Mutation | #กลายพันธุ์แทเตนล์

ตอนที่ 2 : 02 Wrong Result.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

นิยาย [NCT] Clan wars (taeten) : Dek-D.com - Writer
ธีเมออน

 

กลิ่นฉุนของตัวยามากมาย โชยเข้าจมูกของเทอร์เนอร์ทันทีที่เขาก้าวขาเข้าสู่โซนโรงพยาบาลขององค์กรนีวาร์

วันนี้ เขามาเพื่อคัดเลือกตัวทดลอง

ใช่ หมายถึงทดลองเจ้า G01 ที่จะต้องส่งให้ทางการภายในเดือนหน้านั่นแหละ

ร่างโปร่งเดินอาดๆ เข้าสู่ห้องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีนายแพทย์หนุ่มประจำทีมนามว่าจอห์น กำลังก้มหน้าจดอะไรบางอย่างลงในชาร์ตผู้ป่วยด้วยตนเอง

ภายในห้องนั้นยังมีร่างผู้ป่วยด้วยโรค C-215 กำลังนอนลืมตามองผู้มาใหม่อยู่ก่อนแล้ว

เขา, หมายถึงผู้ป่วย เป็นชายหนุ่มผิวขาว อายุราวๆ ห้าสิบปี นัยน์ตาสีเขียวมรกต รูปร่างสูงใหญ่ดูแข็งแรง ผมสีน้ำตาลเข้มแซมด้วยสีขาวเล็กน้อยตามวัย เขาถูกจับใส่กล่อง เอ่อ..ใช้คำว่าอะไรดีล่ะ กักกันเชื้อโรค โดยการให้เขานอนในตู้กระจกใสที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ใบหน้าอิดโรยยกยิ้มให้เทอร์เนอร์อย่างอ่อนโยน

"อ้าว มาแล้วงั้นเหรอหัวหน้า" จอห์นเอ่ยถาม พร้อมดันแว่นที่สวมอยู่ในเข้ารูปกับใบหน้า "เริ่มเลยมั้ย?"

"อืม"

จอห์นหัวเราะให้กับท่าทางเย็นชาของเพื่อนร่วมทีม

เวลางาน หมอนี่จะจริงจังและซีเรียสเสมอนั่นแหละ

"ผู้ป่วยเลขประจำตัว 399847 ชื่อนายสก็อต แฮร์ลิส อายุ 52 ปี ติดเชื้อ C-215 เมื่อสองวันก่อนหน้านี้ โดยพื้นฐานเป็นคนแข็งแรง แต่สูบบุหรี่จัด ทำให้เขาเป็นมะเร็งปอดในระยะแรกเริ่ม แต่อย่างไรก็ตาม, นี่คือคนไข้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เรามีแล้วครับคุณเทอร์เนอร์"

"ดี" รองศาสตราจารย์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับตัวทดลองแรก "คุณสก็อต ลูกทีมของผมได้ชี้แจงรายละเอียดอะไรไปแล้วบ้างครับ"

"เขาบอกแค่ว่าผมเป็นคนแรก และให้ตายสิ ผมตื่นเต้นเป็นบ้า" เขาหัวเราะเบาๆ อย่างสบายใจ นีวาร์เป็นองค์กรที่เก่งที่สุดที่ประชาชาติมี การที่เขาเป็นตัวทดลองแรกก็ไม่ต่างอะไรกับการได้เป็น ผู้ป่วยที่หายขาดจากโรคนี้เป็นรายแรกของโลก นั่นแหละ

"ตัวยาของเรายังไม่เคยทดลองในมนุษย์มาก่อน ถ้าหากมีข้อผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นกับคุณ.. คุณเซ็นสัญญาแผ่นนั้นแล้วใช่มั้ย?" เทอร์เนอร์กล่าวด้วยเสียงเรียบ สัญญาที่ว่า คือสัญญาการเข้าร่วมงานวิจัยด้วยความสมัครใจ และองค์กรจะไม่คุ้มครองตัวทดลอง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

