(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 2 : Recipe 01 : BBQ Pancake (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    2 ก.ย. 61



I’m not in love but I have loved you for a long time.

เออ

ตึกตัก ตึกตัก

คำเดียวสั้นๆ แต่ทำเอาหัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมยังคงยืนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่พูดอะไรไม่ออก จะบอกว่าช็อกมากก็คงใช่ แต่มันมีความรู้สึกอื่นที่มากกว่าความช็อกด้วย

นี่รีไวล์! ตอนนี้หน้าร้านกำลัง…! เอเลน!!?!?” ใครบางคนเดินเข้ามาใกล้รีไวล์เฮย์โจวด้วยความเร่งรีบแต่พอเห็นผม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นก็เบิกกว้างก่อนเธอจะตะโกนชื่อผมออกมาเสียงดังลั่นจนคนรอบข้างต้องหันมาสนใจ

อะ ครับ ผมเอเลนครับ เอ่อฮันจิซัง?” ผมเรียกชื่อหญิงสาวที่สวมผ้ากันเปื้อนครึ่งตัวตรงหน้าด้วยความไม่แน่ใจ เพราะฮันจิซังที่ผมเคยรู้จักไม่มีทางแต่งตัวเหมือนบาริสต้าตรงหน้านี้แน่ ถ้าจะให้จินตนาการถึงฮันจิซังในปัจจุบัน ให้อีกคนใส่เสื้อกาวน์แล้วอยู่ในห้องแล็ปดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าอีก

ว้าว! เอเลน เยเกอร์จริงๆ ด้วย! ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญเจอกันแบบนี้! เป็นยังไงบ้างเอเลน ตอนนี้ทำอะไร…”

โฮ่ย ไม่ทำงานรึไงขณะที่ฮันจิซังกำลังถามคำถามมากมายใส่ผม รีไวล์เฮย์โจวก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในของตัวรถไปโดยไม่สนใจอะไรอีก

อะ! จริงด้วย แต่ว่ารีไวล์! ฉันกำลังขอความช่วยเหลือกับนายอยู่นะ คนเยอะขนาดนี้นายคิดจะให้ฉันจัดการคนเดียวเลยรึไง!” ฮันจิซังตะโกนเข้าไปด้านในแต่ก็หาได้รับคำตอบรับไม่ เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ท่าทางจะกำลังลำบากทีเดียว

เอ่อ ให้ผมช่วยอะไรไหมครับผมเสนอตัวช่วยด้วยความไม่คิดอะไร จะบอกว่าเพราะเป็นคนเคยรู้จักกันมาก่อนเลยไม่อาจปล่อยเฉยในตอนที่อีกคนกำลังลำบากได้ก็ว่าได้

จริงเหรอ! ถ้าเธอว่างล่ะก็ฉันขอแรงเธอมาช่วยเป็นลูกมือหน่อยได้ไหม เดี๋ยวเสร็จงานแล้วฉันจะตอบแทนเธออย่างงามเลย!” ฮันจิซังยื่นหน้าออกมาจากหลังเค้าเตอร์เข้ามาประชิดด้วยประกายตาแห่งความหวังภายหลังกรอบแว่น ผมจึงส่งยิ้มไปให้แล้วพยักหน้าตอบกลับไป ฮันจิซังเลยบอกผมให้เดินเข้าไปทางประตูทางด้านท้ายของรถแล้วเปลี่ยนชุดมาช่วยตรงหน้าเค้าเตอร์

แอ้ดดดด

“…..”

เอ่อ…” ผมเปิดประตูเข้าไปด้านในของรถเมล์ที่ใช้เป็นร้านคาเฟ่แล้วก็ต้องยืนสตั้นอยู่หน้าประตูอย่างทำอะไรไม่ถูก เมื่อเจอกับรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังล่อนแป้งส่วนผสมทำขนมอยู่ 

จะพูดอะไรดีล่ะ!? ยินดีที่ได้พบกันอีก? สบายดีไหม? เป็นยังไงบ้าง? ทำไมถึงได้มาทำงานนี้? อาศัยอยู่ที่นี่เหรอ? ที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง? คิดถึงผมบ้างไหม?…ผมคิดถึงคุณ

แกจะยืนอยู่นั่นอีกนานไหม ไปเปลี่ยนชุด ยัยสี่ตาจะได้เลิกตะโกนเข้ามาสักที หนวกหู” 

อะครับความคิดของผมถูกตัดกลับมาปัจจุบันเมื่อรีไวล์เฮย์โจวชี้ไปยังชั้นยาวด้านข้างที่มีผ้าม่านเล็กๆ ปิดอยู่เป็นชั้นๆ เรียงกันลงมา นั่นน่าจะเป็นชั้นเก็บของสินะ

ผมเดินเข้าไปเลิกม่านเล็กขึ้นแล้วหยิบชุดยูนิฟอร์มออกมาก่อนจะเดินขึ้นไปเปลี่ยนในห้องชั้นสองซึ่งใช้เป็นห้องนอนทั้งชั้น ด้านล่างเป็นหน้าร้านกับครัว ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอนงั้นเหรอ ดูเหมือนบ้านเลยแฮะ ผมมองสำรวจชั้นสองที่มีประตูกั้นห้องนอนใหญ่สุดทางเดิน กับห้องนอนเล็กๆ ที่น่าจะเรียกว่ามีแค่เตียงนอนอยู่ด้านข้างเหมือนพวกรถไฟนอนมากกว่าจะเรียกเป็นห้องนอนได้ 

เปลี่ยนชุดเสร็จผมก็รีบลงไปช่วยฮันจิซังที่หน้าร้านทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือของเธอดังมาแต่ไกล ถึงจะบอกว่าเป็นผู้ช่วยผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากจัดขนมลงกล่องส่งให้ลูกค้า หรือคอยจดออเดอร์สารพัดน้ำให้กับฮันจิซังที่ทำหน้าที่เป็นทั้งบาริสต้าและแคชเชียร์ ผมก็อยากช่วยเป็นแคชเชียร์ให้อยู่หรอกแต่ไอ้ตัวผมก็ไม่เคยใช้เครื่องคิดเงินมาก่อนเลยด้วย จะให้มาสอนกันตอนนี้ก็น่าจะลำบากเกินไปเพราะลูกค้าเยอะเหลือเกิน ผมจึงรับหน้าที่รับหน้ากับลูกค้าแทนเพื่อช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ที่ผมทำได้


เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดชั่วโมงอันวุ่นวายก็จบลง และทั้งขนมทั้งน้ำก็ขายไปจนหมดเกลี้ยง ฮันจิซังบอกว่าร้านเปิดแค่สองเวลาคือช่วงเช้าในตอนที่ผู้คนกำลังเดินทางไปทำงานกัน และช่วงบ่ายจนถึงเย็นๆ เท่านั้น แต่ถ้าของขายหมดก่อนก็จะปิดร้านก่อนเลยไม่มีทำเพิ่มเพราะเธอต้องรับมือกับหน้าร้านคนเดียวและมีรีไวล์เฮย์โจวเป็นคนทำขนม เมื่อวัตถุดิบหมดจึงไม่มีคนไปจ่ายตลาดให้

ตอนแรกผมก็ตกใจว่านี่ทำร้านกันแค่สองคนเองเหรอ แต่ฮันจิซังบอกว่าปกติตอนไปประเทศต่างๆ เธอก็จะประกาศรับพนักงานพาร์ทไทม์มาช่วย แต่พนักงานคนนั้นเพิ่งจะออกไปเมื่อไม่นานมานี้เนื่องจากทนทำงานกับรีไวล์เฮย์โจวไม่ไหว อันนี้ผมก็พอเข้าใจได้น่ะนะ ก็เฮย์โจวน่ะออกจะเป็นคนทำงานด้วยยากไปซะหน่อย แต่ถึงแบบนั้นก็เป็นหัวหน้าซึ่งเป็นที่เคารพรักของทหารทุกคนเลยล่ะ (เมื่อก่อนน่ะนะ)

โห ไปมาหลายประเทศน่าดูเลยนะครับ

ใช่ๆ แล้วก่อนหน้านั้นน่ะนะ พวกเราเคยไปที่…” ฮันจิซังเล่าถึงสถานที่ซึ่งเคยไปพร้อมกับรถคาเฟ่เคลื่อนที่แห่งนี้ให้กับผมฟังอีก

