(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 6 : Recipe 05 : Clafoutis (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    19 ก.ย. 61



It’s sweet and sour, and that's call ‘Love’


ผมออกมานั่งเอ๋อดูนักศึกษาแฟชั่นจัดฉากอยู่ด้านในสตูดิโออีกครั้งหลังจากแผนการข้าวกล่องส่งรักของผมล้มเหลวไม่เป็นท่า อุตส่าสบโอกาสเหมาะได้ทำข้าวกล่องที่อยากทำมานานแต่ไม่เคยได้โอกาสทำสักทีแต่ก็ยังเฮ้ออออ ผมกับรีไวล์เฮย์โจวไม่เคยออกไปปิกนิกที่ไหน แถมอาหารทุกมื้อในทุกวันนี้เฮย์โจวก็เป็นคนทำเองด้วย ทำให้แผนการจีบด้วยข้าวกล่องของผมไม่เคยได้หยิบยกขึ้นมาทำจริงๆ สักทีจนกระทั่งวันนี้ แต่ก็ยังโดนรุกกลับมาจนเละไม่เป็นท่า!

แค่คิดแผนการจีบรีไวล์เฮย์โจวแต่ละครั้งก็ว่ายากแล้ว นี่เฮย์โจวยังมีเลเวลสูงกว่าผมจนเทียบกันไม่ติดอีกเหมือนเอาลูกเจี๊ยบไปสู้กับแมวโตเต็มไวเลย

คิดภาพถึงการต่อสู้อันรู้ผลแพ้ชนะอย่างแน่นอนแล้วผมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าผมไม่ดีใจหรอกนะที่ถูกเฮย์โจวสัมผัส แต่มันก็แค่ผมไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจเลยว่าทำไมเฮย์โจวถึงแสดงออกมาแบบนั้นและทำไมถึงสัมผัสผมแบบนี้ มันไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่างเพราะเฮย์โจวไม่เคยพูดอะไรออกมา ผมจึงไม่รู้และผมก็ไม่อยากคิดไปเอง การคิดเข้าข้างตัวเองน่ะมันง่าย แต่ผมยังเตรียมใจไม่พร้อมหากผมลัพธ์มันไม่เป็นไปตามที่ผมคิด

รีไวล์เฮย์โจวดูจะสนุกที่ได้แกล้งให้ผมต้องอาย และผมก็รู้สึกดีที่เฮย์โจวแสดงออกมาถึงความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น แต่อีกใจหนึ่งผมก็กลับรู้สึกกลัว ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้ใกล้ชิด ความรู้สึกของผมนับวันมันก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนแค่การสบตาก็สามารถทำให้ผมใจเต้นแรงได้แล้ว แต่เฮย์โจวกลับไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาให้ผมรู้ได้เลยว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกันกับผมเลยสักครั้ง

รีไวล์เฮย์โจวจับมือผมเพราะรู้ว่าผมต้องการทำแบบนั้น กอดผมเพื่อแกล้งให้ผมอาย และจูบผมเพื่อความสนุก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นทุกครั้งที่เฮย์โจวสัมผัสผมก็ยังทั้งทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าเห่อร้อนและใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกทุกครั้ง แต่มันไม่เคยมีสักครั้งที่เฮย์โจวจะแสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ อย่างที่ผมเป็น หรือที่ทำมาทั้งหมดเฮย์โจวจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนะ?

ผมไม่ใช่ผู้วิเศษ ไม่มีเวทมนต์และอ่านใจคนอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ารีไวล์เฮย์โจวไม่พูด ผมก็คงไม่มีวันรู้ว่าความรู้สึกจริงๆ ของเฮย์โจวตอนนี้คืออะไรกันแน่

แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะยอมแพ้เพียงแค่เพราะรู้สึกหวาดกลัวหรอกนะ ผมรู้สึกกลัว สับสน และคิดมากกับความไม่แน่นอนพวกนี้ แต่ผมก็รู้ตัวเองดีว่าความรู้สึกชอบของผมมันแรงกล้ากว่าความรู้สึกไหนๆ มันคอยเรียกร้องให้ผมต้องแสดงออกมา ต้องวิ่งเข้าหาและคอยมองตามเฮย์โจวอยู่ทุกครั้งไป ใช่ว่าผมไม่กลัวแต่แค่ผมหยุดความรู้สึกชอบของตัวเองไม่ได้จนต้องเอาชนะความกลัวแล้วเดินหน้าต่อไปก็เท่านั้นเอง

เอเลน! เป็นอะไรไปตั้งแต่ออกมาจากห้องแต่งตัวก็เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดยอมจาชาช่าสะกิดผมทำให้ผมที่เอาแต่จมอยู่กับความคิดตัวเองต้องกลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริงอีกครั้ง

เปล่า ไม่มีอะไร

เอ๋~ น่าสงสัยจัง~”

อึก! กะ..ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง

ฮ่าๆๆ จ้าๆ เชื่อมากกกก อะ! เขาจะเริ่มถ่ายกันแล้วชาช่าทำหน้าตาล้อเลียนก่อนจะชี้มือไปให้ผมมองตามเมื่อรีไวล์เฮย์โจวเดินเข้าฉากไปแล้วและกำลังจะเริ่มถ่าย

นี่ คอนเซ็ปท์ของการถ่ายแบบวันนี้คืออะไรเหรอผมถามชาช่าระหว่างที่ช่างภาพกำลังลองเทสแสงกับกล้องอยู่

“Harmonious”

หา? ไม่เห็นจะดูเข้ากับคอนเซ็ปท์ตรงไหนเลยผมมองฉากสีขาวกับโคมไฟระย้าที่ให้บรรยากาศสบายๆ กับเสื้อสีแดงเข้มและยีนส์แฟชั่นสีซีดของเฮย์โจวแล้วก็ได้แต่เอียงคออย่างงงๆ นี่มันสามัคคีกลมกลืนกันตรงไหนไม่ทราบ?

มันเป็นการเล่นคำ แต่ทำออกมาตรงคอนเซ็ปท์จริงๆ นะ นายต้องมาดูภาพวันจัดแสดง” 

หืมมผมยังคงสับสนแต่ก็พยักหน้าตอบกลับไป เพราะคิดว่าถึงชาช่าจะอธิบายไปมากกว่านี้ผมก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี เอาไว้ค่อยมาดูอีกทีวันจัดแสดงก็ได้

รีไวล์เฮย์โจวเดินเข้าไปในฉากที่มีแต่โคมไฟระย้ากับผนังสีขาวพลางฟังยูมิลอธิบายไปด้วยว่าต้องทำอะไรบ้าง ตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอกว่าเฮย์โจวจะเป็นนายแบบได้ แต่พอมาลองเห็นเองกับตาแบบนี้ผมก็ต้องยอมรับเลยว่ารีไวล์เฮย์โจวเหมาะจะเป็นนายแบบของโปรเจ็คจริงๆ

