(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 13 : Recipe 12 : Pasta Candies (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    24 ต.ค. 61



I will embrace you with all my heart


ผมทิ้งห้องผู้ป่วยเอาไว้เบื้องหลังแล้วเดินออกมาจากโรงพยาบาล ผมไม่แน่ใจว่าที่ทำอยู่นี้มันถูกต้องรึเปล่า แจนไม่ต้องการพบอาร์มินแต่มันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากอาร์มินเป็นคนมาพบแจนเอง เมื่อเช้านี้ก่อนที่ผมกับรีไวล์เฮย์โจวกำลังจะออกไปซื้อของกันพวกเราก็พบว่าอาร์มินได้มายืนส่งยิ้มอยู่หน้าบ้านพร้อมกับกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบแล้ว อาร์มินบอกว่าเขารู้เรื่องแจนมาจากแม่ของผมก็เลยเดินทางมาที่นี่ แต่แม่ผมยังเคลียงานไม่เรียบร้อยเลยจะตามมาทีหลังในเร็วๆ นี้

เค้กวันเกิดที่ผมกะว่าจะให้รีไวล์เฮย์โจวสอนทำเลยกลายเป็นว่าไม่ใช่ผมแต่เป็นอาร์มินที่เป็นทำเค้กให้กับแจนเอง ผมหวังว่าคนบนห้องผู้ป่วยนั้นจะฉลองงานวันเกิดกันอย่างราบรื่นแต่ก็อดกังวลไม่ได้กับท่าทีของแจนเมื่อกี้นี้เลยเผลอเหลียวหลังกลับไปมองห้องผู้ป่วยด้านบนบ่อยๆ

โฮ่ย!” รีไวล์เฮย์โจวส่งเสียงเรียกเมื่อผมเผลอหยุดเดินแล้วเหลียวกลับไปมองตัวตึกโรงพยาบาลด้านหลังอีกแล้ว

อะ! ครับ?”

แกทำดีแล้ว

“…ครับผมมองสบกับดวงตาสีเทานิ่งก่อนจะตอบกลับไปแล้วเดินไปสบทบกับรีไวล์เฮย์โจวที่เดินนำไปก่อน ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำมันถูกต้องรึเปล่าแต่พอเฮย์โจวพูดว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันดีแล้ว ความรู้สึกหนักๆ ที่เหมือนคอยกดทับอยู่ในใจของผมก็เบาบางลงจนแทบไม่เหลือ

เฮย์โจว

หือ?”

ขอบคุณครับ ^^” ผมพูดขึ้นระหว่างที่พวกเรากำลังเดินทางกลับไปยังบ้านพัก รีไวล์เฮย์โจวจึงหันกลับมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับไปมองตรงแล้วตอบผมเพียงสั้นๆ ว่า

“…อืม

ผมกับรีไวล์เฮย์โจวกลับมาถึงบ้านพักในเวลาเที่ยงคืนเศษๆ แต่ผมยังไม่รู้สึกง่วงจนนอนไม่หลับจึงได้ออกมานั่งดูทีวีเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ห้องนั่งเล่น โดยมีเฮย์โจวนั่งดื่มชาอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนด้วย ผมบอกเฮย์โจวแล้วว่าให้ไปนอนก่อนเลยเพราะผมแค่นอนไม่หลับเฉยๆ ไม่ได้กังวลอะไรแล้ว แต่กลับได้รับสายตามองแรงกลับมาจนผมไม่สามารถพูดอะไรได้อีกจึงปล่อยให้เฮย์โจวนั่งอยู่เป็นเพื่อนผมไปเรื่อยๆ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาจนดึกมากแล้ว

แอ้ดดดด

เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออกทำให้ผมกับรีไวล์เฮย์โจวหันไปมองตามเสียง แต่พอได้เห็นบุคคลที่ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูบ้านผมก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

โดนไล่ออกมาจนได้ครับ ^^” รอยยิ้มของผู้พูดกับรูปประโยคมันช่างไม่เข้ากันซะเลยจนทำเอาผมสับสนไปชั่วขณะ แต่พอสมองประมวลผลคำพูดนั้นได้แล้วผมก็ต้องส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจ

หาาาา!!?!?!?!?!” 

“…..”

“^^”

ภายในห้องนั่งเล่นมีผมเพียงคนเดียวที่ตกใจเหมือนคนบ้ากับคำพูดของคนยืนยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่หน้าประตู ส่วนรีไวล์เฮย์โจวยังคงทำหน้านิ่งเช่นเดิมไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรไปกับสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักนิด แต่จะไม่ให้ผมตกใจได้ยังไงในเมื่ออาร์มินที่ควรจะฉลองวันเกิดกับแจนในตอนนี้กลับมายืนอยู่หน้าบ้านแถมยังบอกว่าโดนไล่ออกมาอีก!

ปั๊บ

เฮย์โจว จะไปไหนครับ?” ผมหันไปถามคนที่จู่ๆ ก็ปิดหนังสือในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังบันไดอย่างไม่มีการบอกกล่าว

นอน

อ่า ราตรีสวัสดิ์นะครับ

อืมแล้วรีไวล์เฮย์โจวก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไปโดยไม่หันกลับมาอีก ก่อนหน้านี้ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไปแต่จู่ๆ ก็กลับเดินขึ้นห้องไปเองเงียบๆ ซะงั้น สงสัยเฮย์โจวจะง่วงน่าดู?

อาร์มิน เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ทำไมถึงได้โดนไล่กลับมาหลังจากรีไวล์เฮย์โจวกลับขึ้นห้องไปแล้วผมก็หันกลับมาสนใจอาร์มินที่เดินมานั่งลงข้างๆ แถมยังยกแก้วน้ำผมขึ้นดื่มอย่างหน้าตาเฉย

อย่างที่บอก ผมโดนแจนไล่กลับมาอาร์มินพูดอย่างไม่สะทกสะท้านและไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจออกมาเลยสักนิด ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมองคนพูดอย่างงงๆ นี่โดนไล่กลับมาจริงรึเปล่า ทำไมอาร์มินถึงได้ดูชิวขนาดนี้ล่ะ ถ้าเป็นผมโดนเฮย์โจวไล่กลับมาแบบนี้ผมคงได้แต่นั่งซึมจนนอนไม่หลับแน่ๆ

ทำไมแจนถึงได้ไล่นายกลับมา แล้วทำไมนายถึงได้ดูไม่ทุกข์ร้อนเลยล่ะ นี่มันยังไงกันแน่ฉันงงไปหมดแล้วผมถามอาร์มินพลางขมวดคิ้วเครียด ทำให้อาร์มินส่งยิ้มสบายๆ มาให้ผมอย่างใจเย็น

ก็ไม่มีอะไรมาก ผมก็เอาเค้กเข้าไปให้แจนตามที่พวกเราวางแผนกันไว้ แจนดูจะอึ้งไปเลยตอนเห็นหน้าผมครั้งแรก แต่พอสักพักแจนก็พูดว่าฉันไม่ต้องการเห็นหน้านาย ออกไป!’ แล้วก็คลุมโปงหนีไปเลย ผมก็เลยกลับมาอย่างที่เห็น

