[Fic Attack on Titan] The Butterfly Effect #ใต้ปีกผีเสื้อ (Levi x Eren)

ตอนที่ 5 : Effect 04 : After Effect (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    17 เม.ย. 62



You can’t see the future but it doesn’t change the present.


หนึ่งอาทิตย์หลังจากเอเลนเริ่มเข้าโรงเรียน รีไวล์มีเวลาว่างเพิ่มขึ้น วันแรกที่ได้ไปโรงเรียนเอเลนร้องไห้จะกลับบ้านให้ได้และไม่ยอมห่างจากคุณแม่เลย แต่หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ เจ้าเด็กที่ร้องไห้จะเป็นจะตายในวันนั้นกลับติดเพื่อนใหม่จนเกือบไม่ยอมกลับบ้านซะแล้ว 

เฮ้ออทางกลับจากโรงเรียนมัธยมถึงบ้านแฝดสองชั้นไม่ได้ไกลนัก แต่เพราะอากาศร้อนอันอบอ้าวทำให้รีไวล์ต้องถอนหายใจอีกเป็นรอบที่ร้อย ถ้าอากาศจะดีขึ้นกว่านี้สักหน่อยเขาจะขอบคุณมาก หรือบางทีเขาควรปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่วันพรุ่งนี้ดี?

เมี้ยว~” แมวสีน้ำตาลลายแต้มขาวตัวหนึ่งกระโดดจากพุ่มไม้ขึ้นไปยืนบนกำแพง ดวงตาสีเขียวอ่อนใสกระจ่างจ้องนิ่งไปยังรีไวล์ซึ่งยืนอยู่ด้านล่างกำแพง รีไวล์จ้องตากลับ อากาศร้อนทำให้เหงื่อไหลจนแผ่นหลังเปียกชื้น แต่รีไวล์กลับไม่ยอมขยับแล้วยืนนิ่งท่ามกลางพระอาทิตย์อันร้อนระอุ เจ้าแมวสีน้ำตาลลายแต้มขาวหมอบตัวลงกับกำแพงแล้วไกวหางไปมา ดวงตายังคงจับจ้องรีไวล์เป็นระยะ แต่เมื่อเห็นมนุษย์ไม่ขยับเจ้าแมวจึงเริ่มเลียขนตัวเองอย่างสุขใจ

เจ้าสี่ขาตัวเล็กซึ่งปีนป่ายกำแพงสูงได้อย่างอิสระหรือแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ถูกกับรีไวล์มาแต่ชาติปางก่อน จะเรียกว่าศัตรูคู่อาฆาตก็ดูไม่ถูกต้องนัก เพราะรีไวล์ทั้งรู้สึกเอ็นดูและชื่นชอบเจ้าตัวเล็กสี่ขานี้อยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเวลารีไวล์เข้าใกล้จะต้องได้ยินเสียงขู่ฟ่อกับอาการพองขนทุกครั้งไป ตอนนี้รีไวล์จึงได้แต่ยืนจดจ้องเจ้าตัวขนสีน้ำตาลลายแต้มขาวอยู่ห่างๆ ดวงตาสีเทาจดจ้องอย่างไม่วางตาเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ แต่สรรค์ไม่เห็นใจ เพราะเพียงแค่เขาคิดเท่านั้นเจ้าก้อนขนที่นอนตากแดดบนกำแพงกลับเหมือนจะรู้สึกตัว แล้วเด่งตัวขึ้นมาจ้องมองเขาอย่างหวาดระแวงพลางหางตั้ง

ฟ่อออ!” เสียงคำรามเล็กดังมาจากเจ้าก้อนขนบนกำแพง ก่อนสี่เท้าจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังแล้วกระโดดผลุบหายเข้าไปในพุ่มไม้อีกครั้ง

“…..” รีไวล์มองจ้องสิ่งมีชีวิตสี่ขาสีน้ำตาลลายแต้มขาวหายไปจนลับตาแล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ วันนี้เขาไม่มีโชคอีกแล้ว แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยแต่จิตใจได้รับการกระทบกระเทือนครั้งใหญ่ รีไวล์รู้สึกหงอยไม่น้อยขณะกำลังเดินกลับบ้าน

เฮย์โจวววว!” เรียกเขาว่าเฮย์โจวแบบนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้น รีไวล์หันกลับไปมองด้านหลัง เห็นร่างเล็กของสิ่งมีชีวิตสองขาวิ่งดุ๊กดิ๊กตรงมาหาเขาพร้อมหอบบางสิ่งที่น่าตกใจมาด้วย

“…!!” รีไวล์ชะงัก จ้องสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนของเอเลนเขม็ง เมื่อเอเลนเดินมาถึงตัวเขาก็ส่งยิ้มหวานมาให้ หมวกปีกสีเหลืองและเสื้อคอกลมสีฟ้าของโรงเรียนอนุบาลโดดเด่น กระเป๋าสะพายข้างคุณกระต่ายถูกปักชื่อเอเลน เยเกอร์เอาไว้ รีไวล์เพิ่งเคยเห็นเอเลนใส่ชุดนักเรียนเป็นครั้งแรกจึงรู้สึกแปลกตาอยู่สักหน่อย แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตกใจนั้นหาใช่ชุดนักเรียนของเอเลนไม่

