(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 16 : Close Recipe : Ice Cream, Berry and Whipped Cream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    11 พ.ย. 61



I will love you until I’m noththing but dust.


หลังจบการเดทที่ทำเอาผมเดินไม่ได้ในวันต่อมา ผมก็กลับไปเยี่ยมแจนและอาร์มินที่โรงพยาบาลอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากร่างกายของผมเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่พอผมไปถึงผมก็ได้พบกับข่าวอันน่าตกใจเรื่องที่แจนกับอาร์มินตกลงเป็นแฟนกันแล้ว! นี่เมื่อสองวันก่อนอาร์มินยังจะเป็นจะตายเรื่องแจนอยู่เลยแต่ไหงเพิ่งผ่านไปแค่สองวันทั้งคู่ถึงได้ลงเอยกันอย่างแฮปปี้เอนดิ้งซะแล้วล่ะ!? ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงแต่ในเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นไปได้ด้วยดีผมก็ไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปสอดเป็นมือที่สาม แม้ความจริงแล้วจะอยากสอดรู้สอดเห็นมากแค่ไหนก็ตาม 

ข่าวดีไม่ได้มีแค่เรื่องแจนกับอาร์มินที่คลี่คลายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีข่าวดีอีกอย่างคือแจนยอมให้ความร่วมมือเข้ารับการรักษาแล้วหลังจากพวกผมเกลี่ยกล่อมแจนมาแสนนาน! คุณหมอยอมเล่าให้ฟังหลังจากนั้นว่าสาเหตุที่แจนไม่ยอมเข้ารับการรักษาเป็นเพราะเรื่องแม่ของแจน ซึ่งผมก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแต่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวจริงๆ มันจะร้ายแรงขนาดนี้

แม่ของแจนกำลังป่วยจากความเครียดที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้เธอสร้างเรื่องราวที่เป็นภาพหลอนจากจินตนาการของตัวเองขึ้นมาว่าตัวเธอต้องเลือกระหว่างแจนกับเจนี่ ทั้งที่ความจริงแล้วในสถานการณ์จริงๆ เธอไม่จำเป็นต้องมีตัวเลือกใดๆ พวกนั้นเลย แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เธอสร้างขึ้นมาเองในหัวทำให้เกิดโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าแบบนั้นขึ้น แล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจนี่อาการแม่ของแจนก็ยิ่งทรุดลงหนักยิ่งกว่าเดิม และแจนก็ไปเยี่ยมแม่ในวันที่เลวร้ายที่สุด แม่ของแจนพูดกับแจนเพียงแค่ประโยคเดียวแต่เป็นคำพูดที่เปลี่ยนทุกสิ่งรอบตัวแจนให้กลับตาลปัดไปหมด

แม่เลือกแจนคำพูดที่ดูแสนธรรมดาและควรจะอบอุ่น แต่กลับกลายเป็นใบมีดทิ่มแทงแจน กิลชูไตน์จนเหวอะหวะทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจบประโยคนั้นแจนก็ล้มลงด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเป็นครั้งแรกและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแจนก็ไม่เคยเข้ารับการรักษาใดๆ อีกเลย

แม้ทุกอย่างจะถูกคลี่คลายให้ดีขึ้นแล้วในตอนนี้ แต่แจนก็ยังคงไม่อยากไปพบแม่ตัวเองรวมถึงไม่ยอมไปเยี่ยมหลุมศพเจนี่เลยสักครั้ง แจนคงยังอยากสร้างจินตนาการว่าหากตัวเองไม่ไปเยี่ยมหลุมศพน้องสาวเจนี่จะยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งล่ะมั้ง ผมก็อยากจะต่อยแจนสักหมัดให้ยอมรับความจริงได้แล้ว แต่ผมคิดว่าหน้าที่นั้นไม่ใช่ของผม และการสูญเสียผู้เป็นที่รักก็ต้องการเวลาในการทำใจยอมรับเพื่อจะก้าวต่อไป ตอนนี้เวลาของแจนอาจจะยังหยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่เมื่อไหร่ที่เวลาของแจนเดินหน้าอีกครั้ง ผมก็หวังว่าในตอนนั้นแจนจะยังมีอาร์มินอยู่ข้างๆ เหมือนกับตอนนี้… 

อ่า ไม่อยากยอมรับเลยว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันแล้ว แต่มันช่วยไม่ได้เพราะดูท่าแล้วถึงผมจะยอมรับหรือไม่สถานการณ์ในปัจจุบันก็คงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี เฮ้อออ

อากาศภายในสวนหย่อมของโรงพยาบาลสดใสเหมาะแก่การพาผู้ป่วยออกมาเดินเล่น ทั้งแจนและอาร์มินที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจึงพากันมาเดินเล่นในสวนหย่อมยามบ่าย โดยที่ผมกับรีไวล์เฮย์โจวก็ออกมาเดินเล่นรอเอิร์ธซังที่โทรมาบอกว่าจะมาพบพวกผมที่นี่ด้วย เพทราซังยังติดเวรอยู่จึงออกมาด้วยไม่ได้ แต่เธอบอกว่าอีกไม่นานก็ลงเวรแล้วและจะมาพบเอิร์ธซังกับพวกผมด้วย

ผมกับรีไวล์เฮย์โจวแยกตัวออกมาเดินกันตรงบริเวณสวนหย่อมที่ไม่ค่อยมีคน หลังจากได้ฟังเรื่องของแจนทั้งหมดจากคุณหมอแล้ว อารมณ์ตอนนี้ของผมมันทั้งโกรธทั้งเสียใจแต่ก็เข้าใจจนผมรู้สึกสับสนไปหมด โกรธที่แม่ของแจนพูดกับแจนแบบนั้น เสียใจที่เหตุการณ์อันน่าเศร้าเกิดขึ้นเพียงเพราะความเข้าใจผิด และเข้าใจสถานการณ์แม่ของแจนรวมทั้งตัวแจนในตอนนี้ด้วย เฮ้อออ ถึงจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วแต่ดูเหมือนว่าตัวผมจะยังคงไร้ประโยชน์อยู่ดี

ป็อก!

โอ๊ย! เฮย์โจวดีดหน้าผากผมทำไมครับ!” ผมยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ ไม่ต้องส่องกระจกดูก็รู้ได้เลยว่าหน้าผากของผมตอนนี้มันจะแดงขนาดไหน ก็เฮย์โจวเคยยั้งมือกับใครเขาที่ไหนล่ะ

ฉันเรียกแล้วแกไม่ตอบ

ถ้างั้นคราวหลังก็ช่วยสะกิดก็พอครับ

จะคิดดูอีกที

เอะ! ทำไมต้องคิดด้วยครับ! นี่คราวหน้าก็กะจะดีดหน้าผากผมอีกใช่ไหมครับ!”

