(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 15 : Recipe 14 : Snow Choux Cream (100%)+NC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    10 พ.ย. 61



Love can make a person sacrifice all they hold dear, and it can take a wise man and reduce him to a naive child.

เขาพูดกันว่าการพาคนรักมาพบกับพ่อแม่ช่างเป็นเรื่องที่น่ากังวล

เอเลนน่ะพูดถึงแต่เฮย์โจวอย่างนั้นเฮย์โจวอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะค่ะ ตอนนั้นฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นแค่จินตนาการตามประสาเด็กๆ แต่ดูท่าแล้วฉันจะคิดผิดนะคะ ที่เรียกว่าเฮย์โจวเนี่ยหมายความว่ารีไวล์ซังเคยเป็นทหารมาก่อนใช่ไหมคะ

อืม

น่ากังวล

ว่าแล้วเชียว! ไม่ผิดไปจากที่คิดเลย ช่วงนี้ที่คุยกับเอเลนก็มีแต่เรื่องของรีไวล์ซังทั้งนั้นเลยล่ะคะ อะ! จริงสิ! ตั้งแต่ที่คุยกันตอนอยู่สนามบิน รีไวล์ซังคิดเอาไว้รึยังคะว่าจะจัดงานที่ไหน

อเมริกา

กังวล

แหม! ดีเลยค่ะ! ฉันกับสามีจะได้ถือโอกาสไปเที่ยวที่นั่นด้วย ส่วนเรื่องค่าสินสอดก็…”

กังวะปึง!

อย่าคุยเรื่องจัดงานหรือค่าสินสอดกันเองเหมือนผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ไหมครับ!” ผมวางแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะเสียงดังเรียกความสนใจของทั้งสองคนที่ดูจะคุยกันอย่างถูกคอเกินไปให้หันมาสนใจผม แต่กลับไม่มีใครแม้แต่จะเหลือบหางตามามองทางผมเลยแม้แต่น้อย

“…..”

แล้วนั่นเฮย์โจวจะรับไว้ทำไมกันครับ! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะครับ! แม่อย่าไปยุยงอะไรแปลกๆ ให้กับเฮย์โจวสิครับ!” ผมยึดแผ่นกระดาษที่แม่บอกว่าเป็นค่าสินสอดมาเก็บไว้กับตัวเอง นี่แม่ผมรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังขายลูกชายให้กับผู้ชายคนอื่นน่ะ

เอะ? แต่เอเลนจะแต่งออกแม่ก็ต้องเรียกค่าสินสอดให้เหมาะสมกับที่แม่เลี้ยงดูเรามาอย่างดีสิลูก

ก็ชะไม่ใช่แล้วครับ! ใครบอกว่าผมจะแต่งออ…! ไม่ใช่สิ! จะแต่งงานกันครับ! ผมกับรีไวล์เฮย์โจวพวกเรายังไม่ไปถึงขั้นนั้นกันเลยนะครับ!”

“…..”

เฮย์โจวก็เลิกพยายามจะแอบดูค่าสินสอดได้แล้วครับ! ผมยังไม่ได้บอกว่าจะตอบตกลงแต่งงานกับเฮย์โจวเลยนะครับ!” ผมพับกระดาษค่าสินสอดเข้ากระเป๋ากางเกงเอาไว้อย่างมิดชิดไม่ให้รีไวล์เฮย์โจวแอบดูได้ 

เอ๋~ แต่พ่อเราบอกว่าอยากเป็นคนส่งตัวลูกสาวแล้วนะ

เอาไว้ค่อยเดี๋ยวนะ! ใครลูกสาวครับ ผมเป็นผู้ชายนะแม่

อ้าว จริงเหรอ?”

จริงสิครับ! นี่แม่เป็นคนคลอดผมออกมาเองนะ!”

โถ แม่ก็คิดว่าตัวเองคลอดลูกสาวออกมาซะอีก

แม่!!” โอ๊ย! ผมอยากจะบ้าตาย! ตอนก่อนจะมาพบแม่ผมก็คิดว่าชีวิตจะได้มีดราม่าแบบคุณต้องเลิกกับลูกชายฉันอะไรทำนองนั้นซะอีก แต่นี่นอกจากชีวิตจะไม่ดราม่าแล้วดันกลายเป็นแม่ที่พยายามจะขายผมออกให้กับรีไวล์เฮย์โจวซะเอง! และเฮย์โจวก็ดูจะเต็มใจรับเหลือเกิน!

ร้านคาเฟ่ข้างโรงพยาบาลประจำจังหวัด แม่ ผมและรีไวล์เฮย์โจวคุยกันถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อยจนเวลาล่วงเลยจากนาทีไปเป็นชั่วโมง ผมคิดว่าการที่แม่เรียกผมกับรีไวล์เฮย์โจวมาคุยด้วยครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรเบื้องหลังหรอก คงแค่อยากคุยกับพวกผมทั้งสองคนพร้อมกันเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่เรื่องที่คุยจะเกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของผมซะมากกว่า ผมจึงต้องคอยเบรกแม่เอาไว้บ้างก่อนแม่จะเผาลูกชายตัวเองจนเกรียม 

พอลองคิดย้อนไปถึงวัยเด็กจากที่แม่เล่า ช่วงเวลาที่ผมคิดว่าตัวเองทำดีแล้วในวัยเด็กมันช่างเป็นเรื่องที่น่าอายจริงๆ พอได้เอามาเล่าให้กับรีไวล์เฮย์โจวฟังแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ผมพร่ำเพ้อถึงรีไวล์เฮย์โจวอย่างโน้นรีไวล์เฮย์โจวอย่างนี้ให้กับแม่ฟังอย่างออกรสในตอนที่ผมยังไม่เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงแค่ความทรงจำในอดีต โอ๊ยย! ผมล่ะอยากหายตัวออกไปจากตรงนี้เลยจริงๆ!


และขณะที่เอเลน เยเกอร์กำลังได้รับประสบการณ์อันน่าเป็นกังวล (ในหลายๆ ความหมาย) ทางฝั่งอาร์มินที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องก็ได้มีแขกสุดพิเศษเข้ามาเยี่ยม

ครืดดดด

เสียงประตูห้องเปิดออกทำให้ดวงตาสีฟ้าที่กำลังจ้องมองทีวีที่เปิดทิ้งไว้อย่างเรื่อยเปื่อยหันไปมองคนที่กำลังยืนอยู่หน้าห้อง ใบหน้าเรียบเฉยปนหนักใจของร่างสูงที่ค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องทำให้อาร์มินแย้มรอยยิ้มน้อยๆ ออกมาเพื่อคลายกังวลให้กับอีกคน แต่คนที่เข้ามาใหม่ก็ยังคงยิ้มไม่ออก

ดีใจจังครับที่แจนมาเยี่ยมผมด้วย แต่ไม่ต้องทำหน้ากังวลขนาดนั้นหรอกครับเพราะผมไม่เป็นอะไรแล้วอาร์มินยิ้มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ แจนก็วางมือลงมาบนพวงแก้มของเขา อาร์มินเงยหน้าขึ้นมองแจนอย่างงุนงงเพราะแจนยังคงไม่พูดอะไรและสัมผัสของฝ่ามือก็ไม่ได้ละหายไปไหนเช่นกัน

“…ตัวนายอุ่น

เอ่อครับคำพูดคำแรกจากร่างสูงทำให้อาร์มินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะบรรยากาศรอบตัวของแจนตอนนี้ดูนิ่งสงบและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ รวมถึงคำพูดต่อมาด้วย

ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ชอบนาย นายจะยังยืนยันอยากอยู่ข้างฉันอีกไหม

หมายความว่าไงครับอาร์มินถามด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วขึ้นด้วยความหวาดกลัว เพราะเวลาที่แจนจริงจังแบบนี้อาร์มินมักจะไม่สามารถคัดค้านอะไรแจนได้เลย

อาร์มิน สำหรับฉันนายเป็นคนสำคัญ เรื่องนั้นไม่ว่าจะในอดีตหรือตอนนี้มันก็ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ฉันไม่คิดว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อนายจะยังเหมือนเดิม

หมายความว่าแจนไม่ได้ชอบผม

“…คิดว่านะแจนตอบพลางยิ้มขืนๆ เพราะเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือเขาไม่ได้รู้สึกรักอาร์มินเท่าในอดีต

คิดว่า…?”