“( -_- )+” สามขวบรึไงเจ้านั่น! คลุมโปงหนีหน้าเนี่ยนะ!? ขนาดเด็กสมัยนี้เขายังไม่ทำกันเลย! ผมกรอกตากับความไร้เดียงสาแบบโง่ๆ ของเจ้าหมาจอมกวนประสาท แล้วก็กลับมาโฟกัสกับเรื่องของอาร์มินอีกครั้งเมื่ออาร์มินเริ่มพูดขึ้นอีก

ผมได้ฟังเรื่องอาการป่วยของแจนมาจากคุณป้าแล้ว แต่พอได้มาเจอแจนตัวจริงผมกลับไม่รู้สึกเลยว่าอาการป่วยของแจนจะแย่เหมือนกับที่ได้ฟังมาอาร์มินเอียงคอเล็กน้อยทำท่าคิดทำให้ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ายังไม่ได้เล่าเรื่องของแจนที่ผมรู้มาให้อาร์มินฟังเลยแม้แต่น้อย ถึงจะรู้สึกผิดกับแจนแต่ผมคิดว่าอาร์มินควรจะได้รู้เรื่องพวกนั้นเอาไว้

อาร์มิน มีบางอย่างที่ฉันต้องเล่าให้นายฟัง

อะไรเหรอครับ?”

เรื่องของแจนน่ะ…” ผมเริ่มต้นเล่าเรื่องตั้งแต่ที่ได้เจอกับแจนครั้งแรก เรื่องที่แจนบอกให้ผมปิดเรื่องของตัวเองเอาไว้เป็นความลับ เรื่องที่แจนหัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหันจนต้องหามตัวส่งโรงพยาบาล แล้วก็เรื่องแม่และน้องสาวผู้จากโลกนี้ไปแล้วของแจน

เป็นอย่างนั้นเองสินะครับอาร์มินฟังเรื่องทั้งหมดอย่างใจเย็นไม่ได้แสดงอาการตกใจออกมาให้เห็นแม้เรื่องที่ผมเพิ่งเล่าไปจะช็อกโลกมากแค่ไหน ความใจเย็นของอาร์มินแบบนี้ผมชินแล้ว แต่บางทีอาร์มินก็ดูใจเย็นและดูเป็นผู้ใหญ่มากเกินไปจนผมไม่รู้จะตอบสนองยังไงดี นี่ผมอายุมากกว่าอาร์มินตั้งสามปีเชียวนะ แล้วทำไมผมต้องมาคอยนั่งเกรงใจอาร์มินที่อายุน้อยกว่าผมถึงสามปีแบบนี้ด้วยล่ะ!

แล้วนายคิดจะทำยังไง” 

เอะ? ทำยังไงอะไรครับ?”

เรื่องแจนไงล่ะเรื่องแจน! นายคิดจะทำยังไงหลังจากรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ตอนนี้พวกเรามีความหวังที่จะรักษาแจนได้อยู่ แต่แจนกลับไม่ยอมรับการรักษาใดๆ ที่มากกว่าการกินยาตามปกติเลย ขนาดเพทราซังไปช่วยพูดคุยด้วยทุกวันก็ยังไม่ได้ผล นายพอจะมีความคิดอะไรดีๆ ที่จะทำให้แจนเปลี่ยนใจยอมรับการรักษาได้บ้างไหมอาร์มินผมถามอาร์มินด้วยความคาดหวัง เพราะอาร์มินเป็นคนฉลาดผมเลยคิดว่าอาร์มินคงมีความคิดอะไรดีๆ ในใจแล้วอย่างแน่นอน แต่คำตอบที่ได้กลับมากลับเป็นคำตอบที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ไม่ทำอะไรครับ

ว่าไงนะ!? ทำไมล่ะ! นายไม่อยากให้แจนหายเหรอ! นายชอบแจนไม่ใช่รึไงอาร์มิน!” ผมถามกลับไปรัวๆ ด้วยความตกใจกับคำตอบอันไม่คาดคิด แต่อาร์มินก็ยังใจเย็นพอจะส่งยิ้มสบายๆ มาช่วยปลอบโยนให้ผมใจเย็นลงก่อนจะเริ่มพูดขึ้น

สำหรับคำถามแรกที่ถามว่าทำไม ผมขอตอบว่าเพราะนั่นเป็นความต้องการของแจนครับ

แต่…!”

“Stop! ผมรู้ว่าเอเลนเป็นคนใจร้อน แต่ตอนนี้ช่วยใจเย็นๆ แล้วฟังผมพูดให้จบก่อนนะครับ

ก็ได้…” ผมยอมตอบตกลงแม้ในใจจะยังครุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวไม่หาย ผมไม่เข้าใจอาร์มินเลย ทำไมถึงไม่คิดจะทำอะไรทั้งๆ ที่รู้ว่าแจนกำลังป่วยกันนะ

ขอบคุณครับ ^^ งั้นผมขอพูดต่อเลยนะครับ

อืม

คำถามที่สองที่ถามว่าผมไม่อยากให้แจนหายเหรอ ผมคงต้องขอตอบตามตรงว่าอยากครับ แต่…”

ถ้างั้น…!” ผมกำลังจะพูดแทรกขึ้นแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่ออาร์มินพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังกว่า

แต่!! ความรู้สึกของผมที่บอกว่าอยากให้แจนหายมันสำคัญน้อยกว่าความรู้สึกที่ผมมีให้กับความต้องการของแจน

“…?” ผมเอียงคอเหมือนอยากจะถามว่าหมายความว่ายังไง ซึ่งอาร์มินก็เข้าใจได้ในทันทีและช่วยตอบคำถามของผมให้

และสำหรับคำถามข้อสุดท้ายเปล่าครับ ผมไม่ได้ชอบแจน แต่ผมรักเขามากกว่าที่ผมรักตัวเอง

อาร์มิน…”

ผมเคยคิดว่าตัวเองคงยังชอบแจนอยู่แต่ไม่ได้มากเท่าในอดีต แต่พอได้เจอกันจริงๆ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าผมไม่ได้แค่ชอบเขาผมรักแจน มากมายเกินกว่าที่ตัวเองจะจินตนาการได้ และเมื่อผมรู้สึกตัวถึงความรู้สึกนี้ ผมก็ถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว ผมกลับไปรักตัวเองมากกว่าแจนไม่ได้ ผมให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าความรู้สึกของแจนไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นไม่ว่าทางที่แจนเลือกมันจะมุ่งไปสู่ความตายหรืออนาคตอันสดใส ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเขาโดยไม่มีข้อแม้

อาร์มินนายแน่ใจใช่ไหมว่าจะไม่เสียใจภายหลัง นายจะให้ความสำคัญกับความต้องการของแจนมาก่อนตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่นายแน่ใจจริงๆ แล้วใช่ไหมว่านายจะไม่เสียใจทีหลังหากไม่ทำอะไรเลยแล้วมองดูอาการของแจนทรุดลงไปเรื่อยๆ แบบนี้ผมพูดอย่างพยายามใจเย็นที่สุดเพื่อเตือนสติอาร์มิน แต่อาร์มินตอนนี้ไม่ได้กำลังทำอะไรโดยไร้สติ ไม่ได้ขาดการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แต่ทุกอย่างที่อาร์มินพูดออกมาทั้งหมดนั้นเจ้าตัวคิดอย่างดีแล้ว มันจึงทำให้คำพูดของผมไม่อาจสั่นครอนการตัดสินใจนั้นของอาร์มินได้