ขึ้นอยู่กับอารมณ์

“Σ(-᷅o-᷄)++!!” คำตอบเอาแต่ใจทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด แต่ผมก็นับหนึ่งถึงร้อยในใจแล้วค่อยๆ สงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไปเต้นตามการกลั่นแกล้งของรีไวล์เฮย์โจวง่ายๆ

แล้วเฮย์โจวเรียกผมทำไมครับผมถามกลับหลังจากสงบสติอารมณ์ตัวเองได้แล้ว รีไวล์เฮย์โจวจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ดูข้อความที่เอิร์ธซังส่งมาให้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เอิร์ธซังคงมาถึงที่นี่แล้วถึงได้ส่งข้อความมาบอก ผมอ่านจบก็ส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้เฮย์โจว แล้วเดินตามเฮย์โจวไปจนถึงสถานที่นัดพบ

เมื่อไปถึงยังสถานที่นัดพบก็พบว่าเอิร์ธซังกับแอลได้มารอพวกผมอยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งมีหญิงสาวท่าทางอ่อนโยนคนหนึ่งนั่งรวมอยู่ด้วย เอิร์ธซังแนะนำว่าผู้หญิงคนนั้นคือมะม๊าของแอลหรือก็คือภรรยาของเอิร์ธซังนั่นเอง พวกเราเริ่มจากการแนะนำตัวง่ายๆ แล้วก็ค่อยคุยกันถึงเรื่องไร้สาระไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เรื่องที่คุยก็จะเป็นเกี่ยวกับช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคน เอิร์ธซังดูจะไม่ได้บอกใครเรื่องที่ตัวเองจำอดีตได้ ซึ่งผมว่าก็ไม่แปลกเพราะถึงบอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อแล้วจะกลายเป็นคนแปลกๆ ในสายตาคนอื่นซะมากกว่า รีไวล์เฮย์โจวเลยถูกแนะนำเป็นหัวหน้าจากที่ทำงานเก่า ส่วนผมก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าโกหกซะทีเดียวเพราะความจริงแล้วผมก็ถือเป็นเพื่อนร่วมงานจริงๆ แต่ไม่ใช่งานพนักงานบริษัทอย่างที่ใครคิด

พวกเราคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเพทราซังมาถึง เพทราซังกับเอิร์ธซังเข้ากันได้อย่างรวดเร็วแม้จะเพิ่งได้เจอกัน ก็ไม่แปลกล่ะนะเพราะทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนเก่ากันมาก่อน 

มีใครหิวรึยังคะเวลาคล้อยบ่ายแก่ๆ ภรรยาของเอิร์ธซังก็ถามขึ้นรอบวงว่ามีใครหิวบ้างรึเปล่าเพราะตั้งแต่นั่งคุยกันมาก็หลายชั่วโมงแล้ว และยังไม่มีใครกินอะไรเลย เห็นดังนั้นภรรยาของเอิร์ธซังเลยอาสาจะไปซื้ออาหารมาให้เพราะแอลอยากออกไปเดินเล่นในเมืองพอดี ผมจะอาสาไปช่วยด้วยแต่รีไวล์เฮย์โจวก็บอกให้ผมรออยู่ที่นี่แล้วตัวเองจะไปเองเพราะมีของต้องซื้อพอดี ผมจึงได้แต่พยักหน้าแล้วนั่งรออยู่ภายในสวนหย่อมข้างโรงพยาบาล

เอเลน

ครับ?” ผมหันไปตามเสียงเรียกของเอิร์ธซังแล้วก็เห็นทั้งเอิร์ธซังและเพทราซังกำลังมองมาทางผมด้วยใบหน้าจริงจังอยู่ จู่ๆ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมทั้งสองคนต้องทำท่าทางจริงจังขนาดนั้น

พวกฉันมีเรื่องอยากขอร้องนายหน่อยเอเลนเอิร์ธซังเป็นคนพูดเกริ่นขึ้น แต่แค่การเกริ่นก็ทำเอาผมงงเต๊กแล้ว ขอร้อง? ผม?

อะไรเหรอครับ?” ผมถาม เอิร์ธซังกับเพทราซังจึงหันมองหน้ากัน ก่อนเพทราซังจะเป็นคนพูดกับผม

อย่างที่เธอรู้ดีอยู่แล้ว ในอดีตไม่ว่าจะเป็นฉัน เอิร์ธ กุนเธอร์หรือแม้แต่ออลโอ้ก็ตายจากไปก่อนเธอทั้งนั้น” 

“…!!” คำพูดของเพทราซังทำให้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบรัด ผมจำได้ดีเลยล่ะ อดีตที่ผ่านมามีเรื่องดีๆ ให้น่าจดจำแล้วก็มีเรื่องที่อยากลืมแต่ก็ลืมไม่ได้อยู่ด้วย แต่ทั้งหมดนั่นมันก็คืออดีตของผม เพราะฉะนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะยอมรับมันแล้วก้าวเดินต่อไปมาตั้งแต่จำเรื่องในอดีตได้แล้ว

ฉันได้ฟังเรื่องราวหลังจากนั้นจากฮันจิซังแล้ว และเมื่อกี้ฉันก็เล่าให้เอิร์ธฟังเพทราซังหันไปมองทางเอิร์ธซังที่พยักหน้าให้อย่างยืนยัน

ใช่ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความลับของไททันจะเป็นแบบนั้นเอิร์ธซังพูดด้วยสีหน้าอ่านยาก

อืม ฉันก็เหมือนกัน…”

“…..”

“…..”

เอ่อแล้วเรื่องที่จะขอร้องผมถามเมื่อเห็นทั้งสองคนเงียบไปอย่างคนจมอยู่กับความคิด เอิร์ธซังกับเพทราซังเลยเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยใบหน้าจริงจังอีกครั้ง และครั้งนี้เอิร์ธซังเป็นคนเริ่มพูดก่อน

พวกฉันทิ้งภาระมากมายเอาไว้กับพวกนายที่ยังอยู่…”

อะ! คือเรื่องนั้นไม่ได้…!”

เอเลน ขอบคุณนะที่เลือกเชื่อใจพวกฉันในตอนนั้น

“…!!”

ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยสร้างโลกในตอนนี้ขึ้น ฉันดีใจมากเลยล่ะที่ได้พบกับแอลและภรรยาเอิร์ธซังส่งยิ้มกว้างมาให้ผม แต่ผมยังคงอึ่งอยู่จนพูดอะไรไม่ออก

ส่วนเรื่องที่พวกฉันอยากจะขอร้อง…” คราวนี้เพทราซังเป็นคนพูดบ้าง

อ่าคะ..ครับ?”

ช่วยอยู่ข้างๆ หัวหน้าต่อไปแบบนี้ในอนาคตทีนะ

“…ครับ??” ผมเอียงคอพลางกระพริบตาปริบๆ แน่นอนว่าคำขอร้องนั้นผมทำให้ได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเพทราซังกับเอิร์ธซังจะมาขอร้องผมด้วยใบหน้าจริงจังกับเรื่องนี้

พวกฉันไม่คิดว่านายจะเลิกรากับหัวหน้าในอนาคตหรอก แต่เพราะหัวหน้ารีไวล์มีความสำคัญมากกับพวกฉัน เพราะงั้นพวกฉันถึงได้อยากขอร้องนายเอเลน…”

“…?”