จากที่ฟังมาผมก็สรุปได้ว่า ฮันจิซังเป็นคนชวน(บังคับ)ให้รีไวล์เฮย์โจวร่วมงานกับเธอในการทำคาเฟ่เคลื่อนที่แห่งนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง ก่อนหน้าที่จะทำคาเฟ่เคลื่อนที่ฮันจิซังบอกว่าเฮย์โจวเคยเป็นทหารมาก่อนในสังกัดของผู้บัญชาการเอลวิน และเธอก็เป็นแพทย์ทหาร ฟังแล้วไม่น่าแปลกใจเลย ออกจะเห็นภาพชัดเจนเลยด้วยซ้ำ แต่ผมสนใจว่าทำไมจู่ๆ นายทหารถึงกลายมาเป็นปาติซิเย่แล้วทำร้านคาเฟ่เคลื่อนที่แบบนี้ได้มากกว่า

แล้วทำไมเฮย์โจวถึงยอมตกลงมาเป็นปาติซิเย่ได้ล่ะครับ” 

เห~ อยากรู้เหรอ~” 

ครับ!” ผมตอบด้วยความใคร่รู้เต็มที่ ฮันจิซังจึงแสยะยิ้มกริ่มออกมาให้ขนลุกเล่นๆ ก่อนจะเริ่มเล่าความเป็นมาทั้งหมดให้ฟัง

เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นทหารอยู่ บางครั้งบางคราวรีไวล์ก็จะลงมือทำอาหารเองบ้างน่ะ แล้วทุกครั้งที่รีไวล์เป็นคนทำทั้งฉันและเอลวินก็จะหยุดงานที่ทำอยู่เพื่อไปกินอาหารของหมอนั่นทุกครั้งเลย

ถึงขนาดต้องหยุดงานไปเลยเหรอครับ

ใช่ เธอก็พอนึกภาพออกใช่ไหมล่ะ ว่าอาหารของรีไวล์มันอร่อยขนาดไหน

อะ ก็พอนึกภาพออกนะครับเมื่อก่อนผมจำได้ว่าเคยกินอาหารฝีมือเฮย์โจวอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่กินนี่จากซุปธรรมดาที่กินทุกวันจะกลายเป็นอาหารระดับภัตตาคารทันทีเลย

แต่น้อยครั้งมากที่รีไวล์จะทำขนมตามที่เอลวินรีเควสมา

ผู้บัญชาการเอลวินน่ะเหรอครับ รีเควสให้เฮย์โจวทำขนมให้?” ผมถามด้วยความแปลกใจ ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้บัญชาการเอลวินจะชื่นชอบขนมหวาน

ฮิๆ แปลกใจล่ะสิที่เอลวินชอบกินพวกขนมหวาน

อ่า ค่อนข้างแปลกใจทีเดียวครับ แต่ก็พอนึกภาพออกอย่างเอลวินซังถ้ามีสโคนคู่กับน้ำชาก็พอจะเข้าเค้าอยู่ นึกภาพแล้วคงเหมือนน้ำชายามบ่ายของพวกผู้ดีอังกฤษ

หืม~ งั้นหรอกเหรอ เรื่องเอลวินช่างไปก่อนเถอะ มาต่อกันเรื่องของรีไวล์ดีกว่า

ครับ

ตอนรู้ว่ารีไวล์เป็นคนทำขนมพวกนั้นเองครั้งแรกน่ะนะ ฉันทั้งตกใจแล้วก็แปลกใจ แต่พอได้กินแล้วความคิดเรื่องต้องเปิดร้านคาเฟ่เพื่อเผยแพร่ขนมของรีไวล์ออกไปทั่วโลกก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉันทันทีเลยล่ะ!”

อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอครับ ขนมที่เฮย์โจวทำน่ะ?” 

ใช้คำว่าอร่อยยังน้อยไปนะ สำหรับขนมของรีไวล์น่ะ

โห ผมชักอยากลองแล้วสิ!” 

อะ จริงด้วยสิ วันนี้เธอต้องมาช่วยฉันอย่างกะทันหันก็จริง แต่ที่เธอมาที่นี่เพราะตั้งใจจะมาซื้อขนมของรีไวล์รึเปล่าเอเลนฮันจิซังตบมือเข้าด้วยกันอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้พลางถามผม ผมจึงส่งยิ้มไปให้และพยักหน้าตอบ

ครับ ตอนแรกผมก็ตั้งใจแบบนั้น พอดีอาร์มินส่งลิ้งค์ของร้านนี้มาให้น่ะครับ ผมเลยตั้งใจออกมาซื้อกลับไปโรงแรม แต่ก็กลายมาเป็นลูกมือของฮันจิซังซะก่อนผมตอบความจริงกลับไปฮันจิซังจึงส่งยิ้มกว้างมาให้ผมและกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็โดนเสียงของใครอีกคนพูดขัดขึ้นมาซะก่อน

มากินข้าวกันได้แล้วรีไวล์เฮย์โจวโผล่หน้าขึ้นมาเรียกพวกผมที่ชั้นสองก่อนจะเดินกลับไปลงชั้นล่างเลยโดยไม่รอการตอบกลับ

งั้นเราลงไปกินข้าวกันก่อนเถอะ เธอยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยนิ

ครับผมตอบรับแล้วเดินตามฮันจิซังลงไปยังชั้นล่าง ก็พบกับรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังนั่งดื่มน้ำชาซึ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่ในส่วนของห้องครัว

โห! นี่เฮย์โจวทำเองหมดเลยเหรอครับ!” ผมมองอาหารตรงหน้าอย่างตื่นเต้น แต่เฮย์โจวก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา และทำเพียงแค่พยักหน้าให้เบาๆ เท่านั้น

พวกเราเริ่มทานอาหารกันทันทีเมื่อนั่งลงพร้อมหน้า ทั้งห้องมีเพียงเสียงของฮันจิซังพูดดังไปเรื่อยเกี่ยวกับเรื่องของลูกค้าในวันนี้และเมนูของวันนี้พรุ่งนี้ด้วย ซึ่งรีไวล์เฮย์โจวก็เพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ และโต้ตอบเป็นบางครั้งเท่านั้น ส่วนผมน่ะเหรอ? โซ้ยแหลกสิครับ! หิวจนแทบกินไดโดเสาร์ได้ทั้งตัว

เมนูอาหารหลายอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะถูกผมผู้หิวโหยยัดเข้าลงท้องแทบทั้งหมด ซึ่งฮันจิซังกับรีไวล์เฮย์โจวก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ผมกินเยอะเพราะเข้าใจว่าผมไม่ได้กินอะไรมาเลยทั้งวัน เฮย์โจวยังอุตส่าถามผมด้วยว่าจะกินอะไรอีกไหม แต่จากอาหารที่ยัดลงท้องไปแบบไม่คิดผมก็แทบจุกแล้ว ผมเลยปฏิเสธกลับไปอย่างสุภาพแทน อาหารมันอร่อยจริงๆ แต่กินเยอะไปก็ไม่ดีแฮะ

อะ! เฮย์โจวเดี๋ยวผมจัดการเองครับผมจะแย่งจานกลับมาเพื่อขอทำความสะอาดเอง ไหนๆ เฮย์โจวก็ทำอาหารแล้วผมก็ไม่อยากเอาเปรียบ แต่ผมก็กลับโดนดวงตาสีเทาคู่นั้นสะกดให้ต้องนั่งอยู่กับที่

อยู่เฉยๆ ไปเจ้าหนู

“…ครับผมต้องยอมนั่งเฉยๆ เสียไม่ได้เมื่อสีหน้าของคนมองบอกว่าไม่ยอมแน่ถ้าผมขยับลุกขึ้น ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเฮย์โจวก็มีมุมแบบนี้

เอาความจริง ตอนนี้ผมแทบลุกไม่ขึ้นเพราะกินเยอะเกินไป ฮันจิซังก็ช่วยเอายาช่วยย่อยมาให้ผมเพราะดูอาการของผมออก แต่ผมไม่เคยคาดคิดว่าเฮย์โจวจะใจดีถึงขนาดจะเป็นห่วงผมที่แค่อาหารไม่ย่อย ดูๆ ไปแล้วรีไวล์เฮย์โจวก็แตกต่างจากในอดีตอยู่เหมือนกัน จะบอกว่าแตกต่างกันมากจนสังเกตได้ชัดเจนก็คงไม่ใช่ แต่สำหรับผมที่มองคนๆ นี้มาตลอดตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้สามารถบอกได้เลยถึงความแตกต่างของเฮย์โจวในอดีตและเฮย์โจวคนปัจจุบัน