ผมไม่รู้ ผมอาจจะเสียใจภายหลัง ผมอาจจะร้องไห้ฟูมฟาย อาจจะเจ็บจะเป็นจะตายและโทษตัวเองไปตลอดชีวิต แต่ไม่ว่าในอนาคตของผมมันจะมีแต่ความเจ็บปวดรอคอยอยู่หรือไม่ ผมก็ยังคงจะทำตามความต้องการของแจนอยู่ดี ถ้าแจนไม่อยากเห็นหน้าผมก็จะไม่ไปให้เห็น ถ้าแจนอยากเป็นแค่เพื่อนหรือแม้แต่แค่คนรู้จักผมก็จะเป็นให้ และไม่ว่าแจนจะเลือกทิ้งขว้างอนาคตตัวเองรวมทั้งผมเอาไว้ในอนาคตผมก็จะไม่เรียกร้องอะไร ผมจะยอมทำตามทุกอย่างหากนั่นเป็นสิ่งที่แจนต้องการ

“….!” ผมพูดไม่ออก คงต้องบอกว่าทั้งโกรธและอึ้งที่อาร์มินมีความคิดแบบนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาร์มินจะรู้สึกกับแจนมากมายขนาดนี้ และก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าในอดีตแจนกับอาร์มินรักกันยังไงเพราะผมเพียงแค่มองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น แต่พอได้มาเห็นอาร์มินในมุมมองที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในตอนนี้ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าคำว่าความรักสำหรับอาร์มินแล้วมันอันตรายมากแค่ใด เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวมันอาจทำให้เพื่อนของผมคนนี้ยอมทิ้งกระทั่งศักดิ์ศรีหรือแม้แต่อนาคตตัวเองเพื่อมันเลยทีเดียว

ผมบอกแล้วไงครับ ผมรักแจน มากกว่าที่ผมรักตัวเอง ^^” อาร์มินแย้มยิ้มน้อยๆ อย่างไม่สะทกสะท้านต่ออาการอึ้งปนโกรธของผม ทำให้ผมไม่รู้จะตอบสนองกลับไปอย่างไรดีและได้แต่นิ่งเงียบอยู่แบบนั้น

ผมคิดว่าผมรู้เหตุผลของการที่แจนไม่อยากบอกเรื่องตัวเองกับอาร์มินแล้วว่ามันคืออะไร แจนคงจะรู้มาตลอดว่ามุมมองของอาร์มินที่มีต่อคำว่าความรักมันเป็นแบบไหน และเพราะว่ารู้แจนจึงอยากกันอาร์มินออกไปให้ห่างๆ จากตัวเองที่ไม่คิดอยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว แต่ผมก็ดันเล่าเรื่องทั้งหมดที่แจนพยายามปกปิดเอาไว้ให้อาร์มินฟังไปหมดแล้ว

มือของผมเย็นเฉียบยามเมื่อตระหนักรู้ถึงข้อผิดพลาดอันใหญ่หลวง ผมคิดว่าตัวเองทำพลาดไป ผมคิดว่าผมควรใส่ใจกับคำเตือนของแจนให้มากกว่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับอาร์มินฟัง ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนสนิทที่มีรอยยิ้มแสนน่ารักคนนั้นจะมีความคิดแบบนี้อยู่กับตัว ผมควรจะทำยังไงดี ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างแล้วปล่อยให้เรื่องทั้งหมดมันเป็นไปแบบนี้ผมคิดว่าอนาคตที่รอแจนกับอาร์มินอยู่คงเป็นความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าการตายทั้งเป็น


แต่ผมมันเป็นแค่คนนอกในความสัมพันธ์นี้ แล้วผมยังจะทำอะไรได้?



———————————————30%



เมื่อคืนผมคิดมากเรื่องที่อาร์มินพูดซะจนนอนไม่หลับ เช้าวันนี้จึงเป็นเช้าที่ช่างไม่สดใสเอาซะเลยสำหรับผม  ช่วงนี้ฮันจิซังไม่ว่างร้านคาเฟ่จึงไม่ได้เปิดบริการทำให้เช้านี้ผมว่างซะจนไม่รู้จะทำอะไรดี นึกอยากจะทำอะไรสักอย่างกับสิ่งที่อาร์มินพูดเมื่อวานอยู่หรอกแต่สมองก็ดันตื้อไปหมดจนคิดหาหนทางดีๆ ไม่ออกเลย

เป็นอะไรน้ำเสียงเรียบติดจะเย็นชาที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลังก่อนใบหน้าดุอยู่เป็นนิจจะโผล่เข้ามาในครรลองสายตา ผมหันไปมองรีไวล์เฮย์โจวที่เดินมานั่งลงข้างๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ

เฮ้ออ เรื่องอาร์มินน่ะครับ

อาร์มิน?”

ครับ ผมรู้สึกว่าควรจะทำอะไรสักอย่างแต่ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับอาร์มินดีผมคอตกอย่างท้อแท้ แต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเมื่อคนข้างๆ จับมือของผมไปแล้วประสานนิ้วเข้าด้วยกัน

เล่ามาน้ำเสียงของรีไวล์เฮย์โจวยังคงนิ่งเรียบแต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความใส่ใจของอีกคน ความสับสนที่มีอยู่จนถึงเมื่อกี้นี้จึงเริ่มเบาบางลงเพราะมีคนมาช่วยคิดเพิ่มขึ้น

เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ…” ผมเริ่มเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ให้กับรีไวล์เฮย์โจวฟังอย่างละเอียดไม่มีขาดตกบกพร่อง แต่เมื่อฟังจบเฮย์โจวกลับไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจอย่างที่ผมคาดคิดเอาไว้จนเป็นผมซะเองที่เริ่มประหลาดใจว่าทำไมเฮย์โจวถึงไม่ตกใจเลย

เฮย์โจว?”