เรื่องของหัวหน้า พวกฉันขอฝากนายด้วยนะ!” เอิร์ธซังและเพทราซังยกกำปั้นขึ้นแนบอกพร้อมกันด้วยสีหน้าจริงจัง พอมองดูทั้งสองคนแบบนั้นแล้วทำเอาความรู้สึกร้อนระอุถูกส่งมาถึงผมด้วยเลย 

ครับ!” ผมลุกขึ้นยืนแล้วยกกำปั้นขึ้นแนบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง 

ถึงอดีตของพวกเราจะไม่ได้สวยงามไปซะหมดแต่ก็น่าจดจำ เพราะมันเป็นอดีตที่ทำให้ผมได้พบกับทุกคนและได้พบกับความรักอันยาวนานถึง 2000 ปีด้วย มันมีความรู้สึกผิดเล็กๆ คอยสะกิดใจผมอยู่ตลอดโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว แต่วันนี้หลังจากได้ฟังเอิร์ธซังและเพทราซังพูดว่าพวกเขาดีใจที่ผมตัดสินใจแบบนั้น และตอนนี้พวกเขาก็มีความสุขกับชีวิตในปัจจุบันมาก ความรู้สึกผิดที่คอยตกตะกอนอยู่ในจิตใจก็เหมือนจะละลายหายไปจนไม่มีเหลือ ผมรู้สึงโล่งเหมือนเพิ่งถอดตัวถ่วงน้ำหนักที่ใส่มานานออก คำพูดของเอิร์ธซังและเพทราซังครั้งนี้เป็นดั่งผู้ช่วยชีวิตของผมเลยก็ว่าได้

ตอนนี้ทุกคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเองสินะคนที่ได้พบกับชีวิตใหม่อย่างเอิร์ธซังและเพทราซัง คนที่ได้ทำตามความฝันอย่างชาช่าและยูมิล คนที่ยังคงใช้ชีวิตอันตรายอย่างเก่าแต่ก็รื่นเริงไปกับมันอย่างโคนี่ หรือแม้กระทั่งคนที่พบกับความโชคร้ายและโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าอย่างแจน ทุกคนกำลังค่อยๆ ขีดเขียนเรื่องราวของตัวเองอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องห่วงเรื่องกำแพงหรือแม้กระทั่งอาหารเย็นของวันพรุ่งนี้อีก

ผมดีใจจริงๆ ที่ตัวเองยังหลงเหลือความทรงจำในอดีตอยู่ เพราะการที่ผมมีมันในตอนนี้ทำให้ผมสามารถรู้สึกมากมายขนาดนี้ได้ ได้พบกับเพื่อนเก่า ได้พูดคุย หัวเราะ ร้องไห้ เสียน้ำตา และได้ยิ้มแย้มออกมาอย่างสุดหัวใจ

ชีวิตในวันพรุ่งนี้ของผมยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็สามารถเฝ้ารอวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึงด้วยความตื่นเต้นและยินดีได้จากก้นบึ้งของหัวใจ


ขณะเดียวกันแจนและอาร์มินที่แยกตัวออกมาจากเอเลน เยเกอร์กำลังนั่งทอดน่องบนม้านั่งภายในสวนหย่อมอย่างเรื่อยเปื่อย แจนนั่งเงียบๆ ชมนกชมไม้ไปเรื่อยส่วนอาร์มินก็เอาหนังสือขึ้นมาอ่าน บรรยากาศเงียบๆ ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอาร์มินจึงไม่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบขึ้นเหมือนทุกที

นั่นหนังสืออะไรหลังจากนั่งเงียบๆ มานานแจนก็หันไปขมวดคิ้วกับหนังสือในมือของอาร์มิน เพราะนอกจากเขาจะอ่านภาษาบนหน้าปกไม่ออกแล้ว เขายังเดาไม่ได้อีกว่ามันคือหนังสืออะไร

หนังสือบริหารน่ะครับ

เหนายเรียนบริหาร?”

เปล่าครับ ผมเรียนหมอ

อ้าว แล้วทำไมอ่านหนังสือบริหาร?”

แก้เบื่อครับ ^^”

“…ไอ้พวกอัจฉริยะ!” แจนผลักหัวอาร์มินอย่างหมั่นไส้ แค่จะสอบเข้ามหาลัยเขายังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยว่าจะสอบได้รึเปล่า แต่อาร์มินนี่นอกจากจะเรียนหมอแล้วยังอ่านหนังสือบริหารเพื่อแก้เบื่ออีก!

ผมต้องมีความรู้เอาไว้เพื่ออนาคตน่ะครับอาร์มินพูดพลางสายตาก็ไม่ได้ละออกไปจากหนังสือในมือ

บริหารน่ะนะ? แต่นายเรียนหมอไม่ใช่เหรอ แล้วนายจะเอาความรู้เรื่องบริหารไปทำอะไรล่ะคำถามของแจนทำให้อาร์มินเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือแล้วยิ้ม

เอาไปแย่งตำแหน่งประธานจากพ่อน่ะครับ ^^”

หะ…?……ห๊าาาา!!!!!!!” แจนตามเรื่องไม่ทันจึงได้แต่ส่งเสียงร้องห๊าออกมาเสียงดังจนคนรอบข้างหันมาสนใจ แต่แจนไม่มีเวลาจะไปให้ความสนใจกับรอบด้านเพราะตอนนี้ความตกใจจากคำตอบของอาร์มินกำลังเล่นงานเขาอยู่

ยะ..แย่ง…!? ห๊ะ!? หมายความว่าไง???” แจนมีคำถามอยู่เต็มหัวไปหมด เพราะตั้งแต่ได้พบกับอาร์มินเขาก็กลับไม่รู้เลยว่าอาร์มินคือใคร เติบโตมากับครอบครัวแบบไหน หรือใช้ชีวิตมายังไง สิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับอาร์มินมีเพียงเรื่องราวในอดีตเท่านั้น แต่สำหรับอาร์มินในปัจจุบันนี้เขาไม่รู้อะไรเลย

บ้านของผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลน่ะครับ ขนาดก็ใหญ่กว่าที่นี่นิดหน่อย และมีหลายสาขาอยู่ต่างประเทศด้วยครับ ส่วนพ่อของผมเป็นประธานใหญ่ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจตำแหน่งประธานนักหรอกครับแต่พอพ่อบอกว่าจะยกตำแหน่งประธานให้คนอื่นหากผมทำผลงานได้ไม่ดี ผมก็คงไม่สามารถปล่อยตำแหน่งประธานไปเฉยๆ แบบนั้นได้ใช่ไหมล่ะครับ ^^” อาร์มินยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มแห่งการท้าทายตามประสาพวกชอบเอาชนะ เห็นอาร์มินเป็นคนฉลาดและดูหัวอ่อนแบบนี้แต่จริงๆ แล้วเจ้าตัวเป็นคนชอบแข่งขันพอตัวเลยล่ะ แล้วพ่อของอาร์มินก็ฉลาดพอจะใช้นิสัยชอบการแข่งขันของลูกชายให้เป็นประโยชน์ซะด้วย! ฉลาดกันทั้งตระกูลสินะ

เฮ้อออ เอากับนายสิแจนถอนหายใจพลางส่ายหัว ถึงเขาจะไม่เคยเจอกับพ่อของอาร์มินแต่ก็บอกได้เลยว่าพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันยังกะคู่แฝด!

แล้วแจนล่ะครับ

หา?”

คิดรึยังว่าอยากเรียนอะไร

“…..” คำถามของอาร์มินทำให้แจนเงียบไป เป็นเมื่อก่อนเขาคงจะตอบกลับไปอย่างเล่นๆ ว่าถ้าสอบเข้าได้ที่ไหนก็คงเรียนอันนั้น แต่กับตอนนี้แจนไม่สามารถตอบออกไปง่ายๆ แบบนั้นได้ แจนอยากจะคิดถึงอนาคตของตัวเองให้ถี่ถ้วนมากกว่าเก่า แต่ก็กลับนึกภาพตัวเองในอนาคตไม่ออกเลยสักอย่างเดียว

ถ้ายังไม่รู้เราลองไปคุยกับทุกคนดูดีไหมครับ

ทุกคน?”