รีไวล์เฮย์โจวตอนนี้จะว่าดูเป็นคนใจเย็นขึ้นหรือยังไงดี? เมื่อก่อนก็เป็นคนใจเย็นมากอยู่แล้วแต่ติดทีจะโหดมากไปหน่อยพวกทหารเลยกลัวเฮย์โจวประจำ แต่ตอนนี้ดูเหมือนความโหดในอดีตจะลดลงไปเยอะ คงเพราะในปัจจุบันนี้เฮย์โจวไม่ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดเพื่อมนุษยชาติกับเหล่าไททันอีกแล้วล่ะมั้ง

จ้องใหญ่เชียวนะเอเลน~”

อะ!” ผมสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงกระซิบข้างหู

หึๆๆๆฮันจิซังยิ้มกริ่มพลางหัวเราะหึๆ มองมาทางผมอย่างรู้ทันจนใบหน้าของผมเห่อร้อนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ก็มันไม่ได้เจอมานานนี่นา ผมจะไปห้ามสายตาตัวเองได้ยังไงกันล่ะ!

ฮันจิซังก็อย่าหัวเราะได้ไหมล่ะครับผมพูดกระซิบเบาๆ ด้วยความเขินอายกับคนที่เริ่มหัวเราะผมไม่หยุดแถมส่งสายตาล้อเลียนมาให้อีกต่างหาก

ฮ่าๆๆ โทษทีๆ แหม~ ก็เห็นมองเพื่อนฉันด้วยสายตาร้อนแรงขนาดนั้นมันก็อดไม่ได้นี่นา ฮ่าๆๆ

สายตาร้อนแรงอะไรกันครับ!”

เอะ? หรือจะเป็นสายตาหวานเชื่อม? หรือว่าสายตาหยาดเยิ้มดีล่ะ~”

ไปกันใหญ่แล้วครับ!”

เอ~ หรือว่าสายตาแห่งความคิดถึงคนึงหา~”

มะ..ไม่ใช่นะครับ!”

โอะโอ~ ใช่เหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆแล้วฮันจิซังก็หัวเราะอย่างชอบใจเมื่อเห็นผมหน้าแดงจนถึงหู อ๊ากกก! อยากจะมุดดินหนีจริงๆ เลย จะเสียงสั่นไปทำไมเนี่ยเอเลน เยเกอร์!

ใช่อะไร

ก็บอกว่าไม่…! อะ เปล่าครับผมเผลอโต้ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบแต่พอหันไปเจอว่าคนถามเป็นใครผมก็ได้แต่ก้มหน้างุดแล้วกล่าวปฏิเสธ

แกพักที่ไหนเจ้าหนูรีไวล์เฮย์โจวดูจะไม่ติดใจอะไรแล้วเปลี่ยนคำถาม

โรงแรมXXXครับผมตอบแต่ยังคงไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพราะใบหน้าของผมยังไม่หายร้อนเลย ขืนเงยหน้าขึ้นตอนนี้เฮย์โจวก็ต้องเห็นว่าผมหน้าแดงอยู่แน่ๆ แบบนั้นได้อายกันตายพอดี!

แล้วแกจะกลับยังไง

ทันทีที่จบคำถามผมก็เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า กลับ ใช่สิ นี่มันก็ดึกมากแล้วนี่นา ผมก็ควรจะกลับโรงแรมได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้ผมไม่อยากกลับเลย

ผม…” จะพูดว่ายังไงดี จะบอกว่าไม่อยากกลับก็ดูจะเอาแต่ใจเกินไป แล้วอะไรคือเหตุผลที่ผมไม่อยากกลับอีกก็ตอบไม่ได้ แต่ผมก็ยังไม่อยากกลับไปเลยจริงๆ

นี่ก็ดึกแล้วทำไมไม่ค้างที่นี่สักคืนล่ะเอเลน

โฮ่ย!”

ครับ?” ผมมองไปยังฮันจิซังที่ชวนผมค้างพลางกระพริบตาปริบๆ แต่พอเห็นอีกคนขยิบตามาให้อย่างรู้ทันผมก็แย้มรอยยิ้มออกมาและพยักหน้าตอบรับไปแบบไม่ต้องคิด

งั้นผมขอรบกวนด้วยนะครับ

ได้สิ!/ไม่ได้!” ฮันจิซังและรีไวล์เฮย์โจวพูดออกมาพร้อมกันทำให้ผมต้องมองทั้งสองคนสลับกันไปมาอย่างไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใครดี

เอ่อ…”

อะไรกันล่ะรีไวล์ เอเลนมาช่วยงานเราทั้งวันเลยนะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เตียงก็เหลือเยอะแยะให้ค้างด้วยสักคืนไม่เห็นจะเป็นไรเลย

ยัยสี่ตา

เอ~ หรือว่าจะมีเหตุผลที่ไม่อยากให้ค้างด้วยงั้นเหรอ อย่างเช่นว่า…~”

อยากทำอะไรก็ทำ

ปัง!

แล้วรีไวล์เฮย์โจวก็เดินขึ้นชั้นสองไปเลยโดยไม่หันกลับมาสนใจผมอีก อะไรกันอ่ะ เฮย์โจวไม่อยากให้ผมค้างที่นี่ขนาดนั้นเลยเหรอ

อย่าคิดมากน่ะเอเลน มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกฮันจิซังเหมือนจะรู้ทันความคิดของผมจึงตบบ่าผมเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

แล้วทำไมเฮย์โจวถึงทำท่าทางแบบนั้นล่ะครับ

ก็เหตุผลของผู้ใหญ่น่ะ~” ฮันจิซังพูดพลางยิ้มกริ่ม ทำให้ผมได้แต่ทำหน้างงๆ กลับไปแต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรอีก 


สุดท้ายแล้วผมก็ตัดสินใจนอนค้างที่นี่อยู่ดีถึงรีไวล์เฮย์โจวจะทำท่าทางไม่เห็นด้วยก็เถอะ ฮันจิซังพาผมไปอาบน้ำที่โรงแรมซึ่งอยู่ด้านหลังร้านก่อนถึงพาผมมาส่งไว้ที่รถคาเฟ่นี่อีกที ฮันจิซังบอกให้ผมนอนที่ห้องของรีไวล์เฮย์โจวซึ่งเช่าห้องของโรงแรมนั้นทิ้งเอาไว้ก็ได้ เพราะยังไงเฮย์โจวก็คงไม่กลับไปที่ห้องคืนนี้อยู่แล้ว แต่ผมก็เลือกที่จะกลับมานอนในรถคาเฟ่แทน ก็มันน่าตื่นเต้นดีนี่นา ไม่เคยนอนในรถนอนแบบนี้มาก่อนเลย แถมยังมีเฮย์โจวอยู่ที่นี่ด้วย

เฮย์โจวทำอะไรอยู่เหรอครับผมโผล่หัวออกไปจากบานประตูห้องครัวพลางเอ่ยถามคนที่กำลังผสมอะไรอยู่ด้านใน ทำให้รีไวล์เฮย์โจวเงยหน้าขึ้นมองผมนิดหน่อยก่อนจะตอบ

ของสำหรับขายพรุ่งนี้เช้า

ขนมน่ะเหรอครับ

ใช่

เฮย์โจวจะทำขนมอะไรเหรอครับผมเดินเข้าไปยืนที่หัวโต๊ะพลางมองส่วนผสมบนโต๊ะไปด้วยแต่ก็ยังดูไม่ออกอยู่ดีว่าเฮย์โจวตั้งใจจะทำขนมอะไร

แพนเค้ก

อ่อเอ่อ แล้วไม้พวกนี้เอาไว้ทำอะไรเหรอครับ?” ผมหยิบไม้แท่งเรียวยาวขึ้นมามองอย่างสงสัย ผมไม่คิดว่าส่วนผสมของแพนเค้กมันต้องใช้ไม้แท่งพวกนี้หรอกนะ

แพนเค้ก

เอะ?”