แค่ทำในสิ่งที่แกกำลังทำอยู่ต่อไปก็พอ

ครับ…?” ผมกระพริบตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจ ทำในสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่? แล้วผมกำลังทำอะไรล่ะ? นี่ผมก็นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เห็นสีหน้ามึนงงของผมแบบนั้นรีไวล์เฮย์โจวก็ถอนหายใจใส่ผมนิดหน่อยก่อนจะเริ่มพูดอธิบายให้ผมเข้าใจ

เฮ้อ แกกำลังพยายามโน้มน้าวเจ้าเด็กแจนให้ยอมเข้ารับการรักษาใช่ไหม ถ้างั้นก็ทำต่อไปถ้าเจ้าเด็กนั่นยอมรับการรักษาเรื่องทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง

อะ! จริงด้วยสินะครับ!” ผมยิ้มอย่างยินดีเมื่อหนทางมีแสงสว่างรออยู่ข้างหน้า แค่แจนยอมเข้ารับการรักษาเรื่องทุกอย่างมันก็จะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง! ทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงคิดไม่ได้กันนะ

อีกอย่าง แกยังไม่รู้จักนิสัยเพื่อนสนิทของตัวเองดีพอ

เอะ? หมายความว่ายังไงกันครับ?” ผมเอียงคออย่างงงๆ แต่รีไวล์เฮย์โจวก็เพียงแต่ทำหน้าเหนื่อยใจแล้วใช้มือที่ว่างยีหัวของผมจนยุ่งโดยไม่ยอมตอบคำถาม

แกนี่มันยังเป็นแค่เด็กเหลือขอจริงๆ

โอ๊ยๆ เฮย์โจวพอแล้วครับ! ผมของผมยุ่งไปหมดแล้วนะครับ!” ผมพยายามปัดมือของอีกคนออกแต่ด้วยแรงที่ต่างกันทำให้ผมไม่สามารถดึงมือของรีไวล์เฮย์โจวออกไปจากหัวของผมได้เลย จนสุดท้ายเส้นผมที่เซ็ตมาอย่างดีก็ยุ่งไปหมด ฮึ่ม! มาทำผมคนอื่นเขาเสียทรงแล้วยังจะมีหน้ามายกยิ้มมุมปากอีก!

งอน?”

งะ..งอนอะไรกันครับ! ไม่มี๊! ( '^'; )”

แล้วทำหน้าอะไรของแก

หน้าแบบนี้เขาเรียกกว่าโกรธครับ! ฮึ่ม! ( '^' )+”

โฮ่ ต้องง้อ?”

ง้อสะอื้อ!?” ผมเบิกตากว้างทำหน้าเหรอหราเมื่อจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็จู่โจมผมแบบไม่ให้ตั้งตัว ริมฝีปากหนาขบเม้มริมฝีปากล่างของผมก่อนจะกัดลงไปเบาๆ แต่ทำเอาผมสะดุ้งจนเผลอเปิดปากออก และนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้ามายกระดับจูบนี้ให้ร้อนแรงมากยิ่งขึ้น

ตุบ

ผมรู้สึกได้ถึงความนุ่มของโซฟาที่สัมผัสกับแผ่นหลังแต่ไม่สามารถประคองสติตัวเองให้คิดและกระทำการใดเพื่อต่อต้านคนด้านบนได้ จูบอันเผ็ดร้อนกำลังเผาละลายสติความนึกคิดของผมออกไปอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ผมทำได้แค่เพียงกำแขนเสื้อของอีกคนเอาไว้แน่นและพยายามช่วงชิงลมหายใจของคนด้านบนเพื่อต่อลมหายใจให้กับตัวเองที่กำลังจะขาดอากาศตายจากจูบมาราธอนนี้เท่านั้น

แฮ่กๆๆ ทะ..ทำอะไรน่ะครับ…” ลมหายใจของผมขาดห่วงเมื่อรีไวล์เฮย์โจวยอมปล่อยริมฝีปากของผมออกเป็นอิสระทำให้เสียงที่ถามเบาหวิวจนเหมือนเสียงกระซิบ แต่คนที่ใบหน้าอยู่ใกล้กันเพียงแค่ลมหายใจก็ได้ยินคำถามของผมได้อย่างชัดเจนและยกยิ้มมุมปากขึ้น

ง้อ

หะอื้ออ!” ผมอยากจะประท้วงกับการง้อที่ผมเสียเปรียบแทบทุกด้านแต่ก็ไม่มีโอกาสได้แม้แต่เอ่ยปาก เพราะทุกคำพูดของผมดันถูกริมฝีปากของอีกคนช่วงชิงไปจนหมด

ตุบๆ!

อื้อออ!” ผมใช้มือทุบไหล่ของคนด้านบนอย่างแรงเท่าที่จะแรงได้เพื่อต่อต้าน แต่ดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงของผมจะไม่ได้เหลือมากอย่างที่คิดทำให้จากการทุบกลายเป็นเหมือนการสะกิดอีกคนซะมากกว่า

เอเลน…” รีไวล์เฮย์โจวกระซิบเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเบาหวิวจนผมใจสั่นพร้อมทั้งผละริมฝีปากออกไปให้ผมได้หายใจก่อนจะประกบลงมาอีกครั้งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที มือหนาจับมือของผมที่ทุบไหล่ตัวเองไปประสานนิ้วเข้าด้วยกันแล้วตรึงไว้กับโซฟาเหนือศีรษะ ทำให้อารมณ์ที่อยากจะต่อต้านของผมค่อยๆ มลายหายไปเพราะสำนึกได้ว่าถึงต่อต้านไปก็คงไร้ประโยชน์ 

ผมบีบมือที่ประสานกันอยู่แน่นขึ้นก่อนจะจูบตอบคนด้านบนกลับไป รีไวล์เฮย์โจวจึงผละริมฝีปากออกไปเล็กน้อยแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือลูบข้างแก้มของผมที่กำลังมึนเมาจากรสจูบเบาๆ

แกต้องรีบไปโรงพยาบาลรึเปล่าดวงตาสีเทายังคงมีประกายไฟอันร้อนแรงสถิตอยู่ขณะถามทำเอาสติที่ดูจะลอยหายจากไปไหนแล้วไม่รู้ของผมถูกดึงกลับเข้ามาดื้อๆ ผมมองคนที่พยายามควบคุมตัวเองอยู่เหนือร่างทั้งที่ดวงตาก็บ่งบอกความต้องการชัดเจนอย่างขำๆ 

หืม~ น่าจะยังพอมีเวลานะครับผมยิ้มขำกับใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตาแสดงออกถึงความดีใจของคนด้านบน แต่แล้วก็ต้องขำไม่ออกอีกครั้งเมื่อคนที่พยายามควบคุมตัวเองปล่อยสัตว์ร้ายออกมากลืนกินริมฝีปากของผมลงไปอย่างตะกละตะกลาม

“Good” รีไวล์เฮย์โจวดูจะไม่ปล่อยให้ผมได้ต่อรองได้อีกก็ประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้งจนผมแทบจะอยากขำ เฮย์โจวจะน่ารักเกินไปแล้วนะครับ แต่ผมคงเก็บคำว่าน่ารักเอาไว้เป็นความลับของผมคนเดียวเพื่อไม่ให้เผลอพูดออกไป ไม่งั้นหลังพูดจบผมว่าคงได้ศพไม่สวยแน่ๆ



อีกด้านหนึ่งเช้าภายในโรงพยาบาลประจำเมือง เสียงฝีเท้าดังสะท้อนอยู่ภายใต้โถงทางเดินอันเงียบเชียบตลอดทางเดินไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษ ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองด้านข้างประตูบานเลื่อนที่มีป้ายชื่อพร้อมหมายเลขห้องผู้ป่วยด้านในติดอยู่แล้วก็เลื่อนบานประตูเปิดออก

ครืดดดด

ภาพสะท้อนของร่างสูงซึ่งหลับใหลอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาหลังผ้าม่านสีขาวทำให้ริมฝีปากเล็กวาดรอยยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย ร่างของคนเข้ามาใหม่ปิดประตูลงก่อนจะเดินตรงไปยืนอยู่ด้านข้างเตียงผู้ป่วยแล้วโน้มตัวลงไปมองภาพใบหน้ายามหลับของคนบนเตียงใกล้ๆ