ใช่ครับ แจนอยู่โรงพยาบาลมาตลอดคงจะคุ้นเคยกับอาชีพหมอและพยาบาลดี ผมที่เรียนหมอเลยจะให้คำแนะนำอะไรไม่ได้ แต่อย่างเอเลนเรียนจบได้เกียรตินิยมการท่องเที่ยวมาเชียวนะครับ ชาช่าก็เรียนมัณฑนศิลป์ ยูมิลเองก็กำลังเรียนแฟชั่น อืมไม่รู้เหมือนกันว่าหัวหน้ารีไวล์จบอะไรมา แต่ฮันจิซังจบวิทยาศาสตร์ แพทย์ เทคนิคการแพทย์ และจุลชีววิทยามาครับ โอะ! ใช่ๆ มิคาสะจบสาขากีฬาล่ะครับ ถ้าแจนหายดีแล้วอาจจะสนใจก็ได้นะครับเพราะคณะของมิคาสะค่อนข้างน่าเรียนทีเดียว

เห งั้นเหรอ แต่ฮันจิซังจะจบเยอะไปไหม

ก็เห็นว่าเรียนจบได้ปริญญาใบแรกตอนอายุ 15 น่ะครับ

ห๊ะ!? ฮันจิซังจะไฮสเปคเกินไปแล้ว!!”

ก็ฮันจิซังนิครับ

อ่านะแจนได้แต่พยักหน้าอย่างยอมรับ เพราะเมื่อเป็นฮันจิซังก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ เพราะคำว่าเป็นไปไม่ได้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของเธอซะด้วย

เป็นไงครับ เริ่มคิดออกรึยังว่าอยากเรียนอะไรอาร์มินชะโงกหน้าไปมองใบหน้าของแจนที่นั่งอยู่ข้างๆ

ใครจะไปคิดออกไวแบบนั้น

งั้นลองไปคุยกับทุกคนดูกันเถอะครับ

อืม แต่ก่อนอื่น…”

ครับ?” แจนหยุดอาร์มินที่กำลังจะลุกขึ้นยืนเอาไว้ ทำให้อาร์มินนั่งกลับลงไปบนม้านั่งที่เดิมก่อนจะหันหน้าไปมองแจนด้วยความสงสัย แจนบีบมือของอาร์มินข้างที่ตัวเองจับอยู่เอาไว้แน่น อาร์มินรู้สึกได้ถึงความสั่นเล็กน้อยของฝ่ามือที่ใหญ่กว่าจึงบีบมือกลับไปเพื่อบอกว่าเขายังอยู่ตรงนี้

ฉันอยากไปหาเจนี่

“…..”

“…..” หลังแจนพูดจบทั้งคู่ก็เงียบงัน บรรยากาศกดดันที่ไม่เคยมีเริ่มรายล้อมแจนและอาร์มินเอาไว้ แจนพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวจนเหมือนเสียงกระซิบ แต่อาร์มินที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ยังได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน อาร์มินนั่งมองพิจารณาใบหน้าของแจนนิ่งอยู่สักพัก แล้วในที่สุดรอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก

ครับ ไปกันเถอะครับ ผมคิดว่าเจนี่ต้องดีใจแน่ๆ ถ้าแจนไปเยี่ยม ^^” อาร์มินยิ้มให้กำลังใจและบีบมือใหญ่ที่สั่นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจะคอยอยู่ข้างแจนเสมอไม่ไปไหน ร่างกายของแจนจึงเริ่มผ่อนปลนและในที่สุดก็สงบลงอีกครั้ง

อืม ขอบคุณ อาร์มิน

ถ้าเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นจูบหวานๆ จะดีมากเลยล่ะครับ ^^”

ได้คืบจะเอาศอกนะนาย ( - - )”

แหม~ ผมจะทำอะไรก็ต้องนึกถึงอนาคตสิครับ ไม่งั้นจะแย่งตำแหน่งประธานมาจากพ่อได้ยังไง

เกี่ยวกันไหม? เฮ้อออ เอาไว้ทำให้ฉันชอบนายได้ก่อนแล้วเรื่องนั้นเราค่อยคุยกัน

แจนก็ชอบผมตอนนี้เลยสิครับ

ทำได้ที่ไหนล่ะ!”

ชิ ถึงจะแค่พูดตามน้ำแต่ผมก็เจ็บนะครับ…” อาร์มินพูดพลางก้มหน้าลงมองพื้น แจนที่เห็นท่าทางหงอยๆ ของคนตัวเล็กแบบนั้นจึงเริ่มลนลานเพราะไม่รู้ควรทำยังไงดี อาร์มินยังคงจ้องมองพื้นนิ่งอยู่แบบนั้นเหมือนบนพื้นดินมีแผนที่สมบติซ่อนอยู่ แจนที่ทนเงียบต่อไปไม่ไหวจึงใช้มือแตะไหล่อาร์มินเบาๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจว่าทำแบบนี้จะได้ผลรึเปล่า

เอ่อฉันก็แค่พูดไปตามน้ำ นายก็รู้นิ

“…..”

เอ่อฉะ..ฉันขอโทษ

“…..”

อาร์มิน…?” แจนโน้มตัวลงไปใกล้เพื่อจะดูสีหน้าว่าอาร์มินเป็นอะไรรึเปล่าเพราะเห็นคนตัวเล็กเงียบไปนานแล้ว แต่พอเขาโน้มตัวลงไปใกล้ได้ไม่เท่าไหร่คนตัวเล็กที่รอโอกาสอยู่แล้วก็คว้าคอเขาลงไปหาทันที

เฮ้ย…! อื้อ!” แจนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบสนิทลงมาบนริมฝีปาก กลิ่นหอมสะอาดลอยเข้ามาในจมูกเพราะความชิดใกล้ รสชาติหวานๆ จากปลายลิ้นตอนที่คนตรงหน้าผละห่างออกไปทำให้หัวใจของแจนเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ อาร์มินแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเหมือนเพิ่งชิมของอร่อยมา แล้วรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบไปด้วยยาพิษก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหวาน

ขอบคุณสำหรับคำขอบคุณ อ่อ! แล้วผมจะรับคำขอโทษเมื่อกี้เอาไว้ด้วยละกันครับ ^^”

อะ..เอ่อเออหะ? วะ..ว่า…? ห๊ะ…?” แจนยังคงไม่เข้าใจว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักสดใสของคนข้างๆ สติของเขาจึงเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอย

คิกๆ อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ!”

เฮ้!! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามนายจู่โจมกะทันหัน!!!” แจนที่สติกลับเข้าร่องเข้ารอยใบหน้าแดงเรื่อด้วยความอับอาย ในขณะที่อีกคนก็ยังขำไม่หายจนน้ำตาเล็ด

ฮ่าๆๆๆๆๆ! อุ๊บ! ขะ..ขอโทษ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!”

อาร์มิน!!”

โอ๊ยๆ ผมหยุดไม่ได้ ปวดท้อง ฮ่าๆๆๆๆ!”

