Mutation | #กลายพันธุ์แทเตนล์

ตอนที่ 3 : 03 Wrong ,we're wrong.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

 

66.media.tumblr.com/074d33554fe0a53e516f1e56b87...
เจโรม

อวัยวะภายในที่ถูกผ่าออกชวนให้เทอร์เนอร์อยากจะอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

แม้ลักษณะภายนอกของตัวทดลองนี้จะดูปกติดี มีเพียงแววตาแข็งกร้าวเท่านั้นที่ผิดแผกแปลกไป แต่เมื่อให้เดวิดและจอห์นร่วมกันผ่าตัดเพื่อเปิดดูทั้งช่องท้อง สมอง และทรวงอก กลับพบว่ามันเน่าเฟะทั้งหมดอย่างน่าสะอิดสะเอียน

"โปรตีนสังเคราะห์ของเราทำงานผิดปกติ ไม่สิ, มันทำงานได้ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ทำงานดีเกินไปเท่านั้น"

เทอร์เนอร์ถอนหายใจยาวเหยียด ภายใต้ชุดป้องกันเชื้อที่แสนรัดกุม เจ้าของนัยน์ตาสวยกำลังขบคิดถึงวิธีแก้ปัญหาสารพัดอย่าง ด้วยสมองที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสัยงเดียวกันว่าชาญฉลาดนักหนา

"วันนี้เจโรมยังไม่มาทำงาน" จอห์นพูดในขณะที่กำลังเย็บปิดแผลบริเวณช่องท้อง "สองวันแล้วนะเทอร์น เราต้องการผลของตัวอย่างเลือด เด็กนั่นควรจะเข้าใจว่าเขาสมัครเข้ามาทำงาน ไม่ใช่เล่นขายของเหมือนตอนอายุแปดปี"

"..."

"นี่องค์กรใหญ่, องค์กรนีวาร์ น้องสุดที่รักของนายควรจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้"

เทอร์เนอร์ไม่ตอบอะไร

"จอห์นพูดถูกนะ" เป็นศัลยแพทย์คนเก่งประจำทีมที่เอ่ยต่อ "เจโรมสนิทกับนายก็จริง แต่การหายหน้าไปถึงสองวันเต็มโดยไร้การติดต่อแบบนี้ มันก็ออกจะเกินไปหน่อย"

"วันนี้ฉันจะไปหาเขาที่คอนโดเอง ไม่ต้องห่วง" หัวหน้าทีมยักไหล่เป็นเชิงตัดบทสนทนา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างของคุณสก็อตที่บัดนี้หลับตาพริ้ม เนื้อเยื่อตรงหัวใจของตัวทดลองไหม้เป็นสีน้ำตาลเข้มและควักสมองออกมาภายนอก เพื่อป้องกันการอาละวาด หมายถึง, เขาถูกฆ่าให้ตายนั่นแหละ

เมื่อทั้งจอห์นและเดวิดเห็นว่าหัวหน้าของตนรับปาก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องตื้อเรื่องของเจโรมอีก หัวข้อการสนทนาจึงถูกเปลี่ยนมาที่เรื่องงานอีกครั้ง

"สิ่งที่โคตรจะน่าสนใจเลย ให้ตายเถอะ, นายรู้อะไรมั้ยเทอร์น" จอห์นเลียริมฝีปากหนึ่งครั้งอย่างประหม่า "ในตอนที่ฉันช็อตหัวใจให้เนื้อเยื่อมันตาย เลือดควรที่จะเริ่มตกตะกอนและหยุดไหลเวียนได้แล้ว แต่มันยังคงไหลไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายอย่างปกติ หมายถึง, มันทำงานได้เองโดยไม่ต้องอาศัยหัวใจอีกต่อไป"

ข้อมูลใหม่ที่จอห์นพึ่งบอก มันทำให้หัวหน้าทีมตกตะลึงเล็กน้อย

"โอเค จอห์น , นายพยายามที่จะบอกฉันว่า ยาตัวนี้ทำให้มนุษย์ไม่ตายอย่างนั้นเหรอ?"