อรุณสวัสดิ์ครับแจนเสียงหวานเอ่ยกระซิบต้อนรับเช้าวันใหม่ไม่ได้ทำให้บุคคลบนเตียงไหวติงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีฟ้ามองภาพคนหลับที่ยังคงนิ่งเฉยขำๆ ก่อนจะเดินออกไปยังห้องด้านข้างเพื่อเตรียมจัดของเยี่ยมใส่จานเอาไว้รอคนตื่น

“…..” หลังร่างเล็กเดินออกไปดวงตาสีน้ำตาลก็ลืมเปิดขึ้นก่อนจะเหลือบมองไปยังห้องด้านข้างที่ได้ยินเสียงดังสะท้อนออกมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยซึ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แจนยังคงนอนนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวจนกระทั่งคนตัวเล็กเตรียมของเสร็จและเดินออกมาอีกครั้งดวงตาสีน้ำตาลก็ปิดลงทำท่าเหมือนคนนอนหลับ

เสียงของจานที่ถูกวางลงบนโต๊ะดังสะท้อนไปทั่วห้องที่เงียบสงบ แจนยังคงทำตัวนิ่งเอาไว้แม้จะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และแม้แต่ตอนที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มของเขาแจนก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวเลยแม้แต่น้อย

ถ้ายังไม่ตื่นผมจะจูบแล้วนะครับ

พรึบ!

“…!!” ถ้อยคำหยอกล้อที่เป็นมากกว่าการหยอกล้อทำให้คนแกล้งหลับลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่ทันคิด แจนมารู้ตัวว่าตัวเองเสียรู้คนตัวเล็กที่แสนฉลาดไปซะแล้วก็ตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กข้างๆ นั่นแหละ ยังฉลาดและเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

คิกๆ ฮ่าๆๆ” 

“…..” ใบหน้ายามหัวเราะของคนด้านข้างทำเอาอารมณ์ตกใจและขุ่นมัวของแจนเมื่อกี้มลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงใจที่เริ่มเต้นแรงจนเขาอยากจะยกมือขึ้นชกอกตัวเองสักทีให้ใจมันหยุดเต้น

ฮ่าๆๆ นี่แจนกลัวผมจูบขนาดนั้นเลยเหรอครับคนตัวเล็กพูดถามด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อพลางอมยิ้มอย่างขำขัน

เปล่า แค่ตกใจน้ำเสียงตอบกลับของแจนนิ่งสนิทแต่คนขำขันก็ไม่ได้ติดใจอะไรและยังคงส่งยิ้มไปให้

หิวรึยังครับ แจนจะทานอาหารเช้าเลยไหมครับจะได้กินยาด้วยคนตัวเล็กยกอาหารเช้าที่เขาจัดใส่จานเรียบร้อยแล้วขึ้นให้แจนดู

ฉันไม่หิวแจนหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบดวงตาสีฟ้าที่จ้องตรงมา

แต่แจนต้องกินยาหลังอาหารนะครับคนตัวเล็กยังคงคะยั้นคะยอทำให้แจนหันกลับไปมองใบหน้าหวานของคนด้านข้างด้วยใบหน้าที่พยายามแสดงออกถึงความรำคาญเต็มที่

นายมาที่นี่อีกทำไมอาร์มิน เมื่อคืนฉันก็บอกไปแล้วว่าให้นายกลับไปซะแจนจ้องตรงไปยังดวงตาสีฟ้าที่มองตรงมายังเขาด้วยสายตาแบบเดิมแม้จะโดนเขาพูดจาโหดร้ายใส่

ครับ ผมกลับไปแล้วและผมก็มาอีก ก็แจนไม่ได้ห้ามไม่ให้ผมมาที่นี่อีกนิครับอาร์มินตอบกลับอย่างใสซื่อแต่ก็ชาญฉลาดซึ่งแจนก็ไม่ได้แปลกใจนัก

ถ้าฉันห้ามนายก็จะไม่มาที่นี่อีกสินะแจนพูดพลางแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจรอดูปฏิกิริยาของอาร์มินว่าจะยังคงใบหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นเอาไว้ได้นานสักแค่ไหน

แจนก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนิครับ ไม่ว่าสิ่งใดที่แจนต้องการผมจะทำให้ทุกอย่างอาร์มินพูดพลางแย้มยิ้มหวานทำให้รอยยิ้มของแจนหุบลงหลงเหลือไว้เพียงใบหน้านิ่งเรียบที่พยายามฝืนทนไม่ให้แสดงออกมาถึงความรู้สึกที่แท้จริง

“…..”

แจนจะทานข้าวเช้าเลยไหมครับหรือว่ายังไม่หิว?”

เอามาแจนแบมือไปตรงหน้าเมื่อไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องกินอยู่ดีถึงจะไม่ใช่อาร์มินเป็นคนเอามาให้

นี่ครับอาร์มินวางช้อนลงบนมือของแจนก่อนจะเลื่อนโต๊ะอาหารไปอยู่ตรงหน้าของแจนให้ 

แจนลงมือกินอาหารเช้าไปเงียบๆ โดยพยายามไม่หันสายตาไปมองอาร์มินที่กำลังจัดยาเตรียมให้กับเขาอยู่ แจนรู้ดีว่าคำพูดของเขามีผลต่อจิตใจของอาร์มินมากแค่ไหนเพราะฉะนั้นเมื่อก่อนก่อนที่เขาจะพูดหรือทำอะไรเขาจะต้องคิดแล้วคิดอีกซะก่อนจะพูดมันออกมา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วแจนไม่ใช่พวกช่างคิดและชอบทำอะไรตามแต่ใจตัวเองตลอด แต่พอเป็นเรื่องของอาร์มินแล้วเขาก็กลับรู้สึกว่าตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้

หากเป็นไปได้แจนก็ไม่ได้อยากจะใช้วิธีการโหดร้ายเพื่อกันอาร์มินออกไป แต่ในเมื่อตอนนี้มันสายไปแล้วเพราะอาร์มินที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงไม่พบมายืนอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นแม้มันจะเป็นวิธีการที่โหดร้ายไปสักหน่อยแต่แจนก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากทำมัน

อาร์มิน

ครับ?”

ฉัน…” แจนลังเลแม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วแต่พอได้พบเห็นใบหน้าที่เขาได้พบเจอแต่เพียงในความฝันแจนก็กลับพูดมันออกไปไม่ได้ง่ายๆ

ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีกต่อจากนี้นายห้ามมาที่นี่หรือปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีก เข้าใจไหม

ครับ ^^” อาร์มินตอบรับอย่างไม่มีการลังเล แต่ทำเอาคนออกคำสั่งหัวใจกระตุก

“…..” แจนไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำใบหน้าเช่นไร แต่ลำคอของเขามันแห้งผากไปหมดจนแม้แต่ถ้อยคำเหนี่ยวรั้งที่อยากร้องเรียกอีกคนเอาไว้ขณะที่อาร์มินค่อยๆ ก้าวเท้าถอยห่างจากเขาไปเรื่อยๆ ก็ไม่ดังออกมา แต่ขณะที่หัวใจกำลังเต้นดังด้วยความเจ็บปวดสิ่งที่เพิ่งสะท้อนเข้ามาในสายตาก็ทำให้แจนลุกพรวดขึ้นไปดึงแขนอาร์มินที่กำลังจะเปิดประตูห้องมาจับเอาไว้แน่น

หมับ!