นั่น…” 

ฟ่อออ!” เพียงรีไวล์นั่งยองๆ ลงเท่านั้นเจ้าสิ่งในอ้อมแขนของเอเลนก็เริ่มขู่ฟ่อทันที รีไวล์ได้รับปฏิกิริยาแบบนี้ทุกครั้งแต่ถึงแบบนั้นในใจก็ยังแอบเจ็บแปลบๆ อยู่ดี ส่วนเอเลนที่กำลังอุ้มเจ้าก้อนขนสีน้ำตาลลายแต้มขาวที่หนีหายจากรีไวล์ไปเมื่อกี้ก็สะดุ้งตกใจ

คุณเหมียวเป็นอะไรไปฮะมือเล็กลูบหัวคุณเหมียวเบาๆ อย่างปลอบใจพลางถามไถ่อย่างเป็นห่วง รีไวล์ขมวดคิ้ว เจ้าเด็กนี่หรือว่าจะเป็นประเภทตั้งชื่อแมวว่าเนโกะ(แมว

คุณเหมียว? นั่นแมวแก?”

เปล่าฮะ คุณเหมียวชอบมาเล่นกับผมบ่อยๆ แต่คุณแม่บอกว่าเราเลี้ยงคุณเหมียวไม่ได้เพราะคุณเหมียวมีบ้านให้กลับอยู่แสดงว่าไม่ใช่แมวเจ้าเด็กเหลือขอ แต่คงเป็นแมวของใครสักคนในหมู่บ้าน รีไวล์สรุปเอาในใจแล้วจ้องคุณเหมียวเขม็งอีกครั้ง 

แล้วทำไมเรียกคุณเหมียว

ก็คุณเหมียวเป็นคุณเหมียวนิฮะ เนอะ! คุณเหมียว

เมี้ยว~” เข้ากันดีเหลือเกินนั่นคือสิ่งที่รีไวล์คิดขณะมองคุณเหมียวที่ตอบรับเอเลนพลางคลอเคลียอย่างออดอ้อน 

ด้วยความที่เห็นว่านี่เป็นโอกาสรีไวล์จึงยื่นมือออกไปกะว่าจะลองจับคุณเหมียวดูบ้าง แต่จู่ๆ คุณเหมียวที่กำลังอารมณ์ดีอยู่เมื่อกี้ก็ดุร้ายขึ้นมาซะงั้น ขู่ฟ่อเฉยๆ ไม่พอ รอบนี้คุณเหมียวอารมณ์ร้ายยังฟาดเพี๊ยะใส่มือรีไวล์ที่ยื่นเข้าไปใกล้อีกด้วย

ฉั๊วะ

เสียงฉั๊วะเบาๆ กับของเหลวสีแดงที่หยดติ๊งๆ ไม่ได้ทำให้รีไวล์รู้สึกอะไร แต่เอเลนกลับช็อคไปแล้ว เด็กชายเอเลนรีบปล่อยมือจากคุณเหมียวทันทีแล้วจับมือรีไวล์เอาไว้ ดวงตาสีมรกตเบิกโตมีน้ำสีใสคลอหน่วยใกล้จะหล่นลงมาเต็มที 

ฮะ..เฮย์โจวละ..เลือดฮะ

“…..”

จะ..เจ็บฮึก..เจ็บไหมฮะ” 

“…..” รีไวล์ยังคงเงียบ ตอนแรกเขาช็อคเพราะโดนปฏิเสธจนร่างกายแข็งค้างไม่ยอมขยับ แต่หลังจากหยดน้ำที่กลิ้งกรอกลงจากดวงตาสีมรกตหยดลงบนมือร่างกายที่แข็งค้างก็เริ่มเคลื่อนไหวได้ และที่รีไวล์เงียบตอนนี้ไม่ใช่เพราะเขาโดนปฏิเสธ แต่เป็นเพราะเขากำลังสับสนจนพูดไม่ออกต่างหาก ไม่รู้ความรู้สึกตอนนี้มันคือความดีใจ? หรือเสียใจกันแน่ เขาเป็นคนเลือดไหลแท้ๆ แต่ทำไมคนตรงหน้าถึงดูท่าทางจะเจ็บมากกว่าเขาอีกล่ะ

อย่าร้องไห้รีไวล์ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าให้เอเลน แต่ยิ่งเช็ดน้ำตากลับยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม เห็นแบบนั้นรีไวล์เลยถอนหายใจแล้วอุ้มเอเลนขึ้นพลางพาเดินเข้าไปในบ้าน

ฮึก ฮึก…” เสียงสะอื้นดังอยู่ข้างหูเป็นพักๆ เอเลนซบใบหน้าลงบนบ่าแล้วกอดคอรีไวล์แน่น ความเปียกชื้นบนเสื้อนักเรียนทำให้รีไวล์ต้องยกมือขึ้นลูบหัวเอเลนเบาๆ

เกิดเป็นลูกผู้ชายแกต้องเข้มแข็ง อย่าร้องไห้ง่ายๆ

ตะ..แต่ว่าฮะ..เฮย์โจวเลือดฮึก

แผลแค่แมวข่วน ฉันไม่เจ็บ แล้วแกจะร้องไห้ทำไม

ก็ก็…”