ความจริงก็คือฉันไม่รู้’”

ไม่รู้?”

อืม ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนายกันแน่ ฉันเลยอยากมาเคลียกับนายตรงๆ ว่าถ้าฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว นายจะยังยืนยันชอบฉันอยู่ไหมแจนถามอาร์มินด้วยความรู้สึกกึ่งคาดหวังกึ่งกังวล จะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้ที่มาถามกับอาร์มินแบบนี้ แต่เขารู้จักอาร์มินดีพอๆ กับที่อาร์มินรู้จักเขาดีเช่นกัน แจนเป็นคนโง่ในเรื่องอื่นแต่ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง และกลับกันอาร์มินนั้นเป็นคนฉลาดแต่กลับยอมโง่ในเรื่องของความรัก แจนจึงรู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรให้ชัดเจนอาร์มินก็จะยังคงทำร้ายตัวเองซ้ำๆ อยู่แบบนี้จนกว่าจะถึงจุดๆ หนึ่งที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นไปไม่ได้แล้วถึงจะหยุด ซึ่งแจนก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าไอ้จุดสิ้นสุดของความรู้สึกนั้นมันอยู่ตรงไหน

แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะถึงผมจะอยากหยุด ผมก็ทำอะไรกับความรู้สึกนี้ไม่ได้อยู่ดีอาร์มินส่งยิ้มอย่างสดใสไปให้ซึ่งก็ทำให้แจนแย้มยิ้มออกมาน้อยๆ

ก็คิดแล้วว่านายจะพูดแบบนี้แจนหัวเราะนิดๆ พลางยกมือขึ้นขยี้ผมอาร์มินด้วยความเอ็นดู ถึงความจริงแล้วเขาจะอายุน้อยกว่าเป็นปี แต่ในความรู้สึกแล้วแจนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนอายุมากกว่าเลย

งั้นสรุปว่าเราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมครับ

ชะไม่ใช่เฟ้ย! ฉันเพิ่งบอกไปเมื่อกี้เองว่าฉันไม่ได้ชอบนาย!”

เอ๋~ แต่คนเราไม่รู้อนาคตนี่ครับ ถึงตอนนี้แจนจะไม่ได้ชอบผม แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับ เพราะงั้นถึงเราจะเป็นแฟนกันไว้ก่อนก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน เพราะยังไงผมก็ชอบแจนอยู่ดี ^^”

“( -_- ) หัวหมอจริงนะนาย

ขอบคุณครับ ^^”

ไม่ได้ชมเฟ้ย!”

แล้วสรุปจะเป็นไหมครับ แฟนน่ะอาร์มินถามด้วยรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แจนจึงหรี่ตามองอาร์มินแต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ 

เฮ้อออ แล้วแต่นายเลยละกัน

จุ๊บ

“…!!!”

งั้นวันนี้ก็เป็นวันแรกนะครับ ( )” อาร์มินยิ้มกว้างในขณะที่แจนนั้นช็อกค้างไปแล้วกับสัมผัสแผ่วเบาอย่างกะทันหันที่ยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่บนพวงแก้ม

นะ นะ นาย! ยะ อย่ามาจู่โจมคนอื่นเขากะทันหันนะเว้ย!!”

เอ~ แต่ผมอยากทำให้แจนรีบชอบผมไวๆ นิครับ เพราะงั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ด้วยนะครับ แจน กิลชูไตน์ เพราะต่อจากนี้ผมจะจู่โจมแบบไม่ให้หยุดพักเลย ^^”

อาร์มิน! นาย…!”

ครับ ^^”

อึก! หะ..ห้ามยิ้ม! เฮ้ย!! ยะ อย่าเข้ามะอาร์มิน!!!” แจนแทบจะร้องตะโกนออกไปให้คนช่วยเมื่อจู่ๆ อาร์มินก็ลุกขึ้นกระโดดลงมาจากบนเตียงเข้ามากอดเขาหมับอย่างไม่ให้ตั้งตัวจนเขาเกือบรับเอาไว้ไม่ทัน นี่ถ้าเขารับไม่ทันจริงๆ คนตัวเล็กคงได้มีเจ็บตัวบ้างแน่ๆ 

ฮี่ๆ

เฮ้อออออออออแจนถอนหายใจกับตัวเองเมื่อสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้างของปีศาจน้อยในอ้อมกอด ให้ตายสิ ไม่รู้อาร์มินติดนิสัยเจ้าเอเลนมารึเปล่าถึงได้ใจกล้ากระโดดลงมาจากบนเตียงโดยไม่ดูสังขารตัวเองแบบนั้น สายน้ำเกลือที่ตึงเปรี๊ยะทำให้แจนต้องเดินเข้าไปใกล้เตียงคนไข้อีกหน่อยขณะที่สองแขนก็ยังกอดอาร์มินเอาไว้

งานนี้ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมตกลงเป็นแฟนกับอาร์มินไปแบบนั้น แต่ที่แน่ๆ ต่อจากนี้ชีวิตของแจน กิลชูไตน์คงได้มีสีสันเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว



หลังจากแม่ของผมได้ขอแยกตัวกลับไปก่อนเพราะมีประชุมต่อกับคุณหมอและฮันจิซัง ผมกับรีไวล์เฮย์โจวก็ตัดสินใจนั่งต่อที่ร้านคาเฟ่นี้อีกสักนิดก่อนค่อยกลับไปยังบ้านพัก แต่ขณะที่ผมกำลังให้ความสนใจกับช็อตเค้กก้อนใหม่ตรงหน้าอยู่นั้น แผ่นกระดาษที่คิดว่าเก็บเอาไว้อย่างดีแล้วในกระเป๋ากางเกงก็ได้ไปอยู่ในมือของรีไวล์เฮย์โจวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

อะ! นั่นมัน! เอาคืนมานะครับ!!” ผมพยายามจะแย่งกระดาษแผ่นนั้นคืนแต่รีไวล์เฮย์โจวก็โยกมือหลบได้อย่างสบายๆ ผมจึงคว้าได้แต่อากาศว่างเปล่าอยู่หลายรอบ

ฮึ่ม! เฮย์โจว!” ผมเบะปากอย่างหงุดหงิดเมื่อพยายามเท่าไหร่ก็คว้ากระดาษแผ่นนั้นไม่ได้สักที

ไปไหม

หา? ไปไหนครับ? ว่าแต่เอากระดาษนั่นคืนมาเลยนะครับ! ผมยังไม่คิดจะแต่งงานกับเฮย์โจวนะ!” ผมทำหน้างงเมื่อจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแถมสายตายังมองกระดาษแผ่นนั้นไม่เลิกอีก!

นี่ จะไปไหมรีไวล์เฮย์โจวพลิกด้านหน้าของแผ่นกระดาษในมือมาให้ดู ผมจึงรู้ว่ามันไม่ใช่ตัวเลขค่าสินสอดอย่างที่คิดแต่เป็นใบปลิวของลานสกีบนภูเขาหิมะที่มองเห็นได้จากไกลๆ นั่นต่างหาก

ว้าว! น่าสนใจดีนะครับ แล้วเราจะไปวันไหนกันดีครับผมรับใบปลิวจากรีไวล์เฮย์โจวมาอ่านดูแล้วก็พบว่าตอนนี้ทางลานสกีได้จัดโปรโมชั่นสำหรับที่พักพร้อมดินเนอร์สุดหรูเรียกนักท่องเที่ยวอยู่ คงเพราะช่วงนี้เป็นโลว์ซีซั่นล่ะมั้งเลยมีโปรโมชั่นเรียกนักท่องเที่ยวแบบนี้ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นถึงมีเงินแค่ไหนก็ไม่ได้พักแน่ๆ

วันนี้

อ่อ วันนี้!! วันนี้เลยเหรอครับ!?!?” ผมเบิกตากว้างมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างตกใจเฮย์โจวจึงพยักหน้าให้นิ่งๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมตัวไปลานสกีตามที่พูด แล้วยื่นมือข้างหนึ่งมาแบอยู่ตรงหน้าผม

ไปเดทกัน

ดะ ดะ..เดท!?!?!?!?!?!?” OMG! รีไวล์เฮย์โจวขอผมเดทครับทุกโค๊นนนน! ผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเฮย์โจวจะขอผมเดทจริงๆ เพราะตั้งแต่พวกเรายอมรับความรู้สึกของกันและกันหรือแม้แต่ก่อนหน้านั้นผมกับรีไวล์เฮย์โจวก็ไม่เคยไปเดทกันแบบจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ครั้งนี้จึงจะถือเป็นครั้งแรกเลยที่พวกเราจะไปเดทกัน แถมมันยังเป็นเดทอย่างกะทันหันที่รีไวล์เฮย์โจวเป็นคนออกตัวขอผมก่อนด้วย!

