[นิยายแปล/BL] ทุกๆ คนคิดว่าผมชอบเขาครับ (end)

ตอนที่ 73 : Extra 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 647 ครั้ง
    3 ม.ค. 63

เริ่มอ่าน Extra 1 ค่า

 

 

 

Extra 3

 

 

 

ปิดเทอมฤดูหนาวของปีสี่ วันหยุดหน้าหนาวในมหาลัยปีสุดท้ายของพวกเขา

 

เยี่ยโจวตั้งใจจะคุยเรื่องที่เขากังวลสำหรับวันตรุษจีนและกะจะเปิดตัวว่าตนชอบผู้ชาย

 

เปิดตัว?” การตอบสนองแรกจากซางจิ้นคือการปฏิเสธ แต่พอเขาไตร่ตรองดูอีกครั้ง มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้แย้ง เทอมสุดท้ายของปีสี่เรียกได้ว่าพวกเขาไม่มีเรียน อีกไม่นานพวกเขาก็จะต่อโทแล้ว พูดตรงๆ ก็คือเยี่ยโจวจะกลับบ้านน้อยลงเรื่อยๆ ในอนาคต ถึงจะยังไม่ถือว่าเรียนจบ แต่พวกเขาก็เป็นอิสระแล้วจริงๆ ต่อให้โดนไล่ออกจากบ้านก็คงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล ซางจิ้นหันความสนใจกลับไปที่คอมพิวเตอร์ “ถ้านายต้องการ

 

เยี่ยโจวสูดหายใจเข้าลึกๆ ยังไม่ทันได้กลับบ้านก็จินตนาการภาพพ่อกับแม่ในหัวซะแล้ว

 

ซางจิ้นเลื่อนคอมพิวเตอร์ออกห่างไปหน่อยและขยับมานั่งข้างๆ เยี่ยโจว เขากุมมือของเยี่ยโจวก่อนที่จะเอ่ยว่า อย่าห่วงเลย พวกเขายอมรับไม่ได้หรอก

 

เยี่ยโจวเดาะลิ้น นายปลอบใจคนอื่นแบบนี้เรอะ?”

 

ฉันไม่ได้ปลอบใจนาย” ซางจิ้นเอนหลังพิงเก้าอี้ “ฉันแค่อยากให้นายรู้ว่าสิ่งที่นายกำลังจะเจอเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน แต่แล้วยังไงล่ะเยี่ยโจวไม่เคยเกรงกลัวการท้าทายไหนๆ อยู่แล้วนี่

 

เยี่ยโจวกล่าวอย่างมั่นใจ การตัดสินใจอยู่ที่พวกเขา ฉันทำอะไรมากไม่ได้ จะเรียกว่าท้าทายได้ยังไงก็คงต้องรอคำตัดสินอ่ะ จนถึงตอนนี้พ่อแม่ฉันเห็นหน้าตัวเองสำคัญเท่าฟ้า ฉันว่าพวกเขาจะด่าฉันว่าทำให้เสียหน้าแน่ๆ

 

ซางจิ้นหัวเราะเบาๆ นายยังไม่เคยสร้างหน้าสร้างตาอะไรให้พ่อแม่เลยนี่ จะเรียกว่าเสียหน้าได้ไง?”

 

ถึงจะเป็นงั้นจริงๆ พูดเรียบๆ แบบนี้มันไม่ชวนปวดใจไปหน่อยเรอะ??

 

ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือเขารู้สึกดีขึ้นจริงๆ ตั้งแต่เด็กพ่อแม่ก็เอาแต่ด่าว่าเขาได้แต่ที่สองและทำให้พวกเขาเสียหน้า จะอย่างไรพวกเขาก็เสียหน้าไปแล้วหลายครั้ง เสียอีกสักทีก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

คิดได้ดังนั้นนั้นเยี่ยโจวก็หายรู้สึกหน่วงในใจโดยพลัน

 

หลังจากที่คุยกับซางจิ้น เยี่ยโจวก็กะจะไปบอกเรื่องนี้กับผู้เป็นพี่

 

พอเยี่ยเหิงรู้เรื่อง เขาก็ทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าก่อนถึงสิ้นปี ในที่สุดก็สามารถสรรหาวันหยุดและซื้อตั๋วกลับไปพร้อมกับเยี่ยโจว

 

จะอย่างไรเขาก็เข้าใจพ่อแม่ของตัวเองดี พวกเขาไม่ได้ทำร้ายทุบตี แต่เชี่ยวขาญด้านการทำร้ายจิตใจมากจริงๆ

 

ซางจิ้นขับรถพาสองพี่น้องเยี่ยไปที่สนามบินในวันที่พวกเขาจะบินกลับ

 

เยี่ยโจวอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขานั่งเงียบเกือบตลอดการเดินทาง

 

ซางจิ้นกอดอีกฝ่ายเบาๆ และกระซิบข้างหู “อย่าห่วงเลย ฉันจะหนุนหลังเป็นกำลังใจให้

 

เยี่ยโจวหัวเราะแล้วดันซางจิ้นออกไป เขาหยอกล้อเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายกังวลนายเป็นเงาฉันหรือไง?”