เอเลน ต่อไปนี้แกต้องเลิกขี้แย

ผม..ผมไม่ได้…” มือเล็กกำเสื้อรีไวล์แน่น รีไวล์ดันเอเลนออกแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาสีมรกตอย่างจริงจังแบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ถึงจะบอกว่าเกลียดเด็กขี้แยแต่พอเอาเข้าจริงเวลาเอเลนร้องไห้เขาก็กลับทำใจเกลียดไม่ลง แต่ถึงแบบนั้นความรู้สึกที่ว่าไม่ชอบเวลาเห็นเอเลนร้องไห้ก็ชัดเจน รีไวล์จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจริงจังบ้าง เจ้าเด็กนี่จะติดนิสัยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ร้องไห้ตลอดไปจนโตไม่ได้

อย่าร้องไห้เอเลน ไม่ว่าจะเพื่อตัวแกเอง เพื่อฉัน หรือเพื่อใครก็ตามแววตาจริงจังของรีไวล์ทำให้เอเลนนิ่งเงียบ ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่ออดกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้

การร้องไห้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ถึงแกร้องไห้แผลนี้ก็ไม่มีทางหาย สิ่งที่จะทำให้แผลหายได้คือการรักษา แผลแค่นี้ปล่อยไว้ไม่นานหรือแค่ทายาก็หายแล้ว

“…..” เอเลนหยุดร้องไปแล้วแต่มือเล็กยังกำเสื้อของเขาแน่น ดวงตาสีมรกตก็ยังคงมีน้ำตาคลอที่พร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อ รีไวล์เช็ดน้ำตาที่ยังคงเหลือค้างอยู่บนแก้มกลมออกแล้วลูบหัวเอเลน

อย่างนั้น ไม่ต้องร้อง เด็กดีรีไวล์ยกมุมปากอย่างพอใจขณะเอเลนพยักหน้าหงึกหงักและพยายามอดกลั้นอย่างเต็มที่ มือเล็กที่กำเสื้อของเขาอยู่สั่นเล็กน้อย รีไวล์ก้มลงมองมือนั้นก่อนจะเหลือบขึ้นมองดวงตาสีมรกตที่ยังคงฉายแววประหลาดออกมา มันเหมือนเอเลนกำลังเจ็บปวด? แต่รีไวล์ไม่เข้าใจ จริงอยู่ว่าเขามีแผลแถมเลือดไหล แต่มันแค่รอยข่วน ถ้าเจ้าเด็กนี่จะตกใจจนร้องไห้ก็ไม่แปลก แต่ไม่ควรมีแววตาเจ็บปวดแบบนั้น รีไวล์ไม่คิดว่าการร้องไห้ครั้งนี้ของเอเลนมันจะเป็นเพราะแค่เขาได้แผลเท่านั้น

โฮ่ย ไอ้เด็กเหลือขอดวงตากลมโตเงยขึ้นมองรีไวล์อย่างจะถามว่ามีอะไร แต่ริมฝีปากยังคงเม้มสนิทอย่างพยายามอดทน

หรือว่าแกจะกลัวเลือด?” คำถามของรีไวล์ทำให้ดวงตาสีมรกตสั่นไหว เอเลนทำท่าเลิ่กลั่กก่อนจะตอบคำถามรีไวล์

ผะ..ผมไม่ชอบเลือดฮะ ผม..ผมไม่ชอบเลย มันมีเลือดเต็มไปหมด แล้วทุกคนก็ไม่ขยับ

หา…?” คิ้วของรีไวล์ขมวดเข้าหากัน เขาไม่เข้าใจว่าเอเลนกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่ เลือดเต็มไปหมด? นี่แค่แผลแมวขวดเองนะ เลือดซิบนิดหน่อยเท่านั้นแหละ แล้วที่ว่าทุกคนนั่นหมายความว่ายังไง ใครคือทุกคน? แล้วไม่ขยับที่ว่า

ผม..ผมพยายามจะช่วยทุกคน แต่..ตะ..แต่ว่าผม..ผมไม่ชอบเลยฮะ ผมไม่ชอบ ไม่ชอบฮึก!” แล้วน้ำตาที่หยุดไหลไปแล้วก็กลิ้งกรอกลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รีไวล์รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเอเลนได้อย่างชัดเจนเหมือนเป็นความรู้สึกตัวเอง รีไวล์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยอมรับความเจ็บปวดของเอเลนได้อย่างไม่มีข้อกังขา ทั้งที่ไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไร ทำไมเอเลนถึงเจ็บปวด แล้วเพราะเหตุใดหัวใจจึงถูกบีบรัด มีเรื่องไม่เข้าใจและน่าสงสัยมากเกินไป แต่รีไวล์กลับยอมรับมันได้ทั้งที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

มองฉันเอเลนรีไวล์ช้อนคางเอเลนให้เงยหน้าขึ้น ใช้นิ้วไล่ปาดความเปียกชื้นออกจากดวงหน้าของเด็กชายตัวเล็ก 

ฉันอยู่ตรงนี้

ฮึก ฮึก…”

อยู่ตรงนี้รีไวล์พูดย้ำอีกครั้งพลางจ้องเข้าไปในดวงตาสีมรกตแน่วแน่ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการจะสื่อสิ่งใดกันแน่ แต่เอเลนกลับสามารถรับรู้สารของเขาได้อย่างชัดเจน แล้วค่อยๆ หยุดร้องไห้

“…ฮะเอเลนขยับปาก เสียงที่เปล่งออกมาบางเบาจนรีไวล์แทบไม่ได้ยิน

หือ?” 

