หืม?”

ข้าสงสัยกับท่านผู้มีพระคุณ.....ว่าเช่นไรดี คืออย่างน้อยข้าก็อยากตอบแทนท่านที่อุตส่าห์เลี้ยงอาหารมื้อนี้ หากมีอะไรที่ข้าน้อยไร้ค่าผู้นี้สามารถ—”

ไม่จำเป็น เจ้ากินให้อิ่มเถอะ

คำตอบที่ได้รับมานั้นทำเอาโยฮันถึงกับเบิกตากว้าง

นี่มันพระผู้มาโปรดชัดๆ เขานึกอย่างนั้นแล้วคำนับให้บากิสสองสามหนจนเจ้าตัวขมวดคิ้วทำหน้าแหยๆออกมา ช่างเป็นเด็กพิลึกเสียจริง คิดแล้วก็สูบยาต่อ

อ๊ะ! จะว่าไปข้ายังไม่ทราบนามของท่านผู้มีพระคุณเลยขอรับ.....เอ่อ อาจถือว่าล่วงเกิน แต่มิทราบว่าท่านผู้เฒ่ามีนามว่ากระไรเหรอ?”

ข้าเรอะ? นามคือบา—”

———แล้วจอมมารเฒ่าจึงเงียบเสียงไป

หากนึกตามแล้วการเปิดเผยตัวจริงอาจไม่ดีเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เพราะนี่หากเป็นการย้อนเวลาจริง เช่นนั้นตัวตนที่ปรากฏย่อมอาจเกิดผันผวนได้

หากตัวตนทับซ้อนกับบากิสในอดีตขึ้นมา อย่างเลวร้ายสุด.....แม้อาจเป็นการสันนิษฐาน แต่หากเป็นอย่างเลวร้ายสุด บางทีตัวตนของเขาอาจเลือนหายไปจากช่วงเวลาไปอย่างสมบูรณ์เลยก็ได้ บางทีอาจทำให้อนาคตผิดเพี้ยนไป

เพราะอย่างนั้นบากิสก็เลยเงียบแล้วไม่ตอบคำถามใดออกไป

เช่นเดียวกับสีหน้ามึนงงของโยฮันที่แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด

อ่า.....ข้าขออภัยขอรับ ข้าไม่สมควร.....”

มิต้องใส่ใจ เจ้ารีบกินให้อิ่ม ครั้นพออิ่มแล้วก็จงไปเสีย

-ขอรับ

เสียงเล็กๆนั้นตอบรับอย่างว่าง่าย ส่วนบากิสก็พ่นควันขาวออกไปอย่างช้าๆ รู้สึกตัวอีกทีแท่งปลายที่ไหม้หมุนนั้นมาถึงสุดโคนของยาเส้นเสียแล้ว เพราะอย่างนั้นบากิสจึงจี้มันลงกับพื้นเพื่อดับไฟ โยฮันเหลือบมองเงียบๆแล้วชี้

ท่านไม่ควรดับสูบยาของท่านลงบนดอกไม้ตนนั้นนะขอรับ เห็นเหมือนกับเป็นวัชพืช ทว่านั่นน่ะเป็นสมุนไพรที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำยาเลยนะขอรับ

สมุนไพร?”

บากิสเอียงคอจ้องมองกลับไปต่อคำพูดที่ลงท้ายด้วย <ขอรับๆ> ของอีกฝ่าย จากนั้นจึงเบนสายตามายังดอกไม้ซึ่งหากดูเผินก็เหมือนกับใบหญ้าปกติ ทว่าพอเมื่อสังเกตดีๆจะเห็นจุดสีขาวดำสลับไปมาบนยอดใบ

นี่คือดอกไม้อย่างนั้นเรอะ?”

ขอรับ เป็นดอกประเภทกาฝาก ไม้ดอกนี้นับว่ามีความผิดแผกเล็กน้อย ที่ท่านเห็นนั้นเป็นสภาพช่วงแรกยังไม่โตเต็มวัย ในสภาพนี้สามารถทำมันมาเป็นยาได้ ทว่าพอเมื่อสุกงอมมันจะกลายเป็นพิษทำหัวผู้กินเลือดลมปั่นป่วนขอรับ

โฮ่? เมื่อไม่สุกงอมเป็นยาดี ทว่าเมื่อเติบโตกลับเป็นพิษเรอะ?”

บากิสจ้องมองดอกไม้ตรงหว่างขาตนครู่หนึ่ง ปลายดอกนั้นถูกไฟยาเส้นจี้ไปเล็กน้อย ทว่าเพราะแบบนั้นเขาจึงเผยสีหน้าอึมขรึมออกมา

“......ช่างเหมือนกับข้าเสียจริง

ท่านผู้เฒ่า?”

ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่รำลึกความหลังน่ะ

แล้วบรรยากาศจึงกลายเป็นเงียบงันดูสลับซับซ้อนมากขึ้นไปทุกที

———โยฮันเองก็ถึงกับรู้สึกผิดที่คำพูดของตนได้ไปจี้ใจดำของอีกฝ่าย

เพราะอย่างนั้นมันจึงแสร้งยิ้มออกมา

เช่นนั้นท่านก็คือไรแรคขอรับ

.

.

.

.....เอ๋?

หากท่านเอ่ยว่าไม้ดอกนี้เสมือนคล้ายคลึงเช่นท่าน—”

คำพูดของเด็กน้อยที่คิดหวังให้ผู้เฒ่าตรงหน้าตนนั้นสดใส

———บัดนี้กลับกลายเป็นเหมือนสุรารสเฝื่อน

เช่นนั้นข้าก็ขอล่วงเกินเรียกท่านตามชื่อไม้ดอกนี้ว่า—”

เช่นเดียวกับสภาพจิตใจที่เริ่มแปลงแปลกไปของบากิส

———ก็ได้ย้อนแย้งกับรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ของโยฮัน

ไรแรค.....นะขอรับ

†††

«Final Stage»

Episodes to go

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #211 PuriTakora (@PuriTakora) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:05
    อื้อหือ อย่างพีค
    #211
    0
  2. #210 เร - Rae (@MoneyEarnKillAnt) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 03:52
    ดอกไม้ดันชื่อไรแรค โครตพีคคคค
    #210
    0