"แน่นอนครับ ผมเซ็นแล้ว"

รองศาสตราจารย์ยกยิ้มอย่างพึงพอใจในคำตอบของชายตรงหน้า ก่อนที่จะหมุนตัวหันหลังกลับออกไป โดยไม่ลืมทิ้งท้ายเอาไว้ให้กับคุณสก็อต

"ผมขอให้คุณโชคดี"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

"วันนี้นายดูจิตใจไม่ค่อยอยู่กับตัวนะ เจโรม" มาร์คัส วิลสัน วิสัญญีแพทย์ประจำทีมเอ่ยทักเพื่อนสนิทที่สีหน้าไม่สู้ดีมาตั้งแต่เช้าแล้ว อาจจะเป็นเพราะไม่ได้กินคาราเมลแมคิอาโต้ เมนูโปรดของเจ้าตัวหรือเปล่า เขาเองก็ไม่ทราบแน่ชัด

"แค่เหนื่อยๆ จากงานวิจัยน่ะ" เจ้าของผมสีน้ำเงินเทาเอ่ยตัดบท และมาร์คัสเข้าใจดี

เพราะสมัยมหาวิทยาลัย หมอนี่มักจะตัดบทเขาบ่อยๆ เวลาที่เขาพูดถึงเจเรมี่ แฟนของเพื่อนสนิท

อาจจะเป็นเพราะความหึงหวงไร้สาระ หรืออะไรก็ตาม มาร์คัสแทบจะเจอเจเรมี่นับครั้งได้ ทั้งๆที่เป็นแฟนของเพื่อนสนิท

"แล้วพักนี้แฟนนายเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่มั้ย?"

"อืม เมื่อคืนเจเรมี่นอนหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ตอนที่ฉันออกมาเขาก็ยังไม่ตื่น"

"เด็กวัยแปดเดือนก็ต้องการการพักผ่อนมากๆ แบบนี้แหละ" มาร์คัสเอ่ยแซวนิสัยของเจเรมี่ที่ไม่ได้โตตามขนาดตัว ก่อนจะได้รับสายตาดุๆ จากเพื่อนสนิทกลับมา

"เก้าเดือนต่างหาก"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เช้าวันจันทร์น่ะ อากาศเหมาะกับการจิบเบียร์และนอนอยู่บ้านมากกว่าการตื่นขึ้นมาและพบว่า มนุษย์โลกแทบจะออกไปข้างนอกไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่สวมหน้ากากอย่างรัดกุม

เพราะถ้าพลาด นั่นอาจหมายถึงชีวิต

"ตื่นได้แล้วไอ้พวกเส็งเคร็งเอ๊ย!" ธีเมออน มาร์ติน ขยี้ผมสีแดงเพลิงของตนอย่างแรง พร้อมกับใช้เท้าเขี่ยอีกสองร่างที่นอนกองพับกันอยู่ที่ปลายเตียง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนของเขาทั้งสองคน ลูคค์ แพทเทอร์สัน และ นากาโมโตะ ยูตะ ไอหนุ่มหน้าหล่อจากแดนอาทิตย์อุทัย

"เวรเหอะ, เราจะตื่นไปทำซากอะไร! ยังไงก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่ดีนอกจากนอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมโง่ๆ นี่" ลูคค์สบถ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมาขยี้ผมอย่างแรงสองสามครั้ง

"ฉันเห็นด้วยกับลูคค์แบบสามร้อยเปอร์เซ็นต์" ยูตะยักคิ้วให้ธีเมออนทั้งที่เจ้าตัวยังคงหลับตาอยู่ ชายหนุ่มกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายพลางมองเพื่อนสนิทสองคนที่นอนเกลือกลิ้งอย่างสบายใจอยู่บนเตียงของเขา

