ตอนที่ 1 : Ep.001 - Incur

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

DD : Necrom.001

เมืองอันแสนสงบ,ที่นี่ไม่ว่าส่วนไหนก็ดีไปหมด สังคมไม่ดีเต็มร้อยแต่สภาพก็ถือว่าเด็ด ผู้คนแออัดไม่น้อยแต่โดยรวมก็จัดว่าดี,ในสมองของไรแรคคิดอย่างนั้น ชายหนุ่มผู้มีผมดำแซมขาวยาวถึงกลางหลังใช้มือป้องปากพร้อมจุดไม้ขีดไฟ

พรึ่บชู่~~!

ฟิ้ว~! อากาศดีจังเลยน้า

ไรแรคพึมพำ,ในมือของเขาคือยาเส้นราคาถูกซึ่งปลายกระดาษกำลังเผาไหม้อยู่ ควันสีหม่นลอยออกมาเล็กน้อย ณ บริเวณขี้เถ้าและมุมปากของไรแรค ชายหนุ่มยืนพิงผนังกำแพงแล้วมองความเป็นไปของตัวเมืองกับผู้คนพร้อมกับดูดสารก่อมะเร็งไปทีละน้อย

ควันหนึ่งส่วนกับอากาศอีกหนึ่งส่วน

———— แล้วพ่นควันออกมาเป็นเส้นตรง

แก๊งแก๊งแก๊งแก๊ง!

<ระฆังกลางแห่งเซนต์บาเบล> ดังขจรจัดไปทั่วทุกจุดในเมือง ไรแรคเองก็รับรู้ได้เช่นกัน,เขาถอนปากจากยาเส้นที่ไร้ก้นกรอง ก่อนจะแสดงสีหน้าเซ็งๆออกมา

ได้เวลาแล้วเหรอเพิ่งจะตื่นมายังไม่ถึงชั่วโมงดีแท้ๆ

ไรแรคบ่น,นี่คือชีวิตประจำวันของเขา ตื่นเช้ามาจะคอยรับลมส่องผู้คนในเมืองแล้วก็สูบยาเส้น ทว่าพอถึงยามเที่ยงที่ <ระฆังแห่งเซนต์บาเบล> ซึ่งเป็นตัวบอกเวลาดังขึ้น ตัวชายหนุ่มเองก็จะเริ่มเปลี่ยนสภาพจากไอ้หน้ามึนมาเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้า ความจริงก็ขี้เกียจอยู่หรอก,แต่ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อยาเส้นล่ะ..อย่างน้อยไรแรคก็มีคติประจำตัวที่เป็นรูปประธรรมอยู่

ชายหนุ่มหยิบเอาเสื้อคลุมสีดำยาวลงจากไหล่ที่พาดอยู่ มันคือชุดบาทหลวง,แม้จะดูแปลกๆว่าทำไมไรแรคถึงมีมันได้ แต่หากให้กล่าวง่ายๆก็คือไรแรคเป็นพระ

ใช่,ถึงจะเห็นแบบนี้แต่เขาเป็นพระตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ

อืม~โอ๊ะ! เอาเป็นไอ้หมอนั่นละกัน

ไรแรคซึ่งกลายเป็นบาทหลวงเต็มตัวเพราะชุด,กำลังจ้องมองชายคนหนึ่ง ดูจากชุดหนังของอีกฝ่ายจึงทำให้เดาได้ว่าเป็นนักผจญภัยแน่ๆ ชายหนุ่มดับไฟของยาเส้นแล้วเอามันเหน็บไว้หลังหู,ด้วยผมยาวๆนั่นจึงทำให้ยากแก่การมองเห็น ไม่รอช้า,ไรแรคได้เริ่มงานพาร์ทไทม์ของเขาทันที

นี่คุณนักผจญภัยตรงนั้นน่ะ

———— เมื่อถูกเรียกอีกฝ่ายก็หันมาตามเสียง

..ท่านเรียกข้างั้นเหรอ?”

ใช่แล้ว,นายนั่นแหละ” ไรแรคเดินเข้าไปใกล้แล้วทัก

ชั้นมีชื่อว่า ‘ไรแรค’ เป็นบาทหลวงของ <นิกายไรแรค> น่ะ

นิกายไรแรค..ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยแฮะ

คู่สนทนาทำหน้าประหลาดใจ ไม่แปลกที่จะไม่เคยได้ยิน,เพราะ <นิกายไรแรค> นั้นเป็นลัทธิทางศาสนาซึ่งถูกไรแรคก่อตั้งขึ้น ถึงจะมักง่ายที่ใช้ชื่อตัวเองตั้ง,แต่เห็นอย่างนี้แล้วไรแรคก็มีตำแหน่งเป็นถึงโปปของนิกายเลยทีเดียว หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือชายหนุ่มมีอำนาจสูงสุด

———— ก็ในนิกายมันมีสาวกแค่เขาเพียงคนเดียวนี่นะ

อย่าใส่ใจเรื่องหยุมหยิมเลย มาเข้าเรื่องกันดีกว่า,ช่วงนี้นายรู้สึกร้อนๆหนาวๆไหมแบบเวลาที่เข้า <ดันเจี้ยน> แล้วรู้สึกจะพลาดท่าเอาได้ง่ายๆเงี้ย?”

“..ท่านรู้?”

แน่นอน,ชั้นย่อมรู้อยู่แล้วล่ะ

ก็เจ้าตัวเล่นสั่นซะขนาดนั้นถ้าไม่ร้อนไม่หนาวก็คงไปเจอเรื่องอะไรซักอย่างมานั่นแหละ ไรแรคยิ้มอย่างพึงพอใจดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน เขาล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกำไลลูกปัดสีแดงสดเส้นหนึ่งออกมา ไรแรคยื่นมันให้กับนักผจญภัย

นั่นคือ..?”

หินนำโชคน่ะ,มันเป็น <แรร์ไอเทม> ซึ่งสร้างจากหินธารลาวากับเกล็ดของซาลาแมนเดอร์ คุณสมบัติของมันคือการต้านทานเวทย์ธาตุไฟตั้งแต่ระดับ 1-4 รับมันไปสิ,ชั้นยกให้

อ–เอ๋!? ไม่จริงน่าของล้ำค่าแบบนั้น,ท่านคิดจะให้ข้าจริงๆเหรอ!? ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก

เอาน่า,นายจะได้ปลอดภัยไง นี่ก็เพื่อตัวนายนะ,ถ้ามันอยู่กับชั้นๆก็คงไม่ได้ใช้มันหรอก

จากนั้นกำไลลูกปัดชั้น <แรร์ไอเทม> ก็ถูกยัดใส่มือของนักผจญภัย แม้จะบอกว่าไม่เอาแต่อีกฝ่ายก็มีท่าทีปราณนาที่จะครอบครองมันอยู่ไม่น้อย

ดังนั้นมันจึงถูกโอนถ่ายให้กับเจ้าของคนใหม่โดยง่าย

ร–ร้อน!? ทำไมกัน..?” ทันทีที่สัมผัสกับกำไล,นักผจญภัยก็โพล่งขึ้น

ก็มันมีคุณสมบัติของธาตุไฟนี่,ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะร้อนแบบนั้น รู้สึกว่ากำไลนั่นจะต้องใช้เลเวลประมาณ 16 ได้เลยล่ะมั้งผู้สวมใส่ถึงจะไม่รู้สึกร้อนแล้วใส่มันได้ตามปกติน่ะ

เป็นของระดับนั้นเลยเรอะนี่..!? ดูท่านี่จะเป็นของจริงสินะ

———— เปล่า,นั่นน่ะของโปเกล้วนๆเลยต่างหาก

โทษทีนะ,แต่ไอเทมนั่นมันก็แค่เรื่องกุ เอาจริงมันคือลูกปัดราคา 5 GP กับเส้นสลิงอีก 5 GP ที่เอามาร้อยทำได้เป็นสิบๆเส้น ในกระเป๋ากางเกงนี่ก็ยังมีเหลืออีกตั้ง 6 เส้นได้ ส่วนความร้อนนั่นมันก็บลัฟอีกนั่นแหละ นอกจากกำไล,ในกระเป๋ากางเกงก็มี <ฮีทเตอร์แบบพกพาใส่ไว้อยู่

———— เพราะงั้นมันถึงได้ร้อนจนพอเหมาะแบบนั้นยังไงล่ะ

ข–ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดีจริงๆ,ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยโปรดบอกมาเถอะ

นักผจญภัยว่าด้วยท่าทีลำบากใจ,ไรแรคยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง

———— ในที่สุดก็มาจนได้!

