Mutation | #กลายพันธุ์แทเตนล์

ตอนที่ 4 : 04 Wrong Situation.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

นิยาย [nomin] My first and last | คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต ...
เจเรมี่

รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ถูกจอดลงหน้าสถานที่ที่เจโรมเรียกมันว่า บ้าน เทอร์เนอร์ตวัดขาลงจากเบาะก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างตั้งใจ บรรยากาศภายนอกสงบเงียบ อาจเป็นเพราะตำแหน่งที่ตั้งของบ้านเจโรมอยู่ห่างไกลจากผู้คน รวมถึงเวลาในตอนนี้ที่เฉียดใกล้สี่ทุ่มเต็มที

อย่างไรก็ตาม เทอร์เนอร์ค้นพบว่า ที่นี่ไม่น่าจะเรียกว่าที่อยู่อาศัยได้เลยด้วยซ้ำ

รูปร่างภายนอกนั้นดูคล้ายกับตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงก่ำของมันทำให้รองศาสตราจารย์คนเก่งหวนนึกถึงเครื่องในของคุณสก๊อต ที่ตอนนี้ยังคงติดตาอยู่ไม่คลาย และมันชวนให้อยากอาเจียนเสียยิ่งกว่าอะไร

"คุณจะให้ผมรอหรือเปล่า?" คนแปลกหน้าที่ถูกยัดเยียดหน้าที่สารถีเอ่ยถามเสียงดัง และนั่นทำให้เกิดความเคลื่อนไหวประหลาดจากภายในตู้คอนเทนเนอร์ มันสั่นสะเทือน ราวกับมีคนล้มลุกคลุกคลานชุลมุนอยู่ภายใน

สัมผัสของเทอร์เนอร์ร้องเตือนอย่างหนัก ความรู้สึกภายในใจลึกๆ กำลังตะโกนบอกให้ถอยห่างออกไปจากที่นี่ซะ แต่สมองและความอยากรู้อยากเห็นตามประสานักวิทยาศาสตร์ ก็ทำงานสวนทางกับสัญชาตญาณอย่างสิ้นเชิง รองศาสตราจารย์ก้าวเดินจนถึงประตูตู้ และสังเกตว่ามันถูกล็อกจากภายใน

เขาหันหลังกลับมาเพื่อส่งสัญญาณกับธีเมออนให้นิ่งเฉยไว้ ในทีแรกชายหนุ่มผมแดงเพลิงทำท่าคล้ายไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้ยินเสียงความผิดปกติดังขึ้นอีกครั้ง เขาก็ยอมหุบปากฉับแต่โดยดี

ดวงตาทั้งคู่สอดประสาน ก่อนที่ธีเมออนจะตัดสินใจทิ้งรถของตนไว้ที่ริมถนน และเดินเข้ามาใกล้ประตูบ้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกมาที่คู่สนทนาของตน

"ขอผมฟังเสียง"

เทอร์เนอร์พยักหน้าอนุญาติ ก่อนจะถอยห่างออกมาในระยะที่ปลอดภัย ธีเมออนก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง และนาบใบหูเข้ากับประตู

เขาหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ประสาทสัมผัสรับรู้ความรู้สึก ให้ทุกอนุของเสียงไหลเวียนไปทั่วร่าง นี่แหละคือความสามารถพิเศษของธีเมออน ประสาทหูของเขาดีจนน่าใจหาย และมันก็ทำประโยชน์มากมายให้กับเขารวมถึงในเวลานี้ด้วย

เสียงลมหายใจติดขัด

เสียงเล็บ

เสียงน้ำลายที่กระทบกันราวกับเจ้าของไม่สามารถควบคุมได้

สองคน

ใกล้เพียงแค่แผ่นเหล็กกั้น

"ใครอยู่ข้างในนั้น" เสียงกระซิบแผ่วเบาเพียงแค่ให้คนตรงหน้าได้ยิน เทอร์เนอร์หลุบสายตาลงคล้ายไม่อยากตอบ แต่ก็ทนแรงกดดันจากอีกฝ่ายไม่ไหว

"น้องของฉัน, ชื่อเจโรม ที่อยู่คอนโดเดียวกับนายนั่นแหละ เขาไม่มาทำงานสองวันแล้ว แถมไม่มีการติดต่ออะไรซักอย่-"

"ไม่ๆ หมายถึงอีกคนนึง"

เทอร์เนอร์ขมวดคิ้วแน่น ความสงสัยฉายชัดอยู่บนดวงตาทรงเสน่ห์

"คุณไม่เข้าใจอะไร ผมบอกว่าในนั้นมีคนอยู่สองคน หนึ่งในนั้นคือเจโรม แล้วอีกคนเป็นใคร?"