เร็วรีไวล์เฮย์โจวเร่งเมื่อผมไม่ยอมวางมือลงไปบนมือของเขาสักที

นี่สรุปไปแล้วจะไม่ถามผมหน่อยเหรอครับว่าอยากไปรึเปล่า

จะไม่ไป?”

ไปสิครับ! อะ! ไม่ใช่สิ…!”

หมับ

ชักช้ารีไวล์เฮย์โจวคว้ามือของผมไปจับเองในช่วงที่ผมมัวแต่กระสับกระส่ายและทำตัวไม่ถูกอยู่ ผมจึงได้แต่เดินตามรีไวล์เฮย์โจวออกไปจากร้านตามการจับจูงอย่างไม่มีทางเลือก

เดี๋ยวสิครับเฮย์โจว! จะรีบไปไหนกันครับ!” ผมพยายามจะยื้อให้เฮย์โจวเดินช้าลงหน่อยเพราะผมจะเดินตามไม่ทันอยู่แล้ว ขาก็สะเอ่อ หมายถึงก้าวได้ยาวน้อยกว่าผมแล้วทำไมถึงเดินเร็วกว่าผมได้ล่ะเนี่ย

ไปเดท

งะ! อุ่กรีบก็รีบครับเมื่อการประท้วงไม่เป็นผลสำเร็จผมจึงต้องคล้อยตามแล้วรีบก้าวขึ้นไปเดินอยู่ข้างๆ รีไวล์เฮย์โจว เอาความจริงเลยนะ ผมก็ตั้งตารอเดทครั้งนี้อยู่เหมือนกัน ถึงมันจะเป็นเดทอย่างกะทันหันแต่เพราะมันเป็นการเดทจริงๆ ครั้งแรกของผมกับรีไวล์เฮย์โจว ผมจึงอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นและรีบเร่งเพื่อไปให้ถึงสถานที่เดทโดยเร็วไม่ได้


ลานสกี รีสอร์ต และดินเนอร์สุดหรู ไม่ว่าอะไรก็ดูเป็นการเดทที่เฟอร์เฟคสุดๆ! จนผมแทบอดใจรอให้ไปถึงลานสกีเร็วๆ ไม่ไหวแล้วสิ (><)



———————————————30%


เกร็ดหิมะทับถมเป็นชั้นหนาจนพื้นดินกลายเป็นสีขาวโพลน อากาศสดใส สายลมเอื่อย และแสงแดดที่สาดส่องให้ความอบอุ่นทำให้พื้นหิมะสะท้อนแสงเป็นประกายระยิบระยับ ผมได้แต่ส่งเสียงร้องว้าวออกมาหลายต่อหลายครั้งด้วยความทึ่งกับทิวทัศน์ตรงหน้า ถึงผมจะเคยไปลานสกีอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะเห็นภาพวิวธรรมชาติได้อย่างรอบทิศเหมือนที่นี่ ต้องขอยอมรับเลยว่าวิวธรรมชาติของสวิสเซอร์แลนด์มันทำให้ผมทึ่งได้ตลอดจริงๆ ตั้งแต่ระหว่างนั่งรถไฟสองชั้นอันโด่งดังจนมาถึงที่นี่แล้วผมก็ยังไม่เลิกร้องว้าวสักที

โฮ่ย! ไปกันได้แล้ว

ว้าว…! อะ! ครับผมหันหลังให้ภาพวิวตรงหน้าแล้วเดินตามรีไวล์เฮย์โจวไปหลังจากยืนรอเฮย์โจวเช็คอินที่รีสอร์ตเสร็จ เฮย์โจวบอกผมระหว่างนั่งรถไฟมาที่นี่ว่าทั้งรีสอร์ตและดินเนอร์ถูกจองเอาไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนแรกผมก็คิดว่าเฮย์โจวคงวางแผนไว้แล้วว่าจะพาผมมาที่นี่แต่คนวางแผนกลับเป็นแม่ของผมที่ไหว้วานรีไวล์เฮย์โจวให้ไปจองห้องพักพร้อมดินเนอร์เอาไว้ให้โดยไม่ยอมบอกก่อนว่าคนที่จะพักคือพวกผมเอง แม่นะแม่ ไม่รู้จะดีใจหรือหนักใจเลยดีที่แม่สนับสนุนพวกผมขนาดนี้ ( - -;)

คิดดีแล้วใช่ไหมเลือกไอ้นั่นรีไวล์เฮย์โจวมองจ้องมายังสิ่งที่ผมถืออยู่ ผมจึงก้มลงมองไอ้นั่นที่รีไวล์เฮย์โจวหมายถึงในมือของตัวเองก่อนจะพยักหน้าให้

ครับ ผมเคยเล่นสโนว์บอร์ดตอนมัธยม ถึงจะไม่ได้เล่นมาหลายปีแล้วแต่ผมก็มั่นใจว่าฝีมือยังไม่ตกนะครับผมยิ้มพร้อมกับยกสโนว์บอร์ดขึ้นมาข้างกายอย่างมั่นใจ รีไวล์เฮย์โจวหรี่ตามองอย่างไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่แต่ก็ปล่อยผ่านไปแล้วถือสโนว์บอร์ดของตัวเองเดินนำออกไปยังลานหิมะก่อน

มาถึงยังลานหิมะที่เอาไว้ใช้เล่นสกีและสโนว์บอร์ด มีนักท่องเที่ยวอยู่หลายคนกำลังเล่นทั้งสกีและสโนว์บอร์ดอยู่ข้างๆ ผม คงเพราะวันนี้อากาศดีคนถึงเดินทางมาลานสกีกันเยอะแบบนี้ บรรยากาศอันคึกคักทำให้ความตื่นเต้นของผมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ผมติดสโนว์บอร์ดเข้ากับรองเท้าแล้วลองยืนดู แต่ยืนได้ไม่เท่าไหร่ก็โงนเงนจนสุดท้ายก็หลายหลังหล่นตุบลงไปนอนกองอยู่บนลานหิมะ

ตุบ!

มั่นใจว่าฝีมือไม่ตก?” รีไวล์เฮย์โจวยกยิ้มมุมปากอย่างล้อๆ เมื่อผมล้มหงายหลังลงพื้นอีกรอบหลังจากเพิ่งยืนขึ้นได้ ทำเอาผมรู้สึกหงุดหงิดกับรอยยิ้มมุมปากนั่นจริงๆ

ฮึ่ม! แรกเริ่มมันก็ต้องมีปรับตัวกันก่อนสิครับ!” ผมทำหน้าหงุดหงิดแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้งในขณะที่รีไวล์เฮย์โจวเพียงแค่เลิกคิ้วส่งมาให้ผมเหมือนจะถามว่าเหรอ?’ คอยดูนะ ผมจะเล่นอย่างโปรให้ดูเลย!