อีเว้นท์รูทของการค้าขาย..ไม่สิ,การทำธุรกิจต่างหาก สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ <เครดิต> การเชื่อใจเป็นปัจจัยหนึ่งเลย จากนั้นการสร้างบุญคุณให้อีกฝ่ายหนักใจว่าจะต้องทำยังไงดีจึงเป็นขั้นต่อมา

———— ตอนนี้ไรแรคกำลังเข้ารูทที่ว่านี้

การที่อีกฝ่ายรับของไปก็เท่ากับว่ากำลังเทยาพิษลงบนเนื้อสเต็กโดยเข้าใจผิดว่านั่นเป็นน้ำซอส ไรแรคล้วงเข้าอกเสื้อแล้วยื่นซองขาวให้แผ่นหนึ่ง

อย่างงั้น,นายก็ช่วยบริจาคบุญให้กับนิกายชั้นเถอะ อ่อ,เรื่องเงินน่ะมันแล้วแต่ศรัทธาจะให้เท่าไหร่ก็ได้ ยังไงมันก็สิทธิ์ของนายนี่นะ” ไรแรคปั้นหน้ายิ้มดั่งพ่อพระ

อ–โอ้ท่านช่างเมตตายิ่งนัก นอกจากจะช่วยเหลือข้าแล้วก็ยังไม่คิดจะหวังผลตอบแทนอีก เรื่องเงินนั้นข้าจะให้มากสุดเท่าที่ข้าจะทำได้แน่นอน แต่แค่นั้นมันจะพอใจท่านจริงๆเหรอกำไลเส้นนี้หากท่านนำไปขายข้าเกรงว่ามันจะได้มามากกว่าเงินทำบุญของข้าเสียอีก

อืม..อย่างงั้นเหรองั้นแบบนี้เป็นไง,นายช่วยชั้นป่าวประกาศหาสาวกหน่อยสิ ลองชักชวนผู้คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ <นิกายไรแรคโดยมีเงื่อนไขว่าหากชักชวนผู้คนมาเป็นสมาชิกได้ถึง 5 คน,นายจะได้รับการเลื่อนขั้นจาก <โนวิทเป็น <โพสทูแรนด์> แล้วถ้าคนที่นายเชิญมา 5 นั้นหามาได้อีกคนละ 5 ราย นายก็จะได้รับเลื่อนจาก <โพสทูแรนด์เป็น <อโคไลท์เพราะงั้นถ้าอีก 25 คนที่มาใหม่นั่นหาคนมาเพิ่มได้อีกตำแหน่งเอยยศเอยก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ราวๆนี้แหละ,นายลองเอาไปบอกกล่าวกับผู้คนทำนองนี้ดู แรกๆก็ลองไปบอกกับครอบครัวเจ้าญาติพี่น้องหรือเพื่อนดูก่อนก็ได้,ไม่ว่ากัน

เข้าใจแล้ว,ท่านบาทหลวง ข้าจะทำตามที่ขอเอง,นิกายท่านนี่ช่างน่าสนใจนัก หากไม่ติดว่าข้าเป็นนักผจญภัยอยู่แต่ก่อน,บางทีข้าคงเข้านิกายท่านไปแล้ว

———— ถ้ากำไลมันหายร้อนเมื่อไหร่,ชั้นว่านายคงไม่คิดอย่างนั้นแน่

เสร็จสรรพการการค้าขาย..ไม่สิ,ธุรกิจต่างหาก ก็จบลงได้ด้วยดี,นักผจญภัยกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป ต้นทุนกำไลต่อเส้นนั้นก็คงตกที่ราวๆ 2 GP ส่วนเงินทำบุญที่ได้มาตะกี้ก็คือ 500 GP ฉะนั้น,วันนี้ก็ได้กำไรมาแล้ว 498 GP ไรแรคนับเงินฟ่อนนั้นแล้วฉีกยิ้ม

นอกจากจะได้เงินกองกลางของนิกายแล้วเขาก็ยังได้เผยแพร่ชื่อของนิกายเพิ่มเข้าไปอีก แบบนี้การที่นิกายของเขาจะยิ่งใหญ่ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม

หึๆๆๆๆๆๆๆๆ..

———— ไรแรคหยิบยาเส้นที่สูบค้างไว้ตะกี้ออกมาจากสันหูแล้วจุดมันใหม่

ชี่~~!

ปลายขี้เถ้าเป็นสีแดงส้มอีกครั้ง,ไรแรคส่งเสียงซี้ดเข้าทางปากและโพรงจมูกแล้วจึงพ่นควันขาวออกมา เขาจ้องมองไปยังท้องฟ้า,ด้วยสายตานิ่งสงบ

ฟิ้ว~! วันนี้ฟ้าก็ยังแจ่มใสดีเหมือนเดิมล่ะนะ

†††

 

เอาเลยแอนโทนี่ลูกพ่อ!! อย่างนั้นแหละ,ควบให้ไวเลยไอ้ลูกเลิฟ~~!!”

พื้นที่โล่งกว้างซึ่งถูกแออัดไปด้วยผู้คนนี้คือสนามแข่งม้า,ทุกคนนั้นต่างมีเสียงเชียร์เป็นของตัวเอง ไรแรคเองก็เช่นกัน,เขากำลังเชียร์ม้าวิ่งหมายเลข 7 อยู่

———— นี่คือธุรกิจ

ตอนนี้ไรแรคกำลังลงทุนไปกับการต่อยอดเงินให้สูงขึ้น หากสำเร็จก็ถือว่าได้ผลตอบแทนอันดีงามแต่หากล้มเหลวก็คงต้องหยุด รึต่อให้บางครั้งถ้าเห็นโอกาสเขาก็จะยอมสู้สุดตัวเลยทีเดียว ทุกคนในแสตนเชียร์ของเหล่าผู้ชมนี้ต่างทราบข้อเท็จจริงนี้ดี

———— ที่นี่คือสนามรบ,เงินสามารถไหลเข้าและออกได้ตลอดเวลา

ชิบ!! ไม่นะ,แอนโทนี่!! อย่าให้มันแซงไปได้สิโว้ยยยยย~~!! ม่ายยยยย~~~!!

