ตอนที่ 103 : Ep.103 - In the End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

DD : Necrom.103

ลิทเทิ่ลฟีนิกซ์เป็นมอนสเตอร์ที่หากวัดสเกลพลังล่ะก็ ความสามารถจัดได้ว่าเทียบเท่ากับผู้นำตระกูลดาบหนึ่งคนเลยทีเดียว ทว่าการที่บากิสสามารถสังหารได้อย่างง่ายดายนี้ก็เป็นสิ่งชี้ชัดแล้วว่าไม่มีสิ่งใดสามารถต่อกรเขาได้อีก

ชั้นที่สามเป็นห้องมอนสเตอร์โถงทางยาวตามปกติ เมื่อเดินไปซักพักจอมมารซอมซ่อคนนี้ก็พบกับมอนสเตอร์ดินโคลนขนาดใหญ่

ชื่อของมันคือ «เอเทอร์นัล • มุดโกเลม»

———เลเวล LXXV(75)

ไม่ใช่นกไม่ใช่ไก่ แต่เป็นสัตว์ประหลาดเหมือนโคลนหนืดร้องอืออาฟังดูน่าขนลุก ทว่าสำหรับเขาที่เหมือนจิตใจกลับตาลปัตรเพียงแค่จ้องมอง

แล้วดาบมารที่ถือใช้งานมานานร่วมพันปีก็ถูกสะบัดออกกลายเป็นริ้วแสงประกายโลหิตผ่าร่างตรงหน้าออกอย่างหมดจด

จากวันที่ได้ดาบมาจากเฮียวจนถึงทุกวันนี้——

บัดนี้ไม่ว่าสิ่งใดเขาก็สามารถฟันให้ขาดสะบั้นได้ทั้งหมด!

ทว่าเรื่องน่าหงุดหงิดใจก็ปรากฏออกมา ร่างของ «เอเนอร์นัล • มุดโกเลม» ซึ่งสมควรถูกแยกเป็นสองซีกนั้นกลับมาต่อติดกันตามเดิม

เหมือนกับเจ้าไก่เมื่อกี้เลยแฮะ.....นี่มันดันเจี้ยนรวมพวกอมตะรึไงกัน?”

ฮู่มมมมมมมมมม!”

แบบนี้สู้ไปก็เสียแรงเปล่า

แล้วบากิสก็เดินฝ่ามาอยู่ที่ด้านหลังของมันในชั่วเสี้ยววิฯ เป็นความเร็วที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้าถึง มือขวาของบากิสแตะลงไปที่หลังของ «เอเทอร์นัล • มุดโกเลม» เช่นเดียวกับรอยสักที่กลางอกนั้นก็พลันเปล่งแสงออกมาเป็นรูปเกล็ดน้ำแข็ง

นี่คือตราประทับผู้พิชิตจากดันเจี้ยนระดับ 3 ดาว

———ดันเจี้ยน «ศูนย์สัมบูรณ์»

ความสามารถคือการแช่แข็งวัตถุไปชั่วนิรันดร์ ฟังดูร้ายกาจทว่าตราประทับผู้พิชิตนั้นล้วนแล้วแต่มีเงื่อนไขในการใช้งานทั้งสิ้น

เงื่อนไขคือหากแช่แข็งสิ่งใดจำต้องแลกเปลี่ยนสิ่งนั้นด้วยอวัยวะหนึ่งชิ้น ยิ่งอวัยวะนั้นสำคัญมากเท่าไหร่ ขอบเขตของพลังก็จะยิ่งแรงกล้ามากยิ่งขึ้น

“.....แขนซ้าย

เขาเอ่ยเบาแล้วทันใดนั้นมือซ้ายก็พลันกลายเป็นสีดำกร่อนสนิทเช่นเดียวกับร่างของเป้าหมายซึ่งกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง เสียงดัง แกร๊กๆๆ ค่อยๆปกคลุมทัศนวิสัยการมองเห็นของ «เอเทอร์นัล • มุดโกเลม» จนไปถึงอิสรภาพต่างๆ

กิ๊ง!

