(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 10 : Recipe 09 : Sweet Hamberger (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    1 ต.ค. 61



I’m just telling that I can’t imagine my life without you anymore


เฮย์โจวชอบมานานแค่ไหนแล้วครับ” 

ไม่รู้

แล้วเขาชอบเฮย์โจวรึปล่าครับ

อืม

งะ..งั้นก็ใจตรงกันสินะครับ…”

“…..”

เฮย์โจวบอกเขาไปรึยังครับ

เออ

งั้นก็คบกันอยู่เหรอครับ…”

ไม่

อ้าว แต่ใจตรงกันไม่ใช่เหรอครับ?”

เพราะเจ้าเด็กเหลือขอนั่นยังไม่รู้สึกตัวสักทีว่าฉันชอบ

เอะ! เป็นไปไม่ได้! ใครจะโง่จนถึงขนาดไม่รู้สึกตัวเวลามีคนมาสารภาพรักกันล่ะครับ

“…( -_- )” แล้วเฮย์โจวก็มองหน้าผมด้วยสายตาเอือมระอาจนผมได้แต่เอียงคองงๆ

บทสนทนาแบบนี้ระหว่างผมกับรีไวล์เฮย์โจวมีขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุผลก็เพราะเฮย์โจวไม่ยอมบอกผมสักทีว่าเฮย์โจวชอบใครอยู่กันแน่ แล้วส่งสายตาเอือมๆ มาหาผมทุกครั้งที่ผมเริ่มถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องได้รับสายตาแบบนั้น กับฮันจิซังก็ไม่ต่างกัน พอผมเอาเรื่องที่เฮย์โจวสารภาพว่าชอบใครบางคนอยู่จึงมาเป็นปาติซิเย่ไปปรึกษากับฮันจิซัง ตอนแรกเธอก็ดูตื่นเต้นไปกับผมดีอยู่หรอก แต่พอผมถามว่าฮันจิซังพอจะรู้บ้างไหมว่าเป็นใคร ฮันจิซังก็ตบบ่าพลางส่งสายตาให้กำลังใจมาให้ผมทันที ทำไมอ่ะ! ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนผมทำอะไรสักอย่างผิดไปด้วย!

ร้านคาเฟ่เริ่มออกตัวไปยังประเทศถัดไปตั้งแต่เมื่อ 3 วันก่อน ยูมิลและชาช่ามาส่งพวกเราในเช้าวันก่อนออกเดินทาง และไม่ลืมจะเอาอัลบั้มภาพถ่ายแบบของรีไวล์เฮย์โจวมาให้เป็นของขวัญก่อนจากลาด้วย พวกเธอบอกว่าถ้าว่างๆ จะมาหาผมอีกครั้ง แล้วจะเตรียมชุดใหม่มาให้กับผมด้วย ทำเอาผมต้องรีบเบรคยูมิลแทบไม่ทัน ก็ไอ้แต่ละชุดที่ยูมิลตัดให้ผมน่ะมันออกจะเป็นชุดสาวน้อยมากกว่าชายหนุ่มทั้งนั้น นี่พวกเธอเห็นผมเป็นสาวน้อยตัวเล็กน่ารักรึไงถึงได้ตัดชุดแบบนั้นออกมาให้ ทั้งที่ความจริงแล้วผมออกจะเป็นสุภาพบุรุษหนุ่มมาดแมนแฮนซั่มขนาดนี้

เฮ้อออเห็นที่คาดผมรูปหูกระต่ายที่ยูมิลยัดเหยียดมาให้ก่อนจากกันผมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ยูมิลบอกตอนที่ยัดที่คาดผมอันนี้มาให้ว่าเผื่อผมจำเป็นต้องใช้ แต่ผมกลับคิดไม่ออกเลยว่าทำไมผมถึงจำเป็นต้องใช้เจ้าหูกระต่ายนี่ด้วย

ผมละสายตาจากเจ้าหูกระต่ายหวานแหววไปมองวิวด้านนอกหน้าต่างของตัวรถ ภาพต้นไม้และบ้านเรือนแถบชนบทของฝรั่งเศสผ่านตาผมไปอย่างไวตามความเร็วที่รถเคลื่อนผ่าน ผมคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเราคงหยุดพักรถอีกครั้งก่อนจะข้ามผ่านไปยังประเทศต่อไป 

เหตุผลที่รถคาเฟ่ต้องหยุดพักอยู่บ่อยๆ เป็นเพราะอาการของรีไวล์เฮย์โจวที่ยังไม่หายสนิทและต้องได้รับการพักผ่อน เพราะฉะนั้นฮันจิซังจึงวางโปรแกรมให้ช้าลง แล้วหยุดพักตามเมืองต่างๆ ไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน โดยเธอคาดเอาไว้ว่าหากเรายังเดินทางกันด้วยอัตราเร็วเท่านี้อีกไม่เกินอาทิตย์ก็คงจะถึงที่หมาย ซึ่งผมกับเฮย์โจวก็ไม่มีใครคัดค้านเพราะไม่มีใครรีบจะไปไหนอยู่แล้ว การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างสบายๆ มากกว่าตอนเดินทางจากอิตาลีข้ามมาฝรั่งเศส

เอเลน!!”

“….!” ผมที่กำลังนั่งเหม่อลอยเป็นอันต้องสะดุ้งด้วยเสียงดังลั่นของฮันจิซัง แค่เสียงดังยังไม่เท่าไหร่แต่เล่นมาตะโกนอยู่ข้างหูแบบนี้ทำเอาผมรู้สึกหูอื้อขึ้นมาชั่วขณะเลย

เป็นอะไรทำไมถึงได้มานั่งเหม่ออยู่แบบนี้ล่ะฮันจิซังนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะถามผมด้วยท่าทีสงสัยมากกว่าจะเป็นห่วง

ก็แค่เฮ้ออ เรื่องเดิมๆ น่ะครับพอผมตอบไปแบบนั้นฮันจิซังก็ทำหน้าเข้าใจขึ้นมาทันที

อ๋อ~ เรื่องคนที่รีไวล์ชอบน่ะเหรอ

ใช่ครับ ผมถามไปเท่าไหร่เฮย์โจวก็ไม่ยอมบอกผมเลย

อ่า เกี่ยวกับเรื่องนั้นน่ะนะเอเลน…”

ครับ?”

เธอควรต้องพยายามมากกว่านี้นะ

แต่นี่ผมก็พยายามตามตื้อเฮย์โจวอยู่ทุกวันเลยนะครับ!…แต่ก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน เฮ้ออ

อื้มฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แต่เอาเถอะ แล้วเธอได้ข้อมูลอะไรใหม่ๆ มาบ้างไหมล่ะฮันจิซังยิ้มแหยๆ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีไป ทำให้ผมสลัดความสงสัยในรอยยิ้มเหนื่อยใจของเธอทิ้งไปแล้วรีบแจ้งข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับมากับฮันจิซังทันที

ผมคิดว่าคนที่เฮย์โจวชอบน่าจะเด็กกว่านะครับ เพราะเฮย์โจวเรียกเขาว่าเด็กเหลือขอ

อืมๆ ก็เด็กกว่าตั้ง 8 ปีล่ะนะ

เอะ! ขนาดนั้นเลยเหรอครับ! …อะ! หรือว่าฮันจิซังจะรู้อยู่แล้วครับว่าคนที่เฮย์โจวชอบคือใครผมโน้มตัวเข้าไปหาฮันจิซังด้วยหัวใจที่เต้นรัวเมื่อเธอพูดเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าคนๆ นั้นคือใคร แต่ฮันจิซังก็ดันไหล่ผมให้นั่งกลับลงไปที่เดิมก่อนจะเริ่มพูดขึ้น

ไอ้รู้มันก็รู้อยู่หรอก แต่ฉันคงบอกเธอไม่ได้นะเอเลน

ทำไมล่ะครับ!”