แล้วไรแรคก็แผดร้องอย่างแสนสาหัสราวกับมีใครเอามีดมาจ้วง

แอนโทนี่ถูกม้าเบอร์ 2 กับเบอร์ 4 แซง จากนั้น,ไม่นานก็ถูกเบอร์ 6 ตัดหน้าไปด้วยเช่นกัน จวบจนท้ายสุด,แอนโทนี่ก็กลายเป็นม้าอันดับรองโหล่,ไรแรคทรุดกับพื้น

เอาเถอะ,ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน

———— หนีดีกว่า

ก่อนที่เกมจะจบแล้วเจ้าโต๊ะมาตาม,ไรแรคก็ได้ข้อสรุปแบบนั้น ชายหนุ่มค่อยๆแทรกตัวตามฝูงชน ซักพักร่องรอยของบาทหลวงซึ่งเล่นพนันม้าตะกี้ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

ติดหนี้เพิ่มอีกแล้วสิ,ไรแรคหน้าเจื่อนเล็กน้อย

ช่วยไม่ได้,ไปทำงานหาเงินดีกว่า

พยายามทำใจชื้นขึ้นหน่อย ตอนนี้สิ่งที่เขาจะสามารถลงทุนหาเงินได้ก็คือการทำงานในฐานะของบาทหลวงแห่ง <นิกายไรแรค> เผยแพร่หาแนวร่วมเป็นสาวกแล้วก็แสวงบุญเพื่อเอาวัตถุปัจจัย

———— ได้แค่นี้ก็ถือว่าหรูแล้วสำหรับไรแรค

ชายหนุ่มเดินออกจากเมืองไปยังสถานที่ทำงานของตน,นั่นคือ <ดันเจี้ยน> ไรแรคไม่ใช่นักผจญภัยแต่เป็นนักแสวงบุญ ในการหาเป้าหมาย,ลูกค้าที่ดีส่วนใหญ่มักจะอยู่ในดันเจี้ยน

อนึ่งเพราะพวกนักผจญภัยในดันเจี้ยนมักจะมีสภาพอันน่าอดสูและถูกความยากลำบากของสภาพแวดล้อมเข้ากดดัน ฉะนั้นหากพวกเขามีที่พึ่งพิงทางใจอย่างศาสนาก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากในการเยียวยาสภาพจิต กับสองพวกนักผจญภัยส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกหัวไว,ถึงจะมีแต่ก็มีน้อย

เพราะส่วนใหญ่พวกเขาเป็นกลุ่มผู้คนซึ่งไร้ทางเลือกด้านอาชีพ โดยรวมก็เป็นพวกชนชั้นกลางเสียซะส่วนใหญ่ เพราะงั้น,คุณคงไม่พบพวกเศรษฐีเข้าไปตบมอนในนั้นแน่

———— จะมีบางกรณีที่ล่ามอนเพื่อความสนุกกับมาฝึกฝีมือ

ถึงจะบอกว่าการเป็นนักผจญภัยนั้นคือกลุ่มคนไร้ซึ่งทางเลือกด้านอาชีพ แต่ความจริงมันก็คืออาชีพอันทรงเกียรติด้วยในเวลาเดียวกัน เหมือนกับทหารเกณฑ์,แรกๆก็ดูธรรมดาแต่ถ้าหลังจากได้ยศสูงๆหน่อยก็ส่งผลให้ดูดีขึ้นแบบทันตาเลยทีเดียว

คนยังคึกคักไม่เปลี่ยน

ไรแรคมาอยู่นอกเมืองแล้ว,ตอนนี้กำลังจ้องดันเจี้ยนข้างหน้าอยู่ เขาคุ้นกับการหาสาวกในนี้เป็นอย่างดี นี่คือดันเจี้ยน <ป่าอสูรระดับ 1 ดาว ในหมู่ดันเจี้ยนนับ 100 กว่าแห่งทั่วโลก,ระดับ 1 ดาวถูกจัดว่าต่ำสุดและระดับ 5 ดาวถูกจัดว่าสูงสุด ถึงไรแรคจะไร้ซึ่งวิชาฝีมือ แต่หากเข้าไปแค่ชั้นแรกยังไงก็ไม่มีทางได้รับอันตรายถึงชีวิตแน่ ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังขบวนแถวที่ยืนต่อกันอย่างเนืองแน่นข้างหน้า

เพราะเป็นขั้นต้นคนก็เลยเข้ามาสำรวจกันเยอะ

ถ้าระดับสูงกว่านี้คนมันก็ไม่ค่อยกล้าจะเอาชีวิตมาเสี่ยงหรอก

แม้จะพูดให้ดูเหมือนดันเจี้ยน <ป่าอสูร> นี้ดูง่ายๆแต่ความเป็นจริงแล้วก็มีคนตายจากที่นี่อยู่ไม่น้อย ดันเจี้ยนนี้แม้จะเป็นระดับ 1 ดาว แต่ก็ยังไม่ถูกพิชิตได้ซักที,ที่พวกนักผจญภัยทำได้อย่างมากสุดก็คือไปยังชั้นสุดท้ายของดันเจี้ยนแห่งนี้ ผู้รอดชีวิตเอามาบอกเล่าว่าดันเจี้ยน <ป่าอสูร> มีทั้งสิ้น 6 ชั้น

ส่วนตัวอะไรเป็นลาสบอสชั้นสุดท้ายนั้น,ผู้รู้คนล่าสุดก็เพิ่งถูกมันฆ่าตายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

จากนั้นก็เลยยังไม่มีใครกล้าเข้าไปท้าทาย,ราวกับรอดูเชิงไปก่อน

ทางเข้าของดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวทุกที่มักจะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ <ป่าอสูร> ก็เช่นกัน ไรแรคเดินเข้าถ้ำไปพร้อมกับนักผจญภัยรอบข้าง บรรยากาศภายนอกภายในล้วนต่างกันลิบ

ในถ้ำนี้มีแสงสีจากแร่ฟูลเรี่ยมส่องสว่างจึงทำให้ภายนอกมองเห็นได้ตลอดทาง ตรงนี้เป็นเพียงแค่ปากทางเข้าหรือก็คือชั้น 0 ของจริงต้องลงข้างล่างไปอีกชั้นถึงจะเจอมอนสเตอร์ ไรแรคเดินยาวไปอีก 500 เมตรก็พบบันไดทางลงสู่ชั้นหนึ่ง

———— ไม่นานก็มาถึง,รูปร่างที่แท้จริงของดันเจี้ยน <ป่าอสูร> ชั้นที่หนึ่ง

แม้จะอยู่ใต้ดินแต่สภาพแวดล้อมกลับปกคลุมไปด้วยผืนป่าตามชื่อของมัน อย่างแรกที่ต้องเข้าใจก็คือดันเจี้ยนเป็นสิ่งที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งตามหลักไสยเวทและตรรกะความเป็นจริง บางที่ๆได้ยินมาแม้จะเป็นใต้ดินแต่ก็ยังมีท้องฟ้าจำลองอยู่ด้านในได้เลยด้วยซ้ำ

———— มั่นใจเลยว่าไม่มีใครเข้าใจหลักโครงสร้างหรือการทำงานของมัน

เตรียมตัวให้พร้อม..เตรียมตัวให้พร้อม..