และแล้วร่างขนาดใหญ่เท่าอาคารสองชั้นก็จึงถูกแช่แข็งนิ่งไม่ไหวติง

———บากิสจ้องมองผลงานแล้วก้าวเดินต่อ

ฉัวะ!

พร้อมกันนั้นมันก็ตัดแขนซ้ายที่ไม่อาจใช้ได้แล้วทิ้งอย่างไม่ลังเล อย่างไรเสียร่างเนื้อนี้ก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ด้วยความสามารถของดาบมาร แรกๆอาจดูไม่น่าอภิรมย์ ทว่าพอทำเช่นนี้มานานนับพันปีสุดท้ายความเจ็บปวดก็กลายเป็นของคู่กันซึ่งขาดไปไม่ได้เลยสำหรับเขา

———เมื่อมองไปเบื้องหน้าบากิสจึงเลิกคิ้วขึ้น

เพราะตรงนั้นเองก็เริ่มปรากฏเอเทอร์นัลมุดโกเลมตัวใหม่ขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน พอเห็นดังนั้นเขาจึงลอบหายใจหนักออกมา

ดันเจี้ยนนี้คงไม่คิดกะให้คนปกติพิชิตสำเร็จได้เลยกระมั้ง?”

บ่นกับตัวเองหนึ่งคราแล้วก็มุ่งหน้าต่อไปอย่างมาดมั่น

———และแล้วก็ผ่านชั้นสามมาได้สำเร็จ

สภาพของบากิสนั้นเรียกว่าดูไม่มีชิ้นดีเท่าไหร่นัก ทว่าในอีกแง่หนึ่งนี่ก็นับเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นจึงไม่อาจเรียกว่าย่ำแย่ได้

แขนซ้ายขาด แขนขวาขาด ตาซ้ายหาย ตาขวาหาย จมูกหาย ผิวหนังหาย เล็บและฟันหาย ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนต่อตราประทับเพียงเพื่อไว้แช่แข็งอีกฝ่าย ตอนอยู่ชั้นสามร่างของเขาจึงโชกไปด้วยเลือด

———แล้วพอก้าวลงไปยังชั้นสี่

ชู่วววว!

เนื้อหนังจึงงอกเงยขึ้นมาใหม่ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ความสามารถในการฟื้นฟูนี้นับวันก็ยิ่งร้ายกาจ

เขาคิดอย่างนั้นก่อนจะฟันฝ่าอุปสรรคตรงหน้าไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ใจเย็นและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งแค่ไหนหรือเป็นอมตะยังไง สุดท้ายเขาก็ฟันฝ่ามันมาได้ เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ

สุดท้ายก็มาปรากฏอยู่ที่ชั้น 34 ของดันเจี้ยนแห่งนี้

———เป็นดันเจี้ยนที่โหดแถมยังมีจำนานชั้นที่มากกว่าปกติ

แม้จะเก่งแค่ไหน แต่การพักผ่อนเองก็เป็นสิ่งสำคัญดังนั้นบากิสจึงหยุดมือหลังจากสังหารศัตรูซึ่งเป็นมอนสเตอร์สายพันธุ์มังกรที่ชื่อ «ไฮดร้า» เลเวล XC(90)

และหัวของมันตอนนี้ก็กำลังถูกจอมมารเฒ่ากัดกินอย่างสบายอารมณ์

———รสชาติเหมือนหนังหมา...แน่นอนนี่ไม่ใช่การเปรียบเทียบ

เพราะบากิสเคยกินหมามาแล้วเมื่อสองร้อยปีก่อน ดังนั้นความเห็นที่ว่าเหมือนหนังหมานั้นจึงไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย

ชีวิตสงบสุข——

แต่บางทีนั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่ควรสำหรับเขา

เพราะอย่างนั้นบากิสจึงงีบหลับ แล้วยามเมื่อลืมตาตื่น สองขาจึงลุกขึ้นเดินต่อ เป็นเช่นนี้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ทุกวันโดยไม่มีสิ้นสุด

———กระทั่งวันนี้เองที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป

†††

«Final Stage»

Episodes to go

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

230 ความคิดเห็น