หมายมั่นในใจเอาไว้แบบนั้นแล้วผมก็ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงได้สำเร็จ ผมยกยิ้มกับตัวเองเมื่อลองขยับแล้วไม่ล้มหงายหลังเหมือนกับเมื่อกี้ แต่เมื่อหันไปมองข้างตัวเพื่อจะโชว์ความสำเร็จให้กับอีกคนดูก็กลับพบว่าข้างกายนั้นว่างเปล่า ผมลองมองหาดูรอบๆ แล้วก็เห็นแผ่นหลังไวๆ ของคนที่ตามหาแล่นสโนว์บอร์ดลงไปจากลานหิมะนำหน้าผมไปแล้ว 

รอด้วยสิครับ!!” ผมตะโกนตามหลังรีไวล์เฮย์โจว เฮย์โจวจึงโบกมือไหวๆ ส่งมาให้ผมจากที่ไกลๆ แล้วชะลอสโนว์บอร์ดลงรอผม 

ผมค่อยๆ ขยับสโนว์บอร์ดให้ไถลลงไปบนลานหิมะอย่างช้าๆ และมั่นคง แล้วพอรู้สึกว่าตัวเองควบคุมสโนว์บอร์ดได้ดีแล้วผมก็เริ่มแล่นไถลลงไปให้เร็วกว่าเดิมด้วยความสนุก สายลมเย็นปะทะใบหน้าทำให้ผมรู้สึกสะท้านเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้ลดความตื่นเต้นจากการเล่นสโนว์บอร์ดครั้งแรกในรอบหลายปีของผมลง โชคดีที่มีแว่นกันลมไม่งั้นความเร็วขนาดนี้ผมคงได้เผลอหลับตาแน่ๆ 

แต่ขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับสายลมและความเร็ว ภาพพื้นราบด้านหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็ทำให้ผมฉุกคิดได้ว่าตัวเองควรชะลอความเร็วลงได้แล้ว แต่กว่าจะรู้สึกตัวก็เหมือนจะสายไปเพราะภาพพื้นด้านล่างลานหิมะอยู่ใกล้จนผมแทบเอื้อมมือสัมผัสได้ ทำไงดี! ลงไปแบบนี้ถ้าล้มอย่างเดียวก็ไม่เท่าไหร่แต่ขืนชนคนอื่นเข้าได้เป็นเรื่องแน่ๆ! ขณะที่ผมกำลังแตกตื่นจนลืมไปว่าต้องเบรกฉุกเฉินยังไงสโนว์บอร์ดถึงจะหยุดได้ ภาพด้านหน้าที่เปลี่ยนไปในเสี้ยววินาทีก็ทำเอาผมแทบร้อง

หมับ!

อะ…!”

อุ๊บ!” ผมล้มตัวลงด้านหน้าอย่างไม่ทันคิดทำให้คนที่เข้ามารับตัวผมเอาไว้หงายหลังล้มลงไปบนพื้นหิมะอย่างทรงตัวไม่อยู่

ตุบ!

น้ำหนักของผู้ชายสองคนทำให้พื้นหิมะหนาเกิดหลุมขนาดใหญ่ ผมเงยหน้าขึ้นจากจากอกหนาก็เห็นดวงตาสีเทากำลังมองผมอยู่ด้วยแววตาดุๆ

ใครสั่งใครสอนให้แกล้มเอาหน้าลงห๊า!” 

อ่าขอโทษครับ (;;. .)” ผมก้มหน้าลงอีกครั้งอย่างสำนึกผิด แต่ก่อนที่คนที่ช่วยผมไว้จะได้เทศนาผมไปมากกว่านี้เสียงเล็กๆ ก็ดังขัดขึ้นจากด้านข้าง

ถ้าจะล้มปะป๊าบอกว่าห้ามเอาหน้าลงนะคะพี่ชาย มันอันตรายเด็กหญิงที่อายุไม่น่าจะเกินสิบขวบและมัดผมทรงทวินเทลมองผมที่ยังคงล้มอยู่ท่าเดิมด้วยดวงตากลมโตอย่างใสซื่อ

เอ่อครับ ว่าแต่เราเป็นใครเอ่ย แล้วทำไมถึงได้อยู่คนเดียวล่ะครับผมถามเด็กหญิงระหว่างที่รีไวล์เฮย์โจวช่วยดันผมให้ลุกขึ้นได้สำเร็จ มองไปรอบๆ ก็ไม่พบเห็นคนที่น่าจะเป็นผู้ปกครองของเด็กคนนี้เลย หรือว่าจะเป็นเด็กหลง? ผมคิดกับตัวเองระหว่างที่เด็กหญิงก็แนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้ม

หนูชื่อแอลค่ะ ปะป๊าบอกให้แอลรออยู่ตรงนี้เด็กหญิงพูดจาฉะฉานทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมาอย่างรู้สึกเอ็นดู

แอล ชื่อน่ารักจังครับ ผมชื่อเอเลน ส่วนคนนี้เฮย์เอ่อ รีไวล์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พี่เอเลน พี่รีไวล์แอลตอบกลับมาด้วยความร่าเริงพลางยิ้มกว้าง

โฮ่ย ไม่มีใครเคยสอนรึไงว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้ารีไวล์เฮย์โจวที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นพร้อมทำหน้าดุ (ความจริงก็หน้าแบบปกตินั่นแหละครับ แต่เด็กอย่างแอลมองคงเห็นว่าดุ)

มะม๊ากับคุณครูเคยสอนค่ะ แต่ปะป๊าบอกว่าการให้ความช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วพี่เอเลนก็ดูต้องการความช่วยเหลือด้วยนะคะแอลตอบรีไวล์เฮย์โจวไปอย่างชาญฉลาด แต่ผมนี่สิโดนเต็มๆ เลยครับ! นี่การเล่นสโนว์บอร์ดของผมมันดูแย่ขนาดที่ต้องให้เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบมาเป็นห่วงเลยเหรอ!

แอล!!” น้ำเสียงร้อนรนของชายหนุ่มดังขึ้นมาจากด้านหลัง แอลมองเลยไหล่พวกผมไปแล้วก็ยกยิ้มกว้างขึ้นจนตาปิด

ปะป๊า!” แอลวิ่งไปหาคนที่ตนเรียกว่าปะป๊าทำให้ผมกับรีไวล์เฮย์โจวหันหลังไปมองตามแล้วก็ต้องตกใจกับบุคคลที่กำลังยกอุ้มแอลขึ้นในอ้อมแขน

เอะ!?”

หา…?”

หะ!! หะ..หัวหน้า!? เอเลน!?!?” ปะป๊าของแอลมองพวกผมด้วยแววตาตกตะลึงไม่ต่างกัน ความเงียบดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เมื่อต่างฝ่ายต่างพูดอะไรไม่ออก แอลมองปะป๊าตัวเองกับพวกผมสลับกันไปมาด้วยความงุนงง รีไวล์เฮย์โจวที่ดูจะตั้งสติได้ไวที่สุดจึงเป็นคนเริ่มบทสนทนาขึ้น

เอิร์ธ จิน?”

“…ครับ ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ หัวหน้ารีไวล์ เอเลนเอิร์ธซังดูสับสนนิดๆ ก่อนจะตอบ แต่ในที่สุดก็แย้มรอยยิ้มออกมา

ครับ! ไม่ได้พบกันนานเลย เอิร์ธซังสบายดีนะครับ!” ผมยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นกับการบังเอิญเจอกันในครั้งนี้ ว้าว! ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มาบังเอิญเจอกับเอิร์ธซังที่นี่ แถมยังมีลูกสาวที่น่ารักอย่างแอลพ่วงมาด้วยอีกคน

ฉันสบายดี นายก็สบายดีเหมือนกันสินะเอเลนเอิร์ธซังเว้นช่วงพูดไปแล้วมองผมสลับกับรีไวล์เฮย์โจวก่อนจะยิ้มออกมาจนผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนขึ้นเพราะรอยยิ้มนั้น ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรหรอกนะแต่การที่มีคนรู้ว่าผมกับรีไวล์เฮย์โจวกำลังเดทกันอยู่เพียงแค่มองดูเนี่ยมันก็ทำเอาผมอดรู้สึกอายนิดๆ ไม่ได้

คะ..ครับ!” ผมตอบตะกุกตะกักด้วยความอายและหลบสายตาของเอิร์ธซังไปทางอื่น แต่ก็ดันสบเข้ากับดวงตาสีเทาเข้าพอดิบพอดี ทำเอาใบหน้าของผมรู้สึกร้อนขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมจึงต้องยกผ้าพันคอขึ้นสูงเพื่อปิดบังพวงแก้มแดงๆ ของตัวเอง

อย่าแกล้งให้มากนัก เจ้านี่ยังเป็นแค่เด็กเหลือขออยู่รีไวล์เฮย์โจวพูดเหมือนจะปกป้องแต่ก็ฟังดูตะหงิดๆ จนผมต้องแอบลอบมองคนข้างๆ ผ่านผ้าพันคอที่ยกขึ้นสูง นี่สรุปเฮย์โจวพูดเพื่อช่วยหรือเพื่อด่าผมกันแน่เนี่ย?