นี่อะไร!?” แจนกระชากแขนอาร์มินยกขึ้นสูงและมองดูแขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกด้วยดวงตาเคร่งเครียด แต่อาร์มินเพียงแค่เบิกตาโตมองการกระทำของแจนอย่างงงๆ

เอ่อ…”

ฉันถามนายอยู่อาร์มิน ตอบมา นี่มันเรื่องอะไรดวงตาของแจนเคร่งเครียดมองลงไปยังอาร์มินอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ แจนดึงแขนเสื้อของอาร์มินลงขณะที่คนตัวเล็กก็พยายามยื้อแขนตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขาทำได้อย่างง่ายๆ แต่ด้วยแรงที่ต่างกันก็ทำให้แจนดึงแขนเสื้อของอาร์มินลงได้สำเร็จ

เปล่านะครับ คือผม…” อาร์มินพยายามแก้ตัวเมื่อแขนเสื้อเปียกชื้นสะท้อนเข้าสู่สายตาของร่างสูง แต่ดวงตาของแจนที่จับจ้องไปยังแขนเสื้อของเขาเขม็งก็ทำเอาอาร์มินพูดอะไรไม่ออก

นายร้องไห้…” 

“…..” อาร์มินไม่พูดแก้ตัวอะไรอีกเพราะถึงเขาจะพูดอะไรไปแจนก็คงจะรู้อยู่ดี 

แจนค่อยๆ ยกข้อมือของอาร์มินขึ้นแล้วกัดลงไปเบาๆ บนข้อมือที่มีแขนเสื้อเปียกชื้นเหมือนเป็นการลงโทษที่บังอาจปิดบัง ก่อนจะจูบลงไปบนฝ่ามือเล็กเหมือนเป็นการปลอบโยนไม่ให้อีกคนร้องไห้อีก

กึก!

“…..”

“…..” ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากการกระทำนั้นของแจน แจนเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอทำนิสัยเก่าๆ ออกไป ก็ปกติตอนอาร์มินร้องไห้แล้วปกปิดเอาไว้ไม่ให้เขารู้แบบนี้แจนก็จะกัดเป็นการลงโทษก่อนจะจูบเป็นการปลอบในภายหลัง แต่นั่นมันเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาเป็นแฟนกันผิดกับตอนนี้ที่พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันหนำซ้ำแจนยังเพิ่งไล่อาร์มินไม่ให้มาให้เขาเห็นหน้าอีกอยู่หมาดๆ

แจนทำแบบนี้ทำไมครับ

ฉัน…” แจนจนด้วยคำพูดเมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าจ้องตรงมาอย่างต้องการคำตอบ เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดีในเมื่อเขาเป็นคนเพิ่งไล่อาร์มินออกไปแต่จู่ๆ ก็มาทำเหมือนใส่ใจกันแบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วก็ดูเหมือนกำแพงที่เพียรสร้างมาจนถึงตอนนี้จะทลายลงอย่างง่ายดายเมื่อมือรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้อของน้ำตาคนตัวเล็กที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนแขนเสื้อ

เพราะนายไม่ยอมทำตามสัญญาแจนยกมือขึ้นลูบพวงแก้มของคนตัวเล็กตรงหน้าพลางริมฝีปากก็วาดรอยยิ้มแรกของวันนี้ออกมา

สัญญา?”

สัญญาข้อเดียวชั่วชีวิตความรู้สึกของนายต้องมาก่อนฉันเสมอดวงตาสีน้ำตาลจ้องดวงตาสีฟ้านิ่ง นั่นเป็นสัญญาเพียงข้อเดียวที่เขาร้องขอจากอาร์มินในอดีต และตอนนี้แจนก็อยากร้องขอสัญญาข้อนั้นจากอาร์มินอีกครั้งในปัจจุบัน

ถ้าผมทำตามสัญญา แล้วผมจะได้รางวัลชั่วชีวิตด้วยไหมครับ

“…..” คำถามของอาร์มินทำให้มือที่กำลังลูบพวงแก้มของคนตัวเล็กอยู่ชะงักกึกเพราะเพิ่งตระหนักได้ถึงเนื้อหาของรางวัลที่มาพร้อมกับสัญญา

รางวัลชั่วชีวิตของผมหัวใจดวงนี้ของแจน” 

ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจสะท้อนลงบนฝ่ามือเล็กที่แนบลงบนอกข้างซ้ายของร่างสูง อาร์มินเงยหน้าขึ้นมองแจนอย่างรอคอยคำตอบ แต่ดวงตาสีน้ำตาลของร่างสูงกลับวูบไหวก่อนรอยยิ้มเศร้าๆ จะระบายออกมาบนริมฝีปากของแจนจนอาร์มินใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกไม่ดีอันท่วมท้นขึ้นมา

ขอโทษด้วยอาร์มิน แต่หัวใจดวงนี้…”

“…..”

ฉันมอบมันให้กับคนอื่นไปแล้ว” 

“…!!” อาร์มินเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อดวงตาสีน้ำตาลจริงจังไม่มีแววล้อเล่น หัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกข้างซ้ายเหมือนจะหยุดเต้นลงซะดื้อๆ เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของแจน

เพราะฉะนั้นนายควรจะให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าฉัน และก็ควรเก็บหัวใจของนายเอาไว้มอบให้กับคนที่นายรักในอนาคตดีกว่าแจนพูดพลางส่งยิ้มเศร้าๆ ให้กับอาร์มินที่ยังคงนิ่งเงียบ แต่สักพักใบหน้าหวานที่ก้มลงมองพื้นก็เงยขึ้นมองเขาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ

เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยตอบผมตรงๆ นะครับแจน แต่ถึงแจนจะไม่ได้ชอบผมเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมครับ

อืม

งั้นไว้พรุ่งนี้ผมจะแวะมาใหม่นะครับ

อ้าว! แล้วไหนว่าจะยอมทำตามแล้วไม่มาที่นี่อีกไง

ก็เป็นแค่เพื่อนแล้วเรื่องอะไรจะทำตามล่ะครับ แบร่!” อาร์มินแลบลิ้นอย่างหยอกล้อก่อนจะสะบัดข้อมือออกจากมือของแจนแล้วเปิดประตูวิ่งจู๊ดออกจากห้องไปเลยโดยไม่ทันให้แจนได้ทักท้วงอะไรได้อีก แจนที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวในห้องจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่วิ่งฉิวไปไกลแล้วอย่างอึ่งๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย! ให้ตายสิ! นายนี่มันเจ้าเล่ห์เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ เลยอาร์มินแจนหัวเราะเสียงดังอยู่หน้าประตูห้องที่เปิดอ้าเอาไว้จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาพากันมองเขาด้วยความฉงน แต่เมื่อแผ่นหลังของคนตัวเล็กหายลับไปจากสายตาทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็หายไปจากใบหน้าของแจนในทันที

ตรู๊ดด ตรู๊ดด ติ๊ด!