ภาพเซ็ตแรกถูกถ่ายออกมาด้วยคอนเซ็ปท์ ‘Nature’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงธรรมชาติแต่อย่างใด แต่มีความหมายแสดงถึงความเซ็กซี่แบบเรียบง่ายหรือเซ็กซี่โดยกำเนิดแบบไม่ต้องปรุงแต่ง ซึ่งมันก็เข้ากับรีไวล์เฮย์โจวในลุคนี้มากๆ จนช่างภาพแทบไม่ต้องพูดอะไรเลยและแค่รอกดชัตเตอร์อย่างเดียว ภาพที่ถ่ายออกมาไม่ได้เห็นใบหน้าเต็มๆ แต่ซูมให้เห็นแค่บางส่วนของร่างกายเท่านั้น เช่นดวงตา ลำคอ หรือตั้งแต่ริมฝีปากลงมาจนถึงปลายเท้า เป็นการถ่ายแบบที่ผมว่าก็แปลกดี แต่ชาช่าก็ช่วยอธิบายว่าเพราะคอนเซ็ปท์นี้นายแบบต้องดูไม่โดดเด่นและโดดเด่นในเวลาเดียวกันจึงต้องถ่ายออกมาแบบนี้ ช่างเป็นการอธิบายที่ชวนงงจริงๆ

ภาพเซ็ตต่อมาเป็นภาพของฉากงานปาร์ตี้ แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับไม่ได้ใส่ชุดตรงกับคอนเซ็ปท์งานปาร์ตี้เลยสักนิด แต่กลับใส่ชุดนักโทษสีส้มจนดูเจ็บตาแทน เข้าผิดฉากรึเปล่าเนี่ย!?

เฮ้ ทำไมถึงใส่ชุดนักโทษล่ะ ยังไม่ได้ถ่ายฉากห้องขังไม่ใช่เหรอ?” ผมหันไปถามชาช่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความมึนงง

ก็เพราะ Harmonious ไงล่ะ

“Where in the world is ‘Harmonious’!?” ผมพูดแทบจะเป็นเสียงตะโกนเพราะมองยังไงมันก็ไม่เห็นจะดูกลมกลืนเลยสักนิด พวกเด็กหัวศิลป์นี่เขาคิดอะไรกันอยู่เหรอถึงได้ให้เฮย์โจวแต่งตัวเป็นนักโทษในงานปาร์ตี้ที่มีบังลังก์หรูอลังการตั้งอยู่ตรงกลางแบบนั้น!?

เอาน่าๆ มาเห็นวันงานเดี๋ยวก็รู้เอง” 

“( - - )” ผมขี้เกียจเถียงจึงเลือกที่จะดูการถ่ายแบบต่อไปเงียบๆ แทน

ภาพเซ็ตที่สองถูกถ่ายออกมาไม่ต่างไปจากเซ็ตแรกมากนัก แต่ก็มีจุดที่ต่างกันอยู่คือภาพเซ็ตนี้จะถ่ายให้เห็นเสี้ยวหน้าที่ถูกตกแต่งเป็นรูปรอยแผลของรีไวล์เฮย์โจวอย่างชัดเจน รวมทั้งถ่ายเห็นหัวไหล่ซึ่งถูกวาดเป็นรูปรอยสักลงมาจนถึงข้อมือด้วย จึงให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากภาพในเซ็ตแรกมากอยู่

ภาพในฉากที่สองใช้คอนเซ็ปท์ว่า ‘MASS’ แต่ไม่ใช่ mass ในความหมายที่พวกเรารู้จักกันดี มันคือการเล่นคำระหว่าง mess กับ mad ต่างหาก กว่าชาช่าจะอธิบายให้ผมเข้าใจได้ก็เล่นเอาผมมึนหัวไปเลย ไม่รู้เป็นเพราะว่าผมไม่มีหัวทางด้านนี้หรือโปรเจ็คของงานมันล้ำเกินไปกันแน่?

รีไวล์เฮย์โจวถูกเซ็ตให้นั่งอยู่บนบัลลังก์สุดอลังการในชุดนักโทษซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูไม่เข้ากัน แต่ความรู้สึกกดดันอันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเฮย์โจวก็เล่นกลบเอาความรู้สึกขัดแย้งหายไปจนสิ้น จนกลายเป็นว่าไอ้ชุดนักโทษนั่นมันก็ดูเข้ากับบังลังก์อลังการขึ้นมาได้ยังไงไม่รู้ ให้ตายเถอะ ผมล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ผมกำลังมองเห็นนักโทษกลายเป็นพระราชาอยู่ เฮย์โจวนี่ก็ช่างมีความสามารถจริงๆ

เซ็ตที่สองใช้เวลาในการถ่ายไม่มากเท่าเวลาในการแต่งตัว เพราะกว่าจะวาดรอยสัก กว่าจะเติมรอยแผลเสร็จก็เล่นเอาหมดเวลาไปหลายชั่วโมง และพอถ่ายเสร็จแล้วยังต้องลบทั้งหมดออกเพื่อเปลี่ยนไปถ่ายในฉากสุดท้ายต่ออีก ผมล่ะนับถือฝ่ายคอสตูมของโปรเจ็คนี้จริงๆ

แต่งตัวนานกันจังนะ ห้องขังนี่คือฉากสุดท้ายแล้วใช่ไหมผมถามชาช่าซึ่งเริ่มหาวหลังจากนั่งรอมาด้วยกันหลายชั่วโมง จากตอนแรกที่มาถึงสตูดิโอพระอาทิตย์ยังขึ้นไม่ตรงหัวดีเลยแต่ว่าตอนนี้พระจันทร์กลับขึ้นส่องแสงสว่างอยู่กลางฟากฟ้าแทนแล้ว

อื้อมม นี่ฉากสุดท้ายแล้วล่ะชาช่าตอบเสียงงัวเงียเล่นเอาผมเริ่มง่วงไปด้วย

อืมๆผมพยักหน้าขึ้นลงพลางเอนหลังพิงพนักโซฟาที่นั่งกันอยู่แล้วปิดตาลงเพื่อพักสายตาสักพัก แต่ว่าก่อนที่ผมจะได้หลับไปจริงๆ สัมผัสเบาๆ บนศีรษะก็ทำให้ผมต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมา

ง่วงแล้วรึไง จะกลับก่อนไหม?” 

ฮะ..เฮย์โจว!?” ผมตกใจสะดุ้งตื่นจนหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อรีไวล์เฮย์โจวก้มหน้าลงมามองผมในระยะใกล้ ดวงตาสีเทาที่ถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์ให้ดูคมเข้มกว่าเดิมสะกดผมให้ละสายตาไปไหนไม่ได้ กลิ่นหอมของขนมหวานซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทำให้ใจผมเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่เฮย์โจวก็ไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของผมและเพียงแค่มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้งเท่านั้น

จะกลับก่อนหรือจะอยู่รอ

ระ..รอครับผมพยายามรวบรวมความกล้าและตอบกลับไปแม้เสียงจะสั่นเล็กน้อย

ง่วงก็นอน เสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันจะปลุกแก แล้วก็…”

ครับ?”

เอายัยนี่ไปเก็บด้วย ( - - )+”

หา?” ผมกระพริบตาปริบๆ อย่างงงๆ แต่พอมองไปตามนิ้วชี้ของเฮย์โจวก็พบว่าห่างออกไปไม่มากฮันจิซังกำลังทำหน้าปลาบปลื้มและตื่นเต้นพลางถ่ายรูปรีไวล์เฮย์โจวรัวๆ อยู่ อ่าฮันจิซังมาถึงแล้วสินะครับ

ว้าววว! ไม่คิดเลยว่าจะแต่งขึ้นขนาดนี้! คราวหน้านายมาเป็นนายแบบโปรโมทร้านเราบ้างก็ดีนะ! อะ! รูปนี้ต้องส่งไปให้เอลวินกับโมบลิทดูด้วย! บลาๆๆๆๆๆแล้วฮันจิซังก็ถ่ายรูปเฮย์โจวต่อไปพลางหอบหายใจแฮ่กๆ ไปด้วยอย่างดูน่ากลัวและโรคจิตนิดๆ

ผลั๊วะ!