 

เป็นก็ดี” เยี่ยโจวใจอ่อนกว่าเขาเยอะ ถ้าเป็นไปได้ ซางจิ้นอยากจะสลับร่างกับเยี่ยโจวแล้วไปจัดการกับอุปสรรคนั่นให้ เพียงแต่บนโลกนี้มีหลายสิ่งที่คนเราต้องจัดการด้วยตัวเอง “กลับแล้วจะมารับนะ

 

จู่ๆ เยี่ยเหิงก็รู้สึกพ่ายแพ้เหมือนคนรักของน้องชายเก่งกล้าจนพี่ชายคนนี้ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ เขาขัดเจ้าสองคนที่ยังอยากงุ้งงิ้งกันต่อ พี่อยู่ด้วยจะมีอะไรเกิดขึ้นได้ซางจิ้น กลับได้แล้วนะ

 

ถ้าให้เยี่ยโจวเลือกเอง เขาคงไม่เลือกการเดินทางวิธีนี้

 

แต่สำหรับเยี่ยเหิงที่ถือคติเวลาคือสิ่งมีค่า วิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่าบนถนนเยอะ ตั้งแต่ที่เยี่ยเหิงมาอยู่ที่เมือง วิธีการกลับบ้านของเยี่ยโจวก็อัปเกรดจากรถไฟไปเป็นเครื่องบิน

 

เยี่ยโจวแค่รู้สึกว่ายังไม่ทันได้นอนก็ดันโผล่มาถึงที่หมายแล้ว

 

เมื่อออกมาจากสนามบิน พวกเขาก็เห็นรถของที่บ้านจากไกลๆ เยี่ยโจวเดินตามหลังเยี่ยเหิงไปอย่างใจลอย พอเห็นเยี่ยเหิงก้าวตามคุณแม่เยี่ยเข้าไปยังที่นั่งด้านหลัง เยี่ยโจวก็เดินไปนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับแทน

 

หากเยี่ยโจวตัดสินใจอะไรได้แล้ว เขาก็จะเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว

 

เขานั่งคิดเกี่ยวกับประโยคที่จะพูดในตอนเย็นไปตลอดทาง เวลาที่พ่อกับแม่หันมาถามอะไร เขาก็จะตอบอย่างขอไปที

 

เพราะได้รับคำตอบแบบไม่เต็มใจอีกครั้ง คุณแม่เยี่ยก็ชักจะหัวเสีย ลูกมัวแต่คิดเรื่องอะไรอยู่ฮะ?”

 

เยี่ยเหิงรีบแทรก “เมื่อคืนโจวโจวนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ บนเครื่องบินจะให้นอนก็หลับไม่สบายเท่าไหร่

 

คุณแม่เยี่ยยังอยากพูดอะไรต่อ แต่ก็โดนเยี่ยเหิงหยุดไว้

 

เมื่อถึงบ้าน ระหว่างที่คุณพ่อเยี่ยกำลังทำความสะอาดและคุณแม่เยี่ยกำลังทำอาหาร เยี่ยเหิงก็เดินไปคุยกับเยี่ยโจวที่ห้อง “เป็นอะไรไป?”

 

เยี่ยโจวเก็บเสื้อผ้าที่เอามาด้วยเข้าไปในตู้ ครั้งนี้อาจเป็นเพราะไม่ได้กลับมาก่อน พ่อกับแม่เลยทำความสะอาดห้องไว้ให้

 

ผมอยากบอกพ่อกับแม่วันนี้เลย

 

บอก?

 

บอกอะไรน่ะเหรอ?

 

ยังต้องถามอีกหรือไง?

 

ถ้านายบอกวันนี้ ทั้งบ้านจะหดหู่ไปตลอดเลยนะ” เยี่ยเหิงจริงจังมาก “อย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่ดีไหมนายก็ไม่ค่อยโอเค รอบอกพวกเขาสองวันก่อนกลับก็ได้ ใช้สองวันนั้นให้พวกเขาปรับตัว เดี๋ยวเราค่อยบอกก่อนกลับ

 

แต่…”

 

ฟังพี่นะครั้งนี้” เยี่ยเหิงไม่ปล่อยให้แย้ง “ถึงมันจะยากก็อดทนหน่อย

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เยี่ยเหิงไม่ยอมเขา เยี่ยโจวได้แต่ยอมรับอย่างไม่เต็มใจ

 

อย่างไรก็ตาม ชีวิตจริงไม่อาจเป็นไปตามแผนการ

 

เพราะลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยโจวคลอดลูกเมื่อช่วงต้นปี ญาติๆ สกุลเยี่ยเลยแห่มาจากทั่วสารทิศเพื่อมาเที่ยวและฉลองที่เมือง เพราะมันตรงกับปีใหม่จีนพอดี

 

เยี่ยโจวที่คิดว่าภารกิจจะสำเร็จภายในสองวันมองน้าอาเจ็ดคนทางฝั่งพ่อและอีกเจ็ดจากฝั่งแม่ที่มารวมตัวที่บ้าน เขาไม่มีโอกาสพูดเรื่องในใจออกไปซะที

 

เสียงจากห้องนั่งเล่นดังลอดเข้ามาแม้จะปิดประตูไว้ เยี่ยเหิงกล่าว “ไม่งั้นก็อย่าเพิ่งบอกช่วงปีใหม่

 

พร้อมทุกอย่างเหลือแค่พูดมันออกไป ทว่าตอนนี้การเตรียมใจทุกอย่างเหมือนไร้ประโยชน์ เยี่ยโจวรู้สึกอึดอัดในใจจนได้แต่นอนแผ่และพ่นลมหายใจ คงต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ

 

เยี่ยเหิงสัมผัสศีรษะของอีกฝ่ายและเดินออกมาจากห้องนอน

 

วินาทีที่เปิดประตูออกไป เสียงหัวเราะของคุณแม่เยี่ยก็ดังขึ้นในห้องนั่งเล่น “แม่กำลังพูดถึงลูกอยู่พอดีเลย หายไปไหนมาเนี่ยน้องเขาต้องสอบเข้ามหาลัยปีหน้า แม่อยากให้ลูกช่วยดูให้น้องหน่อย

 

เยี่ยเหิงขมวดคิ้ว ผมเรียนจบมาหลายปีแล้วนะคะ โจวโจวน่าจะมีชีทติวเก็บอยู่ในตู้ ให้น้องเขาก็ไม่เป็นไรหรอกมั้งแล้วผมก็ไม่เคยสอนใครด้วยนี่สิ

 

เยี่ยเหิงถ่อมตัวจริงๆ” คุณป้าเยี่ยดึงตัวลูกชายที่นั่งเล่นเกมมา “ลูกน่าจะเรียนรู้กับพี่เยี่ยเหิงเยอะๆ เลยนะ ดูพี่เขาสิ เป็นถึงกรรมการบริหารของบริษัทเชียว ถ้าลูกไม่ตั้งใจเรียน ถึงจะอยากเป็นแค่ภารโรงก็คงไม่มีคนจ้างลูก

 

เยี่ยเหิงหยิบโทรศัพท์ของลูกพี่ลูกน้องคนนั้นขึ้นมา เสี่ยวซานไปถามพี่เยี่ยโจวสิ เขาเก็บชีทติวไว้ดีมากเลย

 

เว่ยเสี่ยวซานเบ้ปาก “ผมไม่ถามเขาหรอก

 

ท่าทางดูถูกแบบนั้นทำเอาเยี่ยเหิงโมโห เด็กๆ เรียนรู้กิริยาแบบนั้นมาจากพวกผู้ใหญ่ เยี่ยเหิงไม่ค่อยได้ไปงานครอบครัวเลยไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน นายไปเอาความมั่นใจในการพูดเรื่องนั้นมาจากที่ไหนถ้าเกรดนายมากกว่าเยี่ยโจวสักที พี่จะไม่ว่าอะไรเลยนะ นักเรียนที่มีผลการเรียนระดับนายมีสิทธิ์ไปดูถูกนักเรียนระดับท็อปแบบนั้นได้ยังไง?”

 

ตำแหน่งของเยี่ยเหิงในครอบครัวเยี่ยสูงสง่ามาโดยตลอด ไม่ใช่แค่เว่ยเสี่ยวซานเงียบปาก กระทั่งคุณแม่กับคุณป้าเยี่ยที่กำลังคุยกันอยู่ยังตกตะลึง

 

เยี่ยเหิงไม่ได้พูดเสียงดังแต่เพราะเมื่อกี้เขาลืมปิดประตู เยี่ยโจวที่กำลังบ่นกับซางจิ้นเรื่องที่ไม่สามารถสารภาพความจริงออกไปได้จึงได้ยินไปด้วย เขารีบเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงและเดินออกไปแม้จะรู้ว่าไม่ทันการณ์แล้ว

 

คุณแม่เยี่ยฟื้นคืนสติและพูดอย่างไม่เห็นด้วย “เยี่ยเหิง ลูกพูดอะไรน่ะ?”

 

เยี่ยเหิง เด็กนั่นไม่รู้สำนึกและพูดแบบไม่คิด” คุณป้าเยี่ยไกล่เกลี่ย “เสี่ยวซาน ยังไม่ขอโทษพี่เยี่ยเหิงอีก?”