ถึงจะไร้ฝีมือแต่ไรแรคก็ทำการบ้านมาดีทุกครั้ง สิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้คือสมุดเล่มหนึ่งกับหินสีดำอีกหนึ่งก้อน จากระดับชั้นไอเทมทั้งห้าได้แก่ <คอมมอน>,<อันคอมมอน>,<แรร์>,<ยูนีค> และ <ลีเจนดารี่> ไอเทมทั้งสองถูกจัดอยู่ในวงศ์ชั้นล่างอย่าง <คอมมอนไอเทม>

หรือก็คือมันเป็นของพื้นๆที่สามารถหาได้ตามท้องตลาด กระนั้น,ราคาของมันก็ไม่ได้ท้องตลาดตามซักเท่าไหร่แค่ <หนังสือสารนุกรมปีศาจ> ก็ปาไปแล้ว 1,600 GP แล้วไหนจะหินดาษๆที่เรียกว่า <หินประเมิน> นี่อีก 1,800 GP รวมๆแล้วมันก็หลายเหรียญอยู่

———— แต่นี่คือการลงทุนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า

ดังนั้นไรแรคจึงต้องทำเพื่อทั้งทรัพย์สินและชีวิตภายใต้ดันเจี้ยน ไอเทมทั้งสองนี้คือพื้นฐานการเอาตัวรอด หนังสือน่ะไม่เท่าไหร่,แต่หากขาด <หินประเมิน> ไปนี่ได้รู้เรื่องแน่

อย่างไรก็ตาม,ชั้นแรกนี้ก็มีสัตว์อสูรเพียงแค่ <สไลม์> เท่านั้น,หายห่วงๆ

ทีนี้ที่ต้องทำก็มีแค่หาคนเข้านิกายแล้วขายของ..ไม่สิ,ทำธุรกิจต่างหาก ให้ได้สำเร็จตามที่ตั้งเป้าเอาไว้จะได้นำเงินจำนวนนั้นไปชำระหนี้ซะให้มันจบๆ

โอ๊ยยยยย~~!!”

เสียงร้องลั่นดังมาจากทางหนึ่งของดันเจี้ยน ชายหนุ่มราวกับมีหูทิพย์รีบสาดส่องสายตาไปโดยพลัน จากนั้นก็พบกับนักผจญภัยหญิงคนหนึ่ง,เธอดูแล้วไม่น่าจะเก่งและไม่น่าจะเชี่ยวชาญซะเท่าไหร่ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวก็ตรงกับที่ไรแรคต้องการพอดี

คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” ชายหนุ่มเดินเข้าไปถามฝ่ายหญิงสาวซึ่งกำลังจับข้อเท้าที่บาดเจ็บอยู่,เธอหันมามองอย่างงุนงง สำหรับคนแปลกตา,นี่คือท่าทีตามปกติ กระนั้น,ครู่หนึ่งเธอก็ตอบ

เอ๋..อ–เอ่อ,ไม่เป็นไรค่ะ ชั้นสบายดีไม่ต้องห่วงหรอก

เท่าที่เห็นดูเหมือนเธอจะถูก <สไลม์> เข้าจู่โจม ที่ข้อเท้าเธอซึ่งสวมรองเท้าแบบเปลือยส้นนั้นปรากฏแผลพุพองอยู่ เพราะ <สไลม์> มีร่างกายที่เป็นกรดหากถูกมันสัมผัสเข้าก็จะมีอาการแสบร้อนอย่างที่เห็น ในขั้นต้นก็จะมีตั้งแต่แผลลวกยันพุพองแบบเธอคนนี้จนลามไปถึงขั้นกร่อนเนื้อกัดกระดูก

แต่ก็นะ,คนส่วนใหญ่เขาไม่มาตายเพราะมอนเลเวล 1 อย่าง <สไลม์> หรอก

เพราะถึงมันจะสามารถละลายร่างกายของเราได้แต่กว่าจะทำสำเร็จจนถึงขั้นหนังหลุดร่นก็คงต้องปาไปร่วม 30 นาทีได้ ในจังหวะนั้นสไลม์ก็คงถูกจัดการซะก่อน ในรูปร่างของเมือกสีฟ้านั้น <สไลม์> จะมีจุดอ่อนก็คือลูกตาซึ่งอยู่ด้านในเมือก ไม่ต้องถึงขั้นดาบ,เพียงใช้มือบีบลูกตานั่นมันก็ตายแล้ว

<สไลม์> ที่อยู่ข้างผู้หญิงคนนี้เองก็เช่นกัน มันถูกมีดของเธอปักคาไว้อยู่ในสภาพซึ่งไร้ลมหายใจ ดังนั้นอย่างมาก <สไลม์> ก็เป็นเพียงแค่ศัตรูที่ทำให้แสบๆคันๆแล้วตกใจเล่นก็แค่นั้น

แต่เธอบาดเจ็บนะ..จริงสิ,ถ้าไม่รังเกียจช่วยรับนี่ไปหน่อยได้ไหม?” ไรแรคว่าแล้วหยิบขวดแก้วขนาดหนึ่งฝ่ามือออกมา หญิงสาวเห็นก็ถึงกับเบิกตาโพลง

พ–โพชั่นเหรอคะ!? นั่นมันเกินกว่าที่ชั้นจะรับเอาไว้ได้จริงๆค่ะ แผลแค่นี้,ชั้นไม่––

อย่างน้อยก็รับไว้ก่อนเถอะ,เผื่อไว้ใช้ในอนาคตก็ได้

อ–เอ่อ,ถึงจะพูดแบบนั้น..” เธออ้ำอึ้งไปไม่ถูก

งั้นเอาแบบนี้,ถ้าเธอไม่อยากจะติดค้างก็รับเจ้านี่ไปสิ

———— ไรแรคยื่นซองขาวให้,เธอจ้องมองมันอย่างงุนงง

นี่คือ..?”

ซองทำบุญน่ะ,เอาไว้สำหรับเป็นกองกลางช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์ของ <นิกายไรแลคชั้นไม่ได้ให้โพชั่นเธอเพื่อหวังผลตอบแทนหรอก เจ้านี่น่ะ,คิดซะว่าเป็นการทำบุญของเธอละกันจะใส่ไปเท่าไหร่ก็ได้ตามใจเธอเลย” ไรแรคชี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วว่าต่อ

แต่พระเจ้าเคยพูดเอาไว้,หากจะทำบุญทั้งทีก็ควรทำเยอะๆ ยิ่งทำมากก็ยิ่งมีสิทธิ์มากและยิ่งทำเยอะก็ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นที่ภายหน้าจะได้ขึ้นสวรรค์หลังจากที่ล่วงลับไปแล้ว

อ–เอ๋..แต่ชั้นไม่อยาก––

ถ้างั้นเธอก็ลองจิบโพชั่นดูซักนิดสิ” ไรแรคย้ำ

คือชั้นไม่––

จิบดู!! หรือ ซองขาว!!” แล้วก็ย้ำอีกรอบพร้อมกับชูของสองสิ่งให้เธอเลือก นักผจญภัยผู้น่าสงสารกำลังทำหน้าหนักใจแล้วค่อยรับเอาโพชั่นจากมือชายหนุ่มไปโดยดี

ตามที่คุณบอก,งั้นชั้นจะเก็บไว้ใช้ใน––

จิบ!!” แล้วก็ย้ำอีกรอบสอง

..เอ่อ,ก–ก็ได้ค่ะ

สุดท้ายเธอก็ยินยอม,มุมปากเล็กนั้นจิบโพชั่นไปเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าชายตรงหน้ามาดีหรือร้ายดังนั้นตั้งแต่ต้นถึงได้ระแวงและพยายามหลีกเลี่ยง ทว่าพอคิดๆดูรอบๆนี้ก็คือชั้น 1 ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนอยู่ประปราย หากเขาคิดจะทำอะไรเธอจริง,การกระทำนั้นก็คงอุกอาจมากและต่อให้พลาดท่าก็คงมีคนเข้ามาช่วยเหลืออย่างแน่นอนอยู่ดี ต่างกับไรแรคซึ่งคิดกันไปคนละทาง

ในที่สุดการต่อสู้อันยาวนานก็สัมฤทธิ์ผล

———— เหยื่อกินเบ็ดแล้ว

เป็นไงอร่อยไหม?”