จบประโยค สถานการณ์ที่เดิมทีตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งทวีความกดดันขึ้นไปอีกเมื่อรองศาสตราจารย์ไม่สามารถหาคำตอบมาให้กับธีเมออนได้ ว่าใครที่อยู่ในตู้นี้กับรุ่นน้องคนสนิท

เจ้าของเรือนผมสีแดงเม้มปากอย่างใช้ความคิด

"เฮ้! พวกคุณโอเครึเปล่า?" เสียงตะโกนของธีเมออนปลุกให้ความชุลมุนวุ่นวายภายในมากขึ้นกว่าเดิม มีทั้งเสียงชนประตูเหล็ก เสียงเล็บครูดกับผนัง และเสียงหายใจหอบถี่ มันดังจนทำให้เทอร์เนอร์ที่ไม่ได้มีประสาทสัมผัสดีเยียมยังตกใจกับความอลหม่านที่เกิดขึ้น

ไม่ต้องถามถึงธีเมออน เขาได้ยินทุกอย่างชัดเจนจนประเมินได้ในทันที

สถานการณ์เสี่ยงระดับเก้า

"พังเข้าไปเลยได้มั้ย? น้องคุณอาจอยู่ในอันตราย"

"หมายความว่ายังไง?"

"ผมได้ยินเสียงลมหายใจที่ไม่ค่อยเป็นจังหวะ เอาตรงๆ ก็คล้ายกับคนที่มีอาการโดนวางยาพิษ หรือเสียเลือดมาก"

คำสันนิษฐานของธีเมออนทำให้เทอร์เนอร์เบิกตาโพลง ก่อนพยักหน้ารัวๆ ให้อีกฝ่ายพังประตูได้ เป็นจังหวะเดียวกับที่ธีเมออนคว้าปืนพกออกมาจากด้านหลัง นั่นทำให้เทอร์เนอร์แปลกใจเล็กน้อย แต่พอนึกได้ว่าในอเมริกาการพกปืนเพื่อป้องกันตัวก็ถือเป็นเรื่องปกติ เขาก็เลิกคลางแคลงใจในตัวคนตรงหน้า

"หลบ"

เสียงปืนที่ดังพร้อมๆ กับลูกกระสุนที่ทะลุประตูเหล็กเข้าไปตัดกลอนได้อย่างพอดิบพอดี และไม่มีเสียงร้องเจ็บปวดจากคนด้านใน นั่นทำให้เทอร์เนอร์อึ้งเล็กน้อย

"คุณรู้ได้ยังไงว่าจะยิงตรงไหนถึงจะไม่โดนคน"

"คุณถอยไปรอข้างหลัง ผมจะเข้าไปช่วยพวกเขาเอง"

รองศาสตราจารย์ขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อผู้ชายตัวสูงตรงหน้าหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเขาอย่างเสียมารยาท แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาใส่ใจ เมื่อการช่วยชีวิตของเจโรมและบุคคลปริศนานั่นสำคัญกว่ามากนัก

เทอร์เนอร์ก้าวเท้าถอยหลังออกมาพอประมาณ จากสถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา ตอนนี้นักวิจัยคนเก่งอย่างเขาก็รู้ดี ว่าธีเมออนเก่งกาจและเชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้มาก และการพยายามเข้าไปช่วยก็ดูจะเป็นเรื่องเกะกะน่ารำคาญมากกว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี

ยืนรออยู่ตรงนี้ และถ้าอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือก็ค่อยทำตามนั้น