กลับไปเลยยัยโรคจิต!”

แอ๊ก!! นายจะโหดร้ายกับฉันเกินไปแล้วนะ! เตะมาแรงขนาดนี้ได้ยังไง อู้ยย

ฉันจะเตะแกแรงกว่านี้ถ้ายังไม่เลิกทำหน้าโรคจิตสักทียัยสี่ตา

แหม~ คนมันไม่ได้ตั้งใจแต่มันเป็นไปเองนี่นา~ ว่าแต่! นายถ่ายแบบสองเซ็ตก่อนหน้านี้เสร็จแล้วใช่ไหม คนดูแลภาพอยู่ไหนอ่ะ เดี๋ยวฉันจะไปขอเซฟภาพส่งไปให้เอลวินดูด้วย

แก…!”

เอ่อฮันจิซังมาถึงนานรึยังครับผมพูดแทรกขึ้นระหว่างสองเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่กำลังจะทำการฆาตกรรมกันอยู่รอมร่อ ทำให้รีไวล์เฮย์โจวเงียบไปและฮันจิซังก็หันมามองผม

เพิ่งมาถึงนี่แหละ แล้วเธอเป็นไงบ้างเอเลน รอรีไวล์ตั้งแต่เที่ยงท่าจะเหนื่อยแย่เลย ว่าแต่ถ่ายแบบออกมาเป็นไงอ่ะ ฉันอยากบลาๆๆ” 

เอ่อเดี๋ยวผมค่อยๆ เล่าให้ฟังนะครับฮันจิซัง เฮย์โจวครับ เดี๋ยวผมดูแลฮันจิซังเองไปถ่ายแบบต่อเถอะครับผมเบรกฮันจิซังที่ถามอย่างนอนสต็อปเอาไว้ก่อนจะหันไปหารีไวล์เฮย์โจวที่ยืนรออยู่เงียบๆ

อย่าตามใจยัยนี่มากนัก แล้วถ้าง่วงก็นอนซะ ไม่ต้องไปสนใจยัยสี่ตา

แต่…”

“( -_- )+”

“…ครับก็ถ้าจะมองแรงขนาดนั้น ผมก็หมดคำจะพูดแล้วล่ะครับเฮย์โจว

ฮันจิซังดูจะตื่นเต้นกับการถ่ายแบบครั้งนี้มากๆ ยิ่งกว่าเจ้าของโปรเจ็คเองซะอีก ผมจึงต้องค่อยๆ กล่อมฮันจิซังให้สงบลงแล้วค่อยเล่ารายละเอียดการถ่ายแบบสองเซ็ตแรกให้ฟัง ฮันจิซังก็ฟังไปทำหน้าตื่นเต้นไปแล้วก็ถามคำถามขึ้นมาบ้างเป็นบางครั้ง เราจึงคุยกันติดลมจนแทบลืมไปเลยว่าเซ็ตสุดท้ายกำลังจะเริ่มถ่ายกันแล้ว ผมกับฮันจิซังจึงตัดสินใจหยุดบทสนทนาเอาไว้ก่อนแล้วหันไปสนใจการถ่ายแบบเซ็ตสุดท้ายแทนในขณะที่ชาช่านั้นนั่งหลับคาโซฟาไปแล้ว

ภาพเซ็ตสุดท้ายเป็นคอนเซ็ปท์ ‘Power’ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปท์เดียวที่ถึงไม่ต้องให้ชาช่าช่วยอธิบายผมก็เข้าใจเพราะความหมายมันช่างตรงตัวนั่นก็คืออำนาจเป็นการถ่ายภาพที่จะแสดงถึงอำนาจของผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดแม้จะโดนกักขังเอาไว้เช่นนักโทษ เหมาะและโคตรตรงกับรีไวล์เฮย์โจวสุดๆ จนผมไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคอนเซ็ปท์นี้เลยแม้แต่น้อย

ชุดที่รีไวล์เฮย์โจวใส่อยู่ก็เป็นชุดที่ดูหรูหราเหมือนประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่กลับมีกุญแจมือถูกสวมเอาไว้อยู่บนข้อมือทั้งสองข้าง ภาพที่ออกมาจึงดูแปลกตาแต่ก็น่าดึงดูดจนผมไม่สามารถละสายตาออกไปจากชายตรงหน้าได้ ว้าว ขนาดนั่งอยู่ตรงนี้ผมยังโดนสะกดให้ต้องหยุดมองและโดนกดดันให้ละสายตาไปไหนไม่ได้เลย ถ้าเกิดผมเป็นช่างภาพคงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ

แต่ช่างภาพที่ถ่ายภาพของเฮย์โจวอยู่กลับกำลังกดชัตเตอร์รัวๆ อย่างไม่มีหยุดแตกต่างไปจากในความคิดของผมโดยสิ้นเชิง ภาพที่ออกมาก็ดูสวยและทรงอำนาจตรงตามคอนเซ็ปท์จนต้องยกนิ้วให้กับความเก่งกาจของคนถ่ายเลยล่ะ

รีไวล์เฮย์โจวเดินไปทั่วฉากห้องขังด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนและยอมทำตามคำรีเควสของช่างภาพโดยไม่เปิดปากบ่นอะไร ผมที่นั่งดูอยู่ห่างๆ จึงได้แต่มองตามเฮย์โจวทุกการเคลื่อนไหวเพื่อเก็บภาพของวันนี้เอาไว้สลักเข้าไปในความทรงจำที่ผมจะไม่มีวันลืม แต่ในตอนที่ผมกำลังลุ่มหลงเข้าไปในโลกของอำนวจที่รีไวล์เฮย์โจวสร้างขึ้นอยู่นั้นเสียงสะท้อนของอะไรบางอย่างก็ดังเข้าหูเบาๆ จนผมต้องมองซ้ายมองขวาเพื่อหาที่มาของเสียง

แกร๊กกกแกร๊กก

ฮันจิซังได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ไหมครับ

หือ? เสียงอะไรเหรอฮันจิซังหันมามองหน้าผมก่อนจะพยายามเงี่ยหูฟังเสียงแปลกๆ ที่ว่า แล้วก็ต้องขมวดคิ้วหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง

ได้ยินใช่ไหมครับ ผมว่ามันเหมือน…!” ผมกำลังจะพูดว่ามันเหมือนเสียงแมวกำลังขูดกำแพงเลยอาจจะมีแมวหลงเข้ามาในนี้ก็ได้ แต่ฮันจิซังก็ตัดบทสนทนาของผมลงซะก่อนแล้วลุกพรวดขึ้นจนผมสะดุ้งตกใจ

เฮ้!!! พวกนายหยุดถ่ายก่อน! แล้วก็รีไวล์ออกมาจากในนั้นเดี๋ยวนี้!” เสียงของฮันจิซังดังก้องไปทั่วทั้งสตูดิโอจนทุกอย่างหยุดชะงัก ทุกคนมองไปที่ฮันจิซังอย่างงงๆ รวมถึงผมด้วย เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมฮันจิซังต้องตะโกนเสียงดังด้วยใบหน้าจริงจังแบบนั้น?

แกร๊กๆโครมมมมมมมมม!!!!