บาร์บีคิวแพนเค้ก

หา? บาร์บีคิวแพนเค้ก?” มันคืออะไรล่ะนั่น! สมองของผมเอ๋อไปชั่วขณะเมื่อได้รับคำศัพท์ที่ไม่เข้ากันมา แต่ขณะที่ผมกำลังทำความเข้าใจว่าไอ้บาร์บีคิวกับแพนเค้กมันมาเข้ากันได้ยังไงอยู่นั้นรีไวล์เฮย์โจวก็ช่วยอธิบายให้ผมฟังจนเห็นภาพ

แกรู้จักช็อคโกแลตฟองดูว์ไหม

หมายถึงที่เอาพวกมาชเมลโล่หรือผลไม้ไปเคลือบกับช็อคโกแลตร้อนน่ะเหรอครับ

ใช่ บาร์บีคิวแพนเค้กก็คล้ายกัน แค่ทำแพนเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำเสียบไม้เข้ากับผลไม้หรือมาชเมลโล่ แล้วก็ราดไซรัปลงไป

โห! แค่ได้ฟังก็น่าทานแล้วนะครับ!” ผมพูดอย่างตื่นเต้นแต่เฮย์โจวกลับทำท่าทีเฉยเมยแล้วตั้งหน้าตั้งตาผสมส่วนผสมต่างๆ ต่อไป

แปลกไปจริงๆ ด้วย ถึงเมื่อก่อนเฮย์โจวจะเป็นพวกใจเย็นหน้าตายอยู่แล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้เฉยเมยต่อผมมากขนาดนี้ ทำไมกันนะ ผมถึงได้รู้สึกว่าผมกับเฮย์โจวช่างดูห่างเหินกันเหลือเกินทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ยืนอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมถึงแท้ๆ

จะกินรึเปล่า

เอะ? ครับ?” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความงุนงงกับคำถามไม่มีที่มาที่ไปนั้น แต่พอเห็นจานที่อีกคนยื่นให้ผมก็ต้องตาวาวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นสุดๆ!

ไม่กิน?”

กินครับ! อันนี้ไม่ใช่บาร์บีคิวแพนเค้กสินะครับผมถามหลังจากแย่งจานมาจากมือของรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังยกจานหนีผมได้เรียบร้อยแล้ว บนจานสีขาวมีชิ้นแพนเค้กหนานุ่มหน้าตาน่าทานพร้อมกับสตรอเบอรี่และช็อคโกแลตตกแต่งอยู่ด้านข้าง ราดด้วยไซรัปน้ำผึ้งส่งกลิ่นหอมฉุย ไปทำมาตอนไหนเนี่ย ทำไมผมไม่เห็น

แค่แพนเค้กธรรมดา

เฮย์โจวทำให้ผมเหรอครับ

มันเหลือรีไวล์เฮย์โจวยกส่วนผสมที่เตรียมเสร็จแล้วให้ดู ทำเอาใจที่พองโตเมื่อกี้ฟีบลงทันตาเห็น โธ่ ไอ้เราก็นึกว่าตั้งใจทำให้ซะอีก ชิ ( '^' )

ของเหลือสินะครับ ( '^' )”

จะไม่กิน?”

กินครับ!” ผมรีบปกป้องจานแพนเค้กของเหลือ(ยังเจ็บใจอยู่)ของตัวเองทันทีเมื่อเฮย์โจวทำท่าจะมาแย่งกลับไป เรื่องอะไรจะปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ให้หลุดมือกันล่ะ วันนี้ทั้งวันผมยังไม่ได้กินขนมหวานที่ตั้งใจจะมากินเลยนะ ถึงเฮย์โจวจะบอกว่าเป็นแค่ของเหลือผมก็ไม่สนหรอก!

เออแล้วเฮย์โจวก็ไม่ว่าอะไรอีกและเตรียมเก็บกวาดทำความสะอาดห้องครัวขณะที่ผมกำลังตักแพนเค้กเข้าปากคำแรก

“…!!!!!!!!!!!!!!” สวรรค์!! นี่มันสวรรค์สินะ! แพนเค้กหนานุ่มแต่ด้านบนกลับมีส่วนกรอบให้พอเคี้ยวกรุบกรับ รสชาติหวานแต่ไม่เลี่ยน ต้องบอกว่าพอดีไม่ต้องกินผลไม้แก้เลี่ยนเลยก็ได้ แถมพอกินเข้ากับสตรอเบอรี่และช็อคโกแลตยังให้รสชาติสดชื่นขึ้นมาทำเอาความเหนื่อยล้าทั้งวันหายไปเป็นปลิดทิ้ง

ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมฮันจิซังถึงได้พูดว่าแค่คำว่าอร่อยมันยังน้อยไป แบบนี้สินะที่ทำให้ฮันจิซังตัดสินใจลากเฮย์โจวมาเปิดคาเฟ่ด้วยกัน เป็นผมหน่อยไม่ได้ ไม่ต้องถึงขนาดเผยแพร่ให้กับคนทั่วโลกหรอก แค่เป็นปาติซิเย่ของผมคนเดียวก็พอแล้ว ฮืออออ สวรรรรรรรรรรค์~

ทำหน้าตาอะไรของแก

หน้าตาอะไรเหรอครับ (*´`*)”

“( -_- )”

“(*´∀`*)”

กินเสร็จแล้วก็เก็บด้วย เตียงของแกอยู่ฝั่งขวา

ครับ (*´∀`*)…อะ! เดี๋ยวครับเฮย์โจว!” ผมรีบเรียกอีกคนเอาไว้ก่อนที่เฮย์โจวจะเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ทำให้รีไวล์เฮย์โจวหันหน้ากลับมามองผมพลางเลิกคิ้วถามว่ามีอะไร

เอ่อคือว่า…”

“…..”

อื้ม…”

มีอะไร

คือเฮย์โจวไม่อยากให้ผมค้างด้วยเหรอครับผมตัดสินใจถามออกไปตรงๆ หลังจากลังเลอยู่นาน ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเพราะกลัวว่าจะได้รับคำตอบที่ทำให้เจ็บปวดกลับมา แต่พอเฮย์โจวเงียบไปและไม่ตอบอะไรกลับมา ผมก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกคนด้วยความสงสัย

“…..”

“…..”

เปล่า

แล้วทำไม…” ถึงทำท่าทางเหมือนไม่อยากให้ผมอยู่ล่ะ ผมส่งเสียงถามคำถามต่อไปไม่ออกจึงได้แต่ปล่อยให้ห้องเงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งรีไวล์เฮย์โจวเดินเข้ามาลูบหัวของผมเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจเหมือนกับสมัยก่อน

ราตรีสวัสดิ์

ราตรีสวัสดิ์ครับ…” ผมมองตามหลังคนที่เดินขึ้นชั้นสองไปแล้วด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่หาย 

เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ!? ตบหัวแล้วลูบหลังงั้นเหรอ?! ตกลงแล้วเฮย์โจวจะเย็นชา จะเมินเฉย หรือจะใจดีกันแน่ ผมสับสนไปหมดแล้วนะ!

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจไม่รักดียังคงเต้นดังอยู่ภายในอกข้างซ้ายเป็นตัวช่วยบอกความรู้สึกในตอนนี้ที่ผมมีให้กับคนที่เพิ่งเดินจากไปได้เป็นอย่างดี แต่ผมก็ยังคงไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรต่อไปดีในเมื่อใครอีกคนก็ช่างไม่ชัดเจนเอาซะเลย แล้วนี่ผมควรจะเดินหน้าลุยไปเลยหรือต้องรอไปก่อนดีล่ะเนี่ย!