..ค่ะ,มันเย็นๆแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเยอะเลยด้วย ดูเหมือนคุณจะหวังดีจริงๆสินะ

แน่นอน,โพชั่นนั่นชั้นใช้เงินกองกลางของนิกายทำขึ้นมาเลยนะ

ใช่,ด้วยต้นทุนที่มาจากน้ำในแม่น้ำซึ่งมีมูลค่า <ฟรี> กับขวดแก้วเปล่าที่ไปขอมาจากร้านขายยาเก่าๆซึ่งไม่เอาแล้วนั่นก็ <ฟรีเช่นกัน บวกกับน้ำตาลที่เพิ่มรสชาติของมันจากน้ำตาลซองของร้านกาแฟนั่นก็ยัง <ฟรี> อยู่ รวมถึงความสดชื่นที่ได้มาจากใบมิ้นท์ที่ไปเด็ด <ฟรี> จากสวนข้างบ้านก็ด้วย

———— ต้นทุนการสร้างโพชั่นโปเกขวดนี้ก็คือฟรีนั่นเอง

โชคดีที่แผลเธอเล็กจึงทำให้ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ บวกกับโพชั่นก็ยังมีข้ออ้างเรื่องการออกฤทธิ์ช้าอยู่ เพราะเดิมทีโพชั่นก็ไม่ใช่ของวิเศษอย่างดื่มปุบแผลหายปับเลยมันซะทีเดียวหรอก ทุกอย่างในตอนนี้เรียกได้ว่าลงตัวจนสมบูรณ์แบบ ผู้หญิงคนนี้ดูเป็นคนสุภาพเมื่อเผลออะไรที่เสียมารยาทลงไปแล้วล่ะก็,บางทีเธออาจจะ..

ถ้าไม่ว่าอะไร,ชั้นขอทำบุญเป็นค่าตอบแทนเรื่องโพชั่นได้ไหมคะ?”

———— เยี่ยมอย่างที่คิดไว้เลย!!

ได้สิ,แต่เธอควรจะคิดว่านี่เป็นการทำบุญในส่วนของเธอเองจะดีกว่านะ

ไรแรคใช้สกิล <ยิ้มดั่งพ่อพระ> ทั้งที่เกือบหลุดสกิล <หัวเราะชั่วร้าย> ออกมา หญิงสาวใส่เงินจำนวนหนึ่งลงซองแล้วส่งคืนให้กับชายหนุ่ม

ขอบคุณมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก,ก็คงดีไม่น้อยนะคะ

———— เชื่อเถอะ,เธอคงไม่อยากจะเจอชั้นอีกหรอก

จวบจนเธอบอกลาแล้วจากไป ไรแลคถึงค่อยแง้มซองขาวออกดูจำนวนเงินที่ได้มา,ทั้งหมด 300 GP ใจบุญจริงๆ ประมวลรายรับปัจจุบัน,ต้นทุนกำไลข้อมือ 2 GP ได้กลับคืนมา 500 GP ต้นทุนโพชั่น <ฟรี> ได้รับกลับมา 300 GP ส่วนค่าม้าเว้นไว้ก่อน

สรุป,วันนี้เสียไป 2 GP แล้วได้ 800 GP

†††

 

ไรแรคยังคงมองหาผู้โชคดีรายต่อไปอยู่ ทว่าช่วงหลังนี้ยังไม่มีใครเข้าเค้าตามต้องการเลย โดยเป้าหมายหลักๆอย่างน้อยก็ต้องมาคนเดียว แต่ช่วงหลังมานี้กลับมีแต่พวกนักผจญภัยมากันเป็นกลุ่ม

———— ถ้ามาเป็นปาร์ตี้ย่อมยากจะหว่านล้อม

ตรงจุดนั้นไรแรคยังไม่อยากเสี่ยง เขาทำได้อย่างเดียวคือรอเวลา,รอเหยื่อให้มางับเบ็ดอีกครั้งหนึ่ง กระนั้น,ต่อให้รอไปอีกนานเท่าไหร่เหยื่อดังกล่าวก็ยังไม่มีวี่แววจะปรากฏออกมาซักที

นานชิบเป๋ง!”

———— ชายหนุ่มสบถพร้อมกับสูบยาเส้น

ไรแรคนั่งอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่ยังกับเจ้าที่ รอบตัวเขามีทั้งน้ำลายและขี้เถ้าตกอยู่,ม่านหมอกควันจำนวนหนึ่งกำลังปกคลุมไปทั่วร่างของเขา ชายหนุ่มเกิดความลังเลใจขึ้นในหัว

ระหว่างหนึ่ง,กลับไปนอนที่บ้านกับสองนั่งรอต่อไป

ไม่รู้ว่ากี่โมงกัน,เพราะนาฬิกาเรือนล่าสุดก็เอาไปจำนำใช้หนี้ซะแล้ว ฉะนั้นไรแรคตอนนี้จึงเขวเรื่องเวลาว่าเมื่อไหร่ควรอยู่เมื่อไหร่ควรไป ขณะที่ความลังเลกำลังประโคมถาม,ตรงหน้าของไรแรคก็ปรากฏ <สไลม์> สีฟ้าขึ้นตัวหนึ่ง,มันเอาตัวมาสัมผัสกับขากางเกงจนเกิดเสียงดังชี่จากการกัดกร่อน

ปึด!

ไปไกลๆเลยโว้ยยยย!!”

จะเพราะหัวเสียเรื่องหาเป้าหมายไม่ได้หรือหัวเสียเพราะไม่รู้เรื่องเวลาก็ดี อย่างไรก็ตามเจ้า <สไลม์> ตรงหน้าก็ถูกไรแรคเตะเข้าใส่อย่างแรงจนกระเด็นไปไกลยากแก่การบ่งบอกว่าเป็นหรือตาย

แล้วก็เหมือนกับการระบายนั้นได้ผล,ความคิดในหัวจึงแล่นวาบ ถ้าหากรอตรงนี้แล้วไม่เจอ,งั้นทำไมไม่เข้าไปให้ลึกกว่านี้ซะล่ะ..? ถึงจะดูอันตรายแต่ชั้นหนึ่งก็มีแค่ <สไลม์> นี่,ยังไงก็ไม่เป็นไรหรอกมั้งในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดจะไปชั้น 2 หรือชั้นอื่นๆอยู่แล้วซักหน่อย

..ดีล่ะ!” ไรแรคตบต้นขาดังฉาดราวกับตัดสินใจได้,เขาลุกขึ้นแล้วสูดควันเข้าจมูก

———— จากนั้นจึงพ่นออกปาก

ลองซักหน่อยแล้วกัน

ถึงจะมาที่นี่หลายครั้ง แต่ไรแรคก็แค่ลงมายังชั้นหนึ่งแล้วนั่งอยู่เฉยๆตรงปากทางเท่านั้น ไม่เคยไปไกลถึงระหว่างทางหรือสิ้นสุดพื้นที่ของชั้น 1 ไม่ใช่เพราะกลัว,แต่ก่อนหน้านี้เขายังไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเดินลึกเข้าไป เพราะงั้นตั้งแต่ปีก่อนซึ่งเริ่มทำธุรกิจจนถึงเมื่อครู่นี้ไรแรคถึงได้นั่งนิ่งอยู่เฉยๆเพียงแค่นั้น นี่จึงอาจเรียกว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้

ชั้น 1 นี้มีพื้นที่ยาวออกไปราว 800 เมตร แม้จะนานหน่อย,แต่ไรแรคก็ตัดสินใจเดินไปข้างหน้าพร้อมกันก็สาดส่องสายตามองหานักผจญภัยที่เข้าเค้าด้วยพลางๆ

ฮ่าห์~~!!