ทันทีที่ประตูตู้เปิดออก สิ่งที่ทั้งคู่คาดว่าจะเห็นทั้งหมดกลับตาลปัตร

เจโรมที่อาจจะนอนเลือดอาบ

น้ำลายฟูมปากเพราะยาพิษร้ายแรง

หรือแขกอีกคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ

ทั้งหมดล้วนผิดพลาด และผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย

สิ่งที่พุ่งทะยานออกมาจากโกดังไม่ใช่ร่างที่มีลมหายใจรวยริน แต่เป็นชายหนุ่มสองคนที่มีลักษณะแข็งกร้าวตั้งแต่แววตาไปจนถึงท่าทางแสดงออก ,และใช่

หนึ่งในนั้นคือเจโรม

และอีกคนที่เทอร์เนอร์รู้จักดี เจเรมี่, แฟนของรุ่นน้อง

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ธีเมออนมองด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก่อนที่จะได้เจรจาไกล่เกลี่ย เจเรมี่ที่เหลือบมาเห็นผมสีแดงสะดุดตาของธีเมออนก็พุ่งตัวเข้าใส่อย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงขู่ฟ่อผิดมนุษย์มนา

ฝ่ายเทอร์เนอร์ที่เผลอสบตาเข้ากับนักวิจัยรุ่นน้อง ก็รู้ตัวดีว่าตนเองตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว เจโรมพุ่งตัวเข้ามาหาหัวหน้าคนสนิทด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ไม่ได้เกรงกลัวหรือมีอารมณ์อื่นใดแทรกอยู่ ที่ลำคอมีเลือดอาบจนเปียกชุ่มไปทั้งเสื้อกันเชื้อ

เมื่อระยะห่างลดลงเหลือเพียงสามเมตร หัวหน้าหน่วย Super ก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่าสายตาแบบนี้เขาเคยเห็นมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นคือพึ่งเห็นไปเมื่อช่วงหัววันนี่เอง

มนุษย์กลายพันธุ์

เทอร์เนอร์ที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เมื่อคมเขี้ยวของเจโรมอยู่ห่างจากใบหน้าเขาเพียงหนึ่งฟุต ร่างบอบบางก็ถูกกระชากลอยลิ่วขึ้นมาบนบิ๊กไบค์คันเก่ง เจ้าของรถสตาร์ทและบิดคันเร่งสุดชีวิตเพื่อหนีออกจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่กำลังประสบ

ท่ามกลางเสียงขู่ฟ่อของสัตว์ป่าในร่างมนุษย์

เทอร์เนอร์หายใจติดขัด

มองดูกระจกหลังก็เห็นว่ามันกำลังวิ่งตามมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ถึงอย่างนั้นความเร็วของรถก็ชนะความพยายามของพวกมันได้สำเร็จ

ธีเมออนค่อยๆชะลอความเร็วลง ก่อนจะลงจากรถมายืนสำรวจสภาพของผู้ร่วมเดินทาง เทอร์เนอร์ยังสติหลุดและช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น สมองที่ทุกคนต่างชื่นชมยกย่องบัดนี้สูญเสียความสามารถในการประมวลสถานการณ์อย่างที่เคยทำได้ดี

"คุณ! คุณ! มองตาผม มองผม" ธีเมออนเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ พลางเรียกให้ได้สติ เทอร์เนอร์ค่อยๆ หายใจช้าลงและจ้องลึกเข้าในดวงตาอีกฝ่าย

"คุณโอเคมั้ย" น้ำเสียงที่ฟังดูปลอบประโลมทำให้ความตกใจที่มีค่อยๆ คลายลง ในตอนนี้เทอร์เนอร์ก็ได้ค้นพบอีกอย่าง

ธีเมออนน่ะเก่งในเรื่องควบคุมสติมากกว่าเขาเสียอีก

"เราต้องกลับไปที่นั่น" เทอร์เนอร์พูดเสียงสั่น "ต้องกลับไปให้ได้ ต้องฆ่าพวกมันทิ้ง"

"เราจะเรียกหน่วยเสริมเข้ามาช่วย บางทีเชื้อไวรัสนี่อาจจะกลายพันธุ์และทำให้เกิดอาการของโรคแบบใหม่ก็ได้"

"ไม่ ไม่ใช่"

เทอร์เนอร์เริ่มหอบหายใจแรงอีกครั้ง เขาพูดคำว่าต้องกลับไปฆ่าพวกมันซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียสติ

ธีเมออนวางมือลงบนศีรษะอีกฝ่ายช้าๆ ค่อยๆ ลูบอย่างปลอบประโลม และมันทำให้เทอร์เนอร์ใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ

"เราต้องกลับไป เชื้อน่าจะหลุดออกมาจากสถาบัน ขอร้อง, คุณอย่าพึ่งถามหาเหตุผล ถึงแม้ผลตรวจเลือดของตัวทดลองที่หนึ่งยังไม่ออก แต่จากการคาดเดา มันน่าจะแทรกตัวอยู่ในสารคัดหลั่งและเม็ดเลือด"

"..."