"ใช่, ตราบใดที่ยังไม่ถูกโจมตีที่สมองน่ะนะ"

"ถ้าจะให้อธิบายอย่างที่ฉันเข้าใจในหัวตอนนี้ ตัวยานอกจากจะทำลายสมองส่วน cerebrum แล้ว ยังทำให้มนุษย์ไม่มีวันตาย นอกจากจะถูกเจาะกะโหลกเท่านั้น ถูกมั้ย?"

"ถูกเผง" จอห์นตอบพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างที่ชอบทำประจำ

"มันจะกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์" เดวิดที่เงียบอยู่นานเริ่มออกความคิดเห็น และมันทำให้เทอร์เนอร์ถึงกับคิ้วกระตุก

"เอาล่ะ, เราต้องประชุมเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วนที่สุด" หัวหน้าทีมหันไปพูดกับแพทย์ทั้งสองคน "พรุ่งนี้เช้า ตอนเก้าโมง เราจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี่"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เจโรมเริ่มเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะ

อาหารสำรองเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยเอามาทิ้งไว้ เผื่อมากินเวลามาเยี่ยมเยียนคนรัก ในตอนนี้หมดลงแล้ว แต่เขายังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูออกไปเผชิญกับ 'สิ่งนั้น' เสียด้วยซ้ำ

เสียงกระแทกตึง ตึง ตึง ดังต่อเนื่องตลอดเวลาสองวันที่ผ่านมา มันดังต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน และนั่นทำให้เจโรมสงสัยและอยากเปิดประตูออกไปประจันหน้ากับเจ้าของแรงกระแทก พอๆ กับความกลัวที่เกาะกินในจิตใจ เสียงจากภายนอกต้องเป็นเจเรมี่ไม่ผิดแน่ เพราะภายในฐานลับนี้นอกจากเขาและเจเรมี่ ก็ไม่มีใครอยู่อีกแล้ว

"เจเรมี่ ใช่เธอหรือเปล่า" เจโรมเอ่ยถามเสียงแผ่ว เป็นสิ่งเดียวที่เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินอมเทาทำมาตลอดสี่สิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา เขาเฝ้าถามราวกับคนบ้า อยากให้ซักครั้งที่อีกฝากของประตูตอบกลับมาว่า 'ใช่ เราเจเรมี่เอง'

แต่ก็อย่างที่รู้กัน

ไม่มีเสียงใดตอบกลับ มีแต่แรงกระแทกประตูซ้ำๆ ราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น

และในวินาทีนั้นเอง เจโรมก็รู้ดี,

ถ้าไม่ออกไปก็ต้องตายเพราะอดอาหารเข้าสักวัน ห้องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกักกันเชื้ออย่างสูงสุด มันเลยกลายเป็นโชคร้าย เพราะไม่มีแม้แต่หน้าต่างซักบาน หรือช่องระบายอากาศซักช่อง

เพราะอย่างนั้น ในเฮือกของการตัดสินใจสุดท้าย เจโรมจึงเลือกออกไปเผชิญหน้า ดีซะกว่านอนรอความตายไปวันๆ ในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนจะคับแคบนี้

และถ้ามันเกิดจากความผิดพลาดของเซรุ่มจริง

เขาขอเห็นมันด้วยตา

ความผิดพลาดของตัวยานั่นน่ะ

เขาขอรับผิดชอบด้วยการเห็น และเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ทำกับคนรัก

ด้วยตัวของเขาเอง

 

ตึง

บานประตูกระแทกซ้ำเข้ามาในจังหวะสุดท้าย ก่อนที่เจโรมจะเปิดมันออก ทำให้ร่างหนักๆ ของสิ่งที่อยู่อีกฝากของประตูหล่นร่วงลงพื้นอย่างแรง และในตอนนั้นเองเจโรมรู้ดีว่าความเจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตของเขาคืออะไร

คือการทำให้คนรักของตนกลายเป็นปีศาจ

แววตาที่เคยอ่อนโยนเสมอ

มือที่กอบกุมยามต้องการกำลังใจ

ริมฝีปากที่เคยยกยิ้มให้ทุกๆ ครั้งที่เจโรมเหนื่อย

หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

วันนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง นักวิจัยคนเก่งที่เคยมั่นใจอยู่เสมอ บัดนี้กำชายเสื้อของตนแน่น น้ำตาไหลออกมาอาบสองแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ

"เจเรมี่"

เสียงของเขาแผ่ว

แม้ม่านน้ำตาจะบดบังแต่เจโรมก็ยังเห็น

ว่าเงารางๆ ของคนรักกำลังพุ่งตรงมาที่เขาอย่างจู่โจม

และทุกอย่างก็ดับวูบลง

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เวลาหัวค่ำ

เทอร์เนอร์เดินเข้าสู่ตัวคอนโดของเจโรมอย่างปกติที่ทำบ่อยๆ ระหว่างทางก็ยังกดโทรหาน้องชายคนสนิทอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เปล่าประโยชน์

ไม่มีใครรับสาย, อย่างที่เป็นมาตลอดสี่สิบแปดชั่วโมง

เมื่อสายที่แสนล้านแปดหมื่นถูกตัดลงโดยระบบอัตโนมัติ รองศาสตราจารย์ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะกดเปิดลิฟท์สีเงินตัวใหญ่ และก้าวเข้าสู่ตัวลิฟท์อย่างไม่รีบร้อนเท่าไหร่

บางทีเจโรมอาจจะแค่ปวดหัว, เด็กนี่ชอบเป็นบ่อยๆ ในเวลาที่กำลังเครียดกับงานวิจัย และเกือบทุกครั้งก็จะปิดโทรศัพท์มือถือ เพราะเรื่องมือสื่อสารเหล่านี้มีคลื่นความถี่ที่ส่งผลต่อสมอง และมันจะทำให้อาการปวดหัวย่ำแย่ลง

มือเรียวสวยกดหมายเลขชั้นสิบห้าอย่างคล่องแคล่ว แต่ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลงเพียงเสี้ยววิ มือที่ถูกสวมถุงมืออย่างเรียบร้อยของใครบางคน ก็ถูกยื่นเข้ามาขัดที่ช่องว่างที่เหลืออยู่อย่างพอดิบพอดี และมันส่งผลให้ประตูบานใหญ่เปิดออกอีกครั้ง

เทอร์เนอร์เหลือบสายตาขึ้นมามองชายตรงหน้า

เขาสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบเซนต์ ผมสีน้ำตาลแดงบ่งบอกถึงความเป็นตัวเองไม่น้อย เสื้อยืดสีดำที่ดูเหมือนไม่ได้ถูกรีด แถมด้วยกางเกงยีนส์ที่ซักครั้งสุดท้ายน่าจะเมื่อฤดูหนาวที่แล้ว

รองศาสตราจารย์ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ขยับที่ให้ผู้มาใหม่เท่านั้น แม้ในลิฟท์ตัวใหญ่จะมีเพียงแค่เราสองคน แต่ด้วยมาตราการป้องกันการระบาดของโลก ระยะห่างหนึ่งเมตรครึ่งจึงกลายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจริงจังไปเสียแล้ว

ชายหนุ่มผมแดงเหลือบตามองเขาเพียงเล็กน้อย เพราะหน้ากากกันแก๊สอย่างดีที่อีกฝ่ายสวม เทอร์เนอร์เลยไม่เห็นใบหน้าของเจ้าของผมสีแดงก๋ากั่นชัดนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

เขาคงดูดีไม่หยอก , หมายถึงองค์ประกอบของใบหน้าน่ะนะ

"คุณจะไปชั้นไหน" รองศาสตราจารย์ที่รับหน้าที่คนกดลิฟท์จำเป็น เอ่ยถามทั้งๆที่ไม่ได้หันหน้าไป

"สิบห้า" อีกฝ่ายที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลังตอบ

"ชั้นเดียวกัน" เทอร์เนอร์พึมพำพร้อมกดที่หมายเลขสิบห้าอีกครั้ง

"คุณทำงานที่สถาบันนีวาร์เหรอ, หมายถึง ผมเห็นตราสัญลักษณ์บนชุดที่คุณใส่น่ะนะ ขอโทษที่เสียมารยาทแอบมอง"