ฮ่าๆๆ ผมไม่ได้ตั้งใจเลยนะครับ แต่ดูเหมือนจะกลายเป็นแบบนั้นไป…”

ปะป๊าแอลพูดแทรกขึ้นระหว่างที่เอิร์ธซังกำลังจะพูดอะไรต่อ ทำให้เอิร์ธซังหันไปมองแอลในอ้อมแขนก่อนจะทำท่านึกอะไรขึ้นได้

จริงด้วยสิ! ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับเพราะมะม๊าของแอลรออยู่ เอาไว้มีโอกาสผมจะไปพบทั้งสองคนอีกครั้งนะครับพร้อมกับพามะม๊าของแอลไปด้วย

เออรีไวล์เฮย์โจวพูดตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะยื่นนามบัตรของร้านไปให้กับเอิร์ธซัง

รีเอลคาเฟ่…?” เอิร์ธซังอ่านชื่นร้านบนนามบัตรแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ก่อนที่เอิร์ธซังจะได้พูดอะไรต่อแอลก็สะกิดให้เอิร์ธซังรีบไปหามะม๊า เอิร์ธซังจึงต้องขอตัวจากไปด้วยใบหน้ามึนๆ พร้อมกับแอลที่โบกมือบ๊ายบายพวกผมทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม

เอิร์ธซังคงตกใจน่าดูเลยนะครับที่รู้ว่าเฮย์โจวเปิดร้านคาเฟ่ผมยกยิ้มเมื่อนึกถึงสีหน้าของเอิร์ธซังก่อนเดินจากไป

มันน่าตกใจ?”

ใช่สิครับ! ใครจะไปคิดล่ะครับว่าพอเกิดใหม่แล้วมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างหัวหน้าทหารรีไวล์จะมาเปิดร้านคาเฟ่ แถมยังเป็นคนทำขนมอีก สำหรับพวกผมที่เคยอยู่ใต้สังกัดของเฮย์โจวเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดช็อกแห่งปีเลยนะครับ!”

ขนาดนั้น?”

ขนาดนั้นเลยครับ!” ผมตอบแล้วยกยิ้มอย่างขำๆ เป็นเรื่องสุดช็อกแห่งปีจริงๆ นั่นแหละ ตอนที่ผมได้รู้ว่ารีไวล์เฮย์โจวเป็นปาติซิเย่วันแรกนี่ทำเอาผมแทบพูดอะไรไม่ออกไปทั้งวันเลย

หืม…” รีไวล์เฮย์โจวส่งเสียงออกมาจากลำคออย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

เฮย์โจว! ขึ้นไปกันอีกรอบเถอะครับ!” ผมพูดอย่างตื่นเต้นแล้วถือสโนว์บอร์ดเดินนำรีไวล์เฮย์โจวไปทางลิฟต์ที่ใช้ขึ้นไปยังลานสกีด้านบน

ยังไม่เข็ด?”

ผมเพิ่งเล่นไปรอบเดียวเองนะครับ แล้วตอนนั้นผมก็แค่ตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย รอบนี้รับรองว่าผมจะล้มเอาหลังลงแน่นอนครับ!”

แกยังคิดจะล้มอีกกี่ครั้ง ( -_- )”

เอ่อเอาเป็นว่าขึ้นไปกันก่อนเถอะครับ!” ผมหาทางเลี่ยงตอบโดยการทำเป็นเดินนำไปข้างหน้า แต่ก็ยังรู้สึกถึงสายตาที่มองอย่างทิ่มแทงมาด้านหลังไปตลอดทาง คิดว่าขึ้นไปด้านบนรอบนี้เฮย์โจวต้องจับผมฝึกพิเศษก่อนจะได้ลงมาแน่นอนเลยล่ะครับ TwT


ไม่ผิดจากที่คิดมากนักในตอนเย็นย่ำของวันเดียวกัน ผมใช้สโนว์บอร์ดลงจอดด้านล่างของลานสกีได้อย่างสวยงามก่อนหมดวันในที่สุด รีไวล์เฮย์โจวสอนผมไม่ต่างไปจากการฝึกทหารเลยสักนิด สงสัยจะติดมาจากตอนเป็นทหาร แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ออกจะรู้สึกคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะเมื่อก่อนเฮย์โจวก็เคยสอนผมแบบนี้เหมือนกันตอนอยู่หน่วยสำรวจ

เวลาตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยออกจากลานสกีกันแล้ว พระอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงทำให้ทุ่งหิมะสีขาวโพลนถูกย้อมจนกลายเป็นสีนวลสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามตกดินจนดูเหมือนทะเลทราย ถ้าไม่ติดว่าความเย็นบนฝ่าเท้ายามย่ำลงไปบนพื้นหิมะดึงสติผมออกมาจากจินตนาการซะก่อน จะว่าไปแล้วชุดนี้ผมก็ไม่ได้เตรียมมาเพื่อลุยกับหิมะหนาขนาดนี้ หลังเปลี่ยนชุดคืนกับทางลานสกีผมก็ได้สัมผัสกับคำว่าหนาวอย่างแท้จริง เพราะชุดที่สวมอยู่ไม่ได้ทนทานขนาดจะเอามาใส่ลุยภูเขาหิมะแบบนี้ได้

พรึบบ

อะ! ว้าว ขอบคุณครับ เฮย์โจวไปเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาจากไหนครับผมถามพลางกระชับสวมเสื้อโค้ทตัวหนาที่รีไวล์เฮย์โจววางให้ไว้บนไหล่เข้ากับตัว

ซื้อ

อ๋อ ซื้อนี่ซื้อมาเหรอครับ!?” ผมหันขวับไปมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าเฮย์โจวจะถึงขนาดซื้อเสื้อโค้ทตัวใหม่ ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าอากาศมันหนาว(มาก)แต่ก็ไม่ต้องถึงขนาดซื้อใหม่ก็ได้มั้ง

อืมรีไวล์เฮย์โจวตอบอย่างไม่สะทกสะทานใดๆ ทำเอาคำค้านของผมถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ ดูท่าแล้วถึงผมจะเถียงอะไรไปเฮย์โจวก็คงไม่สนใจสินะ เฮ้อออ

จะกลับรึยัง

ถึงเวลาดินเนอร์แล้วเหรอครับ

อีกชั่วโมง

อ๋องั้นผมมีบางอย่างต้องทำก่อนครับ! ^^”

อะไร?” รีไวล์เฮย์โจวถามพลางขมวดคิ้วเมื่อจู่ๆ ผมก็ยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย ผมคิดมาสักพักแล้วว่าอยากจะทำความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปของผมกับรีไวล์เฮย์โจวให้มันชัดเจนสักที ไม่ใช่ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ดีหรอกนะ แต่ผมอยากจะเลื่อนสถานะจากกำลังดูใจกันไปเป็นคนรักสักที

เฮย์โจว ช่วยอยู่นิ่งๆ สักพักนะครับผมพูดแล้วเดินเข้าไปใกล้รีไวล์เฮย์โจวขึ้นเรื่อยๆ

แกจะทำโฮ่ย!”

นิ่งๆ สิครับผมพูดขึ้นอีกเมื่อรีไวล์เฮย์โจวทำท่าจะถอยห่างออกไป ก่อนจะจัดการสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วก้าวถอยหลังออกมาสร้างระยะห่างระหว่างตัวเองกับรีไวล์เฮย์โจวอีกครั้ง

“…!!!” รีไวล์เฮย์โจวทำหน้างงในตอนแรกแต่พอก้มลงมองสิ่งที่ผมสวมให้เมื่อกี้ดวงตาสีเทาก็เบิกกว้างอย่างตกใจ และนั่นก็เป็นปฏิกิริยาที่ผมต้องการเลย

รีไวล์เฮย์โจว

“…..” เมื่อผมเรียกรีไวล์เฮย์โจวก็เงยหน้าขึ้นมานิ่งๆ และยังคงเงียบเพื่อรอฟังว่าผมจะพูดอะไรต่อ

ผมรักเฮย์โจวครับ เป็นแฟนกับผมนะครับ!” ผมสารภาพรักพลางยิ้มกว้างแต่รีไวล์เฮย์โจวกลับยังไม่พูดอะไรและเอาแต่จ้องหน้าผมนิ่งอยู่แบบนั้น

“…..”

เฮย์โจว…?” ผมกระพริบตาปริบๆ มองรีไวล์เฮย์โจวอย่างสับสนเพราะอีกคนนิ่งไปเลยและไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ แม้ผมจะยกมือโบกไปมาตรงหน้า

หึฮ่าๆๆๆๆแต่แล้วจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแบบที่ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน เอ่อผมสารภาพรักแล้วโดนหัวเราะใส่นี่ควรจะรู้สึกยังไงดี?