อยู่กับผมตลอดไปนะฮะคำพูดที่ฟังเหมือนขอร้องก็ไม่เชิงบังคับก็ไม่ใช่ทำให้รีไวล์ต้องหยุดคิดสักพัก ถ้าเป็นปกติเขาคงตอบไปอย่างแกล้งๆ ว่าไว้จะลองคิดดูหรือไม่แล้ว แต่ครั้งนี้เขากลับเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น เขาตอบแบบนั้นไม่ได้

“…อืม

สัญญานะฮะ

อืม

สัญญาจริงๆ นะฮะ

ฉันสัญญารีไวล์เกี่ยวนิ้วตัวเองเข้ากับนิ้วก้อยที่ยื่นมาหา คำสัญญาที่ไม่รู้จะทำได้รึเปล่า ความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา มนุษย์ซึ่งเติบโตขึ้นด้วยความไม่แน่นอน ทุกสิ่งอย่างบ่งบอกให้รู้ว่าคำสัญญาของเด็กม.ปลายปีสองและเด็กอนุบาลปีหนึ่งอย่างพวกเขาคือเรื่องโกหก 

แต่ วินาทีที่นิ้วก้อยของพวกเขาเกี่ยวเข้าด้วยกัน ทั้งเอเลนหรือแม้กระทั่งรีไวล์กลับไม่มีใครคิดถึงเรื่องนั้นกันเลยสักคน รีไวล์ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กเหลือขอคนนี้กำลังแบกรับอะไรไว้ในร่างเล็กๆ นั้น แต่เขารู้ดีว่า คำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้ครั้งนี้คือเรื่องจริง


—————————————50%



หลังเอเลนสงบลงได้รีไวล์ก็ทำแผลให้ตัวเองจนเสร็จ ความจริงเขาคิดจะทำความสะอาดแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง แต่ดูจากท่าทางเจ็บทั้งที่ไม่มีแผลของเอเลนแล้ว รีไวล์จึงเลือกจะทำแผลแบบเบ็ดเสร็จแทน 

ฟู่~ฟู่~ ความเจ็บปวดจงหายไป เพี้ยง!” 

“…..” จุดนี้รีไวล์ไม่แน่ใจว่าเขาควรขำหรือไม่ดี แต่ที่แน่ๆ ความรู้สึกของเขาตอนนี้คือพูดไม่ออก มันเอ่อพูดไม่ออกจริงๆ (- -;;)

ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดบนแผลกับคาถาขอให้หายเจ็บเสร็จสิ้นครบกระบวนความแล้วเอเลนก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่งให้เขา รีไวล์ไม่รู้ควรตอบรับยังไงจึงลูบหัวเอเลนไปด้วยความเคยชิน และดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะชอบมากซะด้วย หัวเราะคิกคักใหญ่เชียว

ถึงเวลาแกต้องตอบคำถามรีไวล์พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 

ฮะ?” เอเลนเอียงคอกะพริบตาปริบอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมแกถึงไไปอยู่ข้างนอกคนเดียวตอนเจอเอเลน รีไวล์จำได้ดีเลยว่าเขาเห็นเอเลนเดินมาคนเดียวโดยอุ้มคุณเหมียวมาด้วย เอเลนเลิกเรียนก่อนเขาจึงไม่แปลกหากเอเลนจะกลับมาบ้านก่อน แต่ทำไมหลังจากกลับมาแล้วถึงได้ออกไปข้างนอกคนเดียวได้ ปกติคุณแม่ของเจ้าเด็กนี่ไม่น่าจะปล่อยเจ้าเด็กวัยกำลังซน(มาก!)ออกไปไหนมาไหนคนเดียว

ผมไม่ได้อยู่คนเดียวนะฮะ คุณเหมียวก็อยู่ด้วย” 

คุณเหมียวไม่นับ

งะเด็กชายเอเลนผงะ ข้ออ้างที่อุตส่าคิดอย่างดีโดนบอกปัดซะไม่มีใยดี ริมฝีปากเล็กยู่ลง แก้มกลมพองขึ้น เอเลนทำท่างอนแต่สายตายังแอบเหลือบมองรีไวล์เป็นพักๆ แต่รีไวล์ก็ยังคงกอดอกนั่งมองเอเลนอย่างต้องการคำตอบโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้ จนสุดท้ายเอเลนเลยต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้

ผมออกไปเล่นที่สวนสาธารณะมาฮะ

โฮ่ เดี๋ยวนี้หัดหนีออกจากบ้าน?”

ไม่ได้หนีนะฮะ!”

แล้ว?”