แต่ก่อนที่ผมจะทันได้คำตอบของคำถามภายในสตูดิโอก็ต้องวุ่นวายกันยกใหญ่เมื่อฉากห้องขังพังโครมลงมาก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ผมยังคงยืนแข็งค้างอยู่กับที่ขณะที่ฮันจิซังรีบวิ่งเข้าไปดูสถานการณ์ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ชาช่าตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังลั่นของฉากที่พังลงก่อนจะหันมาถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมกลับรู้สึกไม่เข้าใจคำถามของเธอจนตอบอะไรกลับไปไม่ได้ ชาช่าจึงหันไปถามคนอื่นแทนและเมื่อรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไรเธอก็จับแขนผมเอาไว้แน่นเพื่อเรียกให้ผมได้สติ

เอเลน ออกไปจากตรงนี้กันก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรพังลงมาอีกมันจะอันตรายนะ

“…..”

ไม่ต้องห่วงนะ ฉันรับรองได้ว่าหัวหน้าไม่เป็นอะไรหรอก ฮันจิซังก็อยู่ด้วย ที่เหลือให้ฝ่ายฉากกับฮันจิซังเป็นคนจัดการเถอะชาช่าพยายามพูดโน้มน้าวให้ผมออกไปจากที่นี่กับเธอแต่ขาของผมมันกลับยังคงยืนแข็งอยู่กับที่เหมือนโดนตะปูตอกติดพื้นเอาไว้ และที่สำคัญผมไม่สามารถละสายตาออกไปจากฉากห้องขังที่พังลงมาตรงหน้านี้ได้เลย

เอเลน…” เสียงเรียกของชาช่าฟังดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับเสียงรอบตัวที่เริ่มเงียบลงจนผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ในห้องกว้างอันเวิ้งว้างเพียงลำพัง 

ตุบ!

เอเลน!!!!!”

และก่อนที่ผมจะทันได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรสติของผมมันก็ค่อยๆ เลือนรางลงจนในที่สุดผมก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกเลย


—————————————40%



ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งภายในห้องที่ไม่คุ้นเคยและมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่บนแขนข้างซ้าย ผมกระพริบตาปริบๆ เพื่อปรับสภาพการมองเห็นที่พร่าเบลอให้ชัดขึ้น และเมื่อสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนผมก็หันหน้ามองสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างงงๆ

แอ้ดดดด

โอ้! ฟื้นแล้วเหรอเอเลนเสียงประตูห้องเปิดออกก่อนบุคคลอันคุ้นเคยจะเดินเข้ามาภายในห้อง ฮันจิซังเอ่ยถามผมพลางเดินส่งยิ้มเข้ามาให้แต่ไกล

เอ่อนี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” ผมถามกลับด้วยความมึนงงหลังจากลองสำรวจรอบห้องดูแล้วก็พบว่านี่เป็นห้องภายในโรงแรมที่พวกผมเช่าอยู่ แต่ไม่เคยมีใครได้มานอนสักทีนอกจากฮันจิซังคนเดียว

เธอสลบไปน่ะสิ

สลบ? ผม?” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองและพยายามรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ใช่ ฉันลองตรวจดูแล้วน่าจะเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอบวกกับความช็อคเลยทำให้สลบไปน่ะ ช่วงนี้เธอได้นอนบ้างรึเปล่าเอเลน

อืม อาทิตย์ที่ผ่านมาผมเพิ่งเริ่มเขียนงานใหม่น่ะครับเลยนอนดึกไปหน่อย บางวันก็ลืมนอเดี๋ยวนะครับ! แล้วเฮย์โจวล่ะครับฮันจิซัง!” ผมนึกอะไรขึ้นมาจึงรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที แต่อาการปวดหัวจากการรีบลุกเร็วเกินไปก็เข้าเล่นงานจนผมต้องกุมศีรษะตัวเองเอาไว้

ใจเย็นๆ ก่อนนะเอเลนฮันจิซังพยายามพูดให้ผมใจเย็นลง แต่จะให้ผมใจเย็นอยู่ได้ยังไงในเมื่อรีไวล์เฮย์โจวจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้!

เฮย์โจวล่ะครับ! เฮย์โจวเป็นยังไงบ้าง! แล้วตอนนี้เฮย์โจวอยู่ที่ไหนบอกผมมาเถอะครับฮันจิซัง!” ผมรัวคำถามใส่ฮันจิซังไม่ยั้งอย่างร้อนรน ซึ่งฮันจิซังที่ดูท่าแล้วผมคงไม่ยอมใจเย็นลงแน่ถ้ายังไม่ได้คำตอบก็กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไร แต่ก็กลับมีเสียงของใครบางคนพูดแทรกขึ้นก่อน

ฉันอยู่นี่น้ำเสียงอันคุ้นเคยทำให้ผมต้องหันขวับไปหน้าประตูทันที และเมื่อพบว่าเป็นใครที่กำลังยืนพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น 

เฮย์โจว…!!” ผมก็ดีใจจนเผลอตัวลุกขึ้นยืนเพื่อจะวิ่งไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง แต่ก็ต้องกลับพบกับอาการโลกหมุนจนต้องนั่งตุบกลับลงไปบนเตียงอย่างเดิมซะก่อน

เอเลน! เป็นยังไงบ้าง ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งลุก เธอต้องพักผ่อนนะฮันจิซังเข้ามาดูอาการผมพลางจัดผมให้นอนลงไปกับเตียงอย่างเดิม

แต่ว่าผม…”

อย่าดื้อให้มันมากนัก นอนลงไปเจ้าหนูรีไวล์เฮย์โจวเดินมายืนอยู่ข้างเตียงพลางใช้สายตามองลงมาทางผมอย่างกดดัน จนผมต้องยอมนอนลงกับเตียงเงียบๆ

“…แล้วเฮย์โจวเป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่าพอกลับไปนอนอย่างเดิมแล้วผมก็เงยหน้าขึ้นสำรวจรีไวล์เฮย์โจวที่ดูปกติดีทุกอย่างพลางถามอย่างเป็นห่วง 

โอ๊ย! คนที่ควรโดนถามคำถามนี้ควรเป็นเธอมากกว่านะเอเลนฮันจิซังพูดขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว

เอะ?” ผมกระพริบตาปริบๆ มองฮันจิซังอย่างงงๆ

ตอนที่ฉากถล่มลงมาน่ะ รีไวล์เตะฉากด้านหลังจนพังแล้วหนีออกมาได้ทันน่ะสิเลยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มีแต่เธอเท่านั้นแหละเอเลนที่สลบไปกลางสตูดิโอจนทุกคนแตกตื่นกันหมด ดีนะที่เธอล้มลงบนโซฟาพอดี ถ้าล้มลงพื้นล่ะก็ป่านนี้เธอได้นอนโรงพยาบาลไปแล้ว

อ่างั้นเหรอครับผมส่งยิ้มแหยๆ กลับไปให้ฮันจิซัง แต่ก็แอบโล่งใจที่เฮย์โจวไม่เป็นอะไรจนเผลอตัวยิ้มอย่างดีใจขึ้นมาทีหลัง

แหม~ ยิ้มซะอย่างกับเป็นเรื่องของตัวเองเลยนะฮันจิซังเอ่ยแซวยิ้มๆ

อะ! คือผมไม่ได้…!” ผมพยายามพูดแก้ตัวพลางใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้น