“( -______- )+”

ฮ่าๆๆ อะอื้ออ!” เสียงหัวเราะเงียบหายไปทันทีเพราะริมฝีปากของคนตัวเล็กถูกครอบครองโดยริมฝีปากของคนตัวสูง แจนจูบอาร์มินอย่างหนักหน่วงเหมือนเป็นการลงโทษมากกว่าจะเป็นจูบแห่งความรัก แต่อาร์มินก็ไม่ได้รังเกียจการลงโทษแสนหวานนี้เท่าไหร่จึงยกแขนขึ้นคล้องรอบคอของแจน

เสียงผู้คนรอบข้างค่อยๆ เลือนหายไปเรื่อยๆ ตอนนี้ทั้งแจนและอาร์มินคงลืมไปแล้วว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันแค่สองคน และที่สำคัญพวกเขากำลังอยู่ในที่สาธารณะ! แต่ก็ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้ใส่ใจอีกแล้วไม่ว่าจะมีใครมองอยู่รึเปล่า เพราะจูบลงโทษอันแสนหวานได้กลืนกินผู้คนรอบข้างจนตอนนี้สิ่งที่แจนกับอาร์มินสนใจมีแค่คนที่กำลังแลกจูบกันอยู่ตอนนี้เท่านั้น

อื้ม…” อาร์มินลืมตาขึ้นอย่างเหม่อลอยเมื่อแจนผละริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่งแต่ยังคงอยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ แจนใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยริมฝีปากล่างของคนตัวเล็กก่อนจะกัดลงไปไม่เบาจนอาร์มินถึงกับสะดุ้งและจะถอยหนี แต่ก็โดนอ้อมแขนของแจนกอดรัดรอบเอวเอาไว้จนไม่สามารถถอยหนีไปไหนได้

การจู่โจมเขาทำกันแบบนี้เข้าใจไหมครับ น้องอาร์มิน~” แจนพูดพลางยกยิ้มกริ่มอย่างกวนประสาท อาร์มินที่พอได้ยินก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นเอเลนแน่ๆ ที่เสี่ยมสอนแจนให้เรียกเขาว่าน้องอาร์มินแบบนี้ก็ใบหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันที

ผมอายุมากกว่าแจนนะครับ

เหดูแล้วไม่รู้เลยนะเนี่ย~” แจนมองอาร์มินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างล้อๆ ทำเอาคนถูกล้อยิ่งหงุดหงิดยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ แต่แล้วรอยยิ้มหวานหยดเคลือบยาพิษก็ถูกวาดขึ้นในเวลาต่อมา

งั้นต้องทำให้รู้สินะครับ ว่าผมน่ะเป็นผู้ใหญ่~ ^^” อาร์มินยิ้มและยกแขนขึ้นคล้องรอบคอแจนแล้วดึงลงมาใกล้

แปะ

เอ้า! พอแค่นั้นแหละ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามจู่โจมแบบนี้แจนใช้มือปิดปากอาร์มินเอาไว้ก่อนที่ริมฝีปากพวกเขาจะได้สัมผัสกัน ทำให้อาร์มินหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็ยอมถอยห่างออกไปแต่โดยดี

ชิ! ก็ได้ครับ แต่แจนต้องเลิกเรียกผมว่าน้องอาร์มินอะไรนั่นด้วยนะครับ เพราะผมอายุมากกว่าอาร์มินพูดด้วยใบหน้างองุ้ม

โอเค งั้นพี่อาร์มิน ถ้าอยากจู่โจมผมล่ะก็ต้องทำให้ผมชอบพี่ให้ได้ก่อนนะครับ ^^” แจนชะโงกหน้าเข้าไปหาคนตัวเล็กแล้วส่งรอยยิ้มกว้างไปให้กับคนที่ยังทำหน้างอไม่หาย

ตึกตักตึกตักๆๆ

“…..” อาร์มินชะงัก เสียงหัวใจเต้นดังขึ้นจนในหูอื้ออึง ใบหน้าของแจนที่ยังส่งยิ้มมาให้ในระยะใกล้กำลังทำให้หัวใจของเขาทำงานหนักจนเกินอัตรา แต่ตัวต้นเหตุก็ดูไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด

เอ้า เงียบไปเลย อาร์มิน! เฮ้! อาร์มิน! หืม? พี่อาร์มินครับ~”

พรึบ!

เฮ้ย! เป็นอะไรของนายน่ะอาร์มิน จู่ๆ ก็ลุกขึ้นพรวดพราดฉันตกใจหมดแจนยกมือขึ้นลูบอกตัวเองแล้วนั่งมองอาร์มินที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ด้วยความฉงน

“…..”

อาร์มิน…?” แจนลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยืนอยู่ข้างหน้าอาร์มินเพื่อจะดูว่าอาร์มินเป็นอะไรไปแต่ก็กลับได้พบเห็นสีหน้าอันไม่คาดคิด อาร์มินกำลังกัดริมฝีปากล่างตัวเองด้วยใบหน้าแดงจัดอยู่ แจนตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเจอกับปฏิกิริยาแบบนี้ของอาร์มิน แต่เมื่อเขาลองพิจารณาดูดีๆ เขาก็ได้รู้ถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มกริ่มปรากฏขึ้นมาบนริมฝีปากอย่างไม่ตั้งใจ

เห~ ที่นายเขินนี่หรือว่าพี่อาร์มิน?”

“….!” การสะดุ้งของคนตัวเล็กทำให้แจนรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง แจนอยากจะขำก๊ากออกไปแต่ก็เกรงใจใบหน้าแดงๆ แสนน่ารักของคนตรงหน้า เขาจึงทำเพียงแค่จับมือของอีกคนยกขึ้นมาแนบลงไปกับริมฝีปากพลางสายตาก็จ้องมองดวงตาสีฟ้าสดใสนั่นไม่ละไปไหน

พี่อาร์มิน ผมรอว่าเมื่อไหร่พี่จะจีบผมติดอยู่นะครับ ^^” ถ้อยคำที่พูดออกไปช่างเป็นการท้าทาย ถ้าเป็นอาร์มินตามปกติคงจะตกปากรับคำด้วยรอยยิ้มหวานหยดไปแล้ว แต่อาร์มินตอนนี้กลับใบหน้าแดงยิ่งขึ้นกว่าเดิมจนพาลคอแดงไปด้วยเพราะคนตัวสูงตรงหน้าจูบลงมาบนหลังมือพร้อมกับเรียกเขาว่าพี่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นิสัยขี้แกล้งและชอบกวนประสาทของแจน ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมสินะ

ไอ้เด็กบ้า…” อาร์มินพึมพำเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือออกจากแจนแล้วเดินหนีไปเลย

อ้าวๆ จะรีบไปไหนล่ะครับ พี่~อาร์~มิน~”

ห้ามเรียกผมแบบนั้นนะ!”

ทำไมล่ะครับ ก็พี่อาร์มินอายุมากกว่าไม่ใช่เหรอ ^^”

ห้ามใช้คำพูดแบบนั้นด้วย!”

เอ๋~ ไม่ดีเหรอครับ ผมกำลังให้ความเคารพพี่อยู่นะ พี่~อาร์~มิน~”

แจนขี้แกล้ง! จอมกวนประสาท! ไอ้! ไอ้…!”

ไอ้?”

ไอ้เด็กบ้า!! ฮึ่ย! ไม่ต้องตามมาเลย!”