ฮีลเลอร์,แจกบัฟมาที!!”

แทงค์,บุกให้หนักกว่านี้สิเฮ้ย!!”

ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นปาร์ตี้อยู่ดี แม้จะเข้ามาลึกแต่ผลลัพธ์ก็ลงเอยเหมือนเดิม ว่าแต่ชั้น 1 นี่มันมีแต่ <สไลม์> นี่หว่าทำไมพวกเอ็งต้องสู้กันดูดุเดือดขนาดนั้นเนี่ย,ฝึกรูปแบบการรบอยู่รึไง..!? หลังจากนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปนานพอสมควร ไรแรคเริ่มจะหมดอาลัยกับความคาดหวังเล็กๆน้อยๆนี้ เขาถอนหายใจหันไปยืนพิงต้นไม้แล้วหยิบห่อยาสูบกับซองขาวออกมา

ไรแรคเริ่มจากเทใบยาสูบลงแผ่นกระดาษจนพอเหมาะแล้วม้วนตัวกระดาษให้เป็นแท่ง เอาน้ำลายแต้มปลายปิดกระดาษเล็กน้อย

———— แล้วชายหนุ่มก็ได้ ‘ยาเส้น’ มา 1 ea

ฟิ้ว~! ค่อยหายเซ็งหน่อย

เขาสูบยาเส้นตัวใหม่อย่างสุขี ตอนนี้ไรแรคได้เดินดูมาจากต้นทางยันสุดทางแล้ว ทว่าสุดท้ายก็พบเจอปาร์ตี้แค่ 3 กลุ่ม  นอกนั้นคาดว่าคงลงไปชั้น 2 แล้วแน่ๆ บวกกับตอนนี้ก็เริ่มจะมีคนน้อยลงเรื่อยๆ บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะเข้าช่วงเวลาพลบค่ำแล้วก็ได้,ผู้คนจึงน้อยลงอย่างนี้

———— ดูดตัวนี้ให้หมดแล้วค่อยไปละกัน,ไรแรคนึก

ชี่~!

เมื่อสิ้นสุดการเผาไหม้,เศษกระดาษก็เหลือแต่ก้นที่ถูกบีบให้แบนราบ เขาทิ้งมันลงพื้นแล้วบิดขี้เกียจ ทว่าขณะจะลุกขึ้นยืนสายตาก็เหลือบไปมองก้นยาเส้นเมื่อครู่ ตรงจุดที่มันตกอยู่รู้สึกจะมีอะไรแปลกๆอยู่ข้างใต้ เพราะคิดแบบนั้น,ไรแรคจึงยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ

นี่มัน..กลอนประตู?”

ไม่น่าใช่,แต่รูปร่างมันเป็นแบบนั้น เป็นช่องหลุมกดลงให้นิ้วทั้งห้าพอยึดจับแกนกลางได้ ดูจากสภาพแล้วคาดว่าจะสามารถบิดหรือหมุนมันได้ แน่นอนว่าไรแรคก็สนใจและอยากลองบิดมันดูเช่นกัน ทว่าเพราะความไม่แน่นอนของดันเจี้ยนบางทีนี่อาจจะเป็นสวิตซ์สำหรับกับดักก็ได้

แต่ถ้าคิดอีกแง่มันอาจเป็นสวิตซ์เปิดห้องสมบัติ สำหรับขุมทรัพย์ในดันเจี้ยนก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อนึกดูให้ดีแล้ว,ไอ้สวิตซ์ทางเข้าห้องสมบัติเนี่ย,มันจะมีให้ตั้งแต่ชั้นแรกเลยงั้นเหรอ?

เป็นกับดักเพื่อหลอกล่อผู้คนหรือว่าเป็นทางเดินสู่ความรุ่งโรจน์กันแน่,แบบไหนกันที่ถูกต้อง?

ลองกลับไปหาข้อมูลของเจ้าสิ่งนี้ก่อนดีไหมหรือจะบิดมันซะตอนนี้เลยแต่ถ้านี่เป็นห้องสมบัติจริง เกิดกลับไปวันนี้พรุ่งนี้มาใหม่,ไม่แน่ว่าของจะยังอยู่ครบตามเดิมรึเปล่านี่สิ

———— ตอนนี้คือโอกาสเพราะโดยรอบไร้ซึ่งวี่แววผู้คน

ในหัวของไรแรคจากกังวลระหว่าง <กับดัก> กับ <สมบัติ> กลับกลายเป็นกังวลระหว่าง <วันนี้รวย> กับ <พรุ่งนี้เหมือนเดิม> แทน แม้จะดูลังเลแต่ไม่นานเขาก็ตัดสินใจได้ คำตอบของชายหนุ่มก็คือ <รวยวันนี้>..ไม่สิ,คำตอบคือ <บิด> ต่างหากนั่นเอง

แกร๊ก!

เสียงเหมือนอะไรซักอย่างลงล็อก กลอนถูกบิดไปทางขวา,จากนั้นทุกอย่างก็นิ่งสนิท

..โดนหลอกเรอะเนี่ย?”

แกร๊กแกร๊ก!..

หืม..?”

แกร๊กแกร๊กแกร๊กแกร๊กแกร๊กแกร๊ก!..

ฮ–เฮ้ย..!?”

ไรแรคตระหนก,กลอนซึ่งแต่เดิมบิดไปเพียงครั้งเดียวนั้นกลับกลายเป็นว่ามันเริ่มหมุนต่อไปด้วยตัวเองแทน เสียงลั่นไกกำลังดังขึ้นเรื่อยๆหนึ่งวิต่อหนึ่งครั้ง แล้วก็ผ่านไปราวๆ 30 นาที,ตัวกลอนจึงหยุดหมุนแล้วแน่นิ่งลง ตอนนี้ชายหนุ่มชักไม่มั่นใจแล้วนี่คือกับดักหรืออะไรกันแน่

ครืนนนนนนนนนนนนนนนน~~!!

เหวอ..!?”

ไรแรคสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็ปรากฏเสียงดังสนั่นขึ้น เมื่อหันมองยังทิศทางของเสียงก็พบผืนป่าด้านข้างได้ถูกแหวกออกอย่างพิสดารเผยให้เห็นประตูบานใหญ่ราว 10 เมตรตั้งชันอยู่เบื้องหน้า เพียงแค่นั้น,ชายหนุ่มก็ดีใจจนตัวสั่น ที่พบไม่ใช่กับดักแต่เป็นห้องลับขนาดใหญ่ สำหรับไรแรคก็คงคาดเดาได้อย่างเดียว ว่าเจ้าประตูสีดำบานใหญ่นี้ก็คือความคาดหวังเพียงหนึ่งของเขา,มันคือห้องสมบัติ

———— หรือก็คือ <รวยวันนี้> นั่นเอง

ก่อนที่ไรแรคจะทันได้เฮโรแล้วกู่ร้องด้วยความยินดีเสียงของผู้คนก็ดังแล่นขัดจังหวะเข้ามา

เสียงอะไรน่ะ!? ดังมากเลยนะนั่น

เรารีบไปดูกันเถอะ,บางทีอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้

———— ซวยล่ะสิ!

ถ้าหากมีคนมาเจอห้องลับตรงนี้นี่มีหวังพวกนั้นได้มาขอส่วนแบ่งแน่ ในกรณีนั้นคนอย่างไรแรคย่อมไม่ยอมแน่ เขาตัดสินใจวิ่งไปที่หน้าประตูพร้อมกับผลักดันให้มันเปิดก่อนที่คนอื่นๆจะมาถึง

อึกเวรเอ๊ย,หนักเป็นบ้าเลย!!”