อื้มคำสารภาพรักของผมมันน่าขำขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ผมเอียงคอถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ เฮย์โจวจึงหยุดหัวเราะแล้วกลับมาทำหน้านิ่งตามเดิมเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะเปลี่ยนอารมณ์ไวเกินไปแล้ว!

เปล่า คำสารภาพรักของแกไม่ได้น่าขำ

แล้วเฮย์โจวหัวเราะอะไรครับ?” ผมยังคงงงไม่หายจึงได้แต่เอียงคอมองรีไวล์เฮย์โจวพลางกระพริบตาปริบๆ ระหว่างรอคำตอบ

ฉันขำเพราะแกเพิ่งขอฉันเป็นแฟนต่างหาก

อ้าว การที่ผมขอเฮย์โจวเป็นแฟนมันน่าขำตรงไหนกันครับ?”

ฉันเกือบจะปล้ำแกไปตั้งกี่รอบ นี่แกยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าแกเป็นแฟนฉันตั้งนานแล้วรีไวล์เฮย์โจวเน้นคำว่าปล้ำชัดเจนจนเหมือนจะแกล้ง และมันก็ได้ผลเพราะใบหน้าของผมเห่อร้อนขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินคำนั้น ว่าแต่นี่ผมไปตกลงเป็นแฟนกับรีไวล์เฮย์โจวตอนไหน!?

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ!? ผมจำไม่เห็นได้เลยว่าเราเคยพูดถึงเรื่องเป็นแฟนอะไรพวกนี้ด้วย!”

ตั้งแต่แรก

แล้วไอ้ตั้งแต่แรกนี่มันเมื่อไหร่ล่ะครับ!” ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้เฮย์โจวระบุวันอย่างชัดเจนไขความกระจางไม่ต้องให้ผมงงอยู่แบบนี้ แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจออกมาแทน

เฮ้ออ แกนี่มันเด็กเจ้าปัญหาจริงๆ

ทำไมผม…!!” ผมตกใจเมื่อจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ดึงมือผมเข้าไปใกล้ แต่ก่อนที่ผมจะได้โวยวายอะไรเฮย์โจวก็สวมบางอย่างลงบนข้อมือของผม

งั้นฉันจะใช้นี่เป็นหลักฐาน ว่าแกเป็นแฟนของฉันรีไวล์เฮย์โจวยกมือผมขึ้นมาก่อนจะจูบลงไปเบาๆ บนสิ่งที่สวมอยู่บนข้อมือของผม 

ตึกตัก ตึกตักๆ ตึกตักๆๆ

หัวใจของผมเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งยามเมื่อรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าที่ปกติจะเรียบดุ สร้อยข้อมือสีเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ตกดินจนกลายเป็นสีทอง จี้เล็กๆ รูปแพนเค้กและหมวกสีขาวทรงสูงขยับไหวไปตามสายลมเคลื่อนผ่าน ผมก้มลงมองสร้อยบนข้อมือตัวเองอย่างเหม่อลอย ไม่ค่อยแน่ใจว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมว่าผมเป็นคนขอรีไวล์เฮย์โจวเป็นแฟนนะ แต่ทำไมตอนนี้มันกลับกลายเป็นเหมือนเฮย์โจวกำลังเป็นคนขอผมเป็นแฟนแทนล่ะ! นี่พวกเราสลับตำแหน่งกันตั้งแต่เมื่อไหร่!?

นี่มันอะไรกันครับผมพูดด้วยสติที่ยังไม่เข้าร่องเข้ารอยและสายตายังคงไม่ละออกไปจากสร้อยที่อยู่บนข้อมือตรงหน้า

กุญแจมือดูตอบเข้า! คำตอบของรีไวล์เฮย์โจวทำเอาสติที่ลอยหายไปไกลของผมกลับเข้าร่างอย่างทันทีทันใด วันนี้เห็นเฮย์โจวพูดอะไรได้ปากตรงกับใจมากกว่าปกติเลยเผลอได้ใจ แต่ลองได้ตอบผมมาแบบนี้สงสัยคงหมดโควต้าของวันแล้วล่ะมั้ง

นี่เฮย์โจวคิดจะจับผมเหรอครับ

ไม่คิด แต่ทำ

พรึบ!

อะ! ทะ..ทำอะไรน่ะครับ!” ผมเสียงตะกุกตะกักด้วยความตกใจเพราะจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้แน่นไม่สนคนที่เดินผ่านกันไปมา

ทีนี้เข้าใจรึยังว่าแกเป็นแฟนของฉันเสียงกระซิบข้างหูสร้างความรู้สึกจั๊กจี้จนผมต้องเอียงคอหลบ แต่ก็หลบไปไหนไม่ได้เพราะเฮย์โจวยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของผมให้เป็นอิสระ

ขะ..เข้าใจแล้วครับ ปะ ปล่อยได้รึยังครับ…” ผมมุดหน้าลงกับลาดไหล่ของรีไวล์เฮย์โจวด้วยความรู้สึกอาย ตอนแรกก็อายเพราะคนมองอยู่หรอก แต่ตอนนี้ผมอายเพราะหัวใจตัวเองมันเต้นแรงเกินไปจนกลัวว่าเฮย์โจวจะได้ยินถ้ายังอยู่ใกล้กันต่อไปแบบนี้มากกว่า!

ยัง

ตะ แต่ผม…!”

อยู่นิ่งๆรีไวล์เฮย์โจวพูดเสียงกระซิบแล้วงับลงมาบนใบหูของผมเบาๆ แต่ทำเอาผมสะดุ้ง

“…!!! ฮะ เฮย์โจว! อื้อออย่าแกล้งผมผมส่งเสียงอู้อี้ออกไปจากลำคอขณะที่ใบหน้าก็ยังคงไม่เงยขึ้นจากไหล่กว้าง ผมได้ยินเสียงรีไวล์เฮย์โจวหัวเราะอยู่ข้างหูจึงลงมือทุบหลังอีกคนไปหน่อยด้วยความหมั่นไส้ และโชคดีที่เฮย์โจวไม่ได้เอาคืนแต่ก็ยังคงกอดผมต่อไปแบบนั้นโดยไม่มีท่าทีจะปล่อยผมให้เป็นอิสระในเร็วๆ นี้

สายลมพัดผ่านนำละอองหิมะลอยขึ้นมาสร้างความหนาวเย็นในชั้นบรรยากาศ แต่บริเวณที่ผมอยู่ตอนนี้มันกลับอบอุ่นจนเกือบร้อนเพราะอ้อมกอดของใครบางคนบวกกับความร้อนบนใบหน้าของผมเอง พระอาทิตย์ยังคงคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ แต่อ้อมกอดก็ยังไม่คลายออกแม้แสงสีทองสุดท้ายที่ย้อมเนินหิมะให้กลายเป็นทะเลทรายจะค่อยๆ ลาลับไปจากฟากฟ้าแล้วก็ตาม


ดินเนอร์สุดหรูมีความหรูหราสมคำโฆษณา เพราะนอกจากอาหารจะถูกสร้างสรรค์ด้วยวัตถุดิบราคาแพงแล้วยังถึงขนาดมีเชฟมาเสริฟอาหารถึงที่! ดินเนอร์ของพวกผมถูกจัดขึ้นภายในห้องของรีสอร์ตที่พวกผมพักอยู่ เชฟของทางรีสอร์ตเดินทางมาถึงที่พักเพื่อทำอาหารรับรองให้พวกผมด้วยตัวเอง โดยมีบริกรคอยบริการพวกผมอยู่ข้างโต๊ะไม่ห่าง ดินเนอร์มื้อนี้จึงทั้งเป็นส่วนตัวและให้บรรยากาศหรูหราแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน สมกับเป็นตอนจบของการเดทที่สมบูรณ์แบบจริงๆ 