ฮ่าๆๆ จะห้ามไม่ให้ผมตามไปได้ยังไงล่ะครับ นี่ผมกำลังรอพี่อาร์มินจีบผมอยู่นะ~”

ไม่จงไม่จีบมันแล้ว! ไปไกลๆ เลย!”

เอ๋~ แบบนั้นผมก็แย่สิ พี่อาร์มิน~”

ว๊ากกกก!! แจนบ้า!!!”

ฮ่าๆๆๆๆๆ!” เสียงหัวเราะของแจนดังลั่นไปทั่วทางเดินของสวนหย่อมเรียกความสนใจของคนรอบข้างให้หันไปมอง แต่ตอนนี้สายตาของแจนไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่แดงเถือกจนจะกลายเป็นมะเขือเทศตรงหน้า ไม่คิดเลยว่าอาร์มินจะแพ้ให้กับการเรียกแบบนี้ของเขา แต่อาร์มินที่ขี้อายและไม่ได้เป็นปีศาจน้อยก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอยู่เหมือนกัน

มาทำให้คนอื่นเขาตกหลุมรักอยู่นั่น แล้วแบบนี้ผมจะจีบแจนได้ยังไงกันล่ะ…” อาร์มินพึมพำกับตัวเองเสียงเบาไม่ให้คนที่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ข้างๆ ได้ยิน เขารู้สึกว่าตัวเองได้แต่ตกหลุมรักแจนอยู่แบบนั้นซ้ำๆ วันละหลายๆ รอบ จนตัวเองก็เลิกนับไปแล้วว่าวันๆ หนึ่งเขาตกหลุมรักแจนไปกี่รอบกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นหลักสิบ หลักร้อย หรือกระทั่งหลักพันต่อหนึ่งวัน อาร์มินก็คงไม่สามารถห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักคนๆ เดิมซ้ำอยู่แบบนั้นได้ทุกวันอยู่ดี



กลับมายังบ้านพักหลังจากแยกกับเอิร์ธซังและเพทราซังแล้ว ผมก็มานั่งแยกรูปที่ตัวเองถ่ายตอนไปเดทที่สกีรีสอร์ตออกมาเก็บเอาไว้ในอัลบั้มที่ซื้อมาพร้อมตอนไปล้างรูป ผมไม่ได้เอากล้องไปหรอกเพราะเป็นเดทอย่างกะทันหันแต่ผมซื้อกล้องแบบใช้แล้วทิ้งที่มีขายอยู่ที่ลานสกีมาใช้แทน 

รูปที่ถ่ายมาทั้งหมดมีแค่รูปผมกับรูปวิว แล้วก็รูปของรีไวล์เฮย์โจวนิดหน่อยที่ผมแอบถ่ายมาได้ แต่ไม่มีรูปคู่อยู่เลย ก็เฮย์โจวน่ะสิ ไม่รู้จะเกลียดการถ่ายรูปอะไรขนาดนั้น ไม่ว่าผมจะขอร้องอ้อนวอนยังไงก็ไม่ยอมถ่ายรูปคู่กับผมเลย แอบน้อยใจอยู่นิดๆ แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะคนเรามีสิ่งที่ชอบและไม่ชอบต่างกัน จะไปบังคับให้เขามาถ่ายด้วยทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเกลียดการถ่ายรูปมากขนาดนั้นมันก็ยังไงๆ อยู่

อะ รูปนี้…” ผมหยิบภาพถ่ายของตุ๊กตาหิมะสองตัวที่ผมเป็นคนปั้นขึ้นมาเองให้เป็นตัวแทนของผมกับรีไวล์เฮย์โจวแล้วกดถ่ายเอาไว้ด้วยความน้อยใจที่ตอนนั้นเฮย์โจวไม่ยอมถ่ายรูปคู่ด้วยกันกับผม ภาพออกมาดูดีใช้ได้ทีเดียว! เอามาเป็นวอเปเปอร์ในมือถือแล้วถือซะว่าเป็นรูปถ่ายคู่ของผมกับรีไวล์เฮย์โจวของจริงละกัน เพราะยังไงก็คงไม่มีวันได้ถ่ายรูปคู่กับเฮย์โจวอยู่แล้ว 

ทำอะไร

เฮ้ย! ตกใจหมดเลยครับ! จะมาก็ให้สุ่มให้เสียงกันหน่อยสิครับผมยกมือขึ้นลูบอกตัวเองให้ใจเย็นลง แล้วขยับไปด้านข้างเพื่อเหลือพื้นที่ให้รีไวล์เฮย์โจวนั่งด้วย

ฉันทักแล้วไอ้ลูกหมาหูตึง

ผมไม่ได้…! ฮึ่ม! ช่างเถอะครับ!” ผมสะบัดหน้าหนีเพราะยังไงก็คงเถียงสู้ไม่ได้จึงกลับไปจัดการรูปถ่ายที่กระจายอยู่บนโต๊ะต่อ

นี่แกถ่ายไอ้ตุ๊กตาหิมะเบี้ยวๆ นั่นมาจริงๆ?” รีไวล์เฮย์โจวหยิบภาพถ่ายรูปตุ๊กตาหิมะเบี้ยวแฮ่ม! ตุ๊กตาหิมะแสนน่ารักที่ผมใช้เป็นตัวแทนของผมกับรีไวล์เฮย์โจวขึ้นมาดู

นั่นเป็นรูปคู่ของผมกับเฮย์โจวเชียวนะครับผมชี้ไปยังภาพถ่ายในมือของเฮย์โจว เฮย์โจวจึงหันขวับมามองใบหน้าของผมแล้วหันกลับไปมองเจ้าภาพถ่ายในมือก่อนจะขมวดคิ้วเครียด

นี่! คือรูปคู่ของฉันกับแก?”

ครับ

นี่?”

ใช่ครับ! เฮย์โจวห้ามบ่นอะไรทั้งนั้นเลยนะครับ เพราะเฮย์โจวเป็นคนปฏิเสธไม่ยอมถ่ายรูปคู่กับผมเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าผมจะเอาเศษหินเศษปูนหรือแม้แต่ตุ๊กตาหิมะเบี้ยวๆมาเป็นรูปคู่เฮย์โจวก็ไม่มีสิทธิ์บ่นครับ!” ผมพูดพร้อมกับแย่งภาพถ่ายในมือของรีไวล์เฮย์โจวกลับมา ฮึ่ม! มาบังอาจว่าตุ๊กตาหิมะที่ผมตั้งใจปั้นสุดฝีมือว่าเป็นตุ๊กตาหิมะเบี้ยวๆ ได้ยังไง!

งั้นเอากล้องมา

เอาไปทำไมครับ?” ผมหันไปมองรีไวล์เฮย์โจวแล้วขมวดคิ้วงุนงง

“‘ถ่ายรูปคู่จะถ่ายไหม

ถ่าย! ถ่ายสิครับ! ถ่ายๆ!” ผมรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วเปิดเข้าไปยังแอพลิเคชั่นถ่ายภาพทันที

เอามารีไวล์เฮย์โจวแย่งมือถือไปจากมือผมแล้วกดเปลี่ยนโหมดในกล้องเป็นเซลฟี่ก่อนจะโอบเอวดึงผมเข้าไปใกล้จนแทบจะเกยตักกัน

เอ่อจะไม่ใกล้ไปหน่อยเหรอครับ?” ผมพูดด้วยใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนเพราะความใกล้ชิด กลิ่นขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทจนผมเริ่มจะรู้สึกร้อนแปลกๆ

เงยหน้าขึ้น ไม่งั้นจะถ่ายได้ยังไงรีไวล์เฮย์โจวไม่สนใจท่าทีเขินจะบ้าตายของผมแล้วขยับใบหน้าเข้ามาอยู่ใกล้กันยิ่งกว่าเดิม ฮือออ อย่าใกล้มากใจผมไม่ดีเดี๋ยวมันจะวายเอา!