"ฉันไม่ได้คิดว่าจะนอนรอความตายไปวันๆ อยู่ในห้องนี้หรอกนะ" ชายหนุ่มผมสีเพลิงก้าวเดินออกจากเตียง

เขาเดินไปสวมเสื้อสีดำสนิทพอดีตัว คว้าหน้ากากชนิดกันแก๊สอย่างดี ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เพื่อนอีกสองคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง

"นี่มันยังไม่เลิกคิดหาแผนการเข้าไปขโมยยาอะไรในองค์กรนั่นอีกเหรอวะ?" ยูตะเลิกคิ้ว

"มันไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจของตัวเอง นายก็รู้" ลูคค์ตวัดผ้าห่มออกจากตัว "ถ้าเราไม่ช่วย มันก็จะทำด้วยตัวเองจนกว่าจะสำเร็จ"

"แล้วนายคิดว่าไง จะช่วยมั้ย" หนุ่มจากแดนญี่ปุ่นถามพลางหาวออกมาหวอดใหญ่

"ไม่รู้ว่ะ นีวาร์เป็นองค์กรใหญ่แค่ไหนทุกคนรู้ดี ไม่ใช่ว่าเดินดุ่มๆเข้าไปได้ง่ายๆ" ลูค์เสยผมของตนขึ้นอย่างลวกๆ มือใหญ่คว้าผ้าเช็ดตัวเตรียมที่จะเข้าไปอาบน้ำ "แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ถ้าโรคเฮงซวยนี่มันต้อนฉันจนกลายเป็นหมาจนตรอก"

"..."

"วันนั้นฉันอาจจะระเบิดกำแพงองค์กรนั่นด้วยตัวเองก็ได้ ,ใครจะรู้"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เย็นวันนั้นเอง เจโรมเดินเข้าสู่ฐานลับของตนอย่างที่เคยทำอยู่ทุกๆ วัน ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

มาเยี่ยมคนรัก

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กลิ่นยาที่ฉุนขึ้นจมูก เครื่องช่วยหายใจที่ดังอย่างต่อเนื่อง จอแสดงผลบ่งบอกอัตราการเต้นของหัวใจที่เป็นศูนย์

เจโรมหายใจแรง เขาก้าวเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ต้องเปิดประตู เพราะประตูเหล็กแน่นหนานั่นถูกเปิดออกอยู่ก่อนแล้ว

ซึ่งนั่นมันโคตรผิดปกติ

กวาดสายตาไปทั่วห้อง เสียงหวีดแหลมของเครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่านักวิจัยจุลชีวะคนนี้ยังคงมีประสาทสัมผัสทั้งห้าอยู่ครบ แม้ว่าตัวของเขาจะชาไปหมดแล้วก็ตาม

ไม่ใช่ว่าเจเรมี่ตาย แต่ เขาหายไป

เป็นไปไม่ได้ คนที่ติดเชื้อจนปอดเสียหายมากขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนได้ในเวลาข้ามคืนแน่

สัญชาตญาณของโจโรมกำลังร้องเตือน นี่มันผิดปกติ

ตึง

เสียงประตูที่ถูกกระแทกจากภายนอกทำให้ชายหนุ่มเครียดตึงกว่าเดิม ความจริงที่ว่าตัวยานั้นยังไม่เคยทดลองกับมนุษย์ ทำให้ความกลัวในใจของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ตึง

ประตูเหล็กแน่นสนิทยังถูกกระแทกจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้มันจะปลอดภัยแน่นหนา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าแรงกระแทกที่ไม่เป็นจังหวะนั่น ทำให้เจโรมเกิดหวั่นใจขึ้นมา

มันเหมือนไม่ใช่มนุษย์

แต่ในโกดังนี่ก็ไม่มีใครเลยที่อยู่กับเขา นอกจากเจเรมี่เท่านั้น

ให้ตายเหอะ, นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ?