กะ ก็แค่..แอบออกไปฮะเสียงตอบเบาลงเรื่อยๆ ตามความรู้สึกผิดที่มีเพิ่มมากขึ้น รีไวล์จ้องเขม็งเอเลนที่ทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่แบบนั้นสักพักก็ถอนหายใจ

เฮ้อ แม่อยู่ไหน

วันนี้คุณแม่ไปดูร้านดอกไม้กับพวกคุณน้าฮะแม่ของเอเลนกำลังจะเปิดร้านดอกไม้ ซึ่งตอนนี้ร้านได้อยู่ในขั้นตอนใกล้สุดท้ายแล้วเลยยุ่งเป็นพิเศษ แล้วเวลาดันตรงกับช่วงที่เอเลนเปิดเทอมพอดีอีก 

เอเลนเข้าเรียนกลางคัน คือเป็นเด็กที่เข้าเรียนหลังเพื่อนทำให้ต้องปรับตัวเยอะ แต่โชคดีที่เจ้าเด็กเจ้าปัญหาไม่ได้มีปัญหากับการเข้าถึงผู้อื่น เอเลนเป็นเด็กสดใส มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมถึงขนาดคุณครูยังเอ่ยชม ทำให้การปรับตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแบบนั้นคุณแม่ที่กำลังยุ่งกับการทำร้านดอกไม้ก็ยังเหนื่อยมากอยู่ดี พ่อเอเลนยังคงติดงานต่างประเทศเลยจะไม่ได้กลับบ้านอีกสักระยะ ช่วงนี้ถ้ารีไวล์ว่างๆ เลยจะเป็นคนดูแลเอเลนเอง แต่เฉพาะช่วงเย็นที่เขากลับจากโรงเรียนแล้วเท่านั้น ซึ่งปกติเขาจะไปหาเอเลนที่บ้านข้างๆ เองโดยใช้กุญแจสำรองที่คุณน้าหรือแม่ของเอเลนให้มา แต่วันนี้เขากลับเจอเจ้าเด็กเหลือขอก่อนถึงบ้าน ปัจจุบันเขาเลยต้องมานั่งสอบสวนเอเลนอยู่แบบนี้แหละ

รู้ใช่ไหมว่าแอบออกไปแบบนี้จะทำให้แม่เป็นห่วง

แต่ผมอยากเล่นที่สวนสาธารณะนิฮะ แล้วเฮย์โจวก็กลับเย็นด้วย…” ค่อนข้างมีเหตุผล รีไวล์เข้าใจว่าเอเลนอยากเล่น และช่วงเวลาที่เขากลับมาจากโรงเรียนก็เย็นเกินไปจะออกไปเล่นที่สวนสาธารณะแล้ว แต่ถึงแบบนั้นการแอบออกไปจากบ้านคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องถูก

พรุ่งนี้ฉ้นจะกลับเร็ว รออยู่ในบ้าน แล้วฉันจะพาไป

ฮะ?”

ฉันบอกว่าถ้าอยากเล่นที่สวนสาธารณะ พรุ่งนี้ให้เป็นเด็กดีรออยู่ในบ้าน ฉันกลับมาแล้วจะพาไปรีไวล์ขยายความสิ่งที่เพิ่งพูดไป ทำให้ดวงตาสีมรกตเป็นประกายปิ๊งปั๊งขึ้นมาทันที เอเลนยิ้มกว้างเต็มใบหน้า แก้มกลมเป็นสีชมพูเรื่อด้วยความดีใจ ก่อนเจ้าตัวจะกระโดดไปมารอบๆ โซฟาอย่างหยุดไม่อยู่

จริงๆ นะฮะ! จะพาผมไปจริงๆ นะฮะ!” เอเลนกระโดดขึ้นมาบนโซฟาแล้วเขย่าแขนรีไวล์ไปมาด้วยความตื่นเต้นอย่างฉุดไม่อยู่

เออ

เย้! เฮย์โจวใจดี ผมชอบ ชอบ ชอบ! เฮย์โจวที่สุดเลยฮะ!” กางมือออกกว้างให้รู้ว่าชอบมากแค่ไหนแล้วเอเลนก็กระโดดไปมาบนโซฟาก่อนจะโดนรีไวล์ฉุดให้นั่งลงดีๆ 

ฮี่ๆแต่ถึงแบบนั้นใบหน้าของเด็กชายเอเลนกลับยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม สองขาแกว่งไกวไปมา เอเลนคิดถึงวันพรุ่งนี้อย่างตื่นเต้น และอดใจรออยากให้พรุ่งนี้มาถึงไวๆ ส่วนรีไวล์ที่กำลังจะสั่งสอนสักหน่อยว่าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกก็ได้แต่ส่ายหัว เพราะถึงเขาพูดอะไรไปตอนนี้ เจ้าเด็กเหลือขอก็คงไม่คิดจะฟังไม่สิ คงไม่ได้ยินอะไรแล้วมากกว่า


วันพรุ่งนี้ที่รอคอยมาถึงเหมือนแค่กะพริบตา เอเลนเอาตัวโหนพาดกับบาร์เหล็กอยู่อย่างนี้มาเกือบสิบนาทีแล้ว รีไวล์ไม่เข้าใจว่าการเอาตัวพาดบาร์เหล็กนิ่งๆ มันสนุกตรงไหน แต่ในเมื่อเจ้าเด็กเหลือขอยังไม่เบื่อเขาก็ไม่อยากจะขัด รีไวล์นั่งรอเอเลนเล่นให้เสร็จอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะ 