คะ..ครับๆผมเงยหน้าขึ้นมองกล้องและพยายามจะยิ้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด แม้เสียงหัวใจจะเต้นดังหนวกหูจนผมแทบจะครองสติตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ก็ตาม แต่ก่อนที่รีไวล์เฮย์โจวจะกดชัตเตอร์ถ่ายรูปสิ่งที่กระซิบเบาๆ อยู่ข้างหูก็ทำให้ผมตกใจจนเผลอทำหน้าเหวอใส่กล้อง

ฉันรักแก…”

ห๊า!!!!”

แชะ!

อะ! เฮย์โจว! ผมยังไม่พร้อมเลยนะครับ! แล้วเมื่อกี้พูดอะไร…” ผมรับมือถือจากรีไวล์เฮย์โจวกลับมา ในนั้นมีภาพใบหน้าเหวอๆ ของผมกับรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังกระซิบอะไรบางอย่างอยู่ข้างหูของผม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเรื่องที่สำคัญตอนนี้คือคำพูดที่เฮย์โจวกระซิบบอกผมก่อนจะกดชัตเตอร์นั่นต่างหาก

ไม่ได้ยินก็แล้วไปรีไวล์เฮย์โจวพูดพลางยักไหล่แล้วเอนหลังพิงกับโซฟา

ได้ยินสิครับ!! แต่ผมแค่ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกรึเปล่าก็เฮย์โจวไม่เคยบอกรักผมมาก่อนเลยนิครับผมมองรีไวล์เฮย์โจวที่ยังคงนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ อยู่ แต่เมื่อเห็นผมจ้องไม่เลิกเฮย์โจวก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้แล้วยอมหันมามองหน้าผม

จูบก่อน

หะ?”

จูบก่อนแล้วจะบอกรีไวล์เฮย์โจวต่อรอง ดวงตาสีเทามีประกายไฟลุกโชติช่วงอย่างเงียบงันอยู่ภายใน ผมที่เห็นแบบนั้นจึงชั่งใจว่าจะทำตามที่เฮย์โจวพูดดีรึเปล่าแต่ยังไงก็อยากฟังอีกอ่ะ!

ถ้าผมจูบแล้วจะยอมพูดจริงๆ นะครับ

อืม

สัญญานะครับ!”

เออ

กะ..ก็ได้ครับ หลับตาสิครับ ไม่งั้นผมจะจะ..จูบได้ยังไงเสียงของผมเบาลงเรื่อยๆ ตามจังหวะการเคลื่อนตัวของรีไวล์เฮย์โจวที่เข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พอใบหน้าของพวกเราอยู่ห่างกันเพียงคืบรีไวล์เฮย์โจวก็หยุดกึกเหมือนกับรอให้ผมเป็นคนเริ่มก่อน

เอเลน

ยะ..อย่าเร่งสิครับ! หลับตาด้วยครับเอะ? จะว่าไปแล้วผมไม่เคยเป็นฝ่ายจูบรีไวล์เฮย์โจวก่อนเลยนะ ไอ้จูบๆ ที่ผ่านมาทั้งหมดนั่นเฮย์โจวก็เป็นคนเริ่มก่อนทั้งนั้น งั้นครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งแรกที่ผมเป็นฝ่ายเริ่มจูบเฮย์โจวก่อนน่ะสิ! อ่าแค่คิดก็เริ่มปวดท้องแล้ว ตื่นเต้นชะมัด!

ความตื่นเต้น ความกังวล ความสับสน และความเขินอายตีวนกันไปมาจนผมรู้สึกมวนท้องไปหมด แต่ผมก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วทำใจกล้าเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้รีไวล์เฮย์โจวที่กำลังหลับตารอผมอยู่ และเมื่อผมแตะริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากหนาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ล็อกคอผมจากทางด้านหลังแล้วดึงให้ผมเข้าไปจูบอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น

อื้อออ!” ผมส่งเสียงออกมาจากลำคอเมื่อจูบที่ผมเป็นฝ่ายเริ่มถูกรีไวล์เฮย์โจวชักนำด้วยเทคนิคที่เหนือชั้นกว่า จากการแค่แตะริมฝีปากธรรมดาเลยกลายเป็นจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ตุบ

อะ! ฮะ..เฮย์อื้ออ!” ผมพยายามดันรีไวล์เฮย์โจวออกเมื่อรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังแนบสนิทลงกับโซฟานุ่ม นี่มันห้องนั่งเล่นนะครับ! จะทำอะไรช่วยดูสถานที่ด้วย

อื้อๆๆๆ!” ผมประท้วงอย่างหนักจนสุดท้ายรีไวล์เฮย์โจวก็ยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ แต่ดีใจกับอิสระที่ได้รับได้ไม่นานผมก็ต้องร้องเหวอด้วยความตกใจเพราะรีไวล์เฮย์โจวอุ้มผมลอยจากพื้นแล้วกำลังเดินดุ่มๆ ขึ้นชั้นสองที่เป็นส่วนของห้องนอนไป

นั่นเฮย์โจวจะไปไหนครับ!?”

ห้องนอนทันทีที่ได้รับคำตอบยืนยันว่าสิ่งที่คิดนั้นถูกต้องผมก็เริ่มดิ้นทันที

ไม่เอาครับ! ผมยังไม่หายเจ็บจากเมื่อวันก่อนเลยนะครับ! ปล่อยยยยย!”

แค่จูบ…”

สำหรับเฮย์โจวคำว่าแค่จูบมันก็จบลงที่ผมเจ็บตัวทุกทีนั่นแหละครับ!”

ฉลาดนิ

ขอบคุไม่ใช่แล้วครับ! ปล่อยผมเลยนะครับ! เฮย์โจว! เฮย์โจววว!!” ประตูหน้าห้องนอนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่สามารถหลุดออกไปจากอ้อมแขนของรีไวล์เฮย์โจวได้เลย และในตอนที่พวกเรามาถึงหน้าห้องรีไวล์เฮย์โจวก็หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ผมจึงต้องหยุดดิ้นด้วยและเงยหน้าขึ้นมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างสงสัย

เอเลน

คะ..ครับ?”

ทำใจซะ

ครับ…? ห๊าาา!!! ไม่เอานะ! ไม่ทำครับ! เดี๋ยวก่อนเฮย์…!!”

ปัง!

เสียงประตูปิดเป็นเสมือนการชัตดาวน์เสียงโวยวายของผมไปด้วย ตอนแรกไหนว่าแค่จูบแล้วจะยอมบอกรักอีกรอบไง แต่ไหงสุดท้ายมันถึงมาลงเอยอิหรอบนี้อีกได้ล่ะเนี่ย!?