 

เยี่ยเหิงกล่าว ไม่ต้องขอโทษผมหรอก คนที่น้องเขาควรขอโทษคือโจวโจวนะ

 

คุณแม่เยี่ยขัด ขอโทษอะไรเด็กไม่รู้สำนึก ลูกกำลังจะบอกว่าผู้ใหญ่ก็ไม่รู้สำนึกเหรอ?”

 

ก็ถ้าผู้ใหญ่มีสำนึก เขาจะปล่อยให้เด็กๆ พูด…”

 

ช่างมันเถอะพี่ ไม่ต้องพูดอะไรหรอก” เยี่ยโจวดึงเยี่ยเหิงเข้าไปในห้อง คุณแม่เยี่ยมอบภาพลักษณ์ไม่เอาไหนให้กับเขา จะไปว่าน้องๆ เด็กๆ พวกนั้นที่ทำท่าทางไม่ดีก็ไม่ได้ จะอย่างไรทุกคนก็เชิดชูผู้ที่สูงและเหยียบย่ำผู้ที่ต่ำกว่าอยู่แล้ว

 

เยี่ยเหิงก้มมองอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ พี่ผิดเอง

 

ไม่เกี่ยวกับพี่หรอกน่า

 

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูห้องของเยี่ยโจวก็เปิดออก คุณแม่เยี่ยกล่าวด้วยสีหน้าโมโหร้าย พวกลูกสองคนออกมานี่เดี๋ยวนี้เลย

 

ห้องนั่งเล่นที่มีชีวิตชีวาเมื่อครู่หลงเหลือแค่เพียงเสียงรายการวาไรตี้บนทีวี

 

คุณแม่กับคุณพ่อเยี่ยนั่งอยู่บนโซฟาสำหรับสองคน ครอบครัวของคุณป้าเยี่ยกลับไปแล้ว

 

วันนี้พวกลูกสองคนทำอะไร?” คุณแม่เยี่ยใช้มือฟาดโต๊ะและขมวดคิ้วให้กับสองพี่น้องที่ยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะกาแฟ “รู้ไหมว่าวันนี้แม่เสียหน้าไปมากขนาดไหนโดยเฉพาะลูกเลย เยี่ยเหิง แม่ชื่นชมลูกให้พวกญาติๆ ฟังทุกวัน นี่คือวิธีตอบแทนของลูกเหรอ?”

 

ผมไม่เคยบอกให้แม่ชมผมให้ญาติๆ ฟังนะ

 

คุณพ่อเยี่ยพูดด้วยใบหน้าเข้มงวด เยี่ยเหิง นั่นวิธีพูดกับแม่เหรอ!”

 

เห็นภาระไปตกอยู่กับเยี่ยเหิง เยี่ยโจวก็รีบแทรก “แม่ครับ พ่อครับ ผมมีเรื่องจะบอก

 

เยี่ยโจว!” เยี่ยเหิงดึงเขากลับไปและส่ายหน้ารัวๆ

 

ถ้ามีตาหน่อยคงรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะมาสารภาพอะไรเลย แต่ที่พี่ชายโดนว่าก็เป็นเพราะเขา เขาไม่มีเหตุผลอะไรให้หลบอยู่ข้างหลังพี่ชายเลยสักนิด

 

ที่จริงผมอยากบอกเรื่องนี้มานานแล้ว” เยี่ยโจวสูดหายใจเข้าลึกๆ และก้าวขึ้นไปข้างหน้า เขากำหมัดแน่นก่อนที่จะคลายมือออกอย่างช้าๆ ผม ผมรู้ตัวตอนม.ปลายว่าผมเป็นเกย์

 

คุณแม่เยี่ยไม่อยากจะเชื่อ เกย์?”

 

เยี่ยโจวแทบกระซิบ “ก็ ชอบผู้ชาย

 

คุณแม่เยี่ยอ้าปากค้างและหอบหายใจ เธอกำหมัดแน่นเหมือนความโกรธกำลังปะทุ แต่อยากอดทนไว้

 

แก แก…” คุณพ่อเยี่ยชี้นิ้วใส่เยี่ยโจว ทั้งร่างสั่นสะท้านจากความโมโห

 

แม่ครับ อาจารย์หลี่ที่โรงเรียนแม่ก็มีลูกชายเป็นเกย์นี่  ตอนนั้นแม่ยังปลอบใจเธออยู่เลยว่ารักร่วมเพศไม่ใช่โรคร้ายสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่ก็แย่พอแล้ว ในฐานะพ่อแม่ พวกเขาควรทำความเข้าใจมากกว่า?” เยี่ยเหิงดึงเยี่ยโจวไปข้างหลังพ่อกับแม่ก็น่าจะเข้าใจนี่ครับ

 