"หมายความว่า ถ้าถูกกัดก็คงจะกลายเป็นพวกเดียวกับมัน เพราะอย่างนั้น เพราะแบบนี้แหละเราถึงต้องกลับไปฆ่าให้ได้ ห้ามให้เหลือรอดเด็ดขาด"

ธีเมออนไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่ขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์คันเดิม และตีโค้งกลับไปในจุดเกิดเหตุอีกครั้ง

 

 

ไร้ประโยชน์

ร่างสองร่างที่บ้าคลั่งอยู่เมื่อครู่หายไปเสียแล้ว

เทอร์เนอร์ตัวเย็นอย่างหวาดกลัว เขาค่อยๆก้าวเข้าสู่โกดังและพบว่าภายในของมันทันสมัยขนาดไหน แม้ภายนอกจะดูเก่าและไม่น่าพิสมัยก็ตาม เดินตรงไปมีประตูอีกชั้น และเมื่อเปิดเข้าไปเทอร์เนอร์ก็เข้าใจทุกอย่างอย่างชัดแจ้ง

เครื่องมือเครื่องไม้เป็นเซ็ตสำหรับผู้ป่วย C-215 ไม่ผิดแน่ เครื่องกรองอากาศอย่างดีสี่ตัว และข้าวของที่ระเนระนาดอยู่ตามพื้นห้อง รวมถึงรอยเลือดที่กระเซ็นติดผนัง

เจเรมี่ติดเชื้อ

และสาเหตุที่ทั้งคู่กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ต้องมาจากเซรุ่มรุ่น G01 แน่นอน

เจโรมขโมยมันมา

ให้ตายเถอะ นี่มันแย่กว่าที่คิดไว้มาก

เทอร์เนอร์หันหลังกลับมาสบตากับธีเมออน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่พูดอะไรนอกจากมองสถานที่โดยรอบอย่างเงียบๆ

"เราจะทำยังไงดี" เทอร์เนอร์ถามเสียงเบา แต่ชายแปลกหน้าที่พึ่งรู้จักกันเพียงวันเดียวก็ไม่ตอบอะไรออกมาเช่นเคย

จะทำยังไง

ทำยังไงดีวะ

 

#กลายพันธุ์แทเตนล์

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์มากๆ เป็นแรงใจที่แสนดีสำหรับเราเลยค่ะ ซึ้งใจมากแม่

หลังจากตอนห้าเป็นต้นไปจะเริ่มเข้าสู่ช่วงบู๊อย่างเต็มรูปแบบ

บางคนอาจจะรู้สึกว่าทำไมเกริ่นเรื่องนาน แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึง หนังหรือนิยายซอมบี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอธิบายสาเหตุของการกลายพันธุ์ชัดเจน แต่เปิดเรื่องมาก็ระบาดไปทั่วแล้ว

แต่เราอยากให้ทุกคนซึมซับกับการกระทำของทุกตัวละคร ทุกๆสาเหตุ

และอยากใช้สิ่งที่ตัวเองชอบ คือวิชาชีวะ มามีส่วนร่วมกับฟิคเรื่องนี้ของเราด้วย

เพราะงั้นโตไปพร้อมๆกันนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #22 KDN_fimh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 16:12
    ชอบมากๆเลยค่ะ นิยายแนวบู๊แบบนี้มากๆ ไรท์เก่งมากเลยค่ะ
    #22
    0
  2. #5 ปริญ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 14:47
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5
    0
  3. #4 Dreammy_333 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:18
    โหแก อ่านไปตื่นเต้นไป ถ้ามันเป็นหนังคงนั่งร้องไหแล้วอ่ะ ดีเกิน
    #4
    0