เฮย์โจว…”




เสียงเรียกของเอเลน เยเกอร์ไม่ได้ส่งไปถึงคนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงภายในห้องนอนชั้นสองของรถคาเฟ่เลยแม้แต่น้อย รีไวล์นั่งเท้าคางกับหน้าต่างแล้วมองออกไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่แทบจะมองไม่เห็นดวงดาวเพราะแสงจากไฟภายในเมือง แต่ก็ยังคงมองเห็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยโดดเด่นอยู่บนท้องฟ้า

มันยังเร็วไป นายรู้ใช่ไหม

เสียงกระซิบเมื่อตอนเย็นของเพื่อนสาวที่รู้จักกันมานมนานลอยเข้ามาในหัวอีกครั้งทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาสีเทาที่มองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนหรี่เล็กลงก่อนน้ำเสียงหงุดหงิดจะหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากหนาเบาๆ

เรื่องนั้นฉันรู้หรอกน่า” 

ฮันจิคงจะคิดว่าเขาจะจู่โจมเอเลนทันทีหลังจากเพิ่งได้เจอกัน ซึ่งความคิดนั้นก็ไม่ผิดมากนัก แต่ก็ไม่ได้ถูกซะทีเดียว เพราะรีไวล์ยังไม่ได้คิดจะทำอะไรกับเอเลนในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย 

จริงอยู่ว่ามีหลายครั้งที่รีไวล์จะอดนึกถึงเจ้าเด็กเหลือขอคนนั้นไม่ได้ และมีหลายครั้งที่สองขามักจะพาให้วิ่งตามไปเมื่อเจอเข้ากับคนที่คล้ายคลึงกับเจ้าเด็กคนนั้น แต่พอได้เจอกันจริงๆ ในวันนี้ เมื่ออีกคนเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่น่าคิดถึง รีไวล์ก็ได้รู้ว่ามันไม่ได้มีแค่ความคิดถึงอย่างเดียวที่เขารู้สึก

อบอุ่นและเจ็บปวด

เป็นสองความรู้สึกที่ไม่เข้ากันเลยแต่รีไวล์ก็กลับรู้สึกถึงมันในเวลาเดียวกัน มันก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจที่อีกคนยังจำกันได้ แต่ในความดีใจยังมีความกังวลเล็กๆ ที่เขาไม่อาจจะปล่อยให้มันเลยผ่านไปได้เช่นกัน

เอเลน

เสียงเรียกชื่อซึ่งเจ้าของชื่อไม่มีทางได้ยิน รีไวล์ละสายตาออกจากท้องฟ้าพลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนชั้นหัวเตียงขึ้นมาเปิดอ่านต่อจากหน้าที่คั่นไว้ แม้หนังสือจะถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดีก็มีร่องรอยการเปิดอ่านอย่างชัดเจน บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของหนังสือเปิดอ่านมันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ดวงตาสีเทาไล่อ่านตามตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แล้วไม่นานรีไวล์ก็จมไปกับโลกของหนังสือ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงขึ้นไล่พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวให้ต้องหลบฉากออกไป



———————————————————60%




เช้าวันต่อมา ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพื่อมาเป็นผู้ช่วยฮันจิซังเหมือนเดิม ตอนเช้าคนไม่เยอะเท่าเมื่อวานแต่ก็ถือว่ามากอยู่ดีหากต้องทำคนเดียว รีไวล์เฮย์โจวเหมือนว่าจะไม่ชอบออกหน้าร้านและไม่เคยออกมาช่วยขายเลยสักครั้งจากที่ฮันจิซังเล่าให้ฟัง ผมก็พอเข้าใจนะ ก็เฮย์โจวไม่ใช่คนที่จะทำงานบริการแบบนี้ได้ซะด้วย ถ้าเป็นงานสั่งการยังจะเหมาะมากกว่า

บาร์บีคิวแพนเค้กขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และเพียงไม่นานก็หมดเกลี้ยง ผมถามฮันจิซังว่าทำไมถึงไม่ทำแพนเค้กแบบธรรมดาขายด้วยเพราะที่เฮย์โจวทำให้ผมกินเมื่อวานก็เป็นแพนเค้กแบบธรรมดา และมันก็วิเศษมากจนผมตายตาหลับเลยทีเดียว แต่ฮันจิซังก็ให้เหตุผลว่าส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่มาซื้อจะซื้อแบบเอากลับบ้าน และคนไปทำงานเช้าก็อยากได้ของแบบเดินกินได้มากกว่า ฮันจิซังจึงรีเควสให้รีไวล์เฮย์โจวทำแพนเค้กซึ่งเป็นอาหารเช้าอันขึ้นชื่อแบบเดินกินได้แทนแบบธรรมดา 

งั้นความคิดเรื่องบาร์บีคิวแพนเค้กนี่ก็เป็นของฮันจิซังสินะครับ

ไม่ใช่หรอก ฉันแค่รีเควสเมนูขนมไปเท่านั้น ส่วนรูปแบบและวิธีการรีไวล์เป็นคนจัดการเองทั้งหมด

จริงเหรอครับ!”

ใช่ แปลกใจล่ะสิ

ครับ เล่นเอาตกใจเลยผมที่กำลังคุยกับฮันจิซังนิดหน่อยตอนที่ลูกค้าเริ่มว่างกลับไปทำงานอีกครั้งเมื่อมีลูกค้าเข้ามาอีก 

รถคาเฟ่เปิดขายรอบเช้าถึงเวลา 10 โมงเท่านั้น เวลาหลังจากนั้นไปจนถึงตอนบ่ายเป็นเวลาพักผ่อนและเตรียมของสำหรับขายรอบบ่ายจนถึงเย็น เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาร้านปิดรอบเช้าบานประตูขนาดใหญ่ก็ปิดลงจากด้านบนตัวรถจนปิดหน้าร้านไปหมดกลายเป็นเหมือนรถเมล์ธรรมดา 

ผมมองการออกแบบและกลไกของรถคันนี้อย่างทึ่งๆ ไม่เคยเห็นรถคาเฟ่แบบนี้มาก่อนเลย แต่ฮันจิซังก็ทำให้ผมทึ่งยิ่งกว่าเดิมเมื่อเธอบอกว่าคนที่ออกแบบรถคันนี้คือโมบลิทซังซึ่งตอนนี้เป็นวิศวกรด้านรถยนต์อยู่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงนึกภาพของโมบลิทซังทำงานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไม่ออกเลย แต่ฮันจิซังก็เล่าอีกว่าโมบลิทซังค่อนข้างมีชื่อเสียงทีเดียวในวงการนั้น

แล้วหลังจากนี้เธอจะทำอะไรต่อล่ะเอเลน มาที่นี่เพื่อมาตามหาแรงบัลดาลใจใช่ไหม จะกลับไปเขียนงานต่อเลยรึเปล่า หรือว่าจะไปเดินเที่ยวฮันจิซังถามผมระหว่างที่พวกเรานั่งพักกันอยู่

อืมม ผมคิดว่าคงจะไปเดินเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ของเมืองนี้ดูก่อนน่ะครับช่วงบ่ายฮันจิซังบอกว่าไม่ต้องให้ผมช่วยงานแล้วเพราะวันนี้เปิดแค่ครึ่งวันเนื่องจากวัตถุดิบหมด และคงไปซื้อแล้วมาจัดเตรียมไม่ทันเปิดตอนบ่ายโมงแน่ 

ดีเลย! ที่นี่เมืองสวยมากนะ เดินไปทางไหนก็เจอแต่วิวดีๆ ฉันคิดว่าเธอคงจะได้แรงบันดาลใจกลับไปเพียบเลยล่ะหลังจากวันนี้” 

ครับ เอ่อฮันจิซัง คือว่า…”

หือ?”

คือ…”

โฮ่ย! ยัยสี่ตา รายการมีเท่านี้ใช่ไหมรีไวล์เฮย์โจวเดินขึ้นมายังชั้นสองที่พวกผมกำลังนั่งคุยกันอยู่แล้วส่งกระดาษอะไรสักอย่างให้กับฮันจิซังดู

ใช่ เท่านี้แหละ นายจะไปเลยเหรอรีไวล์

เออ

โอเค งั้นก็ฝากดะอะ! จริงสิ! เอเลน!” ฮันจิซังกำลังจะโบกมือให้รีไวล์เฮย์โจวแต่ก็เหมือนจะนึกอะไรได้ขึ้นมาซะก่อนจึงหันมาเรียกผมเสียงดัง

คะ..ครับ?”

เธอไม่ลองไปเดินในเมืองพร้อมกับรีไวล์ดูล่ะ รีไวล์กำลังจะออกไปซื้อของพอดี

โฮ่ย!/เอะ!?” รีไวล์เฮย์โจวกับผมส่งเสียงออกมาพร้อมกันแล้วก็หันมองหน้ากันอย่างครุ่นคิดต่อข้อเสนอของฮันจิซัง ไอ้ผมก็อยากไปหรอกนะ แต่เฮย์โจวนี่สิ

เอาน่ารีไวล์ ไหนๆ วันนี้ตอนบ่ายก็ว่างก็ใช้โอกาสนี้ไปเดทกับเอเลนสักวันละกัน

ดะ....เดทเหรอครับ!?” ผมรู้สึกตกใจกับคำว่าเดทจนได้แต่พูดอย่างตะกุกตะกักกลับไปจนน่าตลก

ไร้สาระ ฉันต้องไปซื้อของ

ซื้อของเสร็จแล้วก็ว่างไม่ใช่เหรอ

“…..”