เข้าใจบ้าบออะไรล่ะ!” คุณแม่เยี่ยลุกขึ้นยืนและเข้าใจทุกเรื่องโดยพลัน ไม่แปลกใจทำไมลูกถึงเอาข้อมูลพวกนั้นมาโน้มน้าวแม่ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อเยี่ยโจวใช่ไหม!” ตอนที่เยี่ยเหิงกลับมาที่บ้านในปีก่อน คุณแม่เยี่ยพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาตอนกำลังทานอาหาร ตอนแรกเธอไม่เข้าใจจริงๆ หลังจากนั้นเยี่ยเหิงก็มาแนะนำ วันถัดมาเธอเลยเอาเรื่องที่ลูกชายบอกไปปลอบใจอาจารย์หลี่

 

จะเพื่ออะไรแม่ก็เห็นด้วยกับผมนี่

 

แน่สิเพราะมันไม่ใช่เรื่องของแม่ เรื่องของคนอื่นแม่ยอมพูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ ให้พวกเขารู้สึกดีได้อยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าแม่จะยอมรับเรื่องลูกชายตัวเองเป็นเกย์ได้นี่?” คุณแม่เยี่ยลุกขึ้นยืนและผลักเยี่ยเหิงออกไป เสียงของเธอไม่ได้ดังแต่มีพลังมาก เยี่ยโจว ลูกถามตัวเองดูนะ ทำแบบนี้พ่อกับแม่จะผิดหวังไหมแค่เพราะเรื่องของลูกชาย อาจารย์หลี่เธอไม่กล้าเงยหน้ามองใครจนถึงตอนนี้ ลูกอยากให้พ่อกับแม่กลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นเหรอ?”

 

งั้น…” เยี่ยโจวเงยหน้าสบตากับคุณแม่เยี่ยอย่างช้าๆ “เพื่อหน้าตาของแม่ ความสุขของผมไม่สำคัญเลยเหรอครับ?”

 

ความสุขต้องรักกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไปทั้งชีวิตนี่มันจะไปมีความสุขได้ยังไงลูกจะเงยหน้าบอกชาวบ้านว่าตัวเองเป็นเกย์เหรอ?” คุณแม่เยี่ยฟาดมือกลางอกของเยี่ยโจวอย่างรุนแรง “ลูกเข้าใจไหมข่าวลือกับการใส่ร้ายนี่ฆ่าคนได้เลยนะลูกจะทนได้นานขนาดไหนคนรักของลูกเขาจะทนได้นานขนาดไหนแล้วแม่กับพ่ออีก เดี๋ยวทั้งชุมชนก็จะรู้ เดี๋ยวทั้งโรงเรียนก็จะรู้ พวกเราเป็นพลเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายตลอด ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยชื่อเสียงที่พ่อกับแม่สร้างมาทั้งชีวิตจะโดนลูกทำลายทิ้ง

 

ผมไม่ได้ขโมยของ ปล้นจี้ ทำผิดหลักจริยธรรมหรือทำผิดกฏหมายนี่ครับ แค่เพราะรสนิยมผมไม่เหมือนคนทั่วไป มันเลยน่าละอายขนาดนั้น?” เยี่ยโจวขมวดคิ้วและแย้ง “โลกก็ตั้งใหญ่ ทุกๆ คนจะเหมือนกันหมดได้ยังไงสังคมตอนนี้ก็แค่อยากให้ทุกคนคิดเหมือนกันแล้วผลักไสคนที่คิดต่างออกไป ผมไม่คิดจะดูถูกตัวเองและใครก็มาดูถูกผมไม่ได้ ปกติแม่ก็ชอบบอกว่าลูกชายคนเล็กทำบ้าอะไรไม่ได้ เอาแต่ทำให้เสียหน้าถึงผมจะเป็นเกย์ มันก็ไม่น่าประหลาดใจเท่าไหร่มั้ง

 

เพี๊ยะ! คุณแม่เยี่ยตบหน้าเยี่ยโจว “ถ้าจะตั้งใจเรียนแล้วคิดได้แค่นี้ก็ไม่ต้อง!”

 

การกระทำของเธอรวดเร็วจนเยี่ยเหิงเข้ามาขวางไม่ทัน ใบหน้าของเยี่ยโจวมีรอยฝ่ามือประดับ

 

ใช้กำลังไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก” เยี่ยเหิงคว้าแขนดึงเยี่ยโจวให้มาอยู่ข้างๆ และยืนบังไว้ เยี่ยโจวก็พยายามมากแล้วไม่ใช่เหรอ พ่อกับแม่ก็แค่ไม่เห็นความพยายามนั้นเอง แม่กับพ่อเองก็เป็นครู น่าจะรู้ดีที่สุดเลยนี่ว่าช่องว่างระหว่างที่หนึ่งกับสองมันเล็กนิดเดียว ที่สองแล้วทำไมครับปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าโจวโจวเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีมากๆ ทำไมถึงต้องเอาอันดับมากดดันน้องตลอดเลย?”

 

ก็พวกเราเป็นครูถึงรู้ไงว่าความต่างมันนิดเดียว เพราะงั้นพวกเราถึงเข้มงวดกับเขา ความต่างก็แค่นั้น ถ้าเยี่ยโจวพยายามอีกหน่อย ทำไมเขาจะก้าวข้ามผ่านไปไม่ได้!”