ที่สวนสาธารณะประจำหมู่บ้านแห่งนี้มีเด็กๆ มาจับกลุ่มกันเล่นเครื่องเล่นอยู่มากมาย เอเลนสามารถเข้ากับกลุ่มเพื่อนใหม่ได้อย่างรวดเร็วสมกับเป็นเด็กมนุษยสัมพันธ์ดีที่เหล่าคุณครูชื่นชม ไม่ทำให้รีไวล์ต้องรู้สึกเป็นห่วงเลย 

เรื่องเมื่อวานรีไวล์ยังรู้สึกติดใจอยู่ เอเลนตอนนั้นดูไม่ปกติเลย แต่เพราะเขาหาเหตุผลให้กับความไม่ปกตินั้นไม่ได้ รวมทั้งเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่เอเลนพูดเลยสักนิดทำให้สุดท้ายเขาถึงจำต้องปล่อยเรื่องเมื่อวานให้ยังเป็นปริศนาต่อไป คงยังไม่ต้องรีบ ไว้สักวันเขาคงแก้ปริศนาได้เอง

อะ! คุณเหมียวนี่นาคำว่าคุณเหมียวมีผลส่งให้รีไวล์ที่กำลังนั่งเอนหลังอยู่ดีดผึงและนั่งตัวตรงแหน่วทันที เจ้าสัตว์สี่ขาร้องเมี้ยวแล้วเข้าไปคลอเคลียเอเลน เส้นขนสีน้ำตาลลายแต้มขาวดูอ่อนนุ่มเลอะเปรอะเต็มไปด้วยเศษดิน ท่าทางคุณเหมียวจะไปนอนตากแดดในที่ๆ มีดินร่วนมาถึงได้เลอะขนาดนั้น

เมี้ยว~” คุณเหมียวทำหน้าเคลิบเคลิ้มเมื่อเอเลนเกาคางให้ รีไวล์ที่มองดูอยู่ห่างๆ ตอนนี้ก็ถูกคุณเหมียวดึงดูดจนเผลอเดินเข้าไปใกล้มากแล้ว แต่พอคุณเหมียวรู้สึกถึงเขาก็ขู่ฟ่อแล้ววิ่งไปหลบหลังเอเลนทันที

“(' '  )(? - -)(' '  )(? - -)” เด็กชายเอเลนเงยหน้าขึ้นมองรีไวล์แล้วหันมองคุณเหมียวสลับกันไปมาตาปริบๆ ท่าทางไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่

เฮย์โจวกับคุณเหมียวทะเลาะกันเหรอฮะคำถามพาซื่อซึ่งไม่ได้เข้ากับสถานการณ์เลยทำเอารีไวล์รู้สึกปวดหัวที่จะตอบ มองยังไงถึงเห็นเป็นเขากำลังทะเลาะกับแมวไปได้!? ไม่เห็นเหรอว่าเขากำลังโดนปฏิเสธอยู่น่ะ ปฏิเสธแบบยื่นอุทธรณ์ไม่ได้เลยด้วย

ทะเลาะกันไม่ดีนะฮะ คุณแม่บอกว่าถ้าทะเลาะกันจะทำให้รู้สึกเสียใจแล้วเศร้าด้วยฮะ

ฉันไม่…”

ผมไม่อยากให้เฮย์โจวหรือคุณเหมียวเศร้าเลย

ฟัง…”

คิดออกแล้ว! ผมจะช่วยทำให้เฮย์โจวกับคุณเหมียวคืนดีกันเองฮะ!”

“…..”

เชื่อมือผมได้เลยฮะ! ฮี่ๆ

“( -____- )” เข้าใจไปเองตัดสินใจเองเสร็จสรรพแล้วเขาจะทำอะไรได้ล่ะ? เมื่อดูท่าแล้วอธิบายไปคงไม่มีประโยชน์รีไวล์จึงเลือกจะอยู่เฉยๆ ถ้าเอเลนทำให้เจ้าแมวยอมดีกับเขาได้จริงๆ นั่นก็เป็นผลดีต่อตัวเขาเองด้วยรีไวล์จึงไม่คิดจะคัดค้านอะไร แต่ดูท่าแล้วคุณเหมียวคงจะอยากคัดค้านเต็มที่เลยแหละ


คำว่าช่วยทำให้คืนดีของเอเลนช่างความหมายตรงตัวจริงๆ หากมีการทะเลาะก็ต้องมีการปรับความเข้าใจ ตอนนี้รีไวล์จึงกำลังอยู่ในสภาวะกำลังพยายามปรับความเข้าใจกับแมวอยู่! แต่จะให้ปรับความเข้าใจกันยังไงฟะ นี่แมวนะ ไม่ใช่พุซ อิน บู๊ทส์จะได้พูดกันรู้เรื่อง!

ทำไมเฮย์โจวเงียบล่ะฮะพอเงียบเอเลนก็มองเขาตาแป๋ว แต่เจ้าเด็กนี่กะจะให้เขาพูดอะไรกับแมวรึ? โฮ่ย! แก ขอจับหน่อยอะไรแบบนี้?

โฮ่ย…”

ฟ่อออ!”