เอาล่ะๆ งั้นฉันออกไปก่อนดีกว่า พวกเธอสองคนจะได้มีเวลาสวีตกันให้เต็มที่ ฮ่าๆๆ” 

ฮันจิซัง!” ผมตะโกนไล่หลังฮันจิซังที่เดินออกไปจากห้องพลางปิดประตูให้ด้วยอย่างรู้สึกเขินอาย แต่ก็ไม่ทันเพราะฮันจิซังเดินจากไปแล้วพร้อมเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ภายในห้องตอนนี้จึงเหลือแค่ผมกับรีไวล์เฮย์โจวที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างเตียงมาได้สักพักแล้ว เอ่อแล้วทีนี้ผมจะทำยังไงดีล่ะ

ผมเงยหน้าขึ้นมองรีไวล์เฮย์โจวซึ่งก็ยืนมองมาทางผมเหมือนกันอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี และเมื่อโดนจ้องเข้ามากๆ ผมก็ต้องก้มหน้าหลบสายตานั้นอย่างช่วยไม่ได้ ทำไมต้องยืนจ้องผมซะขนาดนั้นด้วยเนี่ย

ตุบ

แรงยวบจากข้างเตียงทำให้ผมต้องหันกลับไปมองพื้นที่ข้างเตียงอีกครั้ง แล้วก็พบว่ารีไวล์เฮย์โจวได้นั่งลงมาบนเตียงด้านข้างกับที่ผมกำลังนอนอยู่

“…..”

“…..” ผมนอนจ้องเฮย์โจว เฮย์โจวก็นั่งจ้องผมแต่กลับไม่มีใครพูดอะไรออกมา บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิทแต่ไม่ได้ชวนให้รู้สึกอึดอัดเหมือนเมื่อกี้ แต่กลับให้บรรยากาศแปลกๆ ออกมาแทนจนหัวใจของผมมันเริ่มเต้นแรงขึ้น

เจ้าเด็กเจ้าปัญหารีไวล์เฮย์โจวพูดพลางช่วยปัดเส้นผมที่ปลกลงมาข้างแก้มของผมออกให้เบาๆ ผมจึงได้แต่มองการกระทำนั้นของเฮย์โจวด้วยใจที่เริ่มเต้นดังจนหนวกหู แต่แล้วสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นรอยช้ำเขียวม่วงอยู่บนข้อมือข้างขวาที่อีกคนเพิ่งช่วยใช้ปัดเส้นผมของผมออกให้

รอยนี่…?” ผมมองรอยช้ำนั่นแล้วขมวดคิ้วเงยขึ้นไปมองเฮย์โจวอย่างตั้งคำถาม

โดนตอนหนีออกมารีไวล์เฮย์โจวให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา ผมจึงหันกลับไปมองรอยช้ำเขียวม่วงบนข้อมือนั่นอีกครั้งอย่างเป็นห่วง นี่มันไม่ใช่รอยเล็กๆ เลยนะ

เจ็บรึเปล่าครับผมยกมือขึ้นลูบรอยช้ำนั่นเบาๆ แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับสะดุ้งเล็กน้อยทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเจ้ารอยช้ำนี่คงสร้างความเจ็บปวดให้กับอีกคนไม่น้อย

เปล่า แค่รำคาญนิดหน่อยตอนขยับรีไวล์เฮย์โจวตอบและยอมขยับมือให้ผมได้สำรวจร่องรอยนั่นอย่างชัดๆ

งั้นเหรอครับ…” ถึงเฮย์โจวจะตอบมาแบบนั้นแต่ในใจของผมก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี ร่องรอยช้ำจนห้อเลือดแบบนี้มันจะไม่เจ็บเลยได้ยังไง 

ทำไมแกถึงทำหน้าแบบนั้นเฮย์โจวพูดพลางเกลี่ยใบหน้าของผมเบาๆ

แบบไหนครับ?” ผมเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีเทาที่มองลงมาและถามกลับไป ทำให้รีไวล์เฮย์โจวมองสำรวจใบหน้าของผมอีกครั้งก่อนตอบคำถาม

แบบเหมือนแกกำลังเจ็บ

เพราะผมเจ็บครับมันเจ็บจริงๆ ครับเฮย์โจวผมอยากจะร้องไห้เมื่อยามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ฉากห้องขังถล่มลงมาแต่น้ำตามันกลับไม่ยอมไหลออกมา และตอนนี้ผมก็ได้แต่รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจทุกครั้งเหมือนมีใครมาคอยบีบมันเอาไว้ยามเมื่อมองไปยังรอยช้ำเขียวม่วงบนข้อมือของอีกคน

“…..” รีไวล์เฮย์โจวไม่ได้พูดอะไรอีกแต่กลับช่วยลูบหัวให้ผมเบาๆ เหมือนกำลังช่วยปลอบผม ผมจึงได้แต่ส่งยิ้มกลับไปให้อีกคนเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรเช่นกัน

“…..” ความเงียบยังคงโรยตัวอยู่แบบนั้นเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา ผมเงยหน้าขึ้นมองรีไวล์เฮย์โจวนิ่งอย่างไม่ยอมละสายตาออกไปไหน แต่จู่ๆ ภาพตรงหน้าของผมก็มืดลงเพราะเฮย์โจวใช้มือปิดดวงตาของผมเอาไว้

นอนได้แล้วเสียงพูดเหมือนเป็นคำสั่งดังออกมาจากคนข้างๆ แต่ถึงผมจะมองไม่เห็นผมก็สามารถรับรู้ได้จากน้ำเสียงว่าอีกคนกำลังเป็นห่วง

ครับ…” ผมตอบไปแล้วก็ยอมปิดตาลงโดยที่ยังมีมือของรีไวล์เฮย์โจวปิดตาของผมเอาไว้อยู่

ความเป็นห่วงของผมจะส่งไปถึงอีกคนไหมผมไม่รู้ แต่ความเป็นห่วงของเฮย์โจวผมสามารถรับรู้ได้แล้ว รีไวล์เฮย์โจวเป็นแบบนี้มาตลอดไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่อดีต ถึงหน้าตาจะดุ ถึงจะชอบทำท่าทางร้ายๆ แต่ก็คอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่ตลอด ไม่งั้นพวกทหารในบังคับบัญชาคงไม่เคารพรีไวล์เฮย์โจวขนาดนั้นหรอก แต่เฮย์โจวจะรู้ตัวเองไหมนั่นก็อีกเรื่องนึงนะ


ร้านคาเฟ่ยังคงเปิดอยู่ในช่วงที่ผมโดนสั่งให้พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมโดยมีชาช่าและยูมิลมาคอยช่วยเป็นลูกมือให้กับฮันจิซังตอบแทนที่รีไวล์เฮย์โจวช่วยไปถ่ายแบบให้ และขอโทษเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายแบบด้วย ยูมิลขอโทษขอโพยผมกับรีไวล์เฮย์โจวซะหลายครั้งหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แต่ทั้งผมและรีไวล์เฮย์โจวก็ไม่ได้ติดใจอะไร ยูมิลจึงดีใจจนแทบจะโผเข้ากอดเฮย์โจวถ้าไม่โดนเฮย์โจวยกเท้าขึ้นตั้งท่าเตรียมจะถีบกลับซะเต็มที่ซะก่อนน่ะนะ

อาการของผมดีขึ้นตั้งแต่ได้นอนเต็มอิ่มหนึ่งคืน แต่ฮันจิซังก็กลับยื่นคำขาดให้ผมพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมอีกสองสามวันโดยไม่ให้ผมทำแม้แต่งานเขียน ผมจึงได้แต่นอนเปื่อยอยู่บนเตียงอย่างเซ็งๆ เพราะไม่มีอะไรทำ อยากจะแอบเขียนงานอยู่หรอก แต่โน๊ตบุ๊คโดนฮันจิซังยึดไปซ่อนแล้วนี่สิ เฮ้อออ

ทำอะไรของแกเจ้าหนู

อะ! เฮย์โจว! ร้านปิดแล้วเหรอครับ?” ผมหันขวับไปตามเสียงก็พบกับรีไวล์เฮย์โจวที่ยืนกอดอกขมวดคิ้วมองผมที่นอนคว่ำหน้าแผ่หลาอยู่กลางเตียง

ยัง

เอะ? แล้วทำไมเฮย์โจวถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ

ไม่อยากให้มา?”