แม้จะช้าแต่ประตูบานใหญ่นี้ก็แง้มออกมาเล็กน้อยแลกกับแรงดันสุดชีวิตของชายหนุ่ม ปลายเท้ากดลงพื้นดินจนเป็นรอยลากลึงลงไปบ่งบอกถึงความหนักของเจ้าประตูดำบานนี้ได้เป็นอย่างดี กระทั่ง,มันอ้าออกพอจะให้คนๆหนึ่งลอดเข้าไปไรแรคก็ไม่รอช้าที่จะกระทำ

ปึง!!

จากนั้นบานประตูสีดำก็ปิดลงในชั่วพริบตา,พร้อมกับป่าไม้ซึ่งกลับมาปกคลุมตามเดิม

†††

 

แฮ่ก..แฮ่ก..แฮ่ก..

———— เหนื่อยโคตร!

นี่สินะที่เขาว่าสูบยาเส้นมากแล้วจะทำให้เหนื่อยง่าย..” ไรแรคพึมพำแล้วเอามือยันกับประตู

ทว่าเมื่อหายเหนื่อยก็สังเกตเห็นความผิดปกติ,บานประตูซึ่งควรแง้มอยู่เล็กน้อยในตอนนี้กลับกลายเป็นปิดสนิทเหมือนห้องปิดตาย ชายหนุ่มรู้สึกใจคอไม่ดีจึงลองดันประตูออกไป

———— ทว่าหนนี้ไม่ว่าจะใช้แรงไปมากเท่าไหร่มันก็ไม่เขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

จริงจังปะเนี่ย..อย่าบอกนะว่ามันล็อกถ้าใช่,อย่างนี้ก็กลับทางเดิมไม่ได้น่ะสิ

ไรแรคหน้าถอดสี ในกรณีที่เลวร้ายสุดเขาอาจถูกทิ้งให้อดตายอยู่ในนี้ ไม่มีวิธีจะติดต่อหรือสื่อสารกับภายนอกแบบนี้ใครมันจะมาช่วยเขาได้ ต่อให้มีสมบัติในนี้หรือมีเงินเป็นคับคั่งหากต้องมาตายทุกอย่างมันก็จบกันพอดี เมื่อเป็นเช่นนี้,ไรแรคก็ถึงกับตัวเซไปเล็กน้อย

ปึก!

โอ๊ะ..!”

เพราะถอยหลังไปชนกับอะไรซักอย่างชายหนุ่มจึงหันไปมอง มันเป็นแท่นศิลาขนาดใหญ่,เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน สิ่งนี้ดูเหมือนกับจิตกรรมสถาปัตฯอันงดงาม แม้จะเป็นหินแต่กลับเป็นหินซึ่งมีรอยสลักอันงดงามแฝงเอาไว้ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือบนสุดซึ่งเป็นยอดของแท่นศิลามีวัตถุวางอยู่

แต่เพราะมันอยู่เหนือศีรษะเลยออกไปเขาจึงมองเห็นไม่ชัด รู้แต่ว่ามันเป็นวัตถุทรงเหลี่ยม,บางทีอาจเป็นสมบัติดังที่คาดหวังไว้ ตอนนี้แม้จะรู้ว่ากลับทางเดิมไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าทางออกจะมีแค่หนึ่งบางทีด้านในห้องลับนี้อาจจะมีทางออกอื่นอยู่อีก

———— ไรแรคเพิ่งตระหนักว่าไม่ควรตื่นตูมเกินกว่าเหตุ

ใจเย็นไว้,ไรแรค..นายเป็นถึงโปปแห่ง <นิกายไรแรค> เลยนะ,จะใจเสาะไม่ได้เด็ดขาด

ชายหนุ่มสะกดจิตตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มเดินสำรวจภายในเผื่อพบทางออก อย่างแรกเขาคิดว่าไอ้ห้องสี่เหลี่ยมทรงลูกบาสก์นี้ต้องมีทางเดินต่อไปแน่

ดังนั้นชายหนุ่มจึงเดินอ้อมไปด้านหลังแท่นศิลาซึ่งขวางอยู่ ทว่าสิ่งที่พบก็ทำให้เขาหมดกำลังใจยิ่งกว่าเก่า มันเป็นทางตัน,ห้องลับนี้ไม่ได้มีทางไปต่อแต่เป็นห้องลูกบาสก์ทื่อๆอย่างที่เห็นเอาไว้จริงๆ แม้จะคิดว่า ‘มันต้องมีทางออกสิ’ แล้วเดินสำรวจต่อไปทั่ว

แต่นั่นก็ยิ่งเป็นการยืนยันให้แน่ชัดกว่าเดิมว่าที่แห่งนี้ไร้ซึ่งทางออกอื่น ทั้งเคาะหินลูบพื้นหรือคลำประตูชายหนุ่มก็ไม่พบวี่แววทางออกเลยซักนิด

ตุบ!

หึ..หึ..หึ,เรื่องจริงเหรอเนี่ยนี่คนอย่างชั้นจะต้องมาตายเพราะกับดักของดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวเนี่ยนะจะตายทั้งทีเอาที่มันอลังการกว่านี้ไม่ได้รึไง..?”

เขานั่งพิงกับแท่นศิลาแล้วหัวเราะ โดนปิดตายซะแล้ว..โดนกักขังแบบหลงลืมด้วยกับดักของดันเจี้ยนแบบเต็มๆ รู้งี้ไม่โลภซะก็ดีบางทีถ้าย้อนกลับไปได้เขาคงเลือก <พรุ่งนี้เหมือนเดิม> แน่ๆ กำไลโปเกกับโพชั่นโปเกยังสต็อกอยู่บ้านอีกเป็นร้อยเขาก็ยังไม่ได้เอาออกมาขายเลย

———— เสียดายจนน้ำตาซึม

คิดถึงเงินแล้วก็คิดถึงม้า ตอนนี้ในหัวไรแรคเริ่มมีภาพแฟลชแบ๊คหลั่งไหลเข้ามา วันวานอันหวานชื่นทั้งตอนที่แข่งม้าแพ้ทุกตาแล้วเจ้าโต๊ะตามมาทวงเงินกับตอนที่ถูกจับได้ว่าขายของโปเกพร้อมกับจะโดนดาบของนักผจญภัยเฉาะหัวเป็นสองซีก..เดี๋ยวนะ,มันหวานชื่นตรงไหนเนี่ย?