หลังจบดินเนอร์รีไวล์เฮย์โจวก็บอกให้ผมเข้าไปอาบน้ำด้วยกันแต่ผมปฏิเสธหัวชนฝา เกือบจะได้มีเรื่องกันเพราะแค่เรื่องอาบน้ำแต่สุดท้ายแล้วผมก็ได้อาบน้ำคนเดียวสมใจ หลังอาบน้ำเสร็จด้วยความสบายใจผมเลยมานั่งเล่นอยู่ภายในห้องนั่งเล่นเพื่อจะดูดาวผ่านกำแพงกระจกใสนี่สักหน่อย แต่โชคร้ายเพราะวันนี้ไม่ใช่วันฟ้าเปิดท้องฟ้าด้านนอกจึงแทบมืดสนิทเห็นดวงดาวเป็นจุดแต้มๆ อยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น พนักงานรีสอร์ตบอกผมว่าฟ้าพร่างดาวที่นี่สวยมากเพราะอยู่บนภูเขานักท่องเที่ยวหลายคนเลยพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนจะเอื้อมมือถึงดวงดาวได้เลย 

ผมยกมือข้างที่รีไวล์เฮย์โจวสวมสร้อยข้อมือให้เมื่อตอนเย็นขึ้นไปใกล้ท้องฟ้าด้านนอก แต่เพราะบนฟากฟ้าไม่ได้เต็มไปด้วยหมู่ดาวผมจึงไม่รู้สึกว่าจะเอื้อมมือไปถึงดวงดาวได้เหมือนที่คนอื่นๆ พูดกัน และเพราะตอนนี้ผมปิดไฟห้องนั่งเล่นจนมืดสนิทแสงไฟจากด้านนอกที่ส่องกระทบเข้ากับสร้อยสีเงินจึงทำให้ตัวสร้อยดูเหมือนจะเรืองแสงในความมืดและกลายเป็นดวงดาวซะเอง

มานั่งทำอะไรมืดๆเสียงของรีไวล์เฮย์โจวดังขึ้นด้านหลังแต่ผมไม่ได้หันไปมอง แล้วสักพักกลิ่นหวานๆ ก็ลอยเข้าจมูกบ่งบอกว่ารีไวล์เฮย์โจวได้มายืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่ผมนั่งอยู่แล้ว

ผมกะจะมานั่งดูดาวน่ะครับ แต่ก็กลับไม่มีดาวให้ดู

หืม” 

แล้วเฮย์โจว…!! เอ่อ…” ผมพูดอะไรไม่ออกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเจอกับหน้าท้องเปลือยเปล่าซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างน่าอิจฉา อะ! ไม่ใช่สิ! นี่ไม่ใช่เวลามาอิจฉานะเอเลน เยเกอร์!

จะจ้องอีกนานไหม

อะ! ขะ..ขอโทษครับ!” ผมก้มหน้ากลับมาด้วยใบหน้าแดงเรื่อ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองจ้องหน้าท้องรีไวล์เฮย์โจวอยู่นานเท่าไหร่แล้ว อ๊ากกกก! น่าอายจริงๆ! ผมกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงร้องว๊ากออกไป แต่สายตาไม่รักดีก็ยังคงแอบเหลือบไปมองด้านหลังเป็นระยะๆ จนได้เห็นสิ่งหนึ่งที่สะกดสายตาของผมเอาไว้นิ่ง

สร้อยคอที่ผมมักจะสวมติดตัวเสมอตอนนี้ถูกสวมอยู่บนลำคอของรีไวล์เฮย์โจว จี้รูปลูกกุญแจสีทองลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืด ผมนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองสวมสร้อยเส้นนี้ให้กับรีไวล์เฮย์โจวเมื่อตอนเย็นแล้วก็ได้แต่ขำออกมา อุตส่าห์วางแผนยกสร้อยเส้นนี้ให้กับเฮย์โจวเพื่อจะขอเฮย์โจวเป็นแฟนสักหน่อยแต่ดันโดนเฮย์โจวตลบหลังซะไม่มีเหลือเลย

เฮย์โจวรู้รึเปล่าครับว่ากุญแจดอกนี้ใช้ไขอะไรผมยกมือขึ้นไปจับจี้ลูกกุญแจที่ห้อยอยู่บนอกแกร่งแล้วหมุนมันไปมา ผมยังไม่เคยบอกรีไวล์เฮย์โจวเลยว่ากุญแจดอกนี้เป็นของจริง และมันก็ได้เก็บความลับบางอย่างของผมเอาไว้

อะไรล่ะรีไวล์เฮย์โจวก้มลงมองลูญกุญแจที่ถูกผมหมุนเล่นอยู่พลางถาม

สมบัติไงครับ

สมบัติ?”

ครับ สมบัติที่มีเพียงผมเท่านั้นที่รู้ว่าอยู่ที่ไหน~” ผมพูดแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกริ่มให้กับรีไวล์เฮย์โจว

หื้มม” 

เฮย์โจว…?” ผมกระพริบตาปริบๆ ทำหน้างงเมื่อจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็ยกมือขึ้นมาวางอยู่บนพวงแก้มของผมพลางค่อยๆ ก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และทันทีที่ผมรู้สึกตัวริมฝีปากหนาก็แนบสนิทลงบนริมฝีปากของผม

อื้อ…” ความหวานละมุนและความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งทำให้ผมส่งเสียงออกมาจากลำคอ ผมโอนอ่อนไปตามการชักนำของรีไวล์เฮย์โจวอย่างไม่มีขัดขืน แต่พอเฮย์โจวปรับองศาใบหน้าให้จูบได้อย่างแนบแน่นมากยิ่งขึ้นสติของผมก็แทบจะล่องลอยไปไกลทั้งอย่างนั้น

อื้ออทำอะไรน่ะครับผมพยายามดันตัวรีไวล์เฮย์โจวออกเมื่อเฮย์โจวละริมฝีปากออกไปแล้วพรหมจูบผมไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอจนผมเกิดความรู้สึกแปลกๆ ดวงตาสีเทาเงยขึ้นจ้องตรงมายังดวงตาของผมด้วยประกายไฟลุกโชดช่วงซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ ผมกลืนน้ำลายลงคอดังอึ๊กตั้งแต่รีไวล์เฮย์โจวยังไม่ทันได้พูดอะไร จนกระทั่งรีไวล์เฮย์โจวพูดขึ้นผมก็แทบหยุดหายใจไปเลย

ความอดทนฉันมีขีดจำกัด

หมายความเหวออออ!”

พรึบบ!

จะ..จะทำอะไรน่ะครับ!?” จู่ๆ ร่างกายผมก็ลอยขึ้นสูงจากโซฟา ผมจึงต้องวางมือลงบนไหล่หนาและเกาะเอาไว้แน่นเพราะกลัวตก รีไวล์เฮย์โจวสามารถยกผมได้ด้วยมือข้างเดียว นี่ตัวผมก็ไม่ได้เบานะแต่เฮย์โจวจะแข็งแรงเกินไปแล้ว!

เดี๋ยว…!” รีไวล์เฮย์โจวไม่พูดพร่ำทำเพลงและไม่ปล่อยโอกาสให้ผมได้พูดด้วย แล้วเดินดุ่มๆ เข้าห้องนอนไปเลยโดยที่มือข้างเดียวก็ยังยกตัวผมอยู่ด้วยท่าทีสบายๆ 

ตุบ!

อะ! ฮะ..เฮย์โจว…!” ผมแตกตื่นจนพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่ถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ เมื่อรีไวล์เฮย์โจวเริ่มคลานเข่าขึ้นมาบนเตียง มันควรจะจบการเดทด้วยดินเนอร์สุดหรูเมื่อตอนเย็นไม่ใช่เหรอ! แล้วสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไร!?

หื้ม?”

จะ..จะทำเอ่อ ผะ..ผม ผมยัง…!” รีไวล์เฮย์โจวยังคงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และผมก็พูดจาตะกุกตะกักจนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ขณะที่ผมยังคงคิดอะไรไม่ออกว่าควรทำยังไงดี ใบหน้าเรียบดุก็มาหยุดห่างออกไปจากใบหน้าของผมเพียงไม่ถึงคืบ

เอเลน

คะ..ครับ!”

ทำใจซะ

ครับ?…หา!? อะ!”