อยาก…! อะ! ไม่ใช่สิ ผมไม่ได้หมายความโอ๊ย! เฮย์โจวอย่าแกล้งผมสิครับ!” ผมคว่ำหน้าลงกับหมอนอีกครั้งเมื่อสบกับดวงตาสีเทาวิบวับนั่น เดี๋ยวนี้เฮย์โจวช่างขี้แกล้งขึ้นทุกวัน แกล้งให้ผมอายเนี่ยมันสนุกมากนักรึไงนะ ชิ

โฮ่ย

อะไร…!!” ผมหันขวับไปมองคนเรียกอย่างเคืองๆ แต่ก็ต้องกลับสะตั้นอยู่กับที่แทนเมื่อพบว่าใบหน้าของอีกคนอยู่ใกล้มากแค่ไหน 

อะไรทำไม พูดต่อสิ

“…..” จะให้พูดได้ยังไงกันครับแค่ขยับนิดหน่อยปากก็จะแตะกันอยู่แล้ว! ผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างพูดอะไรไม่ออกและตกใจในเวลาเดียวกันกับท่าทางของรีไวล์เฮย์โจว 

รู้สึกช่วงนี้เฮย์โจวจะชอบถึงเนื้อถึงตัวผมมากเกินไปรึเปล่า? แล้วนี่ทำไมผมจะต้องอายอยู่คนเดียวด้วย เฮย์โจวไม่เคยรู้สึกอายบ้างเลยรึไงนะ ผมน่ะแค่เฮย์โจวสบตาเข้าหน่อยก็ทั้งใจเต้นแรงและเขินอายไปหมดแล้ว

เงียบ?” รีไวล์เฮย์โจวพูดขึ้นอีกพลางยกมุมปากขึ้นอย่างสนุกสนานเมื่อเห็นผมหน้าแดง ผมจึงจ้องมองคนที่ใช้แขนค้ำเตียงคล่อมผมอยู่ด้านบนอย่างใช้ความคิด ว่าจะทำอย่างไรดีให้เฮย์โจวต้องรู้สึกอายซะบ้าง

เฮย์โจว

หือ ว่า…!!”

จุ๊บ

คิดถึงครับผมจูบลงบนแก้มของอีกคนเบาๆ เหมือนที่เฮย์โจวเคยทำ แล้วก็ส่งข้อความหยอดไปนิดหน่อยก่อนจะเลิกผ้าห่มขึ้นคลุมโปงอย่างไม่กล้ามองหน้าใครอีก

อ๊ากกกก! ผมทำมันไปแล้ว! ผมจะ..จะ..จูบ ว๊ากกกก!! อยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้เลยจริงๆ นี่ผมกะจะทำให้เฮย์โจวต้องรู้สึกอายเหมือนกับที่ผมเคยเป็นซะบ้าง แต่ตัวเองกลับมาอายซะเองจนต้องคลุมโปงหนีอยู่ในผ้าห่มแบบนี้เนี่ยนะ!? เจริญเถอะ!

ผมโผล่หน้าออกไปจากผ้าห่มเล็กน้อยให้เห็นแค่ดวงตา แล้วก็พบว่ารีไวล์เฮย์โจวเลิกใช้แขนคล่อมตัวผมแล้วกลับไปนั่งอยู่ข้างเตียงแทนโดนหันหลังให้กับผมอยู่ ผมพยายามชะโงกหน้ามองดูว่าตอนนี้เฮย์โจวมีสีหน้าเช่นไรแต่ก็มองเห็นไม่ชัดเพราะเฮย์โจวใช้มือปิดปากตัวเองเอาไว้อยู่ แต่ผมว่าผมเห็นใบหูของเฮย์โจวแดงขึ้นชัดเจนเลยนะ นี่ผมทำสำเร็จแล้วใช่ไหม

คิกๆเสียงหัวเราะของผมทำให้รีไวล์เฮย์โจวหันขวับกลับมามองผมด้วยสีหน้าดุๆ จนผมต้องเม้มปากกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้

โฮ่ หัวเราะฉัน?” รีไวล์เฮย์โจวก้มหน้าลงมาใกล้ผมอีกครั้งด้วยใบหน้านิ่งสนิทจนผมตัวหดเหลือสองนิ้ว ผมจึงส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ และจับผ้าห่มที่ปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้จนเห็นแค่ดวงตาแน่นและเตรียมจะหลบเข้าไปอีกครั้งหากเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น

“…!!!!!!!!!!!!!!!” แต่ไอ้เจ้าเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกลับทำให้ผมต้องเบิกตาโตตัวแข็งทื่อและทำอะไรไม่ถูกอยู่กับที่ เมื่อรีไวล์เฮย์โจวก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอย่างกะทันกันและแนบริมฝีปากลงมาตรงกับริมฝีปากของผมเบาๆ ผ่านผ้าห่มที่ขวางกั้น

ไม่หัวเราะแล้ว?” รีไวล์เฮย์โจวเลิกคิ้วมองผมในระยะใกล้ แต่ผมยังคงสะตั้นจนคิดอะไรไม่ออก

“…..” ใครมันจะไปหัวเราะออกกันครับ!! ผมนิ่งและไม่ตอบอะไรกลับไป เพราะสมองของผมมันขาวโพลนไปหมด ถึงมันจะมีผ้าห่มกั้นอยู่แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความร้อนจากริมฝีปากของอีกคนได้อย่างชัดเจน ใจของผมเต้นแรงขึ้นจนแทบบ้า และใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นจนลามไปถึงลำคอและรีไวล์เฮย์โจวที่เห็นปฏิกิริยาอย่างนั้นของผมก็ดูจะพอใจมากจนยกมุมปากขึ้น

หึ ก็ยังเป็นแค่เจ้าเด็กเหลือขออยู่ดี

“…!!!” ฮึ่ย! นึกว่าครั้งนี้จะทำสำเร็จแล้วเชียว แต่ดูท่าว่าเฮย์โจวจะแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิด อย่าให้ถึงทีของผมมั่งนะครับเฮย์โจว ผมจะเอาคืนทบต้นทบดอกให้สาสมเลย! ( '^' )+!