 

ทำไมเขาถึงก้าวข้ามผ่านไปไม่ได้?

 

เรื่องนี้เยี่ยโจวก็อยากรู้เหมือนกัน

 

ความสามารถของผมมันก็แค่นี้ ผมพยายามชิงที่หนึ่งมาให้แม่แล้วนะ” เยี่ยโจวหัวเราะเยาะ “ผมเจอกับคนที่ชนะทุกการสอบ ตั้งแต่เด็กๆ จะวิชาสังคมหรือวิชาพละก็ได้ที่หนึ่งตลอด แฟนของผมคือคนที่ได้ที่หนึ่งจากการสอบเข้ามหาลัยเมือง ของปีนั้นแหละ

 

คุณแม่เยี่ยโกรธมาก เธอหัวเราะ สรุปคือฉันเป็นคนผิดเหรอ?”

 

เยี่ยเหิงกำลังจะเปิดปากช่วยเยี่ยโจวตอนที่คุณพ่อเยี่ยลุกขึ้นมาชี้หน้า แกไสหัวไปเลยถือซะว่าพวกเราไม่ได้เลี้ยงแกมาอยากเป็นเกย์ก็เป็นไป อยากฆ่าคนก็ฆ่าไป อยากจุดไฟเผาอะไรก็ทำไปเลยหลังจากนี้พวกเราก็ขาดกัน

 

เยี่ยโจวมองพวกพวกเขาก่อนที่จะก้าวไปเปิดประตู

 

โจวโจว

 

เยี่ยเหิง หยุดเลยนะ!”

 

เยี่ยเหิงไม่ได้ไล่ตามไป เขาถอนหายใจ แม่ครับ พ่อครับ ให้ผมทำตามชีวิตที่พ่อแม่วางแผนไว้แค่คนเดียวได้ไหมผมยอมทิ้งสิ่งที่ตัวเองชอบจะได้เป็นลูกชายที่พ่อกับแม่ภูมิใจ มีลูกชายคนเดียวให้ชื่นชมก็น่าจะพอแล้วนะ ปล่อยให้โจวโจวทำตามใจเขาเถอะ

 

คุณพ่อคุณแม่เยี่ยไม่ได้พูดอะไร เยี่ยเหิงเหลือบไปเห็นเสื้อโค้ตของเยี่ยโจว “โจวโจวไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย ผมเอาไปให้น้องนะ

 

เยี่ยโจววิ่งหนีออกมาด้วยความโมโห พ่อของเขาเอาพวกรักร่วมเพศไปเทียบกับการฆ่าคนกับการวางเพลิง เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ มุมมองของพวกเขาต่างกันเกินไป ยังไงก็ไม่มีทางยอมรับซึ่งกันและกันได้

 

มาถึงจุดๆ นี้ เยี่ยโจวก็คิดว่าตัวเองจะอึดอัด ไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้สึกสบายใจมากกว่า เขาอดทนอยู่ในครอบครัวนี้มานาน ในที่สุดก็ระเบิดออกไป ไม่แปลกใจทำไมคนส่วนใหญ่ชอบเถียงกลับ ถึงผลลัพธ์มันจะเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองเพลิงแต่มันก็ทำให้รู้สึกดีจริงๆ!

 

เขาไม่ควรทำให้ซ่างหมิงกังวลช่วงปีใหม่ เยี่ยโจวไม่คิดจะรบกวนซ่างหมิงและโทรไปหาซางจิ้นแทน เขารีบจนลืมเอาเสื้อโค้ตมาด้วย ยังดีที่โทรศัพท์ยังอยู่กับตัว หิมะเบาบางร่วงหล่นลงมาจากฟ้า เยี่ยโจวหดคอและรอเสียงรอสาย ในไม่ช้าก็มีคนรับ

 

เยี่ยโจว?”

 

เยี่ยโจวรีบเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดและสั่งกาแฟหนึ่งแก้ว “เร็ว ยินดีกับฉันหน่อย ฉันโดนไล่ออกจากบ้านแล้ว

 

ไหนนายจะไม่สารภาพช่วงปีใหม่ไง?”