เพราะฉันอยากให้เด็กคนนั้นรู้สึกตัวด้วยตัวเอง

เอะ? หมายความว่ายังไงครับ? ผมไม่เข้าใจผมเอียงคออย่างงงๆ ฮันจิซังจึงถอนหายใจออกมาก่อนจะมองหน้าผมอีกครั้งด้วยสายตาจริงจัง

รีไวล์เรียกเด็กคนนั้นว่าเด็กเหลือขอ อายุห่างกับรีไวล์ 8 ปีและชอบกินขนมหวาน จากข้อมูลทั้งหมดนี่เธอคิดไม่ออกเลยเหรอว่าคนๆ นั้นคือใครน่ะเอเลน

“….?”

“…..”

ไม่มีใครอยู่ในหัวเลยครับ แล้วที่สำคัญผมไม่เคยพบกับคนรู้จักของเฮย์โจวตอนเฮย์โจวยังเป็นทหารมาก่อนเลยด้วยแล้วผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าเขาเป็นใคร?”

“…เฮ้อออ เป็นรีไวล์ก็ท่าจะลำบากเหมือนกันนะ…”

ฮันจิซังพูดว่าอะไรนะครับ?”

เปล่าๆ ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าฉันให้คำใบ้เธอไปเพิ่มหน่อยแล้วกัน เด็กคนนั้นเป็นผู้ชาย ตาสีเขียว ผมสีน้ำตาล ตัวสูงกว่ารีไวล์นิดหน่อย พอจะนึกออกรึยัง?” ฮันจิซังมองหน้าผมอย่างลุ้นๆ แต่ผมก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองเธอกลับไป

เอ่อนึกไม่ออกเลยครับ

ปุบๆ

ไม่เป็นไรนะเอเลนความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นจำคำพูดนี้เอาไว้ให้ดีล่ะฮันจิซังตบบ่าผมอย่างให้กำลังใจแล้วสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลให้กลับลงไป

คะ..ความพยายามอะไรนะครับ? แล้วฮันจิซังเป็นอะไรไปทำไมต้องทำท่าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นด้วยครับ นี่ผมงงไปหมดแล้วนะครับ!”

ไม่มีอะไรหรอกเอเลน ฮึก จู่ๆ ฉันก็แค่รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเท่านั้น โถ ไม่รู้ฉันควรสงสารใครมากกว่ากันดี ฮึกๆฮันจิซังมองหน้าผมด้วยสายตาสงสารแล้วก็ปาดน้ำตาออกอย่างเศร้าใจสุดซึ้ง

“( - - )+” ไม่รู้หรอกนะว่าจู่ๆ ฮันจิซังเศร้าใจเรื่องอะไรแต่ไอ้สายตาสงสารอย่างจริงใจที่ส่งมานั่นมันเริ่มทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมายังไงไม่รู้

หลังจากฮันจิซังขอตัวไปสงบจิตสงบใจของตัวเอง ผมก็นั่งหงุดหงิดใจอยู่คนเดียวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมเริ่มรู้สึกเข้าใจที่ฮันจิซังพูดขึ้นมานิดๆ แล้วว่าไอ้การที่จู่ๆ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุมันเป็นยังไง ตอนนี้ผมก็รู้สึกแบบนั้นอยู่เหมือนกันแต่แค่ไม่ได้กำลังเศร้าใจเท่านั้นเอง

โฮ่ย เป็นอะไรของแก” 

“…..” เสียงของรีไวล์เฮย์โจวดังขึ้นด้านหลังทำให้ผมหันหลังไปมอง แล้วก็หันหน้ากลับมาที่เดิมด้วยความรู้สึกที่ยังคงหงุดหงิดไม่หาย

หงุดหงิดอะไรของแกไอ้เด็กเหลือขอรีไวล์เฮย์โจวจับความรู้สึกของผมได้ทันทีแล้วชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ แต่ผมก็หันหน้าหนีดวงตาสีเทาคู่นั้นที่จ้องตรงมา

เปล่านิครับ! ( +'^')” 

หน้าเป็นแบบนี้แล้วยังจะปฏิเสธ?” รีไวล์เฮย์โจวจับใบหน้าของผมให้หันกลับไปที่เดิม แต่ผมก็ปัดมือข้างที่จับอยู่บนใบหน้าของผมออกอย่างรวดเร็วแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเฮย์โจวที่กำลังเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจต่อการกระทำอันอาจหาญของผม

เพี๊ยะ

หน้าตาผมตอนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะครับ แต่ต่อจากนี้เฮย์โจวช่วยอย่ามาแตะต้องตัวผมสุ่มสี่สุ่มห้าอีกนะครับ

หา?”

อ่อ! ผมขอพูดใหม่ต่อจากนี้ผมขอห้ามไม่ให้เฮย์โจวแตะต้องตัวผมจนกว่าเฮย์โจวจะยอมบอกความจริงกับผมว่าเฮย์โจวชอบใครอยู่กันแน่

“…..”

ห้ามเข้าใกล้ ห้ามจับมือ ห้ามกอด ห้ามจูบ ห้ามๆๆๆ ทุกอย่างเลยครับ แต่ถ้าเฮย์โจวไม่ยอมทำตามแล้วมาแตะต้องตัวผมโดยไม่ยอมบอกว่าชอบใครอยู่ล่ะก็ผมจะหนีกลับญี่ปุ่นทันทีเลยครับ!”

หาาาาาาา!” รีไวล์เฮย์โจวขมวดคิ้วมองผมด้วยความไม่เข้าใจ จะบอกว่าผมหงุดหงิดแล้วพาลก็ได้ แต่ใครไม่เป็นผมไม่รู้หรอกว่าไอ้การตามตื้อถามเรื่องเดิมๆ กับคนเดิมๆ และได้คำตอบเดิมๆ กลับมาตลอดอาทิตย์มันทำให้คุณรู้สึกเฟลมากแค่ไหน

ตามนั้นครับ!” พูดจบผมก็ลุกขึ้นเดินจากมาทันที ปล่อยรีไวล์เฮย์โจวที่ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับผมแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีเอาไว้เบื้องหลัง


ใช้ไม้อ่อนก็แล้ว ลูกตื้อก็แล้วก็ยังไม่ได้ผล ก็ต้องลองใช้ไม้แข็งดูบ้าง แล้วเรามารอดูกันว่าระหว่างผมกับเฮย์โจวใครจะมีความอดทนมากกว่ากัน!



——————————————20%




ภายในห้องครัวยังคงเงียบสงบ บรรยากาศระหว่างผมกับรีไวล์เฮย์โจวไม่ได้เปลี่ยนไปเลยหลังจากผมพูดไปแบบนั้น จะพูดให้ถูกก็คือเฮย์โจวน่ะไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังคงตั้งอกตั้งใจทำขนมโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเหมือนเดิม แต่ผมน่ะไม่ได้มีสมาธิกับการช่วยเฮย์โจวทำขนมเลยแม้แต่น้อยเพราะคอยแต่ลอบมองสังเกตเฮย์โจวว่าเขาจะยอมแพ้แล้วบอกความจริงเรื่องคนที่ชอบกับผมเมื่อไหร่

ผมไม่ได้ตามตื้อถามเรื่องคนที่ชอบกับเฮย์โจวเพราะความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น แต่ผมแค่อยากรู้ว่าคู่แข่งของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน เพื่อที่ผมจะได้เตรียมแผนรุกให้เฮย์โจวหันมาชอบผมแทนได้ถูก ผมไม่ได้ใจดีขนาดที่จะอวยพรให้คนที่ชอบรักกับคนอื่นได้หรอกนะ เพราะผมชอบเฮย์โจวจริงๆ ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่หากจำเป็นต้องแย่งเฮย์โจวมาจากคนๆ นั้นผมก็ทำได้

โฮ่ย!”

คะ ครับ…!?” ผมสะดุ้งตกใจแล้วหันกลับไปตามเสียงเรียก แต่ก็ต้องสะตั้นอยู่กับที่เมื่อรู้ว่าใบหน้าดุของคนที่เรียกอยู่ใกล้มากกว่าที่คิด

เหม่ออะไรของแก

ปะ..เปล่า เอ่อ เฮย์โจวช่วยขยับออกไปหน่อยได้ไหมครับ ผมบอกแล้วไงครับว่าห้ามเข้าใกล้ผมพูดเสียงเบาและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองรีไวล์เฮย์โจวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน

พื้นที่ก็มีอยู่แค่นี้ ถ้าไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้แกก็ถอยหลังไปสิ” 

เอ่อ…” ผมมองพื้นที่รอบห้องครัวที่ไม่ได้กว้างนักแล้วก็อับจนด้วยคำพูด แต่ถึงห้องครัวมันจะไม่ได้กว้างแต่ก็ไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้กันมากขนาดนี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ!?

รีไวล์เฮย์โจวกลับไปทำงานของตัวเองต่อแล้วแต่ผมยังคงใจเต้นแรงไม่หายจากระยะใกล้เมื่อกี้นี้ ทำไมเหมือนมีแค่ผมที่ร้อนรนไปเอง ใจเต้นไปเองแล้วก็อึดอัดเองอยู่คนเดียวเลยเนี่ย! เฮย์โจวไม่เห็นจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับข้อห้ามของผมเลยสักนิด ตอนนี้ยังทำหน้านิ่งทำขนมต่อไปได้เป็นปกติเลย

“…!! ฮะ..เฮย์โจว!” ผมสะดุ้งโหยงอีกครั้งเมื่อรีไวล์เฮย์โจวเอื้อมมือผ่านด้านข้างตัวผมไปเพื่อหยิบกระปุกน้ำตาลจนเหมือนเฮย์โจวกำลังกอดผมอยู่กลายๆ แต่พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วเฮย์โจวก็ยังไม่ขยับถอยห่างไปไหนและเงยหน้าขึ้นมองหน้าผมในระยะที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ กลิ่นหวานๆ ของขนมหวานลอยเข้ามาในจมูกทำให้สติความนึกคิดของผมเริ่มรวนจนคิดอะไรไม่ออก มิหนำซ้ำดวงตาสีเทายังเล่นจ้องตากับผมไม่วางตาจนผมไม่สามารถละสายตาออกไปไหนได้

อะไรคำถามที่เหมือนคนถามจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ แต่ก็ยังไม่มากเท่าใจที่เต้นแรงเพราะความชิดใกล้ของผมกับเฮย์โจวในตอนนี้

“…..” ผมไม่ตอบและยังคงจ้องใบหน้าที่อยู่ในระยะใกล้จนเอื้อมมือถึงนั่นเงียบๆ รีไวล์เฮย์โจวไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้กว่านี้และก็ไม่ได้ขยับถอยห่างออกไปเช่นกัน แต่ระยะใกล้จนเอื้อมมือถึงนี้กลับทำให้เป็นผมเองที่กำลังค่อยๆ ยื่นมือออกไปหาใบหน้าของอีกคนเพื่อที่จะดึงเขาให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แต่ก่อนที่มือของผมจะได้สัมผัสลงบนใบหน้าของรีไวล์เฮย์โจว เฮย์โจวก็ขยับตัวถอยห่างออกไปจนทำให้ผมได้แต่มองตามการกระทำนั้นของเขาด้วยความไม่เข้าใจ

อะไร เอานี่ไปอบรีไวล์เฮย์โจวมองหน้าผมพลางเลิกคิ้วก่อนจะยื่นถาดขนมที่ต้องเข้าเตาอบมาให้ ทำให้ผมได้สติและพยักหน้ารัวๆ ตอบกลับไปทันที

คะ ครับ!” นี่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรลงไปกันแน่! เป็นคนบอกกับเฮย์โจวเองแท้ๆ กว่าห้ามแตะต้องเด็ดขาดซึ่งเฮย์โจวก็ยอมทำตามแต่โดยดีมาตลอด แต่กลับเป็นผมซะเองที่เกือบจะผิดคำพูดของตัวเองไปเมื่อกี้นี้!

ความอับอายทำให้ผมต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองและพยายามจะไม่สนใจไอ้บรรยากาศอันน่าอึดอัดที่จู่ๆ ผมก็รู้สึกขึ้นมาเองคนเดียว รีไวล์เฮย์โจวยังคงทดลองทำขนมเมนูใหม่สำหรับขายตอนร้านเปิดอย่างเป็นปกติ แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทุกครั้งที่เฮย์โจวหันมาพูดคุยด้วยหรือแม้แต่ตอนที่บังเอิญสบตากัน แต่ความรู้สึกแปลกๆ ของผมมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกที่ผมมีให้กับเฮย์โจวเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเพราะมีหลายครั้งที่เฮย์โจวขยับตัวเข้ามาใกล้จนทำเอาผมใจเต้น แต่สุดท้ายก็ขยับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผมแอบใจหายต่างหาก

ผมรู้สึกได้ว่าการกระทำอันไม่มีอะไรของรีไวล์เฮย์โจวมันดูมีความจงใจแปลกๆ ที่ผมไม่แน่ใจว่าผมคิดไปเองรึเปล่าจึงยังไม่กล้าสรุปอะไร แต่พอหลายครั้งเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารีไวล์เฮย์โจวตั้งใจเข้าใกล้ผมมากกว่าปกติในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส แต่ก็ไม่ได้แตะต้องตัวผมหรือทำอะไรแปลกๆ แล้วขยับถอยห่างออกไปเองก่อนที่ผมจะทันได้โวยวาย

นี่เฮย์โจวกำลังแกล้งผมอยู่เหรอ!? ใช้โอกาสที่ผมสั่งห้ามไม่ให้แตะต้องตัวผมเด็ดขาดพลิกกลับสถานการณ์และยั่วให้ผมต้องเป็นคนรู้สึกอยากสัมผัสเฮย์โจวซะเอง!

ผมเข้าใจดีว่าคนชอบก่อนมักจะเสียเปรียบและผมก็กำลังเป็นแบบนั้นอยู่ ผมเสียเปรียบรีไวล์เฮย์โจวในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นความอดทน การกระทำหรือแม้กระทั่งความรู้สึก เฮย์โจวอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยที่ผมห้ามไม่ให้แตะต้อง แต่เมื่อผมไม่สามารถแตะต้องเฮย์โจวได้เช่นกันเพราะไม่อยากผิดคำพูดของตัวเองผมกลับรู้สึกทุรนทุรายเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนเตาอบร้อนๆ ที่ไร้ซึ่งทางออก แต่ผมก็ไม่คิดจะยอมเสียเปรียบอยู่แบบนี้ตลอดไปหรอก ผมจะต้องทำให้เฮย์โจวยอมแพ้แล้วยอมบอกความจริงกับผมเรื่องคนที่ชอบให้ได้!

ผมเหลือบมองไปยังกล่องเก็บของใบเล็กที่วางอยู่ข้างหน้าต่างหลังจากกลับออกมาจากห้องครัว แล้วก็หมายมั่นกับตัวเองเอาไว้ว่าจะต้องใช้ของที่อยู่ในนั้นทำให้เกมความอดทนครั้งนี้ของผมกับรีไวล์เฮย์โจวต้องจบลงไปสักที!


ก็อกๆๆ

เวลาค่ำของวันเดียวกันผมก็ได้มายืนอยู่หน้าประตูห้องนอนบนชั้นสองของรถคาเฟ่ ผมเคาะมือลงไปยังบานประตูด้วยความมุ่งมั่นต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจเอาไว้แล้ว และไม่นานบานประตูก็เปิดออกพร้อมกับรีไวล์เฮย์โจวที่ยืนมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยใบหน้ายุ่งยาก 

ไม่แปลกหรอกที่เฮย์โจวจะขมวดคิ้วด้วยใบหน้ายุ่งยากใจแบบนี้ มันก็เพราะว่าตอนนี้ผมกำลังอยู่ในชุดนอนที่ยูมิลยัดเยียดมาให้ก่อนผมออกเดินทางพร้อมกับเจ้าที่คาดผมรูปหูกระต่ายนั่นแหละ ชุดนอนของยูมิลมันก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากชุดนอนปกติเท่าไหร่ เพียงแต่เนื้อผ้ามันบางกว่านิดหน่อยบวกกับผมต้องรู้สึกหวิวๆ ช่วงขาเล็กน้อยเพราะกางเกงมันสั้นเกินไปเท่านั้น

พอดีผมทำเตียงตัวเองเลอะ ผมเลยมาขอนอนด้วยครับผมรีบพูดสิ่งที่เตรียมเอาไว้ทันทีในตอนที่รีไวล์เฮย์โจวยังคงอึ่งกับการแต่งตัวของผมอยู่

“…..” รีไวล์เฮย์โจวไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ยอมหลีกทางให้ผมเดินเข้าไปในห้อง ผมจึงรีบเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงก่อนอีกคนจะเปลี่ยนใจทันที

ขอบคุณครับ มานอนสิครับเฮย์โจวผมตบมือลงบนเตียงนอนด้านข้างตัวเองเมื่อรีไวล์เฮย์โจวยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เดินเข้ามาสักที เฮย์โจวจึงปิดประตูห้องนอนก่อนจะเดินเข้ามาล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ ผม

“…..”

“…..” ทั้งห้องเงียบกริบเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อดีในสถานการณ์แบบนี้ ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะมายั่วให้รีไวล์เฮย์โจวสติแตกอยู่หรอกนะ แต่พอเอาเข้าจริงผมกลับไม่รู้ว่าไอ้การยั่วยวนใครสักคนมันต้องทำยังไง ทำไมเวลาผู้หญิงยั่วผู้ชายในหนังเขาถึงทำกันได้แบบง่ายๆ นักนะ แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิงแล้วก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าไอ้การที่ผู้ชายจะยั่วผู้ชายอีกคนมันต้องทำยังไง!

มีอะไร

อะ! เอะ! เอ่อ…” ผมอึกอักเมื่อจู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็เป็นคนถามทำลายความเงียบขึ้นมา แต่ตอนนี้สมองของผมมันขาวโพลนไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกผมจึงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ถ้าไม่มีอะไรก็นอนซะ พรุ่งนี้แกต้องตื่นแต่เช้าไปซื้อของเข้าร้านกับฉันรีไวล์เฮย์โจวพูดแบบนั้นจบก็พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้กับผม ผมจึงได้แต่มองแผ่นหลังนั้นไปเงียบๆ ก่อนจะได้แต่พลิกตัวหันหน้าหนีไปอีกทางเมื่อไม่อยากจ้องมองเจ้าของแผ่นหลังนั้นอีก

ราตรีสวัสดิ์ครับ…” ผมพูดราตรีสวัสดิ์เสียงเบาซึ่งก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ กลับมา คาดว่ารีไวล์เฮย์โจวคงจะหลับไปแล้วไม่งั้นก็คงไม่ได้สนใจผม นี่ผมประเมินตัวเองสูงเกินไปรึเปล่านะ แต่งตัวมาแบบนี้เพื่อตั้งใจจะมายั่วเขาแต่ความจริงแล้วการที่ผมแต่งตัวแบบนี้มันอาจจะดูน่าตลกเกินไปจนเฮย์โจวไม่อยากมองเลยก็ได้

น้ำตาของผมมันไหลลงมาแต่ผมก็กัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่อีกคนไม่สนใจโจมตีเข้ามาหาผมอย่างหนัก ผมรู้สึกทั้งอับอาย ทั้งเจ็บใจต่อความคิดของตัวเองและสถานการณ์ของความเป็นจริงในตอนนี้ รีไวล์เฮย์โจวไม่ได้ชอบผมเพราะงั้นไม่ว่าผมจะห้ามไม่ให้แตะต้องหรือแม้แต่แต่งตัวด้วยชุดขาสั้นแบบที่ตัวเองไม่ชอบมาแบบนี้ เฮย์โจวก็ยังคงไม่สนใจผมอยู่ดี

หมับ

เป็นอะไร

“…!!” ผมสะดุ้งเมื่อลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อวาดผ่านด้านข้างลำตัวแล้วดึงตัวผมเข้าไปใกล้ ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดข้างใบหูและแผ่นหลังที่กระทบเข้ากับอกแกร่งของอีกคน แต่ผมก็ยังไม่กล้าหันหน้ากลับไปมองหรือแม้แต่พูดตอบอะไรคนด้านหลังเพราะการกระทำที่ทำเหมือนกำลังให้ความสนใจผมอยู่ตอนนี้หลังจากไม่สนใจผมมาทั้งวันมันกำลังทำให้ผมรู้สึกสับสนจนต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นไม่ให้ตัวเองเผลอส่งเสียงสะอื้นออกไปให้มันดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้

ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าร้อง

“…..” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและก็ไม่ได้หันหน้ากลับไปหาให้อีกคนรู้ด้วยว่าผมกำลังร้องไห้อยู่จริงๆ ผมไม่รู้ว่าน้ำตาพวกนี้ทำไมมันถึงได้ไหลออกมามากมายนัก แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่ความรู้สึกน้อยใจเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ผมต้องร้องไห้ออกมาแบบนี้

ถ้าแกยังไม่หยุดฉันจะเป็นคนบังคับให้แกต้องหยุดเองคำพูดเตือนของรีไวล์เฮย์โจวไม่สามารถทำให้น้ำตาของผมหยุดไหลลงได้ และผมก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อคำเตือนนั้นสักนิดเดียวเพราะไม่ว่าเฮย์โจวจะทำอะไรผมตอนนี้ผมก็คงไม่สามารถบังคับให้ตัวเองหยุดร้องไห้ได้อยู่ดี 

แต่แล้วไม่นานผมก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นมันผิดด้วยการกระทำอันน่าตกใจต่อมาของรีไวล์เฮย์โจวที่ทำให้ผมถึงกับต้องสนใจคำเตือนของเฮย์โจวขึ้นมาอย่างจริงจังทันที

จุ๊บ

เฮือก!!” ผมสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจูบลงไปเบาๆ บนหลังคอ รีไวล์เฮย์โจวค่อยๆ ใช้ลิ้นร้อนไล่ผ่านหลังคอของผมไปจนถึงใบหูเหมือนกำลังชิมรสชาติ ทำให้ผมต้องตกมืออีกข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงออกไปด้วยความหมายที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

ตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้อีกแล้ว จะพูดให้ถูกก็คือผมคิดอะไรไม่ออกแล้วก็ไม่รู้ด้วยแล้วว่าการร้องไห้มันต้องทำยังไง น้ำตาของผมมันหยุดไหลไปเองเพราะความตกใจก่อนที่ผมจะทันได้รู้ตัวซะอีก แต่แม้น้ำตาของผมมันจะหยุดไหลไปแล้ว ความร้อนชื้นที่ยังคงลากชิมด้านหลังลำคอกับสัมผัสนิ่มๆ ของริมฝีปากก็ยังคงไม่ยอมห่างหายออกไปไหน จนผมต้องทำใจแข็งแล้วหันหน้ากลับไปผลักอีกคนออกจากตัวก่อนที่ตัวผมจะได้ขาดใจตายจากการกระทำนั้นของเขาซะก่อน

พะ..พอ อื้อ…!” ผมอยากจะพูดมากกว่านี้แต่ก็โดนริมฝีปากร้อนประกบลงมาดูดกลืนคำพูดของผมไปจนหมด จูบครั้งนี้ไม่ใช่จูบปลอบโยนแต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาและความต้องการจนผมแทบสำลัก ผมทนรับแรงปรารถนาที่ทำให้ร่างกายต้องรู้สึกร้อนตามนั้นเอาไว้ไม่ไหวจึงได้รวบรวมแรงกายทั้งหมดที่นี่และผลักอีกคนออกไปอย่างแรง

พลั่ก!

ถะ ถ้ายังไม่หยุดผมจะกลับญี่ปุ่นแล้วนะครับ!” 

กึก

“…..” รีไวล์เฮย์โจวชะงึกกึกและนอนมองหน้าผมอยู่เงียบๆ แต่ก็ยังคงไม่ยอมเอามือออกไปจากเอวของผมไม่ว่าผมจะผลักอกเขาออกไปแรงแค่ไหน ผมจึงต้องยอมแพ้แล้วปล่อยให้อีกคนกอดผมไปแบบนั้นแม้จะไม่ได้รู้สึกยินดีเลยก็ตาม 

ผมไม่ดีใจหรอกนะที่รีไวล์เฮย์โจวมาทำตัวเหมือนให้ความสนใจจนไม่อยากออกห่างผมในตอนนี้ เพราะความเมินเฉยมาตลอดหลายวันหลังจากผมสั่งห้ามเข้าใกล้มันทำให้ผมยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับสัมผัสของรีไวล์เฮย์โจวในตอนนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

เฮย์โจวทำแบบนี้ทำไมครับ กอดผม จูบผม ถามผมเหมือนเป็นห่วงและแกล้งเรียกร้องให้ผมสนใจทั้งๆ ที่เฮย์โจวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลยสักนิด!”

“…..”

ผมรู้ตัวดีครับว่าผมเป็นคนสารภาพรักกับเฮย์โจวก่อนเองและผมก็เป็นคนบอกเองว่าจะจีบเฮย์โจวด้วย ผมรู้ว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบเพราะผมชอบเฮยโจวก่อน ทุกครั้งที่เฮย์โจวสัมผัสผมจะใจเต้นแรง ใบหน้าของผมเห่อร้อนทุกครั้งที่เฮย์โจวสบตาด้วยและผมก็จะยิ้มเหมือนคนบ้าทุกครั้งเมื่อเฮย์โจวพูดคุยกับผมเหมือนเป็นห่วงแต่ถึงจะเสียเปรียบยังไงผมก็ยังคงปล่อยให้เหตุการณ์พวกนั้นเกิดขึ้นซ้ำๆ เพราะหวังว่าสักวันเฮย์โจวจะหันกลับมาชอบผมบ้างแต่ตอนนี้เฮย์โจวกำลังชอบคนอื่นอยู่ใช่ไหมครับ

“…..”

ความจริงแล้วผมไม่ได้อยากรู้สักนิดเลยครับว่าเฮย์โจวกำลังชอบใครอยู่ ผมไม่อยากฟังเรื่องราวของคนๆ นั้นที่เฮย์โจวชอบเพราะผมจะรู้สึกปวดใจอยู่ตลอดตอนได้ฟัง แต่ผมก็หยุดตัวเองที่จะค้นหาคำตอบว่าคนที่เฮย์โจวชอบเป็นใครไม่ได้ ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร มีรูปร่างแบบไหน มีนิสัยยังไงและทำไมเฮย์โจวถึงได้ชอบเขาได้ เพราะมันเป็นเรื่องของเฮย์โจวผมถึงได้อยากรู้ แต่มันก็เจ็บจริงๆ นะครับที่เฮย์โจวตอบเลี่ยงผมมาทุกครั้งเหมือนไม่อยากให้ผมเข้าไปยุ่งกับคนๆ นั้นที่เฮย์โจวชอบแบบนั้น

“…..”

ถ้าเฮย์โจวไม่อยากให้ผมรู้ก็บอกผมมาตรงๆ สิครับ หรือถ้าจะไม่มีทางเลิกชอบคนๆ นั้นแล้วหันมาชอบผมแน่ๆ ก็แค่ปฏิเสฮึก แต่ผม..ผมน่ะ..ฮึกมะ ไม่ว่าเฮย์โจวจะพูดว่าหรือรำคาญผมยังไงผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถเลิกชอบเฮย์โจวได้หรอกนะครับ ฮึก พะ..เพราะตอนนี้ความรู้สึกชอบของผมมันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวันจนผมรู้สึกจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วฮึก!” ผมระบายความอัดอั้นของตัวเองไปก็ร้องไห้ไปเป็นเด็กๆ จนรีไวล์เฮย์โจวต้องยกมือขึ้นมาค่อยๆ ช่วยเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของผมให้

ใครบอกว่าฉันรำคาญ ฉันไม่เคยรู้สึกรำคาญที่แกชอบฉัน แล้วฉันก็ไม่คิดจะบอกให้แกเลิกชอบฉันอีกแล้วด้วยคำพูดของรีไวล์เฮย์โจวเป็นเหมือนสายน้ำเย็นช่ำที่ค่อยๆ รินรดลงมาบนใจอันร้อนรุ่มและสับสนของผม แต่ผมก็ยังไม่หายสะอึกสะอื้นจากความรู้สึกหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน

ตะ..แต่เฮย์โจวก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วนิครับ ฮึก

ใช่

ฮึก! บะ แบบนั้นเฮย์โจวก็ไม่มีทางจะชะ..ชอฮึก..ชอบผมเลยใช่ไหมครับ

แล้วใครบอกว่าคนที่ฉันชอบไม่ใช่แก

ฮึก…”

“…..”

มะ..หมายความว่ายะ..ยังไง ฮึก ครับ?” ผมรู้สึกสับสนจบเกือบจะหยุดร้องไห้เมื่อได้ยินเฮย์โจวพูดเหมือนจะบอกว่าคนที่เฮย์โจวรู้สึกชอบอยู่คนนั้นก็คือผมเอง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อผมเพิ่งได้พบกับรีไวล์เฮย์โจวอีกครั้งเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เอง แต่คนที่เฮย์โจวชอบอยู่คือคนที่ทำให้เฮย์โจวผันตัวเองจากการเป็นทหารมาเป็นปาติซิเย่เพราะเขาชอบกินขนมหวาน ซึ่งมันก็นานเกินก่อนที่ผมจะได้พบกับเฮย์โจวซะอีก

ฉันพูดขนาดนี้แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอเจ้าเด็กเหลือขอ

ไม่มะ..ไม่ ฮึก! เลยครับ เฮย์โจวก็อธิบายมาสิครับ ผมจะได้เข้าใจผมจ้องรีไวล์เฮย์โจวไม่วางตาอย่างรอคอยคำตอบ ทำให้เฮย์โจวต้องถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ก่อนจะช่วยอธิบายให้ผมฟังจนเข้าใจ

ฉันมีความทรงจำเมื่อ 2000 ปีก่อนติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ฉันก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยึดติดกับความทรงจำพวกนั้นและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันมากกว่าจะสนใจอดีต ฉันเลยปิดผนึกความทรงจำของตัวเองเอาไว้และเลือกที่จะไม่สนใจมันอีก…”

“…..” คำบอกเล่าของรีไวล์เฮย์โจวทำให้ผมหวนนึกไปถึงตัวเองในวัยเด็ก ตอนที่เพิ่งแยกออกว่าพวกนั้นเป็นเพียงความทรงจำในอดีตเท่านั้น ไม่ใช่ความฝันหรือสิ่งที่จะทำนายถึงอนาคต แต่การกระทำของเฮย์โจวมันช่างแตกต่างจากตัวผมในวัยเด็กเหลือเกิน เพราะตัวผมในวัยเด็กนั้นทั้งตื่นเต้น ดีใจและรอคอยที่จะได้พบกับเพื่อนๆ ในอดีตของตัวเองอีกครั้งจนแทบทนไม่ไหว จนเคยแอบหนีออกไปจากบ้านเพื่อไปตามหาอาร์มินกับมิคาสะที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนตอนหกขวบด้วย 

แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับทำตรงกันข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะไม่ได้รู้สึกอะไรไปกับความทรงจำพวกนั้นแล้วยังเลือกที่จะละทิ้งมันและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอีก ซึ่งความคิดนั้นก็สมกับเป็นรีไวล์เฮย์โจวดี แต่ก็ออกจะดูน่าเศร้านิดหน่อยด้วย

จนกระทั่งฉันได้พบกับเอลวินและได้ไปอยู่ดีซีจนรู้จักกับยัยสี่ตาอีกครั้งความทรงจำพวกนั้นที่ฉันเคยปิดผนึกเอาไว้มันก็ค่อยๆ หวนกลับมาแต่ฉันก็ยังเลือกที่จะไม่สนใจมันอยู่ดี

ทำไมล่ะครับ ในเมื่ออุตส่ามีโอกาสได้กลับมาพบกับเพื่อนของตัวเองอีกครั้งทั้งที ทำไมเฮย์โจวถึงไม่รู้สึกดีใจที่มีความทรงจำในอดีตพวกนั้นอยู่บ้างเลยล่ะครับผมถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าเป็นตอนก่อนที่เฮย์โจวยังไม่พบกับผู้บัญชาการเอลวินหรือฮันจิซังผมก็พอเข้าใจอยู่ว่าการอยู่กับปัจจุบันจะดีกว่า แต่ในเมื่อได้พบกันอีกครั้งแล้วผมก็คิดว่าเฮย์โจวจะดีใจที่ยังมีความทรงจำในอดีตพวกนั้นอยู่ซะอีก

เพราะมันไม่มีแกอยู่ตรงนั้น

“….!” ผมตกใจกับคำตอบจนเผลอสะดุ้งตอนที่รีไวล์เฮย์โจวใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ ลูบไปตามพวงแก้มของผมเบาๆ ดวงตาสีเทามองสบกับดวงตาของผมก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

ในเมื่อโลกนี้ไม่มีกำแพงฉันเลยไม่รู้ว่าแกอยู่ที่ไหน โลกนี้มันกว้างใหญ่เกินกว่าที่ฉันจะตามหาแกพบเพราะฉะนั้นฉันถึงได้เลือกที่จะละทิ้งความทรงจำพวกนั้น แต่ไม่ว่าตอนไหนที่คนเดินผ่านมีรูปร่างคล้ายหรือมีโอกาสที่จะเป็นแก ฉันก็จะเผลอวิ่งตามคนพวกนั้นไปทุกทั้งแต่ก็ต้องได้พบกับความผิดหวังเมื่อรู้ว่าคนพวกนั้นไม่ใช่แกทุกครั้งเหมือนกัน

“…..” ใจของผมเริ่มเต้นแรงแต่ผมก็ยังคงเงียบและรอฟังต่อไปว่าเฮย์โจวจะพูดอะไร ให้ตายเถอะโรบิ้น! นี่ตอนนี้ผมตั้งความหวังได้แล้วใช่ไหม!

หนังสือที่แกเขียน บทความที่แกให้สัมภาษณ์และทุกรายการที่แกไปออก ฉันตามสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแกอยู่ตลอดเพราะอยากรู้ว่าแกเป็นยังไงและอยู่ที่ไหน แต่ด้วยหน้าที่ทหารฉันจึงไม่สามารถหนีออกไปจากสนามรบแล้วไปตามหาแกได้ จนกระทั่งยัยสี่ตาคิดโครงการร้านนี้ขึ้นมา ยัยนั่นบอกว่าถ้าเดินทางไปเรื่อยๆ บางทีฉันอาจจะได้บังเอิญพบเจอกับแกอีกครั้งก็ได้ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าความบังเอิญจะพาแกมาหาฉันได้จริงๆ

“…..”

ฉันไม่รู้ว่าแกรู้สึกยังไงฉันถึงได้แสดงท่าทีเมินเฉยต่อแกในตอนแรก แต่พอแกบอกว่าแกชอบฉัน ใจหนึ่งของฉันมันก็ดีใจแต่อีกใจมันก็รู้สึกกลัว

กลัว…?” ผมขมวดคิ้วอย่างงงๆ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติจะมีความรู้สึกหวาดกลัวเป็นกับเขาด้วย ต่อสู้กับไททันมาก็เยอะผมยังไม่เคยเห็นรีไวล์เฮย์โจวแสดงออกถึงความรู้สึกกลัวออกมาเลยสักครั้ง แต่นี่เฮย์โจวกลับรู้สึกกลัวที่ผมบอกว่าชอบ? งงได้อีกครับ!

ฉันไม่ใช่หัวหน้าทหารแห่งหน่วยสำรวจที่แกเคยชื่นชม จะไม่เป็นและไม่มีวันเป็นแบบนั้นได้อีก เพราะฉะนั้นฉันถึงได้รู้สึกกลัวว่าแกจะผิดหวังแล้วเลิกชอบฉันรึเปล่าหากฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ฉันพยายามตีตัวออกห่าง พยายามไม่สนใจ แต่ทุกครั้งแกก็ยังคงเข้ามาหาฉันอย่างตรงไปตรงมา บอกว่าชอบฉัน บอกว่าอยากรู้จักกับตัวฉันในปัจจุบันมากกว่านี้จนฉันไม่อาจห้ามความรู้สึกของตัวเองได้อีก

“…..”

ที่ฉันอยากจะพูดก็คือ ฉันแอบชอบคนในความทรงจำ ชอบแกที่อยู่ตรงนี้ฉันชอบแก เอเลน

ตึกตัก ตึกตักๆ

หัวใจของผมเต้นดังจนผมรู้สึกหูอื้อไปหมด แต่ผมก็ยังได้ยินคำพูดที่บอกว่าชอบของอีกคนได้อย่างชัดเจน รีไวล์เฮย์โจวชอบผม และมันเป็นผมมาตลอดคนที่เฮย์โจวบอกว่าชอบนี่ผมไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม! มันเหมือนความฝันยิ่งกว่าความเป็นจริงจนผมได้แต่อ้าปากค้างและไม่กล้าตอบอะไรกลับไป เพราะกลัวว่าถ้าเผลอพูดอะไรผิดผมอาจได้หลุดออกไปจากฝันหวานนี้ทันที

โฮ่ย!”

อะ! เอะ เอ่อขะ ขอบคุณ อะ! ไม่ใช่สิ! คะ..คือผมผม

ไม่ต้องรีบ ฉันยังอยู่ตรงนี้รีไวล์เฮย์โจวช่วยลูบหัวให้ผมเบาๆ เหมือนกำลังช่วยปลอบให้ผมใจเย็นลง ความรู้สึกร้อนรนเมื่อกี้นี้จึงค่อยๆ ละลายหายไปจนผมสามารถพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปได้สำเร็จ

ผมก็ชอบเฮย์โจวครับ

อืม ฉันรู้…”

ไม่ครับ เฮย์โจวยังไม่รู้

“…?” รีไวล์เฮย์โจวขมวดคิ้วยุ่งเมื่อผมพูดขัด แต่ผมต้องพูดมันออกไปถึงสิ่งที่เฮย์โจวยังไม่รู้ว่าผมก็ชอบเขา ชอบแค่เขา และยังคงชอบเพียงเขาคนเดียวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่ผมบอกว่าชอบ ผมไม่ได้หมายความว่าผมชอบแค่ปาติซิเย่ที่ชื่อรีไวล์แต่ผมหมายถึงผมชอบรีไวล์เฮย์โจวแห่งหน่วยสำรวจด้วย

“…..”

ผมเคยบอกไปแล้วใช่ไหมครับว่าผมไม่สามารถแยกเฮย์โจวคนปัจจุบันออกจากเฮย์โจวในอดีตได้ และผมก็หมายความตามนั้นครับ ผมไม่เคยคิดว่ารีไวล์เฮย์โจวคนที่อยู่ต่อหน้าผมตอนนี้จะเป็นคนละคนกับรีไวล์เฮย์โจวในอดีต

“…..” รีไวล์เฮย์โจวยังคงมีใบหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ดวงตาสีเทาที่จ้องมองมากำลังตั้งคำถามที่ต้องการคำตอบจากผมอยู่

อาร์มินเคยพูดกับผมแบบนี้ครับว่า มนุษย์เราสามารถเป็นตัวของตัวเองอยู่ได้ก็เพราะว่าเรายังมีความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับตัวเองอยู่ แต่ถ้าไร้ซึ่งความทรงจำมนุษย์คนนั้นก็จะกลายเป็นคนอื่นไปในทันที และผมก็เห็นด้วยครับ เพราะตัวผมยังคงมีความทรงจำเมื่อ 2000 ปีก่อนอยู่ ตอนนี้ผมถึงได้ยังเป็นเอเลน เยเกอร์อยู่ได้ แต่ถ้าผมไม่ได้มีความทรงจำพวกนั้น ตัวผมก็คงไม่เป็นตัวผมอย่างทุกวันนี้หรอกครับ

“…..”

และผมก็คิดว่าเพราะเฮย์โจวยังมีความทรงจำในอดีตอยู่ เฮย์โจวถึงได้เป็นเฮย์โจวคนนี้ที่ผมรู้จัก เพราะฉะนั้นไม่ใช่เพราะผมสับสนหรือแยกไม่ได้ แต่มันไม่จำเป็นต้องแยกเฮย์โจวในอดีตออกจากเฮย์โจวในตอนนี้ต่างหากผมถึงได้ไม่แยกความทรงจำพวกนั้นออกจากกัน และผมก็ยังคงชอบเฮย์โจวอยู่นะครับ ตั้งแต่เมื่อ 2000 ปีก่อนจนกระทั่งถึงตอนนี้…”

“…..”

เพราะงั้นเฮย์โจวก็อย่าได้พูดอะไรใจน้อยเหมือนเป็นคนแก่ประมาณว่าผมจะผิดหวังอะไรแบบนั้นอีกนะครับ เพราะผมไม่เคยรู้สึกผิดหวังที่ได้ชอบเฮย์โจวเลยครับ

ฉันอายุเท่าไหร่แล้ว พูดแบบนั้นก็ไม่…”

ไม่ครับ! ห้ามพูดว่ารีไวล์เฮย์โจวของผมแก่เด็ดขาดเลยนะครับ! เพราะรีไวล์เฮย์โจวชอบผมไม่มีวันแก่! รีไวล์เฮย์โจวของผมน่ะ 20 ตลอดกาลครับ!”

แต่เมื่อกี้แกเป็นคนพูดเองว่าฉันเหมือนคนแก่ ( - - )”

อุ่ก! นะ..นั่นก็แค่คำพูดเปรียบเปรยเท่านั้นครับ แต่ความจริงแล้วรีไวล์เฮย์โจวของผมน่ะยังไม่แก่เลยสักนิดครับ! ฮึ่ม! ( '^' )” ผมพูดพลางเบะปากอย่างไม่ชอบใจแต่รีไวล์เฮย์โจวกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างอารมณ์ดีขัดกันกับอารมณ์ของผมโดยสิ้นเชิง!

โฮ่~ รีไวล์เฮย์โจวของผม’? ฉันไปเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่กันหื้ม เจ้าเด็กเหลือขอ

อะ! คะ..คือ มันมะ..ไม่ใช่!” คำพูดอย่างอารมณ์ดีและอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นทำให้ผมลนลานจนทำอะไรไม่ถูก ผมได้แต่มองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี แต่รีไวล์เฮย์โจวก็ไม่ได้ปล่อยโอกาสให้ผมได้คิดหรืออธิบายอะไร และจู่โจมผมมาในทันที

ถ้าอยากได้ฉันเป็นของแก แกต้องทำมากกว่าบอกว่าชอบ…”

หะอื้อ!” ไม่ทันได้ตกใจกับคำพูดของรีไวล์เฮย์โจว ผมก็ต้องตั้งรับการจู่โจมอย่างกะทันหันของริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมา รีไวล์เฮย์โจวไม่ปล่อยให้ผมได้หันหน้าหนีและจับล็อกคอของผมให้ต้องเงยขึ้นรับจูบของเขาได้อย่างถนัดมากขึ้น ริมฝีปากตะกละตะกลามช่วงชิงลมหายใจและละลายสติสัมปะชัญญะของผมออกไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งผมคิดอะไรไม่ออกอีกและได้แต่ขยับริมฝีปากจูบตอบอีกคนกลับไปเฮย์โจวก็ผละริมฝีปากออกไปจากปากของผมอย่างอ้อยอิ่ง แล้วค่อยๆ ไล่จูบจากใบหน้าของผมลงไปยังลำคอและยังคงจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ตามร่างกายของผม

อื้มมยะ..อย่า อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเมื่อรีไวล์เฮย์โจวเลิกเสื้อของผมขึ้นและจูบลงไปบนหน้าท้องที่ไร้ซึ่งการปกปิดของผม ความร้อนยามเมื่อริมฝีปากสัมผัสลงไปบนผิวหนังโดยตรงทำให้ผมต้องบิดตัวหนีเพราะรู้สึกแปลกๆ แต่รีไวล์เฮย์โจวก็จับเอวผมเอาไว้แน่นไม่ให้ผมขยับถอยหนีไปไหนได้ ผมจึงเลือกที่จะยื่นมือทั้งสองข้างออกไปจับใบหน้าของคนด้านบนให้เงยขึ้นจากหน้าท้องของผมแทน

แฮ่กๆ ฮะ..เฮย์โจวจะทำอะไรครับ จะกินผมรึไงถึงได้อ๊ะ!” ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรีไวล์เฮย์โจวใช้ฟันกัดลงไปบนผิวหนังหน้าท้องของผมจนเกิดรอย นี่คิดจะกินกันให้ได้จริงๆ เลยใช่ไหม

อื้มมยะ..หยุดแฮ่ก..ไม่งั้นผมจะเฮือก!” ผมรีบถดขาหนีอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แตะลงไปบนต้นขาของผม แต่รีไวล์เฮย์โจวก็จับขาข้างนั้นของผมเอาไว้แน่นก่อนจะกัดลงไปบนต้นขาให้ผมต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้งแล้วละเลียดชิมรอบรอยกัดของตัวเองเหมือนกำลังพยายามปลอบใจผมอยู่ แต่เฮย์โจวคงไม่รู้หรอกว่ายิ่งเฮย์โจวทำแบบนั้นผมก็ยิ่งรู้สึกอยากจะกัดลิ้นตายมันซะตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม!

“I want you…” โอเค ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไรอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! แต่ผมยังปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ ยังไม่ใช่ตอนนี้ และไม่ใช่บนรถคาเฟ่แบบนี้

ผมพยายามมองหาช่องทางเพื่อหาทางเอาตัวเองออกไปจากสถานการณ์อันน่าเสียตัวนี่ให้ได้โดยไว แล้วผมก็หยิบหมอนใบข้างๆ ขึ้นมาก่อนจะฟาดมันใส่ใบหน้าของรีไวล์เฮย์โจวอย่างแรง

ตุบ!

“….!”

หะ..ห้ามทำอะไรมากกว่านี้จนกว่าผมจะพร้อมนะครับ! ไม่งั้นผมจะหนีกลับญี่ปุ่นจริงๆ ด้วย!! แฮ่กๆๆผมตะโกนสิ่งที่คิดอยู่ออกไปได้สำเร็จก็หอบแฮ่กทันที ทำไมการหยุดรีไวล์เฮย์โจวแต่ละครั้งมันถึงต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังใจเยอะมากมายขนาดนี้ด้วยนะ

“…..” รีไวล์เฮย์โจวยังคงเงียบและไม่พูดอะไรแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากต้นขาของผมเช่นกัน ทำให้ผมต้องพูดขึ้นอีกครั้งเพื่อให้เฮย์โจวปล่อยมือออกจากต้นขาของผมได้แล้ว

ปล่อยครับรีไวล์เฮย์โจวยอมทำตามทันทีเมื่อผมมองแรงไปยังมือของเขาที่ยังอยู่บนต้นขา แต่ก็ยังไม่ยอมลุกออกไปไหนและคล่อมตัวของผมเอาไว้อยู่

แค่จูบ…”

เชื่อได้ที่ไหนกันครับ! ครั้งที่แล้วเฮย์โจวก็บอกกับผมว่าแค่จูบแต่สุดท้ายก็…! เอาเป็นว่า! ยังไงตอนนี้ผมก็ให้ไม่ได้ทั้งนั้นครับไม่ว่าจะเป็นแค่จูบหรืออะไรที่มากกว่านั้นผมพูดแล้วเตรียมตัวจะลุกหนีกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองเพราะกลัวว่านอนที่นี่ต่อคาดว่าจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ 

พรึบบ!

เหวออออ!” แต่ผมก็เป็นอันต้องร้องเหวอเมื่อรีไวล์เฮย์โจวที่คล่อมผมอยู่จู่ๆ ก็พลิกตัวกลับลงมานอนข้างล่างโดยที่ยกผมให้ขึ้นไปนั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขาแทน

แบบนี้โอเครึยัง?” รีไวล์เฮย์โจวจับมือของผมไปประสานนิ้วเอาไว้กับมือของเขาทั้งสองข้างแล้วถามผมกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ นี่ยังไงก็จะจูบให้ได้เลยใช่ไหม!

ที่ทำแบบนี้เพราะแค่อยากจูบเหรอครับ

อืม

ยังไงก็ไม่ยอมถ้าไม่ได้จูบสินะครับ

อืม

แล้วให้ผมอยู่ข้างบนแบบนี้เฮย์โจวคิดจะจูบผมยังไงกันครับ

แกเป็นคนจูบ

แล้วทำไมผมต้อง…!”

“…..”

ฮึ่ม…( '^';)”

“…..”

แค่ครั้งเดียวนะครับ!” ผมยื่นคำขาดเพราะดูท่าแล้วรีไวล์เฮย์โจวคงไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ แน่ถ้ายังไม่ได้รับจูบตามที่เขาต้องการ คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด

อื้อ! ก็บอกว่าแค่ครั้งเดียวไงครับ!”

เงียบซะ

ผมอื้ออ!” แต่ผมคงลืมคิดไปว่าแค่ครั้งเดียวของผมกับของรีไวล์เฮย์โจมันนับได้ไม่เท่ากัน 



ครั้งนี้ฝากไว้ก่อนเถอะครับ แต่ครั้งต่อไปผมจะไม่มีวันพลาดท่าหลงกลเฮย์โจวอีกเป็นอันขาดเลยคอยดู!








————————————100%


ถถถถ กว่าชายซึนของเราจะกล้าพูดความในใจก็ปาเข้าไปจะสิบตอนแล้วค่ะ! 

แต่ไหนๆ เฮย์โจวก็บอกความจริงกับเอเลนแล้วเรามาจบเรื่องกันเลยดีไหมคะ? //โดนถีบ!

แอ่ก! ยะ..ยังไม่จบค่ะ ยังมีตอนต่อนะคะ เขายังไม่ได้ขอเป็นแฟนกันเลยค่ะ อย่าเพิ่งปาข้าวของนะคะรีดเดอร์ทุกท่าน (^^;;)

ตอนต่อไปจะโรแมนติก อีโรติก(??) หรือจะแหวกไปดราม่าก็ต้องรอติดตามกันค่ะ


ปล. เอเลนนี่เกือบเสียตัวทุกตอนรู้สึกต้องช่วยคิดหาทางป้องกันตัวอย่างจริงจังบ้างแล้วล่ะค่ะ เอะ? หรือเราจะเชียร์ให้รีบเสียตัวดี…? ฮุๆ (-.,- )



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #51 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 21:24
    เฮย์โจวใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกินเอเลน เอเลนยังไม่พร้อมมมมม555555555
    #51
    1
    • #51-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 10)
      1 ตุลาคม 2561 / 22:11
      คนแก่ใจร้อนค่ะ แอ่ก!//โดนถีบ
      #51-1
  2. #49 CHAYOL (@CHAYOL) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 16:31
    เครียดกับยัยลูกเลยอะ ยัยเด็กเหลือขอ อ้ากกกกกก
    #49
    0
  3. #48 Riren Catseria (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:14

    เฮ้อออออออ~เอเลนลูกกกกกก???????? ใสซื่อฟืนไม่มีจริงๆ

    #48
    0
  4. #47 pimpim07 (@pimpim07) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 16:40
    ้เอเลนถ้าหนูจะซื่อขนาดนี้นะ555สนุกมากค่ะ
    #47
    1
    • #47-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 10)
      28 กันยายน 2561 / 18:47
      ความซื่อของเอเลนยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร (เกี่ยว??)
      #47-1
  5. #46 canyouhear (@canyouhear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 16:18
    ขนาดนี้แล้วนะเนี่ย ใบ้ซะขนาดนี้แล้ว ยัง! ยังไม่รู้สึกอีก! เอเลนหนอเอเลน 5555
    #46
    1
    • #46-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 10)
      28 กันยายน 2561 / 18:45
      เอเลนเราเป็นเด็กไสยใสค่ะ //......
      #46-1