หลังจากเฮย์โจวแกล้งผมจนพอใจผมก็ได้ออกมานั่งที่ห้องนั่งเล่นภายในห้องพักของโรงแรมที่พวกผมเช่าอยู่ เฮย์โจวทำอาหารเย็นอยู่ตรงเค้าเตอร์ครัวโดยมีผมช่วยจัดโต๊ะรอฮันจิซัง ชาช่าและยูมิลกลับมาทานข้าวด้วยเหมือนกับทุกเย็นของสองสามวันที่ผ่านมา

เอาไปแค่สองที่รีไวล์เฮย์โจวบอกตอนที่ผมกำลังหยิบจานออกมา

เอะ? แล้วพวกฮันจิซังล่ะครับ?”

ออกไปข้างนอก

อ๋อ เข้าใจแล้วครับผมตอบกลับโดยยังไม่ถามว่าทั้งสามคนไปไหนกันเพราะเฮย์โจวกำลังทำอาหารอยู่ ขืนคุยด้วยมากๆ เดี๋ยวก็ได้อารมณ์ร้ายขึ้นมาอีก

โต๊ะอาหารที่มีเพียงผมกับรีไวล์เฮย์โจวดูเงียบมากกว่าปกติเพราะไม่มีเสียงพูดคุยของฮันจิซังและชาช่าเจื้อยแจ้วเหมือนทุกที แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรกับความเงียบนี้ เพราะชินซะแล้วกับช่วงเวลาแห่งความเงียบเมื่อการต้องอยู่รีไวล์เฮย์โจวแค่สองคน

ไปแต่งตัว แกต้องออกไปข้างนอกกับฉันรีไวล์เฮย์โจวพูดขึ้นมาอย่างกะทันหันหลังจากผมเพิ่งเก็บโต๊ะและทำความสะอาดเสร็จ

เอะ! ตอนนี้? ไปไหนครับผมมองท้องฟ้าด้านนอกที่เริ่มมืดขึ้นทุกทีแล้วก็ต้องหันกลับไปถามรีไวล์เฮย์โจวพลางเอียงคออย่างสงสัย

เร็ว!” รีไวล์เฮย์โจวไม่ตอบแต่กลับหันมาเร่งผมแทน ผมจึงต้องรีบเดินกลับเข้าไปแต่งตัวใหม่ในห้องเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกอย่างช่วยไม่ได้

อ่า ครับๆ” 


หลังจากผมแต่งตัวไม่นานเฮย์โจวก็พาผมออกไปข้างนอกโดยไม่ได้บอกว่าจะไปไหน ซึ่งผมก็ไม่คิดจะถามแล้วเพราะถึงถามไปก็คงไม่ได้คำตอบเอาไว้ไปเห็นกับตาเองเลยดีกว่า

ที่นี่ที่ไหนกันครับ?” ผมยืนมองโดมขนาดใหญ่ตรงหน้าพลางเอียงคอ จะว่าไปอยู่มาได้สักพักแต่ผมก็ยังไม่ค่อยได้เที่ยวฝรั่งเศสเท่าไหร่เลย เพราะต้องเปิดร้านแล้วไหนจะงานเขียนอีก เวลานอนยังแทบไม่มีจนล้มพับไปกลางสตูดิโอแบบนั้น ถ้ามิคาสะรู้เข้ามีหวังได้บินมาฝรั่งเศสแบบทันทีทันใดเลยแน่ๆ

โฮ่ย! จะยืนอยู่นั่นอีกนานไหม!” รีไวล์เฮย์โจวตะโกนเรียกมาจากที่ไกลๆ แล้วนั่นไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ!

รอด้วยสิครับเฮย์โจว!” ผมรีบวิ่งไปสมทบกับเฮย์โจวตรงหน้าทางเข้าโดมทันที

คนด้านหน้าทางเข้าโดมแห่งนี้เยอะจนพวกผมต้องต่อแถวรอกันเกือบสิบนาทีถึงจะได้เข้า ไม่รู้เฮย์โจวไปเอาตั๋วมาจากไหน แต่ก็ดีแล้วล่ะที่มีเพราะขืนต้องไปต่อแถมซื้อตั๋วกันก่อนผมว่าเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เข้า และเมื่อเข้าไปด้านในได้แล้วผมก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

นี่มัน…! หรือว่าจะเป็นโปรเจ็คของยูมิลครับ!” ผมหันไปถามคนข้างๆ และรีไวล์เฮย์โจวก็ทำเพียบแค่พยักหน้าให้เท่านั้น 

โห! ผมคิดว่าอีกนานกว่าจะจัดแสดงซะอีก เร็วกว่าที่คิดอีกนะครับผมมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น 

ลักษณะของการจัดแสดงภาพถ่ายและการตกแต่งฮอลบอกเลยว่าดูน่าสนุกจนผมรู้สึกตื่นเต้นไปตลอดทางเดินดูงาน ผมมองไปทางโน้นทีทางนี้ทีด้วยความอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เพราะไม่เคยมางานแบบนี้มาก่อน จนเฮย์โจวต้องจับมือผมเอาไว้เพราะกลัวจะหลงไปกับคนมางานที่เยอะจนแทบจะต้องเดินเบียดกัน

อะ!”

ว๊าย!” ผมรับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้เมื่อเธอโดนคนด้านหลังผลักจนล้มลงมาใส่ผมเต็มๆ คนที่เผลอผลักเธอก้มหัวลงขอโทษอย่างรู้สึกผิดเธอจึงโบกมือบอกว่าไม่เป็นไรก่อนจะหันกลับมาทางผม

ไม่เป็นไรใช่ไหมครับผมถามพลางสำรวจหญิงสาวตรงหน้าไปด้วยว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า แต่ดูท่าแล้วน่าจะไม่เป็นไรนะ

ไม่เป็นไรค่ะๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ฉันล้มใส่คุณ แล้วคุณเป็นอะไรรึเปล่าค่ะหญิงสาวโบกมือพลางก้มหัวขอโทษผมยกใหญ่ ผมจึงต้องยกมือห้ามบอกว่าไม่เป็นไร

ดีแล้วที่คุณปลอดภัย ทางนี้ก็ไม่เป็นไรเหมือนกันครับผมพูดพลางยิ้มเพื่อให้อีกคนสบายใจ

ค่ะ…” 

งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ

อะ! เดี๋ยวค่ะ!”

หมับ!

“…! ครับ?” ผมหันกลับไปทางหญิงสาวอีกครั้งด้วยความตกใจที่เธอคว้าแขนผมเอาไว้ แต่เธอก็กลับเงียบไปนานจนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าควรทำยังไงต่อ

ขะ..ขอบคุณที่ช่วยนะคะ!” หญิงสาวพูดขึ้นมาเสียงดังจนแทบเป็นเสียงตะโกนและเงยใบหน้าที่แดงเรื่อขึ้นจ้องเข้ามาในดวงตาของผมตรงๆ จนผมเริ่มหน้าแดงไปด้วย

อะ เอ่อครับผมพยักหน้าให้ทั้งที่ยังงงๆ แต่เธอก็ส่งยิ้มกลับมาให้ผมแม้ใบหน้าจะยังแดงเรื่อและปล่อยมือออกจากแขนผมก่อนจะขอตัวแล้วเดินจากไปเลยปล่อยให้ผมได้แต่ทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้นคนเดียว เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ ถ้าจะเขินขนาดนั้นผมก็พลอยเขินไปด้วยน่ะสิ! โอ๊ย! จะบ้าตาย!