 

อธิบายยากอ่ะ พอพวกญาติๆ กลับไป ฉันก็ทำใจแข็งบอกไปเลย

 

งั้นคืนนี้…”

 

ไว้ค่อยคุยกัน อย่างแย่ที่สุดฉันคงต้องไปทำงานในแม็คสักคืน แล้วเที่ยวบินพรุ่งนี้…” เขายังไม่ทันได้พูดคำว่า ตั๋ว’ ก็นึกได้ว่าตัวเองไม่ได้หยิบเอาบัตรประชาชนมาด้วย พูดให้ถูกคือตอนนี้เขามีแค่โทรศัพท์ติดตัว

 

ติ๊ง ข้อความใหม่ถูกส่งมา เยี่ยโจวได้ยินซางจิ้นพูดว่า ฉันจองเที่ยวบินให้นายไว้ตอนเจ็ดโมง เดี๋ยวไปรับตอนบ่ายนะ

 

เยี่ยโจวกุมขมับ ฉันลืมเอาบัตรประชาชนมา…”

 

ซางจิ้นนิ่งไปชั่วครู่ เดี๋ยวฉันขับไปรับนายที่เมือง D”

 

ไม่เอา!” ทั้งสองเมืองไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย เยี่ยโจวไม่อยากให้ซางจิ้นขับรถระยะทางไกลขนาดนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปพร้อมพี่ เขาเอาบัตรประชาชนมาให้แน่…” พูดไม่ทันจบก็โดนเคาะหัว

 

นายนี่มันจริงๆ เลย รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงขนาดไหน เสื้อพงเสื้อผ้านี่อีก” เยี่ยเหิงส่งบัตรมาให้ “วิ่งหนีมาแบบไม่พกบัตรประชาชน คิดจะไปที่ไหนกันฮึ?”

 

 

 

.

 

 

 

พี่เยี่ยเหิงคะ หนูชอบพี่

ในส่วนของพ่อแม่ป้าเยี่ยโจวนั้น /กรี๊ดอัด

ตอนแรกเราพิมพ์ยาวมาก แต่แอปเวิร์ดมันเด้งอ่ะ พิมพ์ในไอแพด หายหมดแล้ว หายไปพร้อมกับเนื้อหา 70% เป็นท้อมากและจะไม่พิมพ์แล้ว เหนื่อย 555555555555555555555555555()

เอาเป็นว่าความพยายามของใครก็มีค่า แล้วเรื่องรสนิยมนี่ก็ของใครของมัน ไม่ควรไปตัดสินคนอื่นนะคะ ; __ ;


มีต่อๆๆๆ ถ้ายังไม่ขึ้นรอแปปนึงงง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 647 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,416 ความคิดเห็น

  1. #5377 One page (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 02:00
    เห็นอีครอบครัวนี้ทีไรมันก็ของขึ้น คนพวกนี้ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าพ่อแม่เลยนะ แค่คลอดออกมา ขนาดตัวเองเป็นครู ในชีวิตเคยสั่งสอนอะไรดีๆให้ลูกบ้าง? นอกจากกดดันในสิ่งที่ตัวเองไม่มีปัญญาทำไปวันๆ ถ้าพวกหล่อนเก่งจริงป่านนี้ไม่ไปสมัครนาซ่าล่ะยะ
    #5,377
    0
  2. #5359 Yคือชีวิต (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 03:59
    คอยกดดันลูกตัวเองมาตอนนี้อยากได้สิทธิ์ ให้ลูกไว้หน้า? เพ้ออะไรอยู่เนี่ย
    #5,359
    0
  3. #5256 knunkim (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 14:08
    ตั้งแต่อ่านมาเราพึ่งมาร้องไห้เอาบทนี้ คนอื่นจะพูดจะว่าร้ายยังไงก็ช่างเราไม่สนใจ แต่คนในถ้าครอบถ้าไม่ยอมรับมาพูดด่าว่าร้ายให้ เป็นเราคงทนไม่ได้อะ ดีที่เยี่ยโจวยังมีพี่ชายที่เข้าใจ มีซางจิ้นที่รัก กับคนรอบข้างที่ยอมรับได้
    #5,256
    0
  4. #5230 Fueled me (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 07:59
    เข้าใจความรู้สึกของเยี่ยโจวมากๆเลยแหละ ความอึดอัดทั้งหมดที่เคยได้รับจากครอบครัวมาจนถึงวันนี้มันจบแล้ว ดีใจที่น้องมีพี่ชายแบบเยี่ยเหิงมากกกกก
    #5,230
    0
  5. #5114 kanyaest (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 14:00
    น้ำตาซึมเลยทำไมพ่อแม่ต้องทำขนาดนี้กับเนี่ยโจว ทำไมถึงไม่มองความพยายามของน้องบ้างเอาแต่มองผลลัพธ์แล้วก็มาโทษว่าพยายามไม่มากพอเนี่ยนะ
    #5,114
    0
  6. #4925 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:58
    ปวดหัวใจกับครอบครัวนี้จริงๆ ต้องฝากพี่เยี่ยแล้วนะ กอดน้องให้มากๆ รักน้องให้มากๆ พี่เยี่ยเองก็คงอึดอัดมามากกับการถูกบีบคั้นให้เป็นลูกที่พ่อแม่ภาคภูมิใจอะ พี่เยี่ยคนดีที่หนึ่งเลย รัก ;-;
    #4,925
    0
  7. #4767 pronatchaleerach (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 21:55
    พี่เยี่ยรักน้องมาก
    #4,767
    0
  8. #4748 cozynotserious (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:19
    ร้องไห้เลย พี่เยี่ยเหิงรักน้องโจวจริงๆ สงสารพี่น้องเยี่ยที่ต้องอยู่ในครอบครัวอึดอัดๆแบบนี้
    #4,748
    0
  9. #4747 cozynotserious (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:19
    ร้องไห้เลย พี่เยี่ยเหิงรักน้องโจวจริงๆ สงสารพี่น้องเยี่ยที่ต้องอยู่ในครอบครัวอึดอัดๆแบบนี้
    #4,747
    0
  10. #4728 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:37
    มีครูตรรกะแบบนี้เด็กๆถึงไม่พัฒนาไงครูคือพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ถ้าจะทำขนาดนี้อย่าเป็นครูให้อาชีพนี้ไม่ศักสิทธิเถอะ
    #4,728
    0
  11. #4679 sofar_fa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 16:15
    ไล่พ่อแม่เยี่ยไปอยู่กับแม่ซางจิ้นเลยอ่ะ ตรรกะป่วยพอๆกัน ถามว่าตัวเองตอนอายุเท่านี้เรียนได้เท่าโจวโจวรึเปล่าก็ไม่รู้ จะว่าทำเพื่อลูกก็ไม่ใช่ รักแต่ตัวเองอ่ะ ออกจากครอบครัวแบบนี้ได้ก็ดี พ่อซางจิ้นยังน่ารักกว่าเยอะ!!
    #4,679
    0
  12. #4606 อันอันอัน (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 12:27
    พี่นี่มาทันตลอดเลยนะคะ
    #4,606
    0
  13. #4572 คิขุเฟคจิงปะ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 02:09
    อีเด็กบ้านั่นวอนโดนตบ แม้แต่ภารโรงแกคงไม่ได้ทำหรอก
    #4,572
    0
  14. #4556 ฺำBeAnE (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 07:03
    คุณพี่เป็นคนดี
    #4,556
    0
  15. #4526 Taetaemnae (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 03:55
    เรากรี้ดใส่หน้าอ่ะ 5555 เข้าใจอารมณ์แบบเปรียบเทียบ ตรรกะง่อยๆ
    #4,526
    0
  16. #4482 -เกม- (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 12:52
    เกินเยียวยาจริงๆ เฮ้อ พอเหอะ