เอเลนเพิ่งมาถึงที่นี่เองนะ คงยังไม่รู้จักที่ทางเท่าไหร่หรอก นายก็ช่วยเป็นไกด์นำทางหน่อย ตอบแทนที่เอเลนมาช่วยเราขายเมื่อวานไงฮันจิซังพูดหว่านล้อมซึ่งก็เหมือนจะได้ผลเพราะรีไวล์เฮย์โจวหันมามองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปพยักหน้าให้ฮันจิซัง

อืม

ดีมาก! เอาละเอเลน! งั้นก็ขอให้เดทกันให้สนุกนะ!”

เอะ! แต่ผม…!”

ปัง!

แล้วประตูรถก็ปิดลงหลังจากฮันจิซังดันหลังพวกผมออกมาโดยที่ผมไม่มีสิทธิ์โต้แย้งอะไรทั้งสิ้นเดทกับเฮย์โจวงั้นเหรอ!? แค่คิดหัวของผมมันก็หมุนไปหมดแล้ว

จะยืนอยู่นั่นอีกนานไหมรีไวล์เฮย์โจวพูดกับผมซึ่งได้แต่อึ่งอยู่กับที่จนผมต้องรวบรวมสติแล้วรีบวิ่งตามอีกคนที่เดินเร็วๆ นำลิ่วไปแล้ว

เอ่อคือถ้าเฮย์โจวไม่ว่างก็ไม่…”

ฉันว่าง

อืมคือถ้าไม่อยากไป…”

แกอยากไปไหน

ทางนั้นครับเป็นอันจบ ความเกรงใจที่มีอยู่ของผมหมดลงทันทีเมื่อเฮย์โจวหันหน้ากลับมาถามว่าผมอยากจะไปไหน แหม ช่างขี้เกรงใจ(?)จริงๆ เลยนะตัวผมเนี่ย

ไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย แต่ตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นแรงมากเพราะมันทั้งตื่นเต้นและยินดีที่คนข้างๆ พาผมเดินเที่ยวในเมืองโดยไม่บ่นอะไร ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมได้เจอรีไวล์เฮย์โจวตัวจริงแล้ว คนจริงๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการจากความคิดถึงของผม คนที่ผมพูดคุยด้วยได้ คนที่ตอบคำถามของผมได้ และเป็นคนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆ ผมตอนนี้

บรรยากาศในเมืองสวยงามอย่างที่ฮันจิซังได้เล่าให้ฟัง ถนนและบ้านเมืองดูแปลกตาสำหรับคนมาจากต่างประเทศแบบผม ทำให้ผมยกมือถือขึ้นถ่ายภาพรัวๆ เพื่อเก็บบรรยากาศเอาไว้ไปเขียนในนิยายเล่มล่าสุด รู้สึกเหมือนถ้ากลับไปเขียนคราวนี้ ผมต้องเขียนได้แน่!

จะไปไหนอีกรีไวล์เฮย์โจวเอ่ยถามผมเมื่อพวกเรามาหยุดอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำได้สักพักแล้ว วิวตรงนี้สวยมากและก็มีนักท่องเที่ยวมากมายที่คิดเหมือนผมกำลังยืนถ่ายรูปกันอยู่อย่างไม่มีใครสนใจใคร มาเที่ยวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่รู้จักใคร ไม่มีใครรู้จัก และไม่ต้องคอยเกร็งว่าคนอื่นจะว่าอะไรหากเราเผลอทำอะไรแปลกๆ ลงไป

เฮย์โจว ถ่ายรูปกันไหมครับผมชวนคนข้างๆ พลางยิ้มให้เพราะเห็นคนอื่นเขาถ่ายเซลฟี่กันเต็มเลย ผมก็เลยรู้สึกอยากทำบ้าง ก็ผมอยากได้รูปคู่กับเฮย์โจวนี่นา

หา?”

ไม่ได้เหรอครับ

ไม่

ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ

ไม่

แต่ว่า…”

โฮ่ย ให้เด็กเหลือขอ แค่ฉัน…!”

แชะ!

“^^” ผมยิ้มเมื่อแอบเซลฟี่กับเฮย์โจวตอนเผลอได้สำเร็จ ภาพไม่เบลอด้วย เยี่ยม! แต่ดูเหมือนว่ารีไวล์เฮย์โจวจะไม่ได้อารมณ์ดีกับผมเท่าไหร่นัก

“( -_- )+” 

เอ่อ…( ' ';)”

แกทำอะไรไอ้หนู

เอ่อ…( ' ';;)”

ลบรูปนั่นซะ

“…ไม่เอาครับ

ลบ

ไม่ลบครับ

“( -_- )+++”

“(. .;;;)………ε=ε=ε=ε=ε=ε=┌(; ̄◇ ̄)┘” เผ่นดีกว่า

โฮ่ย!! ถ้าฉันจับได้แกเจอดีแน่ไอ้ลูกหมา!” เสียงรีไวล์เฮย์โจวตะโกนไล่หลังผมที่วิ่งหนีเป็นป่าราบออกมา ใครใคร๊ใครไหนบอกว่าเฮย์โจวลดความโหดลงไปแล้ว เนี่ยนะไม่โหด! ทำหน้ายังกะจะฆ่าผมตรงนั้นจนผมต้องรีบวิ่งหนีมาเนี่ย


แฮ่กๆๆผมหอบไปก็วิ่งไปไม่มีการหยุดพักเพราะยังได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกคนตามมาไม่ห่าง ทำไมเฮย์โจววิ่งเร็วงี้อ่ะ! ผมว่าผมขายาวกว่าน่าจะวิ่งไวกว่าแล้วนะ แต่ดูท่าว่าอีกหน่อยเฮย์โจวต้องจับผมได้แน่เลย แล้วผมก็ต้องตายแน่ๆ

วิ่งลัดเลาะรอบเมืองที่ไม่รู้จักมาไม่นานผมก็ต้องมองซ้ายมองขวาด้วยความงุนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหน นี่ผมหลงทางเหรอเนี่ย? เอาแล้วไง เอาไงดีล่ะ ผมมองไปรอบอย่างพยายามหาทางที่ตัวเองวิ่งมาแต่ก็จำไม่ได้เลยว่าผมวิ่งผ่านทางไหนมาบ้าง ผมจึงได้แต่คลำทางมั่วๆ ไปเรื่อย จนกระทั่ง

ตุบ!

อะ!/โอ๊ย!” ใครบางคนวิ่งมาชนผมอย่างจังทำให้ผมเซเล็กน้อยแต่อีกคนกลับล้มก้นจ้ำเบ้าทำให้ผมต้องนั่งยองๆ ลงแล้วถามเอ่ยถามคนที่วิ่งมาชนผมเองอย่างเป็นห่วง

เป็นอะไรรึเปล่าผมถามเป็นภาษาอังกฤษออกไปและได้แต่หวังว่าเด็กชายตรงหน้าผมตอนนี้จะเข้าใจ อยากจะพูดภาษาของที่นี่เหมือนกันแต่ผมพูดไม่เป็นอ่ะ

ไม่เป็น…!!!”

หือ? เป็นอะไรรึเปล่า หรือว่าเจ็บตรงไหน?” ผมเริ่มสำรวจดูเด็กชายไม่เกินสิบขวบตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนเมื่อดวงตาสีเขียวเบิกโตขึ้นอย่างตกใจ

นาย! เอ—”

ตึกๆๆๆๆ!