"ใช่, ไม่เป็นไร ตราสัญลักษณ์นี่มันเด่นเกินกว่าที่คุณจะแอบมองอยู่แล้ว"

เทอร์ลิสหัวเราะเล็กน้อย ก็จริง สัญลักษณ์บนอกซ้ายขององค์กรนี้ใหญ่พอๆ กับจานเบรกฟาสต์ของเขา

"คุณอยู่ชั้นสิบห้าเหรอ? ผมไม่เคยเห็น"

"ฉันมาหาน้อง"

"น้องคุณ? ใคร?"

โอเค, เทอร์เนอร์ถอนหายใจยาว ร่างเล็กกำลังคิดว่า คำถามระหว่างเรามันมากเกินกว่าผู้ใช้ลิฟท์ร่วมกันมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความมารยาทดีของรองศาสตราจารย์คนเก่ง เขาก็ยอมตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ในใจจะขุ่นเคืองเพียงใด

"เจโรม, มาหาเจโรม"

"อ๋อ เด็กจากสถาบันวิจัยคนนั้น"

อีกฝ่ายเดินขึ้นมาเทียบเสมอด้านข้างกับคนขององค์กรนีวาร์ พร้อมกับหันหน้ามาสบตากับเทอร์เนอร์

"ไม่เจอเขาหรอก หมอนั่นไม่กลับห้องมาสองวันแล้ว"

คำตอบนั้นทำให้หัวหน้าทีมซุปเปอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"เห็นบอกว่าจะไปเยี่ยมคนรักตั้งแต่เมื่อวานซืนเย็น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับ"

"นายว่าไงนะ"

"ก็อย่างที่พูดไปไง มีอะไรพิลึก?" แม้เทอร์เนอร์จะมองไม่เห็น แต่เดาว่าคิ้วของคนตรงหน้าคงจะขมวดมุ่นด้วยความสงสัยเป็นแน่

"เจโรมพูดอะไรอีกหรือเปล่า?"

"ไม่นะ เขาบอกผมแค่นั้น .. อ้อ! อีกอย่าง เขาบอกว่าทุกอย่างที่เขาทำจะต้องเป็นความลับ"

"ความลับ?"

รองศาสตราจารย์เลียริมฝีปากที่ตอนนี้เริ่มแห้งผากอย่างประหม่า พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด แต่ก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากบ้านอีกหลังของเจโรมที่อยู่เมืองใกล้ๆ

เด็กนั่นมักบอกเสมอ ว่าที่ตรงนั้นเป็นสถานที่ที่เขาจะไม่ยอมให้ใครไปเด็ดขาด มันเป็นสถานที่แห่งความลับ

"ฉันชื่อเทอร์เนอร์ , เรียกเทอร์นก็ได้"

"ผม ธีเมออน"

"เอาล่ะธีเมออน ฉันขับรถเก๋งมา แต่อยากจะรู้ว่านายพอจะมีรถมอไซค์มั้ย?"

"แน่นอนว่ามี"

"มันออกจะฉุกละหุกไปหน่อย แต่คุณช่วยขับรถไปส่งฉันที่ซานฟรานซิสโกที"

 

 

#กลายพันธุ์แทเตนล์

พระนางเขาเจอกันแล้วอ่าเนาะ

ฝากสกรีมแท็ก และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ดิฉันด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #21 KDN_fimh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 16:04
    ฮือ น่าสนใจมากค่ะ ไรท์บรรยายเก่งมากๆ ใจเต้นตึกๆๆๆตอนอ่านเลย โคตรจะลุ้น ㅠㅠ ฟิคแนวนี้เจอไม่ค่อยบ่อยด้วย ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆนะคะ ♥️
    #21
    0
  2. #10 yoke_yyyyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 14:00
    สำนวนดีมากเลยค่ะ พล้อตก็ดี๊ดี ติดตามนะคะะ
    #10
    0
  3. #3 Babeeee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 00:53
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากๆเลยค่ะ รอติดตามนะคะ❤️
    #3
    0