CUT (NC กดเลยค่ะ)





แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาหลังเปลือกตา ผมพลิกตัวหลบแสงแดดด้วยความง่วงงุนจนเผลอลืมไปว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง ความเจ็บปวดจึงเข้าเล่นงานช่วงเอวจนผมต้องร้องโอ๊ยออกมา

โอ๊ย!” ผมส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วลืมตาขึ้นแม้จะยังรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่พอ ภาพใบหน้ายามหลับสนิทของคนนอนข้างๆ จึงเป็นสิ่งแรกที่ถูกฉายเข้ามาในดวงตาของผม 

“…..” ผมยกมือขึ้นไปปัดปอยผมซึ่งปลิดปลิวปกใบหน้าของอีกคนออกให้ สายสร้อยสีเงินที่ยังถูกสวมอยู่บนข้อมือจึงลอยผ่านเข้ามาในสายตา ผมจะยกสร้อยข้อมือที่เพิ่งได้รับมาเมื่อวานเข้ามาดูใกล้ๆ แต่ก็โดนมือหนาของคนที่หลับอยู่จับข้อมือเอาไว้ก่อน

ตื่นเช้า…” น้ำเสียงงัวเงียอย่างคนง่วงนอนของรีไวล์เฮย์โจวที่ผมเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกทำให้ผมต้องยกยิ้มขึ้นมา อ่าถ้าผมไปบอกกับใครว่ารีไวล์เฮย์โจวน่ารักเขาจะหาว่าผมบ้าไหมนะ

อรุณสวัสดิ์ครับ เฮย์โจว

อืม…” รีไวล์เฮย์โจวตอบรับทั้งที่ยังไม่ลืมตาแล้วทำท่าจะหลับสนิทไปอีกรอบ ผมจึงจะดึงมือของตัวเองออกแต่ก็กลับโดนอีกคนจับเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

พรึบบ!

อะโอ๊ย!” ผมส่งเสียงร้องขึ้นหลังจากโดนรีไวล์เฮย์โจวลากเข้าไปกอด เฮย์โจวจึงลืมตาขึ้นมามองผมพลางขมวดคิ้ว

ยังเจ็บอยู่?”

ยังทั้งเจ็บทั้งเหนื่อยเลยล่ะครับ ก็เฮย์โจวเล่นไม่ยอมหยุดสักทีจนเกือบตีสาม! ( '^' )” ผมประท้วงหาความยุติธรรม แต่คำพูดต่อมาของรีไวล์เฮย์โจวก็ทำเอาผมแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี!

ได้ข่าวว่าเมื่อคืนแกเป็นคนขี่ฉันก่อนเอง

อุ่ก! นะ..นั่นมันเพราะเฮย์โจวแกล้งผมก่อนต่างหากครับ!”

โฮ่ ถ้าฉันแกล้งแกอีก แกก็จะขี่ฉันอีก?”

ชะไม่ใช่แล้วครับ!! ใครจะไปทำอีกล่ะครับเรื่องแบบนั้น!”

หื้มม แล้วจะคอยดู

ไม่ต้อง…! ฮึ่ม! เรื่องของเฮย์โจวแล้วกันครับ! (  '^')” ผมสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อเถียงสู้ไม่ได้ พอคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเมื่อคืนแล้วก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนี ตอนนั้นผมกล้าทำลงไปได้ยังไงไม่รู้แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่!…มั้ง อ๊ากกก! ไม่เกิดขึ้นอีกสิ! ไม่เกิดๆๆๆๆ!

ทำอะไรของแก?” รีไวล์เฮย์โจวขมวดคิ้วมองผมที่กำลังยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองอยู่ ผมจึงเงยหน้าขึ้นมองต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นด้วยความหงุดหงิดไม่หาย

ช่างผมเถอะครับ!”

เฮ้อออ แกนี่มันเด็กเจ้าปัญหาจริงๆรีไวล์เฮย์โจวกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแต่ผมยังงอนไม่หายจึงได้แต่ทำตัวแข็งตรงแน่วไม่ยอมให้อีกคนกอดผมได้ง่ายๆ

อรุณสวัสดิ์

“…..”

เอเลน

ฮึ่มห้ามแกล้งผมอีกนะครับไม่ใช่คำบอกรัก ไม่มีคำพูดหวานๆ แต่แค่รีไวล์เฮย์โจวเรียกชื่อจิตใจของผมก็อ่อนยวบจนยอมให้อีกคนกอดได้อย่างง่ายดาย 

ถ้าแกไม่ทำตัวน่าแกล้ง

แล้วผมไปทำตัวน่าแกล้งตอนไหนครับ!”

ตอนนี้

หะ!?”

น่ารักและน่าแกล้ง

“…!!! ฮึ่มเวลาผู้ชายถูกชมว่าน่ารักมันไม่น่าดีใจหรอกนะครับ (///'^')” ผมพูดพึมพำเสียงเบาแต่ก็แน่ใจว่าอีกคนได้ยิน แล้วมุดใบหน้าลงในผ้าห่มไม่ให้รีไวล์เฮย์โจวเห็นว่าตอนนี้หน้าผมแดงมากแค่ไหน ปกติเวลาถูกชมว่าน่ารักผมก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ แต่ไม่รู้ทำไมพอรีไวล์เฮย์โจวเป็นคนชมผมกลับหุบยิ้มไม่ได้

เอเลน

อะระอื้อ!” รีไวล์เฮย์โจวประกบริมฝีปากลงมาอย่างแนบแน่นแต่ก็ไม่ได้รุกล้ำ และเพียงแค่แป็บเดียวก็ผละออกไป ปล่อยให้ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงกับจูบกะทันหันครั้งนี้ เอ เมื่อกี้จูบอรุณสวัสดิ์?

ฉันอยากทำ

หะ?”

อยากทำ

ห๊า…?”

อยาก…”

ตุบ!

ไม่ต้องมาปากตรงกับใจเฉพาะตอนแบบนี้เลยนะครับ! ผมไม่ให้ทำครับ! เจ็บ! เหนื่อย! อะ! แล้วนั่นคิดว่ามือตัวเองกำลังอยู่ตรงไหนกันครับ! เลื่อนกลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลยนะครับ! เฮย์โจว! เฮ้! เฮย์โจว!!” ผมใช้หมอนสู้รบกับรีไวล์เฮย์โจวอยู่นานกว่าสุดท้ายจะพาตัวเองออกเป็นเอกเทศได้สำเร็จ ไอ้เราก็นึกว่าจะมีคำบอกอรุณสวัสดิ์หวานๆ หลังจากจูบ แต่ดันกลายเป็นคำว่าอยากทำออกมาแทน บทจะปากตรงกับใจก็ช่วยใช้ในสถานการณ์ที่มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ! มาแนวคุณลุงหื่นๆ แบบนี้บางทีผมก็รับไม่ไหวนะ!

เฮย์อื้ออ!” รีไวล์เฮย์โจวโยนหมอนในมือผมลงกับพื้นแล้วพลิกตัวขึ้นมาคล่อมตัวผมได้สำเร็จ ริมฝีปากร้อนประกบลงมาทันทีไม่ปล่อยโอกาสให้ผมได้พูด ถ้อยคำประท้วงทั้งหมดจึงถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอไม่ได้เปล่งออกมา อ่าเทคนิคการจูบของเฮย์โจวและกลิ่นขนมหวานที่ติดตัวนี่กำลังจะทำให้สติผมหลุดลอยไปอีกแล้วสิแต่ไม่ได้ๆ! ผมจะมายอมให้ตัวเองมอมเมาไปมากกว่านี้ไม่ได้!

ผมพยายามจะดึงสติตัวเองคืนมา แต่ก็กลับพบว่ามือของผมกำลังคล้องอยู่รอบคอของรีไวล์เฮย์โจวเอาไว้แน่น อ่าท่าทางเช้านี้ของผมจะอีกยาวววววเลยล่ะครับ















----------------------------------100%

ห่างหายไปหลายวันในที่สุดก็ได้กลับมาค่าาา 

ตอนแรกก็จะหวานเลี่ยนแต่ไปๆ มาๆ NC โผล่มาจากไหนไม่รู้ค่ะ ฮาาาา

ไรท์ยังเป็นยังเป็นนักแต่ง NC มือใหม่อาจจะมีขาดๆ เกินๆ ไปบ้างรีดเดอร์ให้คำติชมแนะนำมาได้เลยนะคะ

สุดท้ายสำหรับตอนต่อไปจะเป็นตอนจบแล้วค่าา

ตอนสุดท้ายที่ยังไม่ท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร โปรดรอติดตามกันในเร็ววันค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:58
    เอเลนโดนเฮย์โจวจับกลืนลงท้องแย้ววว เย้
    #70
    0