เสร็จรึยัง

“…! อะ! ครับๆ!” เสียงของเฮย์โจวที่ดังอยู่ข้างๆ ทำให้ผมสะดุ้งและใบหน้าก็เริ่มแดงขึ้นอีกครั้งเพราะคิดว่าเฮย์โจวคงเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ทั้งหมด โอ๊ย! เฮย์โจวต้องคิดว่าผมเป็นเด็กอีกแน่เลยที่เขินตามคนอื่นในสถานการณ์แบบนั้น ฮืออ ผมไม่ได้อ่อนหรือเด็กน้อยอย่างที่คนอื่นว่าเลยนะ! ผมก็แค่แค่..คะ..แค่ไม่ชินเฉยๆ เอง!

งั้นก็ไป

อ่า ครับ…?” ผมมองคนข้างๆ อย่างงงๆ เพราะเฮย์โจวดูมีบรรยากาศแตกต่างออกไปจากปกติ มันก็ไม่ได้ดูแตกต่างจากเดิมมากจนมองเห็นชัดเจนขนาดนั้นหรอก แต่ว่าผมก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่ดี เพราะตอนปกติเฮย์โจวก็เงียบอยู่แล้วแต่นี่มันดูยิ่งเงียบเข้าไปอีกจนน่าอึดอัดยังไงไม่รู้?

เฮย์โจว เป็นอะไรรึเปล่าครับผมถามอย่างเป็นห่วงเพราะอีกคนดูไม่ปกติจริงๆ แต่เฮย์โจวก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาให้ผมรับรู้ได้ว่าเป็นอะไร

เปล่าเฮย์โจวปฏิเสธทั้งๆ ที่ไม่ยอมมองหน้าผมเลยสักนิด ผมจึงเริ่มรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดแปลกๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร

งั้นเหรอครับผมเดินดูงานต่ออยู่ข้างๆ เฮย์โจวอย่างเดิมแต่กลับไม่ได้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดในใจด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถอธิบายได้ นี่ผมเป็นอะไรไปแล้วนะ ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกปวดใจแบบนี้ แล้วเฮย์โจวเป็นอะไรไปกันแน่นะ ทำไมผมถึงได้รู้สึก

“…..” ผมมองไปยังคนข้างๆ ที่ยังคงเงียบสนิทอยู่แบบเดิมแต่กลับให้บรรยากาศอึดอัดแตกต่างไปจากเดิมลิบลับอย่างสับสน ผมคิดว่าช่วงนี้ผมกับเฮย์โจวเริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้วนะ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเหมือนกับว่าผมกับเฮย์โจวได้กลายไปเป็นคนแปลกหน้ากันไปแล้ว

นี่มันแย่ยิ่งกว่าตอนก่อนที่ผมจะเริ่มจีบรีไวล์เฮย์โจวซะอีก! ไอ้บรรยากาศน่าอึดอัดพวกนี้มันคืออะไรกัน ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย 

ผมยังคงเดินในงานกับรีไวล์เฮย์โจวโดยไม่พูดอะไรและปล่อยให้บรรยากาศเงียบจนน่าอึดอัดลอยวนเวียนอยู่แบบนั้นเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี หาสาเหตุยังไม่ได้เลยแล้วผมจะทำอะไรได้อีกล่ะ! แต่ขณะที่ผมกำลังใช้ความคิดเพื่อทำให้บรรยากาศระหว่างผมกับเฮย์โจวดีขึ้น เฮย์โจวก็หยุดเดินอย่างกะทันหันจนผมต้องหันกลับไปมองอย่างงงๆ

เป็นอะไรไปครับเฮย์โจว?” ผมถามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะต้องมองตามสายตาของเฮย์โจวที่ก้มลงมองพื้นด้านล่าง แล้วผมก็สะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเกาะขาเฮย์โจวอยู่แน่น ดวงตาสีเขียวอ่อนแหงนขึ้นมองหน้าเฮย์โจวด้วยดวงตาเป็นประกาย เส้นผมสีดำสนิทตกระแก้มยุ้ยซึ่งกำลังแดงเล็กน้อยอย่างตื่นเต้น ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มออกกว้างยามเฮย์โจวก้มลงสบตาด้วย

มาได้ยังไงเฮย์โจวเอ่ยถามสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เกาะขาตัวเองอยู่พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน

“…..” เจ้าตัวเล็กไม่ได้ตอบแต่กลับมองเฮย์โจวตาแป๋ว

“…..”

เอ่อเฮย์โจวรู้จักกับเด็กคนนี้เหรอครับผมพูดแทรกขึ้นเมื่อทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งๆ แบบนั้นมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา

อืม ปล่อยก่อนเฮย์โจวตอบผมก่อนจะก้มหน้าลงไปสั่งให้เด็กน้อยปล่อยแขนออกจากขาตัวเอง เด็กน้อยก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเฮย์โจวจึงนั่งยองๆ ลงไปคุยกับเจ้าตัวเล็ก

มาที่นี่ได้ยังไงเฮย์โจวถามคำถามเดิมอีกครั้งซึ่งคราวนี้เจ้าตัวเล็กก็ไม่ตอบอย่างเดิม แต่กลับเขียนอะไรไม่รู้ลงบนสมุดเล่มเล็กที่ห้อยอยู่บนขอแทนแล้วยื่นให้กับเฮย์โจวดู

ทำไมถึงมาที่นี่

“…..” เขียนๆๆ ยื่นให้ดู

มากับใคร

“…..” เขียนๆๆ ยื่นให้ดูอีกครั้ง

แล้วทำไมอยู่คนเดียว

“…..” เขียนๆๆ และยื่นให้ดูอีกครั้ง นี่พวกเขาคิดจะคุยกันแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอครับ!? ทำไมไม่พูดกันดีๆ ล่ะ! ผมเห็นความพยายามที่เฮย์โจวคุยกับเด็กตัวเล็กตรงหน้าก็นั่งยองๆ ลงข้างๆ ด้วย เด็กน้อยจึงหันมามองผมก่อนจะเขียนๆ อะไรลงในสมุดเล่มเล็กอีกครั้งแล้วพลิกกลับมาให้ผมดู

คุณเป็นเพื่อนใหม่ของปะป๊าเหรอ?’

หา? ปะป๊า?” ผมทำหน้างงเมื่อไม่เข้าใจว่าใครคือปะป๊าที่ว่า เด็กน้อยจึงกลับไปเขียนอะไรลงในสมุดเล่มเล็กอีกครั้งก่อนจะพลิกกลับมาให้ผมอ่าน

ปะป๊าเจ้าตัวเล็กชี้นิ้วไปยังคนข้างๆ ผมจึงมองตามนิ้วมือเล็กๆ ที่ชี้ไปจนสบเข้ากับดวงตาสีเทาที่มองมาทางผมอยู่ก่อนแล้วก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

ปะป๊า…?” ผมยกมือสั่นๆ ขึ้นชี้ไปยังเจ้าของดวงตาสีเทาอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ได้รับการพยักหน้าตอบกลับมาจากเจ้าตัวที่ยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

อืม

“………ห๋าาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” 


ขอผมเป็นลมอีกทีเลยได้ไหม…?









————————————————100%


อะไรเอ่ย? 55555

ทิ้งระเบิดเอาไว้ให้ตกใจกันเล็กน้อย แล้วเราค่อยมาเฉลยกันในตอนหน้านะคะ ><

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันด้วยน้าาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #28 canyouhear (@canyouhear) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 05:51
    ทรุดกันเลยทีเดียว
    #28
    0
  2. #27 kusumakhieowarn (@kusumakhieowarn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 11:37
    อะไรนะ!!!
    #27
    0