(ว่าไงคะที่รัก นี่คิดถึงเค้าแล้วเหรอถึงได้โทรมาหา) เสียงเด็กสาวสะท้อนออกมาจากปลายสายโทรศัพท์ที่แจนยกขึ้นแนบหู ทำให้แจนแย้มรอยยิ้มขำๆ ออกมายามเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนปลายสายตอนนี้

ถ้าบอกว่าคิดถึง?”

(ต๊ายย! ที่รักอุตส่าคิดถึงเค้าก็ต้องรีบไปหาสิคะ)

งั้นพรุ่งนี้เช้าอย่าลืมแวะมาหาผมด้วยนะครับที่รัก

(เอะ!? ตอนเช้าเลยเหรอ! แต่ฉันยัง…!)

แล้วผมจะรอที่รักนะครับ

(เดี๋ยว…!)

ติ๊ด!

แจนตัดสายไปก่อนที่ปลายสายจะทันได้พูดอะไรกลับมา ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งลงบนเตียงผู้ป่วยอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


ด้านนอกโถงทางเดินของโรงพยาบาล อาร์มินที่วิ่งหนีออกมาจากห้องของแจนหยุดวิ่งลงและยืนนิ่ง คนตัวเล็กยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนหางตาของตัวเองก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาใครบางคนที่จะช่วยเขาได้ในตอนนี้

(ฮัลโหลอาร์มิน นายอยู่โรงพยาบาลแล้วใช่ไหม แจนเป็นยังไงบ้าง) เสียงใสสะท้อนออกมาจากอีกด้านของโทรศัพท์ทำให้อาร์มินรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อยที่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังมีเพื่อนคนนี้อยู่เคียงข้าง

เอเลน ผมอยากขอให้ช่วยอะไรหน่อยได้รึเปล่า

(หือ? เสียงนายจริงจังมากเลยนะอาร์มิน ได้สิ นายอยากให้ฉันช่วยอะไรล่ะ) การตอบรับอย่างไม่มีลังเลจากปลายสายทำให้รอยยิ้มหวานหยดเคลือบยาพิษถูกวาดขึ้นบนใบหน้าของอาร์มิน 

ผมอยากให้เอเลนช่วย…” แล้วอาร์มินก็เล่ารายละเอียดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากจะให้เอเลนช่วยอย่างละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อแผนการอันสมบูรณ์แบบที่เขาวาดภาพเอาไว้

ขอโทษด้วยนะครับแจน แต่ไม่ว่าตอนนี้หัวใจของแจนจะเป็นของใครผมก็จะขอแย่งมันกลับมาเป็นของผม




ติ๊ด!

หลังกดวางสายจากอาร์มินผมก็ต้องนั่งมองโทรศัพท์ตัวเองอย่างงงๆ จนกระทั่งรีไวล์เฮย์โจววางจานลงบนโต๊ะอาหารตรงหน้าผมถึงได้เงยหน้าขึ้นมองจานพาสต้าที่ดูแตกต่างออกไปจากพาสต้าปกติที่ผมเคยกินด้วยดวงตาเป็นประกาย

ว้าว! อันนี้เรียกว่าพาสต้าอะไรเหรอครับ ดูน่ารักจัง!” ผมมองฟาร์ฟาเล่พาสต้าหลากสีสันที่วางอยู่บนจานด้วยความตื่นเต้น แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับไม่ตอบแล้วจิ้มพาสต้าในจานขึ้นมาจ่อที่ปากผมแทน

ลองผมมองฟาร์ฟาเล่พาสต้าที่ห่ออะไรบางอย่างอยู่ด้านในจนพองด้วยความอยากรู้ แล้วก็งับมันเข้าปากอย่างไม่มีลังเล

หวาน…! นี่มันขนมนิครับ!” รสชาติของคาราเมลไหลเข้ามาสู่ปลายลิ้นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเจ้าพาสต้าที่เห็นเป็นเหมือนของคาวแต่ความจริงแล้วมันคือขนมหวาน!

เป็นไง

อร่อยมากเลยครับ!”

ก็ดีรีไวล์เฮย์โจวพูดแค่นั้นแล้วก็วางส้อมลงให้ผมกินเอง ผมจึงจิ้มเจ้าขนมฟาร์ฟาเล่พาสต้าขึ้นใส่ปากอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่รสชาติของคาราเมลที่ไหลสู่ปลายลิ้นแต่มันเป็นรสชาติของช็อกโกแลต!

อันนี้เป็นช็อกโกแลตล่ะครับ อะ! อันนี้ชาเขียว โอะ! นี่สตรอเบอรี่ใช่ไหมครับ!” ผมกำลังเพลิดเพลินไปกับเจ้าฟาร์ฟาเล่พาสต้าสอดไส้หลากรสจนเกือบลืมเรื่องที่อาร์มินขอให้ช่วยไปเลย แต่ดีที่เหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่ยังวางอยู่ข้างๆ ผมจึงนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องฝากฝังของอาร์มินที่ต้องขอให้เฮย์โจวช่วยด้วย

เฮย์โจวครับ เมื่อกี้อาร์มินโทรมาแล้วมีเรื่องขอให้ผมช่วย

ช่วย?”

ครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมคงทำคนเดียวไม่ไหว ผมเลยอยากขอให้เฮย์โจวช่วยด้วยผมมองรีไวล์เฮย์โจวด้วยสายตาอ้อนๆ ที่ตัวเองเผลอทำออกไปอย่างไม่รู้ตัว

เรื่องอะไร?” รีไวล์เฮย์โจวขมวดคิ้วมองหน้าผม

ทำขนมครับ อาร์มินขอให้ผมช่วยทำขนม

ขนมอะไร

พายฟักทองครับ

หืมได้” 

ขอบคุณครับเฮย์โจว!” ผมยิ้มกว้างเมื่อรีไวล์เฮย์โจวยอมช่วย ผมเคยทำพายอยู่หรอกนะแต่พายฟักทองเนี่ยยังไม่เคยลองทำมาก่อนเลย กลัวว่ามันจะออกมาไม่เป็นพายฟักทองเลยต้องขอให้รีไวล์เฮย์โจวช่วยด้วย แต่จะว่าก็ว่าเถอะ ทำไมอาร์มินต้องมาขอให้ผมช่วยทำพายฟักทองด้วยล่ะ?

โฮ่ย! คิดอะไรอยู่รีไวล์เฮย์โจวส่งเสียงเรียกเมื่อผมมัวแต่จมอยู่กับความคิดตัวเองจนเผลอเงียบไป ผมจึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่ผมกำลังคิดหาคำตอบอยู่ให้กับเฮย์โจวฟังด้วย

ผมกำลังคิดว่าทำไมอาร์มินถึงได้มาขอให้ผมช่วยทำพายฟักทองกันน่ะครับ?”