“…..” ท่าจะไม่ง่าย…( - -;) รีไวล์ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่โดนเจ้าสัตว์สี่เท้าตัวเล็กปฏิเสธเนี่ยกี่ทีก็ไม่ชิน

คุณเหมียวอย่าใจร้ายสิฮะ เฮย์โจวเป็นคนดีนะฮะ แล้วก็ใจดีมากๆๆๆ ด้วยฮะเอเลนลูบหัวคุณเหมียวไปก็ร่ายข้อดีซึ่งเขาไม่ยักกะเห็นรู้ตัวว่ามีด้วยไป นี่เขาไปเป็นคนดีขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วไอ้คนกับแมวคู่นั้นมันคุยกันรู้เรื่องด้วยเหรอ ทำไมไอ้คุณเหมียวมันเมี้ยวๆ แล้วยอมเชื่อฟังเจ้าเด็กเหลือขอจังฟะ

ผมรู้แล้วฮะ!” เจ้าเด็กเหลือทำท่าเหมือนจะคิดอะไรได้แล้วอุ้มคุณเหมียวขึ้นก่อนจะเดินดุ่มๆ มาหารีไวล์ ไม่สนใจท่าทีอยากกระโดดตึกหนีตาของคุณเหมียวเลยสักนิด

ตุบ

“( - -?)”

“( ' ' )”

“( - -;)

“(*' '*)”

เฮ้อออแลกเปลี่ยนสายตากันอยู่สักพักรีไวล์ก็จำต้องถอนหายใจ เอเลนนั่งยิ้มพลางอุ้มคุณเหมียวอยู่บนตักของเขา เจ้าเด็กเหลือขอเอนหลังพิงกับอกของเขาอย่างย่ามใจ รู้สึกอยากเตะทั้งคนทั้งแมว ( - -+) แต่ตอนนี้สงบศึกไว้ก่อนดีกว่า

จะทำอะไรรีไวล์ตัดสินใจถามเมื่อเอเลนนั่งเงียบบนตักเขามาสักพักแล้ว แต่ไม่ยอมลุกหรือทำอะไรสักที นี่คืออยากนั่งตักเฉยๆ หรืออะไร?

ทำให้คุณเหมียวคุ้นเคยกับเฮย์โจวไงฮะ

หา?”

ก็ถ้าผมให้คุณเหมียวนั่งตักเฮย์โจว คุณเหมียวต้องขู่เฮย์โจวอีกแน่ๆ เลยล่ะฮะ ผมเลยเสียสละนั่งตักเฮย์โจวเองแล้วให้คุณเหมียวนั่งตักผมอีกที แบบนี้คุณเหมียวก็จะได้คุ้นเคยกับเฮย์โจวมากขึ้นไงฮะ

โฮ่ เสียสละงั้นเหรอ?”

ฮะ!” ตอบพลางยิ้มแฉ่งอย่างไม่สะทกสะท้านแล้วเอเลนก็กลับไปลูบคุณเหมียวให้สงบลงต่อ ไม่ได้เข้าใจเลยว่าคำถามเมื่อกี้รีไวล์แค่ประชด เจ้าเด็กเหลือขอรู้จักคำว่าเสียสละกับเขาด้วยเหรอ อยากรู้จริงๆ เจ้าเล่ห์ขนาดนี้ได้ใครมา

คุณเหมียวดูสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อหลังจากเอเลนลูบหัวอยู่สักพัก หางฟูสะบัดไปมาแล้วเริ่มขดตัวเป็นก้อนกลมทำหน้าสบายอกสบายใจอยู่บนตักของเอเลน รีไวล์มองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาสบเข้ากับดวงตาสีมรกต เอเลนจับมือเขาไปวางไว้บนศีรษะของคุณเหมียวพลางใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากของตัวเองแล้วทำเสียงชี่เพื่อบอกให้เงียบ 

คุณเหมียวยังคงนิ่งแม้จะโดนรีไวล์ลูบหัว เส้นขนสีน้ำตาลสัมผัสนิ่มลื่นมากกว่าที่คิด รีไวล์ยิ้มมุมปาก รู้สึกทั้งพอใจและขำขันในเวลาเดียวกัน ไม่คิดเลยว่าวิธีของเจ้าเด็กเหลือขอจะได้ผลจริงๆ เอเลนยิ้มตาแทบปิดเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรีไวล์ มือเล็กละออกจากคุณเหมียวแล้วเปลี่ยนมากอดแขนรีไวล์แทน รีไวล์เลิกคิ้วขึ้นถามว่ามีอะไร แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการส่ายหน้าแล้วเอเลนก็ไม่พูดอะไรอีก แต่ท่าทางที่เหมือนกำลังรอคอยรางวัลก็ไม่ปานอยู่นั้นช่างเหมือนกับลูกสุนัข จนรีไวล์แทบจะเห็นหางสะบัดไปมาด้านหลังเอเลนได้เลย

จะเอาอะไรเจ้าลูกหมา

อาทิตย์หน้าเฮย์โจวไปโรงเรียนกับผมได้ไหมฮะ

อาทิตย์หน้า?” รีไวล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคิดว่าอาทิตย์หน้ามีอะไร แล้วบางสิ่งก็แว๊บเข้ามาในสมอง อาทิตย์หน้ามีกิจกรรมที่โรงเรียนอนุบาลให้ผู้ปกครองไปเข้าร่วมได้นิ 

พ่อแม่แกไปไหนเวลาแบบนี้รีไวล์ไม่คิดว่าการให้เขาไปแทนพ่อแม่เอเลนจะเป็นการเหมาะนัก แล้วอีกอย่างเจ้าเด็กติดแม่คนนี้ต้องชวนแม่เป็นคนแรกแล้วอย่างแน่นอน แต่คงโดนปฏิเสธมาถึงได้มาชวนเขาแบบนี้

คุณพ่อยังไม่กลับฮะ คุณแม่บอกว่าต้องดูร้านเลยบอกให้ผมมาชวนเฮย์โจวดวงตาสีมรกตยังคงใสแจ๋วยามพูดถึงพ่อแม่ที่ไม่ค่อยว่างอยู่ด้วยนัก ทำให้รีไวล์นึกประหลาดใจขึ้นมาว่าทำไมเจ้าเด็กติดแม่ถึงไม่โวยวายอยากให้แม่ไปด้วยเหมือนปกติ

ไม่เสียใจ?” 