ผมทำใจว่ายังไงวันนี้ก็คงไม่รอด คงมีแต่ต้องให้ความร่วมมือจนกว่ารีไวล์เฮย์โจวจะพอใจนั่นแหละ นี่ชีวิตของผมมันจะก้าวกระโดดไวเกินไปไหม? ผมคิดว่าตัวเองเดินเพียงแค่หนึ่งก้าวแต่พอลองหันหลังกลับไปมองกลับพบว่าระยะทางหนึ่งก้าวมันช่างยาวไกลเหลือเกินแต่กลับใช้เวลาเดินเพียงชั่วอึดใจเมื่อได้เดินไปพร้อมกับรีไวล์เฮย์โจว 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะไม่ว่าหนึ่งก้าวของผมจะห่างออกไปเพียงแค่ห้าเซ็นหรือยาวไกลยิ่งกว่าหนึ่งกิโล แต่ถ้าได้เดินร่วมไปพร้อมกับรีไวล์เฮย์โจวแล้วล่ะก็ผมพร้อมจะก้าวหนึ่งก้าวนั้นออกไปอย่างไม่มีลังเลเลยล่ะครับ!


ขณะที่พวกเราทุกคนกำลังก้าวเดินไปข้างหน้าคนละก้าวอย่างช้าๆ และมั่นคง แต่ผมกลับคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าวได้ยาวไกลยิ่งกว่าใครอื่น คงเป็นเพราะผมถูกกลิ่นหอมของขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ล่อลวงไปเป็นแน่














————————————————100%


มาลงทีเดียว 100% เลยค่าาา~ จบไปแล้วกับ #เมนูขนมหวาน ตอนต่อไปจะเป็นบทส่งท้ายซึ่งเอเลนกับรีไวล์เฮย์โจวจะเดินทางไปบ้านเกิดของเอเลนกันค่ะ

เราจะมาเปิดเผยความลับสุดท้ายว่า ‘กุญแจ’ ของเอเลนจะใช้ไขอะไรกันแน่?

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ช่วยเป็นกำลังมาให้จนถึงตอนจบ 

บทส่งท้ายที่จะมาไขปริศนาสุดท้ายจะเป็นอย่างไรโปรดรอติดตามกันด้วยนะคะ ><


11:11 Special

Eren : เฮย์โจวครับวันนี้วันป็อกกี้ เฮย์โจวอยากเล่นไหมครับ! (ถามด้วยความตื่นเต้น)

Levi : …..(กำลังคิดอยู่ว่ามันคืออะไร)

Eren : เฮย์โจวไม่อยากเล่นกับผมเหรอครับ… (ทำหน้าหงอยและหูตก)

Levi : จะเล่นก็เล่น (ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ตกลงไว้ก่อน)

Eren : เย้! อันนี้ของเฮย์โจวครับ! (ยื่นแท่งป็อกกี้ให้ด้วยความตื่นเต้น)

Levi : อืม…(มองป็อกกี้ในมือแต่ไม่รู้ต้องทำอะไร)

Eren : เฮย์โจวคาบไว้สิครับ ผมรู้ว่าเฮย์โจวไม่ชอบกินขนมเพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะเป็นผู้เสียสละกินแทนเอง! (ไม่ได้คิดจะเสียสละอะไรเลย แค่บ้าขนมหวานและคิดแต่เรื่องกินเท่านั้น)

Levi : ….. (คาบไว้ตามที่เอเลนบอก)

Eren : งั้นผมเริ่มเลยนะครับ! *ง่ำ!* (กัดป็อกกี้ไปครึ่งแท่งอย่างไม่มีลังเล ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้กันด้วยความรวดเร็ว ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น และ…งั่บ! เอเลนก็งาบป็อกกี้ทั้งหมดออกไปกินเองโดยริมฝีปากไม่โดนกันสักนิดด้วยสกิลขั้นสูง [ก็แค่สกิลของคนตะกละ])

Eren : อะ เฮย์โจว อันนี้แท่งใหม่ครับ (ยื่นป็อกกี้แท่งใหม่ให้กับรีไวล์)

Levi : ยังไม่จบ? แล้วเกมนี้มันจบยังไง? (รับป็อกกี้แท่งที่เก้าจากเอเลนมาถือไว้)

Eren : เอะ? ก็ไม่ใช่ว่าถ้ากินหมดเมื่อไหร่เกมถึงจบเหรอครับ? ดูนั่นสิครับ! เรายังเหลืออีกเยอะเลย! (ชี้ให้ดูป็อกกี้กองเท่าภูเขาที่ซื้อตุนไว้เพื่อวันนี้ด้วยความตื่นเต้น)

Levi : ….. (มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่แต่พูดอะไรไม่ออกเพราะถูกมองด้วยสายตาลูกหมา)

Levi : ใครเป็นคนบอกแกเรื่องเกมนี้ (เริ่มตะหงิดๆ หลังจากเลยแท่งที่สามสิบ)

Eren : เอะ? ฮันจิซังนะครับ?

Levi : (ยัยสี่ตา!) …เลิกเชื่ออะไรที่ยัยนั่นพูดซะ

Eren : อ้าว นี่ไม่ใช่วันที่กินป็อกกี้ได้ไม่อั้นถ้ามีคนช่วยคาบไว้หรอกเหรอครับ… (ทำหน้าหงอยเพราะตอนนี้โดนจำกัดการกินขนมต่อวันอยู่เพื่อสุขภาพ)

Levi : ใช่ แต่ไม่ต้องมีคนคาบก็กินได้ เฉพาะวันนี้ (พ่ายแพ้ต่อดวงตาลูกหมา)

Eren : เย้!! (ไม่สนอะไรทั้งนั้นโดดใส่ของกินอย่างเดียว)

.

.

.

แล้วหลังจากนั้นรีไวล์ก็จัดการสำเร็จโทษฮันจิรวมทั้งศึกษาเรื่องวันป็อกกี้เดย์อย่างละเอียด และแล้วในวันต่อมา…

Levi : เอเลน มาเล่นเกมป็อกกี้กัน (อยากจูบๆๆๆๆๆๆๆ! [ในหัวคิดอยู่เรื่องเดียวหลังจากรู้])

Eren : เอะ? แต่มันเลยวันแล้วนะครับ แล้วอีกอย่างเมื่อวานผมก็กินแต่ป็อกกี้ไปจนเอียนแล้วล่ะครับ เอาไว้ปีหน้าเราค่อยเล่นกันใหม่นะครับเฮย์โจว! ^^ (ยิ้มให้ด้วยความใสซื่อไม่ได้รู้อะไรเลย)

Levi : ….. *ครืนนนนน* (เสียงจิตใจที่แตกสลาย) (ยัยสี่ตา!!!!!!) 

[คาดว่าหลังจากนั้นฮันจิคงโดนสำเร็จโทษอีกรอบ…]




(จบเถอะ…)








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #72 kusumakhieowarn (@kusumakhieowarn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 08:50
    อีกไม่กี่ตอนแล้วสินะคะ ฮือออ
    #72
    0
  2. #71 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 08:12
    ยังไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยยย อยากให้หนูเอเลนและรีไวล์เฮย์โจวอยู่กับเราไปเรื่อยๆ อ่านตอนนี้จบแล้วก็ดีใจตามเอเลน ได้เห็นทุกคนได้ใช้ชีวิตที่เป็นตัวเอง มีชีวิตที่ดีกว่าตอนอยู่ในกำแพง ปลื้มปริ่มมมมมมม รอบทส่งท้ายอยู่นะคะ :))
    #71
    0