เสียงฝีเท้าหลายคู่ซึ่งดังเข้ามาใกล้กลบเสียงของเด็กชายไปหมดและดึงความสนใจของผมให้ต้องหันไปมองตามเสียงนั้น ชายชุดดำหลายคนเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ที่ๆ ผมกับเด็กชายนั่งอยู่ทำให้ผมต้องรีบลุกขึ้นแล้วยืนขวางหน้าเด็กชายเอาไว้เพื่อปกป้องแม้ใจจะแอบหวั่นๆ ก็ตาม

พวกคุณเป็นใคร

“…..” ชายชุดดำไม่ตอบแต่กลับมองเลยผมไปยังเด็กชายด้านหลัง ทำให้ผมต้องกางแขนออกบังสายตาของเหล่าชายชุดดำเอาไว้

ไม่เป็นไร พวกนี้เป็นคนของฉันเองคำพูดออกแนวอวดดีหน่อยๆ จากเด็กชายที่ไม่น่าจะเกินสิบขวบทำให้ผมต้องหันขวับไปมองด้านหลัง เด็กชายเดินออกมาข้างหน้าผมก่อนจะพูดอะไรไม่รู้เป็นภาษาที่ผมไม่รู้จักกับชายชุดดำพวกนั้น จนพวกนั้นพากันเดินหายไปหมดเหลือเอาไว้เพียงชายชุดดำที่ยืนอยู่หน้าสุดเพียงคนเดียว

เอ่อ ถ้าไม่เป็นอะไรแล้ว ยังไงผมขอตัว…”

เดี๋ยวก่อนเอเลน!” ก่อนที่ผมจะทันได้ปลีกตัวออกไป เด็กชายที่เดินชนผมก็เรียกชื่อผมออกมาทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

เอะ? ทำไมถึงได้รู้จักชื่อผมได้

อะไรกัน นายจำฉันไม่ได้งั้นเหรอรอยยิ้มสดใสถูกวาดขึ้นบนริมฝีปากทำให้ผมมีความรู้สึกคุ้นเคยนิดหน่อยแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักเด็กคนนี้ที่ไหน

เอ่อ…” ผมส่งเสียงออกไปด้วยความไม่แน่ใจว่าควรจะตอบกลับไปอย่างไรดี คุ้นๆ นะแต่มันนึกไม่ออกอ่ะว่าเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้ที่ไหน

เฮ้ หรือว่านายจะไม่มีความทรงจำในอดีต

ความทรงจำอย่าบอกนะว่า…”

โอ้! ฉันโคนี่ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเอเลน” 

โคนี่!!?!!?!?!!” แล้วผมก็ตะโกนชื่อของเด็กชายที่อายุไม่น่าจะเกินสิบขวบนั้นออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา โคนี่งั้นเหรอ! เด็กคนนี้เนี่ยนะ!? จะว่าไปก็คล้ายโคนี่อยู่หรอก แต่เด็กไปไหมอ่ะ!

เฮ้ เอเลน! เฮโหล~” โคนี่โบกมือไปมาตรงหน้าผมที่กำลังช็อกทำให้ผมต้องส่ายหัวไปมาเพื่อตั้งสติแล้วเอ่ยถามอีกคนเพื่อความแน่ใจ

“…โคนี่ สปริงเกอร์?”

ใช่แล้ว!”

เอ่อ โคนี่ ตอนนี้นายอายุเท่าไหร่

ปีนี้จะ 8 ขวบ!”

“…..” ไอ้ท่าทีมั่นใจที่ดูอวดดีหน่อยๆ นั่นเป็นโคนี่แน่ๆ ไม่ผิดตัว จะแปดขวบแสดงว่าตอนนี้แค่เจ็ดขวบสินะ ได้เจอเพื่อนที่ไม่เจอกันมานานมันก็ดีใจอยู่หรอก แต่เพื่อนอายุเจ็ดขวบนี่ก็มีช็อกหน่อยๆ นะ

ตึกๆๆๆๆ!

เสียงฝีเท้าเร็วๆ ที่วิ่งใกล้เข้ามาทำให้ทั้งผมและโคนี่ต้องหันไปมองตามเสียงด้วยความสงสัย แต่พอเห็นว่าเป็นใครที่กำลังวิ่งมาผมก็ต้องอ้าปากค้างพลางเตรียมตัวหนีทันที!

หมับ!

อะ!”

อยู่นิ่งๆ ซะถ้าไม่อยากให้ฉันฆ่าแกตรงนี้น้ำเสียงเย็นเหยียบทำเอาผมขนลุกซู่แล้วกลืนน้ำลายหนืดคอ รีไวล์เฮย์โจวเหงื่อออกเต็มไปหมด คงจะวิ่งหาผมไปทั่วเลยแน่ๆ

หัวหน้ารีไวล์!?” โคนี่ตะโกนชื่อรีไวล์เฮย์โจวออกมาอย่างตกใจ แต่เฮย์โจวที่กำลังจับคอเสื้อของผมเอาไว้แน่นกลับหันไปมองโคนี่แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

ใคร?” จะไม่รู้ก็ไม่แปลกน่ะนะ

ผมโคนี่เองครับหัวหน้า

โคนี่?…โคนี่ สปริงเกอร์?”

ครับ!” 

อายุ?”

จะแปดขวบแล้วครับ!”

“…..” อ่า ผมเข้าใจนะครับเฮย์โจว ผมก็ช็อกอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน รีไวล์เฮย์โจวหันกลับมามองผมอีกครั้งเมื่อรู้แล้วว่าเด็กคนนั้นคือโคนี่ ดวงตาสีเทาหรี่ลงอย่างไม่สบอารมณ์ทำเอาผมแทบจะกลั้นใจตายมันตรงนั้น ฮือออ ใครก็ได้ช่วยผมด้วยยยย!

เอ่อ คือว่า…”

ใครใช้ให้แกวิ่งหนีฉัน รู้จักที่นี่ดีแล้วรึไง!”

ก็เฮย์โจว…”

แล้วยังหลงทางอีก!”

“…..” เงียบเลยครับ อยากจะร้องไห้ ก็เฮย์โจวทำท่าเหมือนจะฆ่าผมก่อนทำไมล่ะ มันก็ต้องวิ่งหนีกันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดน่ะสิ

แกนี่มันเด็กเจ้าปัญหาจริงๆรีไวล์เฮย์โจวเสยผมที่เปียกชื้นขึ้นพลางถอยหายใจออกมาเพื่อให้อารมณ์เย็นลง ก็ตอนหนีผมไม่ได้คิดถึงขนาดว่าจะหลงนิครับ พอหลงแล้วนั่นแหละถึงเพิ่งคิดได้ว่าไม่น่าวิ่งหนีมาเลย

เฮ้ เอเลน นายไม่ได้เป็นคนที่นี่สินะ มาเที่ยวเหรอเสียงของโคนี่ดังฝ่าบรรยากาศอันมาคุที่รีไวล์เฮย์โจวสร้างขึ้น ทำให้ผมที่กำลังเหงื่อตกเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้นหน่อย

อะ อืม โคนี่เป็นคนที่นี่สินะ

ใช่ ถ้ายังไงให้ฉันนำเที่ยวไหมล่ะ!” โคนี่บอกอย่างกระตือรือล้น

เอ่อ…” จะให้เด็กเจ็ดขวบนำเที่ยวมันก็ยังไงๆ อยู่นะ

แล้วพ่อแม่แกอยู่ไหนรีไวล์เฮย์โจวพูดขัดผมที่กำลังทำท่าลำบากใจอยู่ ทำให้โคนี่เปลี่ยนความสนใจไปที่เฮย์โจวแทน

ทำงานครับ

แกออกมาเดินคนเดียว?”

ก็มีหมอนี่อยู่ด้วยโคนี่ใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังที่มีชายชุดดำยืนเงียบๆ อยู่มาได้สักพักแล้ว อะ! นี่ผมลืมไปเลยนะเนี่ยว่ามีอีกคนยืนอยู่ที่นี่ด้วย

บอดิการ์ด?”