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เทอร์เนอร์ถึงกับถอนหายใจอย่างหนัก ความกังวลเจือหงุดหงิดแทรกผ่านดวงตาสีเทาอ่อน

จอห์น แจฮยอน มาร์คัส เทอร์เนอร์ และ เดวิด ยืนมองร่างของตัวทดลองนิ่งงัน แววตาของคุณสก็อตไร้ซึ่งความอ่อนโยนเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน มันแข็งกร้าว ดุร้าย และดูคล้ายกับสัตว์ป่าที่หิวโซ

โชคดีที่กระจกกักกันเชื้อถูกออกแบบมาให้ทนต่อการกระแทก ทำให้ตัวทดลองหมายเลขหนึ่งยังไม่ได้ออกมากัดใคร หรือเดินเผ่นพ่านไปไหน

"โอเค แจฮยอน ฉันให้โอกาสนายอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี่" รองศาสตราจารย์หัวหน้าทีมหันไปทำตาเขียวปั๊ดใส่นักวิจัยเพื่อนสนิท ที่รับผิดชอบในเรื่องของส่วนผสมยาเสียแปดสิบเปอร์เซ็น

"ก็ฉันบอกแล้วนี่หว่า ว่ามันอาจส่งผลต่อเซลล์สมอง โปรตีนสังเคราะห์ที่เราทำ น่าจะไปทำลายสมองส่วน cerebrum ซึ่งอย่างที่นายก็รู้ มันเป็นสมองส่วนที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ถ้ามันถูกทำลาย ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราเหลือเพียงสัญชาตญาณสัตว์"

"เวรเหอะ, แล้วเราจะทำยังไงกับ เอ่อ คุณสก็อตเนี่ย?" จอห์นกุมขมับอย่างหัวเสีย เรื่องนี้จะให้ผู้ใหญ่ในองค์กรรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นทีมของพวกเขาคงซวยกันทั้งทีม

ในสถาบันนีวาร์ ไม่ได้มีแค่ทีมของพวกเขาเท่านั้นที่แข่งกันผลิตตัวยาต้านไวรัสนี่ ยังมีทีม Z ทีม Q และทีม S ที่กำลังชิงดีชิงเด่นกับทีม Super ของเขาอยู่

มีหวัง ถ้าเด็กเวรพวกนั้นรู้ว่าวัคซีนของทีมที่เก่งที่สุดอย่างทีม Super เกิดข้อผิดพลาด คงจะถือโอกาสเหยียบกันให้จมดินแน่นอน

"เราต้องลองเก็บตัวอย่างเลือดของเขามาตรวจ" เดวิด เจมส์ ศัลยแพทย์ที่พูดน้อยที่สุดในทีมออกความเห็น "ถ้ามันทำลายสมองจนระบบรวนขนาดนี้ ผมว่าโปรตีนในเม็ดเลือดก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน"

ทั้งห้องเงียบลงในทันที

"จอห์น นายต้องเก็บตัวอย่างเลือดส่งให้เจโรมตรวจอย่างละเอียด แล้วนี่เจโรมไปไหน ทำไมวันนี้ไม่มาทำงาน?"

"มันไม่ได้ติดต่อผมมาเลยนะครับพี่เทอร์น" มาร์คัสเอ่ยตอบ

"เออ ช่างมันก่อน เอาเป็นว่าอย่าลืมเก็บตัวอย่างเลือด"

จอห์นพยักหน้ารับคำ

"ส่วนเดวิด เตรียมห้องผ่าตัดไว้ ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องใช้มัน"

 

 

#กลายพันธุ์แทเตนล์

จุกๆไปเลย

ธีเมออน - แทยง

ลูคค์ - ลูคัส

ยูตะ - ยูตะ

มาร์คัส - มาร์ค

เดวิด - โดยอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #6 milliop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 21:18

    สนุกกกกกกก

    #6
    0