พั่บๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

———— เขาสะบัดหน้าพยายามลืมเรื่องที่ผ่านมา

ไม่ได้สิ,เราจะมายอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้ <นิกายไรแรค> ยังไม่ทันได้ผงาดออกสู่สายตาชน ณ โลกภายนอกเลยแท้ๆ” ชายหนุ่มสะกดจิตตัวเองอีกรอบ,เขาลุกขึ้นพร้อมกับเริ่มหาทางออกอีกครั้ง

นอกจากแท่นศิลา,เมื่อกี้ก็ได้สำรวจรอบๆนี้ไปแล้ว ฉะนั้นหนนี้เขาจะหันมาสำรวจเจ้าแท่นหินนี้บ้าง ไรแรคมองลวดลายสลักนูนของมันซึ่งมีอยู่รอบๆตัวแท่น

เหมือนจะเป็นรูปเชิงสัญลักษณ์กับภาพเหมือน เป็นรูปของสิ่งมีชีวิตที่บ่งบอกไม่ได้ว่าคือตัวอะไรประปรายอยู่ในนั้น เป็นเส้นสายตัวยึกยือคล้ายพะยาดปรสิต มันดูงดงามในเชิงสมจริงแต่อีกส่วนหนึ่งก็ทำให้ดูน่าหวาดหวั่นจนค่อนไปทางน่ากลัว

———— คนสลักเจ้านี่คงมีฝีมือไม่เลว

น่าเสียดายที่มาอยู่ผิดที่อย่างดันเจี้ยนแห่งนี้ เมื่อไม่มีอะไรให้ตรวจสอบอีก,ไรแรคก็จ้องขึ้นไปข้างบนสุดของยอดแท่นซึ่งมีวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ เขาปรารถนาให้มันเป็นอะไรซักอย่างที่สามารถพาออกไปจากที่นี่ได้ สมบัติก็อยากอยู่,แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนให้เรื่องชีวิตมาก่อน

———— ยังไม่อยากมาอดตายในนี้หรอก,ไรแรคคิดอย่างนั้น

แท่นศิลานี้สูงเกือบ 5 เมตรมีชั้นต่อเนื่องต่างแท่นเหยียบให้อีก 3 ขั้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงปีนมันขึ้นมาได้ไม่ยาก จวบจนขึ้นมาถึงพื้นบนสุดเขาก็พบกับเจ้าวัตถุปริศนาจนได้

———— มันคือกล่องเหล็กสีดำทรงจัตุรัส

เอื๊อก..!”

ไรแรคกลืนน้ำลาย,ในกล่องเหล็กนี้จะมีอะไรอยู่เขาไม่อาจทราบได้ แต่หากให้เลือกแน่นอนว่าคราวนี้ชายหนุ่มจะเลือก <พรุ่งนี้เหมือนเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย,เขาได้แต่ภาวนา

———— ข้าแด่เทพซุส,โปรดช่วยลูกช้างด้วยเถอะ!

เหมือนจะขอกับเทพผิดองค์แฮะ..ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่เวลามาลังเลอีกต่อไป ไรแรคเอื้อมมือไปสัมผัสกับกล่องเหล็ก ในฝ่ามือนั้นเหยียบเฉียบและมีหยาดเหงื่อหลั่งไหลโดยไร้ซึ่งการควบคุม หวังว่าเจ้าสิ่งนี้จะไม่ใช่กับดักหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ

แกร๊ก!

ตัวแม่บีบของกล่องถูกกดลงเสียงไกภายในลั่นออกมาฟังชัด คราวนี้ก็เหลือแค่ให้ไรแรคเปิดมันเท่านั้น เขากลั้นหายใจ,จากนั้นจึงแง้มมันออกอย่างระมัดระวังโดยเชื่องช้า

แอ๊ดดดดดด~!

นี่มัน..?”

ตอนนี้ไรแรคทราบแล้วว่ามันไม่ใช่กับดักโชคดีที่เป็นเช่นนั้น แต่ว่าโชคดีนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก เขามองดูของสิ่งนั้นในกล่องอย่างงุนงง

———— มันคือหนังสือ

หนังสือ..เนี่ยนะในดันเจี้ยน,แต่ดันมีหนังสือเป็นดรอปไอเทมงั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มไม่เคยเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนของดันเจี้ยนเลยแม้แต่น้อยจนถึงตอนนี้ก็ด้วยเช่นกัน สภาพของหนังสือตรงหน้าคือสีดำสนิทเฉกเดียวกับกล่อง ตรงหน้าปกมีภาษาของเผ่าอะไรซักอย่างเขียนเอาไว้

เพราะอ่านไม่ออก,เขาจึงคิดจะหยิบมันขึ้นมาพลิกดูไปมาซักครั้ง

ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วเข้าสัมผัส

กร๊อบ!

เอ๋..!?”

เสียงเหมือนกับกระดูกแตกหักดังขึ้นในกกหู จู่ๆเขาก็รู้สึกมึนและหนักศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงของหยดน้ำดังกระทบพื้นทำให้เขาก้มลงมอง มันคือเลือด,ขณะที่งุนงงว่าโลหิตหยาดนี้มาจากไหน ความเจ็บปวดก็พลันปรากฏขึ้นอย่างหนักหน่วง

อึก–อั่ก,นี่มัน..อะไรกัน!!?

เสียงของหยดน้ำเริ่มดังมากยิ่งขึ้น ในที่สุดไรแรคก็ทราบถึงที่มา,มันคือเลือดจากร่างกายของเขา ชายหนุ่มรับรู้ได้เมื่อเลือดกำเดานั้นไหลผ่านจากจมูกและเข้าสัมผัสปาก รสเค็มของเลือดมันแผ่ซ่านอยู่ที่ไรฟัน ก่อนจะได้ไขข้อข้องใจว่าการหลั่งเลือดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น

กร๊อบ!..กร๊อบ!..กร๊อบ!..กร๊อบ!..กร๊อบ!..กร๊อบ!..กร๊อบ!..

———— เขาก็ลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้นเสียก่อน

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~!!!”

เหมือนโดนบดขยี้,ทั่วสรรพกายของไรแรคกำลังสั่นระริกไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด นี่คือกับดัก,เขาคิดได้แค่นั้น แล้วพริบตาการมองเห็นก็เริ่มพร่าเลือนพร้อมกับจ้องมองโดยรอบอย่างสับสน ชายหนุ่มพบเข้ากับทัศนวิสัยใหม่ ไม่รู้ว่าตอนไหน,แต่ไรแรคถูกบางสิ่งเข้าปกคลุม

มันมีรูปร่างแปลกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวเส้นสายสีดำคราวกับหมอกแต่บางส่วนมีเส้นเลือดผุดขึ้นเต้นอยู่ทำให้คล้ายกับสิ่งมีชีวิตอย่างพะยาด

..!!?”

ไรแรคนึกขึ้นได้ในฉับพลัน,เขาเคยเจอมันมาก่อน

———— ที่ฐานสลักของแท่นก็มีรูปเจ้าพวกนี้อยู่

เขาไม่เข้าใจ,ไม่สามารถปะติดปะต่อได้ว่ามันคืออะไรแล้วมาจากไหนกันแน่ บางทีอาจจะเป็นภาพหลอนจากการเสียเลือดอย่างเฉียบพลันก็ได้ พวกมันเข้ามาใกล้,ทว่าไรแรคกลับไม่หวาดกลัว เพราะอะไรไม่ทราบแต่จู่ๆความรู้สึกอันน่าพรั่นพรึงเมื่อครู่มันเหมือนกับจะไร้ผลต่อตัวเขาเองซะอย่างนั้น

สิ่งสุดท้ายในสายตาของไรแรคก่อนสติจะดับวูบ ก็คือหนังสือสีดำซึ่งได้มาอยู่ในอุ้งมือของเขา ตัวอักษรแต่เดิมที่อ่านไม่ออก,ยามนี้กลับถูกถอดความได้โดยง่ายอยู่ในหัว

บัญญัติปราชญ์ลำดับสอง - ของตำหนิ•ไครเทียส

———— นั่นคือชื่อของมัน

จากนั้นไรแรคก็หมดสติลงไปทั้งอย่างนั้น

†††

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #114 madamlm (@madamlm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:22

    ขอลองอ่านดูก่อนนะ

    #114
    0
  2. #8 Volz (@enchanter) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 15:00
    รายได้ดีแหง๋มๆ
    #8
    0
  3. #1 Ldog (@macavel) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 19:08
    เป็นธุรกิจที่ต้นทุนต่ำจริงๆเลยนะคะ  ฮ่าๆๆๆ
    #ติดตามๆจ้าา
    #1
    0