ก็อื้มมมมเอเลนทำท่าคิดหนักพยายามหาคำตอบ แต่ดูเหมือนสุดท้ายแล้วจะยังหาคำตอบให้คำถามของรีไวล์ไม่ได้อยู่ดี

เฮ้อ แค่ตอบว่าเสียใจหรือไม่มันมีอะไรให้คิดเยอะแยะ

ไม่ใช่แบบนั้นะฮะ ผมเสียใจ แต่ก็ไม่ได้เสียใจ อื้มมมสรุปแล้วเพราะมีเฮย์โจวอยู่ด้วยฮะ!”

ฉัน?”

ฮะ! พออยู่กับเฮย์โจวตรงนี้จะรู้สึกฟู่ๆ แล้วก็ตุบตับๆ ไม่รู้สึกเสียใจเลยฮะ!” พูดจบก็ยิ้มแฉ่ง แต่รีไวล์ไม่ได้เข้าใจเลยว่าไอ้ฟู่ๆ กับตุบตับๆ มันหมายความว่ายังไง เอเลนวางมือทั้งสองข้างไว้ที่กลางอกของตัวเอง ดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องตรงมายังรีไวล์ ริมฝีปาดวาดรอยยิ้มกว้างพลางหัวเราะคิกคัก 

อืม ไม่เข้าใจ…( -_-;)

อะ! คุณเหมียวตื่นแล้วฮะคุณเหมียวส่งเสียงเมี้ยวพลางคลอเคลียเอเลน รีไวล์จึงละสายตาจากเจ้าลูกหมาไปทางเจ้าลูกแมวแทน สกปรกขนาดนี้น่าจับไปอาบน้ำจริงๆ

ฟ่ออออ!” และเหมือนเจ้าคุณเหมียวจะจับความรู้สึกของรีไวล์ได้จึงเริ่มทำการข่มขู่อีกครั้ง เอเลนทำหน้าเลิ่กลั่กมองคุณเหมียวทีมองรีไวล์ทีอย่างไม่รู้ควรทำยังไง 

กลับรึยังรีไวล์จับศีรษะเอเลนให้เงยขึ้นสบตา เอเลนพยักหน้าหงึกหงักแล้วปล่อยคุณเหมียวให้เป็นอิสระก่อนจะลุกลงจากตักของรีไวล์

เย็นนี้เฮย์โจวจะอยู่กินข้าวกับผมไหมฮะ

อืม

แล้วคืนนี้จะนอนกับผมไหมฮะ! (≧∀≦)”

ไม่

งะเหรอฮะ。_。`)” 

“( -__-;;)…จะลองคิดดู” 

จริงนะฮะ! ไม่โกหก สัญญา ห้ามเปลี่ยนใจนะฮะ!” แค่บอกว่าจะลองคิดดูทำไมเจ้าเด็กนี่มันถึงสรุปไปแล้วว่าเขาจะนอนด้วย ( - - )

รีไวล์เดินจูงมือเอเลนกลับบ้านโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ อีก ปล่อยให้เจ้าลูกหมาที่คิดเองเออเองเสร็จสรรพเริงร่าต่อไป สรุปแล้วคืนนี้เขาต้องนอนกับเจ้าเด็กเหลือขออีกแล้ว? อื้มรู้สึกเหมือนเพิ่งโดนเด็กหลอกล่อยังไงไม่รู้คิดไปเอง?? (;;- -)?













——————————————100%


ช่างเป็น after effect ที่รุนแรง! เฮย์โจวโดนเด็กหลอก!?!? 

ถถถถถถถถถถถถถถ~

ตอนต่อไปพบกับความน่ารักรูปแบบใหม่ของเอเลนวัยไสยไสยกับเฮย์โจวผู้โหดขึ้นมาอีกระดับ(?) แล้วอย่าลืม ขอฝากรอติดตามกันด้วยนะคะ ><!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

116 ความคิดเห็น

  1. #68 uyada (@uyada) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:54
    เฮย์โจรัก อุ๊บ! //โดนรีไวล์เตะอย่างแรง!
    #68
    0
  2. วันที่ 17 เมษายน 2562 / 20:13

    ฮันหน่อ เตรียมส่งข้าวส่งน้ำอยู่นะคะ เฮย์โจว เผลอแปปๆ เริ่มติดบ่วงรักน้องล่ะ555555555555555 สู้ๆนะคะไรท์

    #21
    0
  3. #20 소 연화 (@ookami-hana) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:15
    เฮย์โจวอ่อนโยนมาเลยตอนนี้
    #20
    0