พี่เลี้ยงครับพี่เลี้ยงบ้าอะไรจะหน้าตาโหดขนาดนี้! ว่าแต่พูดได้ด้วยเหรอ! เห็นเงียบมาตลอดเลย ตอนผมถามว่าเป็นใครก็ปิดปากเงียบ ทีเฮย์โจวถามยังตอบทันทีเลย สองมาตฐานชัดๆ

แล้วหลังจากนั้นรีไวล์เฮย์โจวก็แยกตัวไปคุยอะไรก็ไม่รู้กับพี่เลี้ยงหน้าโหดของโคนี่กันอยู่สองคน ส่วนผมกับโคนี่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เลยได้มีเวลาคุยสอบถามความเป็นไปของแต่ละคนหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน(ข้ามชาติเลยทีเดียว)

โคนี่บอกว่าตัวเองไม่ได้เกิดที่เมืองนี้แต่พ่อมีงานต้องทำที่นี่เลยเดินทางมาที่เมืองนี้พร้อมพาโคนี่มาด้วย แต่พอผมถามว่างานที่ว่าคืออะไรโคนี่ก็เหมือนจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วบอกแค่ว่างานปกครองเท่านั้น แล้วไอ้งานปกครองที่ว่านี่คืออะไร คือเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงงี้เหรอ? หรือว่าเป็นเจ้าของบริษัทสักแห่งกันนะ? แต่ดูเหมือนโคนี่จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เมื่อพูดถึงงานของพ่อ ผมจึงเลือกที่จะไม่ถามอะไรต่อและปล่อยผ่านไป 

แล้วนายล่ะเอเลน เป็นคนที่ไหน ตอนนี้ทำอะไรอยู่ ได้เจอคนอื่นๆ บ้างไหม แล้ว…”

โอ้ๆ ทีละคำถามสิโคนี่

อะ โทษทีฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย ก็ตั้งแต่ฉันเกิดมาก็เพิ่งได้เจอนายคนแรกนี่แหละที่มีความทรงจำในอดีตร่วมกันหืมม เพราะแบบนั้นเลยตื่นเต้นสินะ ไม่แปลกเพราะตอนผมเจอกับอาร์มินครั้งแรกก็ตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

ฉันเกิดที่อังกฤษน่ะ แต่ต้องย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ม.ปลายเพราะเรื่องงานของพ่อกับแม่ แล้วตอนนี้ฉันก็ทำงานเป็นนักเขียนอยู่

โห! นักเขียนงั้นเหรอ ดีเลยนี่ แล้วนายเจอใครมาบ้างแล้วนอกจากฉันกับหัวหน้ารีไวล์น่ะ

เอ คนแรกที่เจอก็คืออาร์มินน่ะ เราเจอกันโดยบังเอิญตอนที่ฉันกำลังเดินทางกลับจากโรงเรียนที่อังกฤษน่ะ แล้วฉันกับอาร์มินก็ย้ายไปที่ญี่ปุ่นพร้อมกัน แล้วก็ได้เจอกับมิคาสะเป็นคนที่สอง จากนั้นฉันก็เดินทางมาเที่ยวที่นี่แล้วก็บังเอิญเจอรีไวล์เฮย์โจวกับฮันจิซังที่กำลังเปิดร้านคาเฟ่อยู่ และวันนี้ก็หลงทางจนมาเจอกับนายเป็นคนสุดท้ายนี่แหละ

หัวหน้ากับฮันจิซังเปิดร้านคาเฟ่!?” โคนี่ทำหน้าตาช็อกได้ที่เลย ผมจึงหัวเราะหน่อยๆ ก่อนจะทำให้เด็กชายโคนี่ช็อกกว่าเดิมด้วยการบอกว่ารีไวล์เฮย์โจวเป็นปาติซิเย่แถมยังทำขนมหวานอร่อยสุดๆ จนถ้าได้กินสักครั้งรับรองว่านอนตายตาหลับแน่นอน!

ความจริงวันนี้เฮย์โจวต้องออกมาซื้อของเข้าร้านน่ะ แต่โดนฮันจิซังว่ายวานมาให้ช่วยพาฉันไปเดินเที่ยวรอบเมืองด้วย แล้วก็เลยหลงกันอย่างที่เห็นนั่นแหละ

นั่นเพราะนายวิ่งหนีหัวหน้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ใช่เหรอ

อุ่ก! เอาน่า! เหมือนกันนั่นแหละ!” ผมแก้ตัวพลางเสมองไปทางอื่น ไม่อยากยอมรับเลย แต่ผมกลับโดนเด็กเจ็ดขวบตอกเข้าให้ซะเจ็บจุกไปถึงทรวงเลยทีเดียว

โฮ่ย! ไอ้พวกเด็กเหลือขอ ไปกันได้แล้วรีไวล์เฮย์โจวตะโกนเข้ามาตรงที่พวกผมกำลังยืนคุยกันอยู่ ทำให้ทั้งผมและโคนี่ต้องหันกลับไปมองที่เฮย์โจวกับคุณพี่เลี้ยงหน้าโหด

ไปไหนครับ?” ผมถามพลางกระพริบตาปริบๆ

ซื้อของเข้าร้าน

แต่ผม…”

โควต้าเที่ยวของแกหมดแล้ว

หมับ

อะ! เดี๋ยวสิครับเฮย์โจว ทำไมต้อง…!”

กันเด็กหลง

“Σ(-᷅0-᷄)+!!!” เด็กหลงอะไรกันล่ะ! ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ แล้วที่ผมหลงทางครั้งนี้มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมคนเดียวสักหน่อย ฮึ่ม!

ถึงจะพูดบ่นกับตัวเองในใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ผมก็ไม่ได้สะบัดมือที่จับกันอยู่ของอีกคนออกแต่อย่างใด ก็มันไม่รู้แหละ! เผื่อหลงทางมาอีกมันก็คงไม่ดีเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ! (///'^'*)

หน้าแดงใหญ่แล้วเพื่อนเรา~” เสียงของเจ้าเด็กชายโคนี่ดังขึ้นข้างๆ อย่างล้อเลียนจนผมต้องถลึงตาโตใส่ด้วยความเจ็บใจ เด็กมันล้อผมอ่ะ!

เงียบไปเลยโคนี่!” ผมกระซิบลอดไรฟันบอกโคนี่ แต่ดูเหมือนนอกจากจะไม่เงียบแล้วโคนี่ยังหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างชอบใจอีกต่างหาก

ฮ่าๆๆ ดูออกง่ายไปแล้วนะนายน่ะ ก๊ากกก ฮ่าๆๆๆ

“¥%@§&฿*0•*%62_~*]!’;€฿7#~!!” อ๊ากกกกกก! ไม่ไหวแล้วครับผมจะบ้า! ใครก็ได้มาเอาเจ้าเด็กโคนี่คนนี้ไปเก็บที!










——————————————————100%


ถถถถถ เด็กหลงเขินไปเลยค่ะ ฮุๆๆๆๆ

แฟนฟิครีเอเรื่องนี้อย่างที่รู้กันคือเป็น AU ที่ตั้งเซ็ตติ้งเอาไว้ในโลกปัจจุบันคล้ายๆ กับเรื่องก่อน

(แต่ #นักสืบไม่รับจ้าง ไม่ได้เซ็ตไว้ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งค่ะ แต่เป็นประเทศของตนเองซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือที่ไหนกันแน่ ประเทศเกิดใหม่ ไรท์มั่วเอา ฮาาาา)

ส่วน #เมนูขนมหวาน เรื่องนี้เป็นเซ็ตติ้งประเทศที่เราๆ รู้จักกันดีนี่แหละค่ะ รู้ไหมอ่ะว่าประเทศแรกนี่คือประเทศอะไร? (ยังไม่เฉลยแต่เป็นยุโรปใต้บางคนอาจจะพอเดาได้หากดูจากชื่อตอนต่อไป)

ตอนแรกจบไปแบบเขินนิดๆ กร๊าวใจหน่อยๆ ตอนต่อไปจะมาเสริฟขนมหวานอะไรต้องรอติดตามนะคะ >< 


แล้วอย่าลืมส่งกำลังใจให้ด้วยน้าาา~ ❤️



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:56
    อย่าหมางเมินน้อง!!!
    #69
    0
  2. #12 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 13:24
    โคนี่น่ารัก 55555
    #12
    0
  3. #11 canyouhear (@canyouhear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:07
    ฮา โคนี่อ่ะ 555
    #11
    0
  4. #10 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 02:39
    เฮย์โจวอ่าาาา ทำหนูเอเลนใจเสีย
    #10
    0
  5. #7 wherever (@wherever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 21:43
    น่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แน่นนนนนนนน
    รัไวเฮย์โจ หนังสือที่อ่านอยู่น่ะของใครน้าาา ใช้เด็กน้อยผมสีน้ำตาลรึป่าววว เหอๆ

    สนุกมากเงยค่ะ ติดตามอ่านอยู่นะคะ สู้ๆค่ะ!
    #7
    0
  6. #6 canyouhear (@canyouhear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:48
    ต่อๆๆๆๆ รอต่อไป มาไวๆนะค้า
    #6
    0
  7. #5 Panda_ata (@Panda_ata) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 10:51
    เฮย์โจวสุดซึน
    #5
    0