ก็ไม่ใช่เพราะเจ้านั่นชอบรึไง

โนๆๆๆ! ไม่ใช่เด็ดขาดเลยครับ อาร์มินกับฟักทองน่ะเข้ากันไม่ได้สุดๆ!” ผมโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันเพราะแค่เห็นฟักทองอยู่ในเมนูอาหารอาร์มินก็ยี๊แล้ว

โฮ่ เป็นงั้นเองสินะรีไวล์เฮย์โจวยกยิ้มมุมปากขึ้นมาเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ผมน่ะยังไม่เข้าใจอะไรเลยนะครับ!

เอะ? เป็นงั้นนี่คือเป็นไงครับ? เฮย์โจวรู้อะไรแล้วเหรอครับ?” ผมถามด้วยความอยากรู้แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับหัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมาก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้ผมต้องงงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

หึๆ เจ้าอาร์มินนี่ยังเป็นไอ้เด็กเหลือขอที่ฉลาดไม่เปลี่ยน

เอะ? แล้วความฉลาดของอาร์มินมันมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงล่ะครับ?”

โป๊ก!

โอ๊ย! เฮย์โจวเขกหัวผมทำไมครับ!”

ไปเพิ่มรอยหยักในสมองซะไอ้ลูกหมา

ฮึ่ม! เห็นแบบนี้ผมก็จบด้วยเกียรตินิยมนะครับ!”

“( -_- )…”

ทำไมต้องทำหน้าเหมือนไม่เชื่อกันสุดๆ แบบนั้นด้วยครับ!”

เพราะคำพูดแกมันไม่น่าเชื่อถือ

“Σ(-᷅o-᷄)++!!” ฮึ่ม! ผมพูดความจริงนะ! มันไม่น่าเชื่อถือตรงไหนกัน! ผมยังคงขมุบขมิบบ่นอยู่คนเดียวไม่ให้รีไวล์เฮย์โจวได้ยินด้วยเพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมชอบงอนเป็นเด็กๆ อีก ฮึ! ( '^' )+!

อ้าปาก

อะไรครับ ( '^' )” ผมมองฟาร์ฟาเล่พาสต้าที่จ่ออยู่ตรงหน้าแต่ก็ยังไม่ยอมอ้าปากตามที่รีไวล์เฮย์โจวบอก เฮย์โจวจึงยื่นมันมาใกล้ปากผมมากขึ้นจนผมต้องยอมงับพาสต้าอันนั้นเข้าปาก

แค่กๆๆ! อะไรเนี่ย! ขมจัง!” ผมแทบจะพ่นเจ้าฟาร์ฟาเล่พาสต้าขมปี๋นั่นทิ้งแทบจะทันทีที่รสชาติสัมผัสโดนปลายลิ้น นี่เฮย์โจวใส่อะไรลงไปกันแน่เนี่ย!?

ชาดำ

ห๋า! ชาดำอะไรจะขมขนาดนี้กะ…!!” ผมที่กำลังโวยวายนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าชาดำที่รีไวล์เฮย์โจวใช้ใส่ลงไปเป็นไส้ของฟาร์ฟาเล่พาสต้าคืออะไรเมื่อมองเห็นแก้วชาร้อนที่วางอยู่ตรงหน้าของอีกคน จะชอบดื่มชาดำก็ให้มันมีลิมิตบางเถอะ! บางทีก็ไม่ต้องใส่มันลงไปในขนมหวานก็ได้ไหม

เป็นไง

จะเป็นไงล่ะครับ! ก็เกือบตายน่ะสิครับ!” ผมบ่นระหว่างนั้นก็ดื่มน้ำอึกๆ ลงไปลดความขมภายในปากที่ยังไม่ยอมจางหาย นี่ปกติเฮย์โจวดื่มชารสขมขนาดนี้เลยเหรอ ดื่มเข้าไปได้ไงกัน

นั่นแหละคือสิ่งที่แกต้องเรียนรู้

หา? หมายความว่ายังไงกันครับ?” ผมเอียงคอมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างงงๆ เฮย์โจวจิ้มฟาร์ฟาเล่พาสต้าขึ้นมาอีกชิ้นแล้วมาจ่ออยู่ตรงปากของผม แต่ครั้งนี้ผมไม่ยอมเปิดปากกินมันลงไปอย่างแน่นอน เพราะรสขมเมื่อกี้ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นอยู่เลยขืนเจอแบบนั้นอีกรอบผมต้องกระอักตายเพราะความขมแน่ๆ!

เจ้าเด็กอาร์มินก็เหมือนกับพาสต้านี่ หน้าตาเชิญชวนให้ผู้คนหลงใหลและเข้าใจไปในสิ่งที่ภายนอกแสดงออกมา แต่ถ้าแกไม่ลองกินดูแกก็จะไม่มีทางรู้ว่าจริงๆ แล้วภายในมันเป็นยังไงกันแน่

“…??” ผมยังคงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่กับการที่เฮย์โจวเปรียบเทียบอาร์มินกับฟาร์ฟาเล่พาสต้าสอดไส้ตรงหน้า แต่เฮย์โจวก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจกับใบหน้างงงวยของผมแล้วจับยัดเจ้าพาสต้าที่ถืออยู่ในมือเข้ามาในปากของผมอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัวจนผมสะดุ้ง แต่พอรสหวานอมเปรี้ยวของเบอรี่ไหลผ่านปลายลิ้นผมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

แกยังไม่รู้จักเพื่อนสนิทของแกดีพอ เจ้าเด็กอาร์มินนั่นยังมีอีกหลายด้านที่แกยังไม่รู้ ทั้งด้านที่หวานเหมือนคาราเมล เปรี้ยวเหมือนผลเบอรี่ หรือแม้แต่ด้านที่ขมเหมือนกับชาดำ” 

ผมมองรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจของรีไวล์เฮย์โจวอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก ผมยังไม่รู้จักกับอาร์มินดีพองั้นเหรอ? แต่ผมกับอาร์มินเรารู้จักกันมาเป็นสิบปีแล้วนะถ้าไม่นับเรื่องในอดีตน่ะ แล้วเฮย์โจวยังจะบอกว่าผมยังไม่รู้จักอาร์มินดีพออีกได้ยังไง?


แต่ขณะที่สมองปฏิเสธข้อกล่าวหาของรีไวล์เฮย์โจวอย่างเด็ดขาด หัวใจก็กลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ทำเอาผมเริ่มกังวลแล้วว่า อาร์มินที่ผมยังไม่รู้จักจะเป็นยังไงกันแน่









————————————————100%


แจนมีเจ้าของหัวใจแล้ว อาร์มินกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง และตัวตนที่เอเลนยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง… หึๆๆๆ ต้องรอติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ ^_^




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #64 Yu_umini (@Nook-caster25) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 18:57
    ทำไมแจนทำแบบเน่~ อาร์มินแย่งแจนคืนมาให้ได้น้าาาา
    #64
    0
  2. #63 pimpim07 (@pimpim07) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 15:35
    โอ้ยยยงื้ออ~~~สงสารอาร์มินมากอะไรท์มาอัพต่อเร็วๆน้าสนุกมากเลย
    #63
    0
  3. วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:15

    งืออ อาร์มิน ทำไมหนูถึงได้เป็นคนเก็บความรู้สึกแบบนี้ T^T

    #61
    0