    กอดๆโจวๆ ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นแล้วนะลูกนะะ มีคุณพี่เป็นคีอบครัวคนเดียวก็พอแล้ววว
    #4,482
    0
  17. #4460 *!POPEYE!* (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 18:08

    โมโหพ่อแม่

    ส่วนอิป้า เด็กเอากริยามาจากใครล่ะคะ แหม

    #4,460
    0
  18. #4457 kwangB (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:19
    โมโหพ่อแม่เยี่ยโจวมาก อยากจะบ้าตาย ปสด.มากๆๆๆๆ
    #4,457
    0
  19. #4454 palllll (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 13:48
    อย่างน้อยพี่ชายก็เข้าใจ
    #4,454
    0
  20. #4443 sunnight (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 09:55
    พี่เหิงงงง พี่คือโอเอซิสหนึ่งเดียวของน้องโจวในครอบครัวนี้จริงๆค่ะ ฮือ
    #4,443
    0
  21. #4419 ROKU_23 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 22:23
    พี่เยี่ยเหิง รักนะคะ ฮุกกกกก
    #4,419
    0
  22. วันที่ 4 มกราคม 2563 / 20:20
    พี่ขา พี่เหิงง หนูรักพี่~
    #4,407
    0
  23. #4403 OHsamaSE (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 20:01
    ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ พอเป็นเรื่องคนอื่นก็ยอมรับได้ พูดได้ว่าความสุขของเขาอย่าว่าเขาเลย รสนิยมต่างกันเป็นเรื่องปกติ สมัยนี้แล้วต่างๆนาๆ แต่พอเป็นเรื่องตัวเองก็เป็นอีกแบบนึงเลย เห้ออ เมื่อไหร่จะยอมรับรักร่วมเพศกันได้แบบจริงๆซักทีน้าา
    #4,403
    0
  24. #4394 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 18:45
    โมโหครอบครีวนี้มากแต่ลูกๆเยี่ยน่ารักมาก หม่ามี๊จะดูแลหนูเอง!//ซางจิ้นมองด้วยหางตา
    #4,394
    0
  25. #4361 p_cosicosi (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:36
    ลูกๆโชคดีมากเลยนะๆๆๆๆ เรื่องนี้สอนอ่ะ เอาจริงๆ ทุกสิ่งอย่างละการเติบโตและความคิดของแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การเลี้ยงดูของบุพการีเสมอไปจริงๆ ดูอย่างตัวเอกของพวกเราสิ พ่อแม่แต่ละคนเฮ้